Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

Health News : นิวยอร์กเตรียมเปิดทางผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือก ‘จบชีวิต’ ตามเจตจำนง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วุฒิสภาของรัฐนิวยอร์กได้ผ่านร่างกฎหมายเปิดทางให้ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในระยะสุดท้ายสามารถเลือกจบชีวิตของตนเองได้ตามเจตจำนง โดยผู้สนับสนุนระบุว่ากฎหมายนี้จะช่วยมอบสิทธิในการตัดสินใจแก่ชาวนิวยอร์กในช่วงบั้นปลายของชีวิต

ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งรัฐนิวยอร์กแล้วช่วงก่อนหน้านี้ในปี 2025 และจะถูกส่งต่อไปยัง เคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต เพื่อรอลงนามเป็นกฎหมายต่อไป

ด้านเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงานว่าปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่าโฮชูลมีแผนจะลงนามหรือไม่ โดยโฆษกสำนักงานของโฮชูลระบุว่าโฮชูลจะทำการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวก่อน

ปัจจุบัน มี 11 รัฐในสหรัฐฯ และเขตโคลัมเบียได้ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ใช้การช่วยจบชีวิตอย่างสมัครใจภายใต้การดูแลของแพทย์ (medical aid in dying) แนวปฏิบัตินี้ยังมีในหลายประเทศในยุโรปและในแคนาดา โดยเพิ่งขยายเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงผู้ที่ป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และผู้พิการ

รายงานระบุว่า ร่างกฎหมายของรัฐนิวยอร์กนี้มีขอบเขตที่แคบกว่า โดยจะใช้ได้เฉพาะกับผู้ที่มีอาการป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และอาจมีชีวิตเหลืออยู่ไม่เกิน 6 เดือน

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 22 มิถุนายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll เสียงสนทนายาว๑๗นาที๖วินาที ระหว่างแพทองธารกับฮุน เซ็น  ใครได้ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าคนไทยด้อยค่า   แม้จะมีคำขออภัยจากนายกฯไทย  ให้คนไทยรัก สามัคคี  แล้วใครล่ะทำให้แตกแยก   หรือเป็นเทคนิคพูดหลังไมล์   หารู้ไม่ว่าเศรษฐกิจในบ้านเราแย่ที่สุดในรอบห้าสิบปี   นายกมัวแต่คิดถึงเอ็นเตอร์เทนเม้นคอมเพล็ก  และการแข่งรถกรังปรีในบ้านเรา ……  

ll ส่วนอนุทิน  ชาญวีรกุล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ” สบายใจ ไม่มีอะไรไม่สบายใจ วันนี้ตนเองมาทำงาน ให้ถามเรื่องงาน ปรับ ครม.ไม่เกี่ยวกับประชาชน ประชาชนเบื่อกับข่าวนี้  อยากจะรู้ว่ารัฐมนตรีทำงานอย่างไรบ้าง  มีเหตุการณ์เยอะแยะ ทั้งเศรษฐกืจ ชายแดน การดูแลพี่น้องประชาชน เราเอาเรื่องของประชาชนเป็นหลักดีกว่า ” ตอนนี้เป็นฝ่ายค้านแล้ว ……

ll กว่าจะข้ามไปเล่นคาสิโน ในปอยเปต เขมร  กองกำลังบูรพาต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับตรวจคนเข้าเมือง สระแก้ว  เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของคนไทย  แต่รู้ดีว่า บ่อนคาสิโน สีเทาที่ปอยเปต เป็นท่อน้ำเลี้ยงของรับบาลกัมพูชา   ใครจะทำธุรกิจสีเทาต้องจ่ายค่าต็ง ให้ตระกูลฮุน   และสหรัฐขึ้นบัญชีดำ บริษัทพวกนี้ …….  

ll อดีตสว.สมชาย  แสงการ  , นิติธร  ล้ำเหลือ และนายคมสัน  โพธิ์คง   เข้าแจ้งความดำเนินคดี น.ส.แพทองธาร   นายกรัฐมนตรี  ฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ  จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซ็น   ไม่ทราบว่าคดีนี้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ .??? ……  

ll ร่วมอาลัยและเสียใจ กับการจากไปของคุณแม่ สมสิริ เทพหัสดิน  อยุธยา  มีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันเสาร์ ๒๑ มิย. เวลา ๑๒.๓๐ น.  ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม  …….

ll ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ผศ.พิมล  ศรีวิกรม์  ให้คำมั่นว่ารมต.ท่อเที่ยวและกีฬา  สรวงศ์   เทียนทอง  ยืนยันจะปรับเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา  เงินอัดฉีดเพิ่มแน่  เริ่มทันทีซีเกมส์นี้  สาธุ..  ใครได้ของเก่าครบแล้วยกมือขึ้น …..  

ll ขออนุญาติ  เนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์  ในบางส่วนของ ภูมิภูมินทร์    องค์คุณแห่งมหากษัตริย์ขัตติยา   นั่นคือ  สามัคคีธรม  ความเป็นหนึ่ง   ใจรู้รัก  สามัคคี  ที่พร้อมพึง  ร่วมคะนึง  ร่วมตระหนัก  รักแผ่นดิน   คือองค์คุณแห่งสามสถาบัน  พระทรงธรรม์  ทรงภิวัติน์เป็นศาสตร์ศิลป์  สถาปนาเป็น  ภูมิพระธรณิน  ภูมิภูมินทร์  ภูมิพระองค์  มงคลนิรัรด์ ……

น้องนิ่ง…นิ่ง…..

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โตเกียว (Tokyo Nodai) แห่งประเทศญี่ปุ่น พบว่าแมวเหมียวที่เป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างกลิ่นเจ้าของกับกลิ่นคนแปลกหน้าได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นค้นพบว่า แมวจะใช้เวลาดมหลอดทดลองที่มีกลิ่นคนแปลกหน้าอยู่นานกว่ามาก เมื่อเทียบกับตอนที่มันดมหลอดทดลองซึ่งมีกลิ่นเจ้าของของมันเอง ผลการทดสอบนี้แสดงว่า แมวบ้านสามารถแยกแยะระหว่างกลิ่นมนุษย์ที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยออกจากกันได้

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่า แมวใช้ประสาทรับกลิ่นที่ว่องไวของมัน ระบุตัวตนและสื่อสารกับแมวตัวอื่น ๆ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้ใดศึกษาว่า แมวสามารถใช้วิธีดมกลิ่นแยกแยะมนุษย์ว่าใครเป็นใครได้หรือไม่

ผลการทดลองในอดีต เกี่ยวกับความสามารถในการจดจำและแยกแยะบุคคลของแมวนั้น พบว่าน้องเหมียวสามารถจะบอกได้ว่าใครเป็นใครด้วยการฟังเสียง ทั้งยังสามารถตีความสีหน้าและสายตาของคนเพื่อหาที่ซ่อนอาหารได้อีกด้วย งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่า แมวสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับอารมณ์ของมนุษย์ได้ โดยมันจะอ่านใจคนจากการรับรู้กลิ่นตัวในขณะนั้น

ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นได้สรุปผลการศึกษาครั้งล่าสุดว่า “แมวใช้ประสาทรับกลิ่นในการจดจำมนุษย์” พวกเขายังพบว่าแมวถูไถใบหน้าของมันกับหลอดทดลองที่บรรจุกลิ่นตัวคน หลังจากที่สูดดมจนพอใจแล้วด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้คือการป้ายกลิ่นของแมวให้ติดอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นจึงตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การดมของแมวเป็นพฤติกรรมเชิงสำรวจ ที่มาก่อนการถูไถใบหน้าเพื่อทำเครื่องหมายด้วยกลิ่น

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

​สทน.ขยายห้องตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหาร เพื่อสุขภาพดี..ไร้กังวล! ปลอดภัยจาก ‘สารปนเปื้อน’

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ   สทน. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารเป็นปัญหาที่น่ากังวลและมีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งโลหะหนักเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น พืชผักที่ปลูกในดินที่มีโลหะหนัก หรืออาหารทะเลที่ปนเปื้อนจากน้ำเสีย การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้ การตรวจสอบสารปนเปื้อนโลหะหนักจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของ ความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพของผู้บริโภคอีกทั้งเป็นเงื่อนไขในการนำเข้าและการส่งออกสินค้า เพราะหากตรวจพบโละหนักเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด สินค้าอาจถูกตีกลับทำให้สูญเสียรายได้และความน่าเชื่อถือของประเทศ แม้ในประเทศไทยจะมีห้องปฏิบัติการทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักในอาหารนำเข้าและอาหารส่งออกมากกว่า 200 แห่ง แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการบริการ คือ ในช่วงที่มีปริมาณสินนำเข้าสินค้าส่งออกมาก อาจจะต้องรอคิวนาน อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างราคาค่อนข้างสูง และห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กหรือกลุ่มเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงบริการได้  สทน. จึงได้ขยายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออกและนำเข้า ให้สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารได้

น.ส.นิชธิมา รุ่งปิ่น นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชำนาญการ ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สทน.กล่าวว่า จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้มีการตรวจปริมาณสูงสุดของโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารนำเข้าและส่งออก ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท สารหนู  สทน. จึงได้ขยายขอบข่ายการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการตรวจวัดสารปนเปื้อนที่มีในอาหารส่งออก-นำเข้า ศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากเดิมที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เฉพาะสารกัมมันตภาพรังสีที่ปนเปื้อนในอาหาร โดยขยายขอบเขตการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารเพิ่มขึ้น  โดยได้รับเงินสนับสนุนการจัดซื้อเครื่อง Inductively Coupled Plasma Mass Spectrometer (ICP-MS) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท จากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ห้องปฏิบัติการของ สทน. สามารถตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก แคดเมียม ตะกั่ว ดีบุก ปรอท และสารหนู ที่ปนเปื้อนในอาหารได้ โดยตั้งเป้าให้บริการแก่ผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูปอาหาร และกลุ่มห้องปฏิบัติการภาคเอกชนที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์สารกัมมันตภาพรังสีได้ 

สำหรับเกษตรกรที่อยูในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงบริการตรวจวิเคราะห์นี้ได้โดยผ่านโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้อาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังชันด้วยการฉายรังสี ที่ทางห้องปฏิบัติการฯ ได้ร่วมมือกับฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีของ สทน.ลงไปพบปะให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร

โดยสามารถส่งตัวอย่างอาหารที่ต้องการให้ตรวจวิเคราะห์ผ่านทางโครงการ หรือกรอกใบคำขอตรวจสอบสารปนเปื้อนผ่านระบบ e-service โดยเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของ สทน. แล้วส่งตัวอย่างมาที่ สทน. ระยะเวลาในการตรวจสอบถ้าเป็นโลหะหนัก ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ  สทน. จะส่งผลวิเคราะห์ให้ผู้ประกอบการทาง e-mail

“สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นราคามาตรฐานของส่วนราชการ ธาตุกัมมันตภาพรังสีที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ได้แก่ ธาตุกลุ่มอัลฟา ได้แก่ ยูเรเนียม-235 ยูเรเนียม-238 อะเมริเซียม-241  พลูโตเนียม-238 พลูโตเนียม-239  และพลูโตเนียม-247”

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบัน สทน. กำลังพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงในข้าวเพื่อตรวจสอบสารพิษจากเชื้อราในข้าว และในพืชตระกูลถั่ว มีหลายวิธีในการกำจัดส่วนประกอบที่เป็นพิษเหล่านี้ออกจากสารตั้งต้นที่แตกต่างกัน (การตกตะกอนทางเคมี, การฟอกด้วยไฟฟ้า, การจับตัวเป็นก้อนและการตกตะกอน, การกำจัดด้วยการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง, และกระบวนการที่ใช้การดูดซับ) แต่ขั้นตอนส่วนใหญ่มีราคาแพงและดำเนินการได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการที่มีต้นทุนต่ำในอาหาร งานนี้เป็นการทบทวนการมีอยู่ของโลหะหนักในสารตั้งต้นอาหารที่แตกต่างกัน (เช่น ผลไม้ ผัก นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ อนุพันธ์จากเนื้อสัตว์ น้ำมัน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และให้ภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลก โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์เกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและระดับมลพิษที่สูง เมื่อพิจารณาว่าคุณภาพทางพิษวิทยาของอาหารส่งผลต่อการยอมรับ งานนี้ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าเกี่ยวกับสถานการณ์จริงในหัวข้อที่เสนอ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

ร่วมแสดงความยินดีครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธนศักดิ์ กระบวนรัตน์ รองผู้อำนวยการ Sasin School of Management  ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวาระครบรอบก่อตั้ง 53 ปี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ผศ. ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดี และผู้บริหารคณะนิติศาสตร์ ต้อนรับ

เปิดงาน ‘Crafts Bangkok 2025’ หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

เปิดงาน 'Crafts Bangkok 2025' หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

เปิดงาน ‘Crafts Bangkok 2025’ หนุน SACIT ดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดงาน – นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2025” ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยและนวัตกรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน หนุน SACIT ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมแห่งอาเซียน จุดประกายคนรุ่นใหม่ สู่ตลาดโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆนี้

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.13 น.

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จัดกิจกรรม “ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม ท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก–Low Carbon Tourism 2025” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชน นักปั่น นักท่องเที่ยว และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มาร่วมกันออกกำลังกาย ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก ภายใต้แนวคิด “Low Carbon Tourism” ” เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นผ่านการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างยั่งยืน

พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 โดยมี เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต 8 , เวียงชัย พิมพ์วาปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานหลายภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรม แรลลี่ปั่นจักรยานระยะทาง 15.4 กิโลเมตร บนเส้นทางธรรมชาติอันงดงามของ อุทยานล้านปีภูฝอยลม อำเภอหนองแสง โดยนักปั่นจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทิวทัศน์เขียวขจี และได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัว พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย เช่นสักการะหลวงพ่อทันใจ ณ วัดภูทองเทพนิมิต ชิมและเลือกซื้อของดีท้องถิ่น กิจกรรมปลูกต้นไม้ คืนพื้นที่สีเขียว ณ อุทยานแห่งชาติภูฝอยลม ผู้เข้าร่วมทุกคนยังได้รับเสื้อปั่นที่ระลึก เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการลดคาร์บอนด้วยพลังสองล้อ

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ “Sports Tourism & Eco-Friendly” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพผ่านการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมการปั่นจักรยาน กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเศรษฐกิจในชุมชน อีกทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดอุดรธานีในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

“ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม” ไม่เพียงเป็นการออกกำลังกายแต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เริ่มต้นจากล้อจักรยานก้าวสู่สังคมสีเขียว และอนาคตของการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

SPC สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ ‘สหพัฒน์ให้น้อง’ ปีที่ 9

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ความซื่อสัตย์……เป็นสมบัติของคนดี หากว่าใครไม่มีชาตินี้เอาดีไม่ได้ มีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดถมไป คดโกงแล้วใคร จะรับไว้ให้ร่วมการงาน” นา นา นา นา นา ……เด็กดี มีความซื่อสัตย์กับสหพัฒน์ให้น้อง”

 เป็นเพลงประจำ โครงการ “สหพัฒน์ให้น้อง” โดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC โครงการที่มุ่งบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จิ๋วให้เติบโตเป็นต้นกล้าที่งดงาม ลงพื้นที่ไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อตามหายอดมนุษย์จิ๋ว ตัวแทนเด็กดี ที่มีความซื่อสัตย์ โดยมีการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ ลดปริมาณขยะ สอนการประดิษฐ์สิ่งของเหลือทิ้งให้เกิดประโยชน์ พร้อมร่วมปลูกฝังคุณธรรมความซื่อสัตย์ให้กับน้องๆ นักเรียนในโรงเรียน

ล่าสุด ทีมงานสหพัฒนพิบูล นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ได้ลงพื้นที่โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา เพื่อตามหา “ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว” (Little Hero) ตัวแทนเด็กดี ประพฤติดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ กตัญญู มีจิตอาสา มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำความดีให้ครอบครัวและสังคม

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองประธาน กก.SPC และ วิทยา วงศ์ษา ผอ.โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา

สหพัฒน์ให้น้อง สร้างต้นกล้าคุณธรรม ส่งต่อพลังบวกสู่เยาวชนไทย

“ปัจจุบัน โครงการ “สหพัฒน์ให้น้อง”  เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว ได้ลงพื้นที่โรงเรียนไปแล้ว กว่า 230 แห่ง ตามหา “ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว” ด้วยความมุ่งมั่นของ SPC ที่จะสนับสนุนเยาวชนไทยให้เห็นคุณค่าของการทำความดี ร่วมบ่มเพาะปลูกฝังเยาวชนไทยตั้งแต่วัยเด็กให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีและมีความซื่อสัตย์ ซึ่งโครงการสหพัฒน์ให้น้องนับเป็นอีก 1 โครงการที่ SPC ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชน สร้างสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ยั่งยืน” อภิสิทธิ์ กล่าว

“โรงเรียนคลองบางพรหม มีนักเรียนทั้งหมด 274 คน และมีคุณครู 15 คน เราให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณ ธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้กับเด็กนักเรียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน นั่นคือ 1.การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม มีการนำเด็กๆ สวดมนต์ เข้าวัดเพื่อปลูกฝังและซึมซับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา  2.การพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบในสังกัดของกรุงเทพมหานคร ด้วยการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมที่เน้นการถอดบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้จากการลงมือทำและถอดออกมาเป็นบทเรียน การที่ภาคเอกชนได้จัดกิจกรรมและโครงการที่ดี นับเป็นอีกพลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างแข็งแรงเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป” วิทยา วงศ์ษา ผู้อำ นวยการ โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา กล่าว

“รู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำสิ่งที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น โดยเมื่อตนอยู่บ้านได้ช่วยแบ่งเบางานบ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่ ส่วนเมื่ออยู่ที่โรงเรียนก็ได้เป็นจิตอาสาและช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่โรงเรียน การเป็นเด็กดีและเป็นผู้นำที่ดีนั้นในความหมายของตนนั้น สิ่งสำคัญคือต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งความใฝ่ฝันในอนาคตอยากทำอาชีพคุณครู และคุณหมอ อยากขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เข้ามาจัดกิจกรรมดี ๆ ที่โรงเรียนได้รับความรู้ต่างๆ มากมาย ขอให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไปครับ” ด.ช.ภัทรชนน สายหยุด” หรือ “น้องฟลุ๊ก” นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนคลองบางพรหม ทวีวัฒนา ยอดมนุษย์ตัวจิ๋ว (Little Hero) ตัวแทนเด็กดีของโรงเรียน เจ้าของรางวัลคิดเลขเร็ว 2 ปีซ้อน กล่าว

เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า การบ่มเพาะคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และจิตสำนึกต่อสังคมตั้งแต่วัยเยาว์ คือรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่ดีและยั่งยืน … และนี่คืออีกหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่จะส่งผลไกลในวันข้างหน้า

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จับมือ BUZZEBEES สร้าง ‘คุณค่า’ ที่จับต้องได้ให้ ‘พนักงาน’ ผ่าน BEES’ Benefit

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จับมือ BUZZEBEES  สร้าง ‘คุณค่า’ ที่จับต้องได้ให้ ‘พนักงาน’ ผ่าน BEES’ Benefit

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จับมือ BUZZEBEES สร้าง ‘คุณค่า’ ที่จับต้องได้ให้ ‘พนักงาน’ ผ่าน BEES’ Benefit

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรง การให้ความสำคัญกับ “พนักงาน” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสวัสดิการหรือผลตอบแทนเท่านั้น แต่เป็นการสร้าง “คุณค่า” ที่จับต้องได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนขององค์กร

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียงด้านการบริการระดับพรีเมียม ประกาศความร่วมมือกับ BUZZEBEES ผู้นำด้าน Digital Engagement Platform ครบวงจรในประเทศไทย ในการนำแพลตฟอร์ม BEES’ Benefit มาปรับใช้เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพด้านการให้บริการ ด้วยการให้ความสำคัญกับ “พนักงาน” ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจบริการ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับสวัสดิการพนักงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่ากับคนทำงานอย่างแท้จริง

สุรเดช กิจเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรมสุโขทัย

ด้วยแนวคิด “พนักงาน คือหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพการบริการ” โรงแรมสุโขทัยจึงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในทุกมิติ ซึ่งย่อมส่งผลต่อประสบการณ์การบริการที่ยอดเยี่ยมของลูกค้า โดย BEES’ Benefit เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงจูงใจและความผูกพันกับองค์กร ผ่านระบบสะสมแต้มจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอบรม การทำงานตรงเวลา พนักงานดีเด่น หรือการให้บริการลูกค้าอย่างโดดเด่น ซึ่งแต้มเหล่านี้สามารถแลกรับของรางวัลได้ตามไลฟ์สไตล์ของพนักงาน ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร เครื่องดื่ม บัตรเติมน้ำมัน ไปจนถึงของใช้ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย

สุรเดช กิจเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่า ‘คน’ คือหัวใจของการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ความร่วมมือกับ BUZZEBEES ครั้งนี้ ทำให้เราสามารถบริหารจัดการสวัสดิการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น อีกทั้ง ยังสามารถติดตามข้อมูลการมีส่วนร่วมของพนักงานแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดของ BEES’ Benefit ซึ่งช่วยให้ฝ่าย HR ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการของพนักงานได้อย่างแท้จริง”

ด้าน BUZZEBEES ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ได้ชูจุดเด่นของ BEES’ Benefit ว่าจุดมุ่งหมายในการออกแบบโซลูชั่นนี้ ไม่ใช่แค่ “ระบบให้รางวัล” แต่เป็น “ระบบจูงใจที่มีเป้าหมาย” ที่ช่วยให้พนักงาน “อยากพัฒนา” ไม่ใช่เพียงรู้สึกว่าต้องพัฒนา ซึ่งเป็นหัวใจของการเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ศิวพร เพ่งผล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (หรือ BUZZEBEES)

ศิวพร เพ่งผล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (หรือ BUZZEBEES) กล่าวว่า “BEES’ Benefit ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้าง Engagement ระหว่างองค์กรกับพนักงานในทุกระดับ ซึ่งจากข้อมูลของ BUZZEBEES พบว่าองค์กรที่ใช้แพลตฟอร์มนี้สามารถลดอัตราการลาออกของพนักงานได้เฉลี่ย 25-35% พร้อมเพิ่ม Employee Engagement สูงขึ้นกว่า 40% ในระยะเวลาไม่ถึงปี ความร่วมมือกับโรงแรมสุโขทัยถือเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจบริการยุคใหม่ ที่เห็นคุณค่าในศักยภาพของคนเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มแลกรางวัล BEES’ Benefit ยังได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรม โดยได้รับรางวัลจากเวที Human Resource Excellence Awards 2023 ในประเภท Excellence in The Use of HR Tech และ Excellence in Employee Engagement ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของโซลูชันนี้ในการเสริมสร้างความผูกพัน และสร้างพลังขับเคลื่อนให้พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กร

ความร่วมมือระหว่างโรงแรมสุโขทัยและ BUZZEBEES จึงเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ “คนทำงาน” ในฐานะกลไกสำคัญของการสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน

แอลจี ผนึก ‘ก้าวท้าใจ’ สร้างปรากฏการณ์ 10K ที่มากกว่างานวิ่ง ตอกย้ำ ‘Life’s Good’ ปรัชญาที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจ

แอลจี ผนึก ‘ก้าวท้าใจ’ สร้างปรากฏการณ์ 10K ที่มากกว่างานวิ่ง ตอกย้ำ ‘Life's Good’ ปรัชญาที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจ

แอลจี ผนึก ‘ก้าวท้าใจ’ สร้างปรากฏการณ์ 10K ที่มากกว่างานวิ่ง ตอกย้ำ ‘Life’s Good’ ปรัชญาที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจ

วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังสร้างปรากฏการณ์รวมพลนักวิ่งกว่า 8,000 ชีวิต ทั้งมืออาชีพที่ต้องการพิสูจน์ฝีเท้า นักวิ่งสมัครเล่นที่ท้าทายขีดจำกัด และผู้เริ่มต้นเส้นทางสุขภาพดี กับงานเดิน-วิ่งมาราธอนระดับประเทศ “ก้าวท้าใจ 10K Thailand Championship 2025 Presented by LG” ที่ไม่ได้จำกัดตัวเองแค่การแข่งขัน แต่เป็นการรวมพลังสร้างสังคมสุขภาพดีและยกระดับคุณภาพชีวิต บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ  เผย 4 เหตุผลเบื้องหลังการมีส่วนร่วมในปรากฏการณ์ครั้งนี้ที่ตอกย้ำบทบาทของแอลจีในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง

“Life’s Good” ปรัชญาที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจ

แอลจีเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานวิ่งครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณค่าแห่งการมีชีวิตที่ดีตามแนวคิด ‘Life’s Good’ ที่แอลจียึดถือมาโดยตลอด

“เราเชื่อว่าการวิ่งเป็นหนึ่งในหนทางที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจที่สดใส” นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “การสนับสนุนงานก้าวท้าใจจึงเป็นโอกาสที่เราจะได้ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และสร้างสังคมที่แข็งแกร่งผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของแอลจีในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน”

มากกว่าเงินสนับสนุนแต่คือการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

การสนับสนุนของแอลจีไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมอบเงินทุน แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานแอลจี ที่มาร่วมวิ่งและให้กำลังใจนักวิ่งคนอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของแอลจีในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างแท้จริง ต่อเนื่องจากกิจกรรมภายในองค์กร โครงการ “LG Running Crew” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) ของแอลจีที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ที่แอลจีเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีของพนักงานเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร การสนับสนุน “สมาคมก้าวท้าใจ” จึงเป็นการลงทุนที่แอลจีตั้งใจเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของคนไทยและสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กรไปพร้อมๆ กัน 

ยกระดับมาตรฐานสุขภาพ สู่เวทีสากล

แอลจีเล็งเห็นว่ากิจกรรมก้าวท้าใจ 10K Thailand Championship 2025 Presented by LG ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันวิ่งในประเทศ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันสู่ระดับสากล ด้วยการสนับสนุนจากสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ที่เข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานของเส้นทางวิ่ง รวมถึงการรับรองสถิติเวลาการแข่งขัน การยกระดับมาตรฐานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจให้กับนักวิ่ง แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอีกด้วย

แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเหรียญรางวัล

แม้ว่าการแข่งขันจะจบลงด้วยการประกาศผลผู้ชนะ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเหรียญรางวัล คือแรงบันดาลใจและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากงานวิ่งครั้งนี้ แอลจีมีความเชื่อมั่นว่านักวิ่งทุกคนที่เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้าย ต่างก็ได้รับประสบการณ์ที่ล้ำค่า ได้เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ได้สัมผัสถึงพลังของความมุ่งมั่นและความอดทน และได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน

“ก้าวท้าใจ 10K Thailand Championship 2025 Presented by LG จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันวิ่ง แต่เป็นการรวมพลังเพื่อสร้างสังคมสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งแอลจีมุ่งหวังว่างานวิ่งครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิตของตัวเองมากขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรงและมีความสุขอย่างยั่งยืน เรายังคงยึดมั่นใน ‘Life’s GoodW’ ที่เปรียบเสมือนเป็นคำมั่นสัญญาให้แก่ลูกค้าของเรา” นายซองฮัน จอง กล่าวในที่สุด