ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 ‘พัฒนาหน่วยการเรียนรู้’ ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 'พัฒนาหน่วยการเรียนรู้' ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 ‘พัฒนาหน่วยการเรียนรู้’ ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.46 น.

ไทยพีบีเอส จับมือ สพป.ขอนแก่น เขต 4 พัฒนาหน่วยการเรียนรู้ เสริมทักษะการใช้สื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ และสร้างเสริมทักษะการใช้สื่อให้บุคลากรเพื่อการศึกษา กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 นำโดย นายวิโรจน์ ค้อไผ่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

รศ. ดร.วิลาสินี กล่าวถึงจุดมุ่งหมายสำคัญในการร่วมมือครั้งนี้ว่า 1.เพื่อร่วมมือและสนับสนุนการออกแบบ ผลิต จัดทำ หน่วยการเรียนรู้ และแผนการสอนโดยใช้สื่อและผลิตภัณฑ์ของ ส.ส.ท. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพในการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การจัดการเรียนการสอน สำหรับเด็กประถมศึกษาและมัธยมศึกษาขยายโอกาส ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกิดแก่สาธารณะในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นสำคัญ 2.เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย อบรม พัฒนาความรู้ และทักษะในการใช้สื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และบุคลากรทางการศึกษาภายใต้ความร่วมมือนี้ และ 3.เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ของทั้งสองหน่วยงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ การใช้สื่อของไทยพีบีเอสในการออกแบบการเรียนรู้กับคุณครูที่นำไปใช้จริงในห้องเรียนได้ เนื่องจากสื่อวิดีโอช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ ด้วยหวังว่าไทยพีบีเอสจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้แบบการบูรณาการที่ยั่งยืนและเกิดประโยชน์ต่อระบบการศึกษาไทยในระยะยาว การลงนามครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยพีบีเอส และ สพป.ขอนแก่น เขต 4 ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ทั่วถึง และทันสมัย สำหรับเด็กและเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยมุ่งหวังให้การใช้สื่อมีบทบาทในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที

▪ Website : www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด’Central Lab’

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด'Central Lab'

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด’Central Lab’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.59 น.

สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯ สกร. จับมือ สพฐ. เปิดห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในศูนย์วิทย์ฯ 19 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลน ฟรี!

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า จากการที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ จัดทำห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Central Lab ) สำหรับให้บริการกับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลนในการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ นั้น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณารายการวัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ มาตรฐานห้องวิทยาศาสตร์ควรเป็นแบบใด จากหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน และให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแต่ละแห่งเตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนและครู ที่จะเข้ามาใช้บริการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 นี้  ซึ่งขณะนี้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ทั้ง 19 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมแล้วที่จะให้โรงเรียนนำนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 คือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 และ นักเรียนช่วงชั้นที่ 3 คือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าใช้ประโยชน์ใน Central Lab โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ห้องปฏิบัติการ

อธิบดี สกร.กล่าวต่อไปว่า โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลนห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถติดต่อประสานขอใช้ห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ทั้ง 19 แห่ง ดังนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตรัง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาปัตตานี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาลำปาง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอุบลราชธานี ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการติดต่อใช้บริการ Central Lab ทั่วประเทศ ที่  sce-events.my.canva.site/centrallab

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

นักเรียนทุนฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจได้

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.48 น.

นักเรียนทุน ฟังทางนี้! สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดทางธุรกิจ ช่วยผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ หนุนงานวิจัยด้าน IC Design รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

29 พฤษภาคม 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านผลงานวิจัยของนักเรียนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในต่างประเทศ

นายคารม กล่าวว่า แต่เดิมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย หลังจากเรียนจบจะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐเท่านั้น หลังจากนี้ จะมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งนำงานวิจัยของนักเรียนทุนไปต่อยอดในทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะสตาร์ทอัพ ผ่านกลไกต่างๆ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งขณะนี้ได้มีการปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการสะดวกยิ่งขึ้น

ในเบื้องต้นจะสนับสนุนให้นักเรียนทุนมาศึกษาและทำวิจัยด้าน IC Design หรือการออกแบบวงจรรวมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้ข้อตกลงที่ทำร่วมกันกับทาง Imperial ซึ่งทาง Imperial จะช่วยสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยไปสู่ธุรกิจ เนื่องจาก Imperial เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในการก่อตั้งสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยี

“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการปลดล็อกกฎระเบียบดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงและต่อยอดอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงได้” นายคารมระบุ

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก...หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

​โรงเรียนเล็ก…หัวใจใหญ่ ‘วังหินกิตติวิทยาคม’ ปลุกอนาคตด้วยรัก-ความหวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

ในชุมชนเล็กๆ ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อาจไม่มีห้องเรียนทันสมัย หรือสนามฟุตบอลใหญ่โตเหมือนในเมือง แต่ที่นี่กลับมี “พลัง” อันยิ่งใหญ่ ที่หล่อหลอมด้วยหัวใจของครูทั้ง 10 คน และผู้อำนวยการอีก 1 คน ที่เชื่อมั่นว่า “การศึกษา…คือรากฐานของชีวิต”

วังหินกิตติวิทยาคม โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก มีนักเรียนเพียง 53 คน ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย หลายคนต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในเมืองใหญ่ แต่ในโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ เด็กๆกลับได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่…คือ “ความรัก ความเข้าใจ และโอกาส”

ทุกเช้า…ก่อนสู่ห้องเรียน เด็กๆ จะต่อแถวรับประทานอาหารจากโครงการ “น้องอิ่มท้อง สมองพร้อมเรียนรู้” อาหารที่ได้มาจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ที่ร่วมกันบริจาคทั้งวัตถุดิบและแรงใจ เพื่อให้เด็กๆ ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยท้องที่อิ่มและหัวใจที่เบิกบาน

“เราอาจไม่มีงบประมาณมากมาย แต่เรามีหัวใจ…ที่อยากเห็นเด็กๆได้อิ่มท้อง พร้อมที่จะเรียนรู้จากบทเรียนที่ครูสอน” ธวัช ยะสุคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวไว้เช่นนั้น

มากกว่าการสอนตามหลักสูตร โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมยังมุ่งเน้น “ทักษะชีวิต” ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของนักเรียน ด้วยความร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก โรงเรียนได้จัดหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ความถนัดของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ประดับ การแปรรูปอาหาร การทำเว็บเพจ หรือแม้แต่การเลี้ยงสุกร

หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้ทั้งชุมชน คือโครงการ “สานตะกร้าจากเส้นพลาสติก” ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้เยาวชน ผ่านการลงมือทำจริงกับครูภูมิปัญญาในชุมชน เพราะที่นี่เชื่อว่า…อนาคตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว

ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนแห่งความสุข” โรงเรียนวังหินกิตติวิทยาคมได้วางหัวใจไว้กลางแผนการสอน ทุกเช้า…นักเรียนและครูจะกล่าวคำว่า “เราทำได้” ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมแท็กมือ โอบกอด และรอยยิ้มที่เป็นเสมือนยาชูกำลังให้กันและกัน ผลลัพธ์คือ นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้ามีฝัน ขณะที่ครูเอง…ก็ได้ค้นพบว่า “การเป็นครู” คือการเป็นพ่อแม่ พี่ เพื่อน และผู้ร่วมทางในชีวิตของเด็กๆไม่ใช่แค่ผู้สอนในห้องเรียน

ทั้งนี้ โรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ให้ความรู้ แต่คือพื้นที่แห่งชีวิต พื้นที่ที่ปลูกฝังความหวัง จุดประกายความฝัน และเติมเต็มความรักให้เบ่งบาน

เพราะเมื่อรากฐานแข็งแรง…ต้นไม้แห่งความฝัน ก็พร้อมจะผลิดอกออกผลเสมอ

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

อธิบดี สกร.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ส่งเสริมการสร้างงาน-สร้างรายได้ท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เยี่ยมชมศูนย์ฯ – นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดี สกร. พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ , มหาสารคาม และชัยภูมิ ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้เรียน พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี ดร.สนิท อาษาธง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘เสว่ยหลง 2 และอนาคต’ เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ 'เสว่ยหลง 2 และอนาคต' เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘เสว่ยหลง 2 และอนาคต’ เสริมความร่วมมือไทย–จีน ด้านการวิจัยขั้วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สองประเทศร่วมมือ – รศ.ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ พร้อมด้วย Mr. Sun Shuxian ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแห่งประเทศจีน ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติหัวข้อ “เสว่ยหลง 2 และอนาคต : การพัฒนาการวิจัยขั้วโลกและความร่วมมือไทย–จีนในสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยขั้วโลกระหว่างสองประเทศ ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10)

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

ปส.เร่งพัฒนาองค์กร เสริมกำลังคน รับมือเทคโนโลยี SMRs

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รรท. เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นประธานการประชุม อ.ก.พ. ปส. ครั้งที่ 1/2568 พร้อมเปิดเผยว่าปัจจุบัน ปส. อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการยกระดับศักยภาพหน่วยงานเพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สมัยใหม่ โดยเฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ Small Modular Reactors (SMRs) ซึ่งกำลังเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

ปส. ได้เร่งจัดทำแนวทางกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อรองรับกระบวนการอนุญาต การก่อสร้าง และการดำเนินงานของ SMRs ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ปส. ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมเชิงลึก การสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างประเทศ ร่วมกับองค์กรกำกับดูแลนิวเคลียร์ของนานาชาติ

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวย้ำว่า ปส. มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของโครงสร้างองค์กร บุคลากร และกรอบกฎหมาย โดยมุ่งหวังให้การดำเนินงานทันต่อภารกิจและบริบทใหม่ของประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงด้านพลังงานของชาติในอนาคต

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

สจล.ยกทัพนวัตกรรมแสดงในงาน ‘World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน “World EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN” ณ เกาะยูเมะชิมะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

การจัดแสดงครั้งนี้อยู่ในพื้นที่ Thailand Pavilion โซนนิทรรศการหมุนเวียน ภายใต้แนวคิด “Future of Community and Mobility” โดยงาน World Expo ถือเป็นการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี วัฒนธรรม และความก้าวหน้าของมนุษยชาติจากทั่วโลกที่ยิ่งใหญ่ และจัดขึ้นในทุก 5 ปี ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Designing Future Society for Our Lives”

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวณิชวิไล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้นำทีมนักวิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ โดยมีผลงานวิจัยที่ได้ร่วมจัดแสดง อาทิ เครื่องจ่ายออกซิเจน (KMITL High Flow) ผลงานโดย รศ. ดร.สมยศ เกียรติวณิชวิไล, ผศ.ดร.ภูมิ คงห้วยรอบ และทีมวิจัย ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า , เครื่องช่วยหายใจแบบฉุกเฉิน (KNIN ventilator) ผลงานโดย ศ. ดร.สุรินทร์ คำฝอย ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า , อุปกรณ์ช่วยฟังเสียงหัวใจและเสียงปอดแบบดิจิทัล (DIGITAL STETHOSCOPE) ผลงานโดย รศ.ดร.สรินพร วิสิฐสัทธาพงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ , ห้องไอซียูความดันลบโมบาย (Mobile Negative Pressure Room) ผลงานโดย ผศ. ดร.ณัฐพล ฤกษ์เกษมสันติ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี , กล้องสเตริโอกราฟฟิกเอนโดสโคปแบบสามมิติพร้อมระบบจำแนกภาพอัตโนมัติสำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น (3D stereoscopic) ผลงานโดย รศ. ดร.วิบูลย์ ปิยวัฒนเมธา ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ และปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส (NON-TOUCH ELEVATOR BUTTONS) ผลงานโดย ผศ. ดร.ดุสิต สุขสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

การได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทีมนักวิจัยและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงศิษย์เก่า สจล. และได้รับการสนับสนุนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

สดร.เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์แบบ ‘VGOS’ ใช้ศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก คาดการณ์แผ่นดินไหว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.​ หรือ NARIT) จัดพิธีเปิดกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส (VGOS: VLBI Geodetic Observing System Radio Telescope) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 เมตร ภายใต้ความร่วมมือไทย-จีนอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานฝ่ายไทย และ Prof. DING Chibiao รองผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน เป็นประธานฝ่ายจีน โดยมี ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สดร. Prof. SHEN Zhiqiang ผู้อำนวยการหอดูดาวเซี่ยงไฮ้ น.ส.พสุภา ชินวรโสภาค อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง Mr. Ma Minggeng ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย  Mr.Chen Haiping กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ นายศุภรัชต์ อินทราวุธ  รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายดุษฎี พรพระแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รศ.นิติ มั่นเข็มทอง ภาควิชาธรณีวิทยา ม.เชียงใหม่  เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าว ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ. ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่

“กล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส” เป็นกล้องสำหรับศึกษาด้านยีออเดซี (Geodesy) หรือ ภูมิมาตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการวัดและทำความเข้าใจรูปทรงเรขาคณิตและสัณฐานของโลก ตำแหน่งในอวกาศ และสนามโน้มถ่วง พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของโลกเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจวัดเพื่อเทียบเคียงกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ โดยจะเก็บข้อมูลผ่านอุปกรณ์รับสัญญาณย่านความถี่เอสและเอกซ์ (S-/X-band) ช่วงคลื่นความถี่ 2-14 GHz ควบคู่กับการสังเกตการณ์ด้วยเทคนิคแทรกสอดระยะไกล หรือ VLBI (Very Long Baseline Interferometry) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุสองตัวขึ้นไปเก็บข้อมูลในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้พิกัดที่แม่นยำถึงระดับมิลลิเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ตรวจสอบการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปวิเคราะห์แผ่นดินไหว อีกทั้งยังสามารถประมวลผลลัพธ์ต่อจนได้ตัวแปรต่างๆ ที่บ่งบอกการวางตัวของโลกในอวกาศไปจนถึงความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลก

‘เพิ่มพูน’ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

'เพิ่มพูน'ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

‘เพิ่มพูน’ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.32 น.

“เพิ่มพูน” ห่วงสถานการณ์ชายแดน หวั่นกระทบครู-นักเรียน ให้อำนาจ ผอ.สั่งปิดเรียนได้ทันที

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อสถานการณ์เหตุปะทะชายแดนบริเวณช่องบกไทย – กัมพูชา อ.น้ำยืน​ จ.อุบลราชธานี สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯ เตรียมพร้อมมาตรการรับมือความไม่ปลอดภัย พร้อมให้สิทธิ ผอ.สั่งปิดโรงเรียนทันที ไม่ต้องรอคำสั่งส่วนกลาง

โฆษก ศธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนช่องบกระหว่างไทยกับกัมพูชา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของ ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่ จึงได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

ขอเน้นย้ำไปยังสถานศึกษาที่อยู่บริเวณแนวชายแดน ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เกินกำลังจะรับได้ให้รีบแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทันที เพื่อรายงานความเสียหายกลับมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยด่วน รวมถึงเตรียมแผนรองรับการเรียนการสอนทางเลือก เช่น การเรียนออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้การเรียนรู้ของผู้เรียนต้องสะดุด

“ความปลอดภัยของผู้เรียนและครูต้องมาก่อน หากพบว่าพื้นที่มีความสุ่มเสี่ยงต่ออันตราย ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถสั่งหยุดเรียนได้ตามอำนาจของท่านได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลาง ขอส่งกำลังใจให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่เสี่ยง เราจะร่วมกันดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด” โฆษก ศธ. กล่าว