ยูโอบี จับมือ ลาซาด้า ติวเข้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย แชร์เคล็ดลับความสำเร็จแบรนด์ไทยชั้นนำเติบโตในโลกออนไลน์

ยูโอบี จับมือ ลาซาด้า ติวเข้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย แชร์เคล็ดลับความสำเร็จแบรนด์ไทยชั้นนำเติบโตในโลกออนไลน์

ยูโอบี จับมือ ลาซาด้า ติวเข้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย แชร์เคล็ดลับความสำเร็จแบรนด์ไทยชั้นนำเติบโตในโลกออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ ลาซาด้า จัดสัมมนา “Future Trends in E-commerce: Driving Growth with AI on E-commerce” รวมพลังผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันสำหรับธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซและบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต  พร้อมแชร์เคล็ดลับความสำเร็จจากแบรนด์ไทยชั้นนำในการสร้างธุรกิจให้เติบโตในโลกออนไลน์

สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางด้าน AI จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน การร่วมมือกับลาซาด้าในครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมต่อนวัตกรรมด้านอีคอมเมิร์ซกับโซลูชันทางการเงินของธนาคาร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างทันท่วงที”

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแบ่งปันความรู้ด้านกลยุทธ์การใช้ AI ในการทำตลาดดิจิทัล เจาะลึกเทรนด์การค้าบนโลกออนไลน์ และเทคนิคการเพิ่มยอดขายบนแพลตฟอร์มลาซาด้า โดยในงานนี้ ทางลาซาด้า ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ขายเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการขาย ปรับปรุงการให้บริการลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี อย่างมีประสิทธิภาพ จากพันธมิตรของ UOB BizSmart บริการดิจิทัลโซลูชันที่ช่วย                   เอสเอ็มอีบริหารจัดการธุรกิจ ได้แก่ PEAK โซลูชันระบบจัดการบัญชี และ ZORT ระบบจัดการคำสั่งซื้อและสต็อกสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีการแชร์เคล็ดลับความสำเร็จจากแบรนด์ไทยชั้นนำอย่าง AIMER แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น และ INGU Skin แบรนด์สกินแคร์ที่โดดเด่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติคุณภาพสูง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการในการสร้างธุรกิจให้เติบโตในโลกออนไลน์

งานสัมมนาครั้งนี้ตอกย้ำพันธกิจของธนาคารยูโอบี และลาซาด้า ในการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้มีความรู้ เครื่องมือ และโซลูชันทางการเงินที่จำเป็นต่อการเติบโตบนช่องทางอีคอมเมิร์ซ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

ติดตามข้อมูลและโซลูชันที่น่าสนใจจาก UOB BizSmart ได้ที่ https://www.uob.co.th/bizsmart/  

คุณแหน : 21 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 21 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 21 มิถุนายน 2568

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll งานสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายไปเป็นที่เรียบร้อย ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ โพธิไพรัตนา คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “นวัตกรรมการวิจัยเชิงคุณภาพและการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิจัย” (Innovation and Artificial Intelligence in Qualitative Research in the Digital Age) ที่คณะฯ เมื่อ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเสริมความรู้แนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพที่ทันสมัยและเหมาะกับบริบทยุคดิจิทัล …งานนี้ได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.สุวิชิต ชัยดรุณ จาก The University of Melbourne ศิษย์เก่าคณะการสื่อสารมวลชน มช.รหัส 33 เป็นนักวิชาการระดับนานาชาติผู้มากความสามารถ มาเป็นวิทยากร โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆเข้าร่วมโครงการนี้อย่างคับคั่ง ทั้งนี้ รศ.ดร.สุวิชิต ได้มอบค่าตอบแทนวิทยากรทั้งหมด จำนวน 54,000 บาท ให้กองทุน รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ เพื่อมอบให้ นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชนที่ขาดทุนทรัพย์ นอกจากนี้ รศ.ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล ศิษย์เก่าการสื่อสารมวลชน รหัส 39 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมสมทบทุนอีกจำนวน 10,000 บาท ในวันดังกล่าวด้วย…อนึ่ง : ทุน รศ. สดศรี เผ่าอินจันทร์ อยู่ในความดูแล ของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่…

ll กิจกรรมดีๆ น่าสนใจ “กิจกรรมสร้างความสุขด้วยเสียงเพลง” ร้อง รักษ์โลก โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม”(กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(เดิม) )จัดที่กรมฯ ใน วันที่ 6 ส.ค.โดยมีวิทยากรรับเชิญ อุมาพร บัวพึ่ง นักร้องแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน เจ้าของเพลง “หนึ่งหญิงสองชาย” มาร่วมงานด้วย…

ll พัชลดา แก้วสีปลาด ฝากความปรารถนาดีมาให้ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองทัพไทย ในฐานะที่เคยร่วมงานกันที่เรดิโอ ไทยแลนด์ กรมประชาสัมพันธ์ …

ll พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว.(สมาชิกวุฒิสภา) นายกสมาคมศิษย์เก่าบวรนิเวศ และเป็นศิษย์เก่าบวรนิเวศรุ่น 84 เป็นลูกศิษย์คนเก่งของ อ.ส่องศิริ เมาลานนท์ ผู้ล่วงลับ…

ll ฉลองไปพร้อมกัน2โอกาส ทั้งวันเกิดของ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล กับครบรอบ 22 ปีที่แต่งงานกันมากับ มาดาม บังอร …ขอแสดงความยินดีด้วย…

ll น.พ.ขจรศักดิ์ ยงวัฒนา กลับจากไปศึกษาเพิ่มเติมด้านการส่องกล้องอวัยวะภายใน ที่ซานฟรานซิสโก (ใช้ทุนครบ 1 ปีพอดี)…คุณหมอรูปหล่อจะมาทำงานวันแรก 3 ก.ค.นี้ที่คลีนิคนอกเวลา โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า…

ll ลงมาจากเชียงใหม่ทันที วารุณี บุญ-หลง หัวใจคนไทยรักชาติ มาร่วมกับผู้ชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาล โดยมีเพื่อนรักชาวราชินี 63 สาวินี จันทรประภา ,ญาณี ทรัพย์บริบูรณ์ กับ คุณคิ้ม สามีมาด้วย…งานนี้จึงเป็นการรวมยอดนักสู้วัยเบบี้บูมทั้งหมดทั้งสิ้น…

ll กลุ่มนี้รวมตัวกัน เพื่อความบันเทิงล้วนๆ เพราะคิดถึงจึงนัดพบกัน มนฤดี เกตุพันธ์ นัดกลุ่มเพื่อน ทอท.ที่เกษียณพร้อมกันเมื่อ 8 ปีก่อน ชื่อกลุ่มตั้งกันเองว่า “เริงร่าฮานามิ” มาสังสรรค์ประชันความสวย/ ความหล่อกัน ที่ ร้านเพลิน วิภาวดี วันที่ 26 มิ.ย.นี้ 11.30 น…ใครยังไม่ได้ตอบรับว่าจะมาหรือไม่ ?? รีบตอบซะ อย่าช้า นานๆมาพบกันที ก่อนที่จะก้าวข้ามสะพานพระราม 7 กันในไม่ช้านี้แล้ว !!…

บารอนเนส

สมเด็จพระสังฆราชประทานเงิน 5,000,000 บาท สร้างโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ณ เมืองกุสินารา อินเดีย เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

สมเด็จพระสังฆราชประทานเงิน 5,000,000 บาท สร้างโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ณ เมืองกุสินารา อินเดีย เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

สมเด็จพระสังฆราชประทานเงิน 5,000,000 บาท สร้างโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ณ เมืองกุสินารา อินเดีย เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.47 น.

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระเมตตาประทานเงินจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) เพื่อสมทบทุนการก่อสร้าง “โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า” ณ เมืองกุสินารา สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีพระประสงค์เพื่อเป็นศูนย์บริการสาธารณสุขแก่ผู้แสวงบุญชาวไทย ชาวต่างชาติ และประชาชนในท้องถิ่นที่ยังขาดแคลนระบบการรักษาพยาบาลที่ทั่วถึง

ในการนี้ พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย–เนปาล พร้อมด้วย พระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี วิ. (สมพงศ์ ญาณธีโร ดร.) เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เลขานุการพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย–เนปาล ได้เข้าเฝ้ารับประทานปัจจัยจากสมเด็จพระสังฆราชด้วยความสำนึกในพระเมตตาธรรมอันหาที่สุดมิได้ และจะได้น้อมนำไปดำเนินการตามพระดำริอย่างเหมาะสม สมพระเกียรติ

ทั้งนี้ “โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า” จะเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดย่อมที่ผสมผสานการแพทย์แผนปัจจุบันเข้ากับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยมุ่งเน้นการรักษาทั้งทางกายและทางใจ ภายใต้บรรยากาศแห่งเมตตาและความสงบสุข เพื่อให้เป็นสถานที่พึ่งพิงทางสุขภาพของทั้งชาวอินเดียและผู้แสวงบุญจากทั่วโลก

โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของคณะสงฆ์ไทยในดินแดนพุทธภูมิ ที่ไม่เพียงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา หากยังแสดงบทบาทแห่งการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยหลักธรรม ผ่านการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเปี่ยมด้วยหัวใจแห่งพระโพธิสัตว์

วปอ.67 (หมู่เสือ) จัดทำโครงการดีๆเพื่อคนพิการ

วปอ.67 (หมู่เสือ) จัดทำโครงการดีๆเพื่อคนพิการ

วปอ.67 (หมู่เสือ) จัดทำโครงการดีๆเพื่อคนพิการ

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ. 67 (หมู่เสือ) ได้จัดทำ “โครงการ Able Prime วิสาหกิจเพื่อสังคม” โดยได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) เพื่อยกระดับการฝึกงานและจ้างงานคนพิการในกรุงเทพมหานคร

โดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ. 67 (หมู่เสือ) มีการจัดตั้งบริษัท มีคณะกรรมการจำนวน  7 คน สร้างเครือข่ายระหว่าง วปอ. ศูนย์ฝึกอาชีพ และผู้ประกอบการ เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้คนพิการสามารถปฏิบัติงานได้จริง และมีงานที่ตรงกับทักษะ ทำให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองและได้ทำงานที่มีคุณภาพ โดยเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งแรกที่นักศึกษา วปอ.​ จัดตั้งขึ้น

“รู้ทันโรคหัวใจ…ก่อนสายเกินไป” รพ.พระรามเก้า เน้นป้องกัน-รักษา-ฟื้นฟู ครอบคลุมทุกมิติ

“รู้ทันโรคหัวใจ...ก่อนสายเกินไป” รพ.พระรามเก้า  เน้นป้องกัน-รักษา-ฟื้นฟู ครอบคลุมทุกมิติ

“รู้ทันโรคหัวใจ…ก่อนสายเกินไป” รพ.พระรามเก้า เน้นป้องกัน-รักษา-ฟื้นฟู ครอบคลุมทุกมิติ

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

โรคหัวใจและหลอดเลือดถือเป็น “ฆาตกรเงียบ” ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่สามารถคร่าชีวิตได้อย่างเฉียบพลัน โรงพยาบาลพระรามเก้า จึงมุ่งยกระดับ “สถาบันหัวใจและหลอดเลือด” ให้เป็นศูนย์กลางด้านโรคหัวใจชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมทั้งการป้องกัน วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูภายใต้แนวคิด “ดูแลหัวใจคุณ ด้วยหัวใจเรา”

นพ.อนุพงษ์ ปริณายก ผู้อำนวยการสถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และในประเทศไทยอยู่ในอันดับสอง รองจากโรคมะเร็ง (รวมทุกอวัยวะ) โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 12% หรือประมาณ 2 รายต่อชั่วโมง อีกทั้งยังพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีล่าสุดมีผู้ป่วยใหม่กว่า 400,000–500,000 ราย สะท้อนถึงความรุนแรงของโรคที่กำลังเพิ่มขึ้นในสังคมไทย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.ปัจจัยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม (โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตจากโรคหัวใจก่อนวัยอันควร), อายุที่มากขึ้น และในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

2.ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การบริโภคไขมันทรานส์ (ที่พบในเบเกอรี่ ครีมเทียม อาหารทอด), ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า), การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การไม่ออกกำลังกาย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ และการละเลยควบคุมโรคประจำตัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้โรคหัวใจกำเริบหรือรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายแพทย์อนุพงษ์ ให้ข้อมูลต่อว่า อาการของโรคหัวใจ อาจแสดงออกแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยอาการค่อยเป็นค่อยไป เช่น เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ที่อาจร้าวไปยังกราม แขน หรือหลังได้  ซึ่งมักถูกมองข้าม ขณะที่บางรายไม่มีอาการเตือนใดๆ มาก่อน แต่กลับเกิดอาการเฉียบพลัน เช่น เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ร้าวไปที่กรามหรือไหล่ ร่วมกับความดันตก ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ยังมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% ดังนั้น การใส่ใจสัญญาณเตือน แม้เพียงเล็กน้อย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ด้านการตรวจวินิจฉัยและรักษาแนะนำให้ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงตั้งแต่อายุ 50 ปี ควรเริ่มตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ โดยการตรวจประกอบด้วยตรวจเลือดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), การเดินสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจเอคโคหัวใจ (Echocardiogram) เพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเอกซเรย์หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Calcium Score CT Scan) ซึ่งสามารถบ่งบอกระยะเริ่มต้นของไขมันในหลอดเลือดหัวใจได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เปรียบได้กับยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ ยังมีไขมันที่ซ่อนอยู่ภายในหลอดเลือดอีกมาก รวมทั้งยังมีการตรวจ MRI หัวใจ

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า เช่น การทำบอลลูน ใส่ขดลวด ผ่าตัดบายพาส หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนแบบ TAVR แต่โรคหัวใจส่วนใหญ่ “ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้” การรักษาเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากไม่ดูแลรักษาควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจัง ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามปัญหาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยสถาบันหัวใจและหลอดเลือด มีความพร้อมเต็มที่ทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี ปัจจุบันมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจจำนวนกว่า 30 ท่าน ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเคสทั่วไปและซับซ้อน พร้อมห้องสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ครบครันด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น Rotablator (กรอหินปูนในหลอดเลือด), IVUS (ตรวจขนาดหลอดเลือดด้วยคลื่นเสียง), เครื่องวัดการไหลเวียนเลือด นอกจากนี้ ยังมีระบบ Real-time Case Management ผ่านแอปพลิเคชัน ที่ช่วยให้ทีมแพทย์ประสานงานดูแลผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ในการรักษาได้อย่างทันท่วงที โรงพยาบาลยังมีความสามารถเปิดหลอดเลือดฉุกเฉินได้ภายใน 60 นาทีหลังผู้ป่วยมาถึง ซึ่งเร็วกว่ามาตรฐานสากลที่ 90 นาที ซึ่งกรณีดังกล่าวหากสามารถเปิดหลอดเลือดได้เร็ว ก็จะลดอัตราการเสียชีวิตและช่วยรักษากล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น

ในการดูแลผู้ป่วยต่างชาติ โรงพยาบาลพระรามเก้ามีความพร้อมอย่างยิ่ง โดยได้การรับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) มาอย่างต่อเนื่อง และมีศูนย์ International Center สำหรับการดูแลผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งในด้านการให้ข้อมูล การประสานงาน เอกสารวีซ่า และการส่งกลับประเทศอย่างครบวงจร

การติดตามผลผู้ป่วยก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของสถาบันหัวใจแห่งนี้ โดยแพทย์จะมีรายชื่อผู้ป่วยที่ต้องติดตามผล พร้อมมีพยาบาลโทรติดตามอาการ หากผู้ป่วยไม่มาตามนัด จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อไม่ให้การรักษาขาดตอนเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ

นายแพทย์อนุพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า “หัวใจของการดูแลสุขภาพหัวใจ ไม่ใช่แค่รักษาเมื่อเกิดโรค แต่คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก” ไม่ควรรอให้มีอาการก่อนแล้วจึงค่อยดูแล เพราะอาจไม่ทันท่วงที พฤติกรรมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ อย่านิ่งนอนใจหากรู้สึกผิดปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภัยเงียบที่รอวันทำร้ายชีวิตได้

​​​​​​​​​​​​​​​​สำหรับผู้ที่พบว่าตนมีความเสี่ยง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ได้ที่ โทร. 1270 หรือ Line: https://lhco.li/3YR7rhZ และ Facebook: Praram9 Hospital 

‘เซลฟริดเจส – เซ็นทรัลชิดลม – บราวน์ โธมัส’ ห้างหรูของกลุ่มเซ็นทรัล คว้ารางวัลห้างสรรพสินค้าโลก ตอกย้ำผู้นำค้าปลีกระดับสากล

‘เซลฟริดเจส - เซ็นทรัลชิดลม - บราวน์ โธมัส’ ห้างหรูของกลุ่มเซ็นทรัล คว้ารางวัลห้างสรรพสินค้าโลก ตอกย้ำผู้นำค้าปลีกระดับสากล

‘เซลฟริดเจส – เซ็นทรัลชิดลม – บราวน์ โธมัส’ ห้างหรูของกลุ่มเซ็นทรัล คว้ารางวัลห้างสรรพสินค้าโลก ตอกย้ำผู้นำค้าปลีกระดับสากล

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.39 น.

กลุ่มเซ็นทรัล คว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติบนเวทีห้างสรรพสินค้าระดับโลกอีกครั้งเมื่อห้างสรรพสินค้าลักชัวรีในเครือ 3 แห่งจาก 3 ประเทศ ได้ แก่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ประเทศไทย, ห้างเซลฟริดเจส ประเทศอังกฤษ และ ห้างบราวน์ โธมัส ประเทศไอร์แลนด์ คว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที IGDS World Department Store Awards 2025 สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำแห่งวงการห้างสรรพสินค้าระดับสากลอย่างแท้จริง

เวที IGDS WDSS จัดโดย Intercontinental Group of Department Stores (IGDS)ร่วมกับ Lotte Department Store ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนับเป็นเวทีสูงสุดของห้างสรรพสินค้าจากทั่วโลก โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติร่วมตัดสินในแต่ละสาขาโดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย ยุวดี จิราธิวัฒน์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงฝั่งไทย ได้แก่ สุทธิภัค จิราธิวัฒน์,ณัฐธีรา บุญศรี,ธาพิดา นรพัลลภ และ รวิศรา จิราธิวัฒน์ รวมถึงผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลในยุโรป นำโดย อังเดร เมเดอร์ เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของกลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำค้าปลีกและบริการระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainability) พร้อมเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละประเทศเข้ากับวิสัยทัศน์ระดับสากล สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีก ผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และบริการที่เข้าถึงใจลูกค้าในทุกมิติ โดยไม่หยุดยั้งในการพัฒนา เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

3 รางวัลระดับโลกที่ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการบริการ ได้แก่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ประเทศไทย ในเครือเซ็นทรัล รี เทล คว้ารางวัลชนะเลิศ  “The Most Innovative Department Store in the World” จากจุดเด่นในการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และประ สบการณ์ช้อปปิ้งเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน ตอกย้ำบทบาทในฐานะ “The Store of Bangkok” ห้างลักชัวรีที่ครองใจนักช้อปใจกลางกรุงเทพฯ และถือเป็น ห้างสรรพสินค้าไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยมี ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขึ้นรับรางวัลในนามเซ็นทรัล ชิดลม

ห้างเซลฟริดเจส กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายใต้การบริหารโดยกลุ่มเซ็นทรัลได้รับการคัดเลือกเป็น Finalist ในสาขาเดียวกัน ท่าม กลางเวทีที่มีการแข่งขันกันสูงระดับโลก ด้วยแนวคิดอันโดดเด่นในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาผสานกับโลกแห่งแฟชั่น ศิลปะ และความยั่งยืนได้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างสร้างสรรค์โดย ห้างเซลฟริดเจสได้รับรางวัลในสาขานี้ต่อเนื่องถึง 5 ปีซ้อน ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานแห่งห้างสรรพสินค้าลักชัวรีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ห้างบราวน์ โธมัส เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ภายใต้การบริหารโดยกลุ่มเซ็นทรัล สร้างความภูมิใจให้กับพนักงานห้างบราวน์ โธมัสทั้งองค์กร เมื่อ มิเชล เคอร์ทิน (Michelle Curtin) Head of Personal Shopping ได้รับรางวัล “World’s Best Sales Associate at a Department Store” จากความโดดเด่นด้านการให้บริการอย่างพิถีพิถันและจริงใจ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงมาตรฐานระดับมืออาชีพในงานบริการ แต่ยัง สะท้อนถึงมาตร ฐานขององค์กรที่หล่อหลอมความเป็นเลิศผ่าน “หัวใจแห่งการบริการ” อย่างแท้จริง

ยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร เซ็นทรัล รีเทล บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด  กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ห้างสรรพสินค้าทั้ง 3 แห่งในเครือ ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลกของ IGDS รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพของทีมงานในแต่ละประเทศ ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานคุณภาพระดับสากล และมีความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เราจะเดินหน้าพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลก และส่งต่อความภาคภูมิใจในฐานะตัวแทนของคนไทยบนเวทีระดับโลก”

อังเดร เมเดอร์ CEO Central Group Europe และ CEO of Selfridges Group กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จครั้งนี้สะ ท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือของกลุ่มเซ็นทรัลที่เชื่อมโยงความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้ากับแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโต พร้อมกับการขับเคลื่อนอุตสา หกรรมค้าปลีกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

กลุ่มเซ็นทรัลยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับธุรกิจห้างสรรพสินค้าในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Central of Life เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้คนในทุกมุมโลก

จากซ้าย : ทีโม เวเบอร์, รวิศรา จิราธิวัฒน์, ลีโอนี ฟอสเตอร์, โดนัลด์ แมคโดนัลด์, มิเชล เคอร์ทิน, ณัฐธีรา บุญศรี, 
ยุวดี จิราธิวัฒน์, อังเดร เมเดอร์, สุทธิภัค จิราธิวัฒน์, ธาพิดา นรพัลลภ และ ซีโมน ฮีฟท์

จากซ้าย : ทีโม เวเบอร์, รวิศรา จิราธิวัฒน์, ลีโอนี ฟอสเตอร์, โดนัลด์ แมคโดนัลด์, มิเชล เคอร์ทิน, ณัฐธีรา บุญศรี, ยุวดี จิราธิวัฒน์, อังเดร เมเดอร์, สุทธิภัค จิราธิวัฒน์, ธาพิดา นรพัลลภ และ ซีโมน ฮีฟท์

เปิดโลกนวัตกรรมกับ ‘Innovation World’ ที่ฟิวเจอร์เรียม พร้อมผจญภัยกับนวัตกรรมการจัดการภัยพิบัติ

เปิดโลกนวัตกรรมกับ 'Innovation World' ที่ฟิวเจอร์เรียม พร้อมผจญภัยกับนวัตกรรมการจัดการภัยพิบัติ

เปิดโลกนวัตกรรมกับ ‘Innovation World’ ที่ฟิวเจอร์เรียม พร้อมผจญภัยกับนวัตกรรมการจัดการภัยพิบัติ

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.37 น.

เปิดโลกนวัตกรรมกับ “Innovation World” ที่ฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต คลอง 5 ปทุมธานี พบความตื่นตาตื่นใจกับ 7 แกลเลอรี่สมัยใหม่ตั้งแต่หุ่นยนต์ไปจนถึงอวกาศและการบิน ห้ามพลาด! ผจญภัยกับนวัตกรรมการจัดการภัยพิบัติได้ทดลองโรยตัวจากที่สูง ได้เจอพายุและความหนาวเย็น 

20 มิถุนายน 2568 ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า หลังจากที่ NSM ได้เปิดตัวฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อทดลองเปิดให้บริการและเพื่อทดสอบระบบและการให้บริการต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาก่อนเปิดให้บริการจริงในช่วงปลายปี 2568 นี้ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้รับความสนใจและเสียงตอบรับจากผู้ปกครองและน้องๆ เยาวชนจำนวนมาก โดยเฉพาะโซน Job World ที่เป็นโลกจำลองนิทรรศการที่เกี่ยวกับอาชีพทั้งในปัจจุบันและอนาคต บนพื้นที่ 37,700 ตารางเมตรที่ได้รวบรวมเอาวัตถุจัดแสดงและอุปกรณ์เวิร์กชอปต่างๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสบรรยากาศและประสบการณ์สายอาชีพอันหลากหลาย ได้ลงมือทำ ได้ค้นคว้าทดลองซึ่งจะทำให้พวกเขาเกิดจินตนาการในการตอบคำถามเกี่ยวกับอาชีพในฝันของตัวเองได้

ผอ.NSM กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม ภายในฟิวเจอร์เรียม ยังมีอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจคือ โซน “Innovation World”  ที่จัดแสดงนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลง อันหลากหลายของสังคมในอนาคต และส่งเสริมให้เกิดการสร้างจินตนาการเพื่อสร้างชีวิตและอนาคตที่ดีกว่าด้วยเทคโนโลยีสร้างสรรค์ จัดแสดงนิทรรศการทั้งหมด 7 แกลเลอรี่ ได้แก่

1.นวัตกรรมการคมนาคมขนส่ง สัมผัสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบขนส่งได้พลิกโฉมการเดินทางไปสู่ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือระดับ การปฏิวัติเทคโนโลยีการขนส่งไม่เพียงช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น รวดเร็วขึ้น และสะอาดขึ้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างสังคมที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบขนส่งแห่งอนาคตจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และสร้างความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับความยั่งยืนของโลกใบนี้

2.นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ก้าวสู่โลกแห่งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สัมผัสนวัตกรรมที่พลิกโฉมวิถีชีวิตมนุษย์ ที่ซึ่งเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเรา ในอดีต หุ่นยนต์อาจเป็นเพียงเรื่องราวในจินตนาการ หรือเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิง แต่ทุกวันนี้ พวกมันได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน และเป็นรากฐานที่ขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมสำรวจวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ตั้งแต่แนวคิดแรกเริ่มของ คาเรล ชาเป็ก ไปจนถึง ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก เราจะตั้งคำถามว่า “เราจะปรับตัวอย่างไร เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น?”

3.นวัตกรรมการจัดการภัยพิบัติ การเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความท้าทายแห่งการจัดการภัยพิบัติ ร่วมสำรวจเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วย ทำนาย ป้องกัน และรับมือ กับภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโลกของเรา   เราไม่ได้เพียงนำเสนอข้อมูล แต่จะสร้าง ประสบการณ์ ที่กระตุ้นให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จาก ระบบตรวจจับล่วงหน้า ที่ช่วยให้การรับมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึง นวัตกรรมฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ที่ช่วยให้ชุมชนสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว นิทรรศการนี้จะพาผู้เข้าชมสำรวจโซลูชันที่โลกกำลังพัฒนา เพื่อให้เราสามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงและปลอดภัยกว่าที่เคย

4.นวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน เปิดมุมมองใหม่สู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืนร่วมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินไป เริ่มต้นการเดินทางด้วยการทำความเข้าใจ สถานการณ์พลังงานในปัจจุบันผ่านภาพยนตร์สั้น ที่จะถ่ายทอดผลกระทบของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นต้นเหตุของ ภาวะโลกร้อน และ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อสร้างโลกที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน

5.นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เปิดโลกแห่ง “เกษตรอัจฉริยะ” ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเพาะปลูกเพื่อสร้างระบบการเกษตรที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สัมผัสประสบการณ์การควบคุมการเพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชันอัจฉริยะ ที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบเซ็นเซอร์และโดรนทางการเกษตร ซึ่งช่วยตรวจสอบสภาพแวดล้อม วิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพืชผล นอกจากนี้   ยังสามารถสำรวจพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์หายาก พร้อมเรียนรู้ถึงความสำคัญของ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นกุญแจสู่อนาคตของการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

6.นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและนาโนเทคโนโลยี การเดินทางของเทคโนโลยีชีวภาพและนาโนคือเรื่องราวแห่งความก้าวหน้า ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของยุคสมัย ก่อนจะก้าวเข้าสู่ความพยายามของมนุษย์ในการสร้างสรรค์และต่อยอดเทคโนโลยีเหล่านี้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตประจำวันของเรา

และ 7.นวัตกรรมอวกาศและการบิน พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่เน้นย้ำถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมเสริมสร้างศักยภาพด้านการบิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ถ่ายทอดพัฒนาการของการบินและการสำรวจอวกาศ ตั้งแต่ก้าวแรกของความฝันที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ไปจนถึงการเดินทางที่ไกลเกินขอบฟ้า ผ่านเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการและเปลี่ยนแปลงโลก ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์สามารถเดินทางจากโลกสู่จักรวาล ค้นพบอนาคตแห่งการสำรวจที่ไร้ขีดจำกัด และร่วมเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอวกาศที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ

“ทั้ง 7 แกเลอรี่คือการมอบสายตาที่กว้างไกลขึ้นให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่านวัตกรรมมีความสำคัญกับชีวิตเราอย่างไร เด็กๆ เป็นความหวังของประเทศที่จะบุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ  เพื่อสร้างชีวิตและอนาคตที่ดีกว่า” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

สำหรับฟิวเจอร์เรียม ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต จะเปิดรอบพิเศษให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 13 ก.ค.2568 

ราคาเข้าชมนิทรรศการ Innovation World ราคาปกติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 100 บาท ช่วงเปิดรอบพิเศษ ลดราคา 50%

ราคากิจกรรม Job World (เฉพาะเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป) เด็กราคา 300 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท ช่วงเปิดรอบพิเศษ ลดราคา 50%

ผู้สนใจเข้าชม สามารถจองเข้าชมได้ที่ https://ticket.nsm.or.th/ เปิดให้บริการ วันอังคาร – วันศุกร์: 09.30 – 15.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์: 09.30 – 17.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2577 9999 ต่อ 2122-2123 หรือ Faceook : NSMThailand

-(016)

สศท.มอบรางวัล ‘ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่’ สร้างแรงบันดาลใจ สืบสาน รักษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย

สศท.มอบรางวัล ‘ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่’ สร้างแรงบันดาลใจ สืบสาน รักษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย

สศท.มอบรางวัล ‘ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่’ สร้างแรงบันดาลใจ สืบสาน รักษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.26 น.

พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบเกียรติบัตรผลการคัดเลือก ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่ ประจำปี 2568” (New Young Craft 2025) สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้มีความสามารถในงานศิลปหัตถกรรม สืบสาน รักษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทยให้ยังคงอยู่คู่สังคมจำนวน  10 คน  ประกอบด้วยผู้สร้างสรรค์งานจากหลายแขนง จัดโดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท.

รางวัล New Young Craft จัดขึ้นเพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพทางความคิด ทักษะฝีมือ ในการสร้างสรรค์งานในรูปแบบที่มีความร่วมสมัยให้เข้ากับผู้คนในยุคปัจจุบัน โดย สศท. ได้นำผลงานของผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่จัดแสดงและจัดจำหน่ายภายในงาน Craft Bangkok  2025 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 5  ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน  2568 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีใจรักในงานศิลปหัตถกรรม ได้ร่วมสืบสาน และปรับประยุกต์องค์ความรู้ในงานศิลปหัตถกรรมไทย  สร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมร่วมสมัยที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยของประเทศ โดยให้ความสําคัญในการส่งเสริมคุณค่า บุคคลผู้อนุรักษ์ สืบสานเพื่อรักษาคุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมในศาสตร์และศิลป์เชิงช่าง เพื่อส่งต่อไปถึงคนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่า และเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันอนุรักษ์ รักษา สืบสาน รวมถึงการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม และ ยังให้ความสําคัญกับคนรุ่น ใหม่ ที่ได้นําเอาภูมิปัญญาดั้งเดิม มาปรับประยุกต์ ต่อยอดในงานศิลปหัตถกรรมไทย โดย สศท. ส่งเสริม บุคคล “ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่” หรือ New Young Craftเพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพทางความคิด ทักษะฝีมือ ในการสร้างสรรค์งานในรูปแบบที่มีความร่วมสมัยให้เข้ากับผู้คนในยุคปัจจุบัน นับเป็นการดําเนินงานที่ สศท. มุ่งมั่นให้ความสําคัญ และดําเนินการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปีนี้ พ.ศ. 2568 มีผู้ที่ได้รับการคัดสรร เป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมคนรุ่นใหม่” (New Young Craft 2025)   จำนวน  10 คน  ดังนี้

นายธีระกิจ  เมณร์กูล   ประเภทงานหัตถกรรม เครื่องประดับ จังหวัดสุโขทัย สืบทอดวิชาชีพงานหัตถกรรมท้องถิ่น สู่พัฒนาทางด้านรูปแบบและผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย จากเป็นผ้าผืน สู่การแตกลายงานเป็น สร้อยคอ ข้อมือ ต่างหู เสริมสร้างคุณค่างานหัตกรรม ด้วยการถอดเรื่องราวที่น่าสนใจในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต สู่การออกแบบและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ชุดห่มเงิน ที่สื่อถึงเรื่องราวการนุ่งห่มของหญิงสตรีในไทย

นางสาวณพกมล  อัครพงศ์ไพศาล  ประเภทงาน เครื่องดิน จังหวัดกรุงเทพมหานคร สืบสานภูมิปัญญาเดิมและมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยผ่านการสร้างสรรค์ใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ผสมผสานวัสดุใหม่เข้ากับเซรามิกพัฒนาเคลือบและเนื้อดินให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นางสาวอารียา บุญช่วยแล้ว  ประเภทงานหัตถกรรม เครื่องปั้นดินเผา  จังหวัดสมุทรปราการ ผลงานออกแบบเครื่องประดับเซรามิกสืบทอดเทคนิคกระบวนการงานและให้ความสำคัญกับการรักษาแก่นของลวดลายงานหัตถกรรมไทยดั้งเดิม นำมาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ชิ้นงานในรูปแบบที่ทันสมัย ทำงานร่วมกับกลุ่มช่างฝีมือ เพื่อช่วยกัน ถ่ายทอด สืบทอดภูมิปัญญาไทยที่หลากหลายให้เป็นที่รู้จักในประเทศและระดับสากลมากขึ้น

นายนุรดิน แลหะ ประเภทงานหัตถกรรม บล็อคไม้บาติก จังหวัดปัตตานี นำเอาลวดลายมลายูดั้งเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ ทั้งตามโบราณสถานและศาสนสถานมาออกแบบ ประยุกต์ ผสมผสานเข้ากับลวดลายสมัยใหม่ สร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงมีกลิ่นอายของภูมิปัญญาคุณค่าและแนวคิดศิลปะดั้งเดิม

นางสาววิชชุลดา  ปัณฑรานุวงศ์  ประเภทงานหัตถกรรม งานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้  จังหวัดนนทบุรี แบรนด์ WISHULADA เกิดจากแนวคิดอยากพัฒนาต่อยอดรูปแบบการจัดการขยะในรูปแบบที่ผสมผสานงานฝีมือ มาเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน  สร้างสรรค์สิ่งของไร้ค่าให้เกิดประโยชน์ใหม่ ใช้วัสดุเหลือใช้ กว่า 40 ประเภท ใช้ทักษะฝีมือทุกขั้นตอน ด้วยฝีมือคนไทย 100%

นายวริศพล  สีเทียม  ประเภทงานหัตถกรรม ผ้าทอลายโบราณ“ภูสอยดาว”   จังหวัดอุตรดิตถ์ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น “การทอผ้า ของชาวไท-ยวน ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์” ด้วยเทคนิคการทอ ดั้งเดิมของชาวไท-ยวนมาใช้สร้างผลงาน  ใช้ลวดลายดั้งเดิมและลวดลายใหม่ และนำความเป็นสิริมงคล มาผสมผสานเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์ให้แปลกใหม่ร่วมสมัยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นขึ้น

นางสาวช่อฟ้า หงษ์สิทธิชัยกุล ประเภทงาน เครื่องประดับร่วมสมัย จังหวัดภูเก็ต ถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ลวดลายต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนสถาปัตยกรรม การแต่งกาย เครื่องประดับ อุดมคติและความเชื่อต่างๆ ผสมผสานงานหัตถศิลป์ของชาวเพอรานากัน ได้แก่ การปักลูกปัด การพันดิ้นโบราณ การปักดิ้นโบราณเฉพาะเพื่อให้เข้ากับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดยุคสมัยใหม่

นางสาวอดา  กลิ่นบุญฟุ้ง ประเภทงานหัตถกรรม งานศิลปะการปั้นของจิ๋วเสมือนจริง จังหวัดกรุงเทพมหานคร สืบสานคุณค่างานหัตถกรรมสะท้อนความเป็นไทยผ่านงานศิลปะการปั้นเสมือนจริงในรูปแบบของจิ๋ว เกี่ยวกับอาหาร และเครื่องดื่มไทย ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “Freehand” ดึงรูปธรรมในยุค 80’s-90’s ผสมผสานกับรสนิยมความร่วมสมัยใช้การดีไซน์เป็นตัวเชื่อมความต่างให้กลายเป็นชิ้นงานที่ลงตัวได้อย่างสมบูรณ์

นายนพรุจ  แซ่ลิ้ม ประเภทงานหัตถกรรม เสื่อจันทบูร จังหวัดจันทบุรี แบรนด์ SUM MAT เป็นตัวแทนของความสมดุลระหว่าง ความดั้งเดิมและความร่วมสมัย สะท้อนเสน่ห์ของเสื่อจันทบูร นำเสื่อกกมาประยุกต์เข้ากับสินค้าไลฟ์สไตล์ อย่างกระเป๋า พาสปอร์ตเคส และของแต่งบ้าน ผลักดันให้เสื่อกกเป็นงานหัตถกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ง่ายขึ้น

นางสาวภัทรบดี  พิมพ์กิ ประเภทงานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์จักสานร่วมสมัย จังหวัดจันทบุรี เครื่องประดับเสื่อกกจันทบูรถูกสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการที่ผสมผสานระหว่างงาน เชิงช่างด้านการทอเสื่อกกจันทบูร ร่วมกับตัวเรือนเครื่องประดับ มีการใช้เสื่อกกประกอบร่วมกับวัสดุอื่นๆ เช่น หนัง 

‘Showcase Your Imagination : จากตำนาน สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ’ นิทรรศการที่ปลุกตำนานผีไทยให้มีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการออกแบบและจินตนาการของคนรุ่นใหม่

‘Showcase Your Imagination : จากตำนาน สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ’ นิทรรศการที่ปลุกตำนานผีไทยให้มีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการออกแบบและจินตนาการของคนรุ่นใหม่

‘Showcase Your Imagination : จากตำนาน สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ’ นิทรรศการที่ปลุกตำนานผีไทยให้มีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการออกแบบและจินตนาการของคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.19 น.

บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรม และ ไอคอนสยาม เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการสุดสร้างสรรค์ “Showcase Your Imagination : จากตำนาน สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ณ บริเวณ Walkway ชั้น M ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานของเยาวชนและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่จากการประกวดออกแบบคาแรคเตอร์และสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ตำนานผีไทย” อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Unleashing the Art of Thai Ghosts: วิญญาณแห่งศิลป์ ตำนานท้องถิ่นผีไทย

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการนำตำนานความเชื่อเรื่องผีไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย อาทิ คาแรคเตอร์ดีไซน์, Art Toy, สินค้าแฟชั่น, ของที่ระลึกจากท้องถิ่นเจ้าของตำนาน รวมถึงแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี โดยมี ตริตราภรณ์ โพธิ์ศรี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านการออกแบบ สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) อนนต์ อัตถวิบูลย์ ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเยาวชนผู้สร้างสรรค์ผลงานเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นิทรรศการประกอบด้วยผลงานของผู้ชนะจากกิจกรรมการประกวด “Spirit of Art: Thai Ghost Creator – ศิลปะไม่ตาย ท้าทายไอเดียหลอน” ซึ่งเปิดรับผลงานจากทั่วประเทศกว่า 200 ผลงาน และผ่านการคัดเลือกเหลือเพียง 10 ผลงานสุดท้าย ซึ่งเป็นผลงานออกแบบคาแรคเตอร์ที่นำตำนานผีไทยอย่าง เสือสมิง แม่ย่านาง รัก-ยม ผีตาโขน ผีจะกละ ผีมด-ผีเม็ง แมงสี่หูห้าตา ที่ได้รับโอกาสในการพัฒนาต่อยอดจากต้นแบบสู่สินค้าจริงและนำมาจัดแสดงในครั้งนี้

ไฮไลต์สำคัญภายในงานคือกิจกรรม Business Matching ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ นักลงทุน และแบรนด์สินค้า เพื่อหาแนวทางการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ากับตลาดจริง โดยได้รับความสนใจจากบริษัท อาทิ Anilephant Studio, MITTA Studio, Jumbo Jumps, JP Toys, Siam Piwat, Chic Car Rent, Bangchak Corporation, KTC และ Friday Trip เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ทั้ง 10 ผลงานที่จัดแสดงในครั้งนี้ ยังเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปจัดแสดง ณ ประเทศญี่ปุ่นในโอกาสต่อไป เพื่อเผยแพร่เสน่ห์ของผีไทยสู่สายตานานาชาติทั้งนี้ การจัดงานนิทรรศการ ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมศิลปินนักออกแบบไทยให้สามารถใช้ต้นทุนวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็น “พลังสร้างสรรค์” ที่จับต้องได้ และส่งเสริมให้ศิลปินไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 18–27 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00–22.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่ Facebook Page : Unleashing the Art of Thai Ghosts 

‘ไมเนอร์ โฮเทลส์’คว้า26รางวัลทรงเกียรติจาก T+L Luxury Awards Asia Pacific ประจำปี 2025

'ไมเนอร์ โฮเทลส์'คว้า26รางวัลทรงเกียรติจาก T+L Luxury Awards Asia Pacific ประจำปี 2025

‘ไมเนอร์ โฮเทลส์’คว้า26รางวัลทรงเกียรติจาก T+L Luxury Awards Asia Pacific ประจำปี 2025

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.10 น.

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมระดับหรู โดยการนำโรงแรมและรีสอร์ทในเครือคว้า 26 รางวัล ซึ่งรวมผลโหวตอันดับหนึ่งใน 3 สาขา จากงาน Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific ประจำปี 2025 โดยรางวัลอันทรงเกียรติซึ่งมาจากผลโหวตโดยผู้อ่านนิตยสารผู้รักการท่องเที่ยวจากทั่วโลกนี้ จัดขึ้นเพื่อยกย่องโรงแรม รีสอร์ท ประสบการณ์การท่องเที่ยว รวมถึงผู้นำในแวดวงการบริการที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผลรางวัลในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายอันโดดเด่นของไมเนอร์ทั่วทั้งภูมิภาค ตั้งแต่ที่พักในเมืองและรีสอร์ทริมทะเล ไปจนถึงแคมป์กลางป่าและสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ

โดยในปีนี้ อวานี พลัส หลวงพระบาง (Avani+ Luang Prabang) โดดเด่นด้วยการคว้ารางวัล สระว่ายน้ำโรงแรมที่ดีที่สุด (Best Hotel Pools) หนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุด (Best Hotels) และหนึ่งในสปาโรงแรมที่ดีที่สุด (Best Hotel Spas) ของประเทศลาว ซึ่ง แม็กซ์ ชิน (Max Chin) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ยังได้รับรางวัลผู้จัดการทั่วไปยอดเยี่ยม (Best General Managers) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้บริหารอันยอดเยี่ยมของโรงแรมอีกด้วย

สำหรับประเทศเวียดนาม อนันตรา ฮอยอัน รีสอร์ท (Anantara Hoi An Resort) คว้ารางวัลสูงสุดในสาขาโรงแรมต่างจังหวัดยอดเยี่ยม (Best Upcountry Hotels) ในขณะที่ อนันตรา กวีเญิน วิลล่าส์ (Anantara Quy Nhon Villas) ติดอันดับหนึ่งในรีสอร์ทและหนึ่งในสปาที่ดีที่สุดของประเทศอีกด้วย

ในส่วนของมัลดีฟส์ อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ (Anantara Kihavah Maldives Villas) ติดอันดับหนึ่งใน 5 สาขารางวัล ได้แก่ Best Resorts, Best House Reefs, Best Resort Pools และ Best Resort Spas รวมถึง 1 ใน 10 วิลล่าสุดอลังการ โดยรีสอร์ทในเครืออย่าง อนันตรา ดิกูห์ มัลดีฟส์ (Anantara Dhigu Maldives Resort), อนันตรา เวลิ มัลดีฟส์ (Anantara Veli Maldives Resort) และ นิยามา ไพร์เวท ไอส์แลนด์ มัลดีฟส์ (Niyama Private Islands Maldives) ยังติดอันดับรางวัลในสาขาเป็นผู้นำความเป็นเลิศของสปา และวิลล่าเหนือน้ำที่มีดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์

สำหรับประเทศไทย โรงแรมอนันตรา 4 แห่งติดอันดับในสาขาสปา โรงแรมในเมือง และโรงแรมต่างจังหวัด โดย อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท (Anantara Chiang Mai Resort) และ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท (Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort) ติดอันดับหนึ่งใน 10 โรงแรมต่างจังหวัด (Upcountry Hotels) โดย อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ ยังติดอันดับหนึ่งในสระว่ายน้ำในโรงแรมที่ดีที่สุด (Best Hotel Pools) ของประเทศอีกด้วย ในขณะที่ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) ติดอันดับหนึ่งในรีสอร์ทริมชายหาดและเกาะที่ดีที่สุด (Best Beach + Island Resorts) โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (Anantara Siam Bangkok Hotel) ติดอันดับหนึ่งในโรงแรมในเมืองที่ดีที่สุด (Best City Hotels) และ ลอย เพลา โวยาจส์ (Loy Pela Voyages) เรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาสุดหรู ติดอันดับหนึ่งในเรือสำราญล่องแม่น้ำที่ดีที่สุด (Best River Cruise Lines)

สปาและเวลเนสเป็นอีกหมวดหมู่รางวัลที่โดดเด่นสำหรับเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ โดย อนันตรา สปา (Anantara Spas) ถึง 4 แห่ง ที่ อนันตรา กวีเญิน วิลล่าส์ ในเวียดนาม (Anantara Quy Nhon Villas)อวานี พลัส หลวงพระบาง (Avani+ Luang Prabang) ในลาว อนันตรา คิฮาวาห์ มัลดีฟส์ วิลล่าส์ (Anantara Kihavah Maldives Villas) และ อนันตรา เวลิ มัลดีฟส์ รีสอร์ท (Anantara Veli Maldives Resort) ต่างติดอันดับรางวัลในหมวดหมู่นี้

กลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังได้รับเกียรติยกย่องในด้านความเป็นเลิศด้านของโปรแกรมความภักดี (Loyalty) โดยเครือโรงแรมอนันตรา (Anantara Hotels & Resorts) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแบรนด์โรงแรมที่ดีที่สุด (Best Hotel Brands) และ GHA DISCOVERY ซึ่ง ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นสมาชิกพร้อมโปรแกรมสะสมคะแนน Minor DISCOVERY ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโปรแกรมความภักดีของโรงแรม (Best Hotel Loyalty Programs) ที่ดีที่สุดอีกด้วย