จุดประกายเยาวชน สร้างสรรค์ศิลปะเปลี่ยนโลก ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้จริง ปลุกกระแสสังคมให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

จุดประกายเยาวชน สร้างสรรค์ศิลปะเปลี่ยนโลก ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้จริง ปลุกกระแสสังคมให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

จุดประกายเยาวชน สร้างสรรค์ศิลปะเปลี่ยนโลก ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้จริง ปลุกกระแสสังคมให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จัดกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้มูลนิธิทีทีบี มุ่งมั่นจุดประกายเยาวชนผ่านการสร้างสรรค์ศิลปะ สานต่อโครงการ “Help Kids Make REAL Change” คัดเลือกผลงานศิลปะของเด็กไฟ-ฟ้า จากกิจกรรมเวิร์กชอป รักษ์โลก แล้วโลกจะกลับมารักเรา” ปลุกพลังสร้าง Make REAL Change เปลี่ยนโลกผ่านผลงานศิลปะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง อาทิ แก้วน้ำ กระเป๋า หรือร่ม เพื่อจำหน่ายนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

ศิลปิน กนกวรรณ วงษ์หิรัญ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ Sleepy Mint เจ้าของคาแรกเตอร์ “Monie” (โมนี่)” มาจัดเวิร์กชอปให้กับเด็กไฟ-ฟ้า เพื่อสร้างสรรค์ผลงานคาแรกเตอร์ในจินตนาการของน้องๆ ที่เป็นรูปแบบของตัวเอง ภายใต้คอนเซปต์ รักษ์โลก แล้วโลกจะกลับมารักเรา” กล่าวว่า การใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีที่เข้าถึงง่าย สนุกสนาน และมีประสิทธิภาพในการปลุกกระแสรักษ์โลก ซึ่งเวิร์กชอป รักษ์โลก แล้วโลกจะกลับมารักเรา ไม่ได้จบลงแค่ในห้องเวิร์กชอป แต่ผลงานที่สร้างสรรค์โดยเด็กไฟ-ฟ้า ได้ถูกนำไปต่อยอด เป็นของพรีเมียมเพื่อจำหน่ายด้วย สะท้อนให้สังคมเห็นว่าศิลปะไม่ได้จำกัดแค่บนกระดาษหรือผืนผ้าใบในขณะเดียวกันยังมีคุณค่าในมุมอื่นๆ ที่นำไปเพิ่มมูลค่าได้อีก เช่น ของขวัญพรีเมียม หรือ Art Toy เป็นต้น

อยากให้น้องๆ มีพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานและนำความรู้ไปต่อยอด ได้จริงในชีวิต พร้อมผลักดันโอกาสให้เข้าถึงแบบเปิดกว้าง ไม่ถูกจำกัดแค่เด็กบางกลุ่ม ซึ่งมิ้นท์ได้มีส่วนร่วม ในการจัดเวิร์กชอปสอนเด็กๆ รวมถึงช่วยดูการจัดวางและ ต่อยอดลายเส้นคาแรกเตอร์น้องโลกบนของขวัญพรีเมียมถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก เวิร์กชอปในครั้งนี้มิ้นท์ตั้งใจถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริงให้เด็กๆ เข้าใจง่าย ซึ่งก็ได้รับฟีดแบคจากเด็กๆ ว่าชอบและสนุกมาก สิ่งที่มิ้นท์อยากฝากถึงเด็กทุกคน ถ้ามีความฝันอย่ารอช้า ลงมือทำเลย ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ แม้ครั้งแรกจะทำได้ไม่ดีพอ อย่าท้อ อยากให้มองเป็นโอกาสในการพัฒนาที่จะทำให้เราเติบโตต่อไป” Sleepy Mint กล่าว

อีกหนึ่งเสียงจากเจ้าของผลงานลายคาแรกเตอร์น้องโลกที่ได้รับคัดเลือกนำไปสร้างสรรค์เป็นของพรีเมียม น้องบ๊วย” ศศิประภา สุธรรมมา เด็กไฟ-ฟ้า คลาสวาดเส้นและคลาสเต้น ศูนย์ไฟ-ฟ้าสมุทรปราการ บอกว่า เข้ามาเป็นเด็กไฟ-ฟ้า เพราะอยากพัฒนาฝีมือการวาด และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำในโรงเรียน ซึ่งการออกแบบคาแรกเตอร์น้องโลกมีแรงบันดาลใจมาจากทะเลและป่าไม้ สะท้อนผ่านภาพโลกที่คอยโอบอุ้มเมล็ดพันธุ์พืชด้วยความรักและความอบอุ่น เพื่อเป็นตัวแทนของความปรารถนา ในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและอากาศดีๆ ของโลก เพิ่มเติมด้วยรายละเอียดน่ารักๆ เช่น ดอกไม้ ปลา ปะการัง และกังหัน ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวแทนของความสวยงามและความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ 

รู้สึกภาคภูมิใจ ตื้นตัน และดีใจมาก เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผลงานถูกนำไปเป็นสิ่งของจับต้องได้ และมีคนเห็นคุณค่า อยากให้ทุกคนใช้ของพรีเมียมของทีทีบีกันเยอะ  ทั้งกล่องข้าว และกระบอกน้ำลายน่ารัก  ที่ใช้ซ้ำได้ เพื่อช่วยกันดูแลโลกอีกทางหนึ่ง ซึ่งการเข้าร่วมเวิร์กชอปในคลาสครูมิ้นท์ ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่  มากมาย เช่น การจัดวางองค์ประกอบ การเลือกใช้สีสร้างความโดดเด่น โดยสิ่งที่ท้าทายคือ ความยากในการออกแบบคาแรกเตอร์ให้ไม่ซ้ำใคร และมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง น้องบ๊วยกล่าวทิ้งท้าย

LEO จับมือ มรภ.สวนสุนันทา ปั้นนักศึกษาทุนคุณภาพด้านโลจิสติกส์รุ่นที่ 3 พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย

LEO จับมือ มรภ.สวนสุนันทา ปั้นนักศึกษาทุนคุณภาพด้านโลจิสติกส์รุ่นที่ 3 พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย

LEO จับมือ มรภ.สวนสุนันทา ปั้นนักศึกษาทุนคุณภาพด้านโลจิสติกส์รุ่นที่ 3 พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) และวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (SSRU) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในโครงการ “ผลิตบัณฑิตปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการซัพพลายเชนธุรกิจ แขนงวิชาธุรกิจพาณิชยนาวี” มุ่งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมี ผศ.ดร.ชณิชา หมอยาดี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และนายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  LEO ร่วมลงนาม พร้อมประกาศความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับภาคธุรกิจโลจิสติกส์ไทย รวมถึงเป็นการดำเนินธุรกิจตามแนว ESG และสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนในมิติสังคม (S) มิติสิ่งแวดล้อม (E) และธรรมาภิบาล (G) ที่เป็นการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์ในด้านการพัฒนาบุคลากร โดยทาง  SSRU มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์ พาณิชยนาวี และการจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศให้กับนักศึกษา ในส่วนของ  LEO จะสนับสนุนทุนการศึกษา เบี้ยเลี้ยงการทำงาน และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติงานจริงในองค์กรตลอดระยะเวลาโครงการ 2 ปี 1 เทอม และมีโอกาสรับบรรจุเป็นพนักงานเต็มตัวหลังสำเร็จการศึกษาและผ่านการทดลองงาน

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEO เปิดเผยว่า บริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนและการตอบแทนสังคมมาโดยตลอด ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลขององค์กรที่มุ่งสร้างพนักงานรุ่นใหม่ที่เติบโตภายใต้ DNA ของบริษัท   LEO จึงได้ริเริ่มโครงการนักศึกษาทุนตั้งแต่ปี 2561 และพัฒนาต่อเนื่องจนเกิดเป็นความร่วมมือเชิงลึกกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้สนับสนุนทุนการศึกษา การให้ความรู้เชิงปฏิบัติที่ไม่มีในหลักสูตร การฝึกประสบการณ์จริงในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมองค์กรให้แก่ผู้รับทุน เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจการทำงานในโลกโลจิสติกส์อย่างแท้จริง

โครงการนี้มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีความตั้งใจได้ก้าวสู่สายอาชีพโลจิสติกส์อย่างเต็มศักยภาพ เราให้การสนับสนุนทุนการศึกษา พร้อมการฝึกปฏิบัติงานจริง เพื่อหล่อหลอมพวกเขาให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มี DNA ของ LEO อย่างแท้จริง โดยปี 2569 นี้ เรามีแผนที่จะให้ทุนการศึกษาจำนวน 10 ทุน และหากมีผู้สมัครที่มีคุณภาพมากกว่า 10 คน เราก็พร้อมพิจารณาขยายโอกาสให้มากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการมอบทุนของบริษัทดำเนินมาแล้ว ทั้งหมด 2 รุ่น มีผู้ได้รับทุนรวม 17 คน และมีผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัทแล้ว 14 คน ซึ่งทั้งหมดได้กลายเป็นกำลังสำคัญในสายงานหลักของ LEO และเติบโตต่อเนื่องในเส้นทางอาชีพด้านโลจิสติกส์

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศ โครงการตอบปัญหาธรรมะ‘ทางก้าวหน้า’ครั้งที่ 43

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศ โครงการตอบปัญหาธรรมะ‘ทางก้าวหน้า’ครั้งที่ 43

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศ โครงการตอบปัญหาธรรมะ‘ทางก้าวหน้า’ครั้งที่ 43

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศ โครงการตอบปัญหาธรรมะ‘ทางก้าวหน้า’ครั้งที่ 43 ผู้ร่วมเข้า 6.6 แสนกว่าคน จากสถานศึกษา 3,269 แห่ง

20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 พระครูสมุห์ธานินทร์ ปุญฺญนนฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเยาวชนโลก เป็นประธานสงฆ์ ในพิธีมอบโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่เกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา ในโครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ 43  โดยรอบชิงชนะเลิศระดับชาติ จัดโดย ชมรมพุทธศาสตร์สากล (ชพส.) ร่วมกับสมาคมพุทธศาสตร์สากล ชมรมพุทธศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษา 34 แห่ง และวัดพระธรรมกาย

นายสันติ รุ่งสุขพลากร ประธานชมรมพุทธศาสตร์สากล กล่าวว่า “โครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ 43  รอบชิงชนะเลิศระดับชาติ จัดขึ้น ณ ห้องแก้วสารพัดนึก 2 วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี มีผู้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับชาติ จากโรงเรียน 756 แห่ง แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษาตอนต้น 3,180 คน ระดับประถมศึกษาตอนปลาย 372 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 163 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 188 คน และครูอาจารย์  451 คน รวมจำนวน 4,354 คน จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ รวม 664,819 คน จากสถานศึกษา 3,269 แห่ง”

ก่อนเริ่มทำการสอบ ผู้เข้าสอบทั้งหมด ได้ ยืนสงบนิ่ง เจริญสมาธิภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นจึงทำการสอบ และในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลเกียรติยศ สำหรับผู้สอบได้รางวัลชนะเลิศด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งต่อโครงการฯและเยาวชนทั่วประเทศ

โครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ศึกษาธรรมะ ตั้งแต่ในระดับอนุบาล ประถม มัธยม อุดมศึกษา รวมทั้งทหาร ตำรวจ พยาบาลเหล่าทัพ ครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ธรรมะจากมงคลสูตร และหลักธรรมต่าง ๆ เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษา และนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและเหมาะสม ในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ รวม 664,819 คน จากสถานศึกษา 3,269 แห่งทั่วประเทศ โดยจัดสอบ 3 รอบ 1.รอบคัดเลือก 2. รอบรองชนะเลิศ 3.รอบชิงชนะเลิศ

ทั้งนี้ โครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ประสบความสำเร็จอย่างดีได้ จากความร่วมมือ ส่งเสริม สนับสนุนจากวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ได้ทุ่มเท เสียสละ เพื่อช่วยกันยกระดับศีลธรรมและจริยธรรม สร้างเยาวชนที่จะเติบโตเป็นคนดีที่สังคมโลกต้องการ เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะสร้างความเจริญรุ่งเรือง สงบสุขสู่ประเทศชาติและโลกสืบไป

สิ้น มนัส ปิติสานต์ ศิลปินแห่งชาติ ครูเพลงชื่อดัง ผู้ประพันธ์ เหมือนคนละฟากฟ้า

สิ้น มนัส ปิติสานต์ ศิลปินแห่งชาติ ครูเพลงชื่อดัง ผู้ประพันธ์ เหมือนคนละฟากฟ้า

สิ้น มนัส ปิติสานต์ ศิลปินแห่งชาติ ครูเพลงชื่อดัง ผู้ประพันธ์ เหมือนคนละฟากฟ้า

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.13 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “นายมนัส ปิติสานต์” ศิลปินแห่งชาติ 

 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้รับประสานจากทายาทของ นายมนัส ปิติสานต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) พุทธศักราช 2555 ว่า นายมนัส ปิติสานต์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 04.16 น. ณ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ สิริอายุ 97 ปี

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

วันที่ 22 ธันวาคม 2568
– เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ
– เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
– เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ

วันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2568 สวดพระอภิธรรม ตั้งแต่เวลา 18.30 น.

ทั้งนี้ จะมีการบรรจุศพไว้ 100 วัน เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพในลำดับต่อไป

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ที่เคารพรัก “นายมนัส ปิติสานต์” ร่วมรำลึกถึงเกียรติประวัติและผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานดนตรีอันน่าประทับใจให้แก่ผู้ฟังมาทุกยุคทุกสมัย ด้วยลีลาทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ ไพเราะกินใจ จนเกิดเป็นบทเพลงอมตะมากมาย และเป็นแบบอย่างให้แก่เหล่าศิลปินรุ่นใหม่

ประวัติครู ”มนัส ปิติสานต์“ ศิลปินแห่งชาติ

พันจ่าอากาศเอก มนัส ปิติสานต์

เกิด 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 เป็นนักดนตรี และนักประพันธ์เพลง ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากคณะกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2555 เกิดที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายมูล และนางจำเริญ ปิติสานต์ บิดารับราชการจึงติดตามบิดามาเรียนหนังสือที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แล้วย้ายมาเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนเนติศึกษา ย่านราชวัตร จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ย้ายไปเรียนที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ เป็นลูกศิษย์ของพระเจนดุริยางค์ รุ่นเดียวกับ สง่า อารัมภีร, ปรีชา เมตไตรย์, ชลหมู่ ชลานุเคราะห์ และฑีฆา โพธิเวส เข้ารับราชการเป็นนักดนตรีกองดุริยางค์ทหารอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 จนเกษียณอายุราชการ

มนัส ปิติสานต์ มีโอกาสร่วมงานกับ สง่า อารัมภีรและ ปรีชา เมตไตรย์ เล่นดนตรีและแต่งเพลงร้อง เพลงละครเวที ให้กับคณะศิวารมณ์ของ หม่อมหลวงทรงสอางค์ ฑิฆัมพร ต่อมาทั้งสามท่านได้ร่วมกันก่อตั้ง วงดนตรีกระชับมิตร ในปี พ.ศ. 2498

มนัส ปิติสานต์ มีผลงานแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงเช่น เพลง “เสน่หา” (แต่งเมื่อ พ.ศ. 2507 ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง เมื่อ พ.ศ. 2509) “เหมือนคนละฟากฟ้า” (แต่งเมื่อ พ.ศ. 2503 คำร้องโดย จงรัก จันทร์คณา ขับร้องโดยธานินทร์ อินทรเทพ เมื่อ พ.ศ. 2506) “ระฆังใจ”, “คืนนั้น”, “ไม่มีเสียงเรียกจากใจ”, “เพื่อเธอที่รัก”, “เปลวไฟรัก”, “ฝนรักฝนเศร้า”, “คืนคำรัก” “เธอก็รู้” และ “ฝันกลางฤดูฝน” ฯลฯ

มนัส ปิติสานต์ ยังได้ประพันธ์เพลงประกอบละครโทรทัศน์ที่สร้างชื่อเสียงไว้เกือบร้อยเรื่อง ได้แก่เพลง “พิภพมัจจุราช” (ชับร้องโดย วิเชียร ภู่โชติ [2]) “กระสือ”, “หุ่นไล่กา”, “อมฤตาลัย”, “ปอบผีฟ้า”, “แม่นาคพระโขนง”, “สิงหไกรภพ”, “สี่ยอดกุมาร”, “แก้วนพแก้ว”, “ขุนแผนผจญภัย”, “ห้องหุ่น”, “ดาวพระศุกร์”, “ซ่อนกลิ่น”, “กฏแห่งกรรม”, “ละอองดาว”, “จินดาสมุทร”, “เจ็ดสุริยัน”, “จุดเจ็บในดวงใจ”, “เจ้าสาสชุดสีดำ”, “ขวานฟ้าหน้าดำ”, “เจ้าหญิงแตงอ่อน”, “นางสิบสอง”, “ฉนวนบาป”, “ช้างเพื่อนแก้ว”, “บาอาลี”, “ความรักมักเป็นอย่างนี้” ฯลฯ

ผลงานเพลง “เหมือนคนละฟากฟ้า” (คำร้องโดย จงรัก จันทร์คณา) ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ ครั้งที่ 1 จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประเภทนักร้องชายชนะเลิศ เพลงไทยสากล ประเภท ก. ประจำปี พ.ศ. 2507

ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมอยุธยา ชมรมพุทธฯ 33 สถานศึกษา ร่วมจัดงานรวมพลังเด็กดี V-Star ครั้งที่ 18

ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมอยุธยา ชมรมพุทธฯ 33 สถานศึกษา ร่วมจัดงานรวมพลังเด็กดี V-Star ครั้งที่ 18

ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมอยุธยา ชมรมพุทธฯ 33 สถานศึกษา ร่วมจัดงานรวมพลังเด็กดี V-Star ครั้งที่ 18

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.33 น.

ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมอยุธยา ชมรมพุทธฯ 33 สถานศึกษา ร่วมจัดงานรวมพลังเด็กดี V-Star ครั้งที่ 18

พระสมุห์ธีรพงษ์ ธีรวํโส เจ้าอาวาสวัดป่าโค  ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานสงฆ์ ใน “งานรวมพลังเด็กดี ผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลก” เด็กดี V-Star ครั้งที่ 18 ณ ศูนย์อบรมเยาวชนบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์  คลังทรัพย์  ศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

“งานรวมพลังเด็กดี V-Star” ครั้งนี้ มีผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน จำนวนกว่า 500 คน จากสถานศึกษา 33 แห่ง จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมกิจกรรม โดยภายในงานมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่มากมาย อาทิ  พิธีกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ร่วมกันสวดมนต์บทธัมมจักรกัปปวัตนสูตร ฐานกิจกรรม V-Star Active Learning ชมภาพยนตร์ Animation พุทธประวัติ และ “ภูมินรก ภพสวรรค์ แดนอัศจรรย์หลังความตาย” พร้อมทั้งพิธีมอบเกียรติบัตร และทุนการศึกษาสนับสนุนโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

สำหรับการจัดงานนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือจากศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมรมพุทธศาสตร์สากล วัดพระธรรมกาย และสถานศึกษา 33 แห่ง จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ร่วมมอบของขวัญ ออกร้านอาหาร มอบความสุขให้กับเด็ก ๆ เยาวชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นกำลังใจให้เยาวชนเหล่านี้ได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา ปลูกฝังคุณธรรม ให้เป็นเด็ก “เก่งและดี” พร้อมเติบโตเป็นกำลังที่เข้มแข็งต่อสังคม และประเทศต่อไปในอนาคต

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยความอาลัยรัก

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.56 น.

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความอาลัยรัก

20 ธ.ค.68 ตามสำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. โดยในวันนี้ ได้มีประชาชนจากทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆอาสัยช่วงวันหยุดราชการเดินทางมาสวนตัวมาเป็นครอบครัวและมาเป็นหมู่คณะแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์ผ่านจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวง และทยอยมายังจุดพักคอยที่อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน ผ่านประตูมณีนพรัตน์ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆร่วมปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการน้ำดื่ม บริการ”ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่ง บริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ไปยังท้องสนามหลวง

นอกจากนี้มีคณะบุคคลจากจังหวัด สกลนคร, จ. สตูล, จ. สมุทรปราการ, จ. สมุทรสงคราม  และมีคณะจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สมาคมสโมสรการบิน แห่งประเทศไทย, โรงเรียนวันครู 2502 คณะที่ 1 และคณะที่ 2, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนนครสวรรค์, บริษัท ต้นไม้ไลน์ จำกัด, คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ วิทยาคม จ.นครปฐม, สมาคมข้าราชการบำนาญราชทัณฑ์ (ประเทศไทย), สโมสรโรตารี่ Bangkoknewsky เป็นต้น  เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา
 

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

พระราชวงศ์-องคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

20 ธ.ค.2568  เวลา 06.49 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมถวายแด่ พระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าจำนวน  8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาส และวัดจักรวรรดิราชาวาส  โอกาสนี้ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จในการนี้ด้วย

ต่อมาเวลา 10.46  น. นายพลากร สุวรรณนรัตน์  องคมนตรี เป็นประธานการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัด ราชสิทธาราม และวัดสระเกศ ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

และมีสมาชิกราชสกุลวงศ์สวัสดิ์, ราชสกุล ชูโต, ราชสกุลแสง-ชูโต, ราชสกุล ณ พัทลุง, ราชสกุลบุญหลง, ราชสกุลพลางกูร, ราชสกุลนรินทรกุล,  ราชสกุลเจษฎางกูร,  ราชสกุลเทพหัสดิน , ราชสกุลมนตรีกุล,  ราชสกุลอิศรางกูร ราชสกุลอินทรากูร, ราชสกุลทัพพะกุล, ราชสกุลสุริยกุล, ราชสกุลฉัตรกุล, ราชสกุลพึ่งบุญ ร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง 
 

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.12 น.

PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ม.อ. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ระดมพลังจิตอาสาฟื้นเมืองหาดใหญ่

20 ธ.ค.68 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดกิจกรรม PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP ณ ลานเสาธง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ยูรวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางการเข้าร่วมของจิตอาสาสงขลานครินทร์และประชาชนจากหลายภาคส่วนอย่างคึกคัก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ในเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “กลางคืนสร้างสรรค์ กลางวันสร้างเมือง” โดยเปิดพื้นที่ความร่วมมือให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน องค์กร และผู้ประกอบการ ร่วมใจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่จากอุทกภัย สร้างบรรยากาศ และยกระดับภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ให้กลับคืนมาเหมือนเดิม

ภายหลังพิธีเปิด จิตอาสาได้กระจายกำลังลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมในจุดสำคัญทั่วเมืองหาดใหญ่ ครอบคลุมถนนสายหลัก พื้นที่สาธารณะ ชุมชน และสถานที่สำคัญ อาทิ ถนนราษฎร์ยินดี (30 เมตร) สวนหย่อมท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง สถานีรถไฟหาดใหญ่ ถนนธรรมนูญวิถี ถนนสเน่หานุสรณ์และถนนประชาธิปัตย์ ถนนเพชรเกษม (วงเวียนน้ำพุ–แยกโรงแรมวีแอลหาดใหญ่) ถนนศุภสารรังสรรค์ (แยก 30 เมตร–ตลาดกิมหยง) ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1–3 มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชรา หาดใหญ่ ย่านโรงเรียนบ้านควนจง อำเภอนาหม่อม แฟลตเคหะหาดใหญ่ ตึก 1 และมัสยิดยาบาลุสสลาม ควนสันติ ตำบลควนลัง

กิจกรรมดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่ยืนอยู่เคียงข้างสังคม ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านการศึกษาและวิชาการ แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการระดมพลังเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเมืองและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายของกิจกรรม PSU VOLUNTEER X HATYAI RISE UP มุ่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ในระยะเร่งด่วน ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับนักศึกษาและเยาวชน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลเมืองของตนเอง และยกระดับภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ให้กลับมามีชีวิตชีวา น่าอยู่ และพร้อมรองรับการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างเมืองหาดใหญ่ให้ฟื้นคืนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน-ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

หน่วยงานรัฐภาคเอกชน คณะบุคคล ประชาชน เข้ากราบสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” อย่างพร้อมเพรียง

19 ธ.ค.2568 สำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.  โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์ และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการน้ำดื่ม บริการ”ชัตเตอร์ บัส” รับ-ส่ง บริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ไปยังท้องสนามหลวงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

โดยตลอดวันนี้ ได้มีประชาชนจากทั้งในกรุงเทพฯและหลายจังหวัดพร้อมใจแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางผ่านจุดคัดกรองที่ท้องสนามหลวง และเข้าพักยังจุดพักคอยที่อุโมงค์ถนนหน้าพระลาน ผ่านประตูมณีนพรัตน์ เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัด ลำพูน, จ.เลย, จ.ศรีสะเกษ รวมถึงคณะจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลตำบลพุดซา จ.นครราชสีมา คณะที่ 1-คณะที่ 13,  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 จ.สกลนคร, ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภออินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี คณะที่ 1-คณะที่ 3, สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 160 คณะที่ 1-คณะที่ 5, บริษัทซาโนฟี่-อเวนติส (ประเทศไทย)จำกัด, คณะภคินี เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร แห่งประเทศไทย และโรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ เป็นต้น  เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือผ่านโครงการต่างๆเพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรมีอาชีพมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 

สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.50 น.

สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ผ่านหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม จัดกิจกรรมอบรมภายใต้ “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 2/2569” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกฝังค่านิยมอันดีงามให้แก่เยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมดำเนินกิจกรรมอบรม โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

นายวุฒิไกร คำแฝง ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หน.ส.จว.บึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ ความเคารพ เทิดทูน และการร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงสร้างความตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ร่วมกันรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย พร้อมเชิญชวนเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสอดส่องดูแลความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยเน้นการสร้างเครือข่ายเยาวชนและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างยั่งยืน