‘ซีพี’ หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ ‘กล้าก้าวสู่อนาคต’ เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

'ซีพี' หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ 'กล้าก้าวสู่อนาคต' เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

‘ซีพี’ หนุน 20 คนรุ่นใหม่ไทยก้าวสู่เวที One Young World 2025 เยอรมนี สานต่อภารกิจปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ ‘กล้าก้าวสู่อนาคต’ เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัทในเครือ เดินหน้าสนับสนุนคนรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องปีที่ 10 โดยส่ง 20 พนักงานรุ่นใหม่ จากบริษัทในเครือ อาทิ  ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ทรู คอร์ปอเรชั่น,  ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ซีพีแลนด์, Ascend Group, FIT, CPCRT และ CPLI เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนโลก One Young World Summit 2025 ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองมิวนิก เยอรมนี ร่วมกับเยาวชนกว่า 190 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Brave the Future, For a Better Tomorrow – กล้าก้าวสู่อนาคต เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันหาทางออกต่อ 5 วาระสำคัญของโลก ได้แก่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก (Anti-Hate), การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Tech), การศึกษาเพื่อความเสมอภาค (Education) และ สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security) โดยตัวแทนทั้ง 20 คนซึ่งซีพีเชื่อมั่นว่าเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ได้ผ่านการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเข้มข้น ทั้งการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมในเครือ ตลอดจนเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อม ณ สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเสริมองค์ความรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมรับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิด ก่อนนำไปต่อยอดและแลกเปลี่ยนกับเพื่อนเยาวชนบนเวทีโลก

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางความซับซ้อนของโลกในปัจจุบัน ซีพีตระหนักดีว่าการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต้องอาศัยพลังของคนรุ่นใหม่ เราจึงสนับสนุนให้พนักงานของเราได้มีโอกาสเข้าร่วมเวที One Young World ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และร่วมสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะใน 5 ประเด็นสำคัญของโลกที่จะถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในครั้งนี้ ได้แก่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก (Anti-Hate), การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Tech), การศึกษาเพื่อความเสมอภาค (Education) และ สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security)ซึ่งล้วนสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของซีพี การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยและคนรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการสร้าง “สะพาน” เชื่อมสู่เวทีโลก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเสียงที่ทรงพลัง อันจะก่อให้เกิดความกล้าที่จะคิด ลงมือทำ และยืนหยัดต่อความท้าทายต่าง ๆ พร้อมนำสิ่งที่ได้กลับมาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยในลำดับถัดไป”

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

นางสาวศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะคณะกรรมการโครงการ One Young World เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดโครงการว่า “One Young World ถือเป็นเวทีประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมคนรุ่นใหม่อายุ 18–30 ปีจากกว่า 190 ประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นเร่งด่วนที่ส่งผลต่อมนุษยชาติ โดยมีผู้นำระดับโลกเข้าร่วมเพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและประสบการณ์ตรงให้แก่เยาวชนทั่วโลก โดยทาง ซีพี ได้ส่งพนักงานรุ่นใหม่เข้าร่วม One Young World อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพในระดับสากล”

ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นายชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) กล่าวว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) คือปัญหาที่ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ และ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” คือแนวทางสำคัญในการแก้ไขอย่างยั่งยืน เพราะสามารถมุ่งลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง นำสิ่งที่เหลือกลับมาใช้ซ้ำและต่อยอดให้เกิดมูลค่าสูงสุด ควบคู่กับการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต เชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเปิดโอกาสให้ได้รับมุมมองจากผู้นำความคิดและเพื่อนคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังเป็นพื้นที่ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนร่วมกันอย่างแท้จริง

ชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

นางสาวภูริชญา สุวรรณศรี Business Development Officer, CPCRT  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก” (Anti-hate) กล่าวว่า “ตนเคยมีโอกาสใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้คนในประเทศเมียนมา ซึ่งทำให้เห็นว่าความแตกต่างทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความคิด ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นรอยร้าว หากแต่สามารถเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและเกื้อกูล เมื่อผู้คนเรียนรู้ที่จะยอมรับและก้าวข้ามความเกลียดชัง ความหลากหลายก็จะกลายเป็นพลังสำคัญที่นำพาสังคมไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเป็นพื้นที่ที่ศูนย์รวมความหลากหลาย เพื่อให้เราได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิด มุมมอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำพาสังคมไปสู่สันติ ลดความเกลียดชังได้”

ภูริชญา สุวรรณศรี Business Development Officer, CPCRT  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การต่อต้านความเกลียดชังและการแบ่งแยก” (Anti-hate) 

นางสาวจิณต์ธญา โภคาวสิทธิ์วรกุล Business Analyst, CPF Ventures กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Tech) กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้กับการทำงานใน CPF ถือเป็นภารกิจสำคัญ ตนมีโอกาสทำงานพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยง AI เข้ากับภาคเกษตรกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรที่ปัจจุบันย้ายเข้าสู่เมืองมากขึ้น จึงมองว่าคำถามสำคัญคือ “เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้อย่างแท้จริง” ซึ่งผู้พัฒนาเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งในการออกแบบ การประยุกต์ใช้ และการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม โดยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมมือกัน เพื่อให้เกษตรกรไทย หรือคนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่เหมาะสม ไม่ต่างจากตัวอย่างในประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จในการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคเกษตรกรรมอย่างกว้างขวาง ซึ่งคาดว่าเวที One Young World จะให้โอกาสได้เรียนรู้ ต่อยอดประสบการณ์ และนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้”

จิณต์ธญา โภคาวสิทธิ์วรกุล Business Analyst, CPF Ventures กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Tech)

นางสาวรำไทย มาคะเซน LDP All Grocer, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “การศึกษาเพื่อความเสมอภาค” (Education) กล่าวว่า “ตนให้ความสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งความเหลื่อมล้ำดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ ตามมา ตนได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ และเล็งเห็นว่าร้านสาขาเหล่านี้สามารถกลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ทั้งในรูปแบบการแนะแนวทางการศึกษาและการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริง ตนเชื่อมั่นว่าเวที One Young World จะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้นำรุ่นใหม่จากนานาประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวแนวคิดและโมเดลการพัฒนาการศึกษาที่หลากหลาย และนำกลับมาปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างความเสมอภาคและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง”

นางสาวรัชพร ศิริพงษ์ Project Manager สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น สันติภาพและความมั่นคงของโลก (Peace & Security) กล่าวว่า การสร้างสันติภาพและความมั่นคง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่คือ “ความมั่นคงของมนุษย์” ที่เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยทางจิตใจของทุกคน ตนเคยมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ชายแดน ซึ่งทำให้เห็นถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสของผู้คน อันนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความไม่มั่นคงในชีวิต การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการศึกษา การสร้างความเข้าใจเพื่อต่อต้านความเกลียดชัง และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อว่าเวที One Young World จะเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองจากนานาประเทศ และนำหลักการหรือแนวคิดที่ได้มาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเท่าเทียมมากขึ้น

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ทั้ง 20 คนได้อุ่นเครื่องและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมเวที One Young World Summit 2025 ผ่านกิจกรรมการเยี่ยมชมโรงงานข้าวนครหลวง CPI โดยข้าวตราฉัตร โรงงานข้าวขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บนพื้นที่กว่า 270 ไร่ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่มีโรงเก็บวัตถุดิบข้าว 8 โรง รองรับข้าวได้ถึง 240,000 ตัน และควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์  พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมโรงงานซีพี-เมจิ ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพาสเจอร์ไรส์อันดับหนึ่งของประเทศไทย พร้อมสัมผัสประสบการณ์จริงที่ Milk Museum by CP-Meiji ศูนย์การเรียนรู้กระบวนการผลิตนมและโยเกิร์ตแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อเรียนรู้การดำเนินการธุรกิจของเครือฯ ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรม Bootcamp เพื่อเติมเต็มความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญใน 5 ด้านสอดคล้องกับหัวข้ออภิปรายในเวที One Young World Summit 2025 ได้แก่ “Circular Economy” โดย ผศ.ดร.พรพรหม สุธาทร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการเปลี่ยนแปลง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, “Anti-Hate” โดย นางสาวสุภาณี พงษ์เรืองพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), “Responsible Tech” โดย นายนพปฎล ประเสริฐ  ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ แผนกพัฒนาบริการใหม่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, “Education” โดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ “Peace & Security” โดย ผศ.ดร.ไพลิน กิตติเสรีชัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ตลอดจนการอบรมธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) โดยมร. คัลลัม แมคเคนซี่ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ Yunus Thailand Foundation และการอบรมคิดวิเคราะห์เพื่อการแก้ปัญหา และการสื่อสารสาธารณะ (Critical Thinking for Problem Solving and Public Global Communication) โดยนายวิศรุต เคหะสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Critical Thinking ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ช่วยให้ตัวแทนเยาวชนได้เรียนรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดที่จะนำไปต่อยอดในการประชุม One Young World Summit 2025 อย่างมีประสิทธิภาพ

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

Griffith Foods SEA คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปี พร้อม 3 รางวัลพิเศษ ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Griffith Foods SEA) ผู้ผลิตและพัฒนาส่วนผสมอาหารระดับโลก ได้รับการยกย่องอีกครั้งในฐานะ “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025” ต่อเนื่องครบ 5 ปีติดต่อกัน (2021–2025) จากนิตยสาร HR Asia สิ่งพิมพ์ด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของภูมิภาค ที่มอบรางวัลให้แก่องค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานยอดเยี่ยม บุคลากรมีความผูกพันและการมีส่วนร่วมสูง และเป็นสถานที่ทำงานที่พนักงานภาคภูมิใจ

ธัชกร สุวรรณะโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กานดาร์พ ซิงห์ ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด ขึ้นรับรางวัล

ปีนี้ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ยังคว้ารางวัลพิเศษเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ Sustainable Workplace Awards 2025, Most Caring Company Awards 2025 และ Tech Empowerment Awards 2025 ซึ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลบุคลากร และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน


ประชาญ ประธาน (กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด

ผลการประเมินจากแบบสำรวจ TEAM (Total Engagement Assessment Model) ยืนยันถึงความแข็งแกร่งในทุกมิติของการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน ดังนี้

– CORE (Collective Organisation for Real Engagement – ระดับองค์กร) : บริษัทได้ 91.0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 74.6%
– SELF (Heart, Mind & Soul – ระดับบุคคล) : บริษัทได้ 91.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 75.8%
– GROUP (Think, Feel & Do – ระดับทีม) : บริษัทได้ 93.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ 79.4%

ตัวเลขเหล่านี้ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ไม่เพียงสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน แต่ยังปลูกฝังความภูมิใจ ความผูกพัน และการทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งในทุกระดับ

การได้รับรางวัลทั้ง 4 สาขาในปีนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติยศที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารบุคลากร แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมพลังให้ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เดินหน้าตามปณิธาน 2030 (2030 Aspirations) ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น รางวัลเหล่านี้ยังเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าบริษัทไม่เพียงใส่ใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง แต่ยังสามารถเชื่อมโยงคุณค่านั้นไปสู่การดำเนินงานในระดับที่กว้างขึ้น ทั้งการสร้างเครือข่ายระบบอาหารที่ยั่งยืน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

รางวัลที่ได้รับในปีนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ กำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกับพันธกิจระดับโลกอย่างแท้จริง ภายใต้แนวทาง “We Blend Care and Creativity to Nourish the World – เราผสานความใส่ใจและความสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก” ซึ่งหมายถึงการผสมผสานความใส่ใจต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคม เข้ากับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดี มีคุณค่า และยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ชุมชน ลูกค้า และผู้บริโภคในทุกภูมิภาค ความสำเร็จนี้จึงมีความหมายมากกว่าการได้รับเกียรติยศ และยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ที่จะร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าควบคู่ไปกับพันธมิตรและสังคมโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่พนักงานภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ทั้งนี้ บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ เป็นผู้ผลิตและพัฒนาส่วนผสมอาหารระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาส่วนผสมอาหารที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการบริการอาหาร ผู้ผลิต ผู้แปรรูปอาหาร ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีกทั่วโลก บริษัทเป็นพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก โดยมีพันธกิจในการผสานความใส่ใจและความสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก (Blend Care and Creativity to Nourish the World) ผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วย ผงปรุงรสและเครื่องเทศ ซอส น้ำสลัด แป้งชุบทอด ซุป และแป้งผสม ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ ค.ศ. 1919 และได้รับการเลือกใช้จากบริษัทอาหารชั้นนำระดับโลกมากมาย ในฐานะที่เป็นบริษัทที่ดำเนินงานโดยครอบครัว Griffith Foods ทำงานร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อนำเสนอรสชาติและวัตถุดิบที่หลากหลายในผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นทั่วไทย 3-5 ตุลาคม ที่ The Corner House เจริญกรุง

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

เตรียมพบกับภูมิปัญญาการกลั่น หมักและผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทั่วไทย ในงาน ‘Rin & Roll’ที่รวบรวมแบรนด์น้ำเมาไทยจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคมนี้ ณ ชั้น 2 The Corner House ถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย

งานนี้จัดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสนับสนุนวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตไทยรายย่อยได้นำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาการหมัก บ่ม และกลั่น ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละชุมชนและแบรนด์

นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังสะท้อนความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและวัตถุดิบทางการเกษตรไทย และวงการนี้ก็กำลังค่อย ๆ เติบโตจากการผ่อนปรนมาตรการ จึงเป็นเป้าหมายของงานนี้ที่อยากชวนทุกคนมาร่วมกัน ‘Rin’ สุราไทย และ ‘Roll’ ให้ภูมิปัญญานี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานจะได้พบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยหลากหลายประเภท จากทั้งผู้ประกอบการสุราไทยรุ่นใหม่และจากปราชญ์ชาวบ้าน และที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับสุราไทยร่วมกัน ทั้งสาโท รัมไทย จินไทย เหล้าไทย เบียร์ไทย ไวน์ไทย และสุราท้องถิ่นอีกมากมาย ให้เราได้สัมผัสกลิ่นอายและรสชาติของข้าว อ้อย และวัตถุดิบการเกษตรไทยที่ซ่อนอยู่ในน้ำเมาโลคัล นำเสนอพร้อมกับอาหารนานาชาติ อาทิ RUANG KHAO SIAM SAPPHIRE,PHRAYA, KHIN'S SPIRITS, SMOKED JOINT, KAENKRUNG, GACHA, KOSAPAN, SATOM ORGANIC FARM, ORACHON, CHAMRAM, ISSAN RUM, KIRIKHAN SPIRITS, THEO LANNA
CACAO SPIRIT, THAI SAMPUN, LOVE AT FIRST DRINK, LILIT SPIRITS, SEII, SUNTREE BREWING CO., CHIANG MAI BEER และสมาคมสุราท้องถิ่นไทย

งานนี้ยังมีการจับมือกับ 3 บาร์ในย่านเจริญกรุง Tripper, To More, และ Foojohn สร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษร่วมกับ RUANG KHAO SIAM SAPPHIRE ตลอดช่วงการจัดงาน Rin & Roll จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ณ ชั้น 2 The Corner House ถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อยบัตรราคา 500 บาท รับแก้วเทสติงสำหรับเข้าชมได้ทุกบูธ และเครดิต 200 บาทสำหรับใช้จ่ายในงาน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ fridaybangkok.com/e/Rin-and-Roll สอบถามรายละเอียด friday@fridaybangkok.com

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

สยามพารากอน เตรียมเปิดรันเวย์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ใน “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” (BIFW2025) ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมผลักดันศักยภาพดีไซเนอร์ไทยสู่สายตาโลกอีกครั้ง จากสุดยอด 11 โชว์ ของ 11 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่  ๒๗ FRIDAY, 37°c Thirty-seven degrees Celsius, ASAVA, FLYNOW, FUNDAO, Greyhound Original, ISSUE, Leisure Projects, NAGARA, PAINKILLER Atelier และ PATINYA ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) เวทีแฟชั่นอันดับหนึ่งของประเทศและงานแฟชั่นยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดย สยามพารากอน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics), ธนาคารกสิกรไทย, ซิติเซน (CITIZEN), แมค คอสเมติกส์ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) และ แอปโซลูท (ABSOLUTE) เป็นเวทีที่ถ่ายทอดความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยสู่สากล พร้อมมอบแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สัมผัส และตอกย้ำบทบาทความเป็น “World Class Fashion Destination” ของสยามพารากอน ก่อนที่ม่านของรันเวย์จะเปิดโชว์สุดยิ่งใหญ่ เหล่าดีไซเนอร์ทั้ง 11 แบรนด์ ได้เผยเบื้องหลังแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นในฤดูกาลใหม่ อันเปี่ยมด้วยความสร้างสรรค์และโชว์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงพลัง และแรงขับเคลื่อนให้วงการแฟชั่นไทยออกสู่สายตาเวทีโลกได้อย่างหลากมิติ อาทิ

“๒๗ FRIDAY Presented by TAT” (เทว็นตี้ เซเว่น ฟรายเดย์ พรีเซนเท็ด บาย ทีเอที)ภายใต้การออกแบบของ ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยถึงคอลเลกชัน ‘Made in Thailand’ ที่นำมาตีความใหม่ จากความหมายเดิมที่ว่า “ผลิตจากประเทศไทย” มาเป็นการนำเสนอแฟชั่นที่ “ผลิตความรู้สึกของความเป็นไทย” โดยนำสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาสื่อถึงความเป็นไทยในหลากหลายรูปแบบ

“37°c Thirty-seven degrees Celsius” (เทอร์ตี้ เซเว่น ดีกรี เซลเซียส) ผลงานการออกแบบโดย ชำนัญ ภักดีสุข ดีไซเนอร์ผู้คว่ำหวอดในวงการแฟชั่น นำเสนอความเรียบง่ายสไตล์ Equatorial Chic อันเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน The Equator ที่เปลี่ยนสิ่งเรียบง่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นแฟชั่นที่ไม่ธรรมดา

“ASAVA” (อาซาว่า) ผลงานการดีไซน์จาก พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ เตรียมนำเสนอคอลเลกชัน Autumn/Winter 2025 “The Sentiment of Autumn” ที่สื่อให้เห็นถึงแก่นแท้ของความสง่างามเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับ ASAVA โดยถ่ายทอดความละเมียดละไมของฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่าน เพื่อสะท้อนภาพของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เพียงมุ่งไขว่คว้าความสำเร็จ แต่ยังเคารพในตัวเอง

“FLYNOW” (ฟลายนาว) โอต์กูตูร์ของไทยจาก สมชัย ส่งวัฒนา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยในปีนี้จะมาพร้อมคอลเลกชัน The Sea Mist ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลฤดูหนาวในยามเช้า ท่ามกลางหมอกขาวที่จะเปิดประตูสู่จินตนาการและการเดินทางครั้งใหม่

ครั้งแรกของเวที BIFW 2025 ที่ได้แบรนด์กระเป๋าสุดเก๋อย่าง “FUNDAO” (ฝันดาว) ภายใต้การออกแบบจาก ฝันดาว แบ้สกุล มาร่วมโชว์ พร้อมเผยโฉมคอลเลกชัน FUNDAO: Through the New Era ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติผ่านกระเป๋าที่ออกแบบให้มีความงดงามเรียบง่าย พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อเฉลิมฉลองให้กับแฟชั่นที่ไร้กาลเวลา

“Greyhound Original” (เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล) ภายใต้การนำของ เอกบุตร อุดมผล เผยถึงคอลเลกชัน AUTUMN / WINTER 2025/26 ‘BODY OF WORK’ ว่าตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่สตูดิโอ ร่างสเก็ตช์ รวมถึงฉบับร่างที่ถูกทิ้งในฐานะ Unreleased Material เพื่อยกย่องความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบ และเศษเสี้ยวที่มักถูกมองข้าม กลายเป็นคอลเลกชันที่ตีความออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

“ISSUE” (อิชชู่) แบรนด์แฟชั่นไทยที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำโดย ภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง กล่าวถึงคอลเลกชัน ‘Made in Thailand’ ที่จะเป็นการนำเสน่ห์ของผ้าไทยและหัตถศิลป์ท้องถิ่นมาเล่าความเป็นไทยในบริบทปัจจุบัน ผ่านการตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

“Leisure Projects” (เลเชอร์ โปรเจค) ผลการออกแบบโดย ณัฐพล กนกวลีวงศ์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ นำเสนอคอลเลกชัน ‘Leisure Projects Fall Winter 2025 : Terra Mare ธรา มหาสมุทร’ ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากการเชื่อมโยงระหว่างความแข็งแกร่งมั่นคงของผืนดิน และความอิสระพลิ้วไหวของท้องทะเล มารังสรรค์เป็นคอลเลกชันเสื้อผ้าอีกทั้งยังร่วมกับ Jaar Studio ออกแบบแอ็คเซสเซอรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเติมเต็มลุคของเหล่า Leisurer ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

“NAGARA” (นาการา) แบรนด์ไทยระดับตำนาน ภายใต้การออกแบบของ นคร สัมพันธารักษ์ นำเสนอคอลเลกชันที่ยังคงดึงดูดใจเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ด้วยไอเท็มพริ้วไหว มาพร้อมลายพิมพ์แฝงจิตวิญญาณแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นศิลปะบนผืนผ้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง

“PAINKILLER Atelier Presented by CITIZEN” (เพนคิลเลอร์ อเตลิเยร์ พรีเซนเท็ด บาย ซิติเซน) ภายใต้การออกแบบโดย สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน ‘Embrace of Gaia’ ที่ออกแบบโดยผสานความอ่อนโยนเข้ากับความมั่นคง เปรียบเสมือนการกอดตัวเอง และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างแยบยล

ถือได้ว่าเป็นการหวนคืนรันเวย์อีกครั้งกับ “PATINYA Presented by Merz Aesthetics” (ปฏิญญา พรีเซนเท็ด บาย เมิร์ซ เอสเธติกส์) โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยถึงคอลเลกชัน ‘From Skyline to Starlight’ ที่นำเสนอในโชว์ โดยนำแรงบันดาลใจผสมผสานเสื้อผ้า Day to Night มาถ่ายทอดผ่านมุมมองของเสื้อผ้าชั้นสูง พร้อม Gimmick และไอเท็มพิเศษ ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์สำหรับโชว์ในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิด Live A Better Look ที่ความรักตัวเอง ความมั่นใจ และความปลอดภัยผสานกันได้อย่างลงตัว

เรียกได้ว่าน่าจับตาและพลาดไม่ได้ทั้ง 11 คอลเลกชั่นจาก 11 แบรนด์ นับเป็นการรวมพลัง ดีไซเนอร์ไทยเพื่อโชว์ศักยภาพของแฟชั่นไทยสู่สากลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงโชว์บนรันเวย์ที่จะสร้างโมเม้นต์สะกดสายตา แต่ยังดึงดูดเหล่าแฟชั่นนิสต้าคนดังและเหล่าเซเลบริตี้ ให้มาร่วมสร้างปรากกฏการณ์แฟชั่นวีคแห่งปี อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นภาพจำของ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week เฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา

16-19 ตุลาคม 2568 เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของที่สุดของมหาปรากฏการณ์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและรับชมแฟชั่นโชว์ทั้ง 11 โชว์ผ่าน Live ได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon

กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการดำเนินงานรอบปี 2568 เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ พัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการและประชาชนไทย

กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการดำเนินงานรอบปี 2568 เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ พัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการและประชาชนไทย

กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการดำเนินงานรอบปี 2568 เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ พัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการและประชาชนไทย

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.29 น.

กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการดำเนินงานรอบปี 2568 เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ พัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการและประชาชนไทย โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญสรุป ดังนี้

บรรเทาค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการธงเขียวและธงฟ้าราคาประหยัด ลดต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตรกว่า 3.45 ล้านบาท และลดค่าครองชีพประชาชนกว่า 111 ล้านบาท

แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ เช่น มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว การจัดงานผลไม้ Thailand Fruit Festival 2025 เชื่อมโยงการตลาดกว่า 58,000 ตัน และลงนาม MOU การส่งออกกล้วยหอมทองไปญี่ปุ่น รวมทั้งเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังกว่า 1.48 ล้านตัน มูลค่า 10,876 ล้านบาท

ผลักดันสินค้าไทยสู่สากล ทั้งการยกระดับสินค้า GI สู่ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง การสร้างมูลค่าทางการค้ากาแฟไทยกว่า 15 ล้านบาท การจัดงานอัตลักษณ์แห่งสยามมูลค่า 23 ล้านบาท และยกระดับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สู่แบรนด์ระดับโลก

ขยายตลาดการค้าใหม่ สร้างมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 3,600 ล้านบาท โดยรุกตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา

เสริมความแข็งแกร่ง SMEs ผ่านงานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair 2025) ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจทันที 150 ล้านบาท การสนับสนุนแฟรนไชส์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และการจัดงานแสดงสินค้าในภูมิภาคสร้างมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท พร้อมจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำร่วมกับ EXIM Bank

ส่งเสริมการค้าออนไลน์ โดยร่วมมือกับ Amazon เปิดร้าน TOPTHAI มีแบรนด์ไทยกว่า 20 แบรนด์ เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดโลก

พัฒนาระบบบริการประชาชน เปิดช่องทาง “MOC Fondue” ผ่าน Line app ให้ประชาชนแจ้งปัญหาและติดตามผลการแก้ไขแบบ Real-time

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับศักยภาพเกษตรกร ผู้ประกอบการและประชาชน สู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

Jeweler Collective นำเสนอความงามของไข่มุกบนเวที Miss Global Thailand 2025

Jeweler Collective นำเสนอความงามของไข่มุกบนเวที Miss Global Thailand 2025

Jeweler Collective นำเสนอความงามของไข่มุกบนเวที Miss Global Thailand 2025

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.35 น.

การประกวด Miss Global Thailand 2025 รอบคัดเลือกในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดนางงาม แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองความงามและความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวัฒนธรรม โดยทาง Jeweler Collective ได้นำคอลเลกชันไข่มุกมาสร้างสีสันร่วมกับชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ Aliah Makia ในรอบ Round 2: Physique Round – Command the Runway with Confidence and Power ด้วยสไตล์ที่แปลกใหม่ หลากหลาย รวมไปถึงการสื่อความหมายอันลึกซึ้งของเครื่องประดับแต่ละชิ้นอีกด้วยในรอบนี้ ผู้เข้าประกวดทั้ง 12 คนได้เลือกเครื่องประดับที่จะสวมใส่ขึ้นโชว์บนเวทีด้วยตนเอง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าเครื่องประดับไข่มุกนั้นสามารถนำมาสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส หลากหลายสไตล์ และหลากหลายอารมณ์ได้อย่างลงตัว โดยจะเป็นการนำเสนอเครื่องประดับแต่ละชิ้นผ่านแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นส่วนตัวของผู้เข้าประกวดเอง

ในรอบนี้ ลูกตาล สุรารักษ์ เกียรติสูงเนิน เป็นผู้ได้รับรางวัล JC Crown Jewel Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ที่สามารถนำเสนอเครื่องประดับผ่านการสไตล์ลิ่งอย่างสร้างสรรค์ โดยลูกตาลได้เลือกจับคู่สร้อยคอ “The Monochrome” ที่ทำจากไข่มุกสีขาว สีเทา และ สีดำ กับชุดว่ายน้ำสีเหลืองสดใส เกิดเป็นความตัดกันที่กลับกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นแล้วยังแสดงให้เห็นว่าไข่มุกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมพลัง และความมั่นใจของเธอในทุกๆก้าวเดิน ขณะเดียวกัน รางวัล JC Digital Muse Award ตกเป็นของ แซฟฟรอน มายา สนูค ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คำถามของ Jeweler Collective ได้อย่างชัดเจนว่า “คุณจะแสดงตัวตนผ่านการสวมใส่เครื่องประดับได้อย่างไร?” แนวคิดของเธอที่ใช้เครื่องประดับเป็นเหมือนผืนผ้าใบแห่งการแสดงออกส่วนตัว สะท้อนกับวิสัยทัศน์ของ Jeweler Collective และแรงบันดาลใจของผู้หญิงยุคใหม่ทั่วโลก ที่มองว่าเครื่องประดับไม่ใช่เพียงสิ่งประดับกาย แต่คือเรื่องราวส่วนตัวที่บอกเล่าผ่านสไตล์ของตัวเอง

ความงดงามของ “Moments of Light” ในรอบไฟนอลในรอบ 5 คนสุดท้าย ผู้เข้าประกวดได้ถ่ายทอดความสวยงามของเครื่องประดับจากคอลเลกชัน Moments of Light งานศิลป์ที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยมือ รังสรรค์จากไข่มุกแท้ธรรมชาติที่สะท้อนประกายแสง อย่างน่าอัศจรรย์หลังเสร็จสิ้นการประกวด Jeweler Collective ได้มีการแสดงความยินดีกับผู้ได้รับตำแหน่ง Miss & Mister Global 2025 โดยได้มีการรับประทานอาหารร่วมกันกับผู้เข้าประกวดที่ได้รับตำแหน่ง พร้อมทั้ง ทีมผู้บริหาร จาก TPN Global

ผู้ชนะรางวัลพิเศษทั้งสองรางวัลได้เลือกชิ้นงานที่จะเป็นความทรงจำแห่งการประกวด:แซฟฟรอน มายา สนูค ผู้ชนะตำแหน่ง Miss Global Thailand 2025 และ JC Digital Muse เลือกสร้อยคอ “Mystic Lagoon” ผลงานชิ้นพิเศษที่ใช้ไข่มุกบาร็อคสีเข้มจากธรรมชาติ อันเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและตัวตนที่แตกต่าง

ลูกตาล สุรารักษ์ เกียรติสูงเนิน ผู้ชนะรางวัล JC Crown Jewel Award เลือกเซ็ตสร้อยคอและต่างหู “Midday Bloom” ซึ่งทำขึ้นจากไข่มุกน้ำจืดทรงกลมธรรมชาติและ Mother of Pearl โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ที่ผลิบานภายใต้แสงอุ่นของยามกลางวัน เผยความสดใส เต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาภายใต้แสงแดดเจิดจ้า

เครื่องประดับทั้ง 2 ชิ้นนี้ต่างเป็นงานฝีมือที่สะท้อนถึงความเป็นศิลป์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เช่นเดียวกับตัวตนของผู้เข้าประกวดทั้ง 2 คนเกี่ยวกับ Jeweler Collective Jeweler Collective คือพื้นที่ที่เครื่องประดับก้าวข้ามความงดงามและกลายเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เราคัดสรรผลงานชั้นเลิศจากช่างฝีมือดั้งเดิมและนักออกแบบร่วมสมัยทั่วทุกมุมโลก เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเอกลักษณ์ ฝีมือ และเรื่องราวเบื้องหลังของอัญมณีทุกชิ้น ตั้งแต่ไข่มุกที่สะท้อนความงามเหนือกาลเวลา หยกที่สื่อสารเรื่องราวมาหลายยุคสมัย เพชรที่กลายเป็นเครื่องหมายของความเป็นนิรันด์ ไปจนถึงผลงานชิ้นเดียวในโลกที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ทุกชิ้นคืองานศิลป์ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่ยังเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาอย่างมีชีวิต ค้นพบเรื่องราวที่เล่าผ่านเครื่องประดับเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jewelercollective.com

TOA ประกาศรางวัล ‘ARX’ สุดยอดเวทีสร้างสรรค์เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่

TOA ประกาศรางวัล ‘ARX’ สุดยอดเวทีสร้างสรรค์เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่

TOA ประกาศรางวัล ‘ARX’ สุดยอดเวทีสร้างสรรค์เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลก – เคมีภัณฑ์ของไทย ประสบความสำเร็จในการจัดงาน ‘ARX’ สุดยอดเวทีสร้างสรรค์เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมประกาศรางวัลในรอบชิงชนะเลิศกับ                 20 ผลงานสุดว้าว! เพื่อเฟ้นหาเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียการออกแบบสถาปัตยกรรมเชิงทดลองแบบไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด LIMINAL TERMINAL: Transitioning something to anything โดย ‘ชวิน เหล่าอนันต์ชัย’ นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ  สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ไปครอง พร้อมรับเงินรางวัล 150,000 บาท จากเยาวชนที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ

TOA มุ่งมั่นยกระดับและส่งเสริมพลังของเยาวชนไทย ล่าสุด! เราได้ปั้นเวทีขึ้นมาใหม่ ‘ARX’ (ARCHITECTURE ‧ REALITY ‧ XPERIMENTAL) เพื่อเป็นพื้นที่จุดประกายและสร้างสรรค์เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่ ได้ปลดปล่อยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในโลกของสถาปัตยกรรมเชิงทดลอง ภายใต้แนวคิด LIMINAL TERMINAL: Transitioning something to anything – พื้นที่รอยต่อแห่งการปรับเปลี่ยนและตีความ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องเปลี่ยนแนวคิดจากกระดาษให้เป็นสุดยอดผลงานที่จับต้องได้จริง บนพื้นที่ออกแบบอเนกประสงค์ (Pavilion) ขนาด 10×10 เมตร ที่เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายให้มาปฏิสัมพันธ์กัน โดยเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่สามารถกำหนดฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระที่ท้าทายกรอบเดิมของสถาปัตยกรรม

เวที ARX เปิดรับสมัครตั้งแต่เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงนักออกแบบรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 30 ปี เพื่อสร้างเวทีที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง โดยเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 สิงหาคม 68 ที่ผ่านมา และมีเยาวชนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คนจากทั่วประเทศ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 280,000 บาท

รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายชวิน เหล่าอนันต์ชัย จากผลงาน FLUXn’FLOW นิสิตชั้นปีที่ 4   คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเงินรางวัล จำนวน 150,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงาน ANCHORED AIR ได้แก่ นายชยนยุทธ์ ฉินนะโสต นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับเงินรางวัล จำนวน 60,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ผลงาน อรุณสวัสดิ์ โดย นางสาวพัชธ์ธมน บุญอยู่  นางสาววรันธร   พราวเนตร และนางสาวณัฐพัชร์ รัตนพิทักษ์กุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ รับเงินรางวัล จำนวน 40,000 บาท แล รางวัลพิเศษ ‘สุดยอดการสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม’ ได้แก่ ผลงาน Bangkok Bounding Box โดย นายธาวิน ต่างใจ นางสาวณัฐภัสสร จึงมานะกิจ และนายมหาสมุทร ปัญจปภาวิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รับเงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท  โดยมี นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เป็นประธานมอบรางวัล และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นางสนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์  ผู้ก่อตั้ง Sanitas Studio นายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปิน คิวเรเตอร์ ผู้จัดการแกลเลอรี  และ นายประธาน ธีระธาดา บรรณาธิการบริหาร art4d ร่วมตัดสิน ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน      

 ด้านผู้ชนะเลิศ นายชวิน เหล่าอนันต์ชัย นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า ตนได้ออกแบบผลงานชิ้นนี้ ในชื่อ FLUXn’FLOW ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าธรรมชาติคือแรงบันดาลใจสูงสุด เป็นการสังเกตและประยุกต์การออกแบบจากธรรมชาติ ผลงานนี้จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจให้ Pavilion สามารถอยู่ได้ทุกที่  บางครั้งกลมกลืนกับธรรมชาติ บางครั้งแทบจะหายไป และยังคงความหลากหลายที่ไม่สิ้นสุด ให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของผลงานและสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้คนที่เข้ามาใช้งาน

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เผยว่า TOA มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่ได้จัดเวที ARX ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ “โชว์ของ” โชว์ผลงานจากพลังความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม เราจึงเปิดรับสมัครเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับปริญญาตรี และนักออกแบบรุ่นใหม่จนถึงอายุ 30 ปี เพื่อเป็นเวทีแบบไร้ขีดจำกัดจริงๆ

“สำหรับผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย หรือทีมที่ไม่ได้รางวัล อย่าเสียใจ ถือว่าได้ประสบการณ์ล้ำค่าไปพัฒนาต่อ ปีหน้า TOA สัญญาว่าจะยกระดับงานประกวด ARX ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมผนึกพันธมิตร VG, PODIUM, CUCINA GALLERIA และ WoodDen เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้โชว์ผลงานสุดว้าวกันต่อไป

ท้ายนี้ ผมต้องขอชื่นชมและขอร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆ ทุกคน ทั้งผู้ชนะเลิศที่ได้รับเงินรางวัลไปถึง 150,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอีก 2 รางวัล จนมาถึงรางวัลพิเศษที่ตอนแรกไม่มี แต่เรามอบให้เพื่อแสดงความชื่นชมและยินดีเป็นพิเศษ โดยเผยว่าได้ตัดสินใจมอบ รางวัลพิเศษ ‘สุดยอดการสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม’ เพิ่มเติม ด้วยเงินรางวัล 30,000 บาท เนื่องจากคณะกรรมการประทับใจในไอเดียของทีมเยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่โดดเด่นเกินคาด” นายจตุภัทร์ กล่าวให้กำลังใจ

สำหรับเยาวชนนักออกแบบและสถาปนิกที่พลาดโอกาสในปีนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของโครงการได้ที่         เว็บไซต์ arxawards.wordpress.com Facebook: facebook.com/ARXperimental และ Tiktok: https://www.tiktok.com/@arxawards เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อร่วมสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมแห่งอนาคตไปพร้อมกัน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำทัพเชฟดังส่งมอบอาหาร 3,600 กล่องสู่ชุมชนในกทม. ‘ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’s CHARITY EVENT’

ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำทัพเชฟดังส่งมอบอาหาร 3,600 กล่องสู่ชุมชนในกทม.  ‘ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’s CHARITY EVENT’

ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำทัพเชฟดังส่งมอบอาหาร 3,600 กล่องสู่ชุมชนในกทม. ‘ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’s CHARITY EVENT’

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) แหล่งรวมอาหารและวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างสังคม จัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี “ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’S CHARITY EVENT” โดยผนึกกำลังเชฟชื่อดังระดับประเทศ และพันธมิตรร้านอาหาร ร่วมรังสรรค์เมนู อัดแน่นด้วยคุณค่าและความอร่อย เพื่อนำไปส่งต่อยังเขตและชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ รวมกว่า 3,600 กล่อง เติมเต็มทุกมื้อด้วยรอยยิ้มและความสุขให้กับสังคม สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ฌอน หวอง

ฌอน หวอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวางแผนองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Chef’s Club by Makro มุ่งสนับสนุนเชฟ เจ้าของร้านอาหาร และคนรักอาหาร ให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และเข้าถึงโซลูชันครบวงจร ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานและต่อยอดความสำเร็จในทุกจานอาหาร เรามุ่งผลักดันศักยภาพเชฟและธุรกิจร้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ในโอกาสครบรอบ 36 ปี แม็คโครได้จัดกิจกรรมพิเศษ “ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’S CHARITY EVENT” ร่วมกับเชฟแถวหน้าของประเทศและพันธมิตรร้านอาหาร เปิดครัวที่แม็คโคร สาทร ปรุงอาหารสดใหม่กว่า 3,600 กล่อง มอบให้ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อส่งต่อความอร่อยและรอยยิ้มจากฝีมือเชฟมืออาชีพ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพลังแห่งการแบ่งปัน พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ของแม็คโครในการยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการและสังคมไทย เดินหน้าเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน”

เชฟวิลเมนท์ ลีออง และเชฟเอก

สำหรับกิจกรรม “ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ CHEF DAY’S CHARITY EVENT” เชฟและพันธมิตรได้รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์คุณภาพของแม็คโคร ครอบคลุมอาหารทั้งตะวันตก ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และฟิวชัน ที่ปรุงสดใหม่ ได้แก่ เมนูสเต๊กไก่ซอสจูส์กับมันบด จากเชฟวิลเมนท์ ลีออง และเชฟเอก, เมนูปีกบนไก่บัฟฟาโล่วิงส์ ราดซอสชีสกับหอมทอด จากเชฟเมย์และเชฟบาส, เมนูพิซซ่าซาวโดวจ์ จากเชฟอ๊อฟ, เมนูยากิอุด้งไก่ จากเชฟพฤกษ์, เมนูคิมบับ จากเชฟอาร์, เมนูติ่มซำ จากเชฟป้อม, เมนูกุ้งทอดรสโนริ จากเชฟบิว ร้าน Eat Me Shrimp, เมนูสุกี้ผัดแห้งซอสหมาล่า จากเชฟโอ๋ ญาณัช และเชฟน้อย และเมนูข้าวกระเพราไก่ จากร้านกระเพราลุงหวัง ก่อนบรรจุใส่กล่องรวม 3,600 กล่อง และส่งมอบให้ชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งแม็คโครยังได้ต่อยอดเมนูดังกล่าวสู่ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง–พร้อมทาน (RTC–RTE) ภายใต้แนวคิด “เอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟชื่อดัง เฉพาะที่แม็คโคร” เพื่อสร้างความแตกต่าง ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและลูกค้า ด้วยรสชาติคุณภาพมาตรฐานในราคาที่คุ้มค่า ที่สำคัญยังเป็นการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสูตรอาหาร สร้างรายได้เพิ่มขึ้น และเติบโตไปพร้อมกับแม็คโครอย่างยั่งยืน

 เชฟอาร์

เชฟโอ๋ ญาณัช และเชฟน้อย

เชฟพฤกษ์

Thailand Privilege Card เปิดตัว “อาโป-ณัฐวิญญ์” โกลบอล แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก

Thailand Privilege Card เปิดตัว “อาโป-ณัฐวิญญ์” โกลบอล แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก

Thailand Privilege Card เปิดตัว “อาโป-ณัฐวิญญ์” โกลบอล แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสานต่อพันธกิจส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตเหนือระดับในประเทศไทยให้แก่สมาชิก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ระดับเวิลด์คลาส ด้วยการเปิดตัว “อาโป” ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ นักแสดงและนายแบบชื่อดัง ในฐานะโกลบอล แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Thailand Privilege Card ผ่านภาพยนตร์โฆษณาล่าสุด ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Luxury”  ที่ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สำหรับสมาชิกพำนักระยะยาวในประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับเวลาและการบริการ  โดยสะท้อนเอกลักษณ์การให้บริการจาก Thailand Privilege Card อีกด้วย

นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด  กล่าวว่า การเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ และได้ อาโป-ณัฐวิญญ์ มาร่วมแสดง ในฐานะโกลบอล แบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ภายใต้วิสัยทัศน์ “World’s Premier Residency Program and Privileged Services Providers for Exclusive Individuals”  ดังนั้น นอกจากจะเป็น “ครั้งแรก” ที่บริษัทมี โกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์แล้ว ยังเป็นการเปิดตัว ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เพื่อถ่ายทอดบริการและประสบการณ์การเป็นสมาชิก โดยนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจผ่าน “อาโป-ณัฐวิญญ์” ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของไทยแลนด์ พริวิเลจ นำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการของบริษัทและพันธมิตรคู่ค้า โดยมี “BeOnCloud” บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซีรีส์และภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ที่ครอบคลุมงานบันเทิงครบวงจร และยังมีผลงานของบริษัทเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ เข้ามาดูแลการผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีมิติ น่าสนใจ และสื่อสารกับชาวช่างชาติได้เป็นอย่างดี

“การที่ได้คุณอาโปร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่นี้ จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ในหลายๆด้าน เพราะนอกจากเป็นนักแสดงและนายแบบระดับโลกและมีแฟนคลับมากมายในหลากหลายประเทศ คุณอาโปยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสินค้าสินค้าลักชัวรีชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างการรับรู้แบรนด์ สะท้อนถึงแก่นแท้ของความเป็นไทยที่ผสมผสานกับความหรูหราระดับสากลได้อย่างลงตัว การสื่อสารในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด ‘คุณค่าของเวลา’ ที่เปรียบเสมือนสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของคนในยุคปัจจุบัน และยังสื่อสารถึงบริการและสิทธิประโยชน์เหนือระดับที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก ทำให้สามารถมีเวลาในการใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือคนที่รักอย่างคุ้มค่าตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย โดยบริษัทฯ มีการบูรณาการกลยุทธ์ในการสื่อสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ อาทิ สื่อโฆษณาภายในสนามบิน, สื่อ In-flight Media บนเครื่องบินสายการบินไทย และสายการบินอื่นๆ ในอนาคต,  สื่อบนรถไฟฟ้า, รวมทั้งสื่อนอกบ้าน (Out-of-Home) และจอ LED ทั้งในและต่างประเทศ ในโลเคชันที่สำคัญ อาทิ Time Square (นิวยอร์ก), ถนน NanJing Lu (เซี่ยงไฮ้) และสิงคโปร์ เป็นต้น เพื่อสื่อสารไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมายหลัก พร้อมขยายไปยังกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอื่นๆ อาทิ อินเดีย และตะวันออกกลาง”  นายมนาเทศ กล่าว

ทั้งนี้ บัตรสมาชิก Thailand Privilege  ประกอบด้วยพิเศษที่แตกต่าง คือ สิทธิในการพำนักระยะยาว ในประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 20 ปี+ พร้อมการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สนามบิน (Airport Signature Services)  ซึ่งจะรวมถึงบริการผู้ช่วยส่วนตัว (Elite Personal Assistant – EPA) บริการห้องรับรองพิเศษ ณ สนามบิน (VIP Lounge), Electro Carts, พนักงานอำนวยความสะดวกระหว่างการพำนักในประเทศไทย (Elite Personal Liaison – EPL)  และสิทธิประโยชน์เหนือระดับที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ  (Lifestyle Privileges) อาทิ บริการด้านสุขภาพและความงาม, สิทธิพิเศษในโรงแรม, สนามกอล์ฟ  ทั้งในและต่างประเทศกว่า 1,000 แห่ง และร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ

สามารถติดตามรายละเอียดของ Thailand Privilege Card หรือข้อมูลในการสมัครเพื่อพำนักระยะยาวในไทยได้ทางwebsite : www.thailandprivilege.co.th  IG :thailandprivilege     FB : thailandprivilege   Youtube : thailandprivilegecardofficial สำหรับพันธมิตรที่สนใจเข้าร่วมเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ที่แผนกพันธมิตรคู่ค้า โทร +(66) 2-353-4145, Email: vendor_relations@thailandprivilege.co.th  ผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่แผนกบริหารตัวแทนจำหน่าย โทร +(66) 2-353-4120 , Email : salesgroup@thailandprivilege.co.th

คุณแหน : 3 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 3 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 3 ตุลาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา เป็นประธานในพิธี 108 ปี วันพระราชทานธงไตรรงค์ ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ…

ll ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด ในฐานะผู้แทนองค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ ประจำปี 2568…

ll มิตรสหายและเหล่าลูกศิษย์ร่วมยินดีกับ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ที่ได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. ประจำปี 2568 สาขารับใช้สังคม…

ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน แจ้งประกาศผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรมหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (DJS) รุ่นที่ 3 ดูได้ที่ https://www.depa.or.th/storage/app/media/file-announce/AN_IN-05017-2568%20DJS2%203.pdf…

ll ข่าวน่ายินดี ภก.ดร.สุวิทย์ ธีรกุลชน นายกเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งผลคัดเลือกเภสัชกรดีเด่นประจำปี 2568 ดังนี้ ภก.ยงยุทธ โล่ศุภกาญจน์ สาขาเภสัชกรรม รพ., ภญ.ธรณิศ ประตังถาโต สาขาเภสัชกรรมชุมชน, ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ สาขาเภสัชกรรมการตลาด, ภก.ปราโมทย์ ชลยุทธ์ สาชาเภสัชกรรมอุตสาหการ, ภก.วันชัย นนทกิจไพศาล สาขาเภสัชกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, ภญ.ดร.นีรนารถ จิณะไชย สาขาเภสัชกรรมด้านทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์, ภก.ศ.(พิเศษ)ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี สาขาเภสัชศาสตร์การศึกษา, ภก.ศ.ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ สาขาเภสัชกรรมด้านวิจัย และนวัตกรรม, ภญ.พล.ท.หญิง อิษฎา ศิริมนตรี สาขาเภสัชกรรมสี่เหล่า, ภญ.เนตรนภิส สุชนวนิช สาขาการประยุกต์ใช้วิชาชีพเภสัชกรรมให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม, ภญ.ศ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง สาขาเภสัชกรรมด้านสมุนไพร, ภก.จตุพร ทองอิ่ม สาขาเภสัชกรรมปฐมภูมิ, ภญ.โฉมคนางค์ ภูมิสายดร, ภญ.ภนิตา สรรพกิจภิญโญ และ ภก.พ.ต.ธนัญชัย จวบประสพ สาขาเภสัชกรรุ่นใหม่…

ll อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ กรรมการบริหาร AFS (Thailand) เป็นประธานเปิดงานแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล “AFS Bowling 2025” (Strike for the Future) เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนนักเรียนที่สอบได้ไปแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมในต่างประเทศ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  วันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค.68 นี้เวลา 9.00 -12.00 น. ณ Blu -O สยามพารากอน  ขอเชิญชวนพี่ๆน้องๆชาว AFS มาสนุกสนานร่วมกันนะครับ…

ll ยินดีกับน้องๆ คณะวิศวฯ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ได้รับรางวัลทุนวิจัยโครงงานปริญญานิพนธ์ดีเด่น “ชลิต อินดัสทรี อวอร์ด 2025” ปีที่ 6 โดยมี รศ.ดร.ทวิช พูลเงิน, ชวิศ ยงเห็นเจริญ และ ดร.สมพร เพียรสุขมณี ร่วมมอบรางวัลเพื่อจุดประกายคนรุ่นใหม่ในการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม…

น้องใหม่