ชวนมา‘เผือก’ สร้างสังคมปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/570015

  • วันที่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 11:00 น.

เรื่อง : กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ : คลังภาพบางกอกโพสต์

เมื่อปีที่ผ่านมา เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงทำการสำรวจประชาชนทุกเพศสภาพมากกว่า 1,000 คน ถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ พบว่า มากกว่าร้อยละ 45 เคยถูกคุกคามทางเพศ จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้อง “เผือก” เพื่อสังคมปลอดภัย

รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย หนึ่งในภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ กล่าวถึงสถานการณ์การคุกคามทางเพศว่า คนที่ถูกคุกคามมักไม่กล้าตอบโต้ ขณะเดียวกันในหลายเหตุการณ์คนที่อยู่รอบข้างก็สามารถช่วยเหลือได้แต่ไม่ทราบวิธีการ จึงเป็นเหตุให้มีการจัดตั้ง “ทีมเผือก” เพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้มีความตื่นตัว หยุดการคุกคาม และช่วยเหลือคนที่ถูกคุกคามทางเพศ โดยหลังจากมีการจัดตั้งทีมเผือกเมื่อปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่ถูกคุกคามกล้าพูด กล้าตอบโต้ ไม่นิ่งเฉย และทำให้ประชาชนเห็นว่า การถูกคุกคามทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป

คำจำกัดความของคำว่า การคุกคามทางเพศ ประกอบไปด้วยหลายพฤติกรรมทั้งการมองใต้กระโปรง มองลงคอเสื้อ เบียดชิด ต้อนเข้ามุม แต๊ะอั๋ง ลูบคลำ พูดลามก ชวนคุยเรื่องเพศ พูดจาแทะโลม ผิวปากแซว หรือถูกอวัยวะเพศถูไถร่างกายเพื่อสำเร็จความใคร่ ซึ่งผลการสำรวจระบุด้วยว่า การมองใต้กระโปรงและการมองลงคอเสื้อ เป็นพฤติกรรมที่พบมากที่สุดในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง รถไฟฟ้า แท็กซี่ รถตู้สาธารณะ รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“ที่น่ากังวล คือ ผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศโดยเฉพาะผู้หญิงมักไม่ตอบโต้เมื่อรู้ว่าถูกคุกคาม ซึ่งส่วนตัวคิดว่า บางคนอาจรู้สึกอายที่จะต้องส่งเสียงหรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงยอมนิ่งเฉยอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้ถูกคุกคามต่อไป เราจึงรณรงค์สร้างทีมเผือกขึ้นมาเพื่อช่วยกันสอดส่องสถานการณ์การคุกคาม โดยการส่งเสียงถือเป็นวิธีหนึ่งในการตอบโต้เพื่อให้คนที่คุกคามอยู่หยุดพฤติกรรม ส่งเสียงบอกให้คนรอบข้างรู้ว่ามีการคุกคามอยู่ตรงนั้นเพื่อให้เกิดการระแวดระวัง และส่งเสียงบอกให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของระบบขนส่งสาธารณะให้รับทราบเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อไป”

ปัจจุบันทีมเผือกมีสมาชิก 500 คน เป็นกลุ่มคนที่สมัครเข้ามาเป็นจิตอาสาช่วยสอดส่องป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ โดยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผ่านเพจเฟซบุ๊ก เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง Safe Cities For Women Thailand สมาชิกจะได้เรียนรู้วิธีเผือกผ่านข้อมูล และกิจกรรม Self Defense Lab ปฏิบัติการเผือก เพื่อเพื่อนรอด เราปลอดภัย ที่เปิดโอกาสให้ทีมเผือกเรียนรู้เทคนิคและวิธีการสังเกตสถานการณ์รอบตัว การเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทาง และการป้องกันตัวเองจากการคุกคามทางเพศ

ด้าน กิตติเชษฐ์ มายะการ ผู้เชี่ยวชาญการระวังป้องกันภัยและการป้องกันตัว เผย 5 วิธีในการเผือกง่ายๆ ได้แก่ หนึ่ง ตะโกนส่งเสียง เมื่อเห็นพฤติกรรมการคุกคามที่เกิดขึ้นตรงหน้า ถ้าตะโกนเสียงดังจะทำให้ผู้ที่กำลังก่อเหตุตกใจและหยุดพฤติกรรมการคุกคาม

สอง หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย เมื่อผู้ที่กำลังก่อเหตุรู้ว่ากำลังถูกถ่ายคลิปจะเกิดความกลัวและหยุดพฤติกรรม และคลิปวิดีโอยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดผู้ก่อเหตุได้อีกช่องทาง สาม แจ้งพนักงานรถโดยสาร วิธีนี้เป็นวิธีเผือกสำหรับพลเมืองดีที่อยากช่วย แต่ไม่มั่นใจในการเข้าไปแทรกแซงด้วยตัวเองก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ไปจัดการแทนได้

สี่ ทำเป็นเนียนว่ารู้จักผู้ถูกกระทำ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผู้กระทำ และยังสามารถพาผู้ถูกกระทำออกมาจากสถานการณ์นั้นได้อย่างแนบเนียน และห้า ใช้ตัวเข้าแทรก ถ้าหากมั่นใจว่าสามารถรับมือกับผู้กระทำได้ก็สามารถนำตัวเข้าแทรกเพื่อขู่ให้ผู้กระทำหวาดกลัว และหยุดพฤติกรรมการคุกคาม

“มีเคล็ดลับเล็กๆ สำหรับการป้องกันตัวเองของผู้หญิงที่เสียเปรียบในเรื่องของขนาดตัวและแรงที่จะสู้กับผู้ชาย คือ การพกอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเอง เช่น ปากกาหรือไฟฉาย ที่เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ผิดกฎหมายและพกติดตัวได้ ในกรณีของไฟฉายสามารถใช้ส่องไปที่ตาคนร้ายเพื่อให้ตาพร่ามัวทำให้เราสามารถวิ่งหนีได้ และหากจวนตัวจริงๆ ก็สามารถนำปากกาทิ่มไปที่จุดสำคัญของคนร้ายและรีบวิ่งหนีเพื่อไปขอความช่วยเหลือ” กิตติเชษฐ์ กล่าว

ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ยังระบุด้วยว่า หลังจากที่มีการรณรงค์เรื่องการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มีการอบรมพนักงานให้สอดส่องพฤติกรรมผู้โดยสารและการเข้าไปแทรกแซงเมื่อเกิดสถานการณ์ รวมถึงยังมีการพูดคุยกับกระทรวงคมนาคมถึงนโยบายการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในระบบขนส่งสาธารณะภายใต้การกำกับของกระทรวง เพื่อเป็นเครื่องมือดูแลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ทั้งยังใช้เป็นหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุคุกคาม

“สาเหตุหนึ่งที่ยังมีการคุกคามทางเพศอยู่เรื่อยๆ คือ ผู้ที่คุกคามไม่ถูกเอาผิด ไม่ถูกแจ้งความ จึงไม่เกรงกลัวและยังลงมือก่อเหตุต่อไป หรือเมื่อไปแจ้งความแต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดกับคนคนนั้นได้ ดังนั้นถ้าระบบขนส่งสาธารณะมีกล้องวงจรปิดก็จะสามารถใช้เป็นหลักฐาน และยังสร้างความเกรงกลัวให้กับผู้จะกระทำการคุกคามไม่กล้าลงมือ นับเป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องปราม”

นอกจากนี้ ทางเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท ขนส่ง (บขส.) เข้าไปอบรมพนักงานประจำรถทัวร์ เรื่องการสอดส่องดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสารที่ถูกคุกคาม รวมถึงจัดทำคู่มือหยุดการคุกคามทางเพศทั้งในรูปแบบเล่มและออนไลน์ เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้เทคนิค วิธีการ เข้าใจปัญหาการคุกคามทางเพศรูปแบบต่างๆ และคู่มือดังกล่าวจะสื่อสารไปยังผู้โดยสารด้วยว่า ไม่ควรนิ่งเฉย แต่สามารถป้องกันตัวเอง ตลอดจนแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือจากพนักงาน และร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้

“นอกจากการทำงานกับหน่วยงานรัฐ เรายังต่อยอดเข้าไปในโรงเรียน เนื่องจากเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตกเป็นเป้าหมายการคุกคาม หลังจากมีสมาชิกส่วนหนึ่งร้องเรียนว่า เกิดเหตุการณ์กับเด็กวัยรุ่นและเด็กนักเรียนที่ใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยเด็กหลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสิ่งนั้นคือการคุกคามทางเพศ จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้คนรุ่นใหม่ตั้งแต่ในชั้นเรียน” รุ่งทิพย์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ได้กล่าวถึงในด้านของกฎหมายที่สามารถเอาผิดกับผู้คุกคามทางเพศว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายดำเนินการกับผู้คุกคามทางเพศอย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มีตัวอย่างของประเทศฟิลิปปินส์ที่มีการออกกฎหมายเรื่องการคุกคามทางเพศโดยเฉพาะ โดยได้ระบุถึงพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายและมีบทลงโทษที่ชัดเจน เช่น การผิวปากแซว การพูดแซว การแต๊ะอั๋ง การสะกดรอยตาม หรือตามตื้อทำให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าการคุกคามรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ จะผลักดันกฎหมายในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรม

“เราอยากกระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักว่า การคุกคามทางเพศเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายและสังคมไม่ยอมรับ ผู้ที่ถูกคุกคามไม่ต้องจำยอม มันมีวิธีการที่เราจะปกป้องตัวเองหรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างได้ ขณะที่คนรอบข้างก็ต้องไม่นิ่งเฉย ต้องช่วยกันสอดส่องและเข้าแทรกแซงถ้าทำได้ ที่สำคัญคือผู้ที่คิดจะฉวยโอกาสคุกคามทางเพศคนอื่น คนเหล่านี้ต้องรับรู้ว่าสังคมไม่ยอมรับพฤติกรรมของเขา และสังคมจะไม่นิ่งเฉย เราจะทำให้คนที่คิดจะคุกคามผู้อื่นต้องยั้งคิดและเลิกพฤติกรรมเหล่านั้นไป”

อีกเสียงหนึ่งจากผู้ที่ทำงานร่วมกันทีมเผือก ซินดี้-สิรินยา บิชอพ เสริมทัพว่า หากคนตระหนักถึงเรื่องการคุกคามทางเพศจะทำให้ผู้ที่คุกคามหยุดความคิดและการกระทำ และทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจที่จะขอความช่วยเหลือมากขึ้น

“ชอบมีคำกล่าวที่ได้ยินมาตลอด คือ ก็แต่งตัวแบบนั้นจึงทำให้เขาคุกคามทางเพศ ซึ่งซินดี้มองว่าปัญหาของการคุกคามทางเพศมันไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้หญิงจะแต่งตัวอย่างไร แต่ปัญหาเกิดจากผู้ชายที่คิดว่าจะฉวยโอกาสคุกคามทางเพศในรถสาธารณะอย่างไรมากกว่า และยังเป็นเรื่องของมายาคติในเรื่องที่ผู้ชายคิดว่ามีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง ดังนั้นจึงต้องแก้ไขที่ความคิด ทำอย่างไรให้เกิดเท่าเทียมกันในสังคมด้วย” นางแบบชื่อดัง กล่าวทิ้งท้าย

ความเสี่ยงในการถูกคุกคามทางเพศเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า ดังนั้นลองเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วหมั่นสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้าง หากรู้สึกว่าถูกลอบมองถูกประชิดตัว ถูกเบียด หรือรู้สึกว่ามีอวัยวะมาถูไถ ให้แสดงออกถึงความไม่ยินยอมและขอความช่วยเหลือทันที ขณะเดียวกันก็สามารถสวมบทเป็นทีมเผือกเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศได้ และอย่าลืมบันทึกภาพหรือวิดีโอไว้เป็นหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่คุกคามไม่ให้กล้าลงมือทำซ้ำอีก ทั้งหมดก็เพื่อสร้างสังคมปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เพื่อผู้หญิง แต่เป็นสังคมปลอดภัยเพื่อทุกคน

ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล อยากเก่งเรื่องยาต้องหาความรู้ใหม่เสมอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/569961

  • วันที่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 15:30 น.

ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล อยากเก่งเรื่องยาต้องหาความรู้ใหม่เสมอ

เรื่อง : โยธิน อยู่จงดี

“เภสัชกรสามารถทำงานได้มากกว่าที่หลายคนคิด” ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) เอ่ยถึงอาชีพที่ใกล้ชิดกับสุขภาพของเรามากที่สุดอาชีพหนึ่ง แต่เรากลับรู้เรื่องราวของเส้นทางอาชีพสายนี้อยู่น้อยมากในงานเปิดโครงการ “พิชิตสุขภาวะใน 60 วันกับไฟเซอร์ปี 2”

เภสัชกรเป็นมากกว่าคนจ่ายยา

“เภสัชกรนั้นทำงานได้ค่อนข้างที่จะหลากหลายมาก ถ้าทำงานในโรงพยาบาลก็จะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายยาให้กับคนไข้ให้คำแนะนำ ปรึกษาเรื่องยา ถ้าอยู่ในร้านขายยาก็จะเป็นเภสัชกรที่ควบคุมดูแลการจ่ายยา ถ้าทำงานโรงงานก็ได้ดูแลเรื่องการควบคุมคุณภาพของยา

ส่วนตัวเราเองเป็นเภสัชกรด้านการตลาด ทำงานบริษัทยา ต้องทำงานกับหลายๆ ฝ่ายในการนำยารักษาโรคที่ยังไม่มียารักษาเป็นยาใหม่ๆ เข้ามา ฉะนั้นเราก็มีหน้าที่หลักของเราเลยคือ ต้องเรียนรู้ลักษณะของยาข้อดี ข้อเสีย ผลข้างเคียงของยา หรือที่เราเรียกว่าตำรับยานั้นๆ ศึกษาเก็บข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน

แล้วนำเสนอตัวยาให้กับคุณหมอเพื่อนำไปรักษาคนไข้ เพราะบางครั้งคุณหมอเองเขามีหน้าที่ในการตรวจคนไข้มากมายจนไม่มีเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของยารักษาโรคแบบใหม่ ซึ่งเราต้องอธิบายให้คุณหมอเข้าใจว่ายาออกฤทธิ์ยังไง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ตรงนี้เป็นงานของเราที่ต้องติดต่อสื่อสารกับหมอกับเภสัชกรของโรงพยาบาล เป็นความรู้สึกว่าเราได้ใช้ความรู้ที่มี เพื่อนำยาที่ดีของเราให้คุณหมอเลือกใช้ให้เหมาะสมกับคนไข้

ยาแต่ละตัวกว่าจะออกมาสู่ท้องตลาดได้นั้นใช้เวลาศึกษาค้นคว้าวิจัยเป็น 10 ปีกว่าจะออกมาสู่มือผู้บริโภค ก็ต้องผ่านองค์การอาหารและยาของเรา ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกประมาณ 2 ปี ยาตัวนั้นถึงจะสามารถได้รับเลขทะเบียน เมื่อได้รับเลขทะเบียนแล้ว

ก็ยังไม่ได้ใช้ในโรงพยาบาลในทันที เพราะแต่ละโรงพยาบาลจะมีการนำยาตัวนั้นเข้าที่ประชุมว่ายาตัวนี้เหมาะสมกับการนำมาใช้ในโรงพยาบาลหรือไม่ ยาบางตัวก็จะมีข้อจำกัดพิเศษ เช่น จะต้องใช้ในแผนกใดแผนกหนึ่ง เป็นยาเฉพาะทางที่ต้องใช้กับคนไข้เฉพาะโรคไม่สามารถนำไปใช้กับคนไข้โรคอื่นได้ คนไข้แต่ละคนก็จะมีความหลากหลาย มีความละเอียดซับซ้อนของโรค ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะทางมากขึ้นในทุกปี”

อยากเก่งต้องอัพเดทความรู้เสมอ

“ในวงการยา เราจะหยุดนิ่งไม่ได้เพราะจะมีตัวยาใหม่ และองค์ความรู้เรื่องยาออกมาใหม่เสมอในทุกปี ยาที่เราเคยใช้กันเป็นประจำ พอถึงวันหนึ่งก็มีประกาศยกเลิกการใช้ยาตัวนี้ เพราะมีข้อมูลเรื่องผลกระทบของยาในระดับที่เป็นอันตราย เป็นการบ่งบอกว่า ในวงการยานั้นมีความเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลามีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม

แม้ยาที่ผลิตออกมาแล้วผ่านการวิจัยทดสอบด้านความปลอดภัยแล้วก็ยังต้องมีการเก็บข้อมูลเก็บตัวอย่างการใช้ยาต่อไป เพราะในขั้นตอนวิจัยอาจไม่เจอผลข้างเคียงหรือเจอผลข้างเคียง ก็จะมีการระบุในตำรับยานั้น ถ้ามีผลข้างเคียงนอกเหนือจากที่ระบุ บริษัทยาจะต้องตรวจสอบและแจ้งให้องค์การอาหารและยาของแต่ละประเทศได้ทราบ ดังนั้นวงการยาจึงเป็นวงการที่ไม่หยุดนิ่งต้องมีการอัพเดทเปลี่ยนแปลงข้อมูลยาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

แต่ถามว่าผลกระทบของคนไทยกับเรื่องยานั้นยังถือว่ามีอยู่น้อยมาก เพราะยาส่วนใหญ่เป็นยาจากโลกตะวันตกที่มีการทดลองกับคนในซีกโลกตะวันตกมาก่อน กว่ายาจะเข้ามาถึงบ้านเราก็จะพบรายงานการใช้ยามาก่อน กว่าจะมาให้คนไทยได้ใช้ก็มีขั้นตอนในการคัดกรองมากมาย และไม่ใช่ยาทุกตัวที่ใช้ไปนานๆ แล้วจะเกิดผลกระทบข้างเคียง ที่เราเห็นก็น้อยมากแต่เราก็มีความจำเป็นที่ต้องศึกษาและติดตามอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น บริษัทยาเองก็จะมีการติดตามผลการใช้ เพื่อมีการแจ้งเตือนกับทางโรงพยาบาลให้มีความระมัดระวังในการจ่ายยารักษาคนไข้”

งานหนักแค่ไหนต้องดูแลสุขภาพให้เท่ากัน

“ในเรื่องการดูแลสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะประสิทธิภาพในการคิดและตัดสินใจทำงานของเราอยู่ที่สุขภาพร่างกายของเราด้วย ส่วนตัววิธีการดูแลสุขภาพอย่างแรกคือ เรื่องของการนอน เราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะต้องนอนให้มากขึ้น เพราะแต่ก่อนนั้นเรานอนน้อยมาก

ทั้งที่จริงแล้วเรื่องการนอนนั้นสำคัญที่สุดเราต้องจัดสรรเวลาการนอนให้มากขึ้น ถ้าเราพักผ่อนดีเราจะมีสมองที่สดใสคิดอะไรออกได้มากขึ้น และสามารถทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเช่นเราเคยทำงาน 2 ชั่วโมงเสร็จ ถ้าเกิดวันไหนนอนพออาจจะเหลือแค่ชั่วโมงครึ่ง หรือชั่วโมงหนึ่งก็เสร็จแล้ว

การไปประชุมต่างๆ เราก็จะมีสมาธิเก็บข้อมูลได้มากขึ้น สามารถคิดไอเดียนำเสนอได้ดีกว่า

อีกอย่างหนึ่งเรื่องของการรับประทานยาและอาหารก็สำคัญ แต่เดี๋ยวนี้เราจะรับประทานอะไรก็ต้องหาข้อมูลให้ดี แม้กระทั่งการรับประทานยาหรือวิตามินที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่ที่จริงแล้วเราต้องเลือกเฉพาะสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นจริงๆ เพราะว่าอย่างการรับประทานยา แน่นอนว่ายาสามารถรักษาอาการใดอาการหนึ่งแต่อาจจะมีผลข้างเคียงได้

วิตามินเองก็เช่นกันที่จริงแล้ว ถ้าเกิดเรารับประทานอาหารครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ เราก็จะได้วิตามินค่อนข้างครบในทุกวัน ถ้าเกิดเราขาดจริงๆ แล้วก็ต้องดูว่าวิตามินตัวไหนที่เป็นตัวสำคัญ เพราะว่าวิตามินบางอย่างรับประทานแล้วอาจจะเกินความจำเป็นของร่างกายแล้วจะมีผลเสียตามมา ผลเสียอย่างแรกก็คือเสียเงิน เพราะว่าวิตามินนั้นราคาไม่ใช่ถูกๆ

การรับประทานวิตามินบางตัว ถ้ารับประทานอยู่ตัวเดียวอาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้านำไปรับประทานคู่กับยาหรืออาหารอื่นๆ มันอาจจะส่งผลกระทบข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับตัวเราได้ ดังนั้น ไม่แนะนำว่าให้ซื้อวิตามินมารับประทาน ถ้าไม่มีความจำเป็น การรับประทานยาหรือวิตามินก็ตามควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์และเภสัชกรจะเป็นการดีที่สุด ก่อนจะทำอะไรควรจะศึกษาข้อมูลศึกษาให้รอบคอบแน่ใจว่ามีความจำเป็นและดีกับเราจริงๆ”

ให้เกียรติผู้อื่นเพื่อความก้าวหน้าในงาน

“หลักคิดในการทำงานของตัวเองอย่างแรกเราจะต้องมีความเป็นเจ้าของงานที่เราทำ ไม่ว่าเราจะทำงานเป็นพนักงานบริษัทหรือเป็นเจ้าของกิจการ งานอะไรก็ตามที่อยู่ในมือเราต้องทำด้วยความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของงานชิ้นนั้น เป็นของตัวเราเองที่จะต้องดูแลและทำให้ดีที่สุด

หากมีปัญหาในงานแล้วคิดว่าเราสามารถแก้ไขได้เอง เพื่อให้งานออกมาดีก็ต้องแก้ไขไม่ต้องรอให้หัวหน้าลงมาช่วยแก้ปัญหา ถ้าเป็นงานที่ต้องติดต่อกับเพื่อนร่วมงานในแผนกอื่นได้รับทราบแล้วทำให้งานของเราเดินหน้าไปได้ด้วยดีก็ต้องทำในทันที มีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้งานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

ต่อมาคือ การเคารพให้เกียรติต่อหัวหน้า ความเคารพต่อเพื่อนร่วมงาน และความเคารพลูกน้องของเราเอง เพราะเราต้องรู้จักการเคารพคนอื่น หากเขามีข้อเสนอแนะเราจะต้องฟัง สมมติเราเป็นหัวหน้ามีลูกน้องเสนอความเห็นมาแล้ว เราจะคิดว่าลูกน้องเขาจะรู้ดีกว่าเราได้อย่างไรเราจะคิดแบบนั้นไม่ได้ เราจะต้องฟังเพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าร่วมกันในการทำงาน บางครั้งไอเดียที่ได้จากลูกพี่ลูกน้องอาจจะเป็นไอเดียที่มีประโยชน์

นอกจากเรื่องการให้เกียรติผู้อื่นแล้ว เราต้องพยายามเข้าใจในตัวผู้อื่นและปรับตัว เราต้องดูประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหลักมากกว่า สไตล์การทำงานของคน แล้วเลือกใช้คนให้ถูกกับงานที่ทำ พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาทำก็อาจจะเข้าใจในมุมมองอีกมุมหนึ่งว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เขาทำไปเพราะอะไร ถ้าเกิดมีความเข้าใจผิดเราคิดว่าไม่ดี ก็จะได้อธิบายสิ่งที่ถูกต้องในการทำงานให้เขาฟัง เพราะงานจะเดินได้อย่างราบรื่นเราต้องอธิบายงานให้กับลูกน้องของเราให้ชัดเจน ให้เขาเห็นภาพชัดเจนเป็นภาพเดียวกับเรา เพื่อให้เขาทำงานได้ตรงตามเป้าหมาย

ในขณะเดียวกันเราเองต้องพยายามปรับปรุงตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนอยู่ตลอด เราจะต้องหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง การทำงานน้องๆ ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ในที่ทำงานเดี๋ยวนี้เป็นเจนวาย เจนแซด หรือเจนมิลเลนเนียลกันหมดแล้ว เราจะต้องเข้าใจรูปแบบแนวคิดในการทำงานของเขารวมทั้งงานที่เราทำนับวันข้อมูลใหม่ๆ ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที เราจะต้องพยายามทำตัวเราเองให้ทันสมัยตลอดเวลา

เรื่องสุดท้ายในหลักการทำงานที่สำคัญมากก็คือ เรื่องของจรรยาบรรณเราต้องมีความคำนึงถึงความถูกต้องในความรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำและรับผิดชอบต่อสังคมด้วย”

‘คิง-พิเชษฐ์’ ระเบิดความเศร้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351722

‘คิง-พิเชษฐ์’ ระเบิดความเศร้า

‘คิง-พิเชษฐ์’ ระเบิดความเศร้า

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เห็นร่าเริงขนาดนี้ ใครจะไปคิดว่า…ศิลปินหนุ่มอารมณ์ดี “คิง-พิเชษฐ์ บัวขำ” จะมีดราม่าในชีวิตรักกับเขาด้วยเหมือนกัน พร้อมถ่ายทอดอย่างเต็มขั้นผ่านเพลงใหม่ ที่ทำกับ “พีชส์ มิวสิคโปรเจ็กต์” (Pitchs Music Project)ภายใต้ “ค่ายโมโนมิวสิค” ในเครือ โมโนกรุ๊ป โดยถือโอกาสอัดเสียงพร้อมถ่ายทำมิวสิกวีดีโอ เพลง “ภาพติดตา” ในคราวเดียวกัน ณ ไอโปอี้ สตูดิโอ ย่าน
นาคนิวาส

โดย คิง ออกปาก ค่อนข้างตื่นเต้นกับการได้กลับมาทำงานศิลปินอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ยังไงก็ขอสู้ตาย พร้อมตีแผ่เรื่องราวรักร้าวในอดีตผ่านเพลง ซึ่งพอทำนองขึ้น เสียงเปียโน-กีตาร์ ทำให้บรรยากาศดูเศร้าไปอีก พร้อมเป็นใจให้เจ้าของเพลง ค่อยๆ กดอารมณ์ให้เศร้าตามเพลง บวกเนื้อร้องเพลงรักอันแสนเจ็บปวด ก็ทำให้คิง ค่อยๆ ระเบิดความเศร้าที่มากับเพลงนี้อย่างช้าๆ และเริ่มอินกับเพลงมากขึ้นๆ ทีมงานสัมผัสอารมณ์รักที่ไม่สมหวังไปตามๆ กัน

Survival Wedding ซีรี่ส์โดนใจสาวโสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351726

Survival Wedding ซีรี่ส์โดนใจสาวโสด

Survival Wedding ซีรี่ส์โดนใจสาวโสด

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หากเป็นคุณ…คุณจะทำอย่างไรถ้าวันหนึ่งคุณตัดสินใจลาออกจากงานตอนอายุ 29 เพื่อมาแต่งงาน แต่แล้วจู่ๆคู่หมั้นคุณกลับนอกใจคุณและทิ้งคุณไป? คงไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคนี้ที่จะหางานดีๆสักงาน หรือหาผู้ชายดีๆ สักคนมาแต่งงานด้วย โดยเฉพาะสำหรับสาวที่ใกล้จะเข้าเลข30…. แต่สาว ซายากะ (นำแสดงโดย ฮารุ) กลับโชคร้ายที่เธอลาออกจากงานตอนอายุ 29 เพื่อมาแต่งงานกับคู่หมั้นของเธอ แต่งานแต่งต้องถูกล้มเลิกไปเมื่อคู่หมั้นของเธอแอบไปมีคนใหม่ ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่เธอได้รับข้อเสนอให้กลับมารับตำแหน่งเดิมได้จาก หัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังในญี่ปุ่น (รับบทโดย ยูซึเกะ อิเซยะ) แต่ทว่าเงื่อนไขของการได้กลับมาทำงานนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเธอจะต้องแต่งงานภายใน 6 เดือน หลังจากที่ได้รับตำแหน่ง และเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตจริงของเธอในการเสาะหาชายหนุ่มดีๆสักคนมาแต่งงานด้วยโดยเจ้านายของเธอได้ยื่นคำขาดว่า “ถ้าคุณไม่แต่งงานภายในหกเดือนนี้ คุณโดนไล่ออกแน่?!” เรื่องราวสนุกสนานชวนปวดหัวนี้ ช่อง GEM (ทรูวิชั่นส์244) หยิบมาให้ติดตามกันในซีรี่ส์แนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่อง Survival Wedding โดยออกอากาศในสัปดาห์เดียวกันกับที่ออกอากาศในประเทศญี่ปุ่น เริ่มตอนแรกในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้  (ออกอากาศทุกวันพุธ) เวลา 20.00 น.

‘กัสเบล’ โสดสตรอง ไม่เหงาขอเน้นทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351721

‘กัสเบล’ โสดสตรอง  ไม่เหงาขอเน้นทำงาน

‘กัสเบล’ โสดสตรอง ไม่เหงาขอเน้นทำงาน

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากจับปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด ช่อง 8 หนุ่มหน้าใส “กัสเบล-พีรกรโพธิ์ประเสริฐ” ก็มีงานละครป้อนต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง “พยัคฆา”“ซิ่นลายหงส์” ฯลฯ อีกทั้งล่าสุดยังหันมาเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อว่าร้าน “ย่างให้”  ที่ ตลาดนัดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนท์ พร้อมเปิดใจเรื่องสถานะหัวใจว่ามีใครสาวคนไหนจับจองแล้วหรือยัง

“สถานะของหัวใจ โสดแบบสตรองครับ (หัวเราะ)  ถามว่าเหงามั้ย ไม่เหงานะ เพราะผมมุ่งกับการทำงาน เรื่องธุรกิจ เลยไม่ได้มองหาความรักเท่าไหร่ คนที่อยู่รอบข้างผมสามารถทดแทนความรักที่ผมขาดหายไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องเลย ตอนนี้ยิ่งไม่มีเวลาคิด เพราะกำลังลุยเรื่องร้านย่างให้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ก็ผลตอบรับดีเลยครับก็สะดวก สบาย ทานง่าย มีหลากหลายน้ำจิ้มให้เลือกทาน ว่างๆ ก็แวะไปอุดหนุนได้ที่ ตลาดนัดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนท์
เปิดตั้งแต่ 17.00 -23.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ครับ” กัสเบลกล่าว

‘หนุ่ม กะลา’ ขึ้นเหนือ ช่วยเด็กด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351725

‘หนุ่ม กะลา’ ขึ้นเหนือ ช่วยเด็กด้อยโอกาส

‘หนุ่ม กะลา’ ขึ้นเหนือ ช่วยเด็กด้อยโอกาส

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะยังมีน้องๆที่ยังต้องการโอกาสทางการศึกษาอยู่อีกมาก หนุ่ม กะลา รีบเคลียร์คิวจัดคอนเสิร์ตการกุศล “Sing For Child โครงการพี่ร้องน้องยิ้ม”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทันที ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมนี้ ณ  ZPOTLIGHT  ชั้น G ZPELL @ FUTUREPARK ความสนุกจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เที่ยงวันเป็นต้นไป รายได้จากการบริจาคและการจำหน่ายของที่ระลึกโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้กับน้องๆผู้ด้อยโอกาสตามโรงเรียนทางภาคเหนือกว่า 20 โรงเรียน โดยหนุ่มเผยว่า
“การเตรียมงานตอนนี้มากกว่าครึ่งแล้วครับ งานจัดวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมนี้ครับ ศิลปินตอบรับมาเยอะแล้ว มีของที่ระลึกจัดจำหน่าย ทั้งเสื้อยืดและหมวก รายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เราบริจาคหมดเลยครับ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/singforchild ผมตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆ เคยคิดว่าจะทำเป็นมูลนิธิเลย อยากส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่ด้วย อยากให้“Sing For Child โครงการพี่ร้องน้องยิ้ม” เป็นโครงการของทุกคนครับ”

‘ไนกี้-แก้ว’จิ้นเฉพาะกิจ‘รักฉันสวรรค์จัดให้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351770

‘ไนกี้-แก้ว’จิ้นเฉพาะกิจ‘รักฉันสวรรค์จัดให้’

‘ไนกี้-แก้ว’จิ้นเฉพาะกิจ‘รักฉันสวรรค์จัดให้’

วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“รักฉันสวรรค์จัดให้” ละครโรแมนติก คอเมดี้ แฟนตาซีป้ายแดงจาก สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ผลิตโดย ค่ายเอพลัส โปรดักชั่น ได้เวลาลงจอ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 โดยมี ไนกี้-นิธิดลป้อมสุวรรณ ประกบคู่นางเอกสาว “แก้ว-จริญญาศิริมงคลสกุล” เป็นครั้งแรก ร่วมด้วย ไผ่-พาทิศพิสิฐกุล, เฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์, โบวี่-อัฐมาชีวนิชพันธ์, บอล-วิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง, เพ็ญพักตร์ศิริกุล, ทูน หิรัญทรัพย์, ดิลก ทองวัฒนา ฯลฯ และนักแสดงรับเชิญเพียบ อาทิ ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน, ฟลุค-จิระ ด่านบวรเกียรติ, มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ, กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์, บิ๊ก-ทองภูมิสิริพิพัฒน์, นาวิน เยาวพลกุล, เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร, อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม กำกับการแสดง จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์ บทประพันธ์และบทโทรทัศน์โดย กษิดินทร์ แสงวงศ์

 

ไนกี้-นิธิดล เผยว่า “เป็นเรื่องที่ 2 ที่ได้ร่วมงานกับช่อง 8 ผมรับบทเป็นเบ็น เป็นวิญญาณที่ความจำเสื่อม และได้มาเจอกับนางเอกซึ่งสามารถเห็นวิญญาณได้ เป็นละครแนวโรแมนติก แฟนตาซี ก็มีขึ้นสลิง เหาะเหิน ต่อสู้ ปล่อยพลังสู้กับวิญญาณร้ายต่างๆ สนุกครับ บทมีความสนุก นักแสดงรับเชิญเยอะมาก และแต่ละตอนก็จะมีความเข้มข้น ให้ผมกับนางเอกต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาอยู่ตลอด พลาดไม่ได้สักตอนครับ”

ด้าน แก้ว-จริญญา “เป็นการกลับมาร่วมงานกับบ้านเก่า ช่อง 8 อีกครั้ง ก็อบอุ่นเหมือนเดิม ในเรื่องรับบทเป็น มนัสวี เป็นนักข่าวผู้มีจิตใจมุ่งมั่น มองเห็นวิญญาณ แต่ไม่สามารถพูดคุยได้ มีเพียงวิญญาณของ “เบ็น” ที่สามารถสื่อสารกับเค้าได้ผ่านการกอด ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ต่างไปจากที่เคยเล่นมา ในกองมีแต่ความเฮฮา ครบรสเพราะ ดราม่า คอเมดี้ กุ๊กกิ๊ก คนดูต้องชอบแน่นอนค่ะ”

 

ไผ่-พาทิศ เสริมว่า “เป็นเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับช่อง 8 ก็ได้มาเจอเพื่อนใหม่ ประสบการณ์กับทีมงานใหม่ๆ แต่มีความเป็นมืออาชีพ และอบอุ่นมาก ในเรื่องรับบทเป็นร.ต.อ. อัคนี ผู้ดูแลคดีที่มนัสวีตามสืบอยู่ เราจะตกหลุมรักนางเอก แต่ต้องแย่งชิงหัวใจนางเอกกับวิญญาณของเบ็น เรื่องนี้จะมีความซับซ้อนบทและตัวละครทุกตัวจะมีมุมที่ทำให้คนดูมองไม่ออกว่า ดีหรือร้าย ต้องดูทุกตอน สนุกแน่นอนครับ”

 

อดีตนักร้อง’เม จีระนันท์’ศัลยกรรมหน้าอกพลาดติดเชื้อรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351765

อดีตนักร้อง'เม จีระนันท์'ศัลยกรรมหน้าอกพลาดติดเชื้อรุนแรง

อดีตนักร้อง’เม จีระนันท์’ศัลยกรรมหน้าอกพลาดติดเชื้อรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 16.30 น.

อดีตดาราเด็กและนักร้อง “เม” จีระนันท์ กิจประสาน เจ้าของเพลงดัง “นอนไม่หลับ ถ้าไม่กลับพร้อมเธอ” และ “คนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน” โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย หลงเชื่อคำโฆษณาไปศัลยกรรมหน้าอกที่เกาหลี แต่ผิดพลาดติดเชื้อในกระแสเลือด จนอาการโคม่าเฉียดตาย ย้ำควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

น.ส.จีระนันท์ กิจประสาน หรือ “เม จีระนันท์” อดีตดาราเด็ก ก่อนผันตัวเองมาเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ป “วีวี่โค” กระทั่งเป็นสาวออกอัลบั้มเดี่ยวกับค่ายดัง เจ้าของเพลงฮิต “นอนไม่หลับ ถ้าไม่กลับพร้อมเธอ” และ “คนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน” เปิดใจผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังตัดสินใจจ่ายเงิน 800,000 บาท ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ประเทศเกาหลี โดยติดต่อผ่านเอเย่นต์แห่งหนึ่งในไทย เพราะหลงเชื่อคำโฆษณาและการรีวิวจากบุคคลที่มีชื่อเสียง นัดหมายทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เกาหลี เมื่อช่วงปลายปี 2560 แต่ผลการผ่าตัดผิดพลาด ทำให้มีเลือดออกมากผิดปกติ แต่ทางโรงพยาบาลกลับปกปิดข้อเท็จจริง ทั้งยังให้หิ้วถุงระบายเลือดขึ้นเครื่องบินกลับมาพักรักษาตัวต่อที่ประเทศไทย โดยหมอผู้ทำศัลยกรรมนัดถอดสายระบายเลือดที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสาขาของทางโรงพยาบาลในประเทศไทย

ระหว่างการรักษาตัวในไทย อาการไม่ดีขึ้น แต่แพทย์ก็ยังยืนยันว่า เป็นอาการปกติของคนที่เพิ่งทำศัลยกรรมมา ภายหลังตรวจพบว่าตัวเองติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง เป็นเชื้อที่ชื่อ Pseudomonas Aeruginosa ซึ่งพบได้ในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเท่านั้น อาการเข้าขั้นโคม่า ไข้ขึ้นสูง มีหนองทะลักออกจากแผลบริเวณใต้รักแร้ มีโอกาสรอดเพียง 10% ต้องอยู่ห้องไอซียู และเข้ารับการผ่าตัดอีก 3 ครั้ง เพื่อเอาซิลิโคนออกโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็ทำให้ได้รู้ว่า แพทย์โรงพยาบาลนี้พยายามปกปิดการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาดครั้งนี้ จึงต้องการโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ศึกษาข้อมูลให้ดี อย่าหลงเชื่อคำรีวิว หรือคำโฆษณาจากผู้มีชื่อเสียง

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (15 ก.ค.) น้องเมโพสต์คลิปที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 20 ม.ค.61 ระบุว่า“คุณแม่ตัดสินใจย้ายเมมารักษาตัวต่อที่ รพ.ในไทย แห่งที่ 2 เมได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง 4 ท่านทางด้านการติดเชื้อ ศัลยกรรม ปอด และกายภาพ ในคลิปนี้ เมเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด เมได้รับการผ่าตัดอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 เพื่อล้างเอาหนองออกให้หมด ขอบคุณหมอทุกท่าน พี่ๆ พยาบาล รพ.ไทยทั้ง 2 แห่ง ที่ดูแลรักษา ช่วยชีวิตเมไว้นะคะ”

สวีท!’ป๊อก’ควง’มาร์กี้’เติมหวาน แชะภาพท่ามกลางธรรมชาติที่สวิตเซอร์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351763

สวีท!'ป๊อก'ควง'มาร์กี้'เติมหวาน แชะภาพท่ามกลางธรรมชาติที่สวิตเซอร์แลนด์

สวีท!’ป๊อก’ควง’มาร์กี้’เติมหวาน แชะภาพท่ามกลางธรรมชาติที่สวิตเซอร์แลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 16.25 น.

15 ก.ค.61 เป็นคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ใครๆ ก็อิจฉา สำหรับ “ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” และนางเอกสาว “มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า” ที่ล่าสุดได้ควงคู่กันไปรับความหนาวเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนที่มีธรรมชาติแสนสวย มียอดเขาสูงเทียมฟ้าปกคลุมด้วยหิมะสีขาว เรียกว่าบรรยากาสุดแสนโรแมนติกเลยทีเดียว

โดยทริปนี้ไปได้ควงกันไปเที่ยวแค่ 2 คน แต่ยังมีเพื่อนซี้อย่าง สาว “แพง ภิชาภัช มหาทิตยากุล” และหนุ่ม “ไอซ์ พิชพงศ์ โสมกุล” ไปด้วย

‘โฟร์ ศกลรัตน์’อวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินี เล่นน้ำคลายร้อนที่ริมทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351741

'โฟร์ ศกลรัตน์'อวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินี เล่นน้ำคลายร้อนที่ริมทะเล

‘โฟร์ ศกลรัตน์’อวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินี เล่นน้ำคลายร้อนที่ริมทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 15.26 น.

15 ก.ค.61 ทำอุณหภูมิรอบด้านร้อนขึ้นเท่าตัว เมื่อดาราสาวไซส์มินิ “โฟร์ ศกลรัตน์” สลัดผ้าอวดความเซ็กซี่ในชุดว่าย ขณะไปเที่ยวทะเลหัวหิน โดยเจ้าตัวยังได้โพสท่าเก๋ๆ ในชุดบิกินีสีสันสดใสเห็นแล้วซี้ดซ้าด แชะภาพลงอินสตาแกรมให้ได้ชมกัน รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน