เดอะไนน์ พระราม 9 ผนึกกำลัง ธนชาตประกันภัย และสภากาชาดไทย ชวนร่วมบริจาค ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต ให้ประจำ’

เดอะไนน์ พระราม 9 ผนึกกำลัง ธนชาตประกันภัย และสภากาชาดไทย ชวนร่วมบริจาค ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต ให้ประจำ’

เดอะไนน์ พระราม 9 ผนึกกำลัง ธนชาตประกันภัย และสภากาชาดไทย ชวนร่วมบริจาค ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต ให้ประจำ’

วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  ร่วมกับ ธนชาตประกันภัย และ สภากาชาดไทย ปลุกพลังผู้ให้ทั่วประเทศ  ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย กับกิจกรรมบริจาคโลหิต “ให้โลหิต ให้ชีวิต ให้ประจำ” ณ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ประ จำเดือนมิถุนายน โดยมีพนักงานและประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจลงทะเบียนบริจาคโลหิตจำนวนกว่า 90 คน รวมโลหิตที่ได้รับทั้งหมด 70 ยูนิต โดยปี 2568 สภากาชาดไทย ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนรณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิต มีการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ  

อาทิตย์ เรืองกระโทก พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า วันนี้เป็นการบริจาคโลหิตครั้งที่ 25  รู้สึกภูมิใจที่เลือดเราสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้  เพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ที่มีความต้องการโดยการบริจาค 1 ครั้งสามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ถึง 3 คน  ที่ผ่านมา ได้ร่วมบริจาคโลหิตที่จุดรับบริจาคเคลื่อนที่ซึ่งให้บริการทุก 3 เดือน  เพื่อให้มีเลือดเพียงพอในการรักษาชีวิตของผู้ป่วย อยากเชิญชวนทุกคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมาร่วมบริจาค เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ครับ”

บัญชา บูรณะกิจไพบูลย์  พนักงานบริษัทเอกชน บอกว่า “แม้จะเป็นการบริจาคโลหิตครั้งแรก แต่รู้สึกอิ่มเอมใจ เพราะครั้งหนึ่งคุณพ่อป่วย ต้องเปลี่ยนถ่ายเลือดทุกเดือนจากสภากาชาดไทย ตั้งใจว่าอยากเป็นผู้ให้จากที่เคยเป็นผู้รับเพื่อตอบแทนสังคม ด้วยการบริจาคโลหิตของตัวเอง จึงขอเชิญชวนทุกคนที่มีความพร้อมเรื่องสุขภาพร่วมกันบริจาคโลหิตเยอะๆ  เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เพราะการให้เลือดเหมือนร่วมทำบุญอีกทางหนึ่ง”

สุวรรณี  นวอิทธิพร พยาบาลหัวหน้าทีมรับบริจาคโลหิต สภากาชาดไทย กล่าวขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนจิตอาสาให้ความสนใจ เข้ามาบริจาคเลือดที่หน่วยเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  โดยเลือดที่ได้รับบริจาคจะนำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่สูญเสียโลหิตเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ และการผ่าตัดต่างๆ ที่ต้องมีโลหิตสำรอง เพราะหากโลหิตไม่เพียงพอ ต้องเลื่อนการผ่าตัด อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้  

ทั้งนี้ การบริจาคโลหิต ยังคงมีความสำคัญและมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง  ข้อมูลสภากาชาดไทย ระบุ ยอดบริจาคโลหิตในปี 2567 (1 ตุลาคม 2566 – 30 กันยายน 2567) มีผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้งเพียง 1,043,942 คนเท่านั้น และมีผู้บริจาคโลหิต ปีละ 2 ครั้ง เพียง 318,973 คน ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายการจัดหาโลหิต ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัด หากมีผู้บริจาคโลหิตบริจาคทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มมากขึ้นจะทำให้มีโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอตลอดปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต ผู้สนใจสามารถบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยหรือหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่และโรงพยาบาลต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์ 1285 ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดีๆ ของศูนย์การค้าฯ ได้ที่  www.thenine.co.th  หรือ Facebook : The Nine Center Rama 9  และ Instagram:  thenine_rama 9 

‘PRIDE OF WACOAL’ 55 ปีแห่งการเดินทาง ‘วาโก้’ ภูมิใจในสิ่งที่ทำ

‘PRIDE OF WACOAL’ 55 ปีแห่งการเดินทาง ‘วาโก้’ ภูมิใจในสิ่งที่ทำ

‘PRIDE OF WACOAL’ 55 ปีแห่งการเดินทาง ‘วาโก้’ ภูมิใจในสิ่งที่ทำ

วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะเชื่อว่าทุกวันของคุณควรเต็มไปด้วยความสบายใจ ที่ได้สวมใส่ชุดชั้นในที่ใส่ใจทั้งคุณและโลก วาโก้ บอกเล่าเรื่องราวตลอด 55 ปี แห่งการเดินทางอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ”PRIDE OF WACOAL” วาโก้ภูมิใจในสิ่งที่ทำ ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29    

โดดเด่นเป็นไฮไลท์ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ทุกๆ ปี สำหรับวาโก้ชุดชั้นในอันดับ 1 ของไทย ครองใจผู้ใช้มากว่า 55 ปี การันตีจากรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2011-2025 วาโก้ คือแบรนด์ชุดชั้นในยอดนิยมอันดับ 1 ต่อเนื่อง 14 ปีซ้อน จากผลสำรวจกลุ่มผู้บริโภคจำนวนถึง 6,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29 ในวันที่ 26-29 มิถุนายน พ.ศ. 2568 วาโก้มาในคอนเซ็ปต์ “PRIDE OF WACOAL” วาโก้ภูมิใจในสิ่งที่ทำ

