คุณหญิงกัลยา ยกย่อง ให้กำลังใจครู เน้นชู CODING สร้างภูมิคุ้มกันเด็กไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705090

คุณหญิงกัลยา ยกย่อง ให้กำลังใจครู  เน้นชู CODING สร้างภูมิคุ้มกันเด็กไทย

คุณหญิงกัลยา ยกย่อง ให้กำลังใจครู เน้นชู CODING สร้างภูมิคุ้มกันเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติวันที่ 16 มกราคม 2566 ว่า ขออวยพร ขอบคุณ ส่งความปรารถนาดี และที่สำคัญให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เพราะโลกในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความผันผวนไม่แน่นอน สลับซับซ้อน และคลุมเครือ หรือที่เรียกว่า VUCA WORLD ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เราจะทำอย่างไรที่จะสร้างเด็กไทยให้มีภูมิคุ้มกันที่ต้องเผชิญกับโลกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวต่อไปว่า ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในขณะนี้ที่ผู้ใหญ่ที่เป็นครูสามารถให้กับเด็กได้ ก็คือภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า การเรียน “CODING” คือการเน้นไปที่การคิดของเด็ก คิดวิเคราะห์ อย่างมีเหตุมีผล คิดอย่างมีตรรกะ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอนเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงคณิตศาสตร์สอนให้เด็กสามารถตัดสินใจลงมือทำ ทำผิดก็ทำใหม่ได้ บวกกับทักษะการอ่านเขียนอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะทั้งหมดนี้
เด็กในปัจจุบันและในอนาคตจะต้องมีจึงเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของคุณครูและผู้ปกครองที่จะต้องปลูกฝังเด็กในเรื่องดังกล่าว

“จริงๆ ทุกๆ วันก็ถือเป็นวันครูอยู่แล้ว เพราะครูมีความหมายกับคนทุกคน หรืออาจพูดได้ว่าครูคือคนสร้างโลก เพราะครูคือคนสร้างคนให้เป็น
คนดี มีความสามารถ มีความรู้ ครูจึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ครูให้ความสุข ครูทำให้คนมีงานทำ ครูทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครูเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ขอเป็นกำลังใจแด่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ครูทุกแห่งหนด้วยใจ ขอให้คุณครูภาคภูมิใจในบทบาทที่ได้ทำมาตลอดชีวิต” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ทั้งนี้ ดร.คุณหญิงกัลยาได้ฝากถึงคุณครูว่าแนวโน้มการศึกษาโลกต่อจากนี้ไป จะต้องมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ซึ่งครูจะสอนวิธีไหนแบบ
Active Learning หรือ Project Based Learning ก็ตามคุณครูจะต้อง 1.มุ่งเน้นให้เด็กเรียนอย่างสนุก คือเรียนสิ่งที่เด็กสนใจ เด็กต้องเรียนอย่างมีความสุข ครูต้องมีความสุขในการสอน 2.ระหว่างเรียนต้องมีรายได้ 3.จบแล้วมีงานทำ หรือเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ทันสมัย 4.มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แข่งขันได้  ทั้ง 4 ประการนี้ จึงเป็นหน้าที่ใหม่ของคุณครูที่จะต้องสอนเด็ก ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาโลกจากนี้ไป

ไทยจัดแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่ภูเก็ต มีเยาวชน 16 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705080

ไทยจัดแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่ภูเก็ต  มีเยาวชน 16 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขัน

ไทยจัดแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่ภูเก็ต มีเยาวชน 16 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขัน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชมรมครูหุ่นยนต์ไทย บริษัท M REPUBLIC EVENT CO.,LTD. ภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันหุ่นยนต์โอลิมปิกนานาชาติ IRO 2022 (International Robot Olympiad 2022 : Phuket Thailand) เมื่อกลางเดือนมกราคม 2566 ณ โรงยิมเนเซี่ยม 4,000 ที่นั่ง สะพานหินเทศบาลนครภูเก็ต โดยมีนายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน มีตัวแทนจากแต่ละประเทศเข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ นายคิม จอง วาน ประธานสมาคมหุ่นยนต์แห่งประเทศเกาหลี คณะผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองนักเรียนจากประเทศต่างๆ

นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เพื่อให้เยาวชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างมิตรภาพในฐานะผู้นำแห่งอนาคต เพิ่มพูนวิสัยทัศน์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และให้สามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะ ความคิดริเริ่มในการพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อการพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ทั้งยังเป็นเวทีการแข่งขันและสร้างความสนใจให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไป ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการพัฒนาหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 16 กติกา แยกออกเป็น 2 ระดับชั้น คือ รุ่นจูเนียร์ ระดับประถมศึกษา ช่วงอายุ 10-12 ปี และรุ่นชาเลนจ์ ระดับมัธยมศึกษา ช่วงอายุ 13-18 ปี มีผู้เข้าร่วมจาก 16 ชาติ รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน โดยมีโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ตและสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมหลายทีมด้วยกัน

รับโล่รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705076

รับโล่รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

รับโล่รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.ภัทรภรณ์ เต็มใจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนรมย์บุรีพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เข้าคารวะ รับโอวาทและรับโล่รางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ จากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566

บัญชีจุฬาฯ ร่วมมือ แพทย์ศิริราช บูรณาการสร้างองค์ความรู้ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705082

บัญชีจุฬาฯ ร่วมมือ แพทย์ศิริราช  บูรณาการสร้างองค์ความรู้ใหม่

บัญชีจุฬาฯ ร่วมมือ แพทย์ศิริราช บูรณาการสร้างองค์ความรู้ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการและการบริหารจัดการ โดย รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ และ ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากร นิสิตนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การบริหารจัดการ และเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อไป

รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างสองสถาบัน เชื่อมั่นว่าจะเป็นพลังที่ทำให้นิสิตนักศึกษาได้เกิดความรู้และประสบการณ์ และเป็นการผนึกกำลังกันเพื่อสร้างผู้นำแห่งอนาคต
(Future Leaders) สิ่งที่จะดำเนินการในระยะเริ่มแรกคือการจัดการโครงการต่างๆ ทางด้านธุรกิจและการตลาดเพื่อพัฒนาความรู้ระหว่างทั้งสองสถาบัน การนำความรู้คืนสู่ประชาชนและสังคม และการจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการจัดการด้านการสาธารณสุขแก่สองสถาบันและชุมชน

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า ถึงแม้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นสถาบันการแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย มีจุดแข็งทางด้านความรู้และวิชาการแพทย์ แต่ยังคงต้องการความรู้ด้านบริหารจัดการจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้คณาจารย์สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการดูแลผู้ป่วย และการทำวิจัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนิสิตนักศึกษาและต่อสังคมไทย ทั้งนี้จะมีโครงการที่จะดำเนินการต่อไปภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้อีกหลายโครงการ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาการดำเนินการของคณะฯให้ได้มาตรฐานด้านวิชาการแพทย์และการเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองมหาวิทยาลัยจะร่วมมือระหว่างกันใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความร่วมมือเพื่อพัฒนานิสิตนักศึกษา จะจัดให้มีกิจกรรมให้นิสิตภาควิชาการตลาดชั้นปีที่ 4 ได้ทำวิจัยและแผนกลยุทธ์แก่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รวมทั้งมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนิสิตนักศึกษาทั้งสองสถาบัน 2.การแลกเปลี่ยนบรรยายให้ความรู้ซึ่งกันและกัน 3.การทำวิจัยในเชิงสหวิทยาการ (Interdisplinary Research) ร่วมกัน และ 4.การสร้างหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโทร่วมกันในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นมิติสำคัญที่จะสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการอุดมศึกษาไทย

นีเวีย มอบเงินห้องสมุดโรงเรียนขาดแคลน 11 แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705077

นีเวีย มอบเงินห้องสมุดโรงเรียนขาดแคลน 11 แห่ง

นีเวีย มอบเงินห้องสมุดโรงเรียนขาดแคลน 11 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางวิศัลยา เจริญรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร กิจกรรมเพื่อสังคม และกิจการสาธารณะ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว นีเวีย  มอบเงินจากการจัดโครงการ “เพราะแคร์ จึงชวนแชร์ ปรับปรุงห้องสมุดยุคใหม่ เพิ่มศักยภาพการเรียนรู้” ซึ่งร่วมกับบิ๊กซี จำนวน 1,500,000 บาท และร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 1,500,000 บาท รวมทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ให้แก่โครงการร้อยพลังการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อปรับปรุงห้องสมุดในโรงเรียนที่ขาดแคลนทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนางโมนา ศิวรังสรรค์ ผู้อำนวยการและเลขานุการคณะกรรมการมูลนิธิยุวพัฒน์ และทีมผู้บริหารเป็นตัวแทนรับมอบ

ยูนิเซฟร่วมมือเอกชนส่งเสริมสิทธิเด็ก และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705078

ยูนิเซฟร่วมมือเอกชนส่งเสริมสิทธิเด็ก  และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ยูนิเซฟร่วมมือเอกชนส่งเสริมสิทธิเด็ก และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ นางสาวธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมกันสนับสนุนสิทธิเด็กและบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนในประเทศไทย โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติในปีนี้

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสนับสนุนสิทธิเด็กในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมนโยบายและหลักปฏิบัติของภาคเอกชนให้เป็นมิตรต่อครอบครัวยิ่งขึ้น, การพัฒนาทักษะที่จำเป็นและการจ้างงานให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ว่างงาน หรือขาดการฝึกอบรม, การร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคม เพื่อคุ้มครองเด็กจากภัยอันตรายบนโลกดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเน้นการระดมแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนในประเด็นอื่นๆ ที่เด็กและเยาวชนให้ความสนใจ เช่น การศึกษา สุขภาพกายและสุขภาพจิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

‘ตรีนุช’เปิดเวที สพฐ.-ซีมีโอสปาฟา-ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705220

'ตรีนุช'เปิดเวที สพฐ.-ซีมีโอสปาฟา-ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ

‘ตรีนุช’เปิดเวที สพฐ.-ซีมีโอสปาฟา-ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“ตรีนุช”เปิดเวที สพฐ.-ซีมีโอสปาฟา-ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ แลกเปลี่ยนแนวทางการสอนประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 21

เมื่อวันพุธที่ 18 มกราคม 2566 เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการการสอนประวัติศาสตร์สำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 รูปแบบผสมผสาน ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ SPAFA เพื่อพลิกเปลี่ยนสู่มิติใหม่ในการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยมี ดร.นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร นายเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ SPAFA นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม คณะวิทยากร คณะทำงาน คณะครู และศึกษานิเทศก์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก พร้อมมีนโยบายและจุดเน้นการพัฒนาวิชาประวัติศาสตร์ โดยให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่กับการเสริมสร้างวิถีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในปัจจุบันต้องไม่เป็นการเรียนแบบท่องจำ แต่ต้องส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ ให้ความสำคัญทั้งประวัติศาสตร์ชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้รู้ที่มา รากเหง้า และตัวตนของเรา ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นทุนทางสังคม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของประเทศไทย

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า การสอนประวัติศาสตร์สามารถเริ่มต้นจากการพานักเรียนสำรวจความเป็นมาของท้องถิ่นตนเอง จากสิ่งที่เด็กได้เห็นอยู่ทุกวันว่ามีที่มาอย่างไร แล้วนำไปสู่ประวัติศาสตร์สังคมร่วมกันของประเทศ ซึ่งครูจะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ให้เปิดกว้างเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง รู้และเข้าใจความสนใจของผู้เรียน เพื่อพัฒนาหรือเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ ด้วยวิธีการที่ทันสมัย ใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อไปสู่เป้าหมาย ทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติและท้องถิ่น สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เข้าใจบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และลดข้อผิดพลาดในอนาคตได้

“การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อแนะนำ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สอดคล้องกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์หลากหลายสาขา ให้แก่ศึกษานิเทศก์ คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้สนใจ ได้รับแนวทางและมุมมองใหม่ๆ ในการออกแบบการศึกษาต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

‘ทหาร-ตำรวจ’ ร่วมพิธีวัน’กองทัพไทย’ พร้อมสวนสนาม ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705001

'ทหาร-ตำรวจ' ร่วมพิธีวัน'กองทัพไทย' พร้อมสวนสนาม ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล

‘ทหาร-ตำรวจ’ ร่วมพิธีวัน’กองทัพไทย’ พร้อมสวนสนาม ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.03 น.

ผบ.ทสส. นำ ผบ.เหล่าทัพ-ตำรวจ ร่วมพิธีวันกองทัพไทย  น้อมรำลึก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ พร้อมสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย

วันที่ 18 มกราคม 2566 ที่อนุสรณ์สถาน พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานงานกองทัพไทย ประจำปี 2566 โดยมี พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยมีพิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย

สำหรับการจัดงานวันนี้ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพบุรุษของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้

ขณะที่ช่วงบ่าย ทั้ง 3 เหล่าทัพ จะมีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ประจำปี 2566 เนื่องในวันกองทัพไทย เวลา 15.00 น. เพื่อกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ซึ่งเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยและเป็นหลักชัยของทหารทั้งปวง เป็นพิธีเพื่อให้ทหารได้ยึดมั่นและรักษาคำสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติอย่างดีที่สุด และยังแสดงถึงการเป็นทหารอย่างสมบูรณ์ 

โดยกองทัพบก จัดพิธีที่ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี , กองทัพเรือ จัดพิธีที่ ลานอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จ.ชลบุรี , กองทัพอากาศ จัดพิธีที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริย์ตริยาธิราช

กองทัพเรือ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีสวนสนามและกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลและสวนสนามเนื่องในวันกองทัพไทย ในส่วนของกองทัพเรือ ณ ลานอเนกประสงค์  หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จ.ชลบุรี 

ส่วน กองทัพอากาศ ทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 66 โดยมี พลอากาศเอก อลงกรณ์  วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

‘ม.มหิดล’พัฒนาแอปฯประเมินสมองเสื่อม เดินหน้าคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรชุมชนปีที่15

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704830

‘ม.มหิดล’พัฒนาแอปฯประเมินสมองเสื่อม  เดินหน้าคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรชุมชนปีที่15

‘ม.มหิดล’พัฒนาแอปฯประเมินสมองเสื่อม เดินหน้าคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรชุมชนปีที่15

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการศึกษาซึ่งโดดเด่นในด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพดีของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้สร้างสรรค์แอปพลิเคชั่น “BrainTrack” โดยเป็นผลงานของ ผศ.ดร.พรภพนัยเนตร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อคนไทยห่างไกล “ภาวะสมองเสื่อม”เพราะสมองเป็นอวัยวะที่ไม่สามารถทดแทนได้โดยสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร

ทั้งนี้ ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้การดูแลสุขภาพด้วยตัวเองกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงใช้แอปพลิเคชั่นในมือถือ จึงทำให้มีซอฟต์แวร์ทางการแพทย์เพื่อการดูแลสุขภาพออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแม้จะทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่ยังน่าเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย และการได้มาตรฐาน โดยแอปฯถูกออกแบบและพัฒนาให้สอดคล้องกับวิธีมาตรฐานการตรวจประเมินภาวะสมองเสื่อมทางการแพทย์ และกำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการตามที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด

ปัจจุบันแอปพลิเคชั่น Brain Track ได้รับการจดทะเบียนเป็นข้อมูลลิขสิทธิ์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในเบื้องต้น ผศ.ดร.พรภพ ได้ตั้งบริษัท IQMED Innovation จำกัด ซึ่งเป็น Start-Up จากห้องปฏิบัติการวิศวกรรมหัวใจ หลอดเลือด และอวัยวะประดิษฐ์ (CardioArt Lab) ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อมุ่งพัฒนาแอปพลิเคชั่น Brain Track ให้สามารถช่วยแพทย์วินิจฉัยผู้ป่วยก่อนเข้ารับการรักษา

โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้สูงวัยอันเป็นกลุ่มเสี่ยงหลักของภาวะสมองเสื่อม ผ่านการวิเคราะห์ถึงอุปสรรคสำคัญในการใช้ ครอบคลุมข้อจำกัดที่ทำให้ผู้สูงวัยไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องด้วยความซับซ้อน ซึ่งแอปฯ ถูกออกแบบให้มีการประเมินในรูปแบบของเกมที่เข้าใจง่าย อาทิ การนับด้วยลูกบอลเพื่อทดสอบทักษะในการคิดคำนวณ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบการทดสอบความจำ ผ่านรูปภาพ สีและแบบทดสอบที่ต้องใช้ทักษะการเชื่อมโยงทางความคิด ฯลฯ

เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงวัยก่อนแพทย์ให้การรักษาได้อย่างตรงจุด และที่สำคัญยังสามารถกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการประเมินเกิดความสนใจ และติดตามการทดสอบไปจนจบ ทั้งนี้ ก้าวต่อไปของ Brain Trackจะได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคนไทยเพื่อใช้ดูแลสุขภาพสมองด้วยตนเอง โดย ผศ.ดร.พรภพ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนตระหนักถึงปัจจัยสำคัญของการดำเนินชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน จากการรู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาวะตนเองอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว การบ่มเพาะผู้เรียนให้มีทั้งความรู้และคุณธรรม ก็เป็นอีกด้านที่มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการตลอดมา ดังหนึ่งในตัวอย่างคือ “โครงการคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรสู่ชุมชน” ซึ่ง ดำเนินการมาแล้วล่าสุดเข้าสู่ปีที่ 15 โดย ผศ.ดร.ภครตี  ชัยวัฒน์ รองคณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรสู่ชุมชนที่ได้ดำเนินมาสู่ปีที่ 15 ได้มีพัฒนาขึ้นตามบริบทชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของโลก

โดยเชื่อมต่องานการศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนทิศทางที่มุ่งให้ความรู้ประชาชนเพื่อให้สามารถดูแลตัวเอง ภายใต้การวางแผนให้เกิดการเข้าถึงบริการลดเวลา และจำนวนครั้งของการบริการทางกายภาพบำบัดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ปัจจุบันการดูแลทางกายภาพบำบัดจะไม่ได้เพียงให้ความสำคัญต่อผู้ป่วย แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อบุคคลรอบข้างด้วย โดยเป็นไปในลักษณะที่ดูแลซึ่งกันและกัน มีการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยจากศูนย์กายภาพบำบัด สู่ชุมชนอย่างเป็นพลวัต

จึงทำให้โครงการคลินิกกายภาพบำบัดสัญจรสู่ชุมชน คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถเดินหน้าภารกิจเพื่อสร้างเสริม ส่งเสริมป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาวะเพื่อประชาชนได้ต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ “การบ่มเพาะปลูกฝังนักศึกษาทุกรุ่นให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเห็นประโยชน์ของผู้อื่นเป็นที่ตั้ง” ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้จากเพียงการเรียนในห้องเรียน หรือจากห้องปฏิบัติการ แต่คือการได้ลงพื้นที่จริงได้สัมผัสกับผู้คนจริง

สู่การสร้างโจทย์เรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหา รวมทั้งสร้างองค์ความรู้เพื่อให้กับชุมชนได้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลยังคงคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการเพื่อประชาชน และการได้เห็นผู้เข้ารับบริการหายเจ็บป่วย มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างที่เป็นปกติ ถือเป็นรางวัลชีวิต ที่จะคอยเป็นแรงใจขับเคลื่อนให้นักกายบำบัดทุกคนทำหน้าที่ดูแลสุขภาวะเพื่อประชาชนด้วยหัวใจต่อไปให้ดีที่สุดตราบนานเท่านาน

‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704831

‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง  ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“AI อยู่กับเรา ในทุกที่ทุกเวลา” ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว มีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการแก้ปัญหา และการพัฒนาเรื่องต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับเหล่า Tech Talent ระดับ ม.ปลาย อาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1-2 ทั้ง 10 ทีม จากค่าย Creative AI Camp ครั้งที่ 5 จัดโดยบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ และพันธมิตร ซึ่งเยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ลงมือทำ ขยายขอบเขตความคิด

กระทั่งได้ร่วมกันสร้างสรรค์ชิ้นงาน AI เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ดีกว่าขึ้นมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ซึ่งสุดยอดผลงาน 3 อันดับแรกที่โดนใจคณะกรรมการนานาชาติทั้งไทย สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน ได้แก่ “รางวัลชนะเลิศ”เป็นของผลงาน “AI Ensure WorkerSafety at Construction Site” เป็นการนำ AI มาผสานการทำงานกับกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ช่วยตรวจจับสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของคนทำงานในไซต์ก่อสร้าง

น.ส.นัสวรรณ รุ่งฤทธิเดชนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ตัวแทนทีมเจ้าของผลงาน AI Ensure Worker Safety at Construction Site เล่าที่มาที่ไปของนวัตกรรมนี้ว่า ปัจจุบันการก่อสร้างตามสถานที่ต่างๆ เกิดขึ้นพร้อมกันการจะช่วยกันมอนิเตอร์ความปลอดภัยจากส่วนกลางให้ทั่วถึงตลอดเวลาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น กรณีของการก่อสร้างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่สามารถมอนิเตอร์ความปลอดภัยของการก่อสร้างผ่านกล้อง CCTV ได้ราวร้อยละ 15 ของระยะเวลาการก่อสร้างทั้งหมดกว่า 450