ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

ททท.ชวนประชาชนร่วมงานแห่เทียนพรรษาพระราชทานฯ พร้อมชมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ จ.สกลนคร

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

เทศบาลตำบลงิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร  ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ในวันที่  7-9 กรกฎาคม 2568 นี้ โดยในปีนี้ ได้รับพระราชทานฯ เทียนพรรษาและพัดรอง ถวาย พระครูปริยัติบูรพาภิรม เจ้าคณะตำบลธาตุเชิงชุมเขต 1 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีการจัดขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมขบวนแห่ 6 ชนเผ่า รวม 9 ขบวน เริ่มจากสำนักงานเทศบาลตำบลงิ้วด่อน ไปยังวัดโพนงาม บูรพาภิรมย์ บ้านโพนงาม หมู่ 9 ตำบลงื้วด่อน ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เริ่มขบวนแห่เวลาประมาณ 08.00 น. และมีพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ในเวลา 09.00 น.

-(016)

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’  ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ ไข่ไก่เพื่อน้อง’ ฝีมือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พูดถึง “บ้านร้านตัดผม” หลายคนอาจเผลอนึกถึงร้านตัดผม…แต่จริงๆ แล้วนี่คือชื่อของหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่มีตำนานน่ารักๆ เล่าขานกันมาว่าเมื่อก่อนมีคนพบเห็นหญิงสาวใส่ชุดไทยชอบมานั่งหวีผมอยู่บนก้อนหินริมธารน้ำ ก้อนหินตรงนั้นดันมีรูปร่างเหมือนเก้าอี้ กรรไกร หวี จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของเจ้าแม่ เลยตั้งศาลบูชาไว้ที่นี่ จนตอนหลังต้องย้ายมาไว้ในโรงเรียนบ้านร้านตัดผม เพราะพื้นที่เดิมถูกน้ำท่วมจากการทำถนน…และนับแต่นั้นมา ศาลนี้ก็กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนไปโดยปริยาย

โรงเรียนบ้านร้านตัดผม ไม่ได้มีแต่ตำนานเท่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนอีกด้วย ที่นี้สอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ม.3 รวมกันถึง 550 คน บนพื้นที่กว้างขวางถึง 50 ไร่ ปี 2565 โรงเรียนแห่งนี้ได้เข้าร่วมโครงการ “เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน” ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟ จุดเริ่มต้นมาจาก ผอ.วิชิต สุขประวิทย์ ที่ตอนนั้นอยู่ที่โรงเรียนบ้านแหลมยางนา ซึ่งได้ขอร่วมโครงการฯนี้ เมื่อย้ายมาเป็นผอ.โรงเรียนบ้านร้านตัดผม จึงตัดสินใจขอเข้าร่วมโครงการฯด้วย เพราะเล็งเห็นประโยชน์ที่เด็กและชุมชนจะได้รับ

น้องปันปัน – กิตติพัศ ถิ่นวงค์เกลอ ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.6 เล่าว่า ก่อนหน้านี้ โรงเรียนมีแค่แปลงผักเล็กๆ กับโรงเพาะเห็ด ยังไม่มีแหล่งโปรตีนเป็นของตัวเอง ต้องซื้อวัตถุดิบจากตลาดมาทำอาหารกลางวัน แต่พอมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เด็กๆ ก็ได้ลงมือจริง ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ได้กินไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย ที่ตัวเองช่วยกันดูแล “ไก่ไข่ที่นี่กินอาหารมื้อเดียว แต่เป็นมื้อที่คำนวณปริมาณเป๊ะๆ ตามจำนวนไก่ 150 ตัว พวกเราจะช่วยกันเกลี่ยอาหารให้ทั่วถึงทุกตัว ระบบน้ำก็ต้องดี น้ำไม่ขาด แถมยังมีวิธีจัดการมูลไก่ นำไปตากแห้งไปทำปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน 300 ต้นที่โรงเรียนปลูกไว้ และยังนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผักปลอดสาร กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันได้อีก” น้องปันปัน บอก

น้องแอม – จิรัชญา แก้วกอง บอกว่า โครงการนี้ให้ประโยชน์เยอะมาก นักเรียนได้กินไข่ดีๆ ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่จริงๆ ได้ทำงานเป็นทีม ฝึกจดบันทึก คิดเลข บริหารจัดการ ฝึกทำบัญชี แถมยังได้ความภูมิใจว่า โรงเรียนเราสามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ แถมไข่ที่เหลือจากนัก เรียนบริโภค ก็นำไปจำหน่ายให้ผู้ปกครองในราคาถูกกว่าตลาด เป็นไข่สดใหม่จริงๆ เก็บได้นานด้วย ตอนนี้มีรายได้สะสมเป็นทุนของโครงการฯ เก็บไว้ถึง 150,000 บาทแล้ว พร้อมต่อยอดเลี้ยงไก่ไข่ในรุ่นต่อไป “เราเลี้ยงไก่ไข่ 150 ตัว ทุกวันจะได้ไข่ 120-130 ฟอง พวกเราจะช่วยกันเก็บและส่งให้แม่ครัวก็นำไปทำเมนูอาหาร ทำให้มีไข่ทานครบทุกคน สัปดาห์ละอย่างน้อยคนละฟอง โดยเฉพาะไข่พะโล้ที่เป็นเมนูที่พวกเราชอบกันมากๆ เราภูมิใจมากๆเลยที่ได้รับหน้าที่ดูแลแม่ไก่ทุกตัว ให้มีไข่ไก่ให้ได้ทานอย่างเพียงพอไม่ต้องซื้อจากตลาดเหมือนเมื่อก่อน” น้องแอม บอก

เด็กๆ ป.4–6 ยังตั้งชุมนุม “เลี้ยงไก่ไข่” มีสมาชิก 15 คน ช่วยกันดูแลแม่ไก่แบบจริงจัง แบ่งเวรกันเข้าไปให้อาหาร เกลี่ยอาหาร ตรวจเช็คน้ำ ดูพัดลมระบายอากาศ ทุกขั้นตอนคือมาตรฐาน ที่พี่ๆ สัตวบาลจากซีพีเอฟมาคอยแนะนำตั้งแต่เริ่มจนถึงปลดแม่ไก่ ทำให้โรงเรียนเลี้ยงไก่ได้ผลผลิตดี มีเงินทุนส่งให้รุ่นต่อไปต่อเนื่อง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ส่วนเด็กๆ ที่ไม่เข้าชุมนุมก็ยังได้ประโยชน์ เพราะโรงเรียนเปิดเป็น “ศูนย์เรียนรู้” ให้เข้าไปดูการเลี้ยงไก่ไข่ได้ ไม่ว่าจะนักเรียน ผู้ปกครอง หรือชาวบ้านในชุมชนก็มาเยี่ยมชมบ่อยๆ

ทั้งหมดนี้เพราะ “ไข่ไก่เพื่อน้อง” ที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และคลังอาหารชุมชนในที่เดียว ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม

ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 988 แห่งทั่วประเทศ มีนักเรียนกว่า 223,000 คน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 16,500 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ โดยตั้งเป้าหมายมีโรงเรียนร่วมโครงการ 1,008 แห่ง ภายในปี 2568

โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท โทร. 02-858-1241 หรือ 063-871-6545 และ 092-870-0783

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขตัดผมฟรีให้กลุ่มผู้สูงอายุ

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอซีซี กรุ๊ป มอบความสุขอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม CSR “ผมสวย…ด้วยรัก ครั้งที่ 71” โดย กรกช ลิมพะสุต ผจก.โครง การ CSR บมจ.โอซีซี นำทีมงาน CSR ทีมช่างผมจาก Black Amber, Easy cut และช่างผมจิตอาสาเข้าพื้นที่ตัดผมฟรีให้กับกลุ่มผู้สูงอายุกว่า 80 คน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและค่าใช้จ่ายของศูนย์พักพิง สานต่อโครงการ CSR ขององค์กร โดยมี สนิทอาสนะ หัวหน้าศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ ต้อนรับ ณ ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุบ้านลุงสนิท ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลอง 40 ปี เคียงข้างสังคมไทย จับมือ สพฐ. ยกระดับโครงการ ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภาคทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าเคียงข้างสังคมไทย ยกระดับโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วไทย ด้วยการผนึกความร่วมมือกับสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบรอยยิ้ม มื้อแห่งความสุข พร้อมส่งเสริมประสบการณ์อาชีพผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่ เด็กและเยาวชนไทย จำนวนกว่า 400 คนทั่วประเทศ

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “แมคโดนัลด์มีพันธกิจในการอยู่เคียงข้างสังคม พร้อมวัฒน ธรรมองค์กรที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนของพนักงานผ่าน กิจกรรมจิตอาสาต่างๆ จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ตั้งแต่ปี 2566 และเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 40 ปี แมคโดนัลด์ ประเทศไทย จึงสานต่อโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ พร้อมขยายสู่ 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการสร้างรอยยิ้ม เติมเต็มความสุขให้เด็กและเยาวชนไทยจำนวนกว่า 400 คน เพราะเราเชื่อว่าการสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งความสุข มื้ออาหารอร่อย และการเรียนรู้อย่างเหมาะสม จะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศได้อย่างแท้จริง

โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ความสุขแบบครบวงจรและสร้างความประทับใจให้กับน้องๆ โดยไม่เพียงแต่เน้นเรื่องความสนุกสนานเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการเปิดโลกทัศน์ให้เด็กๆได้สัมผัสกับการบริการมาตรฐานระดับโลกของแมคโดนัลด์อย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่ โชว์แบบเพลินๆ (Play+Learn) จากพี่โรนัลด์และผองเพื่อน ที่สอดแทรกความรู้ในการดูแลตัวเองออกกำลังกายอย่างเหมาะสม  นอกจากนั้นน้องๆ ในโครงการจะได้เปิดโลกผ่านทัวร์ร้านแมคโดนัลด์ เพื่อช่วยฝึกทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียนจากบรรยากาศการทำงานหน้าร้านจริง ตั้งแต่จุดสั่งซื้อสินค้าหน้าเคาน์เตอร์การบริการเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ สาธิตการทำงานในห้องครัว รวมถึงการบริการของแมคไดรฟ์ทรู เพื่อเรียนรู้การทำงานเป็นทีม และการส่งมอบความสุขผ่านบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิ ภาพ นอกจากนั้นน้องๆ ยังได้มีช่วงเวลาสุดพิเศษกับ Birthday Party’ เพื่อให้น้องๆ ได้ร่วมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันผ่านเมนูอา หารกลางวันที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพระดับโลกของแมคโดนัลด์ เป็นการเติมเต็มรอยยิ้มและความทรงจำดีๆ ให้กับเด็กๆ

ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี ของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อเข้าถึงโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาภายใต้สังกัด สพฐ. ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยในปีนี้ โครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ได้เริ่มต้นที่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีน้องๆ จากโรงเรียนวัดไผ่ล้อม (พูลประชาอุปถัมภ์) จ.นครปฐม กว่า 100 คนเข้าร่วมกิจกรรม ก่อนจะยกขบวนสู่ จ.นครศรีธรรมราช (ภาคใต้), จ.ชลบุรี (ภาคตะวันออก) และ จ.พิษณุโลก (ภาคเหนือ) ตั้งเป้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้เด็กและเยาวชนกว่า 400 คน พร้อมด้วยพลังพนักงานจิตอาสาจากแมคโดนัลด์ที่ร่วมกิจกรรมถึง 600 ชั่วโมง นอกจากนั้น ในปีนี้โครงการ  ‘McHappy Smile’ ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาหรืออุปกรณ์การเรียนรู้ที่จำเป็นเพื่อสร้างทักษะและการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมอีกด้วย

ภัทริยาวรรณ พันุธ์ุน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า“การส่งเสริมด้านโภชนาการและพลานามัยที่เหมาะสม ในช่วงวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษา ถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์และการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาเด็ก ไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เป็นการมอบมื้ออาหารที่อิ่มอร่อย หรือโชว์ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้เด็กๆได้ออกกำลังกาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์นอกห้องเรียนและสัมผัสบรรยากาศของการทำงานที่หน้าร้านจริง ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กไทยในยุคปัจจุบัน”

“ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการหล่อเลี้ยงผู้คนและส่งเสริมชุมชนมาโดยตลอด โครงการพัฒ นาสังคม ‘McHappy Smile’ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ในการตอบแทนสังคม เพราะเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็ก เยาวชน และครอบครัวในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน” กิตติวรรณ กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบัน แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมให้บริการอาหารคุณภาพมาตรฐานระดับโลกกว่า 240 สาขาทั่วประเทศติดตามโครงการพัฒนาสังคม ‘McHappy Smile’ รวมถึงกิจกรรมพิเศษในโอกาสร่วมฉลอง 40 ปีกับแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ได้ที่ Facebook.com/McThai   

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธาน กก.บริหาร บจ.แมคไทย

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธาน กก.บริหาร บจ.แมคไทย

คุณแหน : 5 กรกฎาคม 2568

คุณแหน :  5 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 5 กรกฎาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll เมื่อเร็วๆนี้ อานุสรา จิตต์มิตรภาพ ,ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่ปรึกษาชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ 2515 และผู้แทน ร่วมกันมอบเงินบริจาคให้ สภากาชาดไทย 30,000 บาท และ มอบเงิน 30,000 บาท สมทบทุนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพื่อพระสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ ณ ตึกอำนวยการ ขออนุโมทนาบุญด้วย..

ll นายกสมาคมแบดมินตันไทยฯ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร แสดงความชื่นชมและยินดีกับนักแบดมินตันไทย 2 คู่ ในการแข่งขันแบดมินตัน รายการ US OPEN 2025 ที่สหรัฐอเมริกา ได้แก่ อันนา – มูนา ซึ่งคว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ และ ไตเติ้ล – เจน คว้ารองแชมป์ประเภทคู่ผสม…ขอชื่นชมในผลงานอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้..

ll ยินดีกับ ผศ. ดร.พงศ์ภัค บานชื่น รองคณบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2568..

ll ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.รัตตมา รัตนวงศา สังกัดภาควิชานวัตกรรมการสื่อสารและพัฒนาการเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ตั้งแต่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา..

ll ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล เปิดคอนโดหัวหินบีช ต้อนรับเพื่อนรักจากเชียงใหม่ ประนอม-สมจิต เฉินบำรุง ที่หอบเครื่องพริกแกงน้ำเงี้ยว แคปหมู มาจากภาคเหนือ กินแกล้มกับปูทะเลสดๆ ของทะเลหัวหิน โดยมีผลไม้ล้างปากเป็น ทุเรียนป่าละอู เงาะ มังคุด ฯลฯ อิ่มหนำสำราญและสุขสันต์หรรษาขนาดไหน ไม่ต้องบรรยายกันให้มากความ ทั้งนี้มีเพื่อนร่วมก๊วน อาทิ เฉิดฉัน จ๋วงพานิช และ ธนิต วิจิตรพันธุ์ มาร่วมทริปด้วย เมื่อวีคเอนด์ที่ผ่านมา..

ll พอสูงวัยสถานที่พบปะกัน ของเพื่อนๆ ไม่แคล้วต้องที่โรงพยาบาล วันก่อน ภณิดา บานชื่น พบปะเพื่อนรักราชินีร่วมรุ่น ประพิมพรรณ สิทธิมงคล ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลนี้ทั้งคู่..

ll เป็นทันตแพทย์แต่คราวนี้ ทพญ.โฉมไฉไล เอกจิตต์ ต้องสวมบทเป็นคนไข้บ้าง โดยเข้ารับการผ่าตาเป็นต้อกระจกที่ศิริราช เมื่อหลายวันก่อน..

ll สวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อสุชาติ วรรณฉัตรสิริ บิดา จุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ วันนี้สุดท้าย (5 ก.ค.) 18.30 น. ณ ศาลา 1 วัดสุทธิวราราม และ พระราชทานเพลิงศพ 6 ก.ค. 14.00 น. ครอบครัวผู้วายชนม์ ฝากเรียนเชิญญาติมิตรมาร่วมงานดังกล่าวด้วยความเคารพยิ่ง..

ll สัปดาห์ที่ผ่าน กลิ่นกัญชาจางหายไปพอควรจากม่านฟ้ากรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิท แต่มลภาวะที่ยังคงอยู่คือ กลิ่นควันบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โจทย์นี้ฝากถึง กระทรวงสาธารณสุข – ผู้ว่า กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีมงานว่า สมควรจัดการขั้นเด็ดขาด จับ ปรับตามกฎหมายไม่มีละเว้น จะ kick off ในโซนที่พร้อมเสมอ หรือเป็น KPI ให้ทุกเขต เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมเหมือนกลิ่นกัญชาที่อ่อนกำลังล่องหนไป ชาวบ้านก็พร้อมปรบมือให้ด้วยความชื่นชม !!…

บารอนเนส

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 23.06 น.

‘สายใยรักสองแผ่นดิน’ภาพยนตร์ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-จีน ฉายรอบปฐมทัศน์ยิ่งใหญ่ เตรียมส่งมิตรภาพถึงจีน-สิงคโปร์

4 ก.ค. 2568 ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ มูลนิธิปัญญาวุฒิ และ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่อง “สายใยรักสองแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยได้รับเกียรติจาก นางหลี่ จี๋ เจวียน ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานคับคั่ง ภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 50 ปีสายใยมิตรภาพไทย-จีน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่กลางปี 2567 เล่าเรื่องราวความรักข้ามแผ่นดินของสาวไทยกับหนุ่มจีน เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงตีกลองโหมโรงวัฒนธรรมไทย หลังชมภาพยนตร์ นางหลี่ จี๋ เจวียน ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตจีนฯ แสดงความประทับใจต่อผลงาน โดยเฉพาะฉากอาหารไทยและทัศนียภาพอันสวยงาม ซึ่งสร้างความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย “เนื้อหาของภาพยนตร์สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างตัวละครจากต่างแดน เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของไทยและจีนที่มีพัฒนาการอย่างมั่นคง ต่างฝ่ายต่างร่วมยินดีกับความก้าวหน้าของกันและกัน” นางหลี่ จี๋ เจวียน กล่าวย้ำและเน้นยันว่า “คำกล่าวที่ว่า ‘จีนไทยไม่ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน’ จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” นายกำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เผยแผนการเผยแพร่ภาพยนตร์ “สายใยรักสองแผ่นดิน” ซึ่งมีคำบรรยายทั้งภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ โดยเตรียมนำไปฉายให้ชาวจีนในประเทศจีนและสิงคโปร์ได้รับชมด้วย “การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศให้สอดคล้องกับชื่อภาพยนตร์ และตอกย้ำวรรคทองไทยจีนให้แนบแน่นมั่นคงตลอดไป” นายกำพลกล่าว

ด้านนายศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขาธิการมูลนิธิปัญญาวุฒิ เปิดเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย นายปรัชญา ปิ่นแก้ว และเขียนบทโดย นายวันเฉลิม วัฒนวรกิจกุล นำแสดงโดย นายชิษณุพงศ์ สกุลนันทิพฒน์ (เอส) และ น.ส.วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ (มุก) “ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก ศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ

นอกจากนี้ ศ.ดร.ซุน เหลย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ยังให้ความกรุณาช่วยตั้งชื่อภาษาจีนแก่ภาพยนตร์ ตรวจทานความถูกต้องของการใช้ภาษาจีน และร่วมแสดงในภาพยนตร์อีกด้วย” นายศักดิ์ชัย กล่าวเสริม นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ เล่าว่าการทำงานครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่และท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเล่าเรื่องจริงอิงข้อมูลประวัติศาสตร์ย้อนไป 50 ปี ผ่านตัวละครสมมุติ “เราต้องใช้เทคนิคพิเศษหลายอย่าง เพื่อทำให้ภาพยนตร์ออกมาดีที่สุด สมจริงที่สุด และประทับใจที่สุด” นายปรัชญากล่าว พร้อมเสริมว่าเพลงและดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดย อาจารย์ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์สมบูรณ์ครบทุกมิติ

นายชิษณุพงศ์ สกุลนันท์ทิพัฒน์ หรือ “เอส” นักแสดงนำชาย เปิดเผยว่าการรับบทเป็นคนจีนพูดไทยไม่ชัดทำให้รู้สึกกดดันและต้องทำการบ้านอย่างหนัก แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานที่ทุ่มเทลงไป เอสยังเล่าถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นกับประเทศจีน โดยปัจจุบันกำลังเข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ไทย-จีน รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศจีนในหลายมิติ นายวิชัย วิทยฐานกรณ์ อดีตประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย-จีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นหลังชมภาพยนตร์ว่า ผลงานนี้เขียนบทดี ถ่ายทอดออกมาก็ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกให้อาหารที่เหลือๆ กับพระเอกที่หิว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ และชื่นชมว่าภาพยนตร์ขมวดบทสรุปได้อย่างยอดเยี่ยม

NIA ชู 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สู่ ‘Thailand Innovation Hub ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม’

NIA ชู 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สู่ 'Thailand Innovation Hub ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม'

NIA ชู 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สู่ ‘Thailand Innovation Hub ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม’

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.02 น.

“ดร.กริชผกา” ผอ.NIA ชู 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย “อาหาร-สุขภาพ-ท่องเที่ยว-ความยั่งยืน-ซอฟต์พาวเวอร์” สู่ “Thailand Innovation Hub ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม” เปิดตัว 6 ก.ค.นี้ ในงาน SITE 2025 ให้ทุนสตาร์ทอัพพร้อมหนุนเติบโตในตลาดต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA กล่าวเปิดงาน “Thailand Innovation Hub ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม” ในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ด้วยคำถามว่าประเทศไทยเป็นฮับอะไรบ้าง เราอยากเป็นฮับแบบไหน เราก็ต้องสร้าง สิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น เช่น เราอยากจะเป็นฮับด้านการท่องเที่ยว แต่เราไม่มีนวัตกรรม เราอยากเป็นเมืองด้านอาหาร แต่ไม่มีการนำเสนอด้านอาหารนวัตกรรมหรืออยากเป็นเมือง health and Well-being หรือเมืองแห่งสุขภาพและสุขภาวะ แต่เราไม่มีการบริการทางการแพทย์ให้บริการเลย แบบนี้เราจะเรียกว่าประเทศไทยเป็นฮับแห่งนวัตกรรมไม่ได้

ผอ.NIA กล่าวต่อว่า ดังนั้น แนวคิดของ Thailand Innovation Hub เกิดขึ้นตั้งแต่ NIA ทำเรื่องของย่านนวัตกรรม NIA เริ่มทำพื้นที่ย่านนวัตกรรมทางการแพทย์โยธีเพื่อเป็นฮับทางการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่เรากำลังจะขยายไปสู่ Thailand Innovation Hub ในอุตสาหกรรมเป้าหมายแทนที่จะเป็นเรื่องของย่านนวัตกรรมอย่างเดียว แน่นอนเมื่อเราพูดถึงความเป็นฮับ NIA มองอยู่ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย 1.อาหารและอุตสาหกรรมการเกษตรและสมุนไพรมูลค่าสูง

2.การแพทย์ สุขภาพ เพราะปัจจุบันเรื่องของสุขภาพ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอันดับหนึ่ง มีเงินก็ซื้อสุขภาพไม่ได้ แต่จะดีหรือไม่ ถ้าจะมีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่คอยเตือนว่าเราต้องดูแลสุขภาพแบบไหน รักษาตัวเองแบบไหน

3.ท่องเที่ยว เราอยากจะเป็นการท่องเที่ยวที่โชว์นวัตกรรม โชว์เรื่องความโดดเด่น มีอาหารแห่งอนาคต มีพื้นที่ท่องเที่ยว มีแอปพลิเคชัน มีระบบบริการที่เข้าถึงได้ผ่านระบบแพลตฟอร์ม(Platform) ต่างๆ นี่คือการท่องเที่ยวในมิติของนวัตกรรม

4.ความยั่งยืน (Sustainability) เรื่องของ EV เรื่องของเทคโนโลยีที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Tech เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆ เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของเทคโนโลยีที่มาเปลี่ยนแปลงธุรกิจหรือเราจะเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ดังนั้น เราจะต้องมีพื้นที่ที่ทำให้อุตสาหกรรมเกิดความเปลี่ยนแปลงเราจึงมองเป็นเรื่องของฮับ

และ 5.Culture Innovation เรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ทำอย่างไรให้คำว่านวัตกรรมไม่เป็นแค่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่ทำให้เป็นเรื่องของชุมชนที่ทำขึ้นเอง

“ทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย NIA จะเปิดตัวในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ภายใต้โปรแกรมเร่งรัดสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพบวกกับเรื่องของการให้ทุนและสร้างการเติบโตไปในตลาดต่างประเทศ โดยจะเน้นก่อนใน 2 เรื่องคือเรื่องของการแพทย์ NIA ทำในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว แต่จะขยายพื้นที่ไปยังย่านศิริราชและจุฬาฯ  และจะทำในส่วนของภูมิภาคเพราะคำว่าสุขภาพและการแพทย์ควรจะเป็นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำและการกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ภาคเหนือที่โรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะที่ภาคใต้จะเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อีกเรื่องคือ AI จะไปขับเคลื่อนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล NIA ไม่มีงบประมาณไปสร้างตึก แต่ NIA จะทำให้ตึกหรือพื้นที่นั้นๆ มีชีวิตชีวาด้วยกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ Thailand Innovation Hub ได้” ผอ.NIA กล่าว

NIOXIN PROCLINICAL โฉมใหม่เพื่อเส้นผมและหนังศรีษะอย่างอ่อนโยน

NIOXIN PROCLINICAL โฉมใหม่เพื่อเส้นผมและหนังศรีษะอย่างอ่อนโยน

NIOXIN PROCLINICAL โฉมใหม่เพื่อเส้นผมและหนังศรีษะอย่างอ่อนโยน

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

NIOXIN PROCLINICAL (ไนอ๊อกซิน โปรคลินิเคิล) ในเครือโอซีซี กรุ๊ป แบรนด์เวชสำอางผู้นำด้านการดูแลผมบางและหนังศีรษะระดับมืออาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลและแก้ไขปัญหาสุขภาพผมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมสร้างสรรค์รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์โฉมใหม่ NIOXIN SYSTEM KIT 4 ให้สดใสกว่าเดิม กับ 3 ขั้นตอนดูแล ประกอบด้วย แชมพู คอนดิชั่นเนอร์ และ ทรีทเมนท์ ด้วย 4 สูตร ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและปัญหา สูตรสำหรับสีผมธรรมชาติ สูตรสำหรับผมทำสี สูตรสำหรับผมบางเล็กน้อย และสูตรสำหรับผมบางมาก เพื่อผลลัพท์ของเส้นผมที่ลดการหลุดร่วง สุขภาพผมมีความแข็งแรงขึ้นใน 30 วัน จำหน่ายในราคา 2,140 บาท (ชุดTrail kit) และราคา 3,390 บาท (ชุด Loyalty)

สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Facebook Page, Instagram , Lazada, Shopee : Nioxin-Thailand

ไอเทมเพื่อผิวสะอาดใสเคลียร์ปัญหาสิวเรื้อรังอย่างได้ผล ด้วย ‘ไอบลองก์ ลางสาด แอนตี้-แอคเน่ เฟส มูส’

ไอเทมเพื่อผิวสะอาดใสเคลียร์ปัญหาสิวเรื้อรังอย่างได้ผล ด้วย 'ไอบลองก์ ลางสาด แอนตี้-แอคเน่ เฟส มูส'

ไอเทมเพื่อผิวสะอาดใสเคลียร์ปัญหาสิวเรื้อรังอย่างได้ผล ด้วย ‘ไอบลองก์ ลางสาด แอนตี้-แอคเน่ เฟส มูส’

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

นอกจากดวงตา ผิวหน้าที่สะอาดใสไกลสิว ก็เป็นหน้าต่างของหัวใจได้เช่นกัน การมีผิวหน้าที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ยิ่งมีผิวเรียบเนียนดุจใยไหมแต่งหน้ายังไงก็ไม่สะดุด ยิ่งทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นแบบคูณร้อย การเริ่มดูแลผิวหน้าตั้งแต่วัยรุ่น ย่อมส่งผลดีต่อผิวหน้าในอนาคต และจุดเริ่มต้นของผิวที่ดีคือการล้างหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะในแต่ละวันผิวของเราปะทะกับทุกสิ่ง ทั้งมลภาวะ ความมัน และสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวและผิวอ่อนแอ เราจึงควรทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นพร้อมฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงอยู่เสมอ

สำหรับใครที่อยากมีผิวใสไกลสิว ผิวอิ่มฟู แบบฉบับของหนุ่มสาววัยทีน ขอแนะนำ  “ไอบลองก์ ลางสาด แอนตี้-แอคเน่ เฟส มูส” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เคลียร์ปัญหาสิวเรื้อรังอย่างได้ผล ฟองครีมนุ่มสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด พร้อมเติมความชุ่มชื้น ล็อคผิวอิ่มฟู ไม่แห้งกร้าน ด้วยสารสกัดหลักจากใบลางสาดที่คัดมาเพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ช่วยลดปัจจัยการเกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ บอกลาปัญหาสิวเรื้อรังและสิ่งสกปรกตกค้าง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิททธิภาพ และด้วยค่า PH 5.5 ช่วยรักษาสมดุลที่เหมาะสม ไม่ทําลายกลไกธรรมชาติในการปกป้องผิว ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ไม่มีแอลกอฮอล์ ซิลิโคน พาราเบน สี น้ำหอม และมิเนอรัลออยล์ SLS และ SLES) เพียงใช้เป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนนุ่มน่าสัมผัสและดูสดใสขึ้นในทุกๆวัน

บอกลาสิว กู้ผิวสวย ด้วย “ไอบลองก์ ลางสาด แอนตี้-แอคเน่ เฟส มูส” สามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางร้านค้าออนไลน์ ได้แก่ Facebook Page: iblanc thailand เพจหลักบริษัท, Instagram: iblancthailand, Tiktok: @iblanc_official, Shopee: iblanc thailand official, Line: @iblancthailandติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/iblancthailand หรือ Line : @iblancthailand (https://lin.ee/JdI3SVC)

ลิงค์ช่องทางการจัดจำหน่าย

✅Facebook Page : iblanc thailand เพจหลักบริษัท

✅Instagram : iblancthailand

✅Tiktok:@iblanc_official

✅Shopee: iblanc thailand official

✅Line : @iblancthailand หรือคลิ๊ก >> https://lin.ee/JdI3SVC

‘ดร.วิชัย’ เยี่ยมชมบูธ ‘ธัญญาสุตรา’ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22

‘ดร.วิชัย’ เยี่ยมชมบูธ ‘ธัญญาสุตรา’ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22

‘ดร.วิชัย’ เยี่ยมชมบูธ ‘ธัญญาสุตรา’ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22

วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.40 น.

ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ รองประธานคณะส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม วุฒิสภา ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธ “ธัญญาสุตรา” ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้บริหารบริษัทธัญญาสุตรา นำโดย คุณนิวัฒน์ ตั้งก้องเกียรติ, คุณจินตนา เป็งยาหลวง, คุณประภาพร โพธิ์สุ พร้อมคณะทีมแพทย์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร “ยาน้ำมันธัญญาสุตรา” ซึ่งได้รับเลขทะเบียน อย. G80/67 และถือเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในกลุ่มนี้

ภายในงานยังมีโปรโมชั่นพิเศษลดราคาสูงสุดถึง 80% จากราคาปกติ 490 บาท เหลือเพียง 99 บาท สำหรับขนาดบรรจุ 5 มล. พร้อมของแจกฟรีมากมาย ตั้งแต่วันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568 บูธธัญญาสุตรา ยังคงเปิดต้อนรับผู้สนใจดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรคุณภาพ พร้อมคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญตลอดช่วง มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ที่ อิมแพค เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดได้ ที่ วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรธัญญา สุตราสุขาภิบาล 5 ซอย58 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220 โทรศัพท์: 089 811 4554

-(016)