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา

ภูมิใจในคุณภาพ Pride of Quality วาโก้ผลิตสินค้าด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด  ในทุกความต้องการ เพื่อให้ทุกคนได้สิ่งที่ดีที่สุด ทั้งที่สุดของความสบาย ที่สุดของความกระชับ และที่สุดของความเกาะอยู่ ภูมิใจในนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับโลก Pride of Green Innovation ชุดชั้นในวาโก้ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิต

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า          “วาโก้ชุดชั้นในคุณภาพญี่ปุ่น ใส่สบาย คุ้มค่า ปีนี้จึงจัดนิทรรศการ Pride of Wacoal Exhibition        บอกเล่า 55 ปีแห่งความภาคภูมิใจ และการเดินทาง (Journey of Wacoal) ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาและ         ปรับเปลี่ยนแนวคิด รวมถึงกลยุทธ์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบรับทุกความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค โดยถ่ายทอดเรื่องราวความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยความเข้าใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว รวมถึงความก้าวหน้าในปัจจุบันวาโก้ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ทลายกรอบแบรนด์ชุดชั้นในแตกไลน์ธุรกิจ-สินค้า

ก้อย นัทตี้ ดรีม ร่วมโชว์ ในฐานะพรีเซ็นเตอร์วาโก้  

ประเดิม Wacoal Yaowarat Space ช็อปโมเดลใหม่แห่งแรกของโลก เจาะกลุ่มลูกค้าไทย-เทศ เนรมิตตึกเก่าใจกลางเยาวราชให้เป็นช็อปชุดชั้นในและ Cups café ตกแต่งผสมผสานสไตล์โมเดิร์นโทนชมพู เอกลักษณ์วาโก้ โดยยก Cups café มาไว้ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ฯ ให้ทุกคนดื่มด่ำกับเมนูเครื่องดื่มแสนอร่อยละมุนลิ้นกับเมล็ดกาแฟสูตรพิเศษ Wacoal Blend รวมถึงผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความเชื่อของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ไม่ใช่แค่อยากดูดี แต่ต้องรู้สึกว่าปัง เมื่อแฟชั่นพบพลังศรัทธา จึงเกิดคอลเลกชัน Wacoal X Sahred Toy เสื้อผ้าและสินค้าลวดลายผสมผสานความเชื่อมูเตลูกับแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกันที่ทั้งปังทั้งมีสไตล์ อาทิ เสื้อทีเชิ๊ต เสื้อกล้าม กระเป๋าผ้า ร่มกันแดดกันฝน และ Griptok เป็นต้น ฝีมือการออกแบบของ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย หรือ Sahred Toy นักวาดภาพประกอบที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำให้การเป็นสายมูไม่ได้จำกัดแค่ในพิธีกรรม แต่เป็นเทรนด์ใหม่ที่เพิ่มความมั่นใจแก่ผู้สวมใส่ได้อีกด้วย   โดยเปิดตัวครั้งแรกในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 29 พร้อมคอลเลกชันที่ภูมิใจในปี 2025 อาทิ Wacoal Cool นวัตกรรมบราเย็น Wacoal Summer Breeze เลานจ์แวร์และแฟชั่นดีไซน์แบบ Unisex ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ Wacoal Panties Palette Collection กางเกงในเนื้อบางเบาหลากเฉดสี ที่ได้แรงบันดาลใจจากโทนสีเครื่องสำอางค์ ในแพ็คเกจสุดเก๋คล้ายกล่องเมคอัพ Wacoal Freedom อิสระที่ไม่มีนิยาม กับกางเกงในชายดีไซน์ใหม่ล่าสุด ทั้งแบบบ๊อกเซอร์และบิกินี่ โดยพันธมิตรและเหล่านักช้อปได้ร่วมสัมผัสอีกขั้นแห่งความก้าวหน้าของวาโก้ สู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนและดียิ่งขึ้น ณ Pride of Wacoal Exhibition (ฮอลล์ 100)

จัดเต็มกับ PRIDE OF WACOAL FASHION SHOW 2025 นำเสนอที่สุดของคอลเลกชันที่สะท้อนความภาคภูมิใจ ผ่านการถ่ายทอดจากนางแบบ-นายแบบแถวหน้า ทั้งคอลเลกชัน Wacoal x Sahred Toy Limited Edition ไม่เหมือนใคร มูเตลูไลฟ์สไตล์ Wacoal Cool นวัตกรรม        บราเย็น ชุดชั้นในที่เน้นความยั่งยืนโดยใช้วัสดุรีไซเคิล ระบายอากาศได้ดี เย็นสบายและแห้งไว  ไม่อับชื้น Wacoal Motion Wear ชุดออกกำลังกาย ผสานฟังก์ชันไลฟ์สไตล์และแฟชั่น แรงบันดาลใจ ผ่านลายเส้นคลื่นน้ำ สีสันสดใส มั่นใจทุกการเคลื่อนไหว และ The Best of Wacoal วาโก้ผลิตสินค้าด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียดในทุกความต้องการ เพื่อให้ทุกคนได้สิ่งที่ดีที่สุด ทั้งที่สุดของความสบาย ที่สุดของความกระชับ และที่สุดของความเกาะอยู่ และนั่นคือความภูมิใจในคุณภาพของวาโก้ โดยภายในงานมีเหล่าเซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์และพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ตบเท้าเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง       

ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพหลวงพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย

ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพหลวงพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย

ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพหลวงพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการ ในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีทางศาสนา เนื่องในโอกาส ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและครบรอบ 20 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เริ่มขึ้นด้วย เวลา 08.00 น. ประธานจุดธูปเทียนพิธีสงฆ์ ภายในโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จากนั้น เวลา 09.09 น. ประธานจุดธูปเทียนพิธีบวงสรวง ณ บริเวณด้านหน้าศาลาเฉลิมกรุง ต่อด้วยการแสดงรำบวงสรวง ชุดวงศ์วานวานรประทานพร แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งกล่าวถึงหนุมานผู้เป็นทหารเอกพระราม ได้เชิญพงศาเหล่าพญาวานร มาร่วมเฉลิมฉลองประทานพรมงคลให้โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุงเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง สุประวัติ ปัทมสูต (ศิลปินแห่งชาติ) ประธานกรรมการมูลนิธิสวัสดิการนักแสดง พร้อมด้วย นฤมล ล้อมทอง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ และคณะกรรมการฯ มอบทุนช่วยเหลือนักแสดงอาวุโส “มูลนิธิสวัสดิการนักแสดง” ประจำปี 2568 จำนวน 5 ทุน ให้แก่ ผู้แทน มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา(ศิลปินแห่งชาติ), น้ำเงิน บุญหนัก, กานดา นามแย้มแป้น, อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา และผู้แทน ชูศักดิ์ สุธีรธรรม เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนการรักษาพยาบาลต่อไป โดยในวันนี้ได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ นักร้อง นักแสดง ผู้สนับสนุนและสื่อมวลชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากในบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ได้กลับมารวมตัวกันที่ศาลาเฉลิมกรุงโรงมหรสพหลวง “แห่งแรกของประเทศไทย” แห่งนี้

“ศาลาเฉลิมกรุง” เป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาท เป็นทุนในการจัดสร้างโรงมหรสพขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัยขึ้น เพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย พระราชทานชื่อ “ศาลาเฉลิมกรุง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครครบรอบ 150 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ด้วยพระองค์เอง เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2476 ปัจจุบันยังคงมีความโดดเด่นเป็นสง่าด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เป็นโบราณสถานที่สำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกเฉลิมกรุง 92 ปี โรงมหรสพหลวงแห่งนี้ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม เป็นโรงมหรสพหลวงที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เต็มไปด้วยเรื่องราว เรื่องเล่า ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีความผูกพันกับชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก เป็นศูนย์รวมของผู้เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสถานที่ให้ความบันเทิงครบทุกรูปแบบ ทั้งฉายภาพยนตร์ โขน ละครและดนตรี เป็นสถาบันสัญลักษณ์แห่งการนำเสนอการแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ สมดังพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษา ต่อยอดด้านศิลปวัฒนธรรมสืบต่อไป

ปัจจุบันโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงมีการจัดการแสดงโขน “ชุดหนุมาน” ซึ่งเป็นการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประ เทศให้มีโอกาสได้ชื่นชมและสัมผัสความวิจิตรงดงามของ “โขน” นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย โดยมีหนุมานเป็นตัวละครเอกนำเข้าสู่เรื่องราวของรามเกียรติ์ ผ่านการแสดงความยาวรอบละ  25 นาที กำกับการแสดงโดย  รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์(ศิลปินแห่งชาติ) แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง เปิดการแสดงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ วันละ 3 รอบการแสดง รอบ 13.00 น. รอบ 14.30 น. และ 16.00 น. คนไทยบัตรราคา 100 บาท (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ชมฟรี!) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บัตรราคา 400 บาท จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2224-4499  สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ราคา 500 บาท สามารถนำบัตรมาเข้าชมการแสดงโขนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานในพิธีทางศาสนา เนื่องในโอกาส ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและครบรอบ 20 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานในพิธีทางศาสนา เนื่องในโอกาส ครบรอบ 92 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและครบรอบ 20 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมเสาเทียนชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ ไปถวายวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก  จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 10 ก.ค.เวลา 15.00 น..

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้ บุญเชิด กันภัย เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเปิดงานรณรงค์วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 จัดโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  9 ก.ค. 14.00 น. ณ ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ดร.กรกมล เอื้อวิวัฒน์สกุล เจ้าของผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เดอ โคโค่ แบงคอค ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา  6 มิ.ย. และเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา..

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ ต้อนรับคณะคาราวานรถยนต์ท่องเที่ยว “ตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ” โดยมี คณะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย และสื่อมวลชนจาก ภาคเหนือ 17 จังหวัด..

ll นพ.อิทธกร โถสุวรรณโชต พร้อม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว,  เฉลิมกุล อภิบุณโยภาส, ดร.อรชร อิงคานุวัฒน์ เป็นตัวแทน ชาว ปธพ.1 ลงแข่งขันกอล์ฟการกุศล ของชมรมกอล์ฟ ปธพ…

ll วันเกิดปีนี้ ศักรินทร์ ร่วมรังษี ได้ไปถวายสังฆทานที่วัดประดิษฐาราม (วัดมอญ)..

ll เพื่อนๆ ชาว Digital CEO#5 กลุ่ม DS ร่วมเลี้ยงยินดีให้กับ เอกชัย ตั้งรัตนาวลี เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษา ป.เอก เป็น ด็อกเตอร์ป้ายแดง โดยมี ดร.กรินทร์ บุญเลิศวนิชย์, นพ.อิศรา อนงค์จรรยา, ราชิต ไชยรัตน์, ดร.ธนกฤษฎ์ เอกโยคยะ, ไชยวุธ จาตุรงคกุล, ชินภัทร จาดเจริญ ร่วมด้วย..

