คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการสุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี โดยมี ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย,กฤตยา อุ่นสากล,พล.ร.ท.วัชระ พัฒนรัฐ,นริสา
พัฒนรัฐ เข้าร่วม ณ รร.สัตหีบ เขตฐานทัพเรือสัตหีบ

..ll เพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี รับโล่ประกาศเกียรติคุณการพัฒนาศักยภาพเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ(Smart City)ที่มีความโดดเด่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จาก นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผช.ผอ.ดีป้า

..ll กรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานรุ่น หลักสูตร วบส.1 นิด้า จัดกิจกรรมสังสรรค์รับประทานอาหารและอุดหนุนสินค้า ที่ร้านพาเฟ่ ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ชวน หลีกภัย,วรพล-มนตรี โสคติยานุรักษ์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ,กฤษดา กวีญาณ, ปภัสรา เตชะไพบูลย์,มนัญชยา สมเลิศ,อารี กังวานเนาวรัตน์ ร่วมด้วย

..ll รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร และดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน รับมอบเงินสนับสนุน สภากาชาดไทย ในโครงการ“Blood Connect-เลือดเชื่อมชีวิต ให้ทุกชีวิตไปต่อ” จาก พงศธร เอื้อมงคลชัย พร้อมด้วย ภาณุพล กิตติคำรณ และอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ บจ.ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ (YAMAHA) มอบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการบริจาคโลหิตในกลุ่มคนรุ่นใหม่

..ll ยินดีกับผู้จบการอบรมหลักสูตร Digital CEO#8 จำนวน 82 คน เช่น ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ, ดุษฎี พฤกษเศรษฐ,วีระชัย ประเสริฐโส, ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ,พล.ต.วิทยา เสมาทอง, ศ.ดร.วันประชา เชาวลิตวงศ์,สุชีพ สุขสว่าง, อภิพันธ์ ภู่ภักดี,วิไลพร ทวีลาภพันทอง, ศุจิรัตน์ เธียรธวัช,นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์, ชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์,ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ณรงค์วิทย์ ชดช้อย,น.สพ.ธีรชัย วงษ์ชารู, ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์,นทชาติ จินตกานนท์, ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย,รศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์,พญ.พรรษพร เจริญสกุลวงค์, นพ.พีรพัฒน์ ต่างใจ,ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์,ดร.ศศิมา ทองสมัคร, ภิภพ วาสนาอาชาสกุล,นพ.ภุชงค์ ชื่นชม, ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา,ระพี แก้วศรีงาม, ดร.วิชัย สีสุด,ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม, วิวรรธน์ เทียนศิริ,สิริรัตน์ อร่ามเสรีวงศ์, สุพล จันทวีชัย,อัษฎางค์ ขำคมกุล,ณัฐพงศ์
โกวิทยานันต์

..ll ชาว ปธพ.2 รวมยินดีกับ นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ได้รับรางวัล“Hospital of the Year in Thailand”จากนิตยสาร Global Health Asia Pacific ของสิงคโปร์

..ll ช่วงนี้ ดร.นิพนธ์ นาชิน พร้อมทีมงาน บจ.อัลฟ่าเซค เดินทาง ร่วมซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของ ททท. ที่ สนง.อินเดียและญี่ปุ่น ในฐานะที่ปรึกษาตามมาตรฐาน ISO 22301

..ll พญ.พัชรี ปิยวรเดช วันเกิดไปทำบุญกับพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี แล้วไปเหมาปลาที่ตลาดไปปล่อยด้วย

น้องใหม่

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ  ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.30 น.

คิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ด้วยการเปิดตัว TukTuk Quest” (ตุ๊กตุ๊ก เควสท์) เครื่องเล่นเสมือนจริง (VR) ใหม่ล่าสุดที่จำลองการนั่งรถตุ๊กตุ๊กแบบสมจริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยี Motion-Synchronized VR Ride ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อมอบความตื่นเต้นเร้าใจผ่านวัฒนธรรมไทย ในรูปแบบใหม่ ณ บริเวณล็อบบี้ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ข้างโซน Mahanakhon SkyRides พร้อมให้บริการ ทุกวันเวลา 10.00 – 21.00 น. (รอบสุดท้ายเวลา 20.30 น.)

มร.มาร์ค เบกาสาท กรรมการผู้จัดการ คิง เพาเวอร์ มหานคร กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ TukTuk Quest ซึ่งเป็นเครื่องเล่น VR ตุ๊กตุ๊กแห่งแรกของโลก ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่ากับเทคโนโลยี ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าประสบการณ์นี้จะสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ไม่เหมือนใครให้กับ ผู้มาเยือนจากทั่วโลก TukTuk Quest คือการตีความเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ให้มีชีวิตในรูปแบบใหม่  เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบไทยๆ ผ่านมุมมองที่ล้ำสมัย เสมือนกำลังโลดแล่นอยู่บนถนนกรุงเทพฯ ด้วยแว่นตา VR ความคมชัดสูง เสียงสมจริง และเบาะนั่งที่เคลื่อนไหวสอดรับกับภาพและเรื่องราวที่ฉายอย่างไร้รอยต่อ เราเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก”

ไฮไลต์ของ TukTuk Quest:

เครื่องเล่น VR ตุ๊กตุ๊กแห่งแรกของโลก

เลือกสนุกได้ 3 รูปแบบ: Bangkok Journey / Dino VR / Roller Coaster VR

เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัว ทุกวัย เปิดประสบการณ์ VR ที่สนุกสนาน ปลอดภัย และน่าจดจำ รวมทั้ง นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ อีกประสบการณ์ใหม่ที่สนุกและสร้างสรรค์ในการสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ อย่างน่าตื่นเต้น

“TukTuk Quest” ตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ข้างโซน Mahanakhon SkyRides พร้อมให้บริการทุกวันเวลา 10.00 – 21.00 น. (รอบสุดท้ายเวลา 20.30 น.) ท่านที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่เคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วคิง เพาเวอร์ มหานคร หรือเว็บไซด์ https://kingpowermahanakhon.co.th ราคาเพียง 250 บาท ต่อรอบ ต่อท่าน พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

ในโลกของธุรกิจที่หมุนเร็ว ความสัมพันธ์ระยะยาวคือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน และ Washington Apple Thailand คือหนึ่งในแบรนด์ที่พิสูจน์แล้วว่า ความใส่ใจในพันธมิตรสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง

ในฤดูกาล 2024/2025 วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย เดินหน้าแคมเปญ Trade Loyalty Program เป็นปีที่ 5 ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการผลักดันยอดขาย แต่เพื่อ “เติบโตไปด้วยกัน” กับร้านค้าส่งทั่วประเทศ โดยปีนี้มีร้านค้ากว่า 84 รายจากตลาดค้าส่งผลไม้หลักของไทยเข้าร่วม ได้แก่ ตลาดไท-ตลาดนานาชาติ, ตลาดไอยรา, ตลาดสี่มุมเมือง, ตลาดมหานาค, ตลาดบองมาเช่ และตลาดปากคลองตลาด กิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 โดยมอบรางวัลรายฤดูกาลแก่ร้านค้าที่ร่วมโครงการ พร้อมสนับสนุนสื่อส่งเสริมการขายภายในร้าน เพื่อช่วยให้แบรนด์ แอปเปิลคุณภาพจากอเมริกานี้เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความภักดีไม่ใช่แค่คะแนนสะสม…แต่มันคือ “ความสัมพันธ์”

ธีรวี อังกุวรกุล ตัวแทนสมาพันธ์ส่งเสริมการส่งออกแอปเปิลจากรัฐวอชิงตัน ประจำประเทศไทย กล่าวอย่างจริงใจว่า“เราภูมิใจที่ร้านค้ากว่า 70% ให้การตอบรับแคมเปญนี้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าร้านค้าสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความจริงใจของเรา ความสำเร็จไม่ใช่ของเราเพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือเรื่องราวร่วมกันของทั้งแบรนด์และพันธมิตรที่อยู่ข้างเรา”

มอบของรางวัลที่มีความหมาย สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ค้า

ในปีนี้ ร้านแสงจันทร์ ได้รับรางวัลใหญ่เป็นจักรยานไฟฟ้าสามล้อจากการสะสมคะแนนสูงสุด ส่วนร้านเด่นอื่น ๆ เช่น ร้าน N-ฟรุ๊ต (เจ้นันท์)สาขา 2, ร้านเจ๊กัลยา ขายผลไม้, ร้านเจ้หมวย-บุญสม, ร้านเฮียแดง เจ๊อ้อย, ร้าน ก.นำโชค และร้านเฉลิมชัย+เปิ้ลก็ได้รับจักรยานไฟฟ้า 2 ล้อ รวมกว่า 6 รางวัลและรางวัลอื่นๆอีกมากมายแจกครบทั้ง 84 ร้านค้า แสดงถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการ “ตอบแทนด้วยใจ” มากกว่าแค่กลยุทธ์ทางการตลาด

ปรับตัวเพื่อคนไทย ต่อยอดด้วยใจเข้าใจตลาด

นอกจากการสะสมคะแนน Loyalty Program แบรนด์วอชิงตันแอปเปิล ยังผนวกกิจกรรมส่งเสริมการขาย, โปรโมชั่นพิเศษ, และการมีส่วนร่วมทางโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์ไม่เพียงติดตลาด แต่ “ติดใจ” ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ แอปเปิลอร่อย ปลอดภัย มาตรฐาน USDA อย่างมั่นคง

เป้าหมายใหม่ คือ “ความเชื่อมั่นต่อเนื่อง”

จากการตอบรับที่เติบโตทุกปี วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ตั้งใจจะขยายโครงการไปยังร้านค้ารายใหม่ พร้อมเสริมเครื่องมือการตลาดที่ช่วยให้ร้านค้าส่งในยุคดิจิทัลสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายและตรงใจยิ่งขึ้น

“ความสำเร็จของวอชิงตันแอปเปิลไม่ใช่เรื่องของผลไม้เท่านั้น แต่คือความสัมพันธ์ที่เกิดจากความเชื่อใจ ความใส่ใจ และความเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง” ธีรวี กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามกิจกรรมพิเศษ โปรโมชั่นและเรื่องราวเบื้องหลังของแอปเปิลคุณภาพจากสหรัฐอเมริกา ได้ที่ Facebook & Instagram:

Washington Apple Thailand

“อิมูร่า” เดินหน้าแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” พร้อมเหล่าคนดังรวมพลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

“อิมูร่า” เดินหน้าแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” พร้อมเหล่าคนดังรวมพลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

ในวันที่คำว่า “มะเร็ง” ไม่ได้อยู่แค่ในข่าวหรือคนไกลตัวอีกต่อไป วันนี้หลายครอบครัวในประเทศไทยได้สัมผัสกับโรคร้ายนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก หรือแม้แต่ตัวเราเอง… และในเส้นทางของผู้ป่วยมะเร็งที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่แน่นอน กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุด

บริษัท มามาสิตา จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ I.M.U.RA (อิมูร่า) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก้าวสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยยอดจำหน่าย ทะลุ 1 ล้านซองทั่วประเทศ และเพื่อเฉลิมฉลองก้าวที่ทรงคุณค่านี้ บริษัทฯ ได้จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” เพื่อส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับมะเร็ง ได้รู้ว่า “คุณไม่ได้สู้ลำพัง”

จาก 1 ซองสู่ 1 ล้านพลังใจ

อิมูร่า ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางของผู้ป่วยในวันที่ร่างกายอ่อนแอ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่แบรนด์ก่อตั้ง I.M.U.RA ได้เดินทางเข้าไปอยู่ในบ้านของผู้คนกว่าแสนครอบครัว และถูกส่งต่อในฐานะ “พลังใจเล็ก ๆ” เพื่อประคับประคองให้คนที่เรารักก้าวผ่านวันยากลำบาก

“เราไม่ได้ขายแค่อาหารเสริม เราขายความหวัง ความเข้าใจ และความอ่อนโยนที่คนป่วยต้องการ” คำกล่าวของผู้บริหารแบรนด์ มามาสิตา จำกัด ที่สื่อถึงหัวใจของผลิตภัณฑ์อิมูร่าได้อย่างชัดเจน

ดาราคนดังร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ

ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” ได้รับเกียรติจากบุคคลที่เคยผ่านประสบการณ์หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยมะเร็ง มาร่วมแบ่งปันมุมมองที่ลึกซึ้งและจริงใจ ได้แก่ ดีเจพี่อ้อย นภาพร นักสื่อสารใจผู้เชี่ยวชาญด้านความรู้สึก, อาม่าแต๋ว อุษา นักแสดงชื่อดัง กับบทบาทผู้ป่วยที่ครองหัวใจคนไทย, อ้วน รีเทิร์น และ จาตุรงค์ พลบูรณ์ ที่เคยเห็นคนใกล้ตัวต่อสู้กับโรคนี้อย่างหนัก รวมถึง โบว์ เบญจศิริ ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองของผู้หญิงที่เข้าใจหัวใจของผู้ป่วย แต่ละคนล้วนร่วมสะท้อนให้เห็นว่า… ในโลกของมะเร็ง ความรักและความเข้าใจคือยาที่ดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลการันตีระดับโลก

อิมูร่า ไม่ได้เพียงแค่เข้าถึงใจผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติ ได้แก่ เหรียญทองจากงาน Seoul International Invention Fair 2024 (SIIF) ประเทศเกาหลีใต้ และ Special Award จาก Malaysian Association of Research Scientists สองรางวัลนี้เป็นการตอกย้ำว่า I.M.U.RA ไม่ใช่แค่นวัตกรรมในไทย แต่เป็นนวัตกรรมระดับโลก ที่คิดค้นสูตรโดยนักวิจัยไทย เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง

แตกต่างอย่างเข้าใจผู้ป่วย

I.M.U.RA เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายแสง หรือการใช้ยามุ่งเป้า โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของส่วนผสม และใช้สารสกัดคุณภาพกว่า 9 ชนิด ได้แก่ สารสกัดจากเปลือกองุ่น สารสกัดแครนเบอร์รี สารสกัดเบอร์รี แมกนีเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต สาหร่าย Salina อินนูลิน วิตามินบีรวม วิตามินซี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้มาตรฐานที่เหมาะสมในระดับสากล

“1 ล้านซอง = 1 ล้านความหมาย”

ยอดขาย 1 ล้านซองของอิมูร่า ไม่ใช่แค่เครื่องหมายแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ แต่สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังหันมาใส่ใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างเข้าใจและเห็นคุณค่าในทุกช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ ทุกซองที่ถูกส่งต่อ คือหนึ่งสัมผัสที่อ่อนโยน หนึ่งประโยคที่พูดไม่ได้ และหนึ่งความหวังว่า “พรุ่งนี้อาจดีกว่าวันนี้”

เพื่อขอบคุณสังคมไทย และร่วมส่งต่อพลังใจคืนกลับไปยังผู้ป่วย รายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขาย อิมูร่า มอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาล และมูลนิธิ ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ”

แคมเปญนี้จะเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้กับผู้ป่วย ผ่านกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ “ความหวัง” อาจเบา…แต่เมื่อรวมกัน มันจะดังก้องอยู่ในใจของทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับโรคร้าย อิมูร่าขอสัญญาว่าเราจะยังคงยืนเคียงข้างทุกชีวิตที่กำลังต่อสู้ เพื่อให้ทุกวันพรุ่งนี้…มีพลังมากกว่าเดิม

จากแบรนด์เล็กสู่พลังระดับประเทศ I.M.U.RA เริ่มต้นจากความตั้งใจของทีมเล็ก ๆ ที่อยากทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่อ่อนแอที่สุด วันนี้จากทีมเล็กๆ ได้เติบโตสู่แบรนด์ที่ผู้ป่วยและคนดูแลเชื่อใจ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ที่สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ…ไม่ว่าจะอีกกี่ล้านซอง I.M.U.RA ขอเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ที่คอยเดินข้างๆ ผู้ป่วยมะเร็งตลอดเส้นทาง

เพราะกำลังใจคือยาที่ดีที่สุด และอิมูร่าจะเป็นหนึ่งในนั้น…เสมอ ติดตามกิจกรรมจากแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” ได้ที่ บริษัท มามาสิตา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย I.M.U.RA Facebook : MamasitaWellness และ website: https://www.imurathailand.com

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ  โดย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ กรรมการ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ Executive Advisor to Central Group  จัดอีเวนต์พิเศษ “Splash Hotel Soft Power Showcase 2025” ภายใต้แนวคิด “Thai Art ∞ Thai Cuisine: Eat Food Like Medicine” ที่ผสานศิลปะและอาหารไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี ดร. สุเมธ ตินติเวชกุล  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้องลาดพร้าวสวีท ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

กิจกรรมภายในงาน โรงแรมฯ ได้นำเสนอความเป็นไทยผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อาทิ นิทรรศการศิลปะโดย  เจ สุรเสน ศิลปินผู้ได้รับรางวัลเพชรสยาม ปี 2558 การสาธิตการทำอาหารไทย โดยเชฟนิ่ม ไพรินทร์ หาหิงษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยจากห้องอาหารสวนบัว ภายใต้แนวคิด ”ทานอาหารให้เหมือนยา” นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสอนอาหารครัววันดี ที่เป็นสถานศึกษาด้านอาหารไทยระดับโลก บูธแสดงสินค้าและเครื่องดื่มจากแบรนด์ไทย “แกรนด์ มอนเต้” และ “เทพพนม” ซึ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติ และจัดแสดงสาธิตการทำอาหารและเครื่องดื่ม การแสดงดนตรีไทย พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ทางโรงแรมฯ ยังได้นำเสนอนิทรรศการจิตรกรรมพิเศษ “เสน่ห์ธรรมชาติ เสน่ห์บุปผา เสน่หาบุษบา” โดย  เจ สุรเสน จัดแสดงระหว่างนี้ ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และจัดแสดงภายในห้องอาหารสวนบัวของโรงแรม

 นายวุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กล่าวว่า  “งาน Splash Hotel Soft Power Showcase 2025 ภายใต้แนวคิด  ‘Thai Art ∞ Thai Cuisine: Eat Food Like Medicine’  ถือเป็นโอกาสสำคัญที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยการผสานศิลปะและอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ความงดงามและคุณค่าเหล่านี้สู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ ทั้งศิลปิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม”

ภายใต้การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ THACCA SPLASH – Soft Power Showcase 2025 ที่จัดโดย Thailand Creative Culture Agency (THACCA) เพื่อส่งเสริม 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรมในเวทีโลก

สำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-541-1234  หรือติดต่อผ่าน Line OA: @centaraladprao  และ Inbox: https://bit.ly/centaraladprao

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.35 น.

เตรียมพบกับค่ำคืนที่คนรักอาหารไม่ควรพลาด! โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ และ UNICORN Hospitality จับมือกันสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารสุดพิเศษกับดินเนอร์  9 คอร์ส ในงาน “Lumi x Cha La: 4-Hands Dinner Series” โดยสองเชฟรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ ‘เชฟปรินซ์’ ทนงศักดิ์ มณีกาศ หัวหน้าเชฟ ห้องอาหาร Lumi (ลูมิ) ของโรงแรม AMANORเชียงใหม่ และ ‘เชฟตะวัน’ มุนินทร์ ฐิติชัยรัตน์ Executive Chef ห้องอาหาร Cha La (ชาลา) ของ Hotel MYS เขาใหญ่ ที่จะมาผนึกกำลังกันรังสรรค์เมนูผ่านรสชาติที่ผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารระดับสากลกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างมีศิลปะ 

เพียง 2 ค่ำคืน เท่านั้น! 12 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องอาหาร Cha La, Hotel MYS เขาใหญ่  และ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องอาหาร Lumi โรงแรม AMANOR เชียงใหม่  นับเป็นก้าวสำคัญภายใต้เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของ UNICORN Hospitality ในการมุ่งมั่นพร้อมยกระดับ Lumi และ Cha La ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำที่ได้รับการยอมรับจากมิชลินไกด์ในอนาคต

การพบกันของสองปรัชญาแห่งอาหาร

ตลอดสองค่ำคืนพิเศษที่ Lumi ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งของโรงแรม AMANOR เชียงใหม่ และห้องอาหาร Cha La แห่ง Hotel MYS เขาใหญ่ เชฟปรินซ์ – ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Lumi – จะถ่ายทอดปรัชญา “Italian craft | local character” ผ่านเมนูที่หลอมรวมเทคนิคอาหารอิตาเลียนอันประณีตเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นและจิตวิญญาณของวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างลงตัวและเปี่ยมรสนิยม

ในขณะที่ เชฟตะวัน แห่ง Cha La, Hotel MYS เขาใหญ่ จะพาแขกดื่มด่ำกับแนวทาง “Hyperlocal” ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างชาญฉลาด ถ่ายทอดผ่านเมนูร่วมสมัยที่สะท้อนกลิ่นอายชนบทในมุมมองใหม่ — ทันสมัยแต่ยังคงอบอุ่น — จนกลายเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตาแห่งวงการอาหารไทยยุคใหม่

เชฟปรินซ์ และ เชฟตะวัน คือตัวแทนของเชฟไทยรุ่นใหม่ที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ไม่หยุดที่จะเปิดรับแนวคิดใหม่และถ่ายทอดผ่านอาหารด้วยมุมมองร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์ ความกลมกลืนของสองแนวคิดและสไตล์การปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ คือหัวใจสำคัญในการรังสรรค์เมนูพิเศษในค่ำคืนแห่งการร่วมมือครั้งนี้

เมนู 9 คอร์ส รสชาติที่รังสรรค์อย่างประณีต

ดินเนอร์สุดพิเศษครั้งนี้ประกอบด้วยเมนู 9 คอร์สที่เชฟทั้งสองร่วมกันรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นด้วย Amuse-bouche สร้างความประทับใจตั้งแต่คำแรก ก่อนจะไล่เรียงไปสู่จานเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวานปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการจับคู่ไวน์ชั้นเลิศและเครื่องดื่มพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมรสชาติแต่ละจานได้อย่างลงตัว

เมนูไฮไลต์:  “Oyster Symphony”  โดยเชฟปรินซ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างหรูหราระหว่างหอยนางรมอันดามันกับคาเวียร์ดอยดำ, เจลลี่ลิ้นจี่ และผิวส้มโอ เสิร์ฟคู่กับ Cava สเปน  และ “Chilled Khao Yai Green Grape Gazpacho” โดยเชฟตะวัน ที่นำน้ำองุ่นเขียวเขาใหญ่เย็นที่สดชื่นและมีรสชาติจัดจ้านด้วย เสริมด้วยแฮมอิเบอริโก แตงกวาดอง และมูสมะเขือเทศเขียว

และเมนูเด่นอื่นๆ: “Foie Gras Mango Blossom” โดยเชฟปรินซ์ ที่นำฟัวกราส์จากฝรั่งเศสมาปรุงกับมะม่วงน้ำดอกไม้และครัมเบิลขิง-มะนาว และ “Charcoal-Grilled Chocolate-Fed Wagyu Picanha” โดยเชฟตะวัน กับการนำเนื้อวากิวที่เลี้ยงด้วยช็อกโกแลต มาย่างด้วยถ่าน เสิร์ฟพร้อม Cecina ham, คะน้า และซอสไวน์แดงรมควันวิสกี้

ดินเนอร์ 4-Hands 9 คอร์ส: ราคา 3,900++ บาท/ท่าน รวมไวน์แพริ่งทุกคอร์ส นอกจากนี้ ยังมีแพ็คเกจห้องพักสุดพิเศษ – ครบทั้งพักและดินเนอร์ Hotel MYS เขาใหญ่ – 12 กรกฎาคม 2568: ห้องพัก Deluxe Room 1 คืน พร้อมอาหารเช้า ชุดน้ำชายามบ่าย และดินเนอร์ 4-hands พร้อมไวน์แพริ่ง สำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 9,999++ บาท/ห้อง/คืน จองได้ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น!

โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ – 18 กรกฎาคม 2568: ห้องพัก Deluxe Room 1 คืน พร้อมอาหารเช้า และดินเนอร์ 4-hands พร้อมไวน์แพริ่ง สำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 9,999+++ บาท/ห้อง/คืน จองได้ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น!

โอกาสสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด – แนะนำให้สำรองล่วงหน้าเพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอันน่าจดจำผ่านรสชาติและศิลปะการปรุงอาหารของสองเชฟรุ่นใหม่ผู้มีวิสัยทัศน์ในครั้งนี้

สำรองที่นั่ง: โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ โทร: +66 (0) 53 216 219  อีเมล: reservations.ahcm@amanorhotels.com  หรือ LINE: @amanorhotelcm  และ Hotel MYS เขาใหญ่ โทร: +66 (0) 44 049 069 อีเมล: getaway@hotelmys.com LINE: @myskhaoyai

เยาวชนจากทั่วประเทศ ร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’

เยาวชนจากทั่วประเทศ ร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’

เยาวชนจากทั่วประเทศ ร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ‘สัตยาพาลี’

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.39 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง กำหนดจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สัตยาพาลี ขึ้นในระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยชวนเยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการคัดเลือกนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สัตยาพาลี ซึ่งมีเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านนาฏศิลป์ไทยทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการคัดเลือกนักแสดงเป็นจำนวน 922 คน โดยทำการคัดเลือกนักแสดงสาขา ละครพระ และละครนาง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 และคัดเลือกนักแสดงสาขา โขนพระ โขนยักษ์และโขนลิง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-18.00 น. ณ ห้องปฏิบัติการ ชั้น 4 อาคารคณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ศาลายา) จังหวัดนครปฐม

บรรยากาศการคัดเลือกเป็นไปอย่างเข้มข้นตลอดวัน โดยมีเกณฑ์พิจารณาจากความสามารถพื้นฐานทั่วไปทางด้านนาฏศิลป์และเชาว์ปัญญาในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการแสดง เน้นทักษะความรู้ความสามารถตามบทบาทของตัวละคร รวมถึงความเหมาะสมของสรีระของบทบาทในแต่ละประเภท การคัดเลือก ประกอบด้วย ท่ารำพื้นฐาน รำหน้าพาทย์ และการรำตีบทตามโจทย์ที่ได้รับ ซึ่งโขนพระ โขนยักษ์ โขนลิง จะต้องมีการรำตีบทตามบทพากย์ – เจรจาด้วย โดยผู้เข้าคัดเลือกร่วมพันคน ล้วนต้องโชว์ความสามารถด้านนาฏศิลป์ไทยผ่านสายตาคณะกรรมการ ทั้งศิลปินแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ),รัตติยะ วิกสิตพงศ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ,รัจนา พวงประยงค์ (ศิลปินแห่งชาติ),ไพฑูรย์ เข้มแข็ง (ศิลปินแห่งชาติ),สมศักดิ์ ทัดติ,วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์,พิธาน เหี้ยมโท้ ,ดร.นฤมล ล้อมทอง และ ผศ.ดร.พหลยุทธ กนิษฐบุตร โดยเยาวชนจากทั่วประเทศได้แสดงความรู้ ความสามารถ โชว์ทักษะฝีมืออย่างเต็มที่ เพื่อก้าวสำ คัญสู่ความเป็นหนึ่งในการเป็นนักแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยโขนซึ่งเป็นสมบัติทางศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของไทยจะเสื่อมสูญไป ซึ่งได้รับความนิยมจากเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมทำการคัดเลือกเป็นนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ…ร่วมลุ้นไปกับเยาวชนนาฏศิลป์ไทยทั่วประเทศ…ใครบ้างจะเป็นผู้ก้าวสู่การเป็นนักแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี…ประกาศผลการคัดเลือก ภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ https://www.bpi.ac.th/

สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี มีกำหนดเปิดการแสดงในระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ซูเลียน ส่งต่อพลังความห่วงใย เติมแสงสว่างแห่งโอกาส ณ มูลนิธิคนคนตาบอดฯ

ซูเลียน ส่งต่อพลังความห่วงใย เติมแสงสว่างแห่งโอกาส ณ มูลนิธิคนคนตาบอดฯ

ซูเลียน ส่งต่อพลังความห่วงใย เติมแสงสว่างแห่งโอกาส ณ มูลนิธิคนคนตาบอดฯ

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “Zhulian CSR” ล่าสุดร่วมส่งต่อความห่วงใยและแรงใจให้แก่ผู้พิการทางสายตา โดยมอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท พร้อมสิ่งของจำเป็น ให้แก่มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ ดร.ปิยะวัฒน์ จุลจักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน ได้เดินทางไปยังมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกิจกรรมมอบความสุขอย่างใกล้ชิด โดยมีคุณธีรนารถ เทพหลิน ผู้อำนวยการ และคุณจิรัสศรี ศรีสม ผู้อำนวยการฝ่ายมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภาพบรรยากาศในวันนั้นอบอวลด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุขที่สะท้อนออกมาจากใจผู้ให้และผู้รับ ทีมงานซูเลียนได้ร่วมพูดคุยและเล่นกับน้องๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการที่เติมเต็มหัวใจให้เด็กๆ ได้สัมผัสถึงพลังแห่งความรักและความห่วงใยจากสังคม โดยเฉพาะกับประโยคหนึ่งที่ผู้บริหารกล่าวไว้ว่า

“ซูเลียน” เชื่อมั่นว่า “การให้” ไม่ได้จบแค่การมอบสิ่งของหรือเงินทอง แต่คือการส่งต่อโอกาส ความรัก และกำลังใจที่จะกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันชีวิตของใครสักคนให้เดินต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง “แม้ผู้รับจะมองไม่เห็นด้วยตา แต่เรารู้ได้ทันทีว่าแววตาแห่งความหวังที่สะท้อนออกมาจากหัวใจ”

กิจกรรมดีๆ แบบนี้จะมีในทุกๆ เดือน ติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันที่งดงามไปกับ “Zhulian CSR” ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า… ทุกการให้ คือแสงสว่างที่เปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้จริง

‘ศูนย์การค้าแพลทินัม’ รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ตอกย้ำ ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

'ศูนย์การค้าแพลทินัม' รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ตอกย้ำ ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

‘ศูนย์การค้าแพลทินัม’ รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ตอกย้ำ ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าแพลทินัม ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งที่ดีที่สุดในอาเซียน เดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดได้รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD จากโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ปีที่ 8 โดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) 

โดยศูนย์การค้าแพลทินัม ผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรการประหยัดพลังงานของ MEA โดยที่ผ่านมาทางศูนย์การค้าได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ เช่น การปรับปรุงระบบปรับอากาศให้มีประสิทธิภาพสูง การเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเป็นหลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน (LED)  เพิ่มระบบการจัดการระบบควบคุมอัตโนมัติ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลความรู้ เชิญชวน สร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักถึงการประหยัดพลังงานร่วมกัน

สำหรับเกณฑ์การตัดสิน MEA ENERGY AWARDS 2025 ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ

เกณฑ์การใช้พลังงานไฟฟ้า (MEA Index) 

เกณฑ์คุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) 

การได้รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงการให้ความสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานของศูนย์การค้าแพลทินัมอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการควบคุมสภาวะอากาศภายในศูนย์การค้าให้มีคุณภาพที่ดีสำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการและยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ภายใต้โครงการ “Power Plat Green” 

ตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัท ที่ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

ซีพีเดินหน้าต่อเนื่องสู่สังคม Zero Waste สร้างระบบจัดการขยะครบวงจรในธุรกิจทุกกลุ่ม ผลักดันนวัตกรรม บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน–รีไซเคิล–ลดพลาสติก

ซีพีเดินหน้าต่อเนื่องสู่สังคม Zero Waste สร้างระบบจัดการขยะครบวงจรในธุรกิจทุกกลุ่ม ผลักดันนวัตกรรม บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน–รีไซเคิล–ลดพลาสติก

ซีพีเดินหน้าต่อเนื่องสู่สังคม Zero Waste สร้างระบบจัดการขยะครบวงจรในธุรกิจทุกกลุ่ม ผลักดันนวัตกรรม บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน–รีไซเคิล–ลดพลาสติก

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะและพลาสติกกลายเป็นความท้าทายร่วมของมนุษยชาติ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เดินหน้าภารกิจ “Zero Waste” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกันของบริษัทในเครือทุกกลุ่ม ทั้ง CPF, CPALL, CPAXTRA, CPPC และ TRUE โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม ระบบจัดการขยะครบวงจร การลดใช้พลาสติกจากต้นทาง ไปจนถึงการส่งเสริมพฤติกรรมรีไซเคิลของผู้บริโภค

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ ซีพี เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ ปัญหาขยะและมลภาวะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นแรงกดดันระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข เครือซีพีตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจไปสู่วิถีที่ยั่งยืน โดยนำนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5Rs ได้แก่ 1. Re-educate: สร้างความรู้ความเข้าใจใหม่แก่พนักงานและผู้บริโภค เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการลดและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี 2. Reduce: ลดการใช้พลาสติกตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุน้อยลง 3. Recycle: ใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ พร้อมพัฒนาระบบการเก็บกลับอย่างมีประสิทธิภาพ 4. Replace: เลือกใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกชีวภาพและกระดาษรีไซเคิล 5. Reinvent: ลงทุนในงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกดั้งเดิม

นอกจากนี้ เครือซีพียังได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในปี 2030 ได้แก่ การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste เพื่อลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์ และการเป็นองค์กร Zero Carbon ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่กับการดูแลโลกของเรา

ในช่วงที่ผ่านมา เครือซีพีได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะทั้งบนบกและในทะเล อาทิ โครงการธนาคารขยะ ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จ.ตรัง ,กิจกรรม “ร้อยเรียงความดี ทะเลไทยยั่งยืน ดำน้ำ ฟื้นฟูปะการังเทียม” ที่หาดมหาราช อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส่งเสริมการจัดการขยะทะเลอย่างยั่งยืน  ด้วยการเก็บขยะริมชายหาดและในทะเล รวมถึงการฟื้นฟูปะการังเทียม, โครงการ “อมก๋อยเมืองสวย ชุมชนจัดการขยะ สร้างอากาศบริสุทธิ์” ร่วมกับ อำเภออมก๋อย ผลักดันให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะและกระตุ้นให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการนำขยะกลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อลดปริมาณขยะและเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ที่ผ่านมาเครือซีและบริษัทในเครือฯมุ่งมั่นเดินหน้าในเรื่องบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนนโยบาย zero waste  โดย CPF (ซีพีเอฟ) ซึ่งเป็นบริษัทหลักที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ได้ดำเนินโครงการสำคัญ ๆ อาทิ การเปลี่ยนถาดบรรจุอาหารจาก PET เป็นถาดชีวภาพ (PLA) ย่อยสลายได้ 100% ลดขยะพลาสติกกว่า 8,000 ตัน/ปี และได้ร่วมพัฒนา “Green Packaging” กับ SCG ผลิตภัณฑ์จากเยื่อกระดาษและพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดตั้งจุด “ส่งพลาสติกกลับบ้าน” เพื่อให้พนักงานและผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการรีไซเคิล

สำหรับ CP ALL (ซีพี ออลล์) ผู้ดำเนินธุรกิจ 7 อีเลฟเว่น  ได้ดำเนินโครงการที่น่าสนใจ อาทิ โครงการ “2 ลด 4 สร้าง 1 DNA” ตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ Private Brand ย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2568  และยังมีการพัฒนา Packaging ให้บางลง เช่น ถุงกล้วยหอมทอง ลดพลาสติกได้เกือบ 30 ตัน รวมถึงรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก พร้อมจัดตั้งจุดรับคืนขยะที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา และโครงการ “รักษ์เกาะ 24 ชั่วโมง”  โครงการ “ลานอเนกประสงค์รักษ์โลก” นำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในชุมชน

ด้าน CPAXTRA (แม็คโคร – โลตัส) ได้ดำเนินโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์” แยกขยะอาหารกว่า 100 ตันต่อวัน นำไปทำปุ๋ย น้ำหมัก และเลี้ยงแมลงโปรตีน ตั้งจุดรับขวด PET กับ GC เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเสื้อกีฬาและมอบให้โรงเรียนทั่วประเทศ และโครงการ “Recycling Center” และ “RVM – Reverse Vending Machine” ส่งเสริมการรีไซเคิลในระดับพื้นที่

ส่วน CPPC ได้ผลิตถ้วย–ภาชนะจากวัสดุกระดาษ และชีวภาพ สำหรับอาหารร้อน–เย็น ส่งเสริมการพัฒนา Packaging แบบ Monomaterial ที่รีไซเคิลง่าย และย่อยสลายได้  ทั้งยังมีการทดลองใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อาหาร ภายใต้มาตรฐาน ISCC PLUS

TRUE ได้ดำเนินโครงการ “Say No to Plastic Bottles” และ “True Bag-vertising” นำวัสดุโฆษณาเก่ามาทำกระเป๋าแฟชั่น เปิดจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) และส่งเสริมการเลิกใช้ถุงพลาสติกในร้านทรูช้อป “True Coffee” พัฒนากล่องน้ำกระดาษรีไซเคิล ลดการใช้ขวด PET

นอกจากนี้ซีพียังร่วมขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ผ่านการเป็นสมาชิกเครือข่าย PPP Plastics, TRBN และการร่วมผลักดันแนวคิด EPR (Extended Producer Responsibility) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบจัดการขยะอย่างเป็นวงจร

ล่าสุดบริษัทในเครือฯ ประกอบด้วย CPF, CPALL,CPAxtra และ CPPC ได้รวมพลังสะท้อนพันธกิจ Zero Waste ของซีพีคือการร่วมสนับสนุนกิจกรรม SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers การแข่งขันกีฬาเก็บขยะระดับโลก ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 กรกฎาคม 2568 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน โดยมีพันธมิตรหลัก ได้แก่ จี-ยู ครีเอทีฟ และสยามพิวรรธน์ กิจกรรมนี้สะท้อนแนวทางการใช้ “กีฬา” เป็นสื่อสร้างพฤติกรรมใหม่ ชวนคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจเรื่องขยะในชีวิตประจำวัน โดยเครือซีพีหวังให้การมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ขยายผลได้จริงในระดับสังคม