วัดพระธรรมกาย ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ชมสวนทุ่งดอกไม้-ตักบาตรต้อนรับศักราชใหม่ ปี 2569

วัดพระธรรมกาย ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ชมสวนทุ่งดอกไม้-ตักบาตรต้อนรับศักราชใหม่ ปี 2569

วัดพระธรรมกาย ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ชมสวนทุ่งดอกไม้-ตักบาตรต้อนรับศักราชใหม่ ปี 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร กล่าวว่า วัดพระธรรมกาย ขอเชิญพุทธศาสนิกชน สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569  โดยในคืนวันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 20.30 น. จัดพิธีฉลองชัย สวดธรรมจักร ครบ 8,000 ล้านจบ และพิธีสวดมนต์ข้ามปี เวลา 23.00-00.30 น. สร้างบุญกุศล เป็นสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ มหารัตนวิหารคด หน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย จากนั้น วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 06.20 น. มีพิธีตักบาตรพระต้อนรับศักราชใหม่ 2569 ณ ลานธรรมพระมหาธรรมกายเจดีย์ โดยมีพระธรรมทายาท ในโครงการอุปสมบทหมู่ บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ จำนวน 3,000 กว่ารูป มาเป็นเนื้อนาบุญ

“การสวดมนต์ข้ามปีนี้ จัดขึ้นตามนโยบาย กรรมการมหาเถรสมาคม โดยพระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้จัดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในปีนี้ ซึ่งนอกจากมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และตักบาตรรับปีใหม่ด้วยแล้ว วัดพระธรรมกายได้เปิดสวนดอกไม้ “ทุ่งสวรรค์ ตะวันฉาย” ให้ประชาชนเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 จนถึงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569 ซึ่งดอกไม้ที่ปลูกขึ้นมีด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ดอกแพงรวย สีแดง (แพงพวย) ดอกเบญจทรัพย์ สีม่วง และดอกทรัพย์บานชื่น สีชมพู ดอกไม้นี้ปลูกขึ้นเพื่อนำไปบูชาพระรัตนตรัยในกิจกรรมต้อนรับพระภิกษุธรรมยาตราโครงการกตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 14 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม พ.ศ. 2569 นี้ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตามวัน – เวลาดังกล่าว และรับชมออนไลน์ได้ทาง YouTube live : DMCtv, Facebook live  : สื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-831-1000 หรือ LINE OA วัดพระธรรมกาย @dhammakaya” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 - มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ ไม่กระทบแม้เลื่อนสอบ TGAT/TPAT

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ.เปิดเผยถึงความพร้อมก่อนการสอบ TGAT และ TPAT ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 ธันวาคม 2568 โดยย้ำว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของนักเรียน ม.6 ทั่วประเทศ ที่ต้องใช้คะแนนเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย สพฐ.จึงเร่งเดินหน้าสนับสนุนผู้เรียนตามนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เพื่อเสริมความพร้อมก่อนสอบ สพฐ.จัดกิจกรรมติวใหญ่ “กล่องความรู้ สู่ความสุข” ระหว่างวันที่ 8–9 และ 11–12 ธันวาคม 2568 โดยคัดเลือกครูผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาถ่ายทอดความรู้ทั้ง TGAT และ TPAT ในหลายสาขา ตั้งแต่ความถนัดครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์–วิศวกรรม สถาปัตย์ ไปจนถึงวิชาเฉพาะแพทย์ รวมถึงทักษะภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน พร้อมเทคนิควิเคราะห์โจทย์ที่ช่วยลดเวลาอ่านหนังสือ เพิ่มความมั่นใจ และทำความเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

การถ่ายทอดสดจะผ่าน OBEC Channel ทั้งเว็บไซต์ YouTube และ Facebook เพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นชั่วโมงเรียนปกติหรือเป็นกิจกรรมเสริมตามความพร้อม ขณะเดียวกันยังเปิดให้ผู้เรียนสามารถเรียนซ้ำได้ทุกเวลา ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

ส่วนกรณีอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ยะลา และนราธิวาส ซึ่งทำให้กระทรวง อว.และ ทปอ.ประกาศเลื่อนการสอบ TGAT/TPAT ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวันที่ 17–19 มกราคม 2569 สำหรับผู้เข้าสอบกว่า 19,000 คน สพฐ.ยืนยันว่ากิจกรรมติวครั้งนี้ยังคงดำเนินไปตามกำหนด และไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากสามารถชมคลิปย้อนหลังได้อย่างสะดวก พร้อมประสานเขตพื้นที่และสถานศึกษาให้ช่วยดูแลการเดินทาง ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกในวันสอบอย่างรัดกุม

ทั้งนี้ การตรวจข้อสอบและประกาศคะแนนในระบบ TCAS ยังเป็นไปตามกรอบเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อไม่ล่าช้าและเป็นธรรมกับผู้เรียนทุกพื้นที่

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

4 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ร่วมแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU)ในโอกาสเข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ ‘HELLO! Socialpreneur’ ภายในงาน HELLO! H! LIST 2025: EYES OF HOPE, HEARTS OF GIVING จัดขึ้นเมื่อ 3 ธันวาคม 68 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรที่สร้างคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการศึกษา กีฬา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งของงานจะนำไปสมทบทุนแก่ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นหลักฐานชัดเจนถึงความมุ่งมั่นพัฒนา วิสัยทัศน์ ความตั้งใจและการอุทิศตนของ ศ.ดร.บังอร ที่ได้ขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านบทบาท ผู้นำ การบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี สามารถนำพาสถาบันการศึกษาก้าวสู่แถวหน้าของประเทศไทยด้วยผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ การันตีด้วยรางวัลระดับโลกต่างๆมากมาย และเป็นแหล่งพัฒนาผลิตนักกีฬา นิสิต นักศึกษา บุคลากรสู่เวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ที่มีศักยภาพสูง มีวินัย มีคุณธรรม พร้อมรับใช้สังคมและประเทศชาติ

นิตยสาร HELLO! ได้ยกย่องผลงานโดดเด่นของ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี โดยเฉพาะการส่งเสริม สร้างโอกาสทางการศึกษา การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆเช่นด้านกีฬาเพื่อพัฒนาเยาวชน การผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สังคมไทย

ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ต่างร่วมแสดงความยินดีกับท่านอธิการบดี

รางวัล ‘HELLO! Socialpreneur’ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ที่สะท้อนถึงการทุ่มเทเสียสละของ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ในการพัฒนาศักยภาพนิสิต นักศึกษา เยาวชนไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากก้าวสู่การเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.33 น.

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย สนับสนุนรายได้ ผู้เรียนอาชีวศึกษา 

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา จัดพิธีเปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการในเทศกาล เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 “สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” โดยมี ดร.ประดิษฐ์ พาชื่น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด 

ทั้งนี้ร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตรงข้ามเยื้องประตูทางเข้าวัดศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินงานโดยศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ร่วมกับแผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เป็นร้านกาแฟมุมพักผ่อนสบายๆ น่ารักๆ และลงตัวสไตล์อบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อเปิดพื้นที่ให้บริการสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น ในเมนูที่หลากหลายให้สัมผัสลิ้มลอง ในราคาเริ่มต้นแก้วละ 45 บาท อาทิ กาแฟเมนูรสชาติต่างๆ พร้อมด้วยมัจฉะมะพร้าว มัจฉะลาเต้ มัจฉะสตอเบอรี่ อโวคาโด้ปั่น มิกซ์ชาไทยชาเขียนทูโทน ชากุหลาบ ชาทูโทน ขาเชียวน้ำผึ้งมะนาว โกโก้มิ้นท์/ช็อคมิ้นท์ สตอเบอรี่สมูทตี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ยังมีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำทักษะวิชาชีพของตนมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำได้ เข้าใจชีวิต และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการร้านค้าด้วยตนเอง  การวางแผนการจำหน่ายสินค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านช่องทางออนไลน์ ทักษะการผสมเครื่องดื่มหลากหลายเมนู  และทักษะการประสานงาน การให้บริการลูกค้า และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น 

สำหรับผู้ที่สนใจขอเชิญแวะชม ชิมและสัมผัสเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ กับเพื่อนๆหรือคนที่คุณรัก พูดคุยจิบกาแฟอย่างผ่อนคลายสบายๆ ได้ที่ COFFEE TALK UVC วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น.หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 065-2366114 และเพจ Facebook COFFEE TALK UVC

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล ‘เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล 'เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ'

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล ‘เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.55 น.

มหกรรมความอร่อยเริ่มแล้ว อาชีวะอุบลฯ เสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล “เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569ื ก้าวสู่ปีที่89 ของการก่อตั้ง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา ส่งความสุขในเทศกาล “เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569

โดยมีดร.ประดิษฐ์ พาชื่น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 เป็นประธานเปิดงานพร้อมสาธิตการแต่งหน้าเค้กก้อนพิเศษแห่งปีรับศักราชใหม่ เพื่อส่งความสุขรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 และสถานศึกษาครบรอบ89ปีของการก่อตั้ง

ทั้งนี้โครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยการให้นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชานำทักษะวิชาชีพของตนไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการเป็นนักขายที่ดี จำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ อีกทั้งยังแข่งขันไลฟ์สดผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ให้กับนักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชาอีกด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดจำหน่ายในปีนี้ ได้แก่  คุกกี้ช็อกโกแลตชิป คุกกี้เนยสดอัลมอนด์  คุกกี้คอร์นเฟลก ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์แยกชิ้น ในราคา 20 บาท  แบบกระป๋อง 450 กรัม ในราคา 150 บาท แบบกล่องกลมใส 600 กรัม ในราคา 250 บาท และแบบซองขาว 150 กรัม ราคา 120 บาท 

ส่วนเค้กนั้นจัดทำ 3 รสชาติ ได้แก่ เค้กกาแฟ ราคาปอนด์ละ 220 บาท เค้กช็อกโกแลตชิป ปอนด์ละ 250 บาท และเค้กเนยสด ในราคาปอนด์ละ 200 บาท สำหรับรายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ในครั้งนี้ ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และพัฒนาสถานศึกษาในด้านต่างๆ ต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ที่ห้องอาหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี โรงแรมอาชีวะ (R CHEE WA HOTEL) @วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-250111 หรือ 065 – 6516577 หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ครูสุรีพร คืนดี หัวหน้าศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 081-8793868 ตลอดจน ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.18 น.

พว.จัดการอบรมครู “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ณ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จังหวัดราชบุรี

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการสามัญ ประจำวุฒิสภา คณะกรรมาธิการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในการอบรมครู “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ณ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และได้บรรยายพิเศษ สรุปได้ดังนี้

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้ทดลองใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตามแนวทางโรงเรียนมาตรฐานสากลในโรงเรียนเอกชนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของประเทศนั้น โรงเรียนต้นแบบได้ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือให้นักเรียนนำไปสู่การสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองทั้งในระดับความคิดรวบยอดและหลักการ และยังสามารถสร้างผลผลิต ผลงาน โครงงาน นำไปสู่ปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อเตรียมนำไปต่อยอดสร้าง AI ผ่านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการสะท้อนสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และมีความก้าวหน้าอย่างมาก

ในโรงเรียนนี้มีการจัดให้มีการอบรมพัฒนาครูในเรื่อง “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” นับเป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมากและเป็นที่ยืนยันได้ว่า กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะช่วยทำให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้และดำเนินการวัดและประเมินผล ที่จะสะท้อนให้เห็นสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม

มงคลสมัย 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป : ความสำเร็จแห่งหน้าที่พระธรรมทูต เพื่อสืบสานอายุพระพุทธศาสนา

มงคลสมัย 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป : ความสำเร็จแห่งหน้าที่พระธรรมทูต เพื่อสืบสานอายุพระพุทธศาสนา

มงคลสมัย 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป : ความสำเร็จแห่งหน้าที่พระธรรมทูต เพื่อสืบสานอายุพระพุทธศาสนา

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า วัดพระธรรมกายไทเป, ไต้หวัน จัดกาลทานบารมี และมหาสังฆทานแห่งความสามัคคี ฉลอง 30 ปี ในพิธีถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ 3 นิกายกว่า 100 รูป จาก 14 ประเทศ/เขต/ภูมิภาค และพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อความก้าวหน้าบรรจุพันธกิจพระธรรมทูต 6 ด้าน งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทไปทั่วโลก  (Kathina Ceremony to Celebrate 30 Years of Wat Phra Dhammakaya Taipei, Taiwan 庆祝法身寺建寺三十周年卡提那法会 台北,台湾 ) โดยมี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดเป็นประธานสงฆ์ โดยมี พระครูสิริศาสนวิเทศ (ธณัช เชฏฺฐธมฺโม法深法師) เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไทเป และคุณหรูฉีเวย ชาวไต้หวันโดยกำเนิด เป็นประธานเอก ระหว่างวันที่ 25-28 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

พิธีเริ่มในภาคสาย เป็นการกล่าวสุนทรพจน์แสดงความชื่นชมยินดี อนุโมทนา ในโอกาสฉลอง 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป จากพระมหาเถระผู้นำ และผู้แทนวัดและองค์กรพุทธ, พิธีถวายมหาสังฆทานแด่คณะสงฆ์สามนิกาย ทั้งเถรวาท มหายาน วัชรยาน ร่วมเจริญพุทธมนต์ และรับถวายมหาสังฆทานนานาชาติ กว่า 100 รูป ภาคบ่ายเป็นพิธีทอดกฐินสามัคคี โดยมีริ้วขบวนเจ้าภาพอัญเชิญผ้าจีวรกฐิน และผ้าไตรจีวร ปัจจัยไทยธรรม เป็นบริวารกฐิน เข้าสู่ศูนย์กลางพิธี จากนั้น ประธานสงฆ์เจริญสมาธิภาวนา และเจ้าภาพประกอบพิธีถวายผ้าไตรจีวรกฐิน โดยมีคณะสงฆ์ เจ้าภาพ สาธุชน ชาวพุทธ ทั้งชาวไต้หวัน และชาวไทย จากภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอเมริกา ยุโรป ศรีลังกา อินโดนีเซีย บรูไน โอเชียเนีย จาก 14 ประเทศ/เขต/ภูมิภาค ร่วมงาน 500 กว่าคน

สัมพันธภาพแห่งพุทธธรรม 3 นิกาย : ทั้งนี้ พระมหาเถระคณะสงฆ์สามนิกาย ทั้งเถรวาท มหายาน วัชรยาน และองค์กรพุทธ ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ดังนี้ พระธรรมาจารย์ต้าฮุ่ย ประธานสมาคมพุทธศาสนาไถจง เจ้าอาวาสวัดกว่างซิว, พระธรรมาจารย์มี่เป่า ประธานมูลนิธิการศึกษาพุทธะ, พระธรรมาจารย์ฮุ่ยจวี้ เจ้าอาวาสวัดฝอกวงซาน สาขากั่งซาน, พระธรรมาจารย์เมี่ยวเหยี่ยน พระภิกษุนิกายเทียนไถ ประเทศญี่ปุ่น, พระธรรมาจารย์คันปู้ ฉืออวิ้ง เหรินเจิน ประธานสมาคมวิจัยพุทธศาสนาทิเบตนานาชาติในไต้หวัน, พระธรรมาจารย์นั่วนั่วเก๋อซี รองประธานสมาคมวิจัยพุทธศาสนาทิเบตนานาชาติในไต้หวัน, พระธรรมาจารย์หมิงเกา เจ้าอาวาสวัดใหญ่ศรีลังกา, พระมหาปรกฤษณ์ กนฺตสีโล เจ้าอาวาสวัดบุญญาราม ไต้หวัน, พระมหากฤติณภัทร กิตฺติภทฺโท รองเจ้าอาวาสวัดบุญญาราม ไต้หวัน, พระธรรมาจารย์ซิวอี้ เลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีน เจ้าอาวาสวัดเมี่ยวเฉวียน, พระธรรมาจารย์ซิ่งหง รองเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีน เจ้าอาวาสวัดหยวนทงฉาน, พระธรรมาจารย์ไค่ซ่าน รองเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีน เจ้าอาวาสวัดฉือฝ่าฉาน, พระธรรมาจารย์หมิงอวี้ ประธานมูลนิธิการศึกษาต้าอ้ายเต้า, พระธรรมาจารย์ฝ่าจู๋ กรรมการสมาคมส่งเสริมการศึกษาคุณธรรมจงหัว, พระธรรมาจารย์หยั่งสิง เจ้าอาวาสวัดจินเฉิง, พระธรรมาจารย์โหย่อิ้ง รองเจ้าอาวาสวัดฉือฝาฉาน, พระธรรมาจารย์เจินอิ๋ง ผู้อำนวยการบริหารชมรมเยาวชนวัดเมียวฉวน, คุณเจิง ลี่ น่า รองประธานสมาคมดูแลครอบครัวและการสมรสจีน-ไต้หวัน, คุณหลิว จู่ หมิง ประธานสมาคมพันธมิตรพระศรีอาริย์เมตไตรย, คุณสวี่ อวิ๋น เสียง หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สมาคมพันธมิตรพระศรีอาริย์เมตไตรย, และอาสาสมัครองค์กรพุทธฉือจี้ ฯลฯ

ความสัมฤทธิ์ผลแห่ง ศาสนกิจ 6 ประการ : ตลอดระยะเวลาในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษาจีนและความรู้ทางพระพุทธศาสนา มหายาน วัดพระธรรมกายไทเป ได้บรรลุพันธกิจ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา เถรวาท และการทำหน้าที่พระธรรมทูต ดังนี้ (1) สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญภาษาจีน, (2) เผยแผ่พุทธศาสนาเถรวาทให้ชาวท้องถิ่นไต้หวัน โดยเปิด 4 วัด ได้แก่ วัดพระธรรมกายไทเป, วัดภาวนาไถจง, วัดพระธรรมกายเถาหยวน, วัดภาวนาเกาสง, (3) ส่งบุคลากรภาษาจีนช่วยงานวัดพระธรรมกาย ประเทศไทย ทางด้านต้อนรับ อบรมสมาธิภาษาจีน บวชพระนานาชาติ ภาคภาษาจีน, (4) ส่งบุคลากรเผยแผ่นานาชาติ ในโซนที่ใช้ภาษาจีน ได้แก่ วัดพระธรรมกาย สิงคโปร์, วัดพระธรรมกายกัวลาลัมเปอร์ วัดพระธรรมกายฮ่องกง, (5) ส่งบุคลากรศึกษาต่อทางพระพุทธศาสนาในประเทศจีน, (6) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับคณะสงฆ์และองค์กรพุทธนานาชาติ  ซึ่งพันธกิจ ทั้ง 6 ประการ เพื่อมุ่งเน้นให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และเข้าถึงธรรม เพื่อให้เกิดสันติสุขภายในตน ได้รับประโยชน์จากการเข้าวัด ศึกษา และปฏิบัตินั้นเอง

สุนทรกถาแห่งความศรัทธาและสามัคคี : ด้าน พระจันทุเร ภคญาณนันทะ เถโร (Ven. Dr. Jandure Pagngnananda Thero) ผู้อำนวยการองค์กรพุทธสหายสหธรรมิก สาธารณรัฐจีน, ผู้ก่อตั้งและประธาน ศูนย์วัฒนธรรมสหายสหธรรมิก ประเทศศรีลังกา ได้อ่านสาส์นกล่าวอวยพร ความว่า “เมื่อราว 6 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราช พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมตลอด 40 พรรษา ต่อมา คณะสงฆ์ได้เผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระองค์ไปยังดินแดนต่าง ๆ โดยปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเผยแผ่ และรักษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งประเทศอินเดีย ได้มีการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 3 และส่งคณะธรรมทูตไปยัง 9 ประเทศ วันนี้อาตมาภาพขอพูดถึง 2 ประเทศในจำนวนนั้น ประเทศแรก คือ ตัมภปัณณี (Tambhapanni) หรือ ลังกา (Lankā) ซึ่งคือประเทศ ศรีลังกา ในปัจจุบัน อีกประเทศหนึ่งที่อยากกล่าวถึงเป็นพิเศษคือ สุวรรณภูมิ (Suwarnabhūmi) ซึ่งก็คือ ประเทศไทย ในประวัติศาสตร์จะเห็นได้ชัดว่า ทั้งสองประเทศนี้ต่างมีบทบาทสำคัญในการ คุ้มครองและสืบทอดพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในแต่ละยุค ก็เป็นสาเหตุให้พระพุทธศาสนาเสื่อมถอยลง เมื่อประมาณ 250 ปีก่อน ศรีลังกาเกิดปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ และถูกชาวตะวันตกเข้าปกครอง ทำให้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาอ่อนแอลง ต่อมา พระอุบาลีมหาเถระ แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ได้เดินทางไปศรีลังกา เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ปัจจุบัน พระพุทธศาสนาในศรีลังกาแบ่งออกเป็น 3 นิกาย ถึงแม้จะเป็นฝ่ายเถรวาทเหมือนกัน ในชีวิตประจำวันแทบไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง 3 นิกายนั้น หนึ่งในนั้นคือ สยามนิกาย (Siyam Nikāya) ซึ่งเป็นนิกายที่เกิดจากการฟื้นฟูของคณะสงฆ์ไทย ที่นำโดยพระอุบาลีมหาเถระนั่นเอง วันนี้อาตมาภาพมาร่วมงานในฐานะ พระภิกษุในสยามนิกาย จึงรู้สึกปลื้มปีติและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มากล่าวอวยพรในนามของคณะสงฆ์ศรีลังกา ในมุมมองของชาวพุทธศรีลังกาและชาวพุทธไทย วัดพระธรรมกาย ถือเป็น องค์กรพระพุทธศาสนาที่สำคัญมาก กิจกรรมของวัดพระธรรมกายมีคุณูปการต่อพระศาสนาอย่างยิ่ง หากพูดถึงพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ทุกคนย่อมรู้จักวัดพระธรรมกาย เพราะวัดพระธรรมกายได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการสืบทอดและเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังได้ขยายศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมไปยังหลายประเทศทั่วโลก วัดพระธรรมกายในไต้หวัน ภายใต้การนำของ พระครูสิริศาสนวิเทศ (ธณัช เชฏฺฐธมฺโม法深法師) ได้เผยแผ่ธรรมะ และจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง คณะสงฆ์จากศรีลังกาก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม และการประชุมของวัดพระธรรมกายเช่นกัน พระภิกษุหนุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา เมื่อได้มาร่วมกิจกรรมกับวัดพระธรรมกาย ต่างได้รับประสบการณ์และแรงบันดาลใจมากมาย ในยุคปัจจุบันนี้ วัดพระธรรมกายของประเทศไทย มีบทบาทสำคัญ และภารกิจรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง ในการคุ้มครองและเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก

วันนี้ในวาระครบรอบ 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป อาตมาภาพรู้สึกเป็นเกียรติและปีติยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ขออำนวยพรให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ผนึกเรี่ยวแรง กำลังใจและความสามารถ ที่จะเผยแผ่ธรรมเพื่อความหลุดพ้นแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปทั่วโลก พร้อมทั้ง ธำรงรักษาแบบอย่างพระพุทธศาสนาของไทยไว้ให้มั่นคงสืบไป ขอให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ความสำเร็จ เปี่ยมด้วยปีติในธรรม มีความเพียรในการปฏิบัติธรรม และสมบูรณ์ถึงพร้อมด้วยบุญกุศลและปัญญา ขออนุโมทนา มา ณ โอกาสนี้”

ด้าน ท่าน คันโป เชวัง ริกซิน (Khenpo Tsewang Rigzin) ประธานสมาคมศึกษาพระพุทธศาสนาทิเบตนานาชาติ สาธารณรัฐจีน ได้กล่าวคำอวยพร ในโอกาสครบรอบ 30 ปี วัดพระธรรมกายไทเป ว่า “วันนี้เป็นวาระครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งวัดพระธรรมกายไทเป อาตมาภาพขอแสดงความยินดีและอวยพรให้พิธีในวันนี้ เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นสิริมงคลและความสำเร็จบริบูรณ์ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ เมื่อสองปีก่อน ข้าพเจ้าเคยมีโอกาสไปเยือนวัดพระธรรมกายที่ประเทศไทย รวมถึงสาขาต่าง ๆ และได้เห็นด้วยตาตนเองว่า วัดพระธรรมกายได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างยิ่งยวด เพื่อการสืบสานและเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกเคารพและชื่นชมจากใจจริง อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า โลกของเราในปัจจุบัน กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งปัญหาสภาพภูมิอากาศ ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีใหม่อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในยุคเช่นนี้ พวกเราท่านทั้งหลาย ซึ่งเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่าจะอยู่ในนิกายใด ล้วนเป็นเหมือนพี่น้องกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้อง ร่วมแรงรวมใจด้วยความสามัคคี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะสงฆ์ผู้ทรงศีล ควรเป็นแบบอย่างแห่งความสมัครสมานกลมเกลียว เพราะถ้าพระสงฆ์จากทั้ง 3 สายใหญ่ คือ เถรวาท มหายาน และวัชรยาน (ทิเบต) สามารถร่วมมือและอยู่ร่วมกันด้วยความกลมเกลียว เหล่าศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ก็ย่อมจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบ และมีความสุขได้เช่นกัน สิ่งนี้จะเป็นแบบอย่างให้มนุษยชาติ เดินไปสู่หนทางแห่งสันติ และความกลมเกลียวในที่สุด ความสามัคคีของคณะสงฆ์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ในรูปแบบภายนอกเท่านั้น แต่ต้องเกิดจากการตระหนักรู้ในใจว่า เราทั้งหลายล้วนเป็น ศิษย์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้า และมีแนวทางปฏิบัติเดียวกัน คือ การดำรงรักษาพระวินัยและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ด้วยความเข้าใจนี้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนิกายต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน หากมองในภาพรวมของพระพุทธศาสนาในยุคนี้ เราจะเห็นได้ว่า จำนวนพระภิกษุและพุทธศาสนิกชนลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชน นี่คือปัญหาที่เราทุกคนต้องตระหนักและร่วมกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ทั้งพระสงฆ์และคฤหัสถ์ ต่างควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการธำรงพระพุทธศาสนา รวมพลังของชาวพุทธให้มั่นคง และร่วมกันนำทางเยาวชน ให้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งพุทธธรรม ในวันนี้ ข้าพเจ้าขอถือโอกาส เชิญชวนทุกท่าน ให้ร่วมกันตระหนักถึงภารกิจอันสำคัญนี้”

ความสำเร็จของวัดพระธรรมกายไทเปในวาระครบ 30 ปีนี้ มิใช่เพียงความสำเร็จด้านถาวรวัตถุ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจจริงในการสานต่องานพระศาสนา ดังพุทธพจน์ที่พระบรมศาสดาได้ทรงประทานไว้แก่พระอรหันต์ 60 รูปแรก เพื่อส่งไปประกาศพระศาสนาว่า: “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ…” (ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงจาริกไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย)

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนนั้น ต้องอาศัยทั้ง “ขันติธรรม” (ความอดทน) และ “สามัคคีธรรม” (ความพร้อมเพรียง) ดังที่ปรากฏในงานนี้ ที่รวมสงฆ์จาก 3 นิกายไว้ด้วยกัน การทำหน้าที่กัลยาณมิตรชี้ทางสว่างให้เพื่อนมนุษย์ เป็นยอดแห่งมหากุศลที่ยังประโยชน์ให้กว้างไกล เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว และสร้างสันติภาพที่แท้จริงให้บังเกิดแก่โลกสืบไป

ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี สร้างความสุข-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี สร้างความสุข-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี สร้างความสุข-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี สร้างความสุข-กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

บรรยากาศความสุขล้นอำเภอปากคาด เมื่อนายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด เป็นประธานให้โอวาทแก่นักกีฬา ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลเยาวชนประชาชนหญิง และ ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เนื่องในโอกาสวันสถาปนาอำเภอปากคาด ครบรอบ 47 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ธันวาคม 2568

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีกีฬาที่สร้างทั้ง คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อำเภอพรเจริญ ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาฉลองวันสถาปนาอำเภออย่างคึกคักเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของพื้นที่ในการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเจ้าหน้าที่พลศึกษาลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของนายอำเภอทั้งสองอำเภอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาชุมชนและเยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการกีฬาชาติ ฉบับที่ 7 ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

มทร.ธัญบุรี ปั้นนวัตกรรม ‘เส้นโปรตีน 20 กรัม’ ช่วยผู้สูงวัยสู้ ‘กล้ามเนื้อสลาย’ ด้วยเอนไซม์

มทร.ธัญบุรี ปั้นนวัตกรรม ‘เส้นโปรตีน 20 กรัม’ ช่วยผู้สูงวัยสู้ 'กล้ามเนื้อสลาย' ด้วยเอนไซม์

มทร.ธัญบุรี ปั้นนวัตกรรม ‘เส้นโปรตีน 20 กรัม’ ช่วยผู้สูงวัยสู้ ‘กล้ามเนื้อสลาย’ ด้วยเอนไซม์

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.พีรพงศ์ งามนิคม อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) และผู้ก่อตั้ง Protinos Foods Company Limited พร้อมด้วย ดร.ศิริลักษณ์ สุรินทร์ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จในการพัฒนา ‘เส้นโปรตีนสูง’ (Protinos Noodle) นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้สูงวัย เพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะกล้ามเนื้อสลายตัวที่คุกคามคนไทยกว่า 9 ล้านคน เส้นโปรตีนสูงนี้อัดแน่นด้วยโปรตีนสูงถึง 20 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญ BCAAs ที่มีส่วนช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ 4 กรัม อีกทั้งไขมันต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล พร้อมจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มเด้ง ทำให้ผู้สูงอายุสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยและได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน โดยได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐานงบประมาณปี 2567

ดร.พีรพงศ์ งามนิคม อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Food Process and Engineering เผยว่า ปัญหาหลักของผู้สูงอายุคือการเบื่ออาหารและการได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสี่ยงต่อการล้ม และต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล การนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมอาหารมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์ Protinos Noodle จึงเป็นคำตอบที่ผสมผสานทั้งสารอาหารที่ครบถ้วน และเนื้อสัมผัสที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้สูงวัย

ดร.ศิริลักษณ์ สุรินทร์ ได้อธิบายเสริมเกี่ยวกับความเป็นนวัตกรรมและจุดเด่นคือ หัวใจของ Protinos Noodle คือการใช้เทคโนโลยีการหมักด้วยเอนไซม์ ทำให้ได้เส้นโปรตีนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าบะหมี่ทั่วไปอย่างชัดเจน โดยออกแบบเนื้อสัมผัสที่มีความเหนียวนุ่มและเด้ง โดยความนุ่มอยู่ในระดับ IDDSI 4 ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยและง่ายต่อการเคี้ยวสำหรับผู้สูงอายุ ความสำเร็จนี้ได้รับการปกป้องด้วยนวัตกรรมภายใต้ Petty Patent ในด้าน Enzyme-assisted protein structuring ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ทำให้เกิดโครงสร้างเส้นที่นุ่มและเด้งอย่างเป็นธรรมชาติ และยังรวมถึงสูตรการผสมผสาน BCAAs ในสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

สำหรับการนำไปประกอบอาหารและเวทีนวัตกรรม เพื่อตอกย้ำว่า Food Innovation คือ เนื้อสัมผัสที่โดดเด่น Protinos Noodle ได้รับเลือกให้เข้าร่วมนำเสนอในงาน FOREFOOD COHORT #5 DEMO DAY ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Forefood Accelerator จัดโดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (FoodInnopolis) สวทช. ร่วมกับ บจก.บุญรอดบริวเวอรี่ โดยทีมงานได้สร้างสรรค์เมนูพิเศษนั่นคือ ‘เส้นโปรตีนผัดพริกแห้งกระเทียมกุ้ง’ โดยใช้เส้นโปรตีนสูงเป็นวัตถุดิบหลัก เมนูนี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่จำกัดอยู่แค่เมนูสำหรับผู้ป่วย แต่ยังสามารถสร้างสรรค์เป็นเมนูฟิวชั่นรสเลิศที่คนทุกวัยสามารถบริโภคได้ เป็นการเปิดประสบการณ์อาหารอนาคต ที่มีโภชนาการสูงและรสชาติที่ดีไปพร้อมกัน

ดร.พีรพงศ์ งามนิคม ยังกล่าวอีกว่า Protinos Foods Co.,Ltd. วางกลยุทธ์การตลาดแบบสองทิศทาง ทั้งตลาด B2B ได้แก่ โรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และตลาด B2C ผ่านช่องทางออนไลน์และ Modern Trade และชูจุดแข็งของผลิตภัณฑ์อยู่ที่ คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าบะหมี่เพื่อสุขภาพทั่วไป ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง บริษัทตั้งเป้ายอดขายในประเทศไว้ที่ 3.6 ล้านบาทในระยะเริ่มต้น สำหรับแผนระยะยาวใน Phase 2 บริษัทเตรียมขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในภูมิภาค ด้วยนวัตกรรมอาหารที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย

Protinos Noodle เป็นบทพิสูจน์สำคัญจาก มทร.ธัญบุรี ที่เปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมสูงวัย ผู้ที่สนใจนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพนี้ หรือองค์กรที่ต้องการเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมสนับสนุนโภชนาการที่ดีให้แก่ผู้สูงอายุ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Protinos Foods Company Limited เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ด้านอาหารเพื่อสุขภาพและการป้องกันภาวะกล้ามเนื้อสลายตัวในประเทศไทย

อว.คิกออฟ ‘โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง’ นำร่อง 3 จังหวัด ‘อยุธยา – อ่างทอง – ปทุมธานี’

อว.คิกออฟ 'โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง' นำร่อง 3 จังหวัด 'อยุธยา - อ่างทอง - ปทุมธานี'

อว.คิกออฟ ‘โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง’ นำร่อง 3 จังหวัด ‘อยุธยา – อ่างทอง – ปทุมธานี’

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.09 น.

“สุรศักดิ์” คิกออฟโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” กร่ะทรวง อว.ช่วยจ่าย 40 บาทต่อไร่! แบ่งเบาภาระเกษตรกร – ชาวนานำร่องใน 3 จังหวัด “อยุธยา – อ่างทอง – ปทุมธานี”  1 แสนไร่แถมตรวจวัดคุณภาพดิน – จัดอบรมนักบินโดรนฟรี! เปิดให้ลงทะเบียนแล้วสำหรับผู้มีที่นาไม่เกิน 30 ไร่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่นาหรือเป็นผู้เช่านา ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ม.ค.69

2 ธันวาคม 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกระจิว (อบต.กระจิว) อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อคิกออฟโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” โดยมีนายวรวิทย์ ยอแสง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วย รมต.กระทรวง อว. นายพิษณุ พลธี ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว. น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. นายฉลอง ขุนพรหม นายก อบต.กระจิว ผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่ และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 300 คนเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังมี น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ส.ส.เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธา พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมด้วย

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคักคัก มีหน่วยงานของกระทรวง อว. ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำโดรนชนิดต่างๆ และนิทรรศการมาจัดแสดงมีเกษตรกรให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

จากนั้น นายสุรศักดิ์ ได้มอบหมายให้นายพิษณุ พลธี ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว. พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้ช่วย รมต.กระทรวง อว. น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว.ร่วมกันกล่าวเปิดงาน โดยนายพิษณุ กล่าวว่า “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เป็นโครงการสำคัญของกระทรวง อว. ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิต ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการทำงาน เช่น การฉีดพ่นสารเคมี, การให้ปุ๋ย, หรือการหว่านเมล็ด ที่สำคัญเป็นการลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเนื่องจากการควบคุมที่แม่นยำ ทำให้สามารถประเมินและจัดการการใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพและปริมาณของผลผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถเข้าถึงพื้นที่เพาะปลูกที่ยากลำบาก เช่น พื้นที่ลาดชันหรือมีอุปสรรค ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดโครงการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพราะเกษตรกรไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรง ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น มะเร็ง หรืออาการแพ้ต่างๆ

นายพิษณุ กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. ได้สำรวจค่าใช้บริการโดรนเพื่อการเกษตรพบว่าปัจจุบันราคาอยู่ที่ 70 บาทต่อไร่ ดังนั้น โครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สามาร์ทฟาร์มมิ่ง จะให้ “สิทธิประโยชน์สำหรับเกษตรกร” โดยช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการโดรน 40 บาท/ไร่ ให้กับเกษตรกรที่มีที่นารายละไม่เกิน 30 ไร่ และยังสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพดินฟรีให้กับเกษตรกร นี่จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง เพราะเราให้มากกว่าครึ่ง ที่สำคัญ เรายังจัดอบรม “นักบินโดรนเพื่อการเกษตร” ฟรี! เพื่อเสริมทักษะการบินและการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรตามมาตรฐาน พร้อมต่อยอดสู่การประกอบอาชีพจริงให้กับเกษตรกรด้วย เรียกว่ากระทรวง อว. ช่วยเกือบครบวงจรการผลิต

“โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เฟสแรกจะนำร่องใน 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา –  อ่างทอง – ปทุมธานี คาดว่าการดำเนินโครงการในเฟสแรกนี้จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ราย ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 แสนไร่” นายพิษณุ กล่าว

ต่อมานายสุรศักดิ์ ได้คิกออฟโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ด้วยการควบคุมและสั่งการโดรนพร้อมกับปล่อยขบวนโดรนไปยังแปลงนาข้าวนำร่องบริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลกระจิว (อบต.กระจิว) และให้สัมภาษณ์ว่า โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เริ่มนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2569 ใน 3 จังหวัดคือพระนครศรีอยุธยา อ่างทองและปทุมธานี จำนวน 1 แสนไร่โดยเปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและเปิดให้ผู้ประกอบการโดรนที่ต้องการเข้ามารับจ้างบินโดรนผ่านช่องทางที่ 1 เว็บเพจ: โดรนคนละครึ่ง.mhesi.go.th  และช่องทางที่ 2 แอปพลิเคชั่น “เกษตรทันใจ” โดยคลิกที่หน้าโดรนคนละครึ่งพลัส ที่สำคัญหากเกษตรกรให้ความสนใจกระทรวง อว.จะขยายผลโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ไปทั่วประเทศ

รมว.กระทรวง อว.กล่าวต่อว่า เกษตรกรหรือชาวนาทั้งที่มีที่นาเป็นของตัวเองหรือเป็นผู้เช่าที่นาผู้อื่นทำสามารถลงทะเบียนได้หมด แปลงนาหรือแปลงเกษตรในจังหวัดนำร่องราคาค่าบริการโดรนอาจจะไม่เท่ากัน ทั้งใช้โดรนเพื่อหว่าน ใส่ปุ๋ยหรือพ่นยา แต่กระทรวง อว.จ่ายให้ 40 บาทต่อไร่

-(016)