ll  ภูกิจ ดิศทรานนท์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง บ. เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำการให้บริการเทคโนโลยีสื่อสารการตลาด (Marketing Technology) แบบครบวงจรและการประยุกต์ใช้ AI ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในหลักสูตร Digital CEO รุ่นพิเศษ..

ll บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท  ประกาศแต่งตั้ง กำธร ศิลาอ่อน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ รับตำแหน่ง วันที่ 1 ก.ค. 68 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน..

ll ดร. อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ผู้นำเข้าอาหาร, เบเกอรี และช็อกโกแลตแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์ และซีส์ แคนดีส์ เปิด คริสปี้ ครีม สาขาล่าสุดในรูปแบบ Factory Store ณ OR Space นวมินทร์ คอมมูนิตี้มอลล์สุดชิค 7 ก.ค…

ll ขออภัยวันก่อนเขียนตำแหน่งท่าน อิทธิพร แก้วทิพย์ ผิดไป ซึ่งปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง รองอัยการสูงสุด จึงขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย…

คุณแหน

‘ดร.บุรณิน – สมิทธ์’ ร่วมเปิดเวที Climate Tech ไทย ปฏิบัติการจริงสู่ Net Zero

'ดร.บุรณิน - สมิทธ์' ร่วมเปิดเวที Climate Tech ไทย ปฏิบัติการจริงสู่ Net Zero

‘ดร.บุรณิน – สมิทธ์’ ร่วมเปิดเวที Climate Tech ไทย ปฏิบัติการจริงสู่ Net Zero

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.07 น.

เปิดเวที Climate Tech ไทย: ปฏิบัติการจริงสู่ Net Zero ในงาน SITE 2025 “ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ” ชี้ไทยอาจยังไม่ใช่ผู้นำโลกด้าน Climate Tech แต่กำลังวางรากฐานที่มั่นคง โดยเฉพาะโครงสร้าง Smart Grid และการเปิดรับนวัตกรรมจากสตาร์ตอัพ ขณะที่ “สมิทธ์ พนมยงค์” ระบุกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน Climate Tech ต้องเลิกแบ่งฝ่าย “ผู้ร้าย-พระเอก”

6 กรกฎาคม 2568 Sustainability Forum ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 (SITE 2025) เปิดมุมมองใหม่ของ “Climate Technology” กับสองผู้นำพลังงานไทย ที่ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ COO กลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท. และ นายสมิทธ์ พนมยงค์ Senior EVP กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ร่วมเผยภาพรวมความท้าทายและโอกาสของ Climate Tech ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแห่งอนาคตควบคู่กับ AI, Robotics และ Biotech ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

ดร.บุรณิน ชี้ว่า Climate Tech คือหัวใจของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผ่านนวัตกรรมพลังงานสะอาด ตั้งแต่พลังงานทดแทนอย่างโซลาร์และลม, รถยนต์ไฟฟ้า (EV), AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน, ระบบดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) ไปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ทั้งนี้ ปตท. ได้ลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้งในไทยและอินเดีย, ปรับโรงงานปิโตรเคมีสู่ Bio-based, และศึกษาพัฒนา SMR (Small Modular Reactor) เพื่อรองรับพลังงานสะอาดในอนาคต

“ไทยเราอาจยังไม่ใช่ผู้นำโลกด้าน Climate Tech แต่กำลังวางรากฐานที่มั่นคง โดยเฉพาะโครงสร้าง Smart Grid และการเปิดรับนวัตกรรมจากสตาร์ตอัพ” ดร.บุรณิน กล่าว

ขณะที่ นายสมิทธ์ พนมยงค์ เน้นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ต้องเดินควบคู่กับความคุ้มค่าต่อผู้ใช้ ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้ผู้คนพร้อมเปลี่ยนพฤติกรรม โดยยกตัวอย่างต้นทุนโซลาร์ที่ลดลงกว่า 5 เท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้พลังงานสะอาดกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ กัลฟ์ยังเดินหน้าลงทุนในโซลาร์และฟาร์มลมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง, ติดตั้งโซลาร์บนเสาโทรคมนาคม และร่วมกับไทยคมพัฒนาดาวเทียมวิเคราะห์การปล่อยคาร์บอน เพื่อลดต้นทุนคาร์บอนเครดิต

“Smart Grid และนโยบายรัฐที่ครอบคลุม คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน Climate Tech อย่างมั่นคง เราต้องเลิกแบ่งฝ่าย ‘ผู้ร้าย-พระเอก’ ในอุตสาหกรรมพลังงาน และร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้น” นายสมิทธ์กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ทั้งสองผู้นำเห็นตรงกันว่า Climate Tech จะประสบความสำเร็จได้จริงเมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ “ของใหม่” แต่ต้องเกิดจากความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ

โดย ดร.บุรณิน ฝากข้อคิดว่า “อย่าให้ความเชื่อมานำหน้าองค์ความรู้” ขณะที่คุณสมิทธ์เสริมว่า “ทุกเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้ ถ้าประชาชนเข้าใจและยอมรับ”

ดังนั้น งาน SITE 2025 จึงไม่ใช่แค่เวทีแสดงนวัตกรรมทั่วไป แต่เป็นจุดรวมพลังและโอกาสสำคัญของไทย ในการพลิกโฉมพลังงานและเศรษฐกิจสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืน

-(016)

นักศึกษาปล่อยของ! โชว์ผลงานต้นแบบนวัตกรรม 100 ทีมสตาร์ทอัพ พร้อมต่อยอดธุรกิจ

นักศึกษาปล่อยของ! โชว์ผลงานต้นแบบนวัตกรรม 100 ทีมสตาร์ทอัพ พร้อมต่อยอดธุรกิจ

นักศึกษาปล่อยของ! โชว์ผลงานต้นแบบนวัตกรรม 100 ทีมสตาร์ทอัพ พร้อมต่อยอดธุรกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.00 น.

