Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls” การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls”  การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

Matara x Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls” การบรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและงานออกแบบเครื่องประดับ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.

บทใหม่แห่งศิลปะสวมใส่ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ Matara แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกชั้นนำของประเทศไทย จับมือกับศิลปินระดับนานาชาติ Anna Chekh เปิดตัวคอลเลกชัน “Shadow Man in Pearls”  ผลงานที่ผสานประติมากรรม สัญลักษณ์ และงานฝีมือเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

พิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคอลเลกชัน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ Matara Boutique ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โดยได้รับเกียรติจาก มร.วิคเตอร์ เซเมนอฟ (Mr. Viktor Semenov) อัครราชทูตที่ปรึกษา รักษาการแทนเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย  เข้าร่วมในงาน

มร.วิคเตอร์ เซเมนอฟ (กลาง) ร่วมงานเปิดตัวคอลเลคชั่น Shadow Man in Pearls

การปรากฏตัวของท่านถือเป็นสัญลักษณ์ของ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยและยูเครน พร้อมทั้งสะท้อนถึงคุณค่าร่วมกันในการยกย่อง ศิลปะ อัตลักษณ์ และงานฝีมือชั้นสูง ที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายสังคม หลากหลายวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

Matara x Chekh เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์เครื่องประดับไข่มุกที่มีชื่อเสียงของไทย “Matara Studio” และศิลปินนานาชาติ “อันนา เชค” (Anna Chekh) เจ้าของผลงานประติมากรรม Shadow Man ที่เคยจัดแสดงมาแล้วทั้งในเวนิสและนิวยอร์ก

จงจินต์ จึงสุระ ศรีชัยยงพานิช ผู้บริหารแบรนด์ Matara และ Anna Chekh

“Shadow Man in Pearls” จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือการผสมผสานระหว่าง “ศิลปะ” และ “เครื่องประดับ” ทุกชิ้นทำจากเงินแท้ 925 และตกแต่งด้วยไข่มุกแท้ ออกแบบให้เหมือนเป็นงานประติมากรรมขนาดเล็กที่สามารถสวมใส่ได้ โดยคอลเล็กชันนี้นิยามขีดจำกัดของเครื่องประดับขึ้นไปอีกขั้น ผ่านความประณีตของไข่มุกกับงานศิลปะ จนกลายมาเป็นรูปปั้นขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยปรัชญา ความรู้สึก และเรื่องราวของมนุษย์ผ่านเครื่องประดับ

Connection Brooch

ในคอลเลคชั่น  “Shadow Man in Pearls” ประกอบด้วย Connection — สร้อยคอที่แสดงถึงการสนทนาและประกายแห่งการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ Society — ชุดจี้และแหวนที่สะท้อนถึงสมดุลระหว่างบุคคลและกลุ่ม  Family — ต่างหูและแหวนที่แสดงถึงความลึกซึ้งทางอารมณ์และความกลมกลืนภายในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด Generations — เข็มกลัดที่แสดงถึงมรดก, ความต่อเนื่อง, และประสบการณ์ที่เป็นวงจร และ  Legacy — สร้อยข้อมือที่เป็นเกียรติแก่แสงสว่างภายในที่เราส่งต่อ

Society Ring & Family Ring

นอกจากนี้ยังมี Shadow Man รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากไข่มุก ขยายเรื่องราวของคอลเล็กชันด้วยการเชื่อมโยงศิลปะที่สวมใส่ได้กับประติมากรรมเชิงแนวคิด

Society Necklace

ผู้ที่หลงใหลงานศิลปะและเครื่องประดับ สามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อ Matara x Chekh : “Shadow Man in Pearls” ได้ที่ Matara Boutique, ชั้น 2, Gaysorn Village และ www.matarastudio.com สินค้ามีจำนวนจำกัด 

Generations Brooch

Shadow Man รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ ‘มดลูกสมบูรณ์’ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ 'มดลูกสมบูรณ์' เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์กุญแจสำคัญสู่ ‘มดลูกสมบูรณ์’ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.34 น.

โพรไบโอติกส์  ดีต่อมดลูก! งานวิจัยเผย “จุลินทรีย์ดีในมดลูกเกิน 80%” เพิ่มโอกาสท้องอย่างมีนัยสำคัญ

สุขภาพของ “มดลูก” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรืออิ๊กซี่ (ICSI) ซึ่งแม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าเพียงใด แต่สภาพแวดล้อมภายในโพรงมดลูกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยมีรายงานวิจัยเปิดเผยว่า การมีโพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี อย่าง Lactobacillus และ Bifidobacterium spp. มากกว่าหรือเท่ากับ 80% ในมดลูก มีความสัมพันธ์กับอัตราการฝังตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งเพจให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th ยืนหนึ่งในใจผู้มีบุตรยาก เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่ครูก้อยสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์เพื่อให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์กับผู้มีบุตรยากในเพจ BabyAndMom.co.th ทำให้ครูก้อยได้ทราบถึงปัญหาที่ส่งผลต่อการมีบุตรยาก ว่ามีหนึ่งสาเหตุที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ เรื่องของจุลินทรีย์ในลำไส้ จุลินทรีย์ในช่องคลอด จุลินทรีย์ในรังไข่ และจุลินทรีย์ในมดลูก ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยใหม่ ๆ ออกมาค่อนข้างมาก เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ชนิดดีที่เรียกว่า โพรไบโอติกส์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี คือแบคทีเรียมีประโยชน์ที่อาศัยอยู่ในร่างกาย โดยพบได้ในระบบทางเดินอาหาร ช่องคลอด ผิวหนัง และเยื่อบุโพรงมดลูกของผู้หญิง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการฝังตัวของตัวอ่อนหลังการปฏิสนธิ โดยโพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในมดลูก ซึ่งสมดุลนี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้โพรงมดลูกมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมก่อนการย้ายตัวอ่อนจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรืออิ๊กซี่ (ICSI) การเสริมโพรไบโอติกส์ตั้งแต่ช่วงบำรุงไข่ไปจนถึงกระบวนการเตรียมผนังมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนจึงนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยเตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์

