จุลพันธ์ รมว.แรงงาน ลั่นแจ้งความแล้ว ปมสวมรอย’อนุทิน’ ยันไม่ได้ถูกแฮก

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน ลั่นแจ้งความแล้ว ปมสวมรอย'อนุทิน'  ยันไม่ได้ถูกแฮก

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน ลั่นแจ้งความแล้ว ปมสวมรอย’อนุทิน’ ยันไม่ได้ถูกแฮก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.32 น.

“จุลพันธ์” แจงระบบประกันสังคม e-self service ไม่ได้ถูกแฮก ย้ำ ฐานข้อมูลไม่รั่วไหล คนแอบอ้าง ใช้เลขบัตรนายกฯผิดกฎหมายถูกดำเนินคดีแล้ว 

วันที่ 2 เมษายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจง กรณีคนนำเลขบัตรประชาชนนายกฯ อนุทิน ไปลงทะเบียนระบบ e-self service ของสำนักงานประกันสังคม การแอบอ้างข้อมูลบุคคล ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำระบบไม่ได้ถูกแฮก ฐานข้อมูลไม่ได้รั่วไหล โดยโพสต์ข้อความดังนี้ 

ผมได้ทราบเรื่องกรณีที่มีคนนำเลขบัตรประชาชน 13 หลักของท่านนายกฯ อนุทิน ที่หาได้จากอินเทอร์เน็ต ไปลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ของสำนักงานประกันสังคม แล้วใส่อีเมลและเบอร์โทรของตัวเองแทน จากนั้นก็นำภาพหน้าจอที่ปรากฏมาโพสต์เผยแพร่ 

โดยผมขอชี้แจงให้ชัดเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดครับ

ขอเน้นให้ชัดเจนว่า
– ระบบประกันสังคมไม่ได้ถูกแฮก
– ข้อมูลในฐานข้อมูลของประกันสังคมไม่ได้รั่วไหล
– สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแอบอ้างข้อมูลบุคคลอื่น ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน

ต้นตอที่แท้จริงของปัญหานี้คือการที่ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนถูกนำมาซื้อขายในอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้กันในระดับประเทศ ไม่ใช่แค่ในส่วนของประกันสังคมครับ

เบื้องต้น สำนักงานประกันสังคมได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุดแล้ว 

ทั้งนี้การลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service โดยยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ปลอดภัยกว่าระบบเดิมแน่นอน เพราะสามารถทำพิสูจน์ตัวตนได้ (IAL2) และสามารถเข้าระบบผ่านแอปทางรัฐ ที่มีการเชื่อมโยงกับระบบ e-self service กับ สปส.เรียบร้อยแล้วได้อีกช่องทางหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมองว่าการเปิดให้ประชาชน มีช่องทางการเข้าใช้บริการภาครัฐได้หลายช่องทางผ่านการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย จะทำให้การให้บริการตามนโยบาย digital government และมาตรการต่างๆ ที่ต้องมีการลงทะเบียนยืนยันตัวตน เช่น มาตรการช่วยเหลือแรงงาน หรือการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงาน ได้รับความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมพี่น้องที่เข้าถึงเทคโนโลยียากด้วย เช่นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และแรงงานที่ไม่ถนัดแอปพลิเคชัน

ผมจะประสานให้สำนักงานประกันสังคมหารือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อวางแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ

ผมขอย้ำอีกครั้งครับว่าระบบประกันสังคมไม่ได้โดนแฮก แต่มีคนเอาข้อมูลที่หลุดไปในอินเทอร์เน็ตมาแอบอ้าง ซึ่งผิดกฎหมาย และถูกดำเนินคดีแล้ว ปัญหาจริงๆ คือการแก้ปัญหาข้อมูลส่วนตัวคนไทยที่หลุดจากระบบปฏิบัติการในหลายระดับ ซึ่งเรื่องนี้ต้องแก้กันทั้งระบบครับ

ตอนนี้หน้าเว็บของ สปส. หากมีผู้ประกันตน ต้องการลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ระบบจะแจ้ง QR code ให้ ดาวน์โหลดแอป Thai ID ก่อน หากยืนยันตัวตนผ่าน Thai ID เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถ log in เข้าระบบ e-self service ของประกันสังคมได้เลย โดยเริ่มใช้งานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ผมจะคอยติดตามความคืบหน้าต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ

ภัทรพงษ์ บี้ อนุทิน เลิกเตะถ่วง ตอบให้ชัดจะเอาไงต่อกับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภัทรพงษ์ บี้ อนุทิน เลิกเตะถ่วง ตอบให้ชัดจะเอาไงต่อกับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภัทรพงษ์ บี้ อนุทิน เลิกเตะถ่วง ตอบให้ชัดจะเอาไงต่อกับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.16 น.

‘ภัทรพงษ์’ บี้ ‘อนุทิน’ ตอบให้ชัดจะเอาไงกับ ‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ลามซัด ‘ศุภชัย’ ค้านไร้เหตุผล ตอนเป็น กมธ. ด้วยกันกลับไม่เคยพูด จี้ ‘นายกฯ’ ระบุให้ชัด ผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคเหนือต้องประกาศเขตภัยพิบัติ ขู่หากยังนิ่งเจอร้อง ม. 157

2เม.ย.2569 เมื่อเวลา14.00น. ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องรัฐบาลให้แสดงจุดยืนต่อการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดว่า หลังจากวานนี้ (1เม.ย.) ได้มีการยื่นญัตติด่วนเรื่องวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่รุนแรง และกระทบไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศตลอดทั้งปี ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของคนเหนือ แต่คือของประเทศไทย เพราะทุกคนใช้ลมหายใจเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะรับทราบมาว่า ทางรัฐบาลได้ตกลงกันแล้วว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไปอย่างไรต่อ

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น หลังจากตนเองอภิปรายไปเมื่อวานว่า หาก พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะได้ไปต่อ ขอให้ตัวแทนของรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ลงชื่อเข้าประชุมสภาฯ เมื่อวาน ได้ยืนยันในที่ประชุม แต่นายสุชาติ ก็ไม่ได้ชี้แจง ซ้ำยังให้สัมภาษณ์ว่า หากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว จะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันมาก เพราะจะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็กระทบการท่องเที่ยวอยู่ ขอให้นายสุขาติไปถามผู้ประกอบการได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแค่ไหนแล้ว

นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องการฟังจาก นายอนุทิน หรือตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่ฟังจาก นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจจะอ้างภายหลังด้วยเทคนิคทางการเมืองว่า พูดในนาม สส. ไม่ได้พูดในนาม ครม. สิ่งที่นายศุภชัยพูด ทำให้ตนผิดหวัง เพราะนายศุภชัยเป็นที่ปรึกษา กมธ. ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด อยู่ และยังเป็นอนุกรรมาธิการ ซึ่งร่างเนื้อหา 300 มาตรา 

“แต่น่าเสียดาย ระหว่างเวลาที่ประชุม ผมไม่เคยได้ยินเสียงนายศุภชัยเลย และแทบจะจำหน้านายศุภชัย ในที่ประชุมไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆว่าในโอกาสที่นายศุภชัยมีเวลาทำงาน ผมกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ และผมกังวลว่าจะทำให้นายศุภชัยดูแย่เอง เพราะหลายข้อขัดแย้งที่ยกมาดูไร้เหตุผลมากๆ” นายภัทรพงษ์ กล่าว

นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่นายศุภชัยยกเหตุผลว่า Emission Trading ไม่สามารถทำได้จริง แต่นายศุภชัย กลับไม่รู้ว่าในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านมติ ครม. ก็มีเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถ้านายศุภชัยนำเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็จบไปนานแล้ว ทำให้ตนเองเป็นห่วง มีใครพยายามจะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หรือไม่ ถ่วงไปเรื่อยๆ ให้จบภายในวันที่ 13พ.ค.นี้ ซึ่งจะครบ 60 วัน ที่ ครม. จะสามารถร้องขอให้นำกลับมาพิจารณาต่อได้

“นายอนุทิน ต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเล่นการเมือง เอาให้ชัดๆ ตรงไปตรงมากับประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนก็เตรียมที่จะยื่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯใหม่ ในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นความสำคัญของลมหายใจประชาชน” นายภัทรพงษ์ กล่าว

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่มีฝ่ายพยายามเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะมีข้อที่หลายฝ่าย เช่นที่นายศุภชัยยกมาว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝ่ายผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกลุ่มภาคอุตสาหกรรมก็มีการยกข้อนี้ขึ้นมา ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงไปนานแล้ว ว่าเราเก็บค่าธรรมเนียมจริง หากเป็นการประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน หากคุณเป็นโรงงานที่ไม่ต้องการเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เพราะมองว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อลมหายใจประชาชนไม่คุ้ม แต่ตนเองมองว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแวดล้อม

“ผมมองว่าจะใช้คำไหนก็ได้ จะใช้คำว่าเอื้อนายทุน ก็สามารถตีความแบบนั้นได้ จะใช้คำว่าเอื้อภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเอกชน ก็สามารถใช้คำนั้นได้ แต่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเราจะยืนข้างประชาชน เพื่อลมหายใจของประชาชน และแน่นอนเรามองถึงผลกระทบของภาคธุรกิจด้วย จึงกำหนดเรื่องการละเว้นค่าธรรมเนียมไว้อยู่แล้วในร่าง พ.ร.บ. ถ้าหากอ่านดีๆ เชื่อว่ามีจุดดี บางส่วนอาจกระทบภาคธุรกิจ แต่ก็เปิดช่องให้ธุรกิจสีเขียวละเว้นได้” นายภัทรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี เพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือแก้ปัญหาไฟป่า นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า การสั่งผู้ว่าฯให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องไฟป่า โดยที่เราไม่ได้มีงบประมาณให้เขา และการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น หากนายกฯระบุไปเลยว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ว่าฯ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ เชื่อว่า ผู้ว่าฯ ไม่มีใครไม่ประกาศ คำถามคือทำไมถึงไม่ประกาศ การที่เราสั่งอย่างเดียว ขู่อย่างเดียวว่า ต้องจัดการไฟป่า แต่ไม่ได้ทำจริงเลย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีสามารถระบุให้ผู้ว่าฯ ประกาศได้เลยเพราะเข้าหลักเกณฑ์แล้ว 

ทั้งนี้หากยังไม่ประกาศ ตนเองและภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157 ต่อผู้ว่าฯ แล้ว เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และหากประกาศเขตภัยพิบัติ จะสามารถใช้งบฉุกเฉิน 9 จังหวัด รวมกับทุกกระทรวง 1,020 ล้านบาท จะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ทั้งต้นตอและปลายทางคือสุขภาพของประชาชน

ปชน.ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง จี้ จุลพันธ์ สางปมตึกสกายไนน์-บอร์ดประกันสังคม

ปชน.ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง จี้ จุลพันธ์ สางปมตึกสกายไนน์-บอร์ดประกันสังคม

ปชน.ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง จี้ จุลพันธ์ สางปมตึกสกายไนน์-บอร์ดประกันสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.13 น.

“ไอซ์ รักชนก”นำทีมส่ง 4 ข้อเรียกร้อง จี้”รมว.แรงงาน”คนใหม่ ทำเร่งด่วน รับกังวลมาก”รมต.”โยงเอี่ยวตึก”สกายไนน์”จะเข้ามาแทรกแซงคดี ขอให้เวลา”จุลพันธ์”เริ่มเดินงานหวังตรงไปตรงมา กำจัดสิ่งโสโครกออกไป

2 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายเซีย จำปาทอง , น.ส.ธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่

โดย น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขณะนี้การตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เราได้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรมว.แรงงาน คนใหม่ พวกเราในฐานะ สส.พรรคประชาชน ที่ได้ติดตามเรื่องของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องประกันสังคมมาโดยตลอด จึงมาแถลงจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีคนใหม่ 4 ข้อเรียกร้อง เป็นงานเร่งด่วนที่รัฐมนตรีคนใหม่ต้องเข้ามาทำอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ น.ส.ธนพร กล่าวในรายละเอียดว่า ข้อเรียกร้องที่ 1.การประกาศใช้ประกันสังคมสูตร Care ทุกอย่างพร้อมแล้วแค่รอเข้า ครม.ที่จะประกาศใช้ อยากจะฝากรัฐมนตรีสูตร Care ที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 ซึ่งตอนนี้มี 570,000 คน ที่รอความหวังในภาวะวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน น้ำท่วม ที่มีปัญหาในการใช้จ่ายชีวิตประจำวันไม่ควรที่จะยื้อออกไปได้แล้ว การประชุม ครม.ในวันอังคารนัดหน้า ขอให้นำสูตร Care เข้าไป เพื่อรับทราบและประกาศใช้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน ถ้ารัฐมนตรีเพิกเฉย เราก็จะคอยติดตามต่อไป

ขณะที่ นายเซีย กล่าวว่า 2.การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ผ่านมา บอร์ดมีอายุแค่ 2 ปี หมดวาระเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เราพยายามตั้งคำถามเมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ขอให้นายจุลพันธ์ ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่โดยเร็ว อย่ายื้อเวลาไปนาน

ส่วน นายสหัสวัต กล่าวว่า 3.ระบบปัญหาไอทีของประกันสังคม ซึ่งเกิดปัญหาจากเว็บแอป 850 ล้าน ตอนนี้มีผู้ประกันตนจำนวนมากสะท้อนเสียงมาว่า เงินในแอปที่ส่งไปหายบ้าง หรือขอเงินว่างงานแล้วไม่ได้ ติดขัดในการจ่ายเงินประกันสังคม ยื่นขอเงินสงเคราะห์บุตรไม่ได้ ทั้งหมดเกิดจากระบบไอทีที่มีปัญหา เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะต้องไปแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด สำหรับคนที่ตกงาน ว่างงาน อาจส่งผลต่อการมีชีวิต การได้ล่าช้าอาจทำให้คนๆหนึ่งไม่มีเงินจะกินข้าวในเดือนนั้นเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก

นายสหัสวัติ กล่าวต่อว่า และ 4.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องหรือตึกสกายไนน์ รัฐมนตรีก่อนหน้านี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ก็ไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้มีกระบวนการสอบสวนไปแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในตอนนั้น ว่าเป็นการเร่งรีบผิดปกติ หลังจากตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน แต่ก็มีคณะกรรมการลาออกบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจที่เตะถ่วงกระบวนการสอบสวนของเรื่องนี้ และนายจุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ มีอำนาจรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง อยากให้จริงจังในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องตึกสกายไนน์ เพราะเป็นเงินนผู้ประกันตนและเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศอยากทราบข้อเท็จจริง ว่าใครที่กินเงินส่วนต่างเหล่านี้ไป

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ทั้ง 4 ข้อเรียกร้องนี้ ตนคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายจุลพันธ์ จะสามารถทำได้ดีกว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีตรมว.แรงงาน ที่ใช้เวลาเกือบ 4 เดือนไปอย่างสูญเปล่า สะท้อนให้เห็นไร้ความสามารถไร้สติปัญญาของรัฐมนตรีคนเก่า ก็หวังว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะไม่ทำผิดแบบเดิม ทั้งนี้ ต้องให้โอกาสนายจุลพันธ์ ได้รักษาสัญญาก่อน ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พูดไว้ในบางเวทีอย่างชัดเจนว่า สนับสนุนระเบียบเลือกตั้งเก่า เห็นความผิดระเบียบในกระบวนการที่เกิดขึ้น ตนก็อยากจะขอร้องผู้ประกันตน เราต้องให้โอกาสนายจุลพันธ์ได้ทำงานก่อน แต่ถ้าเห็นว่า ไม่อยู่กับร่องกับรอยไม่เห็นความคืบหน้า ก็จะว่ากันอีกที และนายจุลพันธ์เองก็อยากทำงาน และแสดงผลงานเช่นเดียวกัน ก็หวังว่าจะได้เห็นความคืบหน้า

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับตึกสกายไนน์เป็นถึงรัฐมนตรี จะเข้ามาแทรกแซง น.ส.รักชนก กล่าวว่า ยอมรับว่ากังวลมากๆ ต้องยอมรับว่า เป็นบ้านใหญ่และเป็นกำลังสำคัญของพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็หวังว่านายจุลพันธ์ จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา และพวกเราและผู้ประกันตนก็จะเป็นหลังพิงให้ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าอยากจะใช้โอกาสนี้ในการกำจัดสิ่งโสโครกที่ติดอยู่ภายในกระทรวงแรงงานหรือประกันสังคม

“อยากขอให้เริ่มจากข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีตึกสกายไนน์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังนั่งมีอำนาจอยู่ในกระทรวงแรงงาน และได้ดิบได้ดี ก็อาจจะใช้โอกาสนี้ในการปัดกวาดเช็ดถูกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสังคม ขอให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมากับข้าราชการเหล่านี้ถึง แม้จะดูรุนแรง แต่เชื่อว่าจะได้คะแนนและการสนับสนุนจากผู้ประกันตน และพวกเราอย่างแน่นอน” น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อถามว่า จะได้มีโอกาสไปพบนายจุลพันธ์ เพื่อยื่นข้อเสนอโดยตรงหรือไม่ นายสหัสวัต กล่าวว่า เราจะให้โอกาสรัฐบาลแถลงนโยบายก่อน เรื่องที่เราพูดในวันนี้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล และนายจุลพันธ์ออกมารับปากต่อสังคม ก็ต้องให้ทำงานก่อน แต่ถ้าไม่อยู่ในคำแถลงนโยบาย และไม่ออกมารับปาก ก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะไปกระทรวงแรงงาน เพื่อขอพบยื่นข้อเสนอให้รัฐมนตรี และเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยาก ถ้ารัฐมนตรีมีความตั้งใจ แม้แต่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ก็สามารถออกมาพูดได้ หลังจากรับตำแหน่ง ว่าจะทำเรื่องนี้แน่นอน

ราชกิจจาฯ ประกาศ อัตราผลประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ที่ 2.97% -ม.40 ที่ 3.58% ต่อปี

ราชกิจจาฯ ประกาศ อัตราผลประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ที่ 2.97% -ม.40 ที่ 3.58% ต่อปี

ราชกิจจาฯ ประกาศ อัตราผลประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ที่ 2.97% -ม.40 ที่ 3.58% ต่อปี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.09 น.

วันที่ 1 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานประกันสังคมเรื่อง กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ และวิธีในการคำนวณจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ประกันตน ที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 (2) แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ.2550 เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

2 เงินสมทบ หมายถึง เงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ

3 การคำนวณจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้มีสิทธิ ให้คำนวณจ่ายถึงวันที่มีสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 7 แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ.2550

ข้อ 4 ผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ ให้คำนวณจ่ายในอัตราร้อยละ 2.97 ต่อปี ของเงินสมทบและผลประโยชน์ตอบแทนสะสมรวมกัน

ข้อ 5 อัตราผลประโยชน์ตอบแทนตามข้อ 4 ให้ใช้ในการคำนวณจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ จนกว่าสำนักงานประกันสังคมจะออกประกาศเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประจำปี พ.ศ.2568 โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ ประจำปี พ.ศ.2568 ในการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 และมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน

ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ.2561 เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 เงินสมทบ หมายถึง เงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ ที่คิดจากอัตราเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนเดือนละ 50 บาท ตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง และเงินสมทบเพิ่มเติม ตามมาตรา 19 วรรคสอง หรือคิดจากอัตราเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนเดือนละ 150 บาท ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง และเงินสมทบเพิ่มเติมตามมาตรา 20 วรรคสอง

ข้อ 3 ผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพ ประจำปี พ.ศ.2568 ให้คำนวณจ่าย ในอัตราร้อยละ 3.58 ต่อปี ของเงินสมทบและผลประโยชน์ตอบแทนสะสมรวมกัน

ข้อ 4 อัตราผลประโยชน์ตอบแทนตามข้อ 3 ให้ใช้บังคับสำหรับการคำนวณจ่าย ผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพในปีต่อไปด้วย จนกว่าสำนักงานประกันสังคมจะออกประกาศ เปลี่ยนแปลง

เลวครับ! นายกฯซัดเดือด หลังมีขบวนการลักลอบขนน้ำมันขายให้กัมพูชา

เลวครับ! นายกฯซัดเดือด หลังมีขบวนการลักลอบขนน้ำมันขายให้กัมพูชา

เลวครับ! นายกฯซัดเดือด หลังมีขบวนการลักลอบขนน้ำมันขายให้กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

”อนุทิน“ซัดเดือด “เลว” พยักหน้ารับ “ขายชาติ” ขบวนการลักน้ำมันขายเขมร สั่งสนธิกำลัง ตำรวจ-ทหาร-ปปง. เร่งล่าจับกุม-ปราบปราม เบื้องต้นพบทำเป็นรูป“บริษัท” บ่ายนี้ รมว.ยธ. จ่อเข้ารายงานความคืบหน้า

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชาได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ตอนนี้เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และ ลักลอบน้ำมันออกไปขาย 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีอยู่บ้าง แต่ไม่เยอะ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงก็ดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดีและจะดำเนินคดี กับบุคคลเหล่านี้ที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติ 

ส่วนรู้ตัวคนที่อยู่เบื้องหลังขบวน การลักลอบขายน้ำมันส่งประเทศกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการจับกุม ปราบปราม และดำเนินคดี 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าพอจะเปิดเผยได้หรือไม่ว่าตัวการใหญ่เป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นรูปแบบบริษัท ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะเข้ามารายงานให้รับทราบ โดยเราได้สนธิกำลังทั้งตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และทหาร 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชา ถือเป็นข้อหาที่หนักหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่า “ก็เลวครับ” 

ส่วนที่ถามย้ำว่าการกระทำดังกล่าวจะเรียกว่าเป็น“การขายชาติ”หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้ารับ 

ส่วนปริมาณน้ำมันที่ลักลอบนำไปขายมีปริมาณมากหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอดูในรายละเอียดก่อน เพราะตัวเลขปริมาณน้ำมันในแต่ละพื้นที่จะต้องนำมาปรับและตรวจสอบให้ถูกต้อง ยืนยันว่า ก่อนจะดำเนินการใดๆ ก็ต้องมีการตรวจสอบปรับตัวเลขไม่ใช่ฟังจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อไม่ให้การตัดสินใจนั้นผิดพลาด ซึ่งเราอ้างอิงตัวเลขจากหน่วยงานต่างๆ และต้องทำให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้ โดยนายกรัฐมนตรีขอว่าอย่าพึ่งถามลงในรายละเอียด

มื้อเที่ยง หนู-เชน ชื่นมื่น อนุทิน บอกไม่ใช่คนไกล พร้อมเคลียร์ใจเรื่องอดีต

มื้อเที่ยง หนู-เชน ชื่นมื่น อนุทิน บอกไม่ใช่คนไกล พร้อมเคลียร์ใจเรื่องอดีต

มื้อเที่ยง หนู-เชน ชื่นมื่น อนุทิน บอกไม่ใช่คนไกล พร้อมเคลียร์ใจเรื่องอดีต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

มื้อเที่ยง”หนู-เชน”ชื่นมื่น เสิร์ฟขนมผักกาด-ลูกชิ้นศรีย่าน “อนุทิน”บอกไม่ใช่คนไกล คุ้นกันตั้งแต่ช่วยงานช่วงโควิด โวทำงานร่วมกันซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ชี้วงหารือชื่นมื่นเคลียร์ใจไปถึงเรื่องอดีต “ยศชนัน”บอกเวลานี้ต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง ยังไม่ใช่เวลาการเมือง รับเศรษฐีเงินล้านไปยาก เหตุต้องเคารพพรรคแกนนำ

2 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 12.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้นัดกันมาหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน ได้พูดกันหลายเรื่องและทั้งพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยเคยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อถามว่า ในการพูดคุยได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และนายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ มีความคุ้นเคยกันมาก่อน สมัยตนเป็น รมว.สาธารณสุข สู้กับโควิด ก็ได้นายยศชนัน มาให้คำแนะนำหลายอย่างจึงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า นโยบายไหนจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหลังเข้าทำหน้าที่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกเรื่อง นโยบายของแต่ละพรรคเป็นเรื่องที่เราต้องทำด้วยกัน เมื่อถามว่า บรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน หันไปอมยิ้มให้กับนายจุลพันธ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่นายจุลพันธ์ และนายยศชนัน จะพร้อมใจกันยิ้ม จากนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ยืนไหล่ชนไหล่กันอย่างนี้แล้ว”

เมื่อถามว่า การทำงานหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ยึดถือความเป็นพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกัน และพูดไปถึงขนาดว่าก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงาน เพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ แต่จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มี เพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง นายยศชนัน นายจุลพันธ์ หรือใครก็ตามที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยสามารถมาคุยกับตนได้ตลอด เราไม่ได้เจอกันเฉพาะตอนประชุมคณะรัฐมนตรี ตนบอกนายยศชนันว่ามีอะไร ไม่ต้องไลน์ให้โทรศัพท์มา หรือมาหากันเลย จะมาหาหรือให้ตนไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย

เมื่อถามว่า นายยศชนันจะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ครับ คุมกระทรวงทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแล และยังมีหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่จะชวนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างทานอาหารได้แจ้งนายยศชนัน ว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้งแรงงาน เกษตรและสหกรณ์ และ อว.ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง 4 ปี นายอนุทิน หัวเราะไม่ตอบคำถาม เช่นเดียวกับนายยศชนัน ที่หัวเราะแล้วกล่าวว่า “เราต้องซัพพอร์ตกัน ผมว่ารัฐบาลต้องการเสถียรภาพ ตอนนี้ประชาชนสำคัญมาก และเสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุน ฉะนั้น ตอนนี้เราต้องร่วมกันรักษาเสถียรภาพไว้ให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้”

ด้าน นายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะวิกฤตมีหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้ บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เพราะความเดือดร้อนเมื่อรัฐบาลพร้อมทำงานเมื่อไหร่วันแรกต้องพร้อมทำงานทันที จึงอยากหารือแนวทางให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าวันนี้เมื่อเข้ามาทำงานทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้ และเป็นไปในแนวทางที่แถลงต่อรัฐสภา เพราะสิ่งที่แถลงเป็นมติของทุกคนที่พร้อมทำงานไปข้างหน้าให้บ้านเมืองและประชาชน โดยนายอนุทิน ได้ชวนคุยทิศทางและแนวทาง เพื่อให้เวลาที่เราสื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้ง แล้วมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน

เมื่อถามว่า จากการพูดคุยวันนี้เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นายยศชนัน ตอบว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”

นายยศชนัน กล่าวว่า เราต้องแยกการเมืองกับการบริหารบ้านเมือง เพราะตอนนี้ความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก พอเรารับจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไปเพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมา เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ฉะนั้น เวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล นี้คือภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ ฉะนั้น เวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล เรามีหน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ตรงนี้เป็นสิ่งที่คุยกับนายอนุทิน ว่าเราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้

เมื่อถามว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน จะดำเนินการหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นรายละเอียดเกินไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เราหาเสียงไว้ แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามคำแถลงนโยบายที่แถลงต่อสภาฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ เป็นพรรคร่วมรัฐบาล จึงต้องเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ถึงการยกเลิก MOU 44 นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องหารือในองค์รวม เพราะเป็นเรื่องเปาะบางสำหรับประชาชน ด้าน นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบายที่เราจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ ก็ต้องหารือกัน ถ้าเรามาอยู่ในรัฐบาลร่วมกันแล้วนโยบายของพรรคร่วมเราก็ต้องนำมาปฏิบัติด้วย

เมื่อถามว่า สำหรับวันแถลงนโยบายประสานไปทางประธานรัฐสภาฯ แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประสานเบื่องต้นไปแล้ว โดยจะมีขึ้นก่อนสงกรานต์ เมื่อเราถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 6 เม.ย.แล้ว จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลก่อนส่งต่อไปยังสถาฯ

ปกรณ์ เผยรอ ครม.ชุดใหม่ เคาะลดภาษีนํ้ามัน 1 บาท ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.

ปกรณ์ เผยรอ ครม.ชุดใหม่ เคาะลดภาษีนํ้ามัน 1 บาท ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.

ปกรณ์ เผยรอ ครม.ชุดใหม่ เคาะลดภาษีนํ้ามัน 1 บาท ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

ปกรณ์ เผยรอ ครม.ชุดใหม่ เคาะลดภาษีนํ้ามัน 1 บาท ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช. 

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน 1 บาทว่า ยังไม่ได้ทำโครงรายละเอียด เพราะกระทรวงการคลังเสนอมาในหลักการว่าจะทำอะไรบ้าง ซึ่งเขาต้องไปทำคำขอและรายละเอียดเสนอมาอีกที แต่หากต้องไปขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเป็นเรื่องการใช้งบกลาง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าน่าจะรอให้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ เพราะอีกไม่กี่วัน 

เมื่อถามว่า ได้เห็นร่างคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลแล้วหรือยัง นายปกรณ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าทางพรรคทำไว้แล้ว แต่ได้ให้แนวทางไปในส่วนการพัฒนากฎหมาย และการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งพรรคคงจะไปปรับข้อความต่างๆ โดยตนจะใช้วิสัยทัศน์เดิมจากที่เคยทำงานในคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการทำงาน และการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยเก่ง หากไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมืองตนตอบได้ ถ้าเป็นเรื่องทางกฎหมายตนอธิบายได้  แต่หากถามว่าใครไปทะเลาะกับใครตนคงไม่ทราบ ส่วนแนวทางการทำงาน ตนยังคิดไม่ออก เพราะไม่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน ทำตัวไม่ถูก 

วิปวุฒิฯยอมหั่นค่าอาหาร สภาฯจ่ายก่อน แล้วหักจากเงินเดือนคนละหมื่น

วิปวุฒิฯยอมหั่นค่าอาหาร สภาฯจ่ายก่อน แล้วหักจากเงินเดือนคนละหมื่น

วิปวุฒิฯยอมหั่นค่าอาหาร สภาฯจ่ายก่อน แล้วหักจากเงินเดือนคนละหมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

“วิปวุฒิสภา”เคาะมติให้สำนักงานเลขาฯ จัดอาหารให้สมาชิกในวันประชุม แต่”สว.”ควักเงินจ่ายเองคนละ 1 หมื่นบาท

2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการพิจารณาเรื่องสำคัญๆ อาทิ ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา วันที่ 7 เมษายน 2569 การเตรียมการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญฯ ในวันที่ 9 – 10 เมษายน 2569 และการเตรียมการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรม ทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 ราย

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงระเบียบวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขอปรึกษาหารือของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ สว.ได้มีโอกาสปรึกษาหารือได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง สำหรับการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ซึ่งมี สว.อภิปรายแสดงความคิดเห็น ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการนั้นในการนำประเด็นข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมใส่ไว้ในรายงานหรือไม่ ก่อนส่งไปยังคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการจัดอาหารกลางวันให้แก่ สว.ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดอาหารกลางวันให้สำหรับในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 พ.ศ.2569 โดย สว.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหารเอง คนละ 10,000 บาท โดยอาจหักจากเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มของ สว.

นิศามาศ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคส้ม ยอมรับใช้ IO เพื่อนบ้านปั๊มยอดเพจ

นิศามาศ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคส้ม ยอมรับใช้ IO เพื่อนบ้านปั๊มยอดเพจ

นิศามาศ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคส้ม ยอมรับใช้ IO เพื่อนบ้านปั๊มยอดเพจ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.34 น.

นิศามาศ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคส้ม ยอมรับใช้ IO เพื่อนบ้านปั๊มยอดเพจ หลังเจอเพจดังแฉ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2569 จากกรณีโลกโซเชียลมีการวิจารณ์กรณีเฟซบุ๊ก ดร.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จากพรรคประชาชน มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) โดยใช้เฟซบุ๊กแอคเคานท์จากเวียดนาม โดยเพจเฟซบุ๊ก ‘จักรวาลด้อมส้ม’ โพสต์ข้อความระบุว่า “ทุกคนคะ เพจผู้สมัครนายกพัทยาพรรคส้มมีผู้ติดตาม 52K มากกว่า 90% เป็นแอคเคานท์เวียดนาม ตัวผู้สมัครไม่สงสัย ไม่เอ๊ะ บ้างหรือคะ หรือจริงๆ แล้วซื้อผู้ติดตามเพจเพื่อสร้างภาพ ช่วยชี้แจงด้วยค่ะ”

จากนั้นเพจเฟซบุ๊ก “จักรวาลด้อมส้ม” ได้โพสต์ข้อความ เพิ่มเติมระบุว่า “ทุกคนคะ พี่เอิง ผู้สมัครนายกพัทยาพรรคส้ม ยอมรับว่าทีมงานใช้ไอโอเวียดนามจริง หลังถูกเพจ ความจริงชลบุรี-พัทยา จับได้

พี่เอิงได้สั่งยุติทั้งหมดและจะปรับปรุงแก้ไข ต้องขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เอาแล้ว พอแล้วค่าาาาา”

ทั้งนี้ก่อนหน้า ดร.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กยอมรับเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า “จากกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผู้ติดตามในโซเชียลของเอิง

เอิงขอชี้แจงว่าที่ผ่านมาทีมงานได้มีการใช้เครื่องมือด้านการสื่อสารออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามในบางช่วงเวลา เอิงขอยอมรับว่า แนวทางดังกล่าวไม่เหมาะสมและอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน แม้จะเป็นการดำเนินงานของทีมงาน แต่เอิงในฐานะผู้ดูแลบัญชี ขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ขณะนี้ได้สั่งยุติทั้งหมดและกำลังดำเนินการปรับปรุงบัญชีให้สะท้อนผู้ติดตามที่แท้จริง

จากนี้ไป เอิงจะมุ่งเน้นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พัทยา อย่างเต็มที่

ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ”

สภาฯ คึกคัก! 39 สส.เข้าคิวสะท้อนปัญหาชาวบ้าน

สภาฯ คึกคัก! 39 สส.เข้าคิวสะท้อนปัญหาชาวบ้าน

สภาฯ คึกคัก! 39 สส.เข้าคิวสะท้อนปัญหาชาวบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.27 น.

2 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า การประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.โดย นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เปิดให้ สส.หารือถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุมตามปกติ

โดยในวันนี้ มี สส.ลงชื่อนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนทั้งสิ้น 39 คน แบ่งเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 15 คน , พรรคประชาชน 9 คน , พรรคเพื่อไทย 6 คน , พรรคกล้าธรรม 5 คน , พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน , พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคทางเลือกใหม่ 1 คน