ชมผลงาน 100 Startup Thailand League ของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย “แอปพลิเคชั่นหาบเร่ – KLORAนวัตกรรมเม็ดฟู่ช่วยยืดอายุและรักษาความสดของดอกไม้  – แผ่นแปะเข็มขนาดไมครอนแบบละลายเพื่อฟื้นฟูรากผม”

6 กรกฎาคม 2568 ในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ที่พารากอน ฮอลล์ หนึ่งในไฮไลต์ของงาน SITE 2025  คือกิจกรรม 100 Startup Thailand League ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปรุ่นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพ โดยมีหลากหลายผลงานที่น่าประทับใจผ่านความคิดสร้างสรรค์ของนิสิต นักศึกษาที่พัฒนาออกมาเป็นนวัตกรรมที่สามารถแปลงมาเป็นธุรกิจได้ โดยผู้สื่อข่าวได้หยิบยก 3 ผลงานมานำเสนอ 

ผลงานแรก “แอปพลิเคชั่นหาบเร่(Application Hub Re)” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ประกอบด้วยนายปฐมพร วงสุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ นายจักรภพ เจนสระคู นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์และนายอนุชิต พวงภู่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดในการเชื่อมร้านหาบแร่สู่ยุคดิจิทัล แอปติดตามตำแหน่งร้านค้าหายเร่แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านโปรดได้ง่าย ร้านค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสขายและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นายจักรภพ เล่าว่า แอปพลิเคชั่นหาบเร่ สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มการมองเห็นให้พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ ที่เราจะรวบรวมมาไว้ในแอปนี้ ทำให้คนเห็นว่ามีร้านค้าหาบเร่ในชุมชนอะไรบ้าง เอาเฉพาะที่อำเภอเมืองมหาสารคามก็มีร้านค้าหาบเร่มากกว่า 1 พันแห่ง ในแอปจะมีข้อมูลของทางร้านไม่ว่าจะเป็นเมนู เรตติ้ง ระบบติดตามร้านค้าหาบเร่ โดยจะมีการเก็บค่าบริการจากร้านค้าหาบเร่ใน 2 แบบ คือ แบบรายวัน วันละ 20 บาท และแบบสมัครสมาชิกราคา 299 บาทต่อหนึ่งร้านหาบเร่ โดยขณะนี้แอปเปิดให้ร้านหาบเร่เข้ามาใช้ฟรี เพราะเป็นช่วงทดลองใช้ เพื่อจะได้รู้ว่าร้านหาบเร่ที่เข้ามาใช้บริการแอปนี้ ร้านใดบ้างที่มีรายได้เพิ่มขึ้น และจะถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างร้านหาบเร่ที่ประสบความสำเร็จเพื่อดึงดูดร้านอื่นๆ ให้เข้ามาใช้บริการแอปนี้ เริ่มใช้ที่อำเภอเมืองมหาสารคามเป็นที่แรก

“หาบเร่ถือว่าเป็นเสน่ห์ชาวบ้าน เสน่ห์ชุมชน ไม่ว่าจะขายไอติม ก๋วยเตี๋ยว ผลไม้ เป็นต้น ทุกคนเห็นทุกวัน  พวกเขาเป็นชาวบ้านที่ไม่มีเครื่องมือโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ทำให้คนรู้จักหรือส่งเสริมยอดขาย แอปพลิเคชั่นหาบเร่ จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและให้สาธารณชนได้เห็นร้านหาบเร่เหล่านี้มากขึ้น” นายจักรภพ กล่าวและว่า สนใจติดโทร.096 – 585 – 0195 หรือ Facebook: HubRe

ต่อมาเป็นผลงาน “KLORA” จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นนวัตกรรมเม็ดฟู่ฟื้นฟูดอกไม้ที่ช่วยยืดอายุและรักษาความสดของดอกไม้ได้นาน 14 วัน ลดการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำ เหมาะกับร้านดอกไม้และธุรกิจนำเข้า – ส่งออก โดยนายกีรติ เจริญผล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ เล่าว่า เม็ดฟู่ฟื้นฟูดอกไม้ เกิดจากแนวคิดต้องการลดขยะและสารปนเปื้อนในดอกไม้ โดยแต่เดิมการยืดอายุดอกไม้จะใช้สารเคมี เช่น สารฟอกขาว ซึ่งจะตกค้างในน้ำและจะโฟกัสแค่เรื่องของการยืดอายุดอกไม้เป็นหลัก แต่ไม่ใช่การฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่เม็ดฟู่ KLORA ซึ่งทำจากสารชีวภาพที่สกัดรวมกันหลายๆ ตัว จะโฟกัสที่การฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เรื่องความสะอาด ซึ่งจะทำให้น้ำไม่สกปรก ไม่เน่า จะทำให้ดอกไม้มีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้นถึง 14 วัน และเมื่อนำไปทิ้งจะไม่ปนเปื้อนกับธรรมชาติ เม็ดฟู่ฟื้นฟูดอกไม้ ราคาไม่แพง สามารถช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้

สุดท้าย คือ “Rose Exosome Microneedle Hair Path” นวัตกรรมแผ่นแปะเข็มขนาดไมครอนแบบละลายเพื่อฟื้นฟูรากผมจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย น.ส.นริสรา ภู่เจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ เล่าว่า นวัตกรรมแผ่นแปะเข็มขนาดไมครอนแบบละลายเพื่อฟื้นฟูรากผล เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสำหรับลดปัญหาผมร่วงและหัวล้านด้วยการผสาน 2 เทคโนโลยีชีวภาพ คือ 1.เข็มไมโครนีดเดิลแบบละลายได้ ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กระดับไมครอน ส่งสารลงลึกถึงชั้นผิวหนังโดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและสามารถย่อยสลายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และ 2.เอ็กโซโซมจากดอกกุหลาบจะเป็นสารออกฤทธิ์ขนาดนาโน(30 – 150 nm) ช่วยยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผมและส่งเสริมการงอกของเส้นผมใหม่ ใช้งานเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แปะที่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วงหรือบาง ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้มีปัญหาผมบางและหัวล้าน

“จุดเด่นของแผ่นแปะเข็มขนาดไมครอนแบบละลายเพื่อฟื้นฟูรากผม คือใช้งานสะดวก ทำเองได้ที่บ้าน ขณะนี้ได้มีการทดลองในสัตว์ทดลองแล้วซึ่งประสบความสำเร็จ เหลือการทดลองในมนุษย์ กำลังรับสมัครอาสาสมัคร” น.ส.นริสรา กล่าวและว่าสนใจติดต่อโทร.093 – 645 – 2585

-(016)

เปิดตัว ‘Acceleration Program’ ปั้นสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น เชื่อมไทยกับตลาดโลก

เปิดตัว 'Acceleration Program' ปั้นสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น เชื่อมไทยกับตลาดโลก

เปิดตัว ‘Acceleration Program’ ปั้นสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น เชื่อมไทยกับตลาดโลก

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.01 น.

NIA เปิดตัว Acceleration Program ใน 5 กลุ่ม “เกษตร – อาหาร – การแพทย์และสุขภาพ – พลังงาน  – ท่องเที่ยว/ซอฟต์พาวเวอร์/สังคม” เพื่อปั้น “สตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น” เชื่อมไทยกับตลาดโลกให้เกิด Impactful Innovation ต่อประเทศไทย คนไทย สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

6 กรกฎาคม 2568 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “Future Forward: Thailand’s Startup Ecosystem Outlook 2025” ในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัปทั้งหมด 2,100 ราย มีอัตราเติบโตสะสมจากปี 2564 – 2567 เพิ่มถึง 3.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ สตาร์ตอัประดับ Seed หรือสตาร์ตอัปในระยะเริ่มต้นของธุรกิจมีอัตราการเติบโตถึง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 กับปี 2567 โดยสตาร์ตอัประดับ Seed คือกลุ่มเป้าหมายที่ NIA และหน่วยงานภาครัฐจะต้องเข้าไปช่วยผลักดันให้มีการเติบโตมากขึ้นเพื่อก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของประเทศ

ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัปในระดับยูนิคอร์นเพียง 3 ราย ได้แก่ FLASH Express, Ascend Money และ LINE MAN Wongnai ซึ่งยังถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา สวีเดน จีน อินเดีย หรือแม้แต่อินโดนีเซียในภูมิภาคอาเซียน

“การเพิ่มขึ้นของยูนิคอร์นเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่จะให้ยูนิคอร์นเกิดขึ้นเองคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มยูนิคอร์น จะเพิ่มอย่างไร สิ่งแรกคือต้องมีตลาดให้ใหญ่ขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ NIA จึงมองว่าการปั้นสตาร์ตอัปให้มีความเชื่อมโยงกับตลาดใหญ่จะต้องใช้ Acceleration Program หรือโปรแกรมเร่งการเติบโตของธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตลาดต่างประเทศให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.กริชผกา กล่าว

ผอ. NIA กล่าวอีกว่า Acceleration Program ที่ NIA จะดำเนินการในปีนี้จะแตกต่างจากที่ผ่านๆ มา ซึ่งเดิมเป็นเพียงการบ่มเพาะความรู้ แต่ ปีนี้จะมี “เม็ดเงินสนับสนุน” เพื่อให้สตาร์ตอัปสามารถนำไปลงทุนหรือขยายธุรกิจได้จริง โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ AGROWTH สำหรับสตาร์ตอัปด้านเกษตร  กลุ่มที่สอง Thai Kitchen – สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร  กลุ่มที่สาม SpearH – สำหรับธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ กลุ่มที่สี่ CLIMATE X – สำหรับพลังงานและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มที่ห้า Social Impact – สำหรับสตาร์ตอัปด้านการท่องเที่ยว ซอฟต์พาวเวอร์ และสังคม

“ถามว่าเราทำ Acceleration Program ทั้ง 5 กลุ่มเพื่ออะไร ตอบว่าเพื่อให้เกิด Impactful Innovation หรือนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างชัดเจนต่อผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทย เราต้องเคลมให้ได้ว่ามีผู้ประกอบการเกิดขึ้นกี่ราย มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนมีการขยายตัวต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เราทำเพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย เพื่อผู้ประกอบการไทยที่เราดูแล และเพื่อให้ภาพอัตลักษณ์นวัตกรรมของคนไทยเกิดขึ้นได้ในเวทีโลก” ดร.กริชผกา ระบุ

-(016)

ผู้แทน 4 ประเทศ ร่วมถกเวทีสัมมนา SITE 2025 เผยใช้วิธีจับคู่ธุรกิจ ส่งออก เชื่อมโยงเครือข่ายขับเคลื่อนสตาร์ตอัป-นวัตกรรม

ผู้แทน 4 ประเทศ ร่วมถกเวทีสัมมนา SITE 2025 เผยใช้วิธีจับคู่ธุรกิจ ส่งออก เชื่อมโยงเครือข่ายขับเคลื่อนสตาร์ตอัป-นวัตกรรม

ผู้แทน 4 ประเทศ ร่วมถกเวทีสัมมนา SITE 2025 เผยใช้วิธีจับคู่ธุรกิจ ส่งออก เชื่อมโยงเครือข่ายขับเคลื่อนสตาร์ตอัป-นวัตกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.45 น.

เวทีสัมมนา SITE 2025 ชี้ “ความร่วมมือระดับโลก” จะนำพานวัตกรรมไทยขยายตัวและมีคุณภาพในเวทีโลก ผู้แทน 4 ประเทศเผยใช้วิธีจับคู่ธุรกิจ ส่งออก เชื่อมโยงเครือข่ายขับเคลื่อนสตาร์ตอัป/นวัตกรรม ขณะที่ Switzerland Global Enterprise ระบุข้อตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA ช่วยการค้าไทย- สวิสโตกว่า 200% เร่งลดอุปสรรคกฎหมาย กฎระเบียบ และภาษี

ในการสัมมนาหัวข้อ “Driving the Growth of Innovative Businesses through Export and Investment Promotion” ที่จัดขึ้นภายใต้งาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 (SITE 2025) เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2568 ที่พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีผู้แทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก ฮ่องกงและญี่ปุ่น ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมผ่านการส่งออกและการลงทุน พร้อมเปิดเผยกลไกสนับสนุนที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย

น.ส.แอนจา ฟีดเลอร์(Ms. Anja Fiedler) จาก Switzerland Global Enterprise ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของภาคธุรกิจนวัตกรรมของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เช่น Nestlé, Logitech และ Novartis โดยเน้นบทบาทของเครือข่าย Swiss Business Hub ทั่วโลกรวมถึงไทย ที่ให้คำปรึกษา ช่วยจับคู่ธุรกิจและสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ น.ส.แอนยา ยังได้กล่าวถึงข้อตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA ที่เพิ่งลงนามว่าเป็น “โอกาสทางยุทธศาสตร์” ที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าระหว่างสองประเทศให้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 200% ในอนาคตอันใกล้

ด้านนายมิฮาล โฮราเช็ค (Mr. Michal Horáček) จากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐเช็ก ระบุว่า กว่า 80% ของ GDP ของประเทศมาจากการส่งออก รัฐบาลจึงวางกลยุทธ์ “Export+” เพื่อส่งเสริมธุรกิจในประเทศให้เติบโตระดับโลก โดยใช้หน่วยงาน CzechTrade และ CzechInvest เป็นกลไกสนับสนุน พร้อมชูจุดแข็งของแรงงานเช็กที่มีทักษะสูง รวมถึงกรณีศึกษาการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Linet, Petrof และ Bohemia Interactive ที่เริ่มดำเนินธุรกิจในไทย

ขณะที่ นายพนากร เดชธำรงวัฒน์ จาก Invest Hong Kong ย้ำว่า ฮ่องกงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเอเชีย โดยเฉพาะในการเชื่อมโยงธุรกิจกับจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันมีสตาร์ตอัปกว่า 5,000 รายในฮ่องกง และมีระบบภาษีต่ำ ไม่มีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากต่างชาติ รวมถึงมีกลไกระดมทุนจาก VC และ family office จำนวนมาก พร้อมจัดโปรแกรมเร่งการเติบโต (Accelerator) ที่สนับสนุนสตาร์ตอัปไทยให้เข้าถึงทุนและตลาด เช่น โครงการที่พาสตาร์ตอัปไทยเข้าสู่เวที Hong Kong FinTech Week

ส่วนนายวาตารุ ฟูจิวาระ(Mr. Wataru Fujiwara) จากองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น(NEDO) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสตาร์ตอัปและมูลค่าธุรกิจให้เติบโต 10 เท่าภายในปี 2027 ผ่านแผน 5 ปี โดยมีโปรแกรมสนับสนุนการเงินไม่ถือหุ้นสำหรับธุรกิจ DeepTech และ AI ที่ต้องการขยายสู่ระดับนานาชาติ โดย NEDO มีสำนักงานในกรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ในการอภิปรายร่วมกัน วิทยากรทั้ง 4 คนชี้ว่า อุปสรรคสำคัญของธุรกิจนวัตกรรมในการขยายตลาดโลกคือ การขาดเงินทุนและความเสี่ยงสำหรับระยะเริ่มต้น ความซับซ้อนด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และภาษีและทัศนคติของผู้ประกอบการที่ยังไม่กล้า “Globalize”

ทั้งนี้ กลไกการสนับสนุนที่แต่ละประเทศใช้ มีความคล้ายคลึงกันในหลักการ ได้แก่ การจับคู่ธุรกิจแบบเฉพาะเจาะจง การร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในประเทศปลายทาง สำหรับแนวโน้มเทคโนโลยีที่ถูกยกขึ้นมามากที่สุด ได้แก่ AI, HealthTech, พลังงาน และอวกาศ ขณะที่ปัจจัยแห่งความยั่งยืน เช่น คุณภาพชีวิต เสถียรภาพทางการเมือง และทุนมนุษย์ ก็ถูกเน้นย้ำว่าเป็นหัวใจในการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยืดหยุ่นและแข่งขันได้ในระดับโลก”

โดยงานสัมมนานี้ตอกย้ำความสำคัญของ “ความร่วมมือระดับโลก” ที่จะนำพานวัตกรรมไทยขยายตัวได้อย่างยั่งยืนและมีคุณภาพในเวทีโลก

พาราไดซ์ เพลส ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งพลัง ศักยภาพและแรงบันดาลใจ Miss Wheelchair Thailand 2025

พาราไดซ์ เพลส ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งพลัง ศักยภาพและแรงบันดาลใจ Miss Wheelchair Thailand 2025

พาราไดซ์ เพลส ร่วมสนับสนุนเวทีแห่งพลัง ศักยภาพและแรงบันดาลใจ Miss Wheelchair Thailand 2025

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พาราไดซ์ เพลส ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและการเปิดรับความหลากหลาย ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ส่งเสริมคุณค่า และสร้างแรงบันดาลใจ โดยให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงออกและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเสมอภาค ล่าสุด ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งโอกาสของสตรีผู้พิการ โดยการสนับสนุนพื้นที่จัดการประกวด Miss Wheelchair Thailand 2025 เพื่อให้สตรีผู้พิการที่ใช้วีลแชร์ ได้มีเวทีแสดงออกถึงพลังความสามารถและศักยภาพอย่างสง่างามและทรงคุณค่า ทั้งในรอบสัมภาษณ์และรอบชิงชนะเลิศ ณ ลาน Event ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส

โดยในรอบชิงชนะเลิศ ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน และได้ร่วมมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ในโอกาสที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ให้ การสนับสนุนพื้นที่ในการจัดประกวด Miss Wheelchair Thailand 2025

สำหรับการจัดประกวด Miss Wheelchair Thailand 2025 ถือเป็นการกลับมาประกวดอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 12 ปี และนับเป็นเวทีแรกและเวทีเดียวของประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้สตรีผู้พิการใช้รถเข็นวีลแชร์ได้แสดงออกทั้งความงาม ศักยภาพ ทัศนคติ และความสามารถ ที่สร้างช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส พร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ที่ส่งเสริมแรงบันดาลใจ สร้างคุณค่า โดยเฉพาะการส่งเสริมสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในทุกมิติของชีวิต

Orobjects เปิดตัวคอลเลกชันจิวเวลรีใหม่ ผสานการรู้สติและจังหวะการเคลื่อนไหวในทุกสัมผัส

Orobjects เปิดตัวคอลเลกชันจิวเวลรีใหม่ ผสานการรู้สติและจังหวะการเคลื่อนไหวในทุกสัมผัส

Orobjects เปิดตัวคอลเลกชันจิวเวลรีใหม่ ผสานการรู้สติและจังหวะการเคลื่อนไหวในทุกสัมผัส

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Orobjects แบรนด์จิวเวลรีสายดีไซน์ เปิดตัวคอลเลกชันล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังแห่งความผ่อนคลายของการขยับมืออย่างมีจังหวะ (Fidget หรือ ฟิตเจ็ต) คอลเลกชัน Fidget โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่หมุนและขยับได้ เช่น ลูกกลมและวงล้อ ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายและยกระดับประสบการณ์แห่งการสัมผัสให้เป็นความหรูหราเหนือระดับ คอลเลกชันมินิมอลสุดโฉบเฉี่ยวนี้ผสานการเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เช่น การหมุน การเลื่อน เข้ากับรูปแบบดีไซน์ที่ให้ทั้งความงามและประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส คอลเลกชัน Fidget ถูกออกแบบมาสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งรบกวน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้จดจ่ออยู่กับห้วงเวลาปัจจุบัน

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้คนต่างใช้วัตถุขนาดเล็กที่สัมผัสได้เป็นเครื่องมือในการยึดเหนี่ยวจิตใจและปลอบประโลมจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นลูกประคำ หินคลายกังวล หรือเครื่องรางต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสัมผัส เพื่อเสริมสร้างสติ ลดความวิตกกังวล และนำความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เครื่องประดับคอลเลกชัน Fidget นำแรงบันดาลใจดังกล่าว มาตีความใหม่ในรูปแบบงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนชีวิตยุคใหม่ซึ่งหมุนเร็วและเต็มไปด้วยสิ่งเร้า

เพื่อแสดงถึงความเชื่อของแบรนด์ Orobjects เครื่องประดับแต่ละชิ้นในคอลเลกชันนี้รังสรรค์ขึ้นจากทองคำรีไซเคิล 18 กะรัต เพชรแท้จากธรรมชาติ และอัญมณีล้ำค่า มอบทั้งคุณค่าทางประสาทสัมผัสและความงามที่คู่ควรแก่การเป็นเจ้าของในระยะยาว งานออกแบบของคอลเลกชันนี้ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างสมดุล—เรียบแต่แฝงลูกเล่น ประณีตแต่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เครื่องประดับแต่ละชิ้นผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันในจำนวนจำกัดโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ สะท้อนถึงคุณภาพ ความตั้งใจ และการหลอมรวมระหว่างศิลปะกับความรู้สติอย่างกลมกลืน

“ในยุคที่ความสนใจของเราถูกดึงไปสารพัดทิศทาง เราอยากสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ช่วยยึดโยงจิตใจ เหมือนกับลูกประคำมาลา” นี โมรา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ กล่าวถึงคอลเลกชัน Fidget “เราอยากให้เครื่องประดับของเราเชื้อเชิญให้เกิดการสัมผัส เพราะการเคลื่อนไหวในแต่ละชิ้นจะช่วยพาเรากลับมาเชื่อมต่อกับร่างกาย และอยู่กับช่วงเวลาปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ทุกชิ้นงดงามทั้งต่อสายตาและเมื่อได้สัมผัส เป็นงานศิลป์ที่ออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ ชื่นชม และรู้สึกถึงอย่างแท้จริง”

The Fidget Collection วางจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์ orobjects.com และที่บูติก Orobjects ชั้น 3 ห้อง 3-02 เกษรเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย