ครบรอบ 91 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าผู้ทำประโยชน์แก่สถาบัน

ครบรอบ 91 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าผู้ทำประโยชน์แก่สถาบัน

ครบรอบ 91 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าผู้ทำประโยชน์แก่สถาบัน

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 91 โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี ภายในงานยังมีพิธีเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าผู้ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ที่อยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า การช่วยเหลือสังคมและมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ซึ่งปีนี้ได้พิจารณาคัดเลือกมอบรางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุดคือ รางวัลเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 ให้กับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยที่ได้ทำงานรับใช้สังคมและประเทศชาติ สนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง โดยรางวัลดังกล่าวได้พิจารณามอบให้กับบุคคลหรือศิษย์เก่า ปีละ 1 คน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน รวม 45 คน และมีศิษย์เก่าที่ได้รับโล่เกียรติยศ ประจำปี 2568 รวม 82 ราย งานจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หอประชุมใหญ่) ท่าพระจันทร์

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดเข็มเกียรติยศให้กับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ผู้สร้างคุณูปการแก่มหาวิทยาลัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ นับเป็นศิษย์เก่าคนที่ 45 และเป็นสตรีคนที่ 6 ที่ได้รับรางวัลเข็มเกียรติยศทองคำ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเข็มเกียรติยศทองคำให้กับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (2530) และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (2563) รวมถึง ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (2541), ศ.คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี (2543) และ ศาสตราจารย์ เกษรี ณรงค์เดช (2548) 

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. และอดีตอธิการบดี มธ. พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี มธ. ร่วมยินดีกับ ศิษย์เก่าผู้ได้รับเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 ผาณิต พูนศิริวงศ์

รายชื่อผู้ได้รับเข็มเกียรติยศตั้งแต่ พ.ศ.2525-2567 มีดังนี้ ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ (2525), ศ. ประภาศน์ อวยชัย (2526), บุญชู โรจนเสถียร (2526), ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ (2527), ศ.วิจิตร ลุลิตานนท์ (2527), ศ.ประกอบ หุตะสิงห์ (2528), ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ (2529),  ศ.ปกรณ์ อังศุสิงห์ (2529), สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (2530), มารุต บุนนาค (2532), ศ.ไพโรจน์ ชัยนาม (2533), ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ (2534), สุวัฒน์  วรดิลก (2535), ศ.ดร.พนัส สิมะเสถียร (2536), ชวน หลีกภัย (2537), ศ.ดร.สุธี สิงห์เสน่ห์ (2538), อนันต์ อนันตกูล (2539), บัญญัติ บรรทัดฐาน (2540), ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (2541), สถาพร กวิตานนท์ (2542), ศ.คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี (2543), มานิจ สุขสมจิตร (2544), สัก กอแสงเรือง (2545), รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร (2546), ดร.อรัญ ธรรมโน (2547), ศ.เกษรี ณรงค์เดช (2548), ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (2549), ศ.ดร.คณิต ณ นคร (2550), ศ.ดร.อักขราทร จุฬารัตน (2551), อาจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (2552), ศ.หิรัญ รดีศรี (2553), อภัย จันทนจุลกะ (2554), ศ.ดร.อรุณ ภาณุพงศ์ (2555), ธรรมศาสตราภิชาน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ (2556), สวัสดิ์ โชติพานิช (2557), ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ (2559), มนู เลียวไพโรจน์ (2560), ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์ (2561), เตช บุนนาค (2562), สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (2563), ดร.อาษา เมฆสวรรค์ (2564), ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (2565), ประกิต อภิสารธนรักษ์ (2566), อาคม เติมพิทยาไพสิฐ (2567)

นายกสภามหาวิทยาลัยฯ, อธิการบดี ถ่ายภาพร่วมกับ ผู้ได้รับเข็มเกียรติยศ และผู้รับโล่เกียรติยศ ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น

สำหรับผู้ได้รับโล่เกียรติยศ ประจำปี 2568 ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น จำนวน 53 ราย ได้แก่ กมลชนก จงเสถียร, กรวีร์ ปริศนานันทกุล, กุลกัญญา ทุมเสน, ม.ล.จิรทิพย์ เทวกุล, จิรภา สินธุนาวา, ดร.ชญานิน เกิดผลงาม, ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล, ชาธิป รุจนเสรี, ชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง, ณฐอร อินทร์ดีศรี, ณรงค์ เทพเสนา, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา, นพ.ดิเรก สุดแดน, รศ.ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ, นันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล, ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ดร.พญ.เบญจมาส พฤกษ์กานนท์, ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต, ปราชญา อุ่นเพชรวรากร, ปราบต์ บุนปาน, ปวีณา จริยฐิติพงศ์, ปิยะ ปิจนำ, ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล, พรพิมล นิลทจันทร์ และ พรยศ กลั่นกรอง

ผู้ได้รับโล่เกียรติยศ ประเภทศิษย์เก่าดีเด่นรุ่นใหม่

พิสิฐ ทางธนกุล, ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์, เพียงจิต ศรีประสาธน์, ฟาบีโอ จินดา, ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว, ภูวนารถ ณ สงขลา, มงคล วิศิษฏ์สตัมภ์, ดร.รวีวรรณ ถิรมนัส, ราชันย์ ซุ้นหั้ว, รุจิกร แสงจันทร์, วชิรา การสุทธิ์, วรางค์ ไชยวรรณ, ว่องไว วิฑูรชาติ, วิทยากร มณีเนตร, วิเรขา สันตะพันธุ์, วีระยุทธ นิ่มเสมอ, รศ.ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ, ดร.สติธร ธนานิธิโชติ, รศ.ดร.สมบัติ กุสุมาวลี, สมภพ สมิตะสิริ, สุดา สุหลง, ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ, สุรนาม พานิชการ, น.พ.สุรพจน์ สุวรรณพานิช, สุวพงศ์ ศิริสรณ์, แสวง บุญมี และ อลิสา สิมะโรจน์

ผู้ได้รับโล่เกียรติยศ ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย

ประเภทศิษย์เก่าดีเด่นรุ่นใหม่ 17 ราย ได้แก่ กัญญาภัทร์ มงคลพรสุข, ชนวีร์ หอมเตย, ชริน กฤตเมธาพร, ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา, ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ดร.พท.ป.นันทิกา พรหมมี, ภาวรินทร์ รามัญวงศ์, รชกร สุรภักดี, วรรธนสกล รักปทุม, วราเศรษฐ์ อัศวพิศาลบูลย์, วัชรพงษ์ จิโสะ, วิภาดา แหวนเพชร, วิภาวี กิตติเธียร, วีระสิทธิ์ จึงประสบการค้า, วุฒิชัย แตงทอง, ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ และ อาชัย ซาลูยา

ผู้ได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่น

ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย 12 ราย ได้แก่ กัลยาณี วิสิษฐยุทธศาสตร์, จันทรา พงศ์ศรี, ฉัตรชัย วิไลรัตนสุวรรณ, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ชมภูนุช ปฐมพร, ดวงเดือน คงดี, ประณุท เบนดาปุดี รศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์, ยุทธนา สาโยชนกร, ผศ.วันชัย ขันตี, ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล และ ศ.กิตติคุณ นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล

ผู้ได้รับรางวัลครูดีเด่น และ รางวัล Active Learning ประจำปี 2567

นอกจากนี้ภายในงานยังมีมอบโล่เกียรคุณแก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ ประจำปี 2568, รางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567, รางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2567,  รางวัล Active Learning ประจำปี 2567, มอบรางวัลบุคลากรดีเด่น ปิดงานด้วยการขับรองเพลงโดยชุมนุมขับร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และ ปิยาพัชร คนชม รักษาการเลขานุการคณะวารสารศาสตร์ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับ ผาณิต พูนศิริวงศ์  ศิษย์เก่าวารสารฯ มธ. ที่ได้รับเข็มเกียรติยศ

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568 วันครบรอบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568 วันครบรอบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568 วันครบรอบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. ร่วมแสดงความยินดีกับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ รับเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 , ว่องไว วิฑูรชาติ ศิษย์เก่าดีเด่น 2568 โดยมี  รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อดีตอธิการบดี มธ.,กิตติพงศ์ เศวตกิติธรรม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และ ดารณี วัธนเวคิน ร่วมแสดงความยินดี


รอยยิ้มแห่งความภูมิใจทั้งผู้ให้และผู้รับเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 ผาณิต พูนศิริวงศ์ พร้อมความยินดีจาก ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ.  และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อดีตอธิการบดี มธ.


ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภา มธ. และ อดีตอธิการบดี มธ. พร้อม รศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้รับโล่เกียรติยศ, รศ.สายฝน สุเอียนทรเมธี, รศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร และ รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล


อุไร คุณานันทกุล มิตรสนิทนำเพื่อนๆ มาร่วมยินดีด้วยความปลื้ม ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, รักษา แสงภู่,เพ็ญศรี สุขเจริญผล และ สุทธิลักษณ์ เอี่ยมไพจิตร์

เพื่อนรักจาก วว.รุ่น 92 เป็นปลื้มไปด้วย อ.ดวงใจ ตั้งสง่า,ภาวิไล บุราวาศ,คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ มี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. ร่วมถ่ายภาพด้วย


ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. นำทีมยินดี มี เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล นายกสมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.,กิตติพงศ์ เศวตกิติธรรม,ดารณี วัธนเวคิน,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และ ชาญกิจ ไตรรัตนานนท์


ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี มธ. ยินดีกับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ภูวนาถร ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ มธ. รับรางวัล ศิษย์เก่าดีเด่น


ดารณี วัธนเวคิน, กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, คณิต พีชวณิชย์ และ กฤติญา เรืองเวช


ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี ร่วมแสดงความยินดี


ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงานวันธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค. และ สถิตย์ ไม้งิ้ว ผอ.สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ที่ทำงานร่วมกันมากว่า 40 ปี และ กฤติญา เรืองเวช ร่วมยินดี


ดารณี วัธนเวคิน และ กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม ยินดีกับ รศ.ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ รองคณะบดีฝ่ายวิจัย คณะสิ่งแวดล้อม มก. ศิษย์เก่าดีเด่น มธ. 2568


ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับผู้รับโล่เกียรติยศ ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ฯ ชมนาด พงศ์พนรัตน์ โดยมีสามี กอบศักดิ์ เพื่อนวารสาร มธ. รุ่น 2510 และลูกๆ รัตมา – วรมน- กาญจน์นภา พงศ์พนรัตน์ ร่วมยินดี


เพื่อนๆ ป.โท วารสาร มธ. อาทิ ปิยมิตร ยอดเมือง, ศุลีพร โชควิวัฒน, อาภรณ์ ศุภเดโชชัย, รัตนวิมล นารีศุกรีเขต และ สนามชัย กำจร

ศิษย์เก่าดีเด่น รชกร สุรภักดี และ คณิต พีชวณิชย์

อัยการสูงสุด อิทธิพร-เกษร แก้วทิพย์ มอบหมายให้น้องชาย นพ.ปัณธนญ ธัญจิรนรากร ผู้บริหาร เดอะภู แบงค็อก คลินิก นำดอกไม้มาร่วมยินดี


รศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ ร่วมยินดี


ผรณเดช พูนศิริวงศ์ มาเป็นกำลังใจให้คุณแม่คนเก่ง


รศ. ดร.กิตติวัฒน์ จันทร์แจ่มใส ผช.อธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์และพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ มธ. ร่วมยินดี


ผช.อธิการบดีฝ่ายบริหาร ศูนย์ลำปาง ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม และ รศ.รมิดา พัชราวนิช รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและวิสาหกิจสัมพันธ์


อพิชญา วิทยากุล นายกองค์การนักศึกษา มธ. และคณะกรรมการ ยินดีกับรุ่นพี่ อดีตคณะกรรมการ อมธ. คนเก่ง


เลขาคู่ใจ พัชรา มาดล และ สะใภ้คนสวย อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์


ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี มธ, ยินดีกับบุคลากรดีเด่นของมหาวิทยาลัย


ชุมนุมขับร้องประสานเสียง มธ. ขับร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยภายในงาน

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา และกรรมการ ส่งดอกไม้มาร่วมยินดี

UNITED ARROWS ฉลอง 1 ปี จับมือแบรนด์ไทย MADMATTER ออกแบบ Tote Bag ลิมิเต็ด เอดิชั่น สะท้อนแนวคิด Quiet Luxury

UNITED ARROWS ฉลอง 1 ปี จับมือแบรนด์ไทย MADMATTER ออกแบบ Tote Bag  ลิมิเต็ด เอดิชั่น สะท้อนแนวคิด Quiet Luxury

UNITED ARROWS ฉลอง 1 ปี จับมือแบรนด์ไทย MADMATTER ออกแบบ Tote Bag ลิมิเต็ด เอดิชั่น สะท้อนแนวคิด Quiet Luxury

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

UNITED ARROWS มัลติแบรนด์แฟชั่นคุณภาพจากญี่ปุ่น ภายใต้การบริหารโดย บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN ฉลองครบรอบ 1 ปีของการเปิดร้านแฟลกชิปในประเทศไทย ณ ชั้น ศูนย์การค้า The EMSPHERE ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแฟชั่นสไตล์ Classic และ Quiet Luxury ที่เรียบหรู เนี้ยบ และมีรายละเอียดงานฝีมือในแบบฉบับญี่ปุ่น

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา UNITED ARROWS ได้สร้างการรับรู้ในฐานะมัลติแบรนด์สโตร์ ที่รวบรวมแบรนด์กว่า 6 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 196 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Everyday Elevated” ที่ยกระดับเสื้อผ้าประจำวันให้กลายเป็นการแสดงออกถึงรสนิยม ผ่านคอลเลกชันที่พิถีพิถันทั้งในด้านการเลือกสรรเนื้อผ้า การตัดเย็บ และงานออกแบบ

เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ UNITED ARROWS จับมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยอย่าง MADMATTER STUDIO ออกแบบ Tote Bag รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ที่มอบเป็น ของขวัญพิเศษ (Gift With Purchase) สำหรับลูกค้าภายใต้แนวคิด “Formed by the City, Worn Anywhere” โดยออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการความคล่องตัว ใช้งานได้หลายโอกาส และยังสะท้อนค่านิยมด้านความยั่งยืน ด้วยการเลือกใช้ Archival Fabrics หรือผ้าเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่น

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีการจัด Styling Talk โดยทีม Supervisor จาก UNITED ARROWS นำเสนอเทรนด์และคอลเลกชัน Spring/ Summer 2025 (SS25) รวมถึงการพูดคุยโดยดีไซเนอร์จาก MADMATTER STUDIO ที่ร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบในครั้งนี้ พร้อมรวมตัวเหล่า Friends of United Arrows เพื่อเฉลิมฉลองในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานที่มีคาแรกเตอร์และแนวคิดร่วมสมัย

UNITED ARROWS x MADMATTER Tote Bag รุ่นพิเศษนี้ จะมอบให้สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้าครบ 10,000 บาทขึ้นไป ณ ร้าน UNITED ARROWS ชั้น M ศูนย์การค้า The EMSPHERE ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ธนจิรา กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ UNITED ARROWS ในฐานะ “แบรนด์มัลติแฟชั่นจากญี่ปุ่น” พร้อมตั้งเป้าขยายฐานลูก ค้าคนเมืองที่มองหาแบรนด์แฟชั่นที่มีทั้งคุณภาพ ความเรียบหรูแบบญี่ปุ่น และความใส่ใจในรายละเอียดแบบ Quiet Luxury อย่างแท้จริง

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

ฟิตผิดชีวิตเปลี่ยน! เคล็ดลับออกกำลังกายให้ปลอดภัย ไม่เจ็บซ้ำ

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงนี้จะเห็นว่าเทรนด์ที่มาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือเรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารคลีน การใส่ใจตรวจสุขภาพ และการเริ่มออกกำลังกายที่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ยอดฮิต โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่หันมาออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมกันมากขึ้น แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่รีบร้อนเริ่มออกกำลังกายจนไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อม ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ร่างกายเจ็บและปวดยิ่งกว่าเดิม

นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิมุต จะมาเล่าถึงข้อควรรู้ก่อนออกกำลังกายที่คนมองข้าม พร้อมแชร์เคล็ดลับเพื่อให้ทุกคนฟิตร่างกายได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวเจ็บ

นพ. ปฐมฉัฐ พิสิฐวัฒนาภรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิมุต

รู้ก่อนเริ่ม! ใครเสี่ยงเจ็บจากการออกกำลังกาย

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนเริ่มออกกำลังกายคือการรู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง เพราะการออกกำลังกายแบบหักโหมโดยไม่เตรียมตัวให้พร้อมอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวโน้มเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน คนที่เป็นออฟฟิศซินโดรม หรือคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน “แพทย์แนะนำว่ากลุ่มนี้ควรตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน เช่น วัดความดันโลหิต เช็กสมรรถภาพหัวใจ และประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อจะได้รู้ขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง และนำไปวางแผนการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นควรเลือกกิจกรรมที่แรงกระแทกน้อย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานช้าๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว ลดโอกาสบาดเจ็บที่อาจตามมา” นพ. ปฐมฉัฐ อธิบาย

ออกกำลังกายก็ดี แต่ออกให้ถูกวิธีดีที่สุด

เมื่อรู้ขีดจำกัดของร่างกายแล้ว ขั้นต่อไปคือเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ถ้าอยากวิ่ง ก็อาจเริ่มต้นด้วยการเดินเร็วไปก่อนวันละ 15-30 นาที และค่อย ๆ เพิ่มเวลาหรือเพิ่มความเข้มข้นขึ้นทีละประมาณ 10% ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีไม่ควรทำแค่รูปแบบเดียว แต่ควรสลับประเภทกิจกรรมในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งการคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง และการยืดเหยียด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ และควรศึกษาวิธีหรือท่าทางที่ถูกต้องของแต่ละกิจกรรมก่อนเริ่มทุกครั้ง นพ. ปฐมฉัฐ อธิบายต่อว่า “ก่อนออกกำลังกายอย่าลืมวอร์มอัพอย่างน้อย 5 – 10 นาที และควรยืดเหยียดหลังออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและลดอาการปวดตึง รวมถึงควรพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 1 – 2 วัน ต่อสัปดาห์ ที่สำคัญคือต้องหมั่นสังเกตร่างกายระหว่างออกกำลัง ถ้าเริ่มมีอาการหายใจไม่ทัน รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อหรือกล้ามเนื้อ หรือมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ควรหยุดพักทันทีก่อนเกิดการบาดเจ็บ เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว”

ชาวออฟฟิศซินโดรมควรรู้! ท่าไหนควรเลี่ยง ท่าไหนควรทำ

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม เช่น ปวดคอหรือหลังเรื้อรัง แพทย์แนะนำเลี่ยงท่าที่ต้องก้มคอหรือก้มหลังซ้ำๆ เพราะอาจทำให้ปวดคอหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นได้ และควรเน้นออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) และกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเพื่อพยุงกระดูกสันหลังและเพิ่มความมั่นคงให้ร่างกาย พร้อมทั้งยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ เวลาทำงานก็ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถหรือยืดเส้นยืดสายทุก ๆ ชั่วโมง จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึงสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในระยะยาว

คนที่เคยบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอาจรู้สึกเข็ดและไม่อยากลองอีก แต่จริง ๆ แล้วทุกคนสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ แค่ต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายตัวเอง สำหรับใครที่กังวล สามารถปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยกันวางแผนหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน “ส่วนวันนี้ ใครที่ยังลังเลไม่กล้าเริ่มฟิต ไม่ว่าจะเพราะกลัวเจ็บ กลัวไม่ไหว หรือมีเวลาน้อย อยากให้เข้าใจว่าการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรหนัก ๆ ขอแค่เริ่มจากสิ่งง่ายๆ อย่างการเดินในบ้านวันละ 15 นาที แต่ขอให้ทำสม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ ขยับไปทำกิจกรรมอื่น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายในทุกๆ วัน” นพ. ปฐมฉัฐ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีปัญหาบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย  สามารถนัดหมายเพื่อขอรับค ปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต ได้ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ ชั้น 4 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 0-2079-0060 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

เคล็ดลับดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

เคล็ดลับดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

เคล็ดลับดูแลตัวเองในวัย 40 อัพ สุขภาพดีอยู่ที่การดูแลตัวเอง

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในวัย 40 อัพ ความลับของการดูอ่อนกว่าวัยไม่ได้อยู่ที่ยาวิเศษ หรือการศัลยกรรม แต่อยู่ที่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ

แพทย์หญิง กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  แนะคู่มือดูแลตัวเองในวัย 40 ปีอัพ ว่า  วัยนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณที่เริ่มมีริ้วรอย เมแทบอลิซึมที่ช้าลง และฮอร์โมนที่เริ่มแปรปรวน ดังนั้น ถ้าอยากดูอ่อนกว่าวัย ต้องดูแลตั้งแต่ผิวพรรณ การปรับอาหารการกิน  การออกกำลังกาย  การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ

1.ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิว 

ผู้หญิงวัย 40 ต้องการบำรุงผิวมากขึ้น เนื่องจากผิวสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยได้ง่าย คุณหมอแนะนำ ดังนี้

ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB รวมถึงป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยควรทาทุกวัน แม้ในวันที่ไม่ได้ออกจากบ้านก็ตาม

เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว เลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก และเซราไมด์ จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดี นอกจากนี้ ควรบำรุงด้วยซีรัมที่ช่วยฟื้นฟูผิวในช่วงกลางคืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวขณะหลับ

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว หากมีผิวแห้งควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมเข้มข้น ในขณะที่ผิวมันควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน และไม่อุดตันรูขุนขน

อย่าลืมดูแลผิวรอบดวงตา เพราะเป็นบริเวณแรที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย การใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ และวิตามิน E จะช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ควรนวดเบาๆ ขณะทาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

2.ปรับอาหารการกิน 

โภชนาการที่ดี เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของวิธีดูแลตัวเองไม่ให้แก่ อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและความงามจากภายใน

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี โปรตีนไขมันต่ำ จากปลา ไก่ และถั่ว ผลไม้น้ำตาลต่ำ เช่น สตรอเบอร์รี่  บลูเบอร์รี่

ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดขาว เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยให้ระบบภายในทำงานได้ดีและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยควรดื่มน้ำเปล่า และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือน้ำตาลสูง

บริโภคอาหารเสริม คอลลาเจนและวิตามิน C ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ส่วน Omega-3 ช่วยลดการอักเสบและบำรุงสมอง อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกอาหารเสริมเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  

นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักและรักษาสุขภาพหัวใจแล้ว  ยังช่วยชะลอวัย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย โดยมีแนวทางดังนี้

ผสมผสานการออกกำลัง ทำทั้งคาร์ดิโอ และการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยแบ่งเป็นการทำคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนัก เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

โยคะหรือพิลาทิสช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดอาการปวดเมื่อย อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย

เดินเล่น หรือออกกำลังกายกลางแจ้งบ้างในช่วงเช้า นอกจากจะช่วยให้ได้รับวิตามิน D แล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและความสดชื่นให้สุขภาพจิตด้วย

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

 จะช่วยทำให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย นอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน เวลา 22.00-02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด ลดการเกิดรอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอย งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน 1 ชั่วโมง แสงสีฟ้าจากจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือตัวทำลายฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้หลับยาก ควรปิดอุปกรณ์และทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือฝึกการหายใจเพื่อเตรียมตัวเข้านอน รวมทั้งใช้หมอนหรือปลอกหมอนที่ช่วยลดการเสียสดสี ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าซาตินจะช่วยลดการเสียดสี ป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าในขณะนอนหลับ และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผมอีกด้วย

5.จัดการความเครียด

ความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งมีผลต่อการเกิดริ้วรอย การจัดการความเครียด ทำให้สุขภาพกายและจิตใจสมดุลมากขึ้น

ฝึกสมาธิ หรือทำ Mindfulness  ฝึกสมาธิวันละ 5-10 นาที ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล รวมถึงการทำ Mindfulness หรือฝึกจดจ่อกับปัจจุบัน ช่วยให้มีสติในการเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

หางานอดิเรกที่ชอบ สามารถช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มความสุขในชีวิตได้

พบปะสังสรรค์ การได้หัวเราะและใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรักจะช่วยสร้างฮอร์โมนแห่งความสุขและลดความเครียดได้อย่างดีเยี่ยม

‘ต้อหิน ภัยเงียบของดวงตา อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

‘ต้อหิน ภัยเงียบของดวงตา อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

‘ต้อหิน ภัยเงียบของดวงตา อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในชีวิตประจำวันที่เราพึ่งพาการมองเห็นแทบตลอดเวลา กลับมีโรคหนึ่งที่อาจคืบคลานเข้ามาแบบไม่รู้ตัว และส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร นั่นคือ “ต้อหิน” หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการตาบอดถาวรทั่วโลก และที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวจนกระทั่งการมองเห็นเริ่มแคบลงหรือเสียไปแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงกิติยา รัตนวงศ์ไพบูลย์ จักษุแพทย์ชำนาญด้านต้อหิน โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่เกิดจากความเสียหายต่อเส้นประสาทตา ซึ่งส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับความดันในลูกตาที่สูงเกินไป หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

ผศ.พญ.กิติยา รัตนวงศ์ไพบูลย์ จักษุแพทย์ชำนาญด้านต้อหิน โรงพยาบาลเวชธานี 

อาการของต้อหินจะไม่มีอาการหรือสัญญาณปรากฏเด่นชัดในตอนแรก และจะเกิดอาการแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน ได้แก่

ต้อหินมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการอุดตันของช่องระบายน้ำหล่อเลี้ยงภายในตา แม้มุมระบายจะเปิดอยู่ ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่แสดงอาการใด ๆ จนกว่าการมองเห็นรอบข้างจะเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การตาบอดถาวรได้

ต้อหินมุมปิด (Angle-Closure Glaucoma)  เกิดจากมุมระบายน้ำในลูกตาถูกปิด ทำให้น้ำในตาไม่สามารถระบายออกได้ ซึ่งมีทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลัน หากเป็นชนิดเฉียบพลัน ความดันตาจึงพุ่งสูงทันที ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ตาแดง ตามัว เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ คลื่นไส้ และอาเจียน ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ต้อหินชนิดความดันตาปกติ (Normal-Tension Glaucoma)  แม้ความดันตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เส้นประสาทตากลับถูกทำลาย โดยมักเกี่ยวข้องปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของความดันตา เช่น การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดี หรือภาวะหลอดเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดการสูญเสียการมองเห็น

ต้อหินทุติยภูมิ (Secondary Glaucoma)  เกิดจากโรคหรือปัจจัยอื่น เช่น การอักเสบในตา อุบัติเหตุทางตา ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน หรือการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง เป็นต้น ส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้นและทำลายเส้นประสาทตา

ต้อหินในเด็ก (Congenital Glaucoma)  พบในทารกหรือเด็กเล็ก เกิดจากความผิดปกติของระบบระบายน้ำในลูกตาตั้งแต่กำเนิด มีอาการลูกตาขนาดใหญ่ น้ำตาไหลมาก กลัวแสง และกระจกตาขุ่น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

การวินิจฉัยโรคต้อหิน จักษุแพทย์จะเริ่มจากการวัดความดันภายในลูกตา ตรวจดูขั้วประสาทตา และโครงสร้างภายในตาด้วยเครื่องมือเฉพาะ หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นต้อหิน อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจลานสายตาเพื่อประเมินการทำงานของเส้นประสาทตา และการตรวจดูมุมตาเพื่อจำแนกชนิดของต้อหิน

การรักษาต้อหินมักต้องดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาจะเป็นการประคับประคองเพื่อไม่ให้ประสาทตาถูกทำลายมากขึ้น และเพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคต้อหินและระยะของโรคที่เป็นอยู่ดังนี้

การรักษาต้อหินโดยใช้ยา เป็นรูปแบบของยาหยอดตา ที่จะช่วยลดการสร้างน้ำในลูกตา หรือช่วยให้น้ำในลูกตาระบายออกได้ดีขึ้น เพื่อลดความดันตา หลังจากนั้นแพทย์จะนัดติดตามอาการเรื่อยๆ เพื่อดูอาการและภาวะแทรกซ้อน หากรักษาวิธีนี้แล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้รักษาด้วยการใช้เลเซอร์ร่วมด้วย

การรักษาต้อหินด้วยเลเซอร์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความดันภายในลูกตา โดยช่วยให้ของเหลวภายในตาไหลเวียน หรือระบายออกได้ดีขึ้น ซึ่งชนิดของเลเซอร์ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหินที่ผู้ป่วยเป็น โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1.ต้อหินมุมปิด (Angle-closure glaucoma)ในกรณีนี้ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ชนิดที่เรียกว่า Laser Peripheral Iridotomy (LPI) ยิงเลเซอร์เจาะรูขนาดเล็กบนม่านตา เพื่อสร้างช่องทางใหม่ให้ของเหลวในลูกตาสามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวกมากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน หรือในผู้ที่มีมุมระบายน้ำแคบจากโครงสร้างทางกายภาพของตา

2.ต้อหินมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma ) ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า Selective Laser Trabeculoplasty (SLT) ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์พลังงานต่ำไปยังบริเวณมุมระบายน้ำของลูกตา (trabecular meshwork) เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์บริเวณนั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำภายในตา ลดความดันตาได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ซึ่งมักใช้ในกรณีที่ยาหยอดตาควบคุมความดันตาได้ไม่ดีพอ หรือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาหยอดตาได้ต่อเนื่อง

หากการใช้ยาและเลเซอร์ไม่สามารถควบคุมความดันในตาได้ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อลดความดันภายในลูกตา ป้องกันไม่ให้เส้นประสาทตาถูกทำลายเพิ่มเติม โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้ Trabeculectomy เป็นการเปิดช่องระบายน้ำใหม่ในดวงตา ช่วยให้น้ำหล่อเลี้ยงไหลออกได้ดีขึ้น ลดความดันตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Glaucoma Drainage Device Surgery แพทย์จะใส่ท่อระบายน้ำขนาดเล็กในลูกตา เชื่อมต่อกับบริเวณใต้เยื่อบุตาขาว เหมาะสำหรับผู้ที่ความดันตาสูงมากหรือผ่าตัดวิธีอื่นไม่สำเร็จ Minimally Invasive Bleb Surgery เป็นการผ่าตัดที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยใส่ท่อระบายชนิดพิเศษขนาดเล็กและยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้น้ำในตาระบายออก ลดความดันตา ฟื้นตัวไว และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนน้อย

ทั้งนี้ ต้อหินเป็นโรคตาที่เป็นภัยมืด มักไม่มีอาการเตือนในระยะแรก หากตรวจพบช้าอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี หรืออายุมากกว่า 35 ปีในกรณีมีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน จึงเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันและตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก

Merigin Pre-cious Set ที่สุดของการดูแล ครบจบทั้งสุขภาพผมและผิว

Merigin Pre-cious Set ที่สุดของการดูแล ครบจบทั้งสุขภาพผมและผิว

Merigin Pre-cious Set ที่สุดของการดูแล ครบจบทั้งสุขภาพผมและผิว

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์เมอริจิ้น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม มอบประสบการณ์ความงามที่อ่อนโยนและปลอดภัยกับ Merigin Pre-cious Set ที่สุดของการดูแลครบจบทั้งสุขภาพผมและสุขภาพผิว และ Merigin Prevent Set เซทฟื้นฟู บำรุงและดูแลให้ผิวแข็งแรงอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่บำรุงสุขภาพผมและสุขภาพผิวแต่ยังเป็นเสมือนของขวัญล้ำค่าที่เมอริจิ้นรังสรรค์ด้วยความรักออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้คุณพร้อมเปล่งประกายทั้งภายในและภายนอกในราคาสุดพิเศษ

Merigin Precious Set ในราคา 1,500 บาท ประกอบไปด้วย Merigin Hair Tonic 2 ขนาด ตัวช่วยในการเสริมสร้างสภาพเส้นผมที่นุ่มสลวยพร้อมหนังศีรษะที่แข็งแรง ไม่เพียงแค่หยุดยั้งผมที่หลุด ร่วง บาง ขาว แต่สุขภาพผมของคุณจะแข็งแรงทุกการเกิดใหม่ สร้างความมั่นใจอย่างเป็นธรรมชาติในทุกช่วงเวลา และ Merigin Velvety Soap สบู่ที่ทำให้คุณผ่อนคลายยามอาบน้ำ สามารถทำความสะอาดผิวได้ทุกวันเพื่อผิวที่ชุ่มชื้นและสดชื่น ส่วน Merigin Prevent Set เซทสบู่ Merigin Velvety Soap ขนาด 150 กรัม จำนวน 4 ก้อน ราคา 800 บาท  ทั้ง Merigin Precious Set และ  Merigin Prevent Set บรรจุในแพ็กเกจดีไซน์เรียบหรูสะท้อนความใส่ใจของแบรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งยังเป็นเหมือนของขวัญสุดล้ำค่าที่มอบให้คนที่คุณรักได้ด้วยเช่นกัน

‘ศิริราช-กาญจนา’ ชวนคนไทยมอบ ‘โอกาส’ทางการรักษาในคอนเสิร์ตระดมทุน ‘BIRD FANFEST 20XX’ รอบการกุศล

‘ศิริราช-กาญจนา’ ชวนคนไทยมอบ ‘โอกาส’ทางการรักษาในคอนเสิร์ตระดมทุน ‘BIRD FANFEST 20XX’ รอบการกุศล

‘ศิริราช-กาญจนา’ ชวนคนไทยมอบ ‘โอกาส’ทางการรักษาในคอนเสิร์ตระดมทุน ‘BIRD FANFEST 20XX’ รอบการกุศล

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (SiGJ) เชิญชวนคนไทยร่วมมอบ “โอกาส” ทางการรักษาให้กับผู้ป่วย ด้วยการซื้อบัตรคอนเสิร์ต “BIRD FANFEST 20XX” รอบการกุศล : ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผ่านความสุขและรอยยิ้มโดยศิลปินซูเปอร์สตาร์ขวัญใจคนทุกวัย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์  ในรอบการแสดงวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี รายได้จากการจำหน่ายรอบดังกล่าว จะนำไปสมทบทุนสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เปิดให้บริการประชาชนเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2549 ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไปในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ กระทั่งในปี 2560 สภามหาวิทยาลัยมหิดล มีมติให้ศูนย์การแพทย์ฯ อยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อขยายการรักษาให้ครอบคลุมทุกแผนก และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น 

ศ.นพ.อภิชาติ  อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็น ‘สถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน’ ภายใต้พันธกิจ 4 ด้าน ประกอบด้วย  1.ให้การเรียนการสอนเพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเปี่ยมด้วยจริยธรรมออกมารับใช้สังคม  2.เป็นสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ โดยให้การดูแลผู้ป่วยทุกฐานะอย่างเสมอภาคเท่าเทียม 3.สร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการทำวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่มวลมนุษยชาติ และ 4.การเพิ่มประ สิทธิภาพของระบบการรักษาผู้ป่วย มุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อให้บริการผู้ป่วยทุกระดับได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยมีศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก หรือศิริราช-กาญจนา เป็นหนึ่งกำลังสำคัญในการสร้างโอกาสเข้าถึงการรักษาให้ประชาชนในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงสามารถให้บริการการรักษามาตรฐานเดียวกันกับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งศูนย์การแพทย์ฯ ได้วางแผนการพัฒนาคุณภาพในทุกมิติทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์ความรู้ จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และปรับปรุงอา คารสถานที่ให้เพียงพอกับผู้มารับบริการ” 

ด้าน รศ.นพ.ธีระกลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กล่าวว่า “จำนวนผู้เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตจะมีผู้ป่วยในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงเข้ามารับบริการอีกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2567 มีการขยายงานบริการด้านการแพทย์และรองรับผู้ป่วยนอก ได้เฉลี่ยปีละประมาณ 670,000 ราย ในปี 2568 จำนวนผู้มาใช้บริการอาจจะถึง 718,800 ราย และจำนวนผู้ป่วยนอกจะเพิ่มเป็น 756,000 ราย ในปี 2569  แต่ปัจจุบันที่น่ากังวลคือขณะนี้โรงพยาบาลมีเตียงเพียง 200 เตียง และอาคารหอผู้ป่วยในหนึ่งหลัง ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับจำนวนผู้ป่วยอีกต่อไป จึงมีความจำเป็นต้องสร้างอาคารหอผู้ป่วยในเพิ่ม บนพื้นที่จอดรถทางทิศตะวันตกต่อเนื่องกับพื้นที่ของอาคารปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยในจากเดิม 200 เตียง เป็น 400 เตียง อย่างไรก็ ตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์การแพทย์ฯ จะต้องมีงบเพียงพอในการดำเนินการอีกราว 270 ล้านบาท จึงอยากเชิญชวน
ทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้ความสนุกจากพี่เบิร์ดแล้วยังได้อิ่มเอมใจกับการทำบุญมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยด้วยครับ”

ร่วมเปิดประสบการณ์ความสุขครั้งยิ่งใหญ่ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ในคอนเสิร์ต “BIRD FANFEST 20XX” และพิเศษยิ่งขึ้นกับการโคจรมารวมกันของ 3 ไอดอลนักร้องหนุ่มซูเปอร์ฮอท จากทุกเจเนอเรชั่น บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล หนุ่ม GEN Z โตมากับเพลงพี่เบิร์ด โจอี้ ภูวศิษฐ์ หนุ่ม GEN Y โตมาม่วนกับพี่เบิร์ด และ ก้อง สหรัถ หนุ่ม GEN X โตมาด้วยกันกับพี่เบิร์ดที่จะมาสร้างความสนุกสนานและความประทับใจระดับซูเปอร์ FANFEST ให้กับแฟนๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ความสุข ความสนุก ความทรงจำครั้งใหม่ นับเป็นคอนเสิร์ตที่รวมทุกเจเนอเรชั่นเอาไว้แบบที่ไม่มีใครทำได้  

 “อยากเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสทางการรักษาให้มากเพียงพอ สร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน ผ่านการรับชมคอนเสิร์ต “BIRD FANFEST 20XX” รอบการกุศล : ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในรอบการแสดง 20.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้ โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรรอบดังกล่าว เพื่อระดมทุนสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก”  ศ.นพ.อภิชาติ   กล่าวทิ้งท้าย      

ผู้สนใจซื้อบัตรคอนเสิร์ตรอบการกุศลเพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก บัตรราคา 10,000 / 9,500 / 9,000 / 8,500 / 7,000 / 6,000 / 4,500 / 3,500 และ 3,000 บาท (สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามกรมสรรพากรกำหนด) สอบถามข้อมูลจองบัตรคอนเสิร์ตได้ที่ งานสื่อสารองค์กร โทร.063-195-4174,  064-931-7415 หรือ LINE OA : @sigj.event ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป และนอกจากนี้ บัตรรอบการกุศล บัตรราคา 3,500 / 3,000 บาท (สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามกรมสรรพากรกำหนด) จะมีจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น.
ทาง COUNTER SERVICE ALL TICKET ในร้าน 7-ELEVEN ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ www.allticket.com อีกด้วย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

สำหรับการแสดงรอบบุคคลทั่วไปในวันเสาร์ที่ 22 และวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เปิดจำหน่ายบัตรพร้อมกัน ในวันศุกร์ที่  1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ทาง COUNTER SERVICE ALL TICKET ในร้าน 7-ELEVEN
ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ www.allticket.com

TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคดิจิทัลที่หลายคนให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ที่ดูดีหรือภาพเซลฟี่ที่สุดเพอร์เฟค แต่ผู้ใช้ Tinder แอพหาคู่ที่ปฏิวัติวิธีในการพบปะและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ ๆ ได้เปลี่ยนความคิดด้วยการให้ความสำคัญกับสิ่งที่จุดประกายความสัมพันธ์ นั่นคือ “ความเป็นตัวเอง” อย่างแท้จริง

จากผลสำรวจล่าสุด คนที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 1,000 คนในประเทศไทย ในเดือนกรกฎาคม 2567 โดย OnePoll ในนามของ Tinder  พบว่า  3 สิ่งที่ Gen Z ไทยให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ในแอพหาคู่มากที่สุด คือ 1) รูปถ่ายที่สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง 2) แสดงความสนใจเรื่องต่าง ๆ อย่างชัดเจน  3) โปรไฟล์ที่ได้รับยืนยันตัวตนแล้ว

นอกจากนั้น Gen Z ไทยให้ความสำคัญกับคุณค่าภายใน ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์ (79%) การให้เกียรติซึ่งกันและกัน (78%) และเปิดใจยอมรับความแตกต่าง (61%)  และยินดีที่จะเผชิญกับความวุ่นวายที่น่าค้นหา ความสนุก และความจริงที่มาพร้อมกับการออกเดท ซึ่งยุคนี้ “ความธรรมดา” อาจไม่ใช่เสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจอีกต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังหลงใหลการ์ตูนไทยย้อนยุค ชื่นชอบคอนเทนท์ของแฟน K-pop หรือไม่ว่าจะเป็นการแชทที่เต็มไปด้วยมีมต่างๆ สบายใจได้เลยเพราะ Gen Z ไทยไม่ได้แค่เปิดใจยอมรับความแตกต่างเท่านั้น แต่ยังเปิดรับในความแปลกในฉบับที่เป็นตัวเองอย่างเต็มที่

เคิร์สตี้ ดันน์  ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารในประเทศไทยของ Tinder เปิดเผยว่า “ความแตกต่างคือเสน่ห์และเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ใช่เสมอ เมื่อคนสองคนมีความแตกต่างมาพบกันอาจไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แต่กลับเป็นสัญญาณของเคมีที่เข้ากันได้”
            จากแคมเปญล่าสุด เดทคนที่ใช่ ในแบบที่ชอบ ของ Tinder ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้นำเสนอผ่านวิดีโอสุดครีเอทีฟและสนุกภายใต้ชื่อ “Double the Chill” เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งกับคู่ Match ในเดทแรก ทั้งคู่ได้เชื่อมต่อกันผ่านความแปลกในรูปแบบเฉพาะตัว คือ สนุกไปกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในวันที่อากาศหนาวที่สุด โมเมนต์เล็กๆ ที่พิสูจน์ว่าความเข้ากันได้เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แม้จะดูแตกต่างและไม่เหมือนใครกลับกลายเป็นเคมีน่ารักที่จุดประกายความสัมพันธ์ Tinder ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เพื่อทำให้การพบคนที่ใช่และเข้าใจตัวตนของคนคนนั้นเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น

หลิง สมาชิก Tinder กล่าวว่า “คู่ของเราค่อนข้างมีมุมแตกต่างกันอย่างชัดเจน หลิงชอบธรรมชาติและท้องทะเล แต่แฟนชอบใช้เวลาไปกับการนอนบนโซฟา ซึ่งความแตกต่างที่อาจดูเข้ากันไม่ได้แต่กลับทำให้เจอความเหมือนในความแปลกของกันและกัน
ไม่ว่าจะเป็นการหาของกินมื้อดึก หรือการแอบถ่ายรูปตอนที่ทำหน้าตาตลกๆ ตอนที่นอนหลับ และแอบเอาไปตั้งเป็นหน้าจอในมือถือ
แบบไม่ให้อีกคนนึงรู้ ที่หลิงพบว่าเป็น “ความพิเศษ” ที่ทำให้หลงรักกันและเติมเต็มกันได้อย่างลงตัว”

          สำหรับบางคนความเข้ากันได้อาจเกิดจากความแตกต่างที่ลงตัว ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกหลงใหลในความท้าทายและ
ความแตกต่างกันสุดขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นความรักไม่ใช่เรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับอีกฝ่ายอีกต่อไป แต่คือการได้เจอใครสักคนที่เข้าใจและยอมรับในตัวตนของเรา จนกลายเป็นความพิเศษในฉบับที่มีแค่เราสองคนร่วมกัน

Tinder ได้ปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ “Explore” ให้ตอบโจทย์มากขึ้นโดยมีตัวเลือกที่สามารถเพิ่มหมวดหมู่ตามความสนใจ ช่วยให้สมาชิกสามารถค้นหาและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ ที่อาจไม่มีโอกาสเจอกันมาก่อน ล่าสุดได้เพิ่มหมวดหมู่ เช่น “ความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว” หรือ “ความสัมพันธ์ที่ยินยอมมีคู่มากกว่า 1 คน” เพื่อช่วยให้สมาชิกออกเดทอย่างมีเป้าหมายและตรงตามที่ใจต้องการมากยิ่งขึ้น

เค้ง สมาชิก Tinder ได้พบกับคู่รักของเขาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เปิดเผยว่า “ครั้งแรกที่ผมเห็นรูปของต้นน้ำใน Tinder สิ่งที่สะดุดตาคือสไตล์การแต่งตัว และรูปโปรไฟล์ของเขาดูดีมากๆ พอเราได้พบและรู้จักกัน ทำให้รู้สึกเข้ากันได้ทันทีเพราะชอบถ่ายรูปกันทั้งคู่ ผมชอบถ่ายรูป ส่วนเขาเป็นนางแบบยืนสวยๆ หน้ากล้อง นอกจากนั้นเราก็ยังชอบที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันและชอบที่จะอยู่ด้วยกัน
ในทุกที่ แม้จะมีเคมีต่างกันแต่เราทั้งคู่เข้ากันได้ดี ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของเรามีความใกล้ชิดอย่างไม่น่าเชื่อ”

ผลการสำรวจยังระบุว่า 75% ของ Gen Z ไทยมองว่า การเดททุกวันนี้มีความเปิดเผยและจริงใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับคนในรุ่นก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการออกเดทที่มีความธรรมชาติและยอมรับความแตกต่างมากขึ้น กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมสนุกไปกับความแตกต่างของกันและกันอย่างมั่นใจ รวมถึงยังมองว่าความแตกต่างคือเอกลักษณ์ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งอาจเป็นความพิเศษที่อาจมีคนกำลังมองหา ช่วยเติมเต็มกันและกัน และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีความหมายอย่างไม่ทันตั้งตัว

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll โบราณว่าหากจะกำราบงูพิษร้ายให้กระหน่ำตีที่ขนดหางรับรองผลได้เลย เท่ากับรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไทยมาถูกทางแล้ว ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงไทยใช้กลยุทธ์เปิด-ปิดด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา ตามเวลาที่เราเป็นผู้กำหนด มีผลให้ ท่านสมเด็จอัครมหาเสนาบดีฮุนเซน ถึงกับหัวร้อนออกอาการเสียมุมไปเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะตลอดชายแดนด่านอรัญประเทศ เรียงรายไปด้วยบ่อนคาซิโนนับสิบแห่งเป็นไดโว้ดูดเงินจากคนไทยมโหฬาร ตามสถิติแล้ว 90% ของนักเล่นพนันชายแดนกัมพูชาเป็นคนไทยและเป็น OPEN SECRET นี่คือแหล่งเงินกองทุนมหาศาลสำหรับผู้นำกัมพูชา… เมื่อปี 2553 มีเหตุพิพาทระหว่างทหารไทย-กัมพูชาที่พื้นที่พิพาท ผลคือไทยปิดด่านชายแดนหลายจุด ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ เสี่ยตือ คนดังเจ้าของบ่อนใหญ่และเป็นผู้ใกล้ชิดผู้นำกัมพูชา ถึงกับดิ้นพล่านโทรสายตรงถึงผู้มากบารมีฝั่งไทยขอร้องให้ช่วยเปิดด่าน แถมปวารณาที่จะไม่ลืมพระคุณตลอดไป…

ll หลายปีก่อน อดีต สว.ชัชวาลล์ คงอุดม “ชัช เตาปูน” เคยบอก บารอนเนส ให้แบ่งเงินเซฟวิ่งมาลงทุนซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ย่านสะพานควาย-บางซื่อ บ้าง เพราะตามความคาดหมายของเขาย่านดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมของประเทศ อาทิ มีศูนย์กลางระบบขนส่งราง (รฟท.), รถไฟใต้ดิน, ศูนย์กลางระบบรถ บขส., และสนามบินอินเตอร์ วานซืนเรานั่งรถยนต์ผ่านย่านดังกล่าวจึงหวนระลึกถึงข้อสนทนาในอดีต วันนี้ตั้งแต่สะพานควาย-ห้าแยกลาดพร้าว-บางซื่อ ได้พัฒนาก้าวหน้าจนจำกันไม่ได้ เต็มไปด้วยคอนโดระฟ้าและมีองค์ประกอบระบบคมนาคมสำคัญตามที่ พี่ชัช เอ่ยไว้…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ณัฐธีรา บุญศรี CEO หญิงคนเก่งที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ทรานส์ฟอร์มสู่ระดับโลก อันดับ 1”ห้างสรรพสินค้าที่มีนวัตกรรมล้ำที่สุดในโลก”ประจำปี 2025 มีพิธีมอบรางวัลที่กรุงโซล เกาหลีใต้เมื่อเร็วๆนี้…

ll ดีใจที่สุขภาพดวงตาแจ่มใสแล้ว เทอดขวัญ กำภูฯ ผ่าตาทั้งสองข้างไปเรียบร้อย ในวัย 86 ปี มองอะไรเห็นชัดเจน ดีงามเป็นที่สุด…

ll บัญชีจุฬารุ่น 29 จัดงานสังสรรค์ประจำปี ที่ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 6 บริษัทไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) โดย รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา ประธานกรรมการบริษัทและประธานกิตติมศักดิ์ของรุ่น เอื้อเฟื้อทั้งอาหารและสถานที่ เพื่อนๆซาบซึ้งน้ำใจกันถ้วนหน้า…

ll สมาชิกหมู่บ้านเดอะวิลล่า 3 คู้บอน ได้รับความรู้เรื่องการคัดแยกขยะรีไซเคิลจาก ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตบางเขน จัดโดย นิติบุคคลหมู่บ้านฯ โดยประธานฯ ธนกฤติ รัตนพันธุ์ เหล่าสมาชิกหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับความรู้ เปลี่ยนขยะเป็นเงิน เริ่ม 1 ต.ค.นี้ในTheme”บ้านนี้ไม่เทรวม”…ทันสมัยดีแท้ !!…

บารอนเนส