ม.มหิดลผลิตบัณฑิตสร้างโลกยั่งยืน พร้อมชี้พลัง ‘5Ps’ ช่วยสร้างโลก 5.0

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776277

ม.มหิดลผลิตบัณฑิตสร้างโลกยั่งยืน พร้อมชี้พลัง ‘5Ps’ ช่วยสร้างโลก 5.0

ม.มหิดลผลิตบัณฑิตสร้างโลกยั่งยืน พร้อมชี้พลัง ‘5Ps’ ช่วยสร้างโลก 5.0

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) จัดงาน Sustainable Symposium : The Societal Impacts ภายใต้แนวคิด Let’s Change Our Society for A Better Future (เปลี่ยนสังคมของเราเพื่ออนาคตที่ดีกว่า) ตอกย้ำการเป็นสถาบันการศึกษาด้านการจัดการที่มีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านการวิจัยและนวัตกรรม การศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเตรียมสร้างบัณฑิตยุคโลก 5.0 ใน 5 คณะวิชาสายสังคมศาสตร์ พร้อมรายงานข้อมูลความยั่งยืนเชิงลึก ประจำปี 2023 ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อวันก่อน

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ม.มหิดล มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างนักศึกษาและบุคลากรคุณภาพ ในยุค 5.0  ถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยด้านการศึกษาด้วย ด้วยเหตุนี้จึงนำสู่การบรรจุแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกๆ หลักสูตรการเรียน และพบว่าคณะวิชาสายสังคมศาสตร์ 5 วิชา คือ วิทยาลัยการจัดการ วิทยาลัยศาสนศึกษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ และสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาความยั่งยืนในประเทศไทยอย่างมาก ด้วยเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนความร่วมมือทางเครือข่ายจากสถาบันชั้นนำและคณาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ต่างให้ความสำคัญต่อการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อความยั่งยืน

ด้าน รศ.ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หากต้องการเร่งการส่งเสริมความยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในสังคมไทยได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐเป็นสำคัญ โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมทำการวิจัย รายงานด้านความยั่งยืน ประจำปี 2023 ซึ่งมีข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนต่อไปในอนาคตได้ ด้วยรูปแบบ 5Ps ดังนี้

1.People (ประชาชน) กับการพัฒนาแก้ปัญหายุติความยากจนและความหิวโหยในทุกรูปแบบ พร้อมเสริมความมั่นใจให้มนุษย์ทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพของตนเองในด้านศักดิ์ศรี ความเสมอภาคในสภาพแวดล้อมที่ดีตามที่ SDGs ได้ประกาศไว้ 2.Prosperity (ความเจริญรุ่งเรือง) ความไม่เท่าเทียมกันเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยังขาดการส่งเสริมทั่วถึง ซึ่งต้องส่งเสริมให้ทุกคนสามารถมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองและสมบูรณ์ ตลอดจนเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี 3.Planet (โลก) ตามที่ SDGs ตั้งเป้าหมายในการปกป้องโลกจากความเสื่อมโทรม รวมถึงการบริโภคและการผลิตให้ยั่งยืน จึงต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการในปัจจุบันและอนาคตได้ 4.Peace (สันติภาพ) การพัฒนาที่ยั่งยืนย่อมทำไม่สำเร็จหากปราศจากสันติภาพ จึงต้องส่งเสริมสังคมให้สงบสุขมีความยุติธรรม และปราศจากความกลัวและความรุนแรง และ 5.Partnership (การร่วมมือ) ปัญหาที่ข้ามภาคส่วนหรือสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่แตกต่าง รวมไปถึงศาสตร์ในสาขาที่ต่างกันเป็นสิ่งที่ต้องการความร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกัน ตามที่ SDGs เรียกร้องให้มีจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีระดับโลกที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่ความต้องการของผู้ที่ยากจนที่สุดและผู้เปราะบาง ตลอดจนประชาชนทุกคน

ประกาศเจตนารมณ์เขตสุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776276

ประกาศเจตนารมณ์เขตสุจริต

ประกาศเจตนารมณ์เขตสุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 นำคณะผู้บริหารและบุคลากร ประกาศเจตนารมณ์เขตสุจริต NO GIFT POLICY งดรับ งดให้ ของขวัญ รวมทั้งผลประโยชน์อื่นใดในเทศกาลต่างๆเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างโปร่งใสในองค์กรหน้าเสาธง สพป.พิษณุโลก เขต 2

‘นิเทศ จุฬาฯ’ จัดวิ่งการกุศลฉลอง 60 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776275

‘นิเทศ จุฬาฯ’ จัดวิ่งการกุศลฉลอง 60 ปี

‘นิเทศ จุฬาฯ’ จัดวิ่งการกุศลฉลอง 60 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนิสิตเก่านิเทศศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉลองครบรอบ 60 ปีจัดงานวิ่งการกุศลเพื่อสภากาชาดไทย NITADE FUND RUN 2024 “มา Run ดูแก” ในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2567เวลา 15.00-18.30 น. ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายได้สมทบทุน “โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย ผู้สนใจร่วมงานดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://shutterrunning2014.run/nitadefundrun2024/ 

‘พวงเพ็ชร’ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776298

'พวงเพ็ชร'ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย

‘พวงเพ็ชร’ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.43 น.

“พวงเพ็ชร”ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย ชูศาสนาพุทธเป็น Soft power ช่วยเชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ณ พระอุโบสถ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีขลิบผมนาค ในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนาสู่แดนพุทธภูมิ” โดย พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำ 908 เป็นประธานในพิธี มีนายกฤช เอื้อวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย

สำหรับพิธี “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนาสู่แดนพุทธภูมิ” จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2566 และถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสครบ 100 ปี วันประสูตร 6 พฤษภาคม 2566 จัดโดยชมรมไตรรัตนภูมิ วัดธาตุทอง ร่วมกับ มูลนิธิกากัน มาลิก (อินเดีย) มูลนิธิอาชเร (อินเดีย) กิจกรรมนี้ เป็นการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทชาวอินเดียผู้มีจิตศรัทธาจำนวน 47 คน เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบนักบวชในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ณ วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า  การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาหลักประจำชาติ และยังแสดงถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและอินเดีย เป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนาที่ทั้งสองประเทศถือปฏิบัติต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน และช่วยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกัน ถือเป็น Soft Power ที่หลอมรวมความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยในวันนี้เป็นพิธีขลิบผมนาค ทั้งหมดจำนวน 47 นาค ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นพิธีอุปสมบทหมู่ต่อไป

– 006

‘เสมา2’เดินหน้าแก้หนี้ครู เผยครั้งนี้เห็นผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776227

‘เสมา2’เดินหน้าแก้หนี้ครู เผยครั้งนี้เห็นผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์

‘เสมา2’เดินหน้าแก้หนี้ครู เผยครั้งนี้เห็นผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.45 น.

‘เสมา2’เดินหน้าแก้หนี้ครู เผยครั้งนี้เห็นผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์                

20 ธันวาคม 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของศธ. ว่า ถือเป็นการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้ครูฯครั้งแรกแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งมีคณะกรรมการที่มาจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วม อาทิ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมการหารือมาตรการแก้หนี้สินครู โดยเฉพาะมาตรการเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำทันที คือ การเจรจาสถาบันการเงินเพื่อขอขยายเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ หลายโครงการซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และพบว่า กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคมนี้ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบทำหนังสือขอขยายมาตรการช่วยเหลือครูชั่วคราวไปถึงสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 13 แห่ง ซึ่งสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฯลฯ ก็พร้อมให้ความร่วมมือ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะทำงาน เพื่อยกร่างเอ็มโอยูฉบับใหม่

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเอ็มโอยูฉบับใหม่ จะต้องสอดคล้องกับการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และสอดคล้องกับแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐบาล รวมถึงการให้สถาบันการเงินสามารถหักเงินเดือนครูเพื่อชำระหนี้ได้ ร้อยละ70 และต้องให้ครูมีเงินเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 30 หากครูมีเงินเหลือไม่พอกับยอดหนี้ที่ตกลงไว้ 70% ก็ขอความร่วมมือไม่ให้ฟ้องร้องครู  ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาล ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอลดอกเบี้ยเงินกู้ และขยายเงินงวดซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าไปจนถึงอายุ 75 ปีหรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม จากการหารือครั้งนี้พบว่าการแก้ปัญหาหนี้สินครูเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น  สหกรณ์ออมทรัพย์เองก็หารือปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งคงต้องขอบคุณกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ ที่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยคาดว่า เอ็มโอยูฉบับใหม่นี้ จะแล้วเสร็จทันเข้าที่ประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้ครูฯ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการนำข้อมูลการกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าเครดิตบูโร ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา เพื่อให้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ในระบบรู้สถานะทางการเงินของผู้กู้แต่ละราย เพื่อให้สามารถใช้ประกอบการพิจารณาปล่อยกู้ได้

“การแก้ปัญหาหนี้ครูครั้งนี้ เป็นไปในทิศทางที่ดี  เพราะนายกฯ ลงมาเป็นแม่งานแก้ไขหนี้สินทั้งระบบด้วยตัวเอง  และจะนำโมเดล การหักเงินเดือนให้เหลือใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 30 ไปใช้กับกระทรวงอื่นด้วย ในส่วนของศธ.ก็จะแก้ปัญหาหนี้สินครูไปพร้อมๆ กับนโยบายรัฐบาล เชื่อว่า การแก้หนี้ครูครั้งนี้น่าจะเห็นผลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งต้องขอบคุณรัฐบาล โดยภาพรวม ครู 9 แสนคนทั่วประเทศ กว่า ร้อยละ 80 มีหนี้สินรวม 1.4 ล้านล้านบาท เจ้าหนี้รายใหญ่ คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ กว่า 8.9 แสนล้าน หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของจำนวนหนี้ทั้งหมด รองลงมาคือ ธนาคารออมสิน กว่า 3.49 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนหนี้ทั้งหมด และหน่วยงานอื่น ๆอีกร้อยละ11  ครูจำนวนมากกว่าร้อยละ30 ที่มีเงินเดือนคงเหลือสุทธิหลังหักชำระหนี้ ร้อยละ 30 โดย เท่าที่ดูตัวเลข หนี้วิกฤตสีแดง มีอยู่ประมาณ 2,000 ราย ต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือเป็นราย ๆแต่ที่น่าห่วงคือ กลุ่มสีเหลือ หนี้ที่ใกล้วิกฤต ซึ่งมีอยู่กว่าแสนราย ที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ เพราะถ้าไม่ช่วยจะเป็นสีแดง ส่วนสีเขียว ส่วนตัวไม่กังวล เพราะหากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเพิ่มเติม ก็จะทำให้เกิดสภาพคล่องมากขึ้น” รมช.ศธ. กล่าว

‘รัฐบาลอินโดนีเซีย’จับมือสหภาพพระธรรมทูตฯ จัดบรรพชาสามเณร 500 รูปรอบบุโรพุทโธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776210

‘รัฐบาลอินโดนีเซีย’จับมือสหภาพพระธรรมทูตฯ จัดบรรพชาสามเณร 500 รูปรอบบุโรพุทโธ

‘รัฐบาลอินโดนีเซีย’จับมือสหภาพพระธรรมทูตฯ จัดบรรพชาสามเณร 500 รูปรอบบุโรพุทโธ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.51 น.

‘รัฐบาลอินโดนีเซีย’จับมือสหภาพพระธรรมทูตฯ จัดบรรพชาสามเณร 500 รูปรอบบุโรพุทโธ

พระเดชพระคุณพระ พรหมวชิรปัญญาจารย์ (ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสสารามราชวรวิหาร หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เดินทางไปเป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับชาวอินโดนีเซียกว่า 500 คน ซึ่งเข้าอบรมในโครงการบรรพชาสามเณร ณ พระมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ร่วมกับสหภาพพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย-แอฟริกา ,สมาคมพุทธศาสนามหานิกายแห่งประเทศอินโดนีเซีย หรือ MBMI ,มูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคีเครือข่ายได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการภายใต้ความร่วมมือที่จะพลิกฟื้นให้พระมหาเจดีย์บุโรพุทโธให้กลับมามีชีวิตชีวา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกผ่านกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนามาตลอดระยะเวลาหลายปี

โครงการบรรพชาสามเณรกว่า 500 รูป  ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บวชชาวอินโดนีเซียได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระพุทธศาสนา อีกทั้งประชาชนผู้มาร่วมงานจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมชาวพุทธ ที่สำคัญยังได้สร้างศาสนทายาทเพื่อให้เป็นกำลังในการสืบทอดพระพุทธศาสนา พัฒนศักยภาพของผู้บวช ด้วยหลักสูตรการอบรมที่มีสื่อการสอนที่ทันสมัยเข้าใจง่าย มีพระอาจารย์ให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้บวชได้ฝึกฝนตนเองทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ตามหลักไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ด้วยการอบรมนิสัยตามหลักสูตรความดีสากล 5 ประการ คือ ความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา และการฝึกสมาธิ นอกจากนี้ ยังฝึกฝนในเรื่องความเคารพ ความอดทน การบริหารปัจจัยสี่ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตามหลักพุทธวิธี มีศีลธรรมเป็นหลักประกันให้การดำเนินชีวิตถูกต้องและดีงามต่อไป

‘สอวช.’เวิร์คช็อปกลุ่มประเทศ CLTVเตรียมพร้อมรับนักนโยบาย หนุนสตาร์ทอัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776202

‘สอวช.’เวิร์คช็อปกลุ่มประเทศ CLTVเตรียมพร้อมรับนักนโยบาย หนุนสตาร์ทอัพ

‘สอวช.’เวิร์คช็อปกลุ่มประเทศ CLTVเตรียมพร้อมรับนักนโยบาย หนุนสตาร์ทอัพ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.21 น.

‘สอวช.’เวิร์คช็อปร่วมกับประเทศกลุ่ม  CLTV เตรียมความพร้อมนักนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์-สตาร์ทอัพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: UNESCAP) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Advisory Support on Policies to Promote Private Sector Engagement in STI for Cambodia, Lao PDR, Thailand, and Viet Nam  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ทั้งประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย และเวียดนาม

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ รองผู้อำนวยการ สอวช. ได้เน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการเตรียมความพร้อมให้แก่นักนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์และสตาร์ทอัพ การเสริมสร้างเครือข่ายผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีของแต่ละประเทศ และการจัดทำคู่มือซึ่งสรุปผลการวิเคราะห์ประเด็นหลัก การประเมินตนเองด้านนโยบาย และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ในวงกว้าง

การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ระยะที่ 2 ภายใต้โครงการความร่วมมือใต้-ใต้ และไตรภาคี ด้าน วทน. ระหว่างประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย และเวียดนาม (CLTV) (South-South and Triangular Collaboration Programme on Science, Technology and Innovation among Cambodia, Lao PDR, Thailand and Viet Nam) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนา วทน. ระหว่าง 4 ประเทศดังกล่าว

ซัมซุง-สพฐ. และ สวทช.ประกาศผล การประกวดไอเดียนวัตกรรมนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776056

ซัมซุง-สพฐ. และ สวทช.ประกาศผล  การประกวดไอเดียนวัตกรรมนักเรียน

ซัมซุง-สพฐ. และ สวทช.ประกาศผล การประกวดไอเดียนวัตกรรมนักเรียน

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการ Samsung Solve For Tomorrow 2023 เวทีแข่งขันไอเดียนวัตกรรมระดับโลกรุ่นเยาว์ ที่ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จัดขึ้นต่อเนื่อง โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปีนี้จัดการประกวดภายใต้หัวข้อ MAKE YOUR IMPACT! “คิดแก้ปัญหา พัฒนานวัตกรรม ลงมือทำให้ยั่งยืน” ได้จบโครงการ และประกาศผลผู้ชนะ โดยมีนักเรียน, ครู และผู้ปกครอง ที่ปรึกษาทีม ทั้งหมด 3,720 คน จาก 945 ทีมทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันแรกจนถึงวันประกาศผลเป็นเวลา 4 เดือน

ปีนี้มีทีมชนะเลิศคือ ทีม KidneyLifePlus+ ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องมือสำหรับคัดกรองโรคไตอย่างมีประสิทธิภาพผ่านทางเรติน่า ในดวงตา เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงการคัดกรองโรค มีค่าใช้จ่ายน้อยและรู้ผลทันที ทีมรองชนะเลิศคือ ทีม PAM นวัตกรรมแอปพลิเคชั่นที่เพิ่มตัวเลือกในการหาที่จอดรถให้กับคนที่ขับรถในเมือง และทีม PPK DREAM TEAM นวัตกรรมเครื่องหยอดน้ำกรดยางพารา 2 in 1 ที่ทั้งหยอด และคนในเวลาเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาให้เกษตรกร ลดอัตราน้ำยางเสีย และทีมทำงานจนใกล้เป็น Stroke กับนวัตกรรม DooLare แอปพลิเคชั่นเพื่อสังเกตอาการผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากการไปพบแพทย์ช้าเกินไป รวมถึง function ขอความช่วยเหลือให้ทันเวลา

สำหรับนักเรียน ม.4-6 ที่มีความสนใจเข้าร่วม โครงการ Solve For Tomorrow ที่จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง สมัครได้ภายในเดือนพฤษภาคม ติดตามได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/samsungcsrth

นักศึกษา ม.กรุงเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศ ประกวด คลิปวีดีโอ Krungsri IMAX

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776053

นักศึกษา ม.กรุงเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศ  ประกวด คลิปวีดีโอ Krungsri IMAX

นักศึกษา ม.กรุงเทพ คว้ารางวัลชนะเลิศ ประกวด คลิปวีดีโอ Krungsri IMAX

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางวรรณิภา รุ่งเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายกิจกรรมการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกันมอบรางวัลจากการประกวดคลิปวีดีโอ “Krungsri IMAX Video Contest 2023” เส้นทางความฝันสู่การเป็นครีเอเตอร์ จัดโดย บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เวทีประกวดครีเอเตอร์ที่จัดต่อเนื่องสู่ปีที่ 9

ปีนี้ผลงานโดดเด่นคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ได้แก่ นายภูวดล ปวงปะชัง นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานของ ทีมเลม่อนสเปซ นายธีรภัทร์ มาสระคู และ นางสาวอนุสรา ศรีขวัญ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานของ ทีมอิ๊ว โปรดักชั่น นายวัลลภ ทองแดง และ นายวิชยุตน์ วิจิตรธำรงศักดิ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และรางวัลชมเชย 10 รางวัล เป็นผลงานของ ทีมวันเวย์ สตูดิโอ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ทีมอันไทเทิลด์ ยูไนเต็ด โปรดักชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ทีมกรุงศรีมีอะไร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ทีม 88SFILM มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ทีมนอยว่ะ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, ทีมแอคทีฟ โปรดักชั่น มหาวิทยาลัยศรีปทุม, ทีมร้ายกาจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ทีมเจี่ยมเจี้ยม มหาวิทยาลัยศิลปากร และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, ทีมท็อปกันทัวริสโม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมนอนดึกโปรดัคชั่น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

สพป.พิษณุโลก เขต 2 – สาธารณสุข ร่วมมือคุ้มครองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776055

สพป.พิษณุโลก เขต 2 - สาธารณสุข  ร่วมมือคุ้มครองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง

สพป.พิษณุโลก เขต 2 – สาธารณสุข ร่วมมือคุ้มครองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2) และนางนุชสรา ทองดอนคำสังข์ รองผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนวัยเรียน วัยรุ่นกลุ่มเสี่ยงจากระบบ School Health Hero กับศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 กรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายชูพงษ์ สังข์ผลิพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 และนายแพทย์ภาณุ คูวุฒยากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชพิษณุโลก พร้อมด้วยบุคลากรศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 บุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ร่วมพิธี เมื่อวันก่อน ณ ศูนย์สุขภาพจิต ที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก

School Health HERO (Health And Educational Reintegrating Operation) คือ ระบบสุขภาพจิตโรงเรียน วิถีใหม่เพื่อเฝ้าระวัง เรียนรู้ และรับคำปรึกษาเพื่อดูแล นักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะสังคม โดยครูประจำชั้นหรืออาจารย์ที่ปรึกษา ทำหน้าร่วมประเมินในระบบและช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตและควรดูแลเป็นพิเศษ