เตรียมจัดทัศนศึกษาเฉลิมพระเกียรติฯ นำเยาวชนทุกจังหวัดมาทัศนศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมไทย

เตรียมจัดทัศนศึกษาเฉลิมพระเกียรติฯ นำเยาวชนทุกจังหวัดมาทัศนศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมไทย

เตรียมจัดทัศนศึกษาเฉลิมพระเกียรติฯ นำเยาวชนทุกจังหวัดมาทัศนศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดประชุมคณะกรรมการโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568  เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ปี 2568 โดยมี ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นประธานโครงการ และมีกรรมการเข้าร่วมประชุม อาทิ  ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ ,คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, ดร.พรชัย มงคลวนิช, จิรวรรณ เพ็ญพาส, เกษร แก้วทิพย์  อุปนายกสมาคมภริยาอัยการ, เชาวรัตน์ วงศ์ธนะบูรณ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ,ว่าที่ ร.ต.ดร.ยุทธนา สุวรรณธาร ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร,กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดสมุทรปราการ ,บริษัท ขนส่ง จำกัด ,สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ-ตำรวจ ฯลฯ ผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการคัดเลือกจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อมาทัศนศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมไทยในกรุงเทพ มหานคร และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2568 โดยได้คัดสรรสถานที่สำคัญให้เยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ ได้ไปทัศนศึกษา อาทิ พระ บรมมหาราชวัง ,วัดพระศรีรัตนศาสดาราม,เมืองโบราณ ,วัดพระเชตุพนฯ ,นิทรรศน์รัตนโกสินทร์,มิวเซียมสยาม,พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิม พระเกียรติ ร.9 ,วัดอรุณราชวราราม และจะไปถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ พระลานพระราชวังดุสิต เนื่องในวันปิยะมหาราช

วันแรกที่มาถึงจะได้จัดให้เยาวชนผู้รับทุนฟังการบรรยายหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ไทย ” โดย นายหมวดโท น้ำเพ็ชร คชเสนี สัตยารักษ์ วิทยากรจิตอาสาพระราชทาน

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ จัดทัศนศึกษาให้แก่ผู้แทนเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ ในปีนี้เป็นครั้งที่ 10 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในชนบทได้มารับความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย และมุ่งหวังที่จะปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนไทยเกิดความภาคภูมิใจ ความรัก ความผูกพัน และความหวงแหนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรมไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยกันอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของชาติไทยให้ยั่งยืนอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตราบกาลนิรันดร์

ผู้สนใจสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทุกจังหวัดและเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนเข้าร่วมโครงการนี้ โปรดติดต่อได้ที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ ไลน์ไอดี 0804042439

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ก่อตั้งขึ้นในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อพุทธศักราช 2525 โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บุคคลสำคัญของโลก ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง ประสานการก่อตั้งโดยหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก  โดยมีภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดไปเยี่ยมเยียนติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชน พร้อมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนจะเป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยว เป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาเยาวชนที่มีความประพฤติดี และยากไร้ในแต่ละจังหวัดให้มีคุณธรรมนำความรู้มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าวคู่ควรแก่การปลูกฝังไว้ในสายเลือดของเยาวชนไทยทุกคนสืบไป เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์

มูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส ทุกอำเภอ ทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษาทั่วประเทศ ในปีนี้ประมาณ 3,000 คน เป็นเงินประมาณ 13 ล้านบาท ตลอด 42 ปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้ว รวมทั้งสิ้นประ มาณ 3.5 หมื่นคน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นเกือบ 300 ล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2568)

ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ รองประธาน กก.อำนวยการมูลนิธิฯ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแด่ ภราดา ดร.ศิริ
ชัย ฟอนซีกา ประธานโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย อธิการบดี ม.อัสสัมชัญคนใหม่

ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ รองประธาน กก.อำนวยการมูลนิธิฯ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแด่ ภราดา ดร.ศิริ ชัย ฟอนซีกา ประธานโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย อธิการบดี ม.อัสสัมชัญคนใหม่

ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา ประธานโครงการฯ ร่วมถ่ายภาพกับคณะ กก.โครงการฯ อาทิ  ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิ
วัตน์,จิรวรรณ เพ็ญพาส อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, อุบล อัครพัฒน์ ,ดร.พรชัย มงคลวนิช,เกษร แก้วทิพย์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านภริยาอัยการ

ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา ประธานโครงการฯ ร่วมถ่ายภาพกับคณะ กก.โครงการฯ อาทิ ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิ วัตน์,จิรวรรณ เพ็ญพาส อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, อุบล อัครพัฒน์ ,ดร.พรชัย มงคลวนิช,เกษร แก้วทิพย์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านภริยาอัยการ

ภราดา ดร.ศิริชัย  ฟอนซีกา ประธานโครงการฯ , ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ และ คุณหญิง
แสงเดือน ณ นคร ที่ปรึกษาโครงการฯ

ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา ประธานโครงการฯ , ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ และ คุณหญิง แสงเดือน ณ นคร ที่ปรึกษาโครงการฯ

ผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา,ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์,คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร,ดร.พร
ชัย มงคลวนิช

ผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกา,ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์,คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร,ดร.พร ชัย มงคลวนิช

คณะ กก.เข้าร่วมประชุมโครงการฯ อาทิ ดร.พรชัย มงคลวนิช,กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล,เกษร แก้วทิพย์ อุปนายก
สมาคมภริยาอัยการ

คณะ กก.เข้าร่วมประชุมโครงการฯ อาทิ ดร.พรชัย มงคลวนิช,กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล,เกษร แก้วทิพย์ อุปนายก สมาคมภริยาอัยการ

คณะ กก.อาทิ ชวรัตน์ วงศ์ธนะบูรณ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้,พรรัตน์ คล้ายบัณฑิตย์ ผู้แทน 
บขส.,ถนิมรัตน์ แกล้วทนงค์ ผู้แทน กรมประชาสัมพันธ์ และ พรทิพย์ ห่านตระกูล

คณะ กก.อาทิ ชวรัตน์ วงศ์ธนะบูรณ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้,พรรัตน์ คล้ายบัณฑิตย์ ผู้แทน บขส.,ถนิมรัตน์ แกล้วทนงค์ ผู้แทน กรมประชาสัมพันธ์ และ พรทิพย์ ห่านตระกูล

คณะ กก.อาทิ พนัส อัสสรัตนกุล,วิไล ตั้งสิน วิทยฐานกรณ์,ยรรยง คุโรวาท, ดร.สุฑาทิพย์ วาทีทิพย์  เลขาธิการ
สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ,สมบูรณ์ ประชุมพันธ์ ผู้แทน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

คณะ กก.อาทิ พนัส อัสสรัตนกุล,วิไล ตั้งสิน วิทยฐานกรณ์,ยรรยง คุโรวาท, ดร.สุฑาทิพย์ วาทีทิพย์ เลขาธิการ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ,สมบูรณ์ ประชุมพันธ์ ผู้แทน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

จิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย,กัลยาณี กิจนพเกียรติ ผู้แทน ประธานแม่บ้าน
มหาด ไทย จ.สมุทรปราการ

จิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย,กัลยาณี กิจนพเกียรติ ผู้แทน ประธานแม่บ้าน มหาด ไทย จ.สมุทรปราการ

ถวัลย์ เพชรสุข ผู้แทน ผวจ.สมุทรปรา
การ,ภูวดล สายเสมา ผู้แทน ปลัด กทม.,ร.อ.หญิง ยลธิดา พิจิตร ชุมพล ผู้แทน นายกสมาคมภริยาทหารเรือ,พล.อ.ต.หญิง เมตตา ผลกิจ ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ,พ.ต.อ.หญิง อำพัน ธนาอัศวพันธ์ ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านตำ
รวจ

ถวัลย์ เพชรสุข ผู้แทน ผวจ.สมุทรปรา การ,ภูวดล สายเสมา ผู้แทน ปลัด กทม.,ร.อ.หญิง ยลธิดา พิจิตร ชุมพล ผู้แทน นายกสมาคมภริยาทหารเรือ,พล.อ.ต.หญิง เมตตา ผลกิจ ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ,พ.ต.อ.หญิง อำพัน ธนาอัศวพันธ์ ผู้แทน นายกสมาคมแม่บ้านตำ รวจ

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 3 กรกฎาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯเป็นองค์ประธาน โครงการ “ปูทาง..สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา “วัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ จ.เชียงใหม่ 13 ก.ค.17.00 น..

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์ 6 ก.ค.17.30 น. ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม ..5 ก.ค.17.30 น. พิธีแสดงพระธรรมเทศนา โดย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามและสวดพระอภิธรรมเวลา  18.00 น. ณ ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตร..

ll 2 พี่น้อง ม.ร.ว. เฉลิมฉัตร วุฒิชัย และ ม.ร.ว. พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระครบ 104 ปี นับแต่วันประสูติ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร พระมารดาอดีตประธานกรรมการอำนวย การ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ฯ  เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ วันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่วัดบวรนิเวศวิหาร มี พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธัมมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ..

ll ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกก.ที่ปรึกษาและประธานกก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย 13 ก.ค.09.00 น. ณ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยากยาก สภากาชาดไทย..

ll วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร สมโภชพระอารามครบ 150 ปี วันที่ 6 ก.ค.17.09 น. ขอเชิญพุทธศาสนิชนร่วมบุญ ฟังพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์ 150 รูป ในบทธัมมจักรกัปปวัตนสูตร และบทมหาสมัยสูตร เพื่อเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาประจำพระอารามทั้ง 8 ทิศและบูรพาจารย์ รวมทั้งบูรพระมหากษัตริย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาประเทศไทย ณ พระอุโบสถ วัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  สอบถาม 080-6087464 facebook: วัดปรมัยยิกาวาส ..

ll สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 5 ก.ค.13.00 น. Blu-o Rhythm & Bowl  สยามพารากอน ..

ll รศ.ดร.สมจินต์-สุรภี สันถวรักษ์ ยกลูกสาว พญ.ปภัสสิริย์ สันถวรักษ์ ให้อยู่ในความดูแลของ นพ.กฤติน โซวพิทักษ์วัฒนา บุตร น.สพ.สมเจตน์-สุราง โซวพิทักษ์วัฒนา  งานฉลองสมรส 6 ก.ค.18.30 น.ที่ห้องCarlton Grand Ballroom ชั้น 9  รร.คาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท ..

ll ชมรมสมองใสใจสบาย จัด WorkShop “การออกกำลังกายง่ายๆ ในกิจวัตรประจำวัน” โดยวิทยากร ผศ.ดร.เฉลิม ชัยวัชราภรณ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ม.เกษมบัณฑิต, รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย หัวหน้าศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย , อ.วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ อ.ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ม.เกษมบัณฑิต 14 ก.ค.13.00 น.ห้องประชุม 1201 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ สอบถาม line:ชมรมสมองใสใจสบาย..

น้อง

ตรวจคัดกรอง รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ตรวจคัดกรอง รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ตรวจคัดกรอง รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วย “โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าอัตราการเสียชีวิตกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองและวิทยาการด้านการรักษาที่พัฒนาไปมาก เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

นพ. ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตลอดชีวิตจะพบบใกล้เคียงกันทั้งเพศหญิงและเพศชาย คือประมาณ 1 ต่อ 25 คน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความเสี่ยงอื่นๆ ของผู้ป่วย ซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อหรือ Polyp ในลำไส้ใหญ่ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 2 ประเภท 

ปัจจัยความเสี่ยงจากตัวบุคคล ได้แก่ 1.อายุ ในอดีตพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ มีอายุมากกว่า 50 ปี และอายุเฉลี่ยที่พบคือ 60 – 65 ปี แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ อุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปี เพิ่มขึ้นเรื่อน ๆ ผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดตามรายงานคือ 18 ปี 2.ประวัติในครอบครัวและถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบว่า 20% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน 3.ประวัติการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ มีการศึกษาพบว่า ติ่งเนื้อบางชนิดสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่หากมีการตรวจพบและรักษาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นติ่งเนื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

ปัจจัยความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม 1.ภาวะน้ำหนักเกินและขาดการออกกำลังกาย จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรค ขณะเดียวกันการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ทำให้ลำไส้มีการทำงานและเคลื่อนตัวมากขึ้น ผลในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 2.อาหาร ในอาหารบางประเภทจะมีสารก่อมะเร็งซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แหนม หมูยอ ลูกชิ้น กุนเชียง และเนื้อแดงที่ถูกประกอบอาหารในความร้อนสูงจนเกรียมแบบปิ้งย่าง 3.การสูบบุหรี่ พบว่า 12%ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ 4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งมากยิ่งขึ้น

ในระยะแรกของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ แต่เมื่อการดำเนินของโรคผ่านไปและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่จนกลายเป็นมะเร็งแล้ว ผู้ป่วยจึงจะเริ่มมีอาการแสดงเกิดขึ้น เช่น การขับถ่ายมีเลือดหรือมูกเลือดปน ถ่ายอุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูกสลับท้องเสีย แน่นท้อง ท้องโต หรือคลำเจอก้อนในท้อง ดังนั้น หากได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักตั้งแต่อายุ 45 -50 ปี เมื่อมีการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือสามารถป้องกันมะเร็งได้ถ้าตรวจเจอตั้งแต่เป็นติ่งเนื้อก่อนที่จะเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง อายุ สภาพร่างกายและโรคร่วมของผู้ป่วย โดยมี 4 วิธีหลักที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ 1.การผ่าตัด เป็นการตัดเอาลำไส้ส่วนที่เป็นรอยโรค และต่อมน้ำเหลืองออก  หรือในบางกรณีหากรอยโรคอยู่ที่ลำไส้ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทำทวารเทียม 2.การฉายรังสี เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด โดยฉายรังสีก่อนหรือหลังผ่าตัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์ ใช้ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก 3.ยาเคมีบำบัด อาจให้ก่อนหรือหลังผ่าตัด ร่วมกับการฉายรังสีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่จำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่ม 5.ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ชนิดของยาขึ้นอยู่กับการตรวจยีนจากชิ้นเนื้อ เพื่อวิเคราะห์การตอบสนองของยา (precision medicine)

นอกจากนี้ ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ จึงมีวิธีการรักษาเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น และมีอายุที่ยืนยาวเพิ่มมากขึ้น เช่น ยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือแม้แต่งานวิจัยล่าสุดอย่าง Cancer Vaccine และ Cancer Avatar ที่เปรียบเสมือนความหวังของผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดย Cancer Vaccine คือการจะนำโปรตีนเซลล์มะเร็งที่ได้จากก้อนมะเร็งของผู้ป่วยมาสกัดเป็นวัคซีนแบบจำเพาะบุคคลเพื่อช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวรู้จักหน้าตาของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยและพร้อมทำลายเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด ก็จะช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วน Cancer Avatar คือกระบวนการทดสอบการตอบสนองต่อยาก่อนที่จะใช้ในผู้ป่วยจริง วิธีการคือตัดชิ้นเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและพัฒนาจนมีลักษณะคล้ายกับเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเซลล์มะเร็งนั้นเป็นตัวแทนมะเร็งของผู้ป่วยจริงๆ จากนั้นจึงนำมาทดสอบกับยารักษาแต่ละสูตรเพื่อดูการตอบสนองของเซลล์มะเร็ง ก่อนเริ่มใช้ยากับผู้ป่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในแนวทางการรักษาขั้นต่อไปได้

ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่มาจากสภาพแวดล้อม ส่วนผู้ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพื่อตรวจหาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้

ยัสปาล กรุ๊ป ต่อยอดแนวคิด ‘The Power of Next’ สนับสนุนงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของ 4 มหาวิทยาลัย ร่วม ส่งเสริมศักยภาพของดีไซเนอร์ยังก์เจน ปูทางสู่วงการแฟชั่นไทย

ยัสปาล กรุ๊ป ต่อยอดแนวคิด ‘The Power of Next’ สนับสนุนงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของ 4 มหาวิทยาลัย ร่วม ส่งเสริมศักยภาพของดีไซเนอร์ยังก์เจน ปูทางสู่วงการแฟชั่นไทย

ยัสปาล กรุ๊ป ต่อยอดแนวคิด ‘The Power of Next’ สนับสนุนงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของ 4 มหาวิทยาลัย ร่วม ส่งเสริมศักยภาพของดีไซเนอร์ยังก์เจน ปูทางสู่วงการแฟชั่นไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยัสปาล กรุ๊ป (JASPAL GROUP) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “The Power of Next” จัดงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิส (Thesis) ของนักศึกษาแฟชั่นดีไซน์ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้าง สรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ให้นักศึกษาได้แสดงออกไอเดียในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นเสื้อผ้าและทักษะด้านการออกแบบ พร้อมได้จัดแสดงแฟชั่นโชว์อย่างมืออาชีพ นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาในการนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน และเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพแก่วงการแฟชั่น

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “The Power of Next คือ ความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเป็นพลังสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่ง ยัสปาล กรุ๊ป ภูมิ ใจที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพของตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางสายอาชีพที่เต็มไปด้วยความฝันและโอกาส

ยัสปาล กรุ๊ป ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่นเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่สัง คม เราจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา และการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากการสนับสนุนแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของนิสิตนักศึกษาจาก 4 มหาวิทยาลัยในครั้งนี้แล้ว ที่ผ่านมา ยัสปาลกรุ๊ป ยังดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ ความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยา ลัยต่างๆ ด้วยการเชิญดีไซเนอร์ของแบรนด์ในเครือ เช่น JASPAL, CPS CHAPS และ ROYAL IVY REGATTA ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงสู่นักศึกษาในห้องเรียน และ โครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program ที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี มอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตนักศึกษาด้านแฟชั่นไปแล้วมากกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ชนะในโครงการหลายคนได้เข้าร่วมทำงานเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ต่างๆ ภายในยัสปาล กรุ๊ป ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ ที่สะท้อนถึงการส่งเสริมคนรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม และการสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้กับเยาวชนไทยในอุตสาหกรรมแฟชั่น

ในปีนี้ ยัสปาล กรุ๊ป ได้สนับสนุนงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของนิสิตนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่นของมหาวิทยาลัยต่างๆได้แก่ “Specchio”งานนิทรรศการแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษารุ่นที่ 26 จากสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลงานของ มาย พฤกษากิจเจริญ หนึ่งในผู้ชนะรางวัลทุนการศึกษาจากโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program 2024 เข้าร่วมแสดงผลงาน

“AISLE” งานแฟชั่นโชว์ปริญญานิพนธ์ “AISLE” โดยนิสิตสาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ ชั้นปีที่ 4 ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผลงานของ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ และ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ สองผู้ชนะรางวัลทุนการศึกษาจากโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program 2024

“ULTIMATE SOURCE XVIII: DAWN TILL DUSK” งานแฟชั่นโชว์จากโครงการศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผลงานแฟชั่นโชว์ที่ได้หลอมรวมไอเดีย ความฝันและความมุ่งมั่น ถ่ายทอดออกมาเป็นแฟ ชั่นบนรันเวย์แห่งอนาคต

“FASH24:The Graduate Showcase 2025”งานแฟชั่นโชว์ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ ผลงานจากนักศึกษาหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องประดับ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมีผลงานของ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล และ ณิชาภัทร แก้วธำรงค์ สองผู้ชนะรางวัลทุนการศึกษาจากโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program 2024

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 77 ปีในอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ยัสปาล กรุ๊ป ยืนหยัดในบทบาทขององค์กรที่ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นคุณภาพ แต่ยังมีพันธกิจในการ ส่งเสริมให้ทุกคนได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เองอย่างเต็มที่ ภายใต้แนวคิด “Find Your Greatness” ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อว่า “ความยิ่งใหญ่” มีอยู่ในตัวทุกคน เพียงแค่ต้องมีพื้นที่และโอกาสในการแสดงออก และยัสปาล กรุ๊ป พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้เติบโต สร้างแรงบันดาลใจ และร่วมขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยอย่างยั่งยืน

ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี ม.กรุงเทพ และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป

ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี ม.กรุงเทพ และ นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป,ผศ.ดร.อรรถพนธ์ พงษ์เลาหพันธุ์ หน.ภาควิชา สาขา
นฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กับ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ และ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ สองผู้ชนะรางวัลโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program 2024

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป,ผศ.ดร.อรรถพนธ์ พงษ์เลาหพันธุ์ หน.ภาควิชา สาขา นฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กับ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ และ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ สองผู้ชนะรางวัลโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program 2024

นลินี เรืองวิทยานุกูล  ร่วมยินดีกับ มาย พฤกษากิจเจริญ คณะศิลป
กรรมศาสตร์ มธ.

นลินี เรืองวิทยานุกูล ร่วมยินดีกับ มาย พฤกษากิจเจริญ คณะศิลป กรรมศาสตร์ มธ.

ผลงาน มาย พฤกษากิจเจริญ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.

ผลงาน มาย พฤกษากิจเจริญ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.

ผลงานของ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ผลงานของ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ผลงานของ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ผลงานของ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล วิทยาลัยอุตสาห
กรรมสร้างสรรค์ มศว.

ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล วิทยาลัยอุตสาห กรรมสร้างสรรค์ มศว.

ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของ ณิชาภัทร แก้วธำรงค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว.

ผลงานแฟชั่นนิพนธ์ของ ณิชาภัทร แก้วธำรงค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว.

ผลงานแฟชั่นโชว์โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม. กรุงเทพ

ผลงานแฟชั่นโชว์โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม. กรุงเทพ

ผลงานแฟชั่นโชว์โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม. กรุงเทพ

ผลงานแฟชั่นโชว์โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม. กรุงเทพ

มธ. ชวนสังคมมองให้ลึกกว่าสีสัน ‘PRIDE’ ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากขบวนพาเหรด ‘กฎหมาย – สถาปัตย์ – นโยบาย’ สิ่งที่ต้องเร่งยกเครื่อง สู่เมืองที่ปลอดภัยและเท่าเทียม

มธ. ชวนสังคมมองให้ลึกกว่าสีสัน ‘PRIDE’ ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากขบวนพาเหรด ‘กฎหมาย - สถาปัตย์ – นโยบาย’ สิ่งที่ต้องเร่งยกเครื่อง สู่เมืองที่ปลอดภัยและเท่าเทียม

มธ. ชวนสังคมมองให้ลึกกว่าสีสัน ‘PRIDE’ ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากขบวนพาเหรด ‘กฎหมาย – สถาปัตย์ – นโยบาย’ สิ่งที่ต้องเร่งยกเครื่อง สู่เมืองที่ปลอดภัยและเท่าเทียม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้ขบวนพาเหรด Pride ของกรุงเทพฯ จะกลายเป็นภาพจำที่คุ้นตาในหลายเมืองทั่วโลก แต่ทว่า “เมืองแห่งความหลากหลาย” ไม่ควรถูกนิยามด้วยแสงสีหรือการเฉลิมฉลองเพียงชั่วคราว แต่ควรถูกถามต่อว่า เมืองเหล่านั้นปลอดภัยและเป็นธรรมกับทุกเพศสภาพในชีวิตจริงเพียงใด? อีกทั้งหนึ่งในมุมสำคัญของการสร้าง Pride ที่แท้จริง คือการรับมือกับความรุนแรงและอคติที่ยังฝังแน่นในสังคม แม้จะมีความพยายามผลักดันกฎหมายเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติ LGBTQทั่วโลกยังเผชิญความเสี่ยงสูงต่อการถูกละเมิด และถูกทำร้ายมากกว่าคนทั่วไป

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนสังคมเปิดมุมมองทั้งในศาสตร์ทางด้านนิติศาสตร์และสถาปัตยกรรม กับ รศ. ดร.อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และ ผศ. วราลักษณ์ คงอ้วน อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง เพื่อชวนคิดลึกไปว่า ความหมายของ “Pride” ที่แท้จริงควรฝังอยู่ใน “นโยบายเมือง” ที่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของทุกคนและทุกเพศอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบบริการสาธารณะที่เข้าถึงได้ และความปลอดภัยในชีวิตประจำวันที่เป็นของทุกคน เพราะ

ในเมืองที่หลากหลายจริง กฎหมายต้องปกป้องทุกชีวิตได้จริง

 “กฎหมาย” ควรเป็นมากกว่าตัวอักษรในกระดาษ หากต้องเป็นเครื่องมือที่ยืนอยู่ข้างประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มักถูกผลักออกจากระบบอย่างเงียบ ๆ เช่น ชุมชน LGBTQ+ คำกล่าวจาก รศ. ดร.อานนท์ มาเม้า โดยยังมีมุมที่ชวนคิดอีกว่า หากรัฐธรรมนูญคือสัญญาประชาคมที่กำหนดทิศทางของประเทศ ความเท่าเทียมทางเพศก็ต้องได้รับการยืนยันในทั้งตัวบทกฎหมายและทางการปฏิบัติในหลายกรณี แต่ความเป็นจริงในเมืองไทยวันนี้เผยให้เห็นช่องว่างที่น่ากังวล ระหว่างความก้าวหน้าของสังคมกับการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่ยังล่าช้าและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ ที่แม้รัฐธรรมนูญไทยจะรับรอง “ความเสมอภาค” ไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติกลับมีเพียงไม่กี่กฎหมายที่ลงลึกและปกป้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเหล่านี้อย่างแท้จริง

 รศ. ดร.อานนท์ มาเม้า

“ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะรัฐไทยยังมีท่าทีรับฟังที่ไม่ทันท่วงทีพอ ในยุคที่พลวัตทางสังคมเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลายข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองของ LGBTQ+ ล้วนเกิดจากแรงผลักดันของภาคประชาชน ไม่ใช่จากความริเริ่มของรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถึงมือผู้มีอำนาจ มักพบกับคำถามที่อิงอยู่กับ ศีลธรรมอันดี หรือ ค่านิยมไทย ทั้งที่หลักการพื้นฐานในรัฐธรรมนูญเองก็ระบุชัดว่า การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมย่อมขัดต่อหลักความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของมนุษย์” รศ. ดร.อานนท์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม

ปัจจุบันแม้จะมีกฎหมายบางฉบับ เช่น พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ที่ใช้มาแล้วกว่า 10 ปี และเคยรับรองสิทธิของบุคลากรข้ามเพศในการแสดงออกตามอัตลักษณ์ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีปัญหามากมาย เช่น การที่หน่วยงานบางแห่งโต้แย้งคำสั่งของคณะกรรมการ ส่งผลให้สิทธิที่ควรได้รับการคุ้มครองกลายเป็นเรื่องยากลำบากในทางความเป็นจริง อย่างไรก็ดี การปฏิรูปกฎหมายไทยให้ทันกับยุคสมัยจึงต้องไม่หยุดแค่การบัญญัติกฎหมายใหม่ แต่ต้องรวมถึงการทบทวนกระบวนการบังคับใช้และกลไกการรับฟังเสียงของประชาชนอย่างจริงจัง รัฐต้อง “จมูกไว” ต่อสัญญาณและกระแสของสังคม พร้อมเปิดพื้นที่ให้สิทธิของคนทุกกลุ่มสามารถเบ่งบานได้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะในหน้ากระดาษ แต่ต้องจับต้องได้จริงในชีวิตของทุกคน

Smart City ต้องมาจาก Inclusive City “เมืองที่ฉลาดคือเมืองที่มองเห็นทุกคน”

การออกแบบเมืองที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี การคมนาคม หรืออาคารสูงเสียดฟ้า หากแต่ต้องเป็นเมืองที่ “มองเห็นทุกคน” ในความแตกต่างหลากหลายอย่างเท่าเทียม เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่แท้จริง จึงไม่อาจวัดได้จากเพียงโครงสร้างพื้นฐานทันสมัยหรือแอปพลิเคชันติดตามขยะ แต่ต้องสะท้อนถึงการออกแบบที่ครอบคลุมทุกมิติของมนุษย์ ตั้งแต่เพศสภาพ ความพิการ ไปจนถึงสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ผศ. วราลักษณ์ คงอ้วน กล่าวว่า การออกแบบเมืองในมุมของสถาปัตยกรรม ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อความสวยงามหรือประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่ต้องพิจารณาความหลากหลายของผู้คนเป็นหัวใจสำคัญ องค์ประกอบพื้นฐานของเมือง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม พื้นที่สาธารณะ หรือสภาพแวดล้อม ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกมิติ ทั้งด้านเพศสภาพ วัย ความสามารถทางร่างกาย และฐานะทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เมืองเป็นสถานที่ที่ “ใครก็อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี” ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบทางลาดสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ การจัดแสงสว่างที่เพียงพอเพื่อความปลอดภัย หรือแม้แต่ที่นั่งในสวนสาธารณะที่คำนึงถึงผู้สูงอายุ ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนแนวคิด “การเข้าถึงได้ ความปลอดภัย และความเท่าเทียม” อย่างแท้จริง

ผศ. วราลักษณ์ คงอ้วน

“เมืองที่ดี เริ่มต้นจากการวางผังเมืองที่คำนึงถึงความหลากหลาย ไม่ใช่แค่การจัดการพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ประโยชน์ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงทรัพยากรของเมืองได้อย่างเท่าเทียม เพราะเมื่อเราพูดถึงความยั่งยืน เราไม่ได้พูดถึงแค่สิ่งแวดล้อม แต่พูดถึงชีวิตของคนทุกกลุ่มที่ต้องเติบโตไปพร้อมกันในเมืองเดียวกัน อย่างกรณี การออกแบบพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องน้ำทุกเพศ หรือห้องสมุดชุมชน ให้ตอบโจทย์ความหลากหลายโดยไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึก ‘ถูกแยก’ หรือ ‘ถูกตีตรา’ นั้น เป็นโจทย์ละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม การจะออกแบบให้  ‘แยกให้เห็น’ อย่างเคารพความแตกต่าง ขณะเดียวกันก็ ‘รวมให้กลมกลืน’ อย่างไม่ทำให้ใครรู้สึกเป็นอื่น จำเป็นต้องเริ่มจากการเรียนรู้พื้นที่และชุมชนนั้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การวางผังให้สวยงาม แต่ต้องเข้าใจว่าคนในพื้นที่พร้อมหรือไม่ พร้อมอย่างไร และต้องการสิ่งใดจริง ๆ”

ด้าน Smart City ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองในเชิงโครงสร้าง เช่น การจราจรอัจฉริยะ ระบบไฟอัตโนมัติ หรือการจัดการพลังงาน แต่ควรเป็นแนวคิดที่วางเทคโนโลยีไว้บนฐานของ “มนุษย์” และ “ความเท่าเทียม” เป็นหลัก เมืองที่ชาญฉลาดจริงจึงต้องใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ เข้าถึงผู้คนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ ฐานะ ความสามารถทางร่างกาย หรือวุฒิการศึกษา โดยเฉพาะในประเทศหรือเมืองที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ความชาญฉลาดของเมืองจึงไม่อาจวัดได้จากนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องพิจารณาว่า เมืองนั้น “ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดช่องว่าง” ได้มากน้อยเพียงใด

“การออกแบบ Smart City ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังควรเริ่มต้นที่ ‘ความเข้าใจ’ ก่อนจะไปที่ที่นวัตกรรม ความเข้าใจในสังคม พฤติกรรมของผู้คน และข้อจำกัดเฉพาะพื้นที่คือจุดตั้งต้นของการสร้างระบบเมืองที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หากเมืองใดมองเห็นเทคโนโลยีเป็นคำตอบโดยไม่ตั้งคำถามว่าใครเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นได้บ้าง เมืองนั้นก็อาจกำลังกลายเป็น Smart City ที่ฉลาดเฉพาะกลุ่ม เมืองที่มีหัวใจจึงต้องเป็นเมืองที่สามารถใช้เทคฯในการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และสร้างความรู้สึก ‘เป็นเจ้าของเมืองร่วมกัน’ ให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม” ผศ. วราลักษณ์ กล่าว

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเป็นพลังร่วมผลักดันสังคมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นธรรมอย่างแท้จริง ทั้งในมิติของกฎหมายและการออกแบบเมือง โดยเชื่อมั่นว่า “ความหลากหลาย” ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่ต้องแปรเปลี่ยนเป็นหลักการที่ปฏิบัติได้จริง ตั้งแต่การร่างกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมจะยังคงทำหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เสียงสะท้อน และแรงขับเคลื่อน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่คนทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปลอดภัย และเท่าเทียม ไม่ใช่เพียงในนาม แต่ในทุกย่างก้าวของชีวิตจริง

กลับมาอีกครั้ง ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

กลับมาอีกครั้ง  ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

กลับมาอีกครั้ง ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใครคิดถึงทะเลสีครามและอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ ไม่ต้องตีตั๋วบินไกลถึงหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี หรือภูเก็ต เพราะปีนี้ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” กลับมาอีกครั้ง อลังการกว่าเดิม จัดโดย Flynowiii, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ และ ช่างชุ่ย Creative Park ต้อนรับชาวกรุงฯ ทั่วทั้งพระนครให้เตรียมตัวไปเอ็นจอยตลอด 3 วันเต็มๆ วันที่ 4-6  กรกฎาคม 2568 ที่ช่างชุ่ย Creative Park ย่านปิ่นเกล้า ฝั่งธนฯ

ปีที่แล้วว่าเด็ด ปีนี้รับรองความเผ็ดคูณสอง! อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 ชวนคุณไปตื่นตาตื่นใจกับแฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษจาก 6 แบรนด์ดีไซน์เนอร์จากภาคใต้ ทั้ง Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่นำแรงบันดาลใจจาก “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” ของผืนผ้าจากภาคใต้ มาสะบัดบนรันเวย์ (บริเวณลานจอดเครื่องบิน) ที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างชุ่ย ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.30 น. ภายใต้ธีม “การเดินทางมาเชิญชวนคนกรุงเทพ ไปสัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้” พร้อมทัพนางแบบนายแบบกว่า 40 ชีวิต นำทีมโดย ทราย – สิรณัฐ สก๊อต, ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม, สกาย – กิ่งโพยม ชาร์เพิร์ล, เดล – นฤมล พิมพ์ภักดี, แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง, และ เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์

นอกจากนั้น ปีนี้ยังรวมของดี ไอเท็มเด็ด เมนูเผ็ดโดนใจ รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ของภาคใต้ ยกทัพมาให้ทุกคนได้สัมผัสกันแบบจุกๆ จัดเต็มทั้งบรรยากาศ อาหารใต้รสร้อนแรง ชาชักปักษ์ใต้แท้ งานคราฟต์ และการแสดงดนตรีสด ที่จะทำให้คุณหลงรักภาคใต้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหารใต้หรอยแรง: เตรียมท้องมาให้พร้อม เพราะงานนี้มีร้านอาหารใต้ชื่อดังมาออกบูธให้ได้ลิ้มลองความจัดจ้านถึงใจ ทั้งแกงเหลืองรสเข้มข้น ข้าวยำปักษ์ใต้ หรือขนมพื้นเมืองหากินยาก รับรองฟินทุกคำ ประทับใจไม่ลืม!

งานคราฟต์และสินค้าหัตถกรรมจากปักษ์ใต้: ช้อปเพลินกับเสื้อผ้าชิคๆ งานคราฟต์เก๋ๆ และสินค้าแฮนด์เมดจากภาคใต้ รับรองว่าได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน, การแสดงศิลปะและวัฒนธรรม: ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ และการแสดงดนตรีสดจากศิลปินอินดี้ชาวใต้ ที่นำความร่วมสมัยใหม่มาผสานกับความเป็นปักษ์ใต้ ให้คุณสัมผัสถึงจิตวิญญาณและเสน่ห์ของภาคใต้อย่างแท้จริง, สนุกกับเวิร์คช็อป / ช้อปโปรแกรมทัวร์พิเศษ: เพลินกับเวิร์คช็อปหัตถศิลป์ท้องถิ่นปักษ์ใต้ หรือจะเลือกซื้อทัวร์เที่ยวใต้สุดพิเศษที่ได้รับการครีเอทมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น! ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศให้ครึกครื้นและน่าประทับใจตลอดทั้งงาน

สัมผัสความมหัศจรรย์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ตลอด 3 วันเต็มๆ ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า งานนี้เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย อย่าลืมชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก มาสัมผัสกับเสน่ห์ของปักษ์ใต้ภายในบรรยากาศชิคๆ มาเดินเล่น ช้อปปิ้ง เช็คอินชิมอาหารอร่อยๆ และชมการแสดงดีๆ รับรองว่าคุ้มค่าและประทับแน่นอน แล้วเจอกันที่งาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” มาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันอีกครั้ง

ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ChangChuiBKK หรือ www.facebook.com/tiewtaibytat  พิกัดโครงการช่างชุ่ย ย่านปิ่นเกล้า: https://goo.gl/maps/Tf3FhGBcgKK9vBsG8

นวัตกรรมใหม่ MePoonn ช็อต ‘มีภูมิ’ ผลานโพรไบโอติก 8 สายพันธุ์ เสริมภูมิ – ลำไส้ดี

นวัตกรรมใหม่ MePoonn ช็อต ‘มีภูมิ’  ผลานโพรไบโอติก 8 สายพันธุ์ เสริมภูมิ - ลำไส้ดี

นวัตกรรมใหม่ MePoonn ช็อต ‘มีภูมิ’ ผลานโพรไบโอติก 8 สายพันธุ์ เสริมภูมิ – ลำไส้ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมใหม่ MePoonn ช็อต มีภูมิ ที่รวมพลังสารสกัดจากถั่งเช่าสีทอง (ImmuneUp® Powder Mycelium) นวัตกรรมแรกของโลกเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และ โพรไบโอติก 8 สายพันธุ์ ที่เหมาะกับลำไส้ของคนไทยสายกินรสจัด แตกต่างด้วยรูปแบบ “ช็อตกรอกปาก” ที่ทานง่าย ไม่ต้องผสมน้ำ เพียงวันละ 1 ซอง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและดูแลสุขภาพได้จากภายใน

MePoonn แตกต่างด้วยการใช้ ImmuneUp Powder® ซึ่งมี ไมซีเลียมถั่งเช่าสีทอง เปรียบเสมือนสารเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ที่ผ่านการศึกษาทางคลินิกและผลวิจัยจริงในมนุษย์ว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ได้รับทุนวิจัยจาก NIA (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ พบว่าเมื่อทานต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ และลดการหลั่งสารก่ออักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ

อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์

นอกจากนี้ ยังมี โพรไบโอติก 8 สายพันธุ์ใหม่ จำนวน 20,000 ล้านตัวต่อซอง ที่พัฒนาให้เหมาะสมกับสภาวะลำไส้ของคนไทย เพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยสร้างสมดุลลำไส้ ระบบขับถ่ายดีขึ้น และเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยวิตามินซี วิตามินบี 6 และบี 12 ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีนม  คนแพ้นมวัวทานได้ ไม่มีไขมันหรือโซเดียม เหมาะกับผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญทั้งมลภาวะและเชื้อโรคต่างๆ ตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า  เถ้าแก่น้อยให้ความสนใจกับตลาดเสริมสุขภาพที่ช่วยในเรื่อง Well being ของคนไทยมาโดยตลอด ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ร่วมทุนกับบริษัท บิสท์ อินโน รีฟอร์ม จํากัด ร่วมกันพัฒนาการเพาะเลี้ยงไมซีเลียมถั่งเช่าสีทอง ที่มีสารสำคัญ (Active ingredients) ที่ได้มาตรฐาน และได้จดสิทธิบัตร ImmuneUp จากการวิจัยนี้ คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยทราบว่า ไมซีเลียม จากถั่งเช่าสีทองสามารถช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี 

“สิทธิบัตร Immune up Powder ที่ร่วมกันพัฒนาอย่างอย่างจริงจังเพื่อเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพ เรามองว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากระบบลำไส้ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น มีสมดุล และลำไส้ที่แข็งแรง  และสาร ImmuneUp คือผลผลิตของความตั้งใจในการคิดค้นพัฒนา จนได้นวัตกรรมด้านสุขภาพที่ผ่านการทดลองในมนุษย์จริง ได้รับทุนสนับสนุนจาก NIA และมีการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ เราตั้งใจจะส่งมอบความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่า สิ่งที่ผู้บริโภคเลือกทานเข้าไปในร่างกาย คือสิ่งที่ผ่านการทดสอบและเชื่อมั่นว่าดีต่อสุขภาพจริงๆ และ MePoonn คืออีกก้าวสำคัญของเถ้าแก่น้อย ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่สินค้า ‘ขนมกินเล่น’ แต่เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการสร้างสรรค์สินค้าสุขภาพที่ ‘อร่อย ทานง่าย และมีวิทยาศาสตร์รองรับ’ เพราะสุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ควรเป็นเรื่องยากครับ” อิทธิพัทธ์ กล่าว

ผลิตภัณฑ์ Mepoonn มาใน 2 รสชาติ สกัดรสมาจากผลไม้แท้ รสลิ้นจี่พีช และ รสส้มยูซุ ราคาซองละ 29 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา “ซองเดียวจบ! ภูมิดี ลำไส้ดี แค่ฉีกกรอกปาก” ลองทานได้แล้ววันนี้กับ “มีภูมิ” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผนึกพลังธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ติดตามข่าวสารของ Mepoonn Official ได้ที่ : http://linktr.ee/Mepoonn.Official หรือ Facebook : Mepoonn ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โพรไบโอติก เพิ่มภูมิคุ้มกัน

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการ “อวกาศ” โครงการประกวดจิตรกรรม“ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการ “อวกาศ”  โครงการประกวดจิตรกรรม“ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการ “อวกาศ” โครงการประกวดจิตรกรรม“ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเปิดนิทรรศการ “อวกาศ” โครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ ๒ ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่องจ.นครราชสีมา โดยมีนายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน รองศาสตราจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เฝ้ารับเสด็จ การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ รองศาสตราจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร และนายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานและกราบทูลเบิกผู้ได้รับพระราชทานรางวัลโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2 จำนวน 56 รายเข้ารับพระราชทานรางวัล  จากนั้น เสด็จไปทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการและทอดพระเนตรนิทรรศการ “อวกาศ”  โอกาสนี้ ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้จัดงานและเยาวชนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ และเสด็จทอดพระเนตรผลงานศิลปะในโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2  ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ อาคารหอศิลป์ทิพย์พิมาน ชั้น 2 และชั้น 3 ตามลำดับ

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งนี้เป็นปีที่สอง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในด้านการสืบสานและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ศีลธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพื่อสืบสานพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “องค์สิริศิลปิน” ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนที่รักในงานศิลปะให้สามารถใช้จินตนาการความคิด ความรู้ความสามารถ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อกล่อมเกลาจิตใจและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีโอกาสแสดงทักษะด้านการสร้างสรรค์ที่สะท้อนความคิดและจินตนาการอันก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น อีกทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ในการนำเสนอผลงานของเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ โดยมุ่งหมายความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างสรรค์ศิลปะที่มาพร้อมกับการปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเพื่อประโยชน์ด้านการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืน ตลอดจนสามารถสื่อสารกับสาธารณชนถึงสาระในมุมมองต่าง ๆ ผ่านผลงานศิลปะดังพระดำรัสขององค์สิริศิลปินที่ว่า “ศิลปะเป็นเครื่องกล่อมเกลาชีวิตของคน”

การจัดประกวดในโครงการจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อการประกวด “อวกาศ” มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น จำนวน 2,789 ผลงาน ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแสดงนิทรรศการ รวมกว่า 500 ผลงาน  และมีจำนวนผู้ได้รับรางวัลการประกวดครั้งนี้รวม 56 ผลงาน โดยแบ่งตามระดับอายุการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย

ระดับอายุ 5 – 10 ปี มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด จำนวน 1,378 ผลงาน ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท ได้แก่ เด็กหญิงพิชชานันท์  ชัยประโคมจากโรงเรียนอนุบาลวังสามหมอ ชื่อผลงาน “ดาวลูกไก่”


ระดับอายุ 11 – 18 ปี  มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด จำนวน 1,317 ผลงาน ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท ได้แก่ นายกิตติชัย ไชยมงคล จากโรงเรียนดาราวิทยาลัย ชื่อผลงาน “จักรวาลวิทยา ดาราศาสตร์ของไทย”


ระดับอายุ 19 – 25 ปี  มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด จำนวน 74 ผลงานผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้รับโล่พระราชทาน เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท ได้แก่ นางสาวธาราทิพย์ อภิติวงศ์มานิต จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ชื่อผลงาน “ ก้าวแห่งมวลมนุษย์สู่ห้วงอวกาศ ”

สามารถรับชมภาพผลงานผู้ได้รับรางวัลได้ทาง >> https://chulabhornchannel.cra.ac.th/news-activities/56717/

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะขององค์สิริศิลปิน ถ่ายทอดความงดงามผ่านผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ และการขยายผลงานจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ในรูปแบบประติมากรรม และ Installation Art หรือศิลปะแบบจัดวางเพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้รู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุขผ่านการชื่นชมผลงานสมดังพระปณิธานขององค์สิริศิลปิน ที่ทรงอยากแบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยผ่านผลงานศิลปะที่พระองค์ได้ทรงสร้างสรรค์ขึ้น พร้อมทั้งร่วมชมนิทรรศการ “อวกาศ” ซึ่งจัดแสดงผลงานภาพวาดจากฝีมือเด็กและเยาวชน กว่า 500 ผลงานจากโครงการประกวดจิตรกรรม “ทิพย์พิมานสืบสานสิริศิลป์” ครั้งที่ 2 ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม 50 บาทต่อท่าน รายได้สมทบทุนมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่ง ในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสเข้าชมฟรี สอบถามข้อมูล โทร 09-6879-9044 , 09-6145-6249 หรือ Facebook : หอศิลป์ทิพย์พิมาน  www.facebook.com/TippimarnArtGallery

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.10 น.

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเจริญพระชนมายุ 68 พรรษา วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” โดยมี พลเอก ชาญ บุญประเสริฐ ประธานคณะกรรมการจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลฯ เป็นผู้วางพวงมาลัยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมรูปฯ

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและอาคารสถานที่ ประธานในพิธีฯ นำเหล่าคณะผู้บริหาร บุคลากรของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และหน่วยงานในพระดำริ ร่วมประกอบพิธีสักการะศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ พิธีลงนามถวายพระพร พิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติขององค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์อย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการแก่ประเทศชาติและประชาชนเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาด้านงานวิจัย งานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์ การสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชนและสรรพชีวิตทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  ตลอดจนการพัฒนาและผลิตบุคลากรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน ตามพระปณิธานฯ

ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีความห่วงใยปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดโอกาสในการเข้าถึงยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพ ในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ทั้งด้านเคมีและด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ทรงนำคณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ประสบความสำเร็จในการวิจัย พัฒนาและผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง ทราสทูซูแมบ (trastuzumab) ในชื่อพระราชทานว่า เฮอร์ดารา (HERDARA) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งชนิดอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านยาชีววัตถุชนิดแรกของประเทศที่คิดค้นและดำเนินการพัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยปัจจุบันสามารถขยายการผลิตสู่ระดับการนำไปใช้ได้จริง ภายใต้การนำขององค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงยารักษามะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นยาที่ผลิตได้เองภายในประเทศ อันเป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การพึ่งพาตนเองด้านยา และการสาธารณสุข อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ครั้งแรก ‘MERGE POP-UP BOOTH’ พร้อมกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด ‘MERGE LAYA BAG – DENIM’ สาวกเดนิม ห้ามพลาด!

ครั้งแรก ‘MERGE POP-UP BOOTH’ พร้อมกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด ‘MERGE LAYA BAG – DENIM’ สาวกเดนิม ห้ามพลาด!

ครั้งแรก ‘MERGE POP-UP BOOTH’ พร้อมกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด ‘MERGE LAYA BAG – DENIM’ สาวกเดนิม ห้ามพลาด!

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.47 น.

คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก ที่สุดแห่งประสบการณ์ช้อปมิติใหม่ใจกลางเมือง ร่วมกับ MERGE แบรนด์ยีนส์สัญชาติไทย เปิด “MERGE POP-UP BOOTH” จัดเต็ม! คอลเลคชันรุ่น MUST HAVE ITEM ที่นำมาให้เลือกแบบครบครัน พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2568 พิเศษสุดกับกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด “MERGE LAYA BAG – DENIM ที่มีเพียง 100 ใบ เท่านั้น! จำหน่ายแบบ FIRST COME FIRST SERVED ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก ใครทีกำลังรอรุ่นพิเศษนี้ รีบมาจับจองก่อน

MERGE (เมิร์จ) แบรนด์ยีนส์สัญชาติไทย ที่โด่งดังจากการสร้างแบรนด์กางเกงยีนส์ เปิดตัวกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน “MERGE LAYA BAG – DE NIM” ครั้งแรกที่ คิง เพาเวอร์ ซิตีบูทีก เพียง 100 ใบเท่านั้น! กับ LAYA BAG กระเป๋าใบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการพับกระดาษโอริกามิ (ORIGAMI) หนึ่งในศิลปะชื่อดังของญี่ปุ่น ถูกนำมาถ่ายทอดอย่างปราณีตผ่านการดีไซน์ที่สามารถพับ และปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามต้อง การ ออกแบบเพื่อฟังก์ชั่นการใช้งานเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมสายกระเป๋าให้เลือกใช้งานปรับได้ถึง 3 ระดับ เหมาะกับการถือ การสะพายข้าง และแบบครอสบอดี้ ผลิตจากผ้าแคนวาสเกรดพรีเมียมที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทานเหมาะทุกการใช้งาน LAYA BAG ไอเทมชิ้นใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยเติมสีสันให้กับ EVERYDAY LOOK ติดตามรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK: KINGPOWERCITYBOUTIQUE (สินค้ามีจำนวนจำกัด 100 ใบ โดยจํากัดการซื้อท่านละ 1 ใบ)

พบกับ “MERGE POP-UP BOOTH” ที่ คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก พร้อมสินค้าคอลเลคชันสุดฮิต ช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กับสาวสายแฟ มีไฟลต์ หรือไม่มีไฟลต์ก็ช้อปได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2568 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง WWW.KINGPOWER.COM, FACEBOOK: KINGPOWERCITYBOUTIQUE, INSTAGRAM: KINGPOWERCITYBOUTIQUE และ TIKTOK @KINGPOWERCITYBOUTIQUE หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง KING POWER CONTACT CENTRE 1631