โดยการมีโพรไบโอติกส์ที่ไม่สมดุลในระบบสืบพันธุ์และลำไส้ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันแย่ลง และเพิ่มค่าการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อโรคทางสูติศาสตร์และภาวะมีบุตรยาก เช่น การติดเชื้อในช่องคลอดเนื่องจากมีจุลินทรีย์ที่ไม่ดี มากขึ้น ทำให้ pH ในช่องคลอดไม่สมดุล ส่งผลต่อการตายของสเปิร์มและทำให้เกิดอัตราการปฏิสนธิที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสูติศาสตร์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ท่อนำไข่อุดตัน การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ทางเดินปัสสาวะ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในระบบสืบพันธุ์

ครูก้อย กล่าวเสริมว่า โพรไบโอติกส์สัมพันธ์กับการฝังตัวของตัวอ่อน จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่อง Does dysbiotic endometrium affect blastocyst implantation in IVF patients. ที่ตีพิมพ์ใน วารสาร Journal of Assisted Reproduction and Genetics ปี2019

ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในเยื่อบุมดลูกกับผลลัพธ์ของการทำ IVF โดยวิเคราะห์อัตราการตั้งครรภ์ของผู้ที่มีภาวะจุลินทรีย์ในเยื่อบุมดูกอยู่ในสภาวะสมดุล (Eubiotic) เปรียบเทียบกับผู้ที่มีภาวะไม่สมดุล (Dysbiotic) ณ เวลาที่ย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเข้าสู่โพรงมดลูก

ทดสอบโดยกำหนดเยื่อบุมดลูกที่เป็น Eubiotic เมื่อมี Lactobacillus และ Bifidobacterium spp. มากกว่าหรือเท่ากับ 80% เพื่อเปรียบเทียบกับเยื่อบุมดลูกที่เป็น Dysbiotic เมื่อมี Lactobacillus และBifidobacterium spp. น้อยกว่า 80% พร้อมกับแบคทีเรียชนิดอื่น มากกว่าหรือเท่ากับ 20%

การศึกษาพบว่า อัตราการตั้งครรภ์จากการทำ IVF มีค่าสูงขึ้น ในเยื่อบุมดลูกของผู้หญิงที่มี Lactobacillus และ Bifidobacterium อยู่มากกว่าหรือเท่า 80% กล่าวคือสภาพที่จุลินทรีย์ในเยื่อบุมดลูกมีสมดุลดี (Eubiotic) สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ครูก้อยกล่าวด้วยว่า  โพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือ จุลินทรีย์ชนิดดี นอกจากจะมีส่วนช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกแล้ว มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อที่อาจรบกวนมดลูก ปรับความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดให้อยู่ในสมดุลที่เหมาะสมเพิ่มจุลินทรีย์ดีในมดลูก ช่วยให้โพรงมดลูกพร้อมรับตัวอ่อน ลดโอกาสเกิดภาวะลำไส้แปรปรวน ท้องผูก ท้องอืด ที่อาจเพิ่มแรงดันในมดลูกในช่วงใส่ตัวอ่อนสำหรับผู้หญิงที่ทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือ IVF และยังช่วยกระตุ้นการสร้างโฟเลตที่สำคัญต่อการพัฒนาตัวอ่อน ควบคุมน้ำตาลในเลือด เสริมสุขภาพโดยรวมของแม่อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาพบว่าความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอดสามารถก่อให้เกิดการอักเสบ และนำไปสู่ปัญหาทางสูติศาสตร์และภาวะมีบุตรยากได้ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยเรื่อง Biological control of vaginosis to improve reproductive health ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of Medical Research, Supplement เดือนพฤศจิกายน ปี 2014 ศึกษาในผู้หญิงที่มีภาวะอักเสบของช่องคลอด พบว่ามีจำนวนแบคทีเรียแอนแอโรบส์ (Anaerobes) สูง ซึ่งเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ การติดเชื้อในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นผลจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอด ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสูตินรีเวช เช่น ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบ การคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ และอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากได้

ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการเตรียมตั้งครรภ์ หรือเตรียมผนังมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนควรเลือกทานโพรไบโอติกส์ที่มีสายพันธุ์ Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งเป็นสายพันธุ์สำคัญที่อยู่ในมดลูก แนะนำควรเริ่มทานได้ตั้งแต่ช่วงบำรุงไข่ เพื่อที่จะช่วยปรับและรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในมดลูกให้คงที่อยู่เสมอ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ Ferty Probiotics ที่ครูก้อยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมา โดยคัดเลือกสายพันธุ์โพรไบโอติกส์ 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม Lactobacillus และ Bifidobacterium ทั้งหมด 9 สายพันธุ์ ได้ที่ https://www.babyandmom.co.th/all-products/ferty-probiotics-by-krukoy และสามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ที่ช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้ใน รายการ Research​ Talk​ Ep.20 เรื่อง งานวิจัยเผย โพรไบโอติกส์ มีส่วนช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=NapTCqZRTzA  

อย่างไรก็ตามนอกจากจะทานโพรไบโอติกส์แล้ว ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ปรับโภชนาการ เพิ่มโปรตีน ลดคาร์บ ทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการเตรียมตัวที่ดี ปรับเปลี่ยนโภชนาการและปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ

และติดตามความรู้เตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยากได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/

TikTok: https://www.tiktok.com/@babyandmom.co.th

Line OA: @BabyAndMom.co.th (ปรึกษาครูก้อยและคัมภีร์บำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก)

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

เรย์แบน ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสไตล์อย่างไร้ขีดจำกัด จับมือ A$AP Rocky เปิดตัว Wayfarer Puffer

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรย์แบน (Ray-Ban) ผสานพลังสร้างสรรค์กับศิลปินระดับโลกผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค A$AP Rocky เผยโฉมแว่นกันแดด Wayfarer Puffer พร้อมแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนความกล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น กล้าแสดงออก และมีมิติ Wayfarer Puffer เป็นการตีความ Wayfarer อันเป็นไอคอนของแบรนด์ในมุมมองใหม่ผสานกลิ่นอายของฮิปฮอปเข้ากับแฟชันระดับสูงได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือแว่นกันแดดที่ทั้งทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์

การมาเยือนของ Wayfarer Puffer ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ทั่วไป แต่คือช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกศิลปะ ถือเป็นการพลิกโฉมไอคอนตลอดกาลอย่าง Ray-Ban Wayfarer ด้วยจินตนาการสุดล้ำที่กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ นำเอาศิลปะ แฟชัน และวัฒนธรรมผสมผสานเข้ากับวิสัยทัศน์อันแรงกล้าของ A$AP Rocky ได้อย่างมีชั้นเชิง แคมเปญนี้ถูกถ่ายทำในย่าน Harlem นิวยอร์ก ซึ่งบ้านเกิดของ Rocky โดยเขาเป็นผู้คัดเลือกนักแสดงจากชาวชุมชน ศิลปิน และผู้คนที่เติบโตเคียงข้างเขาด้วยตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่ทั้งดิบ เท่ และสง่างาม ถือเป็นการเฉลิมฉลองสไตล์ส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร และเพื่อให้ทุกเฟรมนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนอย่างทรงพลัง

Wayfarer Puffer เปิดตัวอย่างน่าตื่นตะลึงครั้งแรกในงาน Met Gala 2025 โดย A$AP Rocky ปรากฏตัวพร้อมแว่นรุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพียงชิ้นเดียวจากอิตาลี ด้วยดีไซน์ที่หรูหราจัดจ้าน ประดับโลโก้ทองคำ 18 กะรัตขนาดใหญ่ เพชรแท้ และอัญมณีธรรมชาติ รวมถึงหมุดที่ฝังเพชรอย่างประณีต ชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซนี้ตอกย้ำให้ Wayfarer Puffer กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแฟชั่นสตรีทแวร์ระดับไฮเอนด์

นอกจากนี้ กลุ่มครีเอทีฟของ A$AP Rocky ในนาม AWGE ยังร่วมมือกับ Ray-Ban สร้างสรรค์ประสบการณ์ After-party สุดล้ำผ่าน “AWGE Tailor Shop” ที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงหนึ่งคืน ณ Jeans NYC โดยผสานงานฝีมือระดับตำนานเข้ากับกลิ่นอายฮิปฮอปและแฟชั่นแนวอนาคตได้อย่างลงตัว

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

ฟิลิปส์ ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยในช่องท้อง

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลสุขภาพของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง จึงได้ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านรังสีวิทยาในงาน “CMU-PSU Abdominal Radiology Collaboration Meeting 2025” ซึ่งเป็นการประชุมด้านวิชาการทางการแพทย์ที่จัดโดยความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และอัพเดทความก้าวหน้าด้านการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาโดยเฉพาะโรคในช่องท้องให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวุฒ ทับทวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยช่องท้อง จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เนื่องจากปัจจุบันโรคมะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์พบว่าแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับกว่า 16,000 ราย และคร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในเนื้อตับ ซึ่งเกิดจากเซลล์ตับที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกร้าย เรียกว่า มะเร็งเซลล์ตับ (hepatocellular carcinoma) ซึ่งสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจนเกิดภาวะตับแข็ง  โรคอ้วนและภาวะไขมันพอกตับ ตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง และโรคตับคั่งน้ำดี ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะแรกมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่หากก้อนเนื้อร้ายใหญ่ขึ้น จะมีอาการปวดจุกบริเวณชายโครงขวาหรือช่องท้องส่วนบน มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ท้องโต ขาบวม ปัสสาวะมีเหลืองเข้ม ตาและตัวเหลือง หรือดีซ่าน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวุฒ ทับทวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยช่องท้อง จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “สำหรับในภาคใต้ เราพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งตับเพิ่มมากขึ้นมาเรื่อยๆ จากการศึกษาของคุณสีใส ยี่สุ่นแสงคาดว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งตับในสงขลาจะเพิ่มมากขึ้น โดยในเพศชายจะพบเซลล์มะเร็งตับประมาณ 6.7คน ต่อแสนคน และมะเร็งทางเดินน้ำดีประมาณ 9.4 คนต่อแสนคนในปีค.ศ. 2030 ส่วนในเพศหญิง จะพบเซลล์มะเร็งตับประมาณ 1.5 คนต่อแสนคน และ มะเร็งทางเดินน้ำดีประมาณ 3.9 คนต่อแสนคน ปัญหาของโรคมะเร็งตับที่เราพบมาก คือ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาตรวจเมื่อแสดงอาการและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะลุกลามแล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่ในระยะแรกของโรค มักไม่มีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยจะมาตรวจเมื่อมีอาการปวดท้องไม่หายและมักตรวจพบเนื้องอกมีขนาดใหญ่หรือเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม ซึ่งทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง

เราจึงอยากรณรงค์ให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง หรือมีอายุเพิ่มมากขึ้น เข้ารับการตรวจคัดกรองมากขึ้น ปัจจุบันการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับสามารถทำได้ด้วยการทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน ควบคู่กับการตรวจเลือดวัดระดับ alfa-fetoprotein (AFP) หากพบความผิดปกติ แพทย์จะส่งตรวจภาพรังสีวินิจฉัยของตับเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography: CT) หรือภาพเสียงสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging: MRI) เพื่อให้การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง และอาจจะต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางด้านพยาธิวิทยาในบางราย ซึ่งหากเราสามารถคัดกรองผู้ป่วยได้เร็ว หรือวินิจฉัยโรคมะเร็งตับได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีอาการลุกลาม จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยลง  

อีกทั้ง การจัดงานประชุมทางวิชาการในครั้งนี้ เราก็คาดหวังว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาในช่องท้องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากทั่วประเทศ และผู้เข้าร่วมจะสามารถนำความรู้จากงานประชุม กลับไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยได้ เนื่องจากความชุกของโรคแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกัน การจัดประชุมสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ก็จะเป็นการแชร์ข้อมูลของแต่ละพื้นที่ แต่ละเคสที่เจอที่แตกต่างกันได้ เพราะนอกจากโรคมะเร็งตับที่อาจจะพบมากทางภาคใต้ แต่ก็ยังมีโรคในช่องท้องอื่นๆ อีกที่เราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ อาทิ มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต เป็นต้น นอกจากนี้ ความร่วมมือของเรากับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ ยังหวังเพื่อเป็นการกระจายความรู้ในการคัดกรองผู้ป่วยเริ่มต้นไปยังหน่วยพยาบาลปฐมภูมิและทุติยภูมิในภาคเหนือและภาคใต้ เพราะหน่วยพยาบาลปฐมภูมิและทุติยภูมิมักไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ยังสามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นได้ด้วยการเจาะเลือดและทำอัลตราซาวด์ ก็จะสามารถตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นได้ ” ผศ.นพ. ธีระวุฒ กล่าว

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) 

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ฟิลิปส์ เราได้นำเสนอนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งเครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และเครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่แหล็กไฟฟ้า (MRI) โดยมีทั้งเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ที่ช่วยให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่ช่วยลดการฉีดสารทึบสี และการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น เมื่อเราเป็นผู้นำตลาดในด้านนี้ เราจึงเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการและการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย และยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขให้กับผู้ป่วยอีกด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก็สำคัญเช่นกัน โดยหลักๆ ก็คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลี่ยงอาหารมัน ทอด หวาน เพื่อลดเสี่ยงโรคอ้วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หรือหากพบความผิดปกติก็รีบปรึกษาแพทย์ เพียงเท่านี้ เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถลดความรุนแรงของโรคได้

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

CHOL เปิดตัว ‘Spring en Memoire’ แคมเปญกลิ่นหอมแห่งแรงบันดาลใจ

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

CHOL Aromatique แบรนด์เครื่องหอมที่เชื่อในพลังของ “กลิ่น” ในการเชื่อมโยงความรู้สึก ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “Spring en Memoire” พร้อมคอลเลกชันถุงหอม Nature’s Blossom ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฤดูใบไม้ผลิผ่านกลิ่นหอม 3 แบบ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้ “กลับมาอยู่กับตัวเอง” อย่างลึกซึ้ง ผ่านลมหายใจแห่งความทรงจำ

กลิ่นที่ช่วยให้เรา “อยู่กับตัวเอง” ได้อีกครั้ง

CHOL Aromatique แบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ไม่ได้ผลิตแค่ “กลิ่นหอม” แต่สร้าง “พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ” ให้คุณได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ทบทวนความรู้สึก และเติมพลังในแบบที่เป็นธรรมชาติของคุณ เพราะสำหรับเรา…กลิ่นหอม คือศิลปะที่สัมผัสจิตใจ และช่วยให้เรากลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดอีกครั้ง ลองสัมผัสกลิ่นหอมที่พูดกับหัวใจของคุณได้แล้ววันนี้ ผ่านถุงหอม Nature’s Blossom Collection จาก CHOL Aromatique มี 3 กลิ่นที่ออกแบบตามศาสตร์ Aromachology ซึ่งศึกษาผลของกลิ่นต่ออารมณ์และความรู้สึก Greenspire – กลิ่นชุ่มชื้น สดชื่น จากกลิ่นใบไม้ ฝน และดอกไม้ อ่อนโยนเหมือนเช้าแรกในป่า Imaginest – กลิ่นหวานซ่อนเปรี้ยวที่สดใสราวกับทุ่งผลไม้ พร้อมโน้ตของ Citrus และสมุนไพร Passiontree – กลิ่นสดชื่น มีชีวิตชีวา ผสมผสานชาเขียว ไม้หอม และดอกไม้สีขาว เสริมพลังใจและความสดใส

ศิลปะของกลิ่นและภาพถ่าย: ความร่วมมือกับศิลปินไทย

แคมเปญนี้ยังมีการร่วมมือกับศิลปินไทยหลากหลายแขนง โดยเฉพาะ ปุย สุรชัย แสงสุวรรณ ช่างภาพแนวหน้าจาก Crimson Studio ที่เคยร่วมงานกับ CHOL ตั้งแต่แบรนด์ก่อตั้ง และกลับมาสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายที่ตีความกลิ่นหอมเป็นภาษาทัศนศิลป์ โดยภาพถ่ายในแคมเปญนี้สื่อสารผ่านวัตถุธรรมชาติ เช่น มอส แมกโนเลีย และรังนก เพื่อแทนช่วงเวลาความทรงจำในวัยต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลิ่นหอมที่สามารถพาเรากลับไปยังความรู้สึกที่เคยสัมผัส

ถุงหอม 3 กลิ่นพิเศษ คอลเลกชัน Nature’s Blossom วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ http://www.cholaromatique.com และสโตร์ทุกสาขา (CentralWorld ชั้น 2, ICONSIAM ชั้น 1 และ EmQuartier ชั้น 2) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @cholaromatique และ Facebook: CHOL Aromatique

ซีพีผนึกกำลังพันธมิตรเปิดม่าน “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” งิ้วแต้จิ๋วระดับโลก ฉลองสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

ซีพีผนึกกำลังพันธมิตรเปิดม่าน “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี”   งิ้วแต้จิ๋วระดับโลก ฉลองสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

ซีพีผนึกกำลังพันธมิตรเปิดม่าน “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” งิ้วแต้จิ๋วระดับโลก ฉลองสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปี พ.ศ. 2568 นับเป็นปีสำคัญในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน  เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยพันธมิตร นำการแสดงอุปรากรจีนแต้จิ๋วอันดับหนึ่งจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง  สาธารณรัฐประชาชนจีน “คณะกึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง” มาเปิดม่านการแสดงเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างยิ่งใหญ่ ในชื่อชุดว่า “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” พร้อมขนทัพนักแสดงและทีมงานกว่า 80 ชีวิตมาร่วมถ่ายทอดการแสดงสด ทั้งการขับร้องและบรรเลงดนตรีเต็มวง ผสานแสง สี เสียงสุดตระการตา ตลอดการแสดง 7 วัน ไม่ซ้ำเรื่อง สะท้อนคุณธรรมแบบจีนโบราณ ทั้งด้านความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และ ความเสียสละ ระหว่างวันที่ 10 – 16 กรกฎาคม 2568 ที่ ทรู ไอคอน ฮอลล์  ไอคอน สยาม

เฉิน ทาว ผู้ว่าการเมืองซัวเถา, อู๋ จื้อ อู๋ อัครราชทูต รักษาการแทน ออท. สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วย รมว. กระทรวงการต่างประเทศ, ธนินท์ เจียรวนนท์ ปธ.อาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ปธ.กก.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมตัดริบบิ้นเปิดการแสดง

อู๋ จื้อ อู๋ อัครราชทูตจีน กล่าวเปิดงาน

ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วย รมว. กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแสดงความยินดี

ในการนี้ได้รับเกียรติจาก เฉิน ทาว ผู้ว่าการเมืองซัวเถา, อู๋ จื้อ อู๋ อัครราชทูต รักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมตัดริบบิ้นเปิดการแสดง “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” รอบปฐมทัศน์เรื่อง “ยุทธภูมิสี่หนึ่งจิว” พร้อมคำบรรยายภาษาไทย จีน และอังกฤษ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม องค์กร และประชาชนชาวไทยและจีน เข้าร่วมชมอย่างล้นหลาม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568  ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร 

เฉิน ทาวอู๋ จื้อ อู๋ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีธนินท์ เจียรวนนท์,ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ และ เกรียงไกร เธียรนุกุล พร้อมด้วยพันธมิตรร่วมจัดงาน

ผาณิต พูนศิริวงศ์,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,เฉิน ทาว,สนั่น อังอุบลกุล,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี,ธนินท์ เจียรวนนท์,ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์,เกรียงไกร เธียรนุกุล และพนิดา เทพกาญจนา

ผาณิต พูนศิริวงศ์,จรรย์สมร วัธนเวคิน,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,วรรณสมร วรรณเมธี, และพนิดา เทพกาญจนา

คณะกึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง  ถือเป็นคณะอุปรากรแต้จิ๋วอันดับ 1 ของจีน มีบทบาทสำคัญในการแสดง “งิ้วแต้จิ๋ว” ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่กว่า 590 ปี มีต้นกำเนิดจากภาคใต้ของจีนในยุคราชวงศ์ซ่งและหยวน โดดเด่นด้วยเสียงร้องในสำเนียงแต้จิ๋ว การเคลื่อนไหวอย่างประณีต ประกอบดนตรีพื้นบ้านอันไพเราะ และสีสันแห่งท้องถิ่นจนได้รับการขนานนามว่า “ดอกไม้แห่งภาคใต้”  จนกลายเป็นมรดกวัฒนธรรมสำคัญและสายใยเชื่อมโยงจิตวิญญาณของชาวแต้จิ๋วกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก เสมือนการทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรมต่างประเทศ” ในการเผยแพร่สำเนียงท้องถิ่น เชื่อมโยงมิตรภาพบ้านเกิด  และรวบรวมความรู้สึกรักบ้านเกิด  อาทิ  ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนตะวันออก มณฑลฝูเจี้ยนตอนใต้  ไต้หวัน ฮ่องกง เกาะไหหลำ คาบสมุทรเล่ยโจว  สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และภูมิภาคอื่นๆ  รวมถึงในประเทศไทยที่เคยมาเปิดการแสดงแล้วหลายครั้ง ตลอดจนได้เคยรับรางวัลและเกียรติยศจากหลายสถาบันสำคัญทั้งระดับชาติและระดับมณฑล ทำให้เป็นหนึ่งในคณะงิ้วแต้จิ๋วที่ประสบความสำเร็จที่สุดในแวดวงงิ้วจีนยุคใหม่

ผาณิต พูนศิริวงศ์ 2 ผู้บริหารเครือโภคภัณฑ์ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ ผู้บริหารด้านยั่งยืน และศศิเพ็ญ ไตรโสภณ

ดร.ลาลีวรรณ – พรเสก กาญจนจารี

ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, ลัดดา รติโรจนากุล และ เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี

บัณพร – ชัยยศ เอี่ยมอมรพันธุ์

การแสดงอุปรากรจีนหรืองิ้วในครั้งนี้ นอกเหนือจากความสนุกแล้ว ยังถือว่ามีคุณค่าทางศิลปะและการแสดงเทียบเท่ากับโอเปร่าในฝั่งตะวันตก ที่จะช่วยสร้างความรับรู้และอนุรักษ์ศิลปะมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี พร้อมสัมผัสกับการแสดงศิลปะอันเป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นสูงของอุปรากรจีนแบบดั้งเดิม ที่มีทั้งความอ่อนช้อยจากท่าทางการร่ายรำ และความหนักแน่นของท่วงท่าของศิลปะการต่อสู้  พร้อมเพลิดเพลินไปกับการขับร้องประกอบเสียงดนตรีสด  รวมไปถึงความงดงามของเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่จะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทางสีหน้าและท่าทางของนักแสดงมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน  ประกอบกับแสง สี เสียง อันทันสมัยที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชม เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงในครั้งนี้  

เบเยอร์ คิกออฟ สร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ ให้เย็นขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

เบเยอร์ คิกออฟ สร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ ให้เย็นขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

เบเยอร์ คิกออฟ สร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ ให้เย็นขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกในไทย! เบเยอร์ คิกออฟ ร่วมสร้างอาคารต้นแบบในเขตกรุงเทพฯ ให้เย็นขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยสีทาภายในที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนสูงและหน่วงไฟในตัว พร้อมยกระดับ “คุณสมบัติสีหน่วงไฟ” ด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร สร้างโรงเรียนปลอดภัยต้นแบบเพื่อสังคม

บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีรักษ์โลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลอัคคีภัยด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร” ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่ คลองเตย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ศูนย์นาโนเทค สวทช., โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และกรุงเทพมหานคร

หัวใจของโครงการนี้ คือการต่อยอดโดยผนึกกำลัง ขยะอาหาร (Food waste) จากเปลือกหอยนางรม สู่ “สารชีวภาพหน่วงไฟ” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัย กับ ผลิตภัณฑ์ BegerCool All-Plus for Interior สีทาภายในระดับพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งด้านการสะท้อนความร้อน และคุณสมบัติหน่วงไฟ  เพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัยในแหล่งชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเด็กเล็กซึ่งมีข้อจำกัดในการอพยพย้ายในภาวะฉุกเฉิน พร้อมยังมีสุขภาวะการอยู่อาศัยที่ดีด้วยอุณหภูมิที่เย็นสบาย (Thermal Comfort)การเติมสารชีวภาพที่พัฒนาจากขยะอาหารในครั้งนี้ ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงไฟอีกระดับ ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL94 V-0 สามารถดับไฟได้ภายใน 10 วินาทีโดยไม่เกิดเปลวไฟหยด ทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ปล่อยสารระเหยอันตราย

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสีที่ดีควรเป็นมากกว่าความสวยงาม แต่ต้องปกป้องคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้ BegerCool All-Plus for Interior ไม่เพียงแค่ช่วยให้อาคารเย็นสบาย แต่ยังมีคุณสมบัติหน่วงไฟ และยกระดับด้วยนวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ทางอาหาร โครงการนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเราสามารถใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด สร้างคุณค่าที่ทั้งปลอดภัย ยั่งยืน และเกิดประโยชน์ต่อสังคมจริง เหมาะกับการดูแลเด็ก ๆ ในโรงเรียน หรือ แม้แต่นำไปใช้กับกลุ่มอาคารที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น เช่น โรงพยาบาล อาคารสาธารณะอื่น ๆ เป็นต้น”

นอกจากนี้ เบเยอร์ยังมีแผนขยายผลนวัตกรรมสีเพื่อความปลอดภัยนี้ สู่พื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะอาคารสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารไทยให้ “เย็น ปลอดภัย และยั่งยืน” อย่างแท้จริงสามารถเข้าชมกิจกรรมต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์จากทางเบเยอร์ได้ที่ https://www.beger.co.th/th/product/5/BegerCool-All-Plus-for-Interior

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกับเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ จ.นครสวรรค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกับเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ จ.นครสวรรค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกับเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ จ.นครสวรรค์

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกับเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ไปถวาย ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 โดยมีพระพรหมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามกรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสงฆ์ในพิธี, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ, สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ,ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์พร้อมข้าราชการในจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมพิธี

พระพรหมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสงฆ์ในพิธีถวายเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ

พระครูวิจิตรสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯและข้าราชการในจังหวัดนครสวรรค์ร่วมในพิธีถวายเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ

ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดพานธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ

พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญชัยมงคลคาถา ในพิธีถวายเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระรูปสมเด็จฯกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่28 กรกฎาคม 2567 คณะสงฆ์วัดราชผาติการามกรุงเทพมหานคร และวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนครสวรรค์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้จัดสร้างเสาเทียนชัยมงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 10 ต้น พร้อมฐานรองรับจากไม้มงคล3 ชนิด คือไม้สักทอง ไม้พะยูง และไม้ขนุน แกะสลักลายไทยปิดทองคำเปลว เพื่อใช้ใส่เทียนชัยมงคลสำหรับจุดถวายพระพร โดย เสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ จัดสร้างแลออกแบบโดย พระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนฺทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเป็นไปอย่างประณีต ผ่านการออกแบบ วิธีปั้นต้นแบบพิธีหล่อเททอง และพิธีการฉลองตามแบบแผนที่ถูกต้อง จัดเป็นเสาเทียนชัยที่สมบูรณในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ทุกประการ โดยเฉพาะเพื่อใช้ในการจุดเทียนชัยถวายพระพรและประกอบพิธีอันเนื่องด้วยพระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์

พระพรหมวชิรากร, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์ และคณะสงฆ์ผู้ร่วมพิธีถวายเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ พระครูนิติจันโทภาส, พระครูชัยธรรมโชติ, พระครูนิวาตวิริยธรรม, พระครูนิรุตวุฒิกร, พระครูโสภิตธรรมานุศาสตร์, พระครูถาวรบุญญากร, พระครูปลัดชำนาญ เตชพโล, พระครูปลัดธวัชชัย อภิวฑฺฒโน, พระครูปลัดธนบดี เตชปัญโญ, พระปลัดมงคลชัย ปชฺโชโต พระพรหมวชิรากร ถวายอดิเรก

พระพรหมวชิรากร และคณะข้าราชการในจังหวัดนครสวรรค์ อาทิ ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, สส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล, วชิรวิทย์ พึ่งสอนรักษ์ นายอำเภอท่าตะโก, ธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอพยุหะคีรี

ร.ท.มานิตย์ คุ้มสมบัติ, ธาดาธร-แสงแข-ดาราธร-พ.ต.อ.เดชชาติ วัฒนพนม, ชนินทร์ ฐิตะฐาน, พ.อ.หญิง สุกัญญา เจริญชัย, ผศ.ดร.สมทบ ฐิตะฐาน, บัญชา เดชเจริญศิริกุล, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์, พระพรหมวชิรากร, สุมนา อภินรเศรษฐ์, พัชรา มาดล, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, นิตย์ นาครัตน์ , อมรทิพย์ ฐิตะฐาน, บุญรักษ์ นาครัตน์, อาจารีย์ ศรีวราธนานันท์, ประนอม คุ้มสมบัติ

ผศ.ดร.สมทบ ฐิตะฐาน กล่าวคำรายงานความเป็นมาของเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ ในพระราชพิธีมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระพรหมวชิรากร พร้อมเจ้าอาวาสวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯเข้าเฝ้าฯถวายเสาเทียนชัยมงคลเนื้อทองสัมฤทธิ์ พร้อมฐานรองรับจำนวน 10 ต้น เพื่อใช้ใส่เทียนชัยมงคล สำหรับจุดถวายพระพรและเพื่อพระราชทานแก่วัดต่างๆ ตามพระราชอัธยาศัย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ในการนี้พระพรหมวชิรากร ได้ถวายพระพรถวายเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพิ่มอีก 1 ต้นถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นคู่พระบารมี พร้อมถวายเทียนชนวนจำลองแบบเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ฯ ซึ่งมีส่วนสูง48 เซนติเมตร ฐานกว้าง 9 เซนติเมตร พร้อมไปด้วยโดยเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ฯ คู่แรกได้นำไปถวาย ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดแรกสำหรับวัดต่างๆ อีก 8 วัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมถวายพระอารามต่างๆ ดังนี้คือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดบวรนิเวศวิหาร,วัดสุทัศนเทพวราราม, วัดราชผาติการาม,วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์, วัดอรุณราชวราราม,วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ และเทวสถาน(โบสถ์พราหมณ์)

สุมนา อภินรเศรษฐ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการและคณะศิษย์เข้าร่วมในพิธีถวายเสาเทียนชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติ ฯ ณ ห้องมหาราช

ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์และข้าราชการในจังหวัดเข้าร่วมพิธี

เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ สืบไป

‘เซ็นทรัลพัฒนา x รักลูกพลัส’ พาเด็กๆ ท่องโลกนิทาน ในงาน ‘รักลูก Tales & Plays 2025’

‘เซ็นทรัลพัฒนา x รักลูกพลัส’ พาเด็กๆ ท่องโลกนิทาน ในงาน ‘รักลูก Tales & Plays 2025’

‘เซ็นทรัลพัฒนา x รักลูกพลัส’ พาเด็กๆ ท่องโลกนิทาน ในงาน ‘รักลูก Tales & Plays 2025’

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดโลกจินตนาการไม่มีลิมิต ‘เซ็นทรัลพัฒนา x รักลูกพลัส’ ชวนเด็กๆ ท่องโลกนิทานเวทีสุดสนุก ในงาน “รักลูก Tales & Plays 2025” เพลิดเพลินกับ 2 นิทานดังในดวงใจ! “The Little Mermaid เงือกน้อยผจญภัย” และ “Peter Pan” ที่จะพาเด็กๆ โบยบินสู่โลกนิทาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเนรมิตโลกจินตนาการสุดมหัศจรรย์ให้กับเด็กๆ อีกครั้ง จับมือ บริษัท รักลูกพลัส จำกัด จัดงาน “รักลูก Tales & Plays 2025” มหกรรมนิทานเวทีสำหรับเด็กที่ทุกครอบครัว ชวนเด็กๆ ผจญภัยไปกับนิทานเวทีที่จะมอบประสบการณ์ความสุข สนุก ตื่นตาตื่นใจ ไปกับ The Little Mermaid เงือกน้อยผจญภัย & Peter Pan (ปีเตอร์ แพน) ที่ถูกนำมาฟิวชันใหม่กลายเป็นการแสดงนิทานเวทีสุดสร้างสรรค์ พร้อมเทคนิคแสง สี เสียงสุดตื่นตา โดยคณะละครจากภาควิชาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยร่ายเวทมนตร์บนเวทีอย่างมืออาชีพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ นิทานเวทีที่ส่งเสริมทักษะสมอง EF หรือ Executive Functions ของเด็กๆ ได้ทำงาน  ผ่านเทคนิคการเล่นนิทานที่กระตุ้นให้เด็กคิดตาม ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปกับตัวละคร ได้ทั้งความสนุก และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนแบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน

 นอกจากการแสดง ยังมีโซนกิจกรรมสนุกฟรี! จากแบรนด์สำหรับเด็กและครอบครัวชื่อดัง พร้อมสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนใจดี และมุมถ่ายรูปสุดแฟนตาซีที่อินไปกับโลกนิทาน ให้เด็กๆ และครอบครัวได้โพสต์ลงโซเชียลแบบเต็มอิ่ม และเตรียมยกขบวนความสุขต่ออีก 3 สาขา ได้แก่ ศรีราชาฮอลล์ เซ็นทรัล ศรีราชา วันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 หาดใหญ่ ฮอลล์ เซ็นทรัล หาดใหญ วันที่ 16-17 สิงหาคม 2568  และขอนแก่น ฮอลล์ เซ็นทรัล ขอนแก่นวันที่ 30-31 สิงหาคม 2568

เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ ผ่านทาง www.ticketmelon.com/raklukeselect/tales-plays-2025 ราคาเริ่มต้น Standard Seat 500 บาท และ Premium Seat 800 บาท (เด็กส่วนสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี) พิเศษ! จองบัตร Standard Seat ล่วงหน้า รับส่วนลดทันที 20% เหลือเพียง 400 บาท ทุกที่นั่ง สำหรับการแสดงวันละ 3 รอบ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ต่อรอบการแสดง ได้แก่ รอบที่ 1 เวลา 11.30 – 12.30 น. รอบที่ 2 เวลา 13.30-14.30 น. และรอบที่ 3 เวลา 15.30-16.30 น.

สอบถามรายละเอียดงานรักลูกนิทาน Tales & Plays 2024 ได้ที่ Fackbook รักลูกคลับ : raklukeclub หรือ Line @ : raklukeselect (https://bit.ly/Rselect) ติดตามความสนุกอีกมากมายได้ตลอดทั้งปีที่ Facebook : CentralPattana และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 สาขาทั่วประเทศ และเอสพลานาด รัชดา

ซิลลิค ฟาร์มา ขับเคลื่อนการดูแลโรคอ้วนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน จัดเสวนาประเด็น ‘อ้วนคือโรค’ เดินหน้ารณรงค์โครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’

ซิลลิค ฟาร์มา ขับเคลื่อนการดูแลโรคอ้วนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน จัดเสวนาประเด็น ‘อ้วนคือโรค’ เดินหน้ารณรงค์โครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’

ซิลลิค ฟาร์มา ขับเคลื่อนการดูแลโรคอ้วนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน จัดเสวนาประเด็น ‘อ้วนคือโรค’ เดินหน้ารณรงค์โครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ผู้นำการให้บริการโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรชั้นนำในเอเชีย เดินหน้ารณรงค์สร้างความตระหนักรู้ผ่านโครงการ “ลดไซซ์ ลดโรค” โดยมุ่งเน้นให้สังคมไทยตระหนักว่า  “อ้วนคือโรค” ที่ไม่ควรมองข้ามหรือเพียงมองว่า เป็นปัญหาความงาม หากแต่เป็นภัยเงียบที่กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่แนวโน้มเผชิญความเสี่ยงทางสุขภาพต่อโรคเรื้อรังมากขึ้น

ซิลลิค ฟาร์มา โดย สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล จัดเสวนาประเด็น “อ้วนคือโรค”

ตามข้อมูลของการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย (National Health Examination Survey) ประจำปี พ.ศ. 2557 พบว่า ในคนไทยอายุ > 15 ปี มีอัตราอ้วน (BMI > 25) ถึง 37.5% โดยเฉพาะในผู้หญิงสูงถึง 41.8% และข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ. 2566 ระบุว่า 45% ของผู้หญิงไทยอยู่ในเกณฑ์อ้วน (BMI > 25) ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ 38% ซึ่งผู้หญิงที่มีภาวะอ้วนมีแนวโน้มเสี่ยงต่อกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS, ปัญหาความผิดปกติของมดลูก, ความมีบุตรยาก, และมะเร็งเต้านม/เยื่อบุโพรงมดลูก โครงการ “ลดไซซ์ ลดโรค” ไม่เพียงมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่ยั่งยืน แต่ยังตั้งใจปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่ตีตราคนอ้วนไว้กับความล้มเหลวส่วนบุคคล ให้กลายเป็นความเข้าใจในฐานะโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา กล่าวว่า “ซิลลิค ฟาร์มา มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจใหม่ว่า ‘โรคอ้วนไม่ใช่เรื่องความสวยงาม แต่คือโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง’ บริษัทฯ เชื่อว่าการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม คือ รากฐานของสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแค่การส่งเสริมนวัตกรรมการรักษาใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ผ่านโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ที่บริษัทฯ ได้ริเริ่มขึ้น โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของเราที่จะขับเคลื่อนและเปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อโรคอ้วน จากการตัดสิน ไปสู่การเข้าใจ และดูแล เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของทุกคน”

ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา 

ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา หัวหน้าหน่วยตจศัลยศาสตร์ และ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “หัวใจของโครงการ ‘ลดไซซ์ ลดโรค’ ไม่ได้อยู่ที่การดูแลรูปร่างแค่ภายนอกเท่านั้น แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยได้ดูแลสุขภาพของตัวเองในทุกมิติ ใส่ใจในการดูแลรูปร่างอย่างปลอดภัยและถูกวิธี เพื่อการลดโรคร่วมต่าง ๆ ที่ตามมา เพราะเมื่อเรารักและใส่ใจตัวเอง สุขภาพดีในระยะยาวก็จะตามมา”

ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ

ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีและประธานอำนวยการบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ กล่าวว่า “ในยุคปัจจุบัน การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยและได้ผลนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วยเองเป็นสำคัญ พฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่เหมาะสม หรือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจหลักของการลดน้ำหนักเจนใหม่แบบ X2 เพราะการดูแลสุขภาพที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงแค่การอดอาหาร หรือการออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการทำควบคู่กันอย่างสมดุล เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน”

อ.นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ 

อ.นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม กล่าวว่า “การดูแลสัดส่วนไม่ใช่แค่การทำหัตถการอย่างเดียว แต่เป็นศิลปะของการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างลึกซึ้ง ทั้งการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการทำหัตถการที่ถูกต้องและปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การลดไซซ์เป็นมากกว่าความงาม แต่มุ่งสู่สุขภาพที่ดีและความสมดุลของร่างกายอย่างแท้จริง เราจึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบครบวงจร เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและปลอดภัยในระยะยาว”

โครงการ “ลดไซซ์ ลดโรค” มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า ‘‘อ้วนคือโรค’ ที่ไม่ควรถูกมองข้ามหรือปล่อยผ่าน และจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างจริงจัง พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของการรับมือกับภาวะน้ำหนักเกินที่น่าเป็นห่วงของประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่า การป้องกันและดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ คือ กุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทยในอนาคต