‘ตั๊ก บงกช’หิ้วหนัง เตรียมบินต่อ นิวยอร์ก-เกาหลีใต้ หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากเทศกาลหนังที่ เซี่ยงไฮ้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347021

'ตั๊ก บงกช'หิ้วหนัง เตรียมบินต่อ นิวยอร์ก-เกาหลีใต้  หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากเทศกาลหนังที่ เซี่ยงไฮ้

‘ตั๊ก บงกช’หิ้วหนัง เตรียมบินต่อ นิวยอร์ก-เกาหลีใต้ หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากเทศกาลหนังที่ เซี่ยงไฮ้

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.13 น.

ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล ในฐานะ ผู้บริหาร บริษัท พ้อยท์ อัพ ฟิล์มส์ จำกัด และผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงไทยเพียงคนเดียว ที่ถูกเชิญร่วมเดินพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 21 (Shanghai International Film Festival 2018) ที่ผ่านมา เตรียมตัวบินต่อไปยังเทศกาลภาพยนตร์ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และ เกาหลีใต้ ในเดือนกรกฎาคมนี้

เรียกได้ว่าเป็นปีทองสำหรับเธอจริง ๆ หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” ผลงานการกำกับของ ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล ได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาล Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 20 ที่ประเทศ อิตาลี และชิงรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดได้ไปอวดสายตาชาวโลกอีกครั้งในงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 21 (Shanghai International Film Festival 2018) โดยการนำภาพยนตร์ “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย”  ร่วมฉายถึง 3 รอบ ในสายอินเตอร์เนชั่นแนล, พาโนราม่า และ Thai Film Week ซึ่งได้รับความสนใจจากคนดูชาวจีนคับคั่ง พร้อมกันนี้ ตั๊ก บงกช ยังได้เข้าร่วมพิธีเปิดคูหาประเทศไทย ในงาน Film Market  ณ  Shanghai Exiibition Centre และร่วมพิธีเปิดงานสัปดาห์ภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 8 ที่จัดโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย์ และสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ณ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ระดับโลก ที่มีผู้กำกับ นักแสดง ในวงการภาพยนตร์ สื่อมวลชนทั้งจากจีนและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวน

นอกจากนี้ความสำเร็จของ ตั๊ก–บงกช เบญจรงคกุล ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น  ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 จะนำ “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” ไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival 2018 และ วันที่19 กรกฎาคม 2561 นำภาพยนตร์เข้าประกวดใน เทศกาลภาพยนตร์ Bucheon International Fantastic Film Festival 2018 ที่เมืองปูชอน เกาหลีใต้ โดยเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวที่เข้าสายประกวดหลักกับภาพยนตร์อีก 11 เรื่องจากทั่วโลกอีกด้วย

‘กัน-นภัทร’นำทีมผู้โชคดีKIN Group ท่องเที่ยวยุโรป‘เยอรมัน-เชค-ออสเตรีย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347020

‘กัน-นภัทร’นำทีมผู้โชคดีKIN Group ท่องเที่ยวยุโรป‘เยอรมัน-เชค-ออสเตรีย’

‘กัน-นภัทร’นำทีมผู้โชคดีKIN Group ท่องเที่ยวยุโรป‘เยอรมัน-เชค-ออสเตรีย’

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.09 น.

KIN Group  โดย คุณนิรัตน์ ตรีวิชาพรรณ และ คุณพจนาลัย บุญขันธ์ กรรมการผู้จัดการ  จัด แคมเปญ KIN Fest Trip to EUROPE with THAT GUY ตอบแทนลูกค้า ที่ใช้บริการร้านอาหารในเครือ KIN Groupมอบรางวัลแพ็คเกจทัวร์ยุโรป ประเทศ เยอรมัน เชค ออสเตรีย 10 วัน 7 คืน   กับนักร้องหนุ่ม กันนภัทร อินทร์ใจเอื้อ

เปิดทริปกันที่ตัวเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ ศูนย์กลางความเจริญทางเทคโนโลยี  แวะชม บีเอ็มดับบลิว เวิลด์ โชว์รูมแห่งใหม่ที่ทันสมัย แล้วไปเที่ยวจตุรัสมาเรียนพลัสซ์ ทะเลสาบเซนต์วูล์ฟกัง เมืองเซนต์วูล์ฟกัง ในหุบเขาริมทะเลสาบวูล์ฟกัง

จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองฮอลตัท เมืองโรแมนติคริมฝั่งทะเล เมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมืองซาลบวร์ก ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมเก่าแก่และมีเสน่ห์ตั้งอยู่บนเนินเขาและเป็นฉากสวยๆ ภาพยนตร์ชื่อดัง “The Sound of Music” แล้วพาท่องเที่ยวไปที่ กรุงเวียนนา พระราชวังเซรินน์บรุนน์  อนุสาวรีย์ฮันสเตร้าส์-จูเนียร์   วิหารเซนต์สเตฟาน เวียนนาวูด หมู่บ้านกรินซิ่ง เอสตาร์กอม กรุงบราติสลาว่า ชมกรุงปราก สะพานชาร์ลส์ ย่านเมืองเก่าแห่งกรุงปราก หอนาฬิกาดาราศาสตร์ เชสกี้ครุมลอฟ ปราสาทครุมลอฟ  จตุรัสโรเมอร์

นอกจากนี้ผู้โชคดียังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ และร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับ กัน-นภัทร ตลอดทั้งทริปด้วยความประทับใจ

‘Zeal’ใช้เพลงพลิกชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง จำลองเวทีคอนเสิร์ตจัดเซอร์ไพรส์ถึงบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347019

'Zeal'ใช้เพลงพลิกชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง จำลองเวทีคอนเสิร์ตจัดเซอร์ไพรส์ถึงบ้าน

‘Zeal’ใช้เพลงพลิกชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง จำลองเวทีคอนเสิร์ตจัดเซอร์ไพรส์ถึงบ้าน

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.04 น.

“เพลงของพวกเราที่ทำกันมา15ปี หากแม้มันมีความหมายกับชีวิตใครสักคน นั่นคือเพลงของเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว….” ประโยคที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกของZeal(ซีล)วงร็อกคุณภาพที่เดินทางบนถนนสายดนตรีมา15ปี และประโยคนี้เองคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสุดซึ้งในมิวสิกวิดีโอเพลง Promise (ฉันสัญญา)”

เชื่อหรือไม่ว่า..นี่คือเรื่องราวความประทับที่จะต้องอยู่ในความรู้สึกของคนๆหนึ่งไปตลอดชีวิต แต่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นมิวสิกวิดีโอนี้เพียงแค่4นาที

“คุณกุ้ง-ศรีสุดา สกุลเชื้อ” แฟนเพลงวงซีลที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองระยะที่3 ด้วยขนาดชิ้นเนื้องอกที่มีขนาด7เซ็นติเมตร ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของเธอ และในวันที่มีผลต่อการตัดสินชีวิตของคุณกุ้งมากที่สุดก็มาถึง

เช้าวันที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง…หลายความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในความคิด ทั้งความกลัว ความกังวล ความทรมานจากเนื้อร้ายคุณกุ้งกลับเลือกทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนนั่นคือการส่งไดเร็คเมสเสจหาศิลปินที่เธอชื่นชอบ “เป๊กซ์-ปราชญ์ พงษ์ไชย” (นักร้องนำวงZeal) เพียงแค่อยากจะบอกว่า “เธอกำลังจะเข้าห้องผ่าตัด ไม่รู้ว่าผลผ่าตัดจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งเธอจะมีโอกาสได้ฟื้นขึ้นมาอีกไหม และเธอคงไม่มีโอกาสได้ไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ที่รอมานาน”  โดยไม่ได้คาดหวังว่าข้อความสั้นๆของเธอจะได้รับการตอบกลับมา

จากกำลังใจที่ริบหรี่กลับพองโตเมื่อมีข้อความตอบกลับมาจาก  “เป๊กซ์” และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา“เป๊กซ์”ก็ไปส่งกำลังใจถึงขอบเตียง…จนกระทั่งผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่คุณกุ้งยังคงต้องได้รับการทำคีโมอย่างต่อเนื่อง

และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของมิวสิกวิดีโอ Promise(ฉันสัญญา) ที่วงZealต้องการไปส่งกำลังใจและไปเล่นคอนเสิร์ตให้ “คุณกุ้ง”ดูถึงบ้าน จ.ระยอง

“ เพลงPromise(ฉันสัญญา)เป็นเพลงที่แทนคำขอบคุณจากพวกเราตลอดการเดินทางกว่า 15ปีครับ ขอบคุณที่ยังรักและคอยดูแลพวกเราทำให้พวกเราเดินทางมาได้ไกลจนถึงทุกวันนี้ เราอยากจะขอบคุณและเป็นการให้สัญญากันว่าหลังจากนี้เราจะตอบแทนทุกคนด้วยความรักเหมือนกัน

เราเลือกโลเคชั่นถ่ายทำเอ็มวีนี้ที่ลานหินสีชมพูนะครับ เป็นสถานที่อันซีนที่ทำการโปรโมทมาได้แค่2ปี หลายคนอาจจะยังไม่เคยขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศบนนี้นะครับ และอีกเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกมาที่นี่เพราะว่าเราต้องการมาเซอร์ไพรส์น้องกุ้ง น้องกุ้งเรารู้จักกันเพราะว่ามีวันหนึ่งน้องกุ้งไดเร็คเมสเสจหาผมบอกว่าในตอนเย็นวันนี้เขากำลังเข้าห้องผ่าตัด เขาอยากได้กำลังใจ ถ้าเขาผ่าตัดแล้วเขาฟื้นขึ้นมาเขาจะไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ ผมก็เลยถามว่าน้องเขาอยู่รพ.ไหนอยากไปเยี่ยม ผมก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมน้องเขาตอนช่วงสายๆของวันนั้นก่อนที่เขาจะผ่าตัด ไปให้กำลังใจและถ่ายรูปกัน

หลังจากนั้นน้องกุ้งเขาก็ติดต่อกลับมาว่าเขาฟื้นตัวแล้วนะ ซึ่งการที่เขาฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ผมดีใจมาก เพราะว่าการผ่าตัดสมองการเอาเนื้องอกขนาด7เซนติเมตรออกไปมันค่อนข้างเสี่ยงมาก สิ่งที่เขาผ่าตัดออกไปมันเป็นเนื้อร้ายซึ่งต้องทำการรักษาตัวต่ออีกซึ่งทำให้เขาไม่สามารถไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเราได้

วงซีลจึงยกคอนเสิร์ตมาทำเซอร์ไพรส์ให้น้องเขา โดยการเล่นเพลงใหม่ของพวกเราเพลงpromiseมาเล่นให้น้องเขาฟังคนแรก อยากให้น้องรู้สึกว่ายังมีพวกเรานะที่ยังคอยให้กำลังใจกันและกันอยู่”

ทางด้านครอบครัวของน้องกุ้ง ก็ได้เผยถึงความรู้สึกว่า “ศิลปินอย่างวงซีลเนี่ยไม่ได้ให้แค่ความบันเทิง แต่เขาต่อลมหายใจและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวเราด้วย เราไม่ได้เป็นแฟนคลับตัวยงอะไรด้วย เราเป็นแค่แฟนเพลงที่ฟังเพลงเขา ร้องเพลงเขาเป็น ก่อนเข้าห้องผ่าตัดเนี่ย สำหรับคนที่เป็นมะเร็งสมองโอกาสรอดแทบไม่มี เขาอยากทำอะไรเขาก็ทำ โดยที่ไม่ได้คาดหวังเลย เขาแค่ทักไปในไอจี ไม่คิดไม่ฝันว่าจะตอบกลับ และไม่ใช่แค่ตอบด้วยเขากลับมาเยี่ยมมาให้กำลังใจที่โรงพยาบาลเลย ตอนแรกที่เจอผม(สามี)น้ำตาไหลเลย ไม่คิดว่าเขาจะมาจริงๆ

หลังจากที่เขาได้กำลังใจจากเป๊กซ์ทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้น  โรคบ้างโรคมันไม่ใช่แค่ร่างกายพร้อมแล้วจะสู้กับโรคได้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากผ่าตัดพี่เป๊กซ์บอกว่าจะมาเยี่ยมที่บ้าน ซึ่งบ้านอยู่ระยอง เราไม่คิดว่าเขาจะมาจริงๆอีกนั่นแหล่ะ แต่เขามาจริงๆนะมาทั้งวงเลย มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งดีใจ ตกใจ ครอบครัวเราอยากไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ของเขา แต่ไปดูไม่ได้เพราะความไม่พร้อมในหลายๆอย่าง เรายังต้องทำคีโม เรายังต้องฉายแสงทุกวัน แต่วันนี้วงซีลมาเล่นให้ดูถึงบ้านเลย ขอบคุณทีมงานและขอบคุณวงซีลขอบคุณมากจริงๆ

ความรู้สึกหนึ่งที่อยากบอกกับเป๊กซ์กับวงซีลคือ เขาไม่ใช่แค่ศิลปินที่เราชื่นชอบอีกต่อไปแล้ว เขามาไกลกว่านั้น เขาคือครอบครัวของเรา เราเป็นแค่คนป่วยคนหนึ่งที่ชอบในความสามารถในผลงานของเขา แต่เขากลับหยิบยื่นสิ่งที่มีค่ามากมายให้เราขนาดนี้ ขอบคุณมากจริงๆครับ” สามารถติดตามมิวสิกวิดีโอ “Promise(ฉันสัญญา)” ได้ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 17.00 น. ทางYoutube channel : Merecordslabel หรือhttps://youtu.be/j8URq74qNts

ดราม่าหนัก!! ‘นัท มาลิสา’อินจัด ถ่ายเอ็มวี’คนคั่นเวลา’เศร้าสุดในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347017

ดราม่าหนัก!! 'นัท มาลิสา'อินจัด ถ่ายเอ็มวี'คนคั่นเวลา'เศร้าสุดในชีวิต

ดราม่าหนัก!! ‘นัท มาลิสา’อินจัด ถ่ายเอ็มวี’คนคั่นเวลา’เศร้าสุดในชีวิต

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.01 น.

ถึงคิวศิลปิน นัท มาลิสา จากค่าย ยุ้งข้าว เรคคอร์ด กลับมาโกยคะแนนเอาใจแฟนคลับกับซิงเกิ้ลเรียกน้ำตาในชื่อเพลง “คนคั่นเวลา” ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย อ.บอย เขมราฐ เรียบเรียงโดย อ.มาร์ค ใบเตย โดยซิงเกิ้ลนี้ นัท มาลิสา ขอปรับโหมดสลัดมาดขี้เล่นมาสายดราม่าจัดหนัก เค้นอารมณ์เศร้าสะเทือนใจสุดๆในชีวิต

ซึ่งเอ็มวีเพลง “คนคั่นเวลา” ยกกองไปถ่ายทำที่ ชมเฌย จ.นนทบุรี พร้อมเนรมิตบรรยากาศย้อนยุค โดยนัท เปิดใจว่า “เพลง ‘คนคั่นเวลา’ เป็นซิงเกิ้ลเพลงที่เศร้าที่สุดในชีวิต ทำให้นัทต้องทำการบ้านหนักมาก วันเข้าห้องอัดถึงกับไมเกรนขึ้นเลย เพราะต้องทำอารมณ์ให้เข้าถึงเนื้อเพลง เพื่อจะได้สื่อสารเรื่องราวของเพลงออกไปให้ผู้ฟังได้เข้าใจถึงความเจ็บปวดเพราะรัก ส่วนการถ่ายทำเอ็มวี ทุกคนจะได้เห็นนัทในลุคแบบย้อนยุคแปลกตา รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ แต่ที่ยากสุดคงเป็นซีนอารมณ์ เพราะทุกๆเพลงที่ผ่านมาของนัทจะเป็นเพลงสุขสมหวัง พอมาเพลงนี้คือเศร้ามากถึงมากที่สุดมันเลยยากมากถึงมากที่สุด 555 ต้องขอบคุณพี่ๆทีมงานที่ช่วยบิ้วจนทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ฝากติดตามซิงเกิ้ลเพลง ‘คนคั่นเวลา’ หวังว่าจะถูกใจและรักในเพลงนี้เหมือนที่นัทรักนะคะ”

ติดตามชมเอ็มวีเพลง “คนคั่นเวลา” ของ นัท มาลิสา ก่อนใครทาง YouTube และ facebook fanpage –  ยุ้งข้าว เรคคอร์ด,  โหลดเสียงรอสาย กด *494176

‘สตีเว่น มิลเลอร์’สานต่อความมัน ในหนังแหกคุกสุดไฮเทค’เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347016

'สตีเว่น มิลเลอร์'สานต่อความมัน ในหนังแหกคุกสุดไฮเทค'เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2'

‘สตีเว่น มิลเลอร์’สานต่อความมัน ในหนังแหกคุกสุดไฮเทค’เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2’

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 12.00 น.

หลังจากที่ “เรย์ เบลสลิน” (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) หาทางหนีออกจากคุกที่ชื่อว่า “เดอะทูม” เขาได้จัดตั้งองค์กรเพื่อคัดเลือกกองกำลังรักษาความปลอดภัยระดับสูง แต่ทว่าเมื่อหนึ่งในทีมของเขาหายตัวไปในคุกที่เรียกว่า “เฮดีส” เรย์ เบรสลิน จึงต้องเดินทางไปยังคุกลับแห่งนี้เพื่อช่วยเพื่อนของเขา ร่วมกับ เดฟ เบาทิสต้า คนสนิทของเบรสลิน และการกลับมาของ “เคอร์ติส แจ็คสัน” ในบทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ ใน “แหกคุกมหาประลัย 2” (Escape Plan 2: Hades – เอสเคปแพลน 2 เฮดีส) ผลงานกำกับโดย สตีฟ ซี. มิลเลอร์ (Extraction, Marauders) เขียนบทโดย ไมลส์ แชปแมน (แหกคุกมหาประลัย – Escape Plan)

ซึ่ง สตีฟเว่น มิลเลอร์ (สตีฟ ซี. มิลเลอร์) ผู้กำกับของเรื่องเผยว่า “ผมสนุกกับ เอสเคปแพลน (Escape Plan) ภาคแรกมากจริง ๆ มันทำให้ผมนึกถึงหนังแอ็คชั่นยุค 90 ซึ่งผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ตอนที่โปรดิวเซอร์ถามว่าผมสนใจทำภาคต่อไหม ผมคิดว่ามันหมดยุคหนัง90 แล้ว ผมจะทำอะไรให้มันทันสมัยขึ้น และนั่นจึงเป็นที่มาของคุกเฮดีสที่มีความรู้สึกกึ่งมีมิติ เปลี่ยนความจำเจเดิมๆ ผมชอบหนังไซไฟ และผมก็โตมากับการดูหนังเหล่านั้น ทำให้ผมอยากเห็น เอสเคปแพลน 2 (Escape Plan 2) ในแบบนั้น ผมคิดว่ามันคงสนุกถ้าเราทำรูปแบบไซไฟเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งทำให้มันแตกต่างคนละขั้วกับภาคแรก”

“ในการออกแบบคุกผมใช้เวลานับไม่ถ้วนร่วมกับ นิโค วิไลวงศ์ ซึ่งเป็นโปรดักชั่น ดีไซเนอร์ ในการหารูปแบบของคุก เราคิดรูปแบบไว้เยอะมากว่า เฮดีส จะเป็นยังไง มันควรดูแล้วเป็นแบบไหน ทำให้เป็นเหมือนสวนสัตว์ได้ยังไง เราทำแบบจำลองของเฮดีสมาวางไว้บนเวที เพื่อเราจะได้เปลี่ยนแปลงดีไซน์ของเฮดีสได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความท้าทายของตัวละครด้วย เราสามารถเคลื่อนย้ายกำแพง เอากำแพงออก และให้ได้มุมกล้องที่ไม่คิดว่าจะได้ได้ด้วย” สตีเว่น มิลเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมลุ้นเอาใจช่วย “เรย์ เบรสลิน” ให้สามารถช่วยเหลือทีมงานให้รอดกลับออกมาจากคุกมหาประลัยแห่งนี้ให้ได้ ใน แหกคุกมหาประลัย 2” (Escape Plan 2: Hades – เอสเคปแพลน 2 เฮดีส) วันนี้ในโรงภาพยนตร์

‘นนท์’สุดเจ๋ง!!คว้าแชมป์ The Mask Singer ซีซั่น 4 ภายใต้หน้ากากเป็ดน้อย ถอดแว่นลุยเพลงใหม่ ‘มีผลต่อหัวใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347013

'นนท์'สุดเจ๋ง!!คว้าแชมป์ The Mask Singer ซีซั่น 4 ภายใต้หน้ากากเป็ดน้อย ถอดแว่นลุยเพลงใหม่ 'มีผลต่อหัวใจ'

‘นนท์’สุดเจ๋ง!!คว้าแชมป์ The Mask Singer ซีซั่น 4 ภายใต้หน้ากากเป็ดน้อย ถอดแว่นลุยเพลงใหม่ ‘มีผลต่อหัวใจ’

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.55 น.

สำหรับนักร้องที่มีเอกลักษณ์ทางความสูงที่มาพร้อมแฟชั่น บวกกับเสียงร้องที่ดึงดูดแฟน ๆ สำหรับ นนท์-ธนนท์ จำเริญ ศิลปินจากค่าย I am (ไอ แอม) เจ้าของแชมป์เวที The Voice ซีซั่น 1 หลังจากส่งเพลง “ฝืนตัวเองไม่เป็น”  ถูกใจแฟน ๆ ส่งผลให้เพลงติดชาร์ตทั่วประเทศกันแล้ว วันนี้กลับมาอีกครั้งกับการคว้าแชมป์เวที The Mask Singer ซีซั่น 4 ที่มอบเสียงเพลงเพราะ ๆ ภายใต้หน้ากากเป็นน้อยให้แฟน ๆ ได้อินไปกับทุกเพลงที่หนุ่ม “นนท์” ตั้งใจเต็มที่มามอบให้แฟน ๆ จนคว้าแชมป์ที่ 2 มาครอง และล่าสุดนอกจากถอดหน้ากากแล้ว เจ้าตัวขอเปลี่ยนลุคถอดแว่นตาคู่ใจ มาให้แฟน ๆ ได้เซอร์ไพร์สในเพลงซิงเกิ้ลใหม่ “มีผลต่อหัวใจ” เพลงช้าจี้จุด เนื้อหาโดนที่อาจทำให้ใครหลายคนจุกอก สำหรับใครหลาย ๆ คนที่เชื่อว่าตัวเองทำใจกับรักครั้งเก่าได้ แต่วันนึงได้ยินเรื่องราวของเขา แม้เพียงนิดเดียวความรู้สึกต่าง ๆ ก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง เรียกว่ายัง “มีผลต่อหัวใจ”  ​งานนี้นอกจากเนื้อหาจะบาดหัวใจแล้ว ดนตรี การร้องที่ดีไซน์สไตล์ R&B ในแบบ “นนท์” ซึ่งยิ่งทำให้เพลงนี้ ออกมามีความเท่บวกกับมีชั้นเชิงทั้งแนวดนตรีและเนื้อหาเพลงที่ลงตัวเอามาก ๆ รายละเอียดความพิเศษที่แตกต่างจากทุกเพลงยังไง  ไปฟังเจ้าตัวเล่ากันเลย

“ครับ ก็ต้องขอบคุณแฟน ๆ ที่ชื่นชอบเพลงที่ผ่านมา “ฝืนตัวเองไม่เป็น” ถือว่าประสบความสำเร็จมาก อยู่ในชาร์ตที่นานมากและได้รางวัลด้วย ​ขอบคุณจากใจจริงที่ให้การตอบรับอบอุ่น กับทุกๆ เพลงของ “นนท์” ครับ รวมถึงแฟน ๆ หน้ากากเป็ดน้อยด้วย ที่หลาย ๆ คนสงสัยกันใช่หรือป่าว (ยิ้ม) ก็ขอบคุณมาก ๆ ทุก ๆ เพลงที่ร้องหลายแนวเพลงไทย สากล ลูกทุ่ง ผมตั้งใจอยากมอบให้คนฟังคนดู ได้เห็นความหลากหลายในแนวเพลง ใช้ความตั้งใจฝึกฝนที่อยากให้ทุกคนชอบอินไปด้วยกัน และก็ขอบคุณมากๆ ครับ จบรายการซีซั่นนี้แล้ว ก็อยากฝากทุก ๆ ผลงานของผมให้ได้ติดตามต่อ ๆ ไปด้วย ที่สำคัญวันนี้มีซิ้งเกิ้ลใหม่เพลง “มีผลต่อหัวใจ”​ ก็เหมือนเป็นภาคต่อจากเพลงที่แล้ว ที่ยังรู้สึกเหมือนเดิม แต่วันนี้ฉันยอมรับแล้ว ว่าเมื่อฉันเจอเธออีกครั้ง แม้จะเวลาที่เราห่างกัน มันจะนานขนาดไหน เราคิดว่าเราทำใจได้เวลาอาจจะช่วยรักษาหัวใจให้ลืมได้ ลองเปลี่ยนตัวเองใหม่เริ่มต้นใหม่ แต่แค่ได้ยินเรื่องราวของเธอ มันไม่เปลี่ยนไปเลย ความรู้สึกเรายังเหมือนเดิม ก็ยอมรับครับ เป็นผู้แพ้(ยิ้ม)  เพราะเธอยัง “มีผลต่อหัวใจ” ลึกๆ เรายังรอเธอ ผมเชื่อว่าหลายๆ คน เยอะเลยล่ะ ที่ยังมีอาการแบบนี้ น้อยคนที่จะเข้าใจความรู้สึกเรา ส่วนตัวผมอยากให้เพลงนี้เป็นเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกของทุกคนสำหรับใครคนนั้นที่ยังคง “มีผลต่อหัวใจ” ​ของคุณ สุดท้ายก็ฝืนตัวเองไม่ได้ ต้องยอมแพ้ให้กับหัวใจของตัวเองที่ยังรัก และรอคอยเค้าคนนั้นเสมอมา ซึ่งเพลง “มีผลต่อหัวใจ” ก็ได้โปรดิวเซอร์พี่ “แม็ค ศรัณย์”  พร้อมทั้งแต่งเพลงนี้ ส่วนแนวเพลงเป็นแบบ Modern Vintage ซึ่งพี่ “แม็ค” มีไอเดียที่อยากดึง sound vintage ที่สวยงามและมีเสน่ห์เฉพาะในแต่ละเครื่องดนตรีมาผสมผสานในแบบ Modern ให้มีความร่วมสมัย  ที่ตั้งใจอยากมอบให้แฟน ๆ และเชื่อว่าน่าจะโดนใจหลายๆ คน และที่พิเศษอย่างลุคก็ปกติจะเห็นผมใส่แว่นเป็นคาแร็กเตอร์ประจำตัว วันนี้ก็ลองถอดแว่นเปลี่ยนลุคเรามาจ้องตากันชัด ๆ (ยิ้ม) สุดท้ายฝากติดตามหรือถ้าชื่นชอบสามารถ ติดตามฟังได้ทาง Joox หรือดาว์นโหลดเพลงนี้ *492 244 203 ที่สำคัญมิวสิควีดีโอ ชมพร้อมกันทั่วประเทศ 29 มิถุนายนนี้ ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้กันด้วย ขอบคุณมาก ๆ ครับ”

‘ศรีไศล’ชวนศิลปินรับเชิญ’นภ พรชำนิ-แสตมป์’ซ้อมคอนเสิร์ตการกุศล’ชั่วฟ้าดินสลาย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347012

'ศรีไศล'ชวนศิลปินรับเชิญ'นภ พรชำนิ-แสตมป์'ซ้อมคอนเสิร์ตการกุศล'ชั่วฟ้าดินสลาย'

‘ศรีไศล’ชวนศิลปินรับเชิญ’นภ พรชำนิ-แสตมป์’ซ้อมคอนเสิร์ตการกุศล’ชั่วฟ้าดินสลาย’

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.52 น.

คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ ชวนศิลปินรับเชิญ นภ พรชำนิ และ แสตมป์ – อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข  ฟิตซ้อมร่วมกับวงดุริยางค์ราชนาวี ที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ เมื่อวันก่อน เพื่อ คอนเสิร์ตการกุศล“ชั่วฟ้าดินสลาย” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 รอบเวลา 13.00 – 15.30 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดย รายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะมอบให้ ศูนย์โรคหัวใจ  โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ยากไร้ และพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางด้านโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมี กบ – ทรงสิทธิ์  รุ่งนพคุณศรี, เท่ห์ –  อุเทน พรหมมินทร์, บอย พีซเมกเกอร์ ที่มาเป็นแขกรับเชิญร่วมเวที คอนเสิร์ตการกุศล  “ชั่วฟ้าดินสลาย”  อีกด้วย

คอนเสิร์ตการกุศล  “ชั่วฟ้าดินสลาย”   จำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร. 0-2262- 3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 3,500, 3,000 และ 2,500 บาท

 

‘สหมงคลฟิล์มฯ’เผยภาพโปสเตอร์แรก’ขุนพันธ์2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347009

'สหมงคลฟิล์มฯ'เผยภาพโปสเตอร์แรก'ขุนพันธ์2'

‘สหมงคลฟิล์มฯ’เผยภาพโปสเตอร์แรก’ขุนพันธ์2’

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.47 น.

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล สตูดิโอผู้สร้างภาพยนตร์ ภูมิใจเสนอ “ขุนพันธ์2” โดยการกลับมาของ “ขุนพันธ์”ภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์แห่งปีจากผลงานการเขียนบท-กำกับของ “ก้องเกียรติ โขมศิริ” พร้อมปล่อยภาพโปสเตอร์ใบแรกออกมาโดยมีขุนพันธ์ ผู้รับบทโดย “อนันดา เอเวอริงแฮม” ยืนอยู่หน้ากำแพงขนาดใหญ่ที่เพิ่งโดนถล่มด้วยกระสุนและระเบิดจนเกิดเป็นรูปร่างของเลข 2 ที่เน้นย้ำความเป็นภาคต่อมาของ ขุนพันธ์ มือปราบอาคมกับคำโปรยบนโปสเตอร์ที่ตอกย้ำความเชื่อของนายตำรวจวีรบุรุษอย่างขุนพันธ์ว่า “ศรัทธา เหนือศาสตรา”

การกลับมาด้วยการสลัดเครื่องแบบตำรวจสู่การเผชิญหน้าและกำราบเสือฝ้ายและเสือใบ 2 เสือผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคกลางที่กุมอาณาเขตแห่งชุมเสือที่มีไพร่พลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมกันนี้ยังปล่อยตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 2 ออกมาในโลกโซเชียล แนะนำคาแรคเตอร์ของสองเสือทั้งเสือฝ้าย และ เสือใบ รับบทโดย “พันเอกวันชนะ สวัสดี” และ“อารักษ์ อมรศุภศิริ” รวมทั้งอีกหลากหลายคาแรคเตอร์ที่เตรียมเผยเร็วๆ นี้

ในวันที่ผู้คนไร้ศรัทธา คนชั่วครองเมือง อำนาจอยู่เหนือความถูกต้อง การกลับมาอีกครั้งของนายตำรวจวีรบุรุษ พร้อมตั้งคำถามต่อสังคม #ตำรวจดียังมีอยู่ไหม อาคม  ความดี จะกู้ศรัทธาครั้งนี้ได้หรือไม่ พบคำตอบได้ใน “ขุนพันธ์ 2” 9 สิงหาคม 2561 ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

‘เต้ กันตนา’เผยเคยเครียด เป็นโรคซึมเศร้า!?เพราะกระแสข่าว และแรงกดดันต่างๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/347008

'เต้ กันตนา'เผยเคยเครียด เป็นโรคซึมเศร้า!?เพราะกระแสข่าว และแรงกดดันต่างๆ

‘เต้ กันตนา’เผยเคยเครียด เป็นโรคซึมเศร้า!?เพราะกระแสข่าว และแรงกดดันต่างๆ

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.42 น.

เป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ เลยทีเดียว สำหรับ คุณเต้ กันตนา ที่รายการต่างๆ ที่ทำออกมาได้รับกระแสตอบรับที่ดีเว่อร์ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ากว่าคุณเต้จะมาถึงวันนี้เจ้าตัวเครียดหนักมาก ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า ทำร้ายตัวเองกันเลยทีเดียว ล่าสุดคุณเต้ได้มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านทางรายการคุยแซ่Show ทีมีพีเค ปิยวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ปกติเป็นคนยัง?

อันที่จิงให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ก็จะมีคำถามนี่เกิดตลอด ตัวเองคิดว่าก็อเป็นคนเยอะแหละ ตามที่ทราบกันนะ แต่ว่าได้มีโอกาสทำงานมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้นในช่วงหลังๆ แล้ว ก็อยู่เมืองไทยมาก็ 10 ปีแล้ว แบบไม่ได้ไปไหนเลย เลยรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักที่จะควบคุมความคิด อารมณ์ ความรู้สึกตัวเองมากขึ้น

แล้วสมัยก่อนเป็นยังไง?

ก็ค่อนข้างที่จะเหวี่ยง โวยวาย กรี๊ดกร๊าด คือเราใช้อารมณ์นำ เป็นพื้นฐานของตัวเองเพราะตัวเต้เองมีความเป็นศิลปินสูง เกิดมาในครอบครัวศิลปินชัดเจนแน่นอน เพราะฉะนั้น ตัวเองเหมือนรถยนต์ วิ่งด้วยน้ำมันนะ เราวิ่งได้ด้วย Emotion , passion อะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้น ด้วยความที่บางครั้งอยากจะสื่อสาร ในจินตนาการของตนเองที่มีอยู่ แล้วมีความสื่อสารได้ลำบาก เพราะว่ามีอารมณ์ การควบคุมสติ ที่ไม่ค่อยแน่นอน ก็เลยทำให้ออกมาในพลังงานที่เป็นแบบนั้น

ที่บอกว่าดุ เหวี่ยง นี่เรารู้ได้ด้วยตัวเอง หรือคนรอบข้างบอก?

คือจริงๆเราทราบ รู้ด้วยเอง แต่ว่าควบคุมได้ลำบาก ถึงขั้นควบคุมไม่ได้เลยก็มี แบบยิ่งกดปุ่มนี่ไปกันใหญ่เลย

ทุกวันนี้ยังเป็นอยู่ไหม?

ทุกวันนี้ก็เป็น แต่ว่าควบคุม กำหนดได้มากขึ้น

อันนี้เป็นเรื่องของงานที่ไม่ได้ดังใจใช่ไหม?

ครับ

แล้วในเรื่องคนในครอบครัวเราเหวี่ยงด้วยไหม?

เหวี่ยงหมด เพราะเป็นคนค่อนข้างใจร้อนอยู่แล้ว แล้วก็ยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองพอสมควร

อะไรที่ทำให้เราฟิวส์ขาดได้?

ไม่ได้ดั่งใจ คือหมายความว่า คือเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนค่อนข้าง เป๊ะ อยากได้ ความPerfect ในแบบที่ตัวเองต้องการ พอไม่ได้ ก็จะมีความแบบ อะไร ทำไม คืออยากเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการถ่ายทอด เป๊ะ ดีที่สุดอย่างที่ตัวเองต้องการ เป็นการกดดันตัวเองเสมอซึ่งอันนี้ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางบ้าง เพราะไม่งั้นมันจะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ไม่สร้างสรรค์ในการทำงาน

ลูกน้องเคยมาคุยแบบตรงๆบ้างไหม?

เค้าไม่กล้าคุยไง แต่เราอยากให้เค้าคุยนะ ก็คงตึง เกร็ง เครียด แล้วก็ไม่รู้ว่าจะคุย เข้าหาเราอย่างไร แล้วเราก็มีรังสีอำมหิตบางอย่างที่ส่งออกไป

แต่การที่เป็นแบบนี้มันก็ส่งผลให้งานที่ออกมาประสบความ

สำเร็จสูงมาก?

ถามว่าประสบความสำเร็จไหม ก็โอเค แต่อันนี้ต้องให้คุณผู้ชม เป็นคนตัดสิน แต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดทุกครั้ง

ทุกครั้งที่เจอคุณเต้ ตามงานอีเว้นท์เป็นแบบนี้ตลอด ถ้าบอก

ว่าเยอะ คือเสื้อผ้าจริงไหม?

ต้องบอกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

คุณเต้เป็นคนทันสมัยแบบนี้ เคยมีปัญหากับครอบครับบ้าง

หรือเปล่า?

ก็มีบ้าง คือในยุคที่เต้กำลังเริ่มโต เป็นวัยรุ่น รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ทำให้มีความไม่เหมือนใคร แต่มีความรู้สึกว่า เราไม่ได้ทำอะไรที่ผิดปกตินะ แต่แค่เป็นตัวเองที่ยังหาตัวเองไม่เจอ แล้วก็มีปัญหา แต่โชคดีที่ตัวเองเกิดมาในครอบครัวศิลปิน เค้าเข้าใจ และเปิดกว้าง แต่จะมีปัญหาอยู่นึดนึงที่ว่า ไม่เหมาะสมกับโอกาส เช่นการแต่งตัวเยอะไป เพราะเรายังไม่รู้จักความพอดี เลยทำให้เกิดความไม่เข้าใจในตัวตนของกันและกัน

แล้วมีโดนบ่นบ้างไหม?

ถ้าบ่นตรงๆจะไม่มี แต่จะมีแบบ ดีเหรอ? หรือ เยอะไปไหม? อะไรประมาณนี้ จะมีนิดหน่อย แต่เข้าใจ แล้วก็สายตามากกว่าที่ทำให้เรารู้สึก การไม่รู้ความพอดีของตนเอง เลยทำให้ตอนนั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด ทุกคนในครอบครัวเข้าใจ คุณปู่เคยบอกว่า ให้เรามีความสุขในสิ่งที่เราเป็น ยังจำได้ตลอด แต่สุดท้ายแล้วเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่มีช่วงนึงที่เราคิดจะหนีตัวเราเอง

แล้วเรารู้จักและค้นพบตัวเองเมื่อไหร่?

จริงๆใช้เวลานานมาก หลังจากที่เรียนจบที่ไทย ก็หนีกลับไปอยู่เมืองนอก ไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบเพิ่มเติม หาแรงบันดาลที่โน้น แล้วก็ไปเจอสิ่งที่เราชอบ

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง?

เอาจริงๆ คือไม่อยากกลับ ที่ไปคิดว่า ไปแล้วไปเลย หลังจากนั้น 2ปี คุณลุงเสียก็กลับมาแล้วคุณพ่อก็ถาม ว่ากลับมาได้แล้วไหม เราก็ตัดสินใจภายในเสี้ยววินาทีนั้นเลยว่า โอเคลับก็ได้ แล้วก็อยู่เมืองไทยตั้งแต่ตอนนั้น ก็เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยคุณพ่อช่วงแรก ก็สนุกดี

กดดันไหม?

ตอนนั้นสนุกมากกว่า สบายๆ เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แล้วก็เริ่มเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆแต่ละปีๆ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น

จากจุดนั้นจนถึงวันนี้ คิดว่า สำเร็จจริงๆตอนไหน?

ยังคิดว่าตอนนี้ เริ่มยอมรับในสิ่งนั้นเอง ถ้าเราไม่ยอมรับ ก็จะก้าวไปไม่ได้ มีความรู้สึกว่าเราหยุดคิดไม่ได้ หยุดพัฒนาไม่ได้ งานของเราเป็นงานจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งมีค่า และไม่เคยหยุดคิด หรือคิดว่า เราประสบความสำเร็จแล้ว เพียงแต่คิดว่า เรายังอยากทำอยู่หรือเปล่า และมีความสุขที่จะทำไหม นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำต่ออยู่

เห็นว่าเรียนร้องมา มีวันไหนไหมที่จะได้เห็นคุณเต้ร้องเพลง?

ก็มีร้องบ้าง อาจจะวันนึงกลับมาร้องอีกก็ได้นะ เพราะคิดว่า การร้องเพลงเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก

คนอื่นมองว่าเราสำเร็จแล้ว เคยมีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อไหม?

ก็คุยตลอด เพราะว่าเราทำงานด้วยกัน นอนอยู่บ้านเดียวกัน คุณพ่อเป็นคนไม่พูดนะ ไม่เคยชม ไม่แสดงออก แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่จะมีได้ยินจากคนอื่นว่า คุณพ่อรัก และภูมิใจกับเรามาก แล้วก็พูดถึงเราตลอด แต่ว่ากับตัวเรา เค้าจะไม่พูด

ฝากถึงคนทางบ้านที่มีปัญหาเหมือนคุณเต้ที่เครียดและยังหาตัวเองไม่เจอหน่อย

อยากให้คนรอบข้างเป็นกำลังใจ คอยดูแล ต้องให้เวลากับเค้านิดนึง เราเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน โชคดีที่สามารถก้าวผ่านออกมาได้ เพราะฉะนั้นเรารู้ เข้าว่า ต้องให้เวลากับเค้าหน่อยกว่าที่จะผ่านมาได้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้และอยากให้ดูแลกันและกัน

รักครั้งแรกเป็นยังไง?

เป็นความรักครั้งแรกที่รักจริงจังแล้วรู้จักกับความรัก แล้วก็มีความรู้สึกว่าทำให้บุคคลหรือสิ่งรอบข้างรู้สึกไม่ดี คือรู้สึกไปเอง จริงๆไม่ดีนะ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ไม่เหลือแม้ความเป็นเพื่อน มีทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่มนุษย์คนนึงจะทำได้ตอนนั้นรู้สึกไม่อยากออกไปเจอใคร และไม่มีใครเข้าใจฉัน หลายๆอย่างมันกดดันเราจนกลาย้เป็นโรคซึมเศร้า

ครอบครัวทราบไหม?

ไม่เคยบอก ไม่เคยพูดเลย

ตอนนี้หายจากโรคซึมเศร้าหรือยัง?

ตอนนี้หายแล้ว คือ เราเข้าใจ และอยู่ได้ อย่าทำร้ายตัวเอง เหนื่อยก็พัก นอนตื่นมาก็ทำใหม่หมด

ตอนนี้เรื่องหัวใจยังโสด

มีคนคุยไหม?

เราก็คุยกับทุกคน

มีคนจีบไหม?

เป็นคนไม่ค่อยรู้ตัวว่ามีคนจีบไหม เพราะว่าไม่ค่อยจีบใครก่อน แล้วพอเค้ามาจีบก็จะงงๆว่าตกลง เค้ามาจีบ หรือมาเป็นเพื่อน ปกติเรามีแต่เพื่อนผู้หญิง พอมีเพื่อนผู้ชายก็หาว่ามาจีบเราหมด ก็จะเขินๆ

สเปกเป็นไง?

จริงๆเป็นคนไม่มีสเป็ก แต่ว่าชอนคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ มากกว่าคนที่หล่อ อยู่ด้วยแล้วส่งเสริมกันในแง่ของกำลังใจมากกว่า

อยากให้คนรู้จัก เต้ ยังไง?

คือเป็นคนที่มีความรัก และศรัทธาในอาชีพที่ตัวเองทำ และก็อยากทำงานด้วยความรักในอาชีพที่ทำต่อไป เพื่อให้รุ่นต่อๆไปได้สืบสานต่อ และต่อยอดไปในสิ่งที่รุ่นบรรพบุรุษตัวเองได้สร้างเอาไว้ให้ อยากเป็นแรงบันดาลใจต่อให้กับทุกๆคนที่รักและศรัทธาในอาชีพที่ทุกคนควรจะมี

 

‘สตอลโลน-เดฟ เบาทิสต้า’ จับมือระห่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/346865

‘สตอลโลน-เดฟ เบาทิสต้า’ จับมือระห่ำ

‘สตอลโลน-เดฟ เบาทิสต้า’ จับมือระห่ำ

วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความมันยังไม่จางหาย หลังจาก “เรย์ เบลสลิน”(ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) ได้ทำภารกิจแหกคุกสุดโหดออกมาได้ ทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งดังกว่าเดิมและกลายเป็นบุคคลที่หลายคนอยากท้าทาย จนนำมาสู่ภารกิจที่เขาไม่เต็มใจตอบรับใน “แหกคุกมหาประลัย 2” (Escape Plan 2: Hades-เอสเคปแพลน 2 เฮดีส) ผลงานกำกับโดย สตีฟ ซี. มิลเลอร์เขียนบทโดย ไมลส์ แชปแมน โดย เดฟ เบาทิสต้าเผยถึงการทำงานว่า “ผมถือว่าเป็นความโชคดี ผมได้สตอลโลนเป็นแรงผลักดัน ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนอยากร่วมงานกับเขา มันทำให้ผมไปโอ้อวดใครต่อใครได้ สตอลโลนเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของฮอลลีวู้ดในตำนาน ผมเป็นแฟนหนังแอ๊กชั่น และหนังที่เขาเล่นเป็นแรงผลักดันให้ผม เป็นหนังที่ผมกลับไปดูซ้ำแล้วซ้ำอีก เหล่าฮีโร่ในใจผม อย่าง แรมโบ้ร็อกกี้ มันทำให้ผมรู้สึกถึงตัวละครเหล่านั้นจริงๆ และทำให้ผมรับรู้ถึงสิ่งที่ภาพยนตร์ให้กลับมา”หนังเข้าฉายในไทยสุดสัปดาห์นี้