‘ท่องเที่ยวฯ DPU’จับมือกูรูธุรกิจอาหาร ถ่ายทอดเคล็ดลับ ‘รอดให้ได้ รวยให้เป็น’

‘ท่องเที่ยวฯ DPU’จับมือกูรูธุรกิจอาหาร ถ่ายทอดเคล็ดลับ ‘รอดให้ได้ รวยให้เป็น’

‘ท่องเที่ยวฯ DPU’จับมือกูรูธุรกิจอาหาร ถ่ายทอดเคล็ดลับ ‘รอดให้ได้ รวยให้เป็น’

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “DPU Talk : กลยุทธ์รอด อยู่ให้ได้ รวยให้เป็น!” เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ เน้นย้ำความสำคัญของการรู้เป้าหมายลูกค้า คุณภาพรสชาติและความอร่อยยังคงเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกเข้าใช้บริการร้านอาหาร โดยเชิญกูรูในวงการอาหารมาร่วมแชร์ประสบการณ์ พร้อมสอนเทคนิคการถ่ายภาพอาหารเพื่อการรีวิว จากช่างภาพมืออาชีพ ณ Makerspace มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

อาจารย์ธีราพัทธ์ ชมชื่นจิตต์สิน หัวหน้าหลักสูตรสาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นการบริการวิชาการในรูปแบบใหม่ของคณะ ซึ่งมุ่งหวังให้เป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือต่อยอดในธุรกิจ โดยกิจกรรมครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ “ภาคเช้า” เป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจอาหาร และ “ภาคบ่าย” จัด Workshop สอนถ่ายภาพอาหารเพื่อการรีวิว โดย คุณวัฒน์-จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร ช่างภาพมืออาชีพ

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคการสื่อสารทางการตลาดที่สำคัญในยุคโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะนักศึกษา สาขาการประกอบอาหาร ชั้นปีที่ 1 จะได้ประสบการณ์จริงจากการพบปะผู้เชี่ยวชาญและเชฟตัวจริง ซึ่งกิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับรายวิชาที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอาหาร ที่มีการปรับหลักสูตรใหม่ เพื่อเน้นการสร้างทักษะและความรู้พื้นฐานให้แน่นขึ้น

“พร้อมเพิ่มรายวิชาที่สอดคล้องกับแนวโน้มปัจจุบันและอนาคต อาทิ SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 2   ที่เกี่ยวกับยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีรายวิชาที่เกี่ยวกับการจัดงานอีเว้นท์ โภชนาการและศิลปะ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในการสร้างสรรค์เมนู การตลาด และการออกแบบอินโฟกราฟิก” อาจารย์ธีราพัทธ์ กล่าว

นายพุฒิเมธ พิทักษ์ชาติวงศ์ หรือ คุณพิท จาก Kit D Studio ที่ปรึกษาด้านธุรกิจอาหาร ได้เผยแนวโน้มธุรกิจร้านอาหารปี 2568 ว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตในตลาด พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางรายที่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังปรากฏว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการแต่ละรายมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในมุมมองที่แตกต่างกัน

“แม้จำนวนผู้ประกอบการธุรกิจอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายได้อย่างชัดเจน กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง และระบุตำแหน่งทางการตลาดของตนเองได้อย่างแม่นยำ โอกาสในการประสบความสำเร็จและมียอดขายที่ดียังคงเป็นไปได้” นายพุฒิเมธ กล่าว

นายพุฒิเมธ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ “8 เทรนด์อาหารที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน” ประกอบด้วย 1.อาหารทะเล-น้ำจืดใหม่ เช่น ไข่ผำ,สาหร่าย สไปรูลิน่า ที่กลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดยอดนิยม  2.อาหารที่เข้าใจง่าย เช่น มีเมนูเดียวโดดเด่น 3.อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ยาวนานกว่า 10 ปี ครอบคลุมทุกวัย 4.อาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น มีการรับรอง GI (Geographical Indication หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) Local สร้างมูลค่าเพิ่มและประสบการณ์ใหม่ 5.อาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ที่ใช้ระบบ QR Code ตรวจสอบแหล่งที่มาจากฟาร์มได้

6.ร้านเฉพาะทาง (Specialty) เช่น คาเฟ่ช็อกโกแลต ร้านเครื่องดื่มเฉพาะที่กำลังเติบโต 7.อาหารไทย กำลังเป็นที่นิยม มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 8. มัทฉะ ที่ได้รับอิทธิพลความนิยมจากเซเลบริตี้ ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบพุ่งสูง ทั้งนี้ จากผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่าง 800 คน (ข้อมูลจาก Baramizi Lab) พบปัจจัยเลือกร้านอาหาร 3 อันดับแรก คือ รสชาติ-ความอร่อย ร้อยละ 60.12 ความสะอาด-ปลอดภัย ร้อยละ 58.75 และราคา-ความคุ้มค่า ร้อยละ 55.38

ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจ้องปรับตัวคือต้องรู้ว่าขายใคร หลีกเลี่ยงการขายทุกคน และปรับกลยุทธ์ตามกลุ่มอายุ โดย กลุ่ม Baby Boomer ชอบสไตล์ครอบครัว Gen X พึ่งรีวิว Gen Y หา Work-life Balance และ Gen Z โฟกัสความสวยงามของอาหาร นอกจากนี้ ความท้าทายใหญ่ของธุรกิจ คือ การรักษายอดขาย ซึ่งต้องรักษาลูกค้าเดิม 60-70% และหาลูกค้าใหม่ 30% พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และปรับตัวให้ทันกระแส เพราะผู้บริโภคไทยชอบทดลองร้านใหม่ การแข่งขันจึงรุนแรงกว่าเดิม”นายพุฒิเมธ กล่าวในตอนท้าย

ในช่วงเสวนา ประกอบด้วย คุณพิท-พุฒิเมธ พิทักษ์ชาติวงศ์ Kit D Studio , คุณต่าย-ฉัตรวิมล ติยะชัยพานิช เจ้าของร้าน WABI’s ถนนทรงวาด, คุณฝน-วรินท์น่า นิธิสำราญรัตน จาก บริษัท อบอุ่น เคเทอริ่ง , เชฟเสาวกิจ ปรีเปรม นายกสมาพันธ์เชฟประเทศไทย โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหารได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

โดยตัวแทนจากร้าน WABI’s ได้เผยกลยุทธ์สำคัญ คือ การติดตามเทรนด์ขนมต่างประเทศในแถบเอเชียที่มีรสชาติใกล้เคียงกับผู้บริโภคไทย แล้วนำมาปรับสูตรขายเป็นรายแรก ซึ่งการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทำให้ลูกค้ารู้สึกทันสมัยและแปลกใหม่ ส่งผลให้เกิดกระแสนิยม สำหรับธุรกิจบริการจัดเลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างไม่มีเงื่อนไข และการผลิตจากครัวกลางเพื่อควบคุมรสชาติให้คงที่ ในขณะที่ปัญหาหลักของผู้ประกอบการร้านอาหารในปีนี้ คือ เรื่องต้นทุนและยอดขาย

หลายร้านมียอดขายดีแต่ไม่เหลือกำไร เนื่องจากไม่มีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ไม่คำนวณต้นทุนอาหาร และไม่มีการปรับปรุงราคาให้เหมาะสม นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นร้านที่ขายรสชาติเดิมมานานอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน เพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายกลุ่มเป้าหมายได้

สำหรับการปรับตัวในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายแนะนำให้ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารปรับโครงสร้างพนักงานโดยใช้พนักงานประจำในตำแหน่งหลักเพียงไม่กี่คน และเพิ่มพนักงานพาร์ทไทม์ในวันที่มีลูกค้าจำนวนมาก รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่านบริการเดลิเวอรี่ การกำหนดราคาสินค้าที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม การสำรวจตลาดเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การจัดทำระบบปฏิบัติการมาตรฐาน และการวางแผนงบประมาณระยะสั้นและระยะยาวพร้อมผลิตภัณฑ์สำรองเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ

ด้าน นายธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หรือ ต่อ เพนกวิน เจ้าของร้านอาหาร Penguin Eat Shabu บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ “การสร้างกลยุทธ์การทำร้านอาหารให้รอด ในยุคเศรษฐกิจแย่” โดยเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารยุคหลังโควิด-19 ต้องตีลังกาความคิด จากเพียงแค่ทำอาหารอร่อยสู่การเป็นนักธุรกิจอาหาร ที่เข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง เพราะความรู้และแนวทางแบบเก่าที่เคยใช้ได้ดีล้าสมัยไปแล้ว

โดยปัจจุบันโลกธุรกิจร้านอาหารมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความอร่อยจึงไม่ใช่จุดขายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เนื่องจากความอร่อยและบริการที่ดีเป็นเพียง Point of Parity หรือคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ศาสตร์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นการบัญชี, การตลาด, การสร้างแบรนด์, โลจิสติกส์ เพื่อเป็น “ผู้ประกอบการธุรกิจที่ครบเครื่อง” อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงในขณะที่มีโอกาสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

“สำหรับ SME ไทยที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องตีลังกาแบบทันทีทันใด แต่สามารถทำได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product) หรือสายผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Line) ที่สะท้อนโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่ทิศทางที่ต้องการ นอกจากนี้ การวางตำแหน่งแบรนด์ (Positioning) ก็มีความสำคัญมาก หากเป็นแบรนด์ระดับบนที่ต้องการจับตลาดล่าง การออก “Fighting Brand” ใหม่ภายใต้ชื่ออื่นจะง่ายกว่า ทั้งหมดนี้ คือ หัวใจสำคัญในการเอาชนะคู่แข่งที่ใหญ่กว่าและอยู่รอดในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว” นายธนพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย  

                                                                   มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

กองทุน ป.ป.ช.ยกระดับละครเยาวชนต้านโกงเป็นภาษาจีนครั้งแรก ส่งฉายโชว์นานาชาติ

กองทุน ป.ป.ช.ยกระดับละครเยาวชนต้านโกงเป็นภาษาจีนครั้งแรก ส่งฉายโชว์นานาชาติ

กองทุน ป.ป.ช.ยกระดับละครเยาวชนต้านโกงเป็นภาษาจีนครั้งแรก ส่งฉายโชว์นานาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 00.02 น.

กองทุน ป.ป.ช.ยกระดับละครเยาวชนต้านโกงเป็นภาษาจีนครั้งแรก ส่งฉายโชว์นานาชาติ

ละครเป็นอีกสื่อซอฟต์พาวเวอร์ ที่ประเทศไทยมีนโยบายสนับสนุน กองทุน ป.ป.ช.ล้ำหน้าด้วยการเปิดตัวละครเยาวชนต้นทุจริตเป็นภาษาจีน ครั้งแรก โดยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เตรียมส่งเผยแพร่ไปประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และอีกหลายประเทศที่ใช้ภาษาจีนทั่วโลก

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ดำเนินการโดยบริษัท มหารวยเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด โดยการสนับสนุนจากกองทุน ป.ป.ช ร่วมกับทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ดำเนินการผลิตละครเยาวชนสร้างสรรค์สังคมที่ผ่านกระบวนการเวิร์คช้อปแบบให้นักศึกษาได้มีส่วมร่วมในการคิดบทละครที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาด้วยกันเอง และสื่อสารไปถึงเยาวชน และประชาชนทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล สร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันทุจริตคอรัปชันในระดับประเทศ และพัฒนาต่อยอดสู่ระดับสากลโดยผลิตเป็นละครที่พูดภาษาจีน ครั้งแรก เพื่อนำเสนอประเด็นต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งเป็นประเด็นสากล เตรียมส่งไปเผยแพร่ยังประเทศสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน และในอีกหลายประเทศที่ใช้ภาษาจีนทั่วโลก

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรรณ ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน กล่าวว่า “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ในปีที่ 3 ดำเนินการร่วมกับนักศึกษาใน 10 มหาวิทยาลัย เราตั้งใจให้เนื้อหาของละครสะท้อนปัญหาใกล้ตัวเยาวชน และเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับตัวเยาวชนโดยกระบวนการผลิตละครที่เยาวชนคิด เยาวชนร่วมผลิต สื่อตรงถึงเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน รวมถึงคนในครอบครัว คนรอบๆ ตัว และประชาชนทั่วประเทศที่รับชมละครผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล โครงการของเราเป็นการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านสื่อละคร ซึ่งแตกต่างจากละครที่เราเห็นๆ ทั่วไปคือ เป็นละครที่เยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยโครงการนี้จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับนักศึกษาในหลากหลายด้าน เช่น เรียนรู้พื้นฐานการแสดงกับครูนักแสดงมืออาชีพ, ฝึกความกล้าแสดงออก ,การฝึกสมาธิในการทำงาน, การพูดในที่สาธารณะ, การพัฒนาบุคลิกภาพ ,การสร้างตัวตนในแบบ influencer และหัวใจของการอบรมในครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องการต้านทุจริตคอรัปชัน เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน  พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชันที่เกิดขึ้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหา และออกมานำเสนอเพื่อคัดเลือกมาทำบทละครสั้น ดังนั้นบทละครจะได้แนวคิดการเดินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวนักศึกษาที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และในกระบวนการถ่ายทำ การแสดง นักศึกษายังได้มาร่วมแสดงกับดารานักแสดงมืออาชีพ ซึ่งละครเรื่อง”ต่างชาติต่างราคา”จากทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ นับเป็นพิเศษมากๆ เพราะเป็นครั้งแรก ที่จะได้รับชมละครเยาวชนต้านทุจริต ที่แสดงเป็นภาษาจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาษาสากล โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทีมผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านจีนศึกษา ดังนั้น เราจึงเปิดโอกาสให้

ทีมนักศึกษาได้ดึงศักยภาพจุดแข็งของมหาวิทยาลัย มานำเสนอละครต้านทุจริตที่เป็นภาษาจีนทั้งหมด เป็นเรื่องที่ท้าทายตัวนักศึกษาและทีมงานผลิตละครมืออาชีพทุกคน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะผลิตสื่อดีดีของเยาวชน ยกระดับให้เป็นอินเตอร์ จึงได้งานละครภาษาจีนที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเป็นอีกหนึ่งผลงานความภาคภูมิใจซอฟต์พาวเวอรละครไทยไปสู่นานาประเทศ โดยเริ่มจากประเทศที่ใช้ภาษาจีน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน , ใต้หวัน , ฮ่องกง เป็นต้น รวมถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนภาษาจีนทั่วโลกต่อไป”

แดนนี่ ลูเซียโน่ นักแสดงลูกครึ่งไทย-สวิสเซอร์แลนด์ ที่มีชื่อเสียงจากวัยแสบสาแหรกขาด ภาค 2 และละครพรชีวิต ช่อง 3 กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมโครงการการแสดงละครที่มีเพื่อนนักศึกษาเป็นผู้คิดบทและร่วมแสดง แถมยังต้องแสดงเป็นภาษาจีนอีกด้วย คนอาจจะมองว่าเป็นละครนักศึกษา แต่จริงๆ ทีมงานละครมืออาชีพทั้งหมด ผู้กำกับระดับครูอย่างครูต้อ มารุต สาโรวาท ประทับใจมากๆ กับการได้มาร่วมแสดงละครเรื่องนี้ เชื่อว่าผู้ชมทุกท่านจะได้รับความสนุกและประโยชน์จากการรับชมละครเรื่องนี้อย่างมากๆ นะครับ”

มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้มาร่วมงานกับทีมงานนี้เป็นปีที่ 3 เป็นการทำงานที่แปลก แตกต่างจากที่เคยทำมาตรงที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตละครตั้งแต่แรกเลย ทั้งเรียนการแสดง ช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อให้ได้บทละครที่จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน อันนี้ก็ท้าทายมากกับการทำบทละครแบบมืออาชีพ ความยากที่สุดของละครเรื่องนี้คือการทำละครเป็นภาษาจีน ครั้งแรกที่นักแสดงพูดจีน บท เพลงประกอบ ทุกอย่างเป็นภาษาจีน ผู้กำกับอย่างเราก็ต้องทำงานหนักเป็น 2-3 เท่า แต่บอกเลยว่า สนุก ท้าทาย เป็นมีความสุขที่ได้ทำละครดีดีมาต่อเนื่อง 3 ปี รู้ว่าเด็กๆ ได้ประโยชน์และเชื่อมั่นว่าผู้ที่ได้รับชมละครในโครงการนี้ก็จะได้ประโยชน์เช่นกันครับ”

ละครต้านทุจริตเรื่อง”ต่างชาติต่างราคา”ผลงานการผลิตละครสร้างสรรค์จากการมีส่วนร่วมของเยาวชน จากทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ผลิตเป็นละครเยาวชนต้านทุจริตภาษาจีน เป็นครั้งแรก โดยบอกเล่าเรื่องราวกลโกงการค้าที่มักจะมีการหลอกลวงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค นับว่าจะเป็นอีกหนึ่งในสื่อละครที่สามารถสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากๆ อย่างประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเยาวชนและผู้ชมทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นประเด็นสากล ที่เกิดขึ้นได้ทั่วโลก การนำเสนอเป็นภาษาจีนจึงสามารถสื่อสารการต้านทุจริตไปยังนานาชาติได้เป็นอย่างดี

ละครต้านทุจริตภาษาจีนเรื่อง”ต่างชาติต่างราคา”นอกจากนำแสดงโดยทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ยังร่วมแสดงโดย แดนนี่ ลูเซียโน่ ,ธีรตา สมใจประสงค์ ,บูชิตา บุตรสามาลี,ผศ.ดร.นริศ วศินานนท์ ผลงานการกำกับการแสดงโดย มารุต สาโรวาท

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด สร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชันผ่านการแสดงละครสั้น สนับสนุนนักศึกษาร่วมต่อต้านการทุจริตผ่านโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการ 10 มหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นักศึกษาจาก 10 มหาวิทยาลัย ผู้ที่เติบโตเป็น

อนาคตของชาติตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอรัปชัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการปัองกันและแก้ไขปัญหานี้ได้

เชิญรับชมละครภาษาจีนต้านทุจริต โดย ใน ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลา 16.30-17.00 น. ทาง  ททบ.5 และทางช่อง TikTok @youthml ร่วมถึงสื่อโซเซียลทุกช่องทาง

สพฐ.ผนึก มรภ.อุดรธานี อบรมศึกษานิเทศก์ พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาสู่สากล

สพฐ.ผนึก มรภ.อุดรธานี อบรมศึกษานิเทศก์ พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาสู่สากล

สพฐ.ผนึก มรภ.อุดรธานี อบรมศึกษานิเทศก์ พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาสู่สากล

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.34 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ ห้องประชุมไกรสุภา โรงแรมโคราชรีสอร์ท อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการศึกษานิเทศก์ ตามโครงการพัฒนาครูต้นแบบในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพศึกษานิเทศก์ในการ “พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาโดยพัฒนาครูให้มีศักยภาพสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21” ด้วยการร่วมพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไปสู่การสร้างผู้เรียนให้เป็นนวัตกร อันเป็นกิจกรรมสำคัญตามโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (1 อําเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ) ระดับประถมศึกษา ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีศึกษานิเทศก์เข้าร่วมอบรมจำนวน 105 คน จาก 35 เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

การอบรมครั้งนี้ นายดำเนิน เพียรค้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม โดยกล่าวว่า ศึกษานิเทศก์ผู้ที่มาร่วมรับผิดชอบโครงการนี้จะเป็นกําลังสําคัญในการร่วมขับเคลื่อนการดําเนินงานโปรดให้ความสนใจในสาระสําคัญและเทคนิคกระบวนการที่วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจะได้สร้างความตระหนักรู้ในความสําคัญของการพัฒนาครูตามโครงการนี้ ขอให้ศึกษานิเทศก์ให้ความร่วมมือเรียนรู้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการจนเกิดความเข้าใจในเทคนิคกระบวนการการเรียนรู้ด้วยการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps และฝึกลงมือทําจนมีทักษะอย่างเพียงพอที่จะไปมีส่วนร่วมผลักดันการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับห้องเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการพัฒนานวัตกรรมการสอนของครูให้ส่งผลถึงการสร้างนวัตกรรมของนักเรียน เน้นการเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Soft Power ให้เกิดผลจริงเป็นรูปธรรม จนมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นไปได้ที่จะเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการทำงานของครู และอะไรจะเป็นไปได้ที่จะเป็นนวัตกรรมของนักเรียนตามโครงการนี้ นั่นคือหากศึกษานิเทศก์สามารถนําความรู้และทักษะที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากิจกรรมการนิเทศอย่างต่อเนื่อง และกิจกรรมเหล่านั้นสามารถส่งผลให้ครูพัฒนาได้ตามเป้าหมายของโครงการฯ กิจกรรม การนิเทศเหล่านั้นก็จะเป็นผลงานสำคัญของศึกษานิเทศก์ได้เช่นกัน

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว)อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา บรรยายพิเศษว่า  หลักสูตรของประเทศไทยรวมถึงหลักสูตรทั่วโลกจะเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล และประเทศไทยก็มีการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาประเทศด้านการศึกษา ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ ก็ให้เน้นย้ำเรื่องของกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS  5  Steps เช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติคนไทยยังเข้าไม่ถึงกระบวนการนี้ การเรียนการสอนจึงเป็นการสอนไปตามรายวิชา ทำให้เด็กยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย ขณะที่ในชีวิตจริงของมนุษย์หรือคนทุกคนจะต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS  5  Steps จะเป็นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการและหลักการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำกระบวนการและหลักการไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ทุกวิถีชีวิต และพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งไม่มีวันลืม

ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญ คือ การพัฒนาหลักสูตร Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอนนำไปสู่การให้เด็กมีกระบวนการคิดขั้นสูง และท้ายที่สุดเด็กจะสามารถสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง หลังจากพัฒนาหลักสูตรสำเร็จแล้วจะเป็นการจัดอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำรูปแบบ Active Learning ไปใช้ในการปฏิบัติในชั้นเรียน จากนั้นจะเป็นการคัดเลือกครูต้นแบบเพื่อถอดบทเรียนการเรียนรู้และนำไปสู่การสร้างต้นแบบของการเรียนรู้และขยายผลต่อไป เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร.เอกราช กล่าวต่อไปว่า กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาครูต้นแบบในโครงการจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่สำคัญ คือ 1.ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นผู้นำแนวคิดในเรื่องของ Active Learning ไปใช้ในห้องเรียน  และอีกกลุ่มที่สำคัญมากคือ  ศึกษานิเทศก์ ซึ่งจะเป็นผู้นำกลไกเชิงกระบวนการและนโยบายต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นศึกษานิเทศก์จะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ไปเป็นวิธีปฏิบัติและเป็นโค้ชในการให้คำปรึกษา อำนวยการเรียนรู้ให้ครู นำเรื่องของ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Stepsไปใช้ในห้องเรียน เพื่อยกระดับผู้เรียนให้เป็นนวัตกรการเรียนรู้ได้ในที่สุด

‘ดร.มหานิยม’ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เตรียมสานต่องานเผยแพร่พระพุทธศาสนาสู่เยาวชนทั่วไทย

'ดร.มหานิยม'ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เตรียมสานต่องานเผยแพร่พระพุทธศาสนาสู่เยาวชนทั่วไทย

‘ดร.มหานิยม’ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เตรียมสานต่องานเผยแพร่พระพุทธศาสนาสู่เยาวชนทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.34 น.

‘ดร.มหานิยม’ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เตรียมสานต่องานเผยแพร่พระพุทธศาสนาสู่เยาวชนทั่วไทย

คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดประชุมใหญ่ประจำปีพิจารณาแผนงานสำคัญเพื่อผลักดันการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ดร.นิยม เวชกามา หรือ “ดร.มหานิยม” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับไม้ต่อเตรียมผลักดันเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา

คณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดการปราชุมประจำปี ครั้งที่ 2/2568 โดยมีพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์  เป็นประธาน โดยมี ดร.นิยม เวชกามา หรือ “ดร.มหานิยม” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมพร้อมด้วยผู้แทนภาคส่วนต่างๆ เช่น ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ , ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ,ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ และพระเถระผู้ใหญ่ในคณะกรรมการฯ เป็นต้น

โดยที่ประชุมได้พิจารณาโครงการต่างๆ ที่คณะกรรมการได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น โครงการอบรมด้าน AI และการผลิตสื่อดิจิตัล ให้กับแกนนำพระภิกษุสงฆ์ซึ่งได้รับความสนใจและสำเร็จด้วยดี โดยจะมีการทำเป็นหนังสือคู่มือเพื่อเผยแพร่ต่อไป โดยท่านพระพรหมบัณฑิต ประธานในที่ประชุมได้กล่าวชื่นชมและฝากนำเสนอให้กลุ่มเด็กเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อไป โดย ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีแนวคิดที่จะไปสานต่อทำโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนทั่วประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยเผยแพร่หลักธรรม คำสั่งสอนดีดีในพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงเด็กเยาวชน ส่งต่อไปยังครอบครัว และประชาชนทั่วประเทศผ่านการใช้สื่อโซเซียลที่เด็กเยาวชนเก่งและถนัดอยู่แล้วต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาโครงการสืบสานงานพ่อต่อยอดทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมหารือการเตรียมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กรกฎาคมนี้ ที่หอประชุมพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สำหรับกิจกรรมตลอด 3 วัน มีทั้งพิธีทางศาสนาและการมอบรางวัลสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพุทธศาสนิกชนและองค์กรเอกชน รวม 9 ล้านบาท ในจำนวนนี้ท่านเจ้าคุณพระพรหมวชิระคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บริจาคค่าอาหารเตรียมงานและข้าวกล่องตลอดงานกว่า 4 ล้านบาท โดยมีกำหนดการสำคัญๆ ดังนี้

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568

นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ 10 รูปเจริญพุทธมนต์ ถวายผ้าไตรพระราชทาน และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ มอบโล่รางวัลโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข ต้นแบบระดับประเทศและจังหวัด พร้อมเกียรติบัตรแก่เครือข่าย

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568

พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานในพิธี มีการสวดมนต์ภาษากลุ่มชาติพันธุ์และภาษาอังกฤษ การเสวนาวิชาการเรื่องทุนเล่าเรียนหลวง โดยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มกุฏราชวิทยาลัย และสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง พร้อมมอบรางวัลจากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568

รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มอบรางวัลหมู่บ้านต้นแบบรักษาศีล 5 ระดับประเทศ ระดับภาค พระวิปัสสนาดีเด่น พระอาจารย์ด้านกรรมฐาน และรางวัลศิลปะพื้นถิ่น

เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานพิธีปิด โดยพระพรหมบัณฑิต แสดงปาฐกถาธรรม “การสืบสานงานพ่อ” จากนั้นผู้ร่วมงานเคลื่อนขบวนไปเวียนเทียนรอบองค์พระประธานพุทธมณฑล เป็นอันเสร็จพิธีในเวลา 16.00 น.

โครงการนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสืบสานพระราชปณิธาน “ทุนเล่าเรียนหลวง” ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสร้างความสามัคคีในหมู่พุทธบริษัททั่วประเทศ.

‘พตส.รุ่นที่14’ของ กกต. ร่วมแสดงความยินดี‘จำนง ศรีสงคราม’ประธานฯรุ่นสมัยที่2

‘พตส.รุ่นที่14’ของ กกต. ร่วมแสดงความยินดี‘จำนง ศรีสงคราม’ประธานฯรุ่นสมัยที่2

‘พตส.รุ่นที่14’ของ กกต. ร่วมแสดงความยินดี‘จำนง ศรีสงคราม’ประธานฯรุ่นสมัยที่2

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.18 น.

‘พตส.รุ่นที่14’ของ กกต. ร่วมแสดงความยินดี‘จำนง ศรีสงคราม’ประธานฯรุ่นสมัยที่2

28 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ครัวเรือนไทย แจ้งวัฒนะฯ กทม. วานนี้ (27มิถุนายน) ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานกมธ.พัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่นางจำนง ศรีสงคราม ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพตส.รุ่นที่14 ของ กกต. เลือกให้เป็น ประธานรุ่น พตส.14 สมัยที่ 2 พร้อมกันนี้

ในฐานะประธานกลุ่ม1เลือกตั้งโปร่งใส พตส.รุ่นที่14ของ กกต.ได้นำคณะร่วมอวยพรสุขสันต์วันเกิดให้กับสมาชิกฯด้วย

‘เลขาธิการ กกต.’รับโล่เกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2568

‘เลขาธิการ กกต.’รับโล่เกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2568

‘เลขาธิการ กกต.’รับโล่เกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2568

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.13 น.

‘เลขาธิการ กกต.’รับโล่เกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2568

28 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากหอประชุมใหญ่มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิ การสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เข้ารับโล่เกียรติยศในฐานะ “ศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์” ประจำปี 2568 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนามหา วิทยาลัย ครบรอบปีที่ 91

การมอบโล่เกียรติยศ “ศิษย์เก่าดีเด่น”เป็นไปตามมติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ได้พิจารณาคัดเลือกศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จดีเด่น และสร้างชื่อเสียง คุณประโยชน์ ให้กับสังคมและประเทศชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าที่ได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่และได้รับการยอมรับในด้านการทำงานจากสังคมนั้น จะพิจารณาคัดเลือกจากผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และมีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

สำหรับประวัติการศึกษาและผลงาน  นายแสวง บุญมี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต(การปกครอง) รวมถึงได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต(รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับ 2 และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีประสบการณ์การทำงานด้านการ เมืองและการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

‘ในหลวง’พระราชทานดินฝังศพ ‘อส.ทพ.’เป็นกรณีพิเศษ

'ในหลวง'พระราชทานดินฝังศพ 'อส.ทพ.'เป็นกรณีพิเศษ

‘ในหลวง’พระราชทานดินฝังศพ ‘อส.ทพ.’เป็นกรณีพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 20.24 น.

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ ณ กูโบร์มัสยิดดารุลฟาละห์ (บ้านยะเด๊ะ) อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ กูโบร์มัสยิดดารุลฟาละห์ (บ้านยะเด๊ะ) อ.สุคิริน จ.นราธิวาส พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ แก่อาสาสมัครทหารพรานอัมรู สะมะแอ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ที่ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในการนี้มี พลตรีณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน โดยมี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ครอบครัว และญาติทหารกล้าต่างไว้อาลัยร่วมในพิธีฯ

ขณะที่ดินพระราชทานมาถึง ญาติและข้าราชการตั้งแถวรอรับอย่างสมเกียรติ โดยเจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญดินพระราชทาน วางบนหลุมฝังศพผู้วายชนม์ ผู้นำศาสนาอ่านอัลกุรอ่าน และสวดดุอาอ์ พร้อมยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย กองทหารเกียรติยศ พลแตรเดี่ยว เป่าแตรเคารพ 1 จบ เป็นสัญญานแสดงวันอันเหน็ดเหนื่อยได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพื่อเชิดชูเกียรติถึงความกล้าหาญเสียสละของทหารผู้กล้าที่ปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติจนวาระสุดท้าย ซึ่งการได้รับพระราชทานดินฝังศพในครั้งนี้สร้างความปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวทหารกล้า ผู้วายชนม์เป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อครอบครัว จากนั้น พลตรีณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประธานในพิธีได้มอบธงชาติไทย เหรียญบางระจัน และประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ กระทรวงกลาโหม พร้อมเงินช่วยเหลือมอบให้แก่ครอบครัวของอาสาสมัครทหารพราน อัมรู สะมะแอ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและรำลึกถึงคุณงามความดี ความเสียสละ เพื่อปกป้องประเทศชาติแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่ง

จากเหตุการณ์ความรุนแรง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดและใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานกองหนุน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ขณะปฏิบัติหน้าที่ บ้านละโอ หมู่ที่ 2 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เหตุระเบิดดังกล่าวทำให้กำลังพลเสียชีวิต จำนวน 1 นาย คือ อาสาสมัครทหารพรานอัมรู สะมะแอ อายุ 28 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ขาซ้ายผิดรูป แขนซ้ายผิดรูป เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลศรีสาคร

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า / หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสีย อาสาสมัครทหารพรานอัมรู สะมะแอ ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของประชาชน และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัว ตลอดจนเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมทั้งขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบพฤติการณ์หรือบุคคลต้องสงสัยคาดว่าจะก่อเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ ขอให้แจ้งหมายเลขสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 1341 หรือหมายเลขสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 061-1732-999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
 

‘ชูศักดิ์’หนุนคนรุ่นใหม่ทำดีเพื่อสังคม ส่ง ‘ดร.นิยม’ มอบโล่ละครเยาวชนต้านทุจริต

'ชูศักดิ์'หนุนคนรุ่นใหม่ทำดีเพื่อสังคม ส่ง 'ดร.นิยม' มอบโล่ละครเยาวชนต้านทุจริต

‘ชูศักดิ์’หนุนคนรุ่นใหม่ทำดีเพื่อสังคม ส่ง ‘ดร.นิยม’ มอบโล่ละครเยาวชนต้านทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.44 น.

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ดึงพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่จาก 10 สถาบันระดับอุดมศึกษา ร่วมผลิตละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น เปิดตัวละคร 10 เรื่องที่เยาวชนมีส่วนร่วมในการผลิตพร้อมดารานักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง โดย รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบโล่และเกียรติบัตรสนับสนุนกิจกรรมดีดีของเยาวชน มอบ ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย จำกัด ดำเนินการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน” ได้จัดพิธีมอบรางวัลและฉายผลงานละครสั้น โดยมี ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการ , มารุต สาโรวาท ผู้กำกับชื่อดัง ,ศรัทธา ศรัทธาทิพย์  ครูสอนการแสดงและผู้กำกับการแสดง , วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ, ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ พร้อมด้วยนักแสดง ทีมนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย และคุณสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

โดยปีนี้มีสถาบันระดับอุดมศึกษา 10 สถาบันเข้าร่วมโครงการได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร , มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ,มหาวิทยาลัยศรีปทุม ,มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ,มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ,

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ,มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ เป็นครั้งแรกของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ส่งนักเรียนนายร้อยตำรวจเข้าร่วมโครงการแสดงและผลิตละครเยาวชนในปีนี้ โดยแต่ละสถาบันส่งผู้แทนนักศึกษากว่า 100 คนเข้าร่วมโครงการรวมกว่า 1,000 คน พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 10 มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังได้ทีมวงการบันเทิงมืออาชีพ ตัวจริงเสียงจริงมาให้ความรู้ ร่วมผลิตละครสร้างสรรค์ต้านทุจริต เช่น ครูต้อ มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดงชื่อดังแห่งวงการบันเทิงของไทย ที่มีผลงานการกำกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ รวมถึงซีรี่ย์ชื่อดังมากมาย ,ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดง ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละคร อดีตครูใหญ่แห่งบ้าน AF ,ครูกั๊ก วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และศิลปิน “ศิลปาธร” ประจำปี 2563 สาขาศิลปะการแสดง ,ครูออม จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดละคร พิธีกร ครูสอนสื่อสร้างสรรค์ประสบการรณ์มากกว่า 25 ปี ,ครูเบส ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและเขียนบทละคร

โดยมีทีมแต่งหน้าทำผมมืออาชีพ Madam AOI Makeup and Hairstylist Team พร้อมทีมนักแสดงมืออาชีพคับคั่ง อาทิ ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร , มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

2 นางเอกสาวคนดัง , แอร์ ภัณฑิลา ฟูกลิ่น, อู๋ นวพล ภูวดล , ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ  ,มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ,เกด ธิญาดา พรรณบัว ,นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ,ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา,วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ ,

โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา , ตวง สาวิกา กาญจนมาศ, แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล ,แดนนี่ ลูเซียโน่ ,ธิติวัฒน์ ธนวัฒน์ภัทร์กุล ,ธีรตา สมใจประสงค์, ใจ คอร์นทเวท ,ณัฐพล นิลดอนหวาย  ,รัชพงศ์ อโนมกิติ และอรวรรณ พิไลวรเพชร

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน”  กล่าวว่า “โครงการนี้ นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้หลากหลายศาสตร์เพื่อเตรียมพร้อมการเป็นนักแสดงละคร และการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองในหลากหลายด้านแล้ว เด็กๆ ยังจะได้ปฏิบัติจริง โดยมีการถ่ายทำละครสั้น สร้างสรรค์ต่อต้านการทุจริต ร่วมแสดงละครกับนักแสดงมืออาชีพชื่อดังมากมาย เช่น ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร และ มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง 2 นางเอกสาวคนดัง และยังได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับการแสดงระดับครู ต้อ มารุต

สาโรวาท มาอบรมและผู้กำกับการแสดงให้อีกด้วย โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ในปีที่ 3 นี้เราได้ดำเนินการร่วมกับนักศึกษาใน 10 มหาวิทยาลัย เราตั้งใจให้เนื้อหาของละครสะท้อนปัญหาใกล้ตัวเยาวชน และเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับตัวเยาวชนโดยกระบวนการผลิตละครที่เยาวชนคิด เยาวชนร่วมผลิต สื่อตรงถึงเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน รวมถึงคนในครอบครัว คนรอบๆ ตัว และประชาชนทั่วประเทศที่รับชมละครผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล โครงการของเราเป็นการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านสื่อละคร ซึ่งแตกต่างจากละครที่เราเห็นๆ ทั่วไปคือ เป็นละครที่เยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยโครงการนี้จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับนักศึกษาในหลากหลายด้าน เช่น เรียนรู้พื้นฐานการแสดงกับครูนักแสดงมืออาชีพ, ฝึกความกล้าแสดงออก ,การฝึกสมาธิในการทำงาน, การพูดในที่สาธารณะ, การพัฒนาบุคลิกภาพ ,การสร้างตัวตนในแบบ influencer และหัวใจของการอบรมในครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องการต้านทุจริตคอรัปชั่น เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน  พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหา และออกมานำเสนอเพื่อคัดเลือกมาทำบทละครสั้น ดังนั้นบทละครจะได้แนวคิดการเดินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวนักศึกษาที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และในกระบวนการถ่ายทำ เพื่อสร้างสรรค์ละครคุณภาพที่จะกระตุ้นเยาวชนและผู้ชมทุกกลุ่มให้ตระหนักรู้ถึงโทษและแนวทางป้องกันการทุจริตคอรัปชันที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคนครับ”

มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นผลงานการผลิตละครต้านทุจริตเดินทางมาถึงปีที่ 3 เพราะนี่เป็นละครที่ไม่เหมือนใคร พิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิดบท การแสดง และการถ่ายทำร่วมกับมืออาชีพจากวงการบันเทิง ตัวจริงเสียงจริง ต้องขอบคุณทางกองทุน ป.ป.ช ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการ

สร้างสื่อละครสั้น เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ยิ่งมีแนวทางในการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำละครแบบนี้ ยิ่งได้ละครสร้างสรรค์ดีดีให้กับประเทศของเราเพิ่มขึ้น เรียกว่าได้ทั้งความบันเทิง กับดารานักแสดงตัวจริง และยังได้สาระ แง่คิดดีดีที่ส่งต่อจากเยาวชนถึงเยาวชนและผู้ชมทั่วประเทศอีกด้วย”

มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแสดงละครดีดีกับน้องๆ นักศึกษาในโครงการนี้ ได้เห็นความตั้งใจของน้องๆ ที่จะร่วมกันสร้างละครที่จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ และผู้ชมทุกกลุ่ม ในฐานะนักแสดงก็ดีใจที่ได้มาช่วยสานฝันให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมดีดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ต่อมหาวิทยาลัย และต่อผู้ชมละครทั่วประเทศ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทีมงานทุกๆ ท่าน และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่างกองทุน ป.ป.ช ที่เปิดโอกาสดีดีแบบนี้ให้กับน้องๆ นักศึกษาทั้ง 10 สถาบันนะคะ “

ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ”ตอนแรกก็ตื่นเต้นมากๆ ที่ต้องมาแสดงละครกับน้องๆ นักศึกษาที่มหาวิทยาลัย แต่พอได้ร่วมแสดงกันจริงๆ กลับได้พลังมากมายจากนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการแสดงละครเทียบเท่ากับนักแสดงมืออาชีพได้เลยค่ะ ยิ่งรู้ว่าก่อนจะมาแสดง มาถ่ายทำกัน น้องๆ ผ่านกระบวนการอบรมทั้งพื้นฐานการแสดง การเขียนบท เรียกว่าโครงการนี้ได้ให้ความรู้น้องๆ มาเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เมื่อต้องมาทำงานกับทีมนักแสดง ตากล้อง ผู้กำกับมืออาชีพ น้องๆ จึงทำออกมาได้ดีมากๆ ค่ะ ขอชื่นชมน้องๆ อาจารย์ ทีมงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ละครดีดีเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งจะเป็นอีกสื่อละครที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมมากๆ ค่ะ “

นรต.วีรยศ คำชำนาญ นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมโครงการการแสดงละคร แถมยังต้องแสดงร่วมกับนางเอกละครชื่อดังจากช่อง 7 เพื่อนๆ ก็ตื่นเต้นกันอย่างมากครับ ตอนที่เริ่มโครงการก็เลยพยายามตั้งใจเรียนพื้นฐานการแสดง , การระดมความคิดเห็นของเพื่อนๆ เพื่อให้ได้บทละครที่มีคุณภาพ เราคาดหวังว่าละครที่พวกเราตั้งใจทำจะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่จะสะท้อนปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชัน และปลูกฝั่งจิตสำนึกที่ดีให้กับนักเรียนนายร้อยทุกคนที่จะเติบโตไปทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชนอย่างสุจริตต่อไปครับ”

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น” ปีที่ 3 โดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด

ดำเนินการอบรมพื้นฐานการแสดง และให้เยาวชนได้ร่วมในการคิด สร้างสรรค์บทละคร และร่วมแสดงละครกับมืออาชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชันผ่านการแสดงละครสั้น สนับสนุนนักศึกษาร่วมต่อต้านการทุจริต

ผ่านการผลิตสื่อละครที่สามารถเข้าถึงเยาวชนด้วยกันเอง และส่งต่อแนวคิดไปยังผู้ชมทุกกลุ่มทั่วประเทศ โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 10 สถาบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 1,000 คนได้เป็นแกนนำในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอรัปชัน ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้

ทั้งนี้ผลงานการผลิตละครสั้นที่นักศึกษามีส่วนร่วมทั้ง 10 เรื่องนี้ เผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วประเทศผ่านสื่อโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และทางช่อง TikTok @youthml ร่วมถึงสื่อโซเซียลทุกช่องทาง

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัยสร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ดึงพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่จาก 10 สถาบันระดับอุดมศึกษา ร่วมผลิตละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น เปิดตัวละคร 10 เรื่องที่เยาวชนมีส่วนร่วมในการผลิตพร้อมดารานักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ดำเนินการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน” ได้จัดพิธีมอบรางวัลและฉายผลงานละครสั้น โดยมี ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการ , มารุต สาโรวาท ผู้กำกับชื่อดัง ,ศรัทธา ศรัทธาทิพย์  ครูสอนการแสดงและผู้กำกับการแสดง , วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ, ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ พร้อมด้วยนักแสดง ทีมนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย และคุณสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

โดยปีนี้มีสถาบันระดับอุดมศึกษา 10 สถาบันเข้าร่วมโครงการได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,มหาวิทยาลัยศรีปทุม ,มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ,มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ,

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ,มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ เป็นครั้งแรกของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ส่งนักเรียนนายร้อยตำรวจเข้าร่วมโครงการแสดงและผลิตละครเยาวชนในปีนี้ โดยแต่ละสถาบันส่งผู้แทนนักศึกษากว่า 100 คนเข้าร่วมโครงการรวมกว่า 1,000 คน พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 10 มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังได้ทีมวงการบันเทิงมืออาชีพ ตัวจริงเสียงจริงมาให้ความรู้ ร่วมผลิตละครสร้างสรรค์ต้านทุจริต เช่น ครูต้อ มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดงชื่อดังแห่งวงการบันเทิงของไทย ที่มีผลงานการกำกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ รวมถึงซีรี่ย์ชื่อดังมากมาย ,ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดง ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละคร อดีตครูใหญ่แห่งบ้าน AF ,ครูกั๊ก วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และศิลปิน “ศิลปาธร” ประจำปี 2563 สาขาศิลปะการแสดง ,ครูออม จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดละคร พิธีกร ครูสอนสื่อสร้างสรรค์ประสบการรณ์มากกว่า 25 ปี ,ครูเบส ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและเขียนบทละคร

โดยมีทีมแต่งหน้าทำผมมืออาชีพ Madam AOI Makeup and Hairstylist Team พร้อมทีมนักแสดงมืออาชีพคับคั่ง อาทิ ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร , มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

2 นางเอกสาวคนดัง , แอร์ ภัณฑิลา ฟูกลิ่น, อู๋ นวพล ภูวดล , ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ  ,มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ,เกด ธิญาดา พรรณบัว ,นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ,ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา,วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ ,

โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา , ตวง สาวิกา กาญจนมาศ, แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล ,แดนนี่ ลูเซียโน่ ,ธิติวัฒน์ ธนวัฒน์ภัทร์กุล ,ธีรตา สมใจประสงค์, ใจ คอร์นทเวท ,ณัฐพล นิลดอนหวาย  ,รัชพงศ์ อโนมกิติ และอรวรรณ พิไลวรเพชร

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน”  กล่าวว่า “โครงการนี้ นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้หลากหลายศาสตร์เพื่อเตรียมพร้อมการเป็นนักแสดงละคร และการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองในหลากหลายด้านแล้ว เด็กๆ ยังจะได้ปฏิบัติจริง โดยมีการถ่ายทำละครสั้น สร้างสรรค์ต่อต้านการทุจริต ร่วมแสดงละครกับนักแสดงมืออาชีพชื่อดังมากมาย เช่น ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร และ มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง 2 นางเอกสาวคนดัง และยังได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับการแสดงระดับครู ต้อ มารุต

สาโรวาท มาอบรมและผู้กำกับการแสดงให้อีกด้วย โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ในปีที่ 3 นี้เราได้ดำเนินการร่วมกับนักศึกษาใน 10 มหาวิทยาลัย เราตั้งใจให้เนื้อหาของละครสะท้อนปัญหาใกล้ตัวเยาวชน และเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับตัวเยาวชนโดยกระบวนการผลิตละครที่เยาวชนคิด เยาวชนร่วมผลิต สื่อตรงถึงเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน รวมถึงคนในครอบครัว คนรอบๆ ตัว และประชาชนทั่วประเทศที่รับชมละครผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล โครงการของเราเป็นการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านสื่อละคร ซึ่งแตกต่างจากละครที่เราเห็นๆ ทั่วไปคือ เป็นละครที่เยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยโครงการนี้จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับนักศึกษาในหลากหลายด้าน เช่น เรียนรู้พื้นฐานการแสดงกับครูนักแสดงมืออาชีพ, ฝึกความกล้าแสดงออก ,การฝึกสมาธิในการทำงาน, การพูดในที่สาธารณะ, การพัฒนาบุคลิกภาพ ,การสร้างตัวตนในแบบ influencer และหัวใจของการอบรมในครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องการต้านทุจริตคอรัปชั่น เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน  พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหา และออกมานำเสนอเพื่อคัดเลือกมาทำบทละครสั้น ดังนั้นบทละครจะได้แนวคิดการเดินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวนักศึกษาที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และในกระบวนการถ่ายทำ เพื่อสร้างสรรค์ละครคุณภาพที่จะกระตุ้นเยาวชนและผู้ชมทุกกลุ่มให้ตระหนักรู้ถึงโทษและแนวทางป้องกันการทุจริตคอรัปชันที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคนครับ”

มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นผลงานการผลิตละครต้านทุจริตเดินทางมาถึงปีที่ 3 เพราะนี่เป็นละครที่ไม่เหมือนใคร พิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิดบท การแสดง และการถ่ายทำร่วมกับมืออาชีพจากวงการบันเทิง ตัวจริงเสียงจริง ต้องขอบคุณทางกองทุน ป.ป.ช ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการ

สร้างสื่อละครสั้น เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ยิ่งมีแนวทางในการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำละครแบบนี้ ยิ่งได้ละครสร้างสรรค์ดีดีให้กับประเทศของเราเพิ่มขึ้น เรียกว่าได้ทั้งความบันเทิง กับดารานักแสดงตัวจริง และยังได้สาระ แง่คิดดีดีที่ส่งต่อจากเยาวชนถึงเยาวชนและผู้ชมทั่วประเทศอีกด้วย”

มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแสดงละครดีดีกับน้องๆ นักศึกษาในโครงการนี้ ได้เห็นความตั้งใจของน้องๆ ที่จะร่วมกันสร้างละครที่จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ และผู้ชมทุกกลุ่ม ในฐานะนักแสดงก็ดีใจที่ได้มาช่วยสานฝันให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมดีดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ต่อมหาวิทยาลัย และต่อผู้ชมละครทั่วประเทศ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทีมงานทุกๆ ท่าน และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่างกองทุน ป.ป.ช ที่เปิดโอกาสดีดีแบบนี้ให้กับน้องๆ นักศึกษาทั้ง 10 สถาบันนะคะ “

ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ”ตอนแรกก็ตื่นเต้นมากๆ ที่ต้องมาแสดงละครกับน้องๆ นักศึกษาที่มหาวิทยาลัย แต่พอได้ร่วมแสดงกันจริงๆ กลับได้พลังมากมายจากนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการแสดงละครเทียบเท่ากับนักแสดงมืออาชีพได้เลยค่ะ ยิ่งรู้ว่าก่อนจะมาแสดง มาถ่ายทำกัน น้องๆ ผ่านกระบวนการอบรมทั้งพื้นฐานการแสดง การเขียนบท เรียกว่าโครงการนี้ได้ให้ความรู้น้องๆ มาเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เมื่อต้องมาทำงานกับทีมนักแสดง ตากล้อง ผู้กำกับมืออาชีพ น้องๆ จึงทำออกมาได้ดีมากๆ ค่ะ ขอชื่นชมน้องๆ อาจารย์ ทีมงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ละครดีดีเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งจะเป็นอีกสื่อละครที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมมากๆ ค่ะ “

นรต.วีรยศ คำชำนาญ นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมโครงการการแสดงละคร แถมยังต้องแสดงร่วมกับนางเอกละครชื่อดังจากช่อง 7 เพื่อนๆ ก็ตื่นเต้นกันอย่างมากครับ ตอนที่เริ่มโครงการก็เลยพยายามตั้งใจเรียนพื้นฐานการแสดง , การระดมความคิดเห็นของเพื่อนๆ เพื่อให้ได้บทละครที่มีคุณภาพ เราคาดหวังว่าละครที่พวกเราตั้งใจทำจะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่จะสะท้อนปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชัน และปลูกฝั่งจิตสำนึกที่ดีให้กับนักเรียนนายร้อยทุกคนที่จะเติบโตไปทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชนอย่างสุจริตต่อไปครับ”

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น” ปีที่ 3 โดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัดดำเนินการอบรมพื้นฐานการแสดง และให้เยาวชนได้ร่วมในการคิด สร้างสรรค์บทละคร และร่วมแสดงละครกับมืออาชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชันผ่านการแสดงละครสั้น สนับสนุนนักศึกษาร่วมต่อต้านการทุจริต

ผ่านการผลิตสื่อละครที่สามารถเข้าถึงเยาวชนด้วยกันเอง และส่งต่อแนวคิดไปยังผู้ชมทุกกลุ่มทั่วประเทศ โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 10 สถาบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 1,000 คนได้เป็นแกนนำในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอรัปชัน ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้

ทั้งนี้ผลงานการผลิตละครสั้นที่นักศึกษามีส่วนร่วมทั้ง 10 เรื่องนี้ เผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วประเทศผ่านสื่อโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และทางช่อง TikTok @youthml ร่วมถึงสื่อโซเซียลทุกช่องทาง

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.19 น.

ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ “การแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21” เฉลิมพระเกียรติฯ  ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระชนมายุครบ 70 พรรษา

วันนี้ (26 มิ.ย.) กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิสอวน. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งที่ 21 (The 21* International Geography Olympiad – iGeo 2025) ระหว่างวันที่ 26 ก.ค.- 1 ส.ค.2568 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเยาวชนจากทั่วโลกกว่า 400 คนเข้าร่วมแข่งขันและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านภูมิศาสตร์

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21  มีความพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิศาสตร์ ประเทศไทยเราได้รับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนี้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) และภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการแข่งขัน โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยสนับสนุนการจัดการแข่งขัน เพื่อยกระดับศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยสู่เวที่สากล ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ก็มีประเทศต่างๆเข้าร่วมประมาณ 51 ประเทศ  มีนักเรียนที่เข้าร่วมประมาณ 212 คน

ด้าน ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน.กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาภูมิศาสตร์ และทรงเห็นการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกในระดับนานาชาติ จึงได้มีรับสั่งให้ มูลนิธิ สอวน. มีการพัฒนาเรื่องนี้ และยืนยันว่าวิชาภูมิศาสตร์มีประโยชน์และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาต่างๆต้องมีความรู้ทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นฐาน ทั้งเรื่องน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 สารปนเปื้อน สารหนู จึงจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องภูมิศาสตร์ให้เป็นวิชาพื้นฐานความรู้ให้ประชาชนของประเทศ และในเวลาเพียง7-8ปี เราก็สามารถทำให้นักเรียนของเราไปแข่งขันโอลิมปิกในระดับนานาชาติ สามารถแข่งชนะคนอื่นได้ด้วย คณะกรรมการนานาชาติ จึงพิจารณาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรั้งแรกในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ก็ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง เราจึงถือโอกาสนี้เฉลิมฉลองในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา และเป็นเวทีสำคัญในการแสดงความสามารถของเยาวชนไทยพร้อมทั้งเป็นการสืบสานพระราชดำริขององค์ประธานมูลนิธิ สอวน. ที่ทรงสนับสนุนให้เยาวชนไทยก้าวสู่เวทีวิชาการระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2558 มูลนิธิ สอวน. ได้จัดตั้งศูนย์ภูมิศาสตร์โอลิมปิกทั่วประเทศและสนับสนุนการฝึกอบรมครูและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เยาวชนไทยคว้ารางวัลในเวที่ระดับโลกมาทุกปี โดยในปีล่าสุดยังเป็นครั้งแรกที่นักเรียนหญิงไทยคว้าเหรียญทองลำดับที่ 1 ได้สำเร็จ

ขณะที่ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการได้เป็นเจ้าภาพหลักของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนที่ครบครันโดยหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงคุณภาพทางวิชาการได้แก่ การที่ OS World University Rankings by Subject 2025 ได้จัดอันดับให้จุฬาฯ อยู่ใน อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 4 ของอาเซียน ในกลุ่มสาขา Arts and Humanities ซึ่งรวมถึงด้านภูมิศาสตร์ ที่จุฬาฯ พร้อมที่จะแบ่งปันองค์ความรู้นั้นกับเยาวชนจากทั่วโลก ผ่านเวทีภูมิศาสตร์โอลิมปิกที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมเป็นศูนย์กลาง ของการรวมเยาวชนทั่วโลกให้มาเจอกัน ในวันนี้ประเทศไทยได้ผงาดในเวทีระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการจัดการแข่งขันในครั้งนี้มีความหมายยิ่งใหญ่ เนื่องจากมีนักเรียนและเยาวชนจาก 51 ประเทศมารวมกันและมากกว่านั้นประเทศไทยของเราจะได้แสดงศักยภาพ แสดง ของเยาวชนคนไทยของเราให้ตระหนักรู้ถึงระดับโลก โดยในการแข่งขันจะมีเนื้อหาสาระ มีข้อสอบ มีการประกวดแข่งขัน แต่ทุกการแข่งขันจะนำมาซึ่งมิตรภาพและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วโลกที่มาเจอกัน และผมเชื่อว่าผลที่ได้ทั้งหมดคือการเชื่อมโยงและการแสดงถึงคุณภาพของการศึกษาของประเทศไทยที่เราสามารถทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศได้  ซึ่งขณะนี้เราพร้อมถึงพร้อมที่สุด จุฬาลงกรณ์ สอวน. และกระทรวงศึกษาฯ เราพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญเป็นการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งที่ 21 แปลว่าเรามีพัฒนาการจึงต้องทำให้ทั่วโลกตระหนักว่านี่คือการจัดงานครั้งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกที่ผ่านมา” ศ.ดร.วิเลิศ กล่าว

ส่วน รศ.ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมถึง นักเรียนผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21จำนวน 4 คน ได้แก่ นายกิตติกวิน ฉลองกุล และนายณพล ฮ้อศิริมานนท์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและนายธนัตถ์พล ตวงทอง และนายณัฏฐ์ปวินท์ พรหมศิวรักษ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนานักเรียนไทยไปสู่ระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ การแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21 นี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ณ หอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

015