โค้งสุดท้าย ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ ลุ้นรางวัลใหญ่ ถึง 15 ต.ค.นี้

โค้งสุดท้าย ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ ลุ้นรางวัลใหญ่ ถึง 15 ต.ค.นี้

โค้งสุดท้าย ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ ลุ้นรางวัลใหญ่ ถึง 15 ต.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.37 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เร่งเครื่องลุยโค้งสุดท้ายแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ อย่างต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรชั้นนำมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้บริโภคและร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม ‘กินดีมีเฮง’ ลิ้มรสความอร่อยจากร้าน Thai SELECT ลุ้นรางวัลใหญ่รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท อีกทั้งเอาใจสายครีเอเตอร์ กับการประกวดคลิปวิดีโอสั้น ‘อาหารไทย ต้อง Thai SELECT’ ชิงเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท หมดเขตร่วมกิจกรรม 15 ตุลาคม 2568

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับมาตรฐานและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ธุรกิจร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT อย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดภายใต้แคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษมากมายจากพันธมิตร ทั้งคูปองส่วนลดค่าอาหาร/โค้ดพิเศษในแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN และ Grab สิทธิประโยชน์เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) ในร้าน Thai SELECT และ Makro มอบโปรโมชันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายร้าน Thai SELECT

นอกจากนี้ ยังมอบโชคใหญ่สำหรับสายกิน สายเที่ยว ที่มารับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์  Thai SELECT ทั่วประเทศ กับกิจกรรม ‘กินดีมีเฮง’ ลิ้มรสความอร่อยพร้อมลุ้นโชคสุดฟินคูณสาม รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำหนัก 1 บาท ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ Thai SELECT Limited Edition ฟินที่ 2 ทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟตามรอยร้าน Thai SELECT และ ฟินที่ 3 Thai SELECT Cash Back รับสิทธิ์ลุ้น Cash Back รวมมูลค่ากว่า 140,000 บาท เพียงรับประทานอาหารที่ร้าน Thai SELECT ครบ 500 บาทขึ้นไป และส่งภาพใบเสร็จ พร้อมกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มที่ LINE Official Account: @thaiselect โดยใบเสร็จ 1 ใบ ลุ้นโชคได้ 1 สิทธิ์ สามารถส่งใบเสร็จร่วมกิจกรรมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2568

และอีกหนึ่งกิจกรรม เอาใจสายครีเอเตอร์กับ “กิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอสั้น” ภายใต้สโลแกน ‘อาหารไทย  ต้อง Thai SELECT’ ชิงเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท โดยแบ่งรางวัลการประกวดแบ่งออกเป็น  2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภท Professional ทีมละไม่เกิน 3 คน จำนวน 3 รางวัล โดยมีรางวัลชนะเลิศมูลค่า 100,000 บาท รางวัลที่ 2 มูลค่า 40,000 บาท และรางวัลที่ 3 มูลค่า 25,000 บาท และ 2) ประเภทประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทีมละไม่เกิน 3 คน จำนวน 13 รางวัล รางวัลชนะเลิศมูลค่า 60,000 บาท รางวัลที่ 2 มูลค่า 25,000 บาท รางวัลที่ 3 มูลค่า 15,000 บาท และรางวัลชมเชย 10 รางวัล รางวัลละ 2,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับคลิปที่มียอดวิวสูงสุดจากทุกแพลตฟอร์มมูลค่า 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรจำนวน 1 รางวัล ผู้สนใจสามารถสมัครและส่งผลงานผ่านทาง https://thaiselect.my.canva.site/ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Thai SELECT Thailand และ LINE Official Account: @thaiselect

-(016)

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ครบรอบ 108 ปี

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ครบรอบ 108 ปี

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ครบรอบ 108 ปี

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.13 น.

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมจัดกิจกรรมเคารพธงชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 108 ปี วันพระราชทานธงชาติไทย โดยมี นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล นายชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล นายฮากุน บริวเช็ท เชิร์ล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลยุทธ์และทรานสฟอร์มเมชั่น นายนิติธรรม โกวิทกูลไกร หัวหน้าสายงานด้านผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก เวลา 8.00 น. ซึ่งกิจ กรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 นับเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติ สะท้อนถึงความเสียสละของบรรพบุรุษผู้ปกป้องรักษาแผ่นดินไทย และตอกย้ำพลังใจของคนไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสืบสานกิจกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ความสามัคคีและความมุ่งมั่นขององค์กร ในการขับเคลื่อนธุรกิจโทรคมนาคม-เทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณประโยชน์สูงสุดให้กับคนไทยและประเทศไทยอย่างยั่งยืน

สภากาชาดไทยเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมประกวดวงดนตรีไทยสากล ‘World AIDS Day 2025 Music Band Contest’

สภากาชาดไทยเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมประกวดวงดนตรีไทยสากล ‘World AIDS Day 2025 Music Band Contest’

สภากาชาดไทยเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมประกวดวงดนตรีไทยสากล ‘World AIDS Day 2025 Music Band Contest’

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

สภากาชาดไทย นำโดย ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ อายุไม่เกิน 25 ปี เข้าร่วมประกวดวงดนตรีไทยสากล ในกิจกรรม “World AIDS Day 2025 Music Band Contest” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568 ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 85,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร

การประกวดในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านดนตรีพร้อมส่งต่อพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชน ผู้สนใจสามารถสมัครพร้อมส่งคลิปแนะนำทีมและการแสดงของวง 1 เพลง (ไม่เกิน 5 นาที) ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ คุณณัฏฐากร วิริยะวงศ์ โทร. 0 2251 6717 เว็บไซต์ http://www.aidsid.or.th หรือเฟซบุ๊กเพจ คลินิกนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย

เปิดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

เปิดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

เปิดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.13 น.

บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม, นางสงวน มะเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีฯ

ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ เพราะบรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อในประเพณีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการบูชารอยพระพุทธบาท, การสักการะท้าวพกาพรหม, การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี และการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา, การขอฝน, การเอาไฟเผาความทุกข์ และการบูชารอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ สื่อถึงความเชื่อที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวงานเทศกาลวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องมาเยือน

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า กิจกรรมปีนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดนครพนมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ขึ้น ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กันยายน – วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม โดยในปี 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก เพื่อยกระดับเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนนครพนมให้เป็น Restination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน โดยมีกลยุทธ์ “สร้างโลก” ยกระดับเทศกาลระดับประเทศให้เป็นระดับโลก สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของชุมชนในระดับสากล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวชมประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ล้ำค่าของจังหวัดนครพนม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า  ๑ เดียวในโลก

โดยภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ร้านมัจฉากาชาดจังหวัดนครพนม การไหลเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” และเรือไฟรักษ์โลก ตลอดทั้ง 12 วัน ขบวนแห่เรือไฟบกอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง “Nakhon Phanom illuminated Boat Carnival” กิจกรรมตลาดมหาดไทยชวนชิม จุดถ่ายรูป เช็คอิน สวนดอกไม้ และประติมากรรมโคมไฟ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ เวทีลานพนมนาคา กิจกรรมเรือไฟโบราณ ณ บริเวณลานพนมนาคา การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม ประกอบม่านน้ำ ณ บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์ศรี งานมหกรรมไม้ไผ่ ณ บริเวณสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และริมฝั่งโขงถนนสุนทรวิจิตร

นอกจากนี้สามารถ ชม ชิม ช้อป สินค้า OTOP สินค้าดีราคาถูก จากห้างร้าน โรงงาน อาหารอร่อยจากร้านดัง และชมฟรีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ ตลอดการจัดงาน โดยเฉพาะวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นี้ ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานกิจกรรมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้า ได้แก่ พิธีรำบูชาพระธาตุพนม บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ พิธีการทางศาสนาก่อนไหลเรือไฟ และแห่ปราสาทผึ้ง พิธีไหลเรือไฟโบราณ ณ ลานพนมนาคา และพิธีเปิดงาน “มหกรรมไหลเรือไฟนครพนม” ประจำปี 2568 และงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำและการแสดงโดรนแปลอักษร กว่า 300 ลำ การประกวดเรือไฟของทั้ง 12 อำเภอเป็นการหลอมรวมพลังสร้างสรรค์ พลังศรัทธา สร้างสรรค์ผลงานเรือไฟให้วิจิตรตระการตาเพื่ออวดสายตาและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

เวลา 19.00 น. ณ ริมฝั่งโขงด้านหน้าสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และ ประชาชน ทำพิธีปล่อยเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ พระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” ความยาวกว่า 70 เมตร และเรือไฟรักษ์โลก 7 ลำ ความยาวกว่า 20 เมตร จากกลุ่มอำเภอในจังหวัดนครพนม และเรือแสดงเอกลักษณ์ประเทศจีน ลาว เวียดนาม เรือไฟจากมหาวิทยาลัยนครพนมและที่ทำการปกครองจังหวัดนครพนม รวมทั้งหมด 9 ลำ โดยจะมีการปล่อยไหลเรือไฟทุกวันตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งชมได้ตลอดริมฝั่งโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม

เวลา 19.30 น. ณ บริเวณหน้าวัดพระอินทร์แปลง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ทำพิธีปล่อยขบวนเรือไฟบกอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง “Nakhon Phanom illuminated Boat Carnival” จำนวน 9 ขบวน พร้อมผู้ร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต ประกอบไปด้วย เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐประชาชนจีน เรือมังกรแห่งปัญญา เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เรือรุ่งอรุณแห่งเวียดนาม เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรือสายน้ำแห่งมิตรภาพ เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดสกลนคร เรือครามแห่งศรัทธา เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดมุกดาหาร เรือมุกสะพานศิลป์ เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดนครพนม ได้แก่ เรือศรัทธามหานที เรือสายใยชนเผ่า เรือสายสัมพันธ์วัฒนธรรม และปิดท้ายด้วย เรือไฟขบวนแฟนซีไฟเรืองแสง ม่วนซื่นอีสาน ประดับด้วยแสงไฟ ที่งดงามตระการตาและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๑ เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา”

ในโอกาสนี้ จึงอยากจะเชิญชวนทั้งชาวจังหวัดนครพนม,จังหวัดใกล้เคียง รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมชมงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กันยายน-วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม และอำเภอธาตุพนม จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า ๑ เดียวในโลก…จังหวัดนครพนมยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนเมือง 3 ที่สุด สู่สุขที่สุด

-(016)

พันธุ์ไทย คว้ารางวัล สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี จากเวที Business+ Product of The Year Awards 2025

พันธุ์ไทย คว้ารางวัล สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี จากเวที Business+ Product of The Year Awards 2025

พันธุ์ไทย คว้ารางวัล สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี จากเวที Business+ Product of The Year Awards 2025

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.12 น.

ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจกาแฟที่ดุเดือด ผู้เล่นอย่าง กาแฟพันธุ์ไทย สามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่แตกต่าง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง จนสามารถคว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2568 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทธุรกิจร้านกาแฟ จากเวที Business+ Product of The Year Awards 2025 จากการสำรวจผ่านกลุ่มตัวอย่าง Survey Poll จำนวน 3,000 ชุด ใน 9 หมวดประเภทสินค้า ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

นางสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจที่มีคุณค่าต่อพันธุ์ไทยเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่าความมุ่งมั่นในการพัฒนาของเราไม่สูญเปล่า ทั้งในด้านคุณภาพของเมล็ดกาแฟ การสร้างสรรค์เมนูที่ตอบโจทย์ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุก Touch Point พันธุ์ไทยพยายามปรับตัวให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้แบรนด์สดใหม่อยู่เสมอ โดยเน้นการสื่อสารให้ตรงใจกลุ่ม Young Gen เพิ่ม Brand Loyalty และขยายฐานลูกค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น รางวัลนี้ไม่ใช่เพียงความสำ เร็จขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากการสนับสนุนที่ดีของลูกค้า ทีมงาน และพันธมิตรของเราที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน พันธุ์ไทยจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อส่งมอบเครื่องดื่มที่ดีที่สุดและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อมั่น เราสัญญาว่าจะรักษาคุณภาพและความใส่ใจในทุกแก้ว เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าได้มอบให้กับแบรนด์พันธุ์ไทยตลอดมา”

สำหรับ Key Success Factor ที่ส่งผลให้กาแฟพันธุ์ไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาคือ Brand DNA ที่ชัดเจน สะท้อนความเป็นไทยผ่านการเล่าเรื่องด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูง โดยการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนไทย พร้อมสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้คอนเซปต์ Creative Thai Taste ที่นำวัตถุดิบจากแต่ละพื้นที่ในประเทศไทยมารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มใหม่ทุกปี ด้านกลยุทธ์การสื่อสารเน้นการสร้าง Engagement กับลูกค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์และบาริสต้าหน้าร้าน จนเกิดปรากฏการณ์ User Generate Content ที่ลูกค้าร่วมสร้างสรรค์เมนู DIY จากวัตถุดิบที่ร้านจำหน่ายและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นกระแสไวรัล นอกจากนี้ กาแฟพันธุ์ไทยยังใช้ Presenter ต่างชาติที่เป็น Real User อย่าง พี่จอง-คัลแลน มาร่วมสร้างความสนุกและแปลกใหม่ในแคมเปญ ซึ่งช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ให้กว้างขึ้นและดึงดูดกลุ่มลูกค้า Young Gen ได้มากขึ้น ขณะที่ระบบสมาชิก Max Card และ Max Card Plus ช่วยสร้างความคุ้มค่าและส่งเสริมการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ Application Max Me ยังตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถสั่งกาแฟล่วงหน้าและชำระเงินผ่านระบบ E-Wallet ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย สอดรับกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในปัจจุบัน

รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2568 “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025” จัดโดยนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reaching for The Hearts เข้าถึงใจผู้บริโภค” โดยในปีนี้มีสินค้าและบริการที่ได้รับรางวัลจำนวน 42 รางวัล ใน 9 หมวดอุตสาหกรรม เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในมิติของความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันยกระดับสินค้า และบริการที่สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างยั่งยืนต่อไป

ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 สู่ 3 ทศวรรษรางวัลแห่งเกียรติยศ

ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 สู่ 3 ทศวรรษรางวัลแห่งเกียรติยศ

ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 สู่ 3 ทศวรรษรางวัลแห่งเกียรติยศ

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.08 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน พระราชทานรางวัลแก่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะผู้บริหาร ททท. คณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัลฯ และหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้จัดการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาคุณภาพ และรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีความเป็นเลิศ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รางวัลนี้จึงเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ       ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่หน่วยงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยรับรองการส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าและน่าประทับใจ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีความโดดเด่น ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันและยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก

สำหรับพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 เป็นส่วนหนึ่งของ Grand Celebration ภายใต้แคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดยในปีนี้ได้มีการแบ่งประเภทการประกวดออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประเภทรายการนำเที่ยว และประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน ซึ่งมีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 151 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเกียรติยศ (Hall of Fame) จำนวน 6 รางวัล รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards) จำนวน 17 รางวัล รางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Outstanding Awards) จำนวน 59 รางวัล และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษที่มอบครั้งแรกในปีนี้ ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความยอดเยี่ยมในด้านการบริหารจัดการความยั่งยืน และรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม จำนวน 69 รางวัล

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายชื่อสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ได้ที่เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/tourismawards หรือ Facebook Page : thailandtourismawards

-(016)

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) แฟชั่นวีคยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) แฟชั่นวีคยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) แฟชั่นวีคยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.08 น.

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมพลังแห่งงานดีไซน์แฟชั่นสุดสร้างสรรค์ ครั้งยิ่งใหญ่ เขย่าวงการแฟชั่นไทยเปิดรันเวย์แฟชั่นวีคยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งแห่งปี “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” (BIFW2025) จัดเต็ม 11 รันเวย์โชว์ จาก 11 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยระดับท็อป ถ่ายทอดมุมมองแฟชั่นที่เหนือความคาดหมาย พร้อมนำเสนอเทรนด์แฟชั่นแห่งอนาคต และเผยศักยภาพของเหล่าแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่สู่สายตาโลก ตอกย้ำการเป็น World Class Fashion Destination ศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลกของสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ กลางเดือนตุลาคมนี้

“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” (BIFW2025) เวทีแฟชั่นวีคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นงานแฟชั่นสำคัญของเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 โดย สยามพารากอน ร่วมกับสยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ในปีนี้ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับแวดวงแฟชั่นไทย ด้วยการเนรมิตที่สุดแห่งเวทีแฟชั่นระดับโลกภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ที่เปี่ยมด้วย พลังสร้างสรรค์อันเหนือชั้น และโชว์ที่เหนือความคาดหมาย เพื่อเผยศักยภาพของแฟชั่นไทยสู่สายตาโลก โดย BIFW2025 ยังเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารกสิกรไทย, บริษัทเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด, ซิติเซ่น (CITIZEN), แมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) และ แอปโซลูท อิทส์ อิน อาวเวอร์ สปิริต (Absolut It’s in our Spirit)

ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM เผยว่า “ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา Siam Paragon Bangkok International Fashion Week  นับได้ว่าเป็นเวทีแฟชั่นวีคที่โดดเด่นและ ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นไทย รวมถึงแวดวงแฟชั่นของภูมิภาคเอเชีย โดยเป็นศูนย์กลางของการออกแบบที่เปี่ยมด้วยพลังของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมด้านแฟชั่น ตลอดจนเป็นเวทีแห่งโอกาสที่เปิดให้ดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้าได้นำเสนอสุดยอดผลงาน สนับสนุนให้นักสร้างสรรค์คลื่นลูกใหม่ได้แสดงศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เกี่ยวข้องในแวดวงแฟชั่น และมอบประสบการณ์ด้านแฟชั่นให้กับผู้คน เป็นมหกรรมงานแฟชั่นที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยไปด้วยกัน โดยปีนี้ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด FASHIONABLY EXTRAORDINARY นำเสนอเวทีแฟชั่นที่เหนือความคาดหมายและน่าจับตามองที่สุด เพื่อก้าวสู่การเป็นแฟชั่นวีคระดับโลกอย่างแท้จริง”

สยามพารากอน ในฐานะ Luxury Lifestyle Destination ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแฟชั่นไทยสู่รันเวย์ระดับโลก เตรียมเนรมิตที่สุดแห่งเวทีแฟชั่นไทย กับแกรนด์รันเวย์อันเป็นเอกลักษณ์ของ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” ผนึกกำลัง 11 ดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย อาทิ ๒๗FRIDAY, 37°c Thirty-seven degrees Celsius, ASAVA, FLYNOW, FUNDAO, Greyhound Original, ISSUE, Leisure Projects, NAGARA, PAINKILLER Atelier, PATINYA รันเวย์สุดไอคอนิกที่รวมพลังครีเอทีฟของดีไซเนอร์ไทย นำเสนอคอลเลกชันฤดูกาลใหม่ ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน พร้อม Live แฟชั่นโชว์ทั้ง 11 โชว์ ให้แฟชั่นนิสต้าและผู้สนใจแฟชั่นจากทางเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก Siam Paragon ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2568

ด้วยแนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ทำให้ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 ในปีนี้ จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษ (Extraordinary Experiences) ช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่มากกว่าแฟชั่นโชว์บนรันเวย์, เรื่องราวสุดพิเศษ (Extraordinary Storytelling) ที่ชวนให้ทุกคนดื่มด่ำไปกับเรื่องราวหลากหลายซึ่งสะท้อนผ่านผลงานของเหล่าดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้า, ความประทับใจแสนพิเศษ (Extraordinary Impact) กับบรรยากาศของงานแฟชั่นวีคระดับโลกที่ทุกคนรอคอย และไม่เคยทำให้ผิดหวัง รวมถึง สถานที่สุดพิเศษ (Extraordinary Locations) เต็นท์สีขาวขนาดยักษ์สุดไอคอนิกอันเป็นที่จดจำของเหล่าแฟชั่นนิสต้า โดย Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 มาพร้อมไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้มากมาย

สำหรับ สยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ตอกย้ำจุดยืนสู่การเป็น“The THAIdeaopolis – มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์” พร้อมเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสำหรับยังก์ดีไซเนอร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Visionary of THAI Creativity พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Epson ประเทศไทย นำเสนอผลงานสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับรันเวย์นี้โดยเฉพาะ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับมรดกทางวัฒนธรรมของไทย จากการออกแบบของนิสิต-นักศึกษาสาขาการออกแบบและแฟชั่นดีไซน์ทั่วประเทศ 12 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากจังหวัดชายแดนของไทย มาสร้างสรรค์ผืนผ้าและลวดลาย เป็นแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อเน้นย้ำถึงพลังสร้างสรรค์แบบไทยที่ผสานประเพณีเข้ากับนวัตกรรม และยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่เวทีโลก โดยได้รับการสนับสนุนนวัตกรรมการพิมพ์ที่ทรงประสิทธิภาพจาก Epson เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความคมชัด ติดทน อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้สนใจติดตามผลงานสุดสร้างสรรค์จากเหล่าดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ได้ที่เวที VISIONARY STAGE @ Siam Center ระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 ณ เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ผลงานสร้างสรรค์ในงานนี้จะนำมาจำหน่ายผ่านทาง Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ และ ONESIAM SuperApp อีกด้วย

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย พร้อมให้ทุกคนเข้ามาค้นพบ (Experiment), สร้างสรรค์ (Create) และพัฒนา (Cultivate) ได้อย่างไม่รู้จบ เตรียมมอบประสบการณ์แฟชั่นสุดล้ำในงาน “SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2025” ชวนทุกคนมาอัปเดตเทรนด์ FW25 – SS26 แบบเจาะลึกจากเสื้อผ้าแฟชั่นอิมพอร์ตมาแรงใน Discovery Selection และพลาดไม่ได้กับ Trend Talk แฟชั่นแห่งอนาคต โดย แอล-อรรคพล ฤทัยยานนท์ สไตลิสต์ชื่อดังแห่งวงการแฟชั่น ที่จะมา Mix & Match ไอเทมเด็ด พร้อมกิจกรรม Mini Styling Battle และชม Mini Fashion Presentation นำโดยแบรนด์แฟชั่นสุดฮอตจากทั่วโลกใน Discovery Selection อาทิ ADERERROR, ADSB Andersson Bell, A COLD WALL, AJOBYAJO, A KIND OF GUISE, AMBUSH, AMOMENTO, Baum und Pferdgarten, Damson Madder, JIJI STUDIO, Joshua Sanders, Les Deux, Never Fully Dressed, OPEN YY, SAMSOE SAMSOE, Studio Nicholson, Wax London และ XLIM นอกจากนี้ยังมีโซนสไตลิ่งสุดพิเศษให้สนุกกับการ Mix & Match ด้วยตัวเอง โดยมีสไตลิสต์นำเสนอคอลเลกชันลุคเพื่อเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจด้านแฟชั่นให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ลุคผ่านตุ๊กตากระดาษที่ทั้งสนุกและสะท้อนสไตล์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ! ช้อปครบ 5,000 บาท รับฟรี Discovery Selection Tote Bag และส่วนลดพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 14-19 ตุลาคม 2568 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

เตรียมตัวและชุดให้พร้อม ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” กลางเดือนตุลาคม 2568 นี้ ที่สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon

จุฬาฯ – ACT เปิดตัว “Corruption Watch แชตฟ้องโกง ทันใจ” ครั้งแรกในไทย! แจ้งเบาะแสโกงได้ง่าย ปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน

จุฬาฯ – ACT เปิดตัว “Corruption Watch แชตฟ้องโกง ทันใจ” ครั้งแรกในไทย! แจ้งเบาะแสโกงได้ง่าย ปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน

จุฬาฯ – ACT เปิดตัว “Corruption Watch แชตฟ้องโกง ทันใจ” ครั้งแรกในไทย! แจ้งเบาะแสโกงได้ง่าย ปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.01 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดตัว Corruption Watch – แชตฟ้องโกง ทัน ใจ” เครื่องมือดิจิทัลใหม่ล่าสุดที่เปิดโอกาสให้ประชาชน แจ้งเหตุสงสัยการทุจริตได้ทุกที่ ทุกเวลา อย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยตัวตน โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Chula the Impact ครั้งที่ 35 เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย ที่ทำให้ “ทุกคน” มีพลังในการร่วมตรวจสอบความโปร่งใส

รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดี จุฬาฯ กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นนำพลังวิชาการและนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยแก้ปัญหาสังคม การพัฒนา Corruption Watch คือการสร้างพื้นที่ใหม่ให้ประชาชนร่วมสอดส่องและแจ้งเบาะแสได้สะดวกและปลอดภัย เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมโปร่งใสไปด้วยกัน”

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธาน ACT กล่าวเสริมว่า “หัวใจของการปราบโกง คือทำให้ประชาชนมีพื้นที่ร้องเรียนอย่างปลอดภัย เมื่อมีคนฟังและนำไปแก้ไข ประชาชนก็พร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น Corruption Watch คือตัวช่วยที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง

รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า แชตฟ้องโกง ทันใจ พัฒนาจากงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาระบบร้องเรียนที่ยังไม่สมบูรณ์ ให้กลายเป็น แพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย รวดเร็ว และเข้าถึงได้ทุกคน สามารถส่งข้อความ ภาพ หรือเสียง พร้อมระบบปกป้องผู้แจ้งอย่างเข้มงวด

คุณฐิติวรดา เอกบงกชกุล ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังฯ ป.ป.ช. ย้ำว่า “ขณะนี้ เห็นแนวโน้มคอรับชันรูปแบบใหม่ๆ ที่กำลังสร้างปัญหา แชตฟ้องโกง ทันใจ จะเสริมพลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. และช่วยให้การรับเรื่องจากประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ด้านคุณวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่คือโอกาสที่ภาคประชาสังคมและชุมชนท้องถิ่นจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการตรวจสอบการทุจริต สร้างวัฒนธรรมความโปร่งใสจากฐานรากของสังคมไทย ประชาชนจะมั่นใจว่าเสียงความเดือดร้อนจะดังไปถึงผู้มีอำนาจให้มาแก้ไข“

งานเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน – มหาวิทยาลัย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน หน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และสื่อมวล ชน – ในการสร้าง ระบบนิเวศการต่อต้านคอร์รัปชันที่ยั่งยืน และย้ำว่า “การปราบโกง ไม่ใช่เรื่องของใครคนเดียว แต่คือพลังของทุกคน”

ประชาชนทุกคนสามารถร่วมเป็น “ผู้เฝ้าระวังการโกง” ได้ทันทีผ่าน

   •   LINE Official Account: @corruptionwatch

   •   เว็บไซต์: https://cs.actai.co/

ไอคอนสยาม ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์สายน้ำสำคัญของไทย โครงการ ‘สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา’ คืนความงดงามให้เจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์สายน้ำสำคัญของไทย  โครงการ 'สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา'  คืนความงดงามให้เจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์สายน้ำสำคัญของไทย โครงการ ‘สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา’ คืนความงดงามให้เจ้าพระยา

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ และเครือข่ายพันธมิตรริมแม่น้ำทุกภาคส่วน ผนึกกำลังฟื้นฟูแม่น้ำสายหลักของประเทศผ่านโครงการ “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลสายน้ำ เนื่องในวันแม่น้ำโลก (World Rivers Day 2025) และกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจัดพิธีเปิดโครงการเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ  ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม พร้อมกิจกรรมเก็บขยะในเจ้าพระยาและการรณรงค์ให้ร่วมกันอนุรักษ์แม่น้ำ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนมิถุนายน 2569

พิธีเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, อธิบดีกรมเจ้าท่า, ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการเขตสาทร, ผู้อำนวยการเขตสัมพันธ์วงศ์, ผู้อำนวยการเขตบางรัก, ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ประธานสมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา ประธานสมาคมเรือไทย, นายกสมาคมโรงแรมไทย, คุณณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด รวมถึงผู้บริหารจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ประเทศไทยถูกจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศแรกที่มีปริมาณขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก มีปริมาณขยะพลาสติกที่หลุดรอดลงทะเลประมาณ 22.8 ล้านกิโลกรัมต่อปี นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสิ่งมีชีวิตในทะเล ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อลดปริมาณขยะ และจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยผมเชื่อมั่นว่าโครงการ ‘สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา’ ที่ไอคอนสยามและพันธมิตรทุกภาคส่วน ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อปลุกจิตสำนึก สร้างความตระหนักรู้แก่สังคม และสนับสนุนให้ชุมชนและเยาวชนมีบทบาทในการดูแลรักษาแม่น้ำเจ้าพระยา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการแก้ปัญหานี้ และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมโดยรวม รวมถึงจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ให้ดียิ่งขึ้นด้วย”

ด้าน ณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หัวเรือใหญ่ของโครงการนี้ ให้ข้อมูลว่า แม่น้ำเจ้าพระยา คือแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ของคนไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง ทว่าทุกวันนี้เจ้าพระยากำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ โดยเฉพาะปัญหาขยะ ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ของเจ้าพระยาในปัจจุบัน

“ด้วยตระหนักถึงปัญหาขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ส่งผลกระทับต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ ไอคอนสยาม ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่เจ้าพระยา ภายใต้การสนับสนุนและความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งยึดถือหลักการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และเครือข่ายพันธมิตรริมแม่น้ำทุกภาคส่วน ดำเนินโครงการ ‘สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา’ เพื่อประสานความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำสายนี้อย่างจริงจัง โดยเป็นโครงการระยะยาว ที่ไม่เพียงรณรงค์ให้สังคมเกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของเจ้าพระยา แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ติดตั้งทุ่นดักขยะ ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายเยาวชนและชุมชนริมน้ำ ให้มีบทบาทในการดูแลรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะช่วยคืนความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ ให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายน้ำแห่งความภาคภูมิใจ ส่งต่อความใสสะอาดและยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังต่อไป” คุณณรงค์กล่าว

ทั้งนี้โครงการ “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา” สะท้อนให้เห็นถึงพลังสามัคคีของเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันฟื้นฟูและอนุรักษ์สายน้ำแห่งชีวิต ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ นิทรรศการ “มรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา” และกิจกรรมเก็บขยะและทำความสะอาดท่าเรือ เนื่องในวันแม่น้ำโลก (World Rivers Day 2025) บริเวณท่าเรือสาทร, ท่าเรือสี่พระยา, ท่าเรือราชวงศ์, ท่าเรือท่าดินแดง, ท่าเรือกรมเจ้าท่า และท่าไอคอนสยาม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่จะดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งการทดลองติดตั้งทุ่นดักขยะระยะทาง 3 กิโลเมตร จากสะพานตากสินถึงสะพานพระปกเกล้า โดยเริ่มต้นที่ท่าเรือไอคอนสยาม ก่อนขยายไปยังท่าเรืออื่น ๆ และการติดตั้งป้ายรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ รวมถึงข้อปฏิบัติในการใช้แม่น้ำ บริเวณท่าเรือ ชุมชนริมน้ำ และบนเรือต่าง ๆ ตลอดจนกิจกรรมเก็บกระทงในเทศกาลลอยกระทง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โดยทั้งหมดนี้เป็นโครงการระยะยาวที่จะดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569

ไอคอนสยาม เชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมืออันแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนริมแม่น้ำ ที่มุ่งมั่นตั้งใจจริงในการดำเนินโครงการ “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา” จะช่วยยกระดับจิตสำนึกและสร้างความตระหนักรู้ในสังคมถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีความงดงาม สร้างรายได้แก่ชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และคงคุณค่าเป็นมรดกแห่งสายน้ำสู่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป

สคบ. จับมือ SSRU เตรียมยกระดับการจัดการสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในยุคดิจิทัล

สคบ. จับมือ SSRU เตรียมยกระดับการจัดการสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในยุคดิจิทัล

สคบ. จับมือ SSRU เตรียมยกระดับการจัดการสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

สคบ. จับมือ มรภ.สวนสุนันทา เตรียมยกระดับแนวทางการจัดการสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและไม่ได้มาตรฐานในยุคดิจิทัล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีเปิดโครงการศึกษาวิเคราะห์การบริหารจัดการสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้มาตรฐาน ในวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 ณ โรงแรมทีเคพาเลซ แจ้งวัฒนะ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวทรงศิริ จุมพล รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิด

ภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “สินค้าด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในยุคดิจิทัล” ซึ่งมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

การดำเนินโครงการครั้งนี้มี รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตรา ศรีสอน อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชน และผู้บริโภคทั่วไป

โครงการยังได้จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมสะท้อนประสบการณ์และข้อเสนอแนะ อันจะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ประกอบการกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสมและทันสมัย

สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเล็งเห็นถึงความสำคัญในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมสร้างแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้มาตรฐานต่อไป ก็เพื่อให้ผู้บริโภคจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และไม่ถูกละเมิดสิทธิผู้บริโภค ตลอดจนนําไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

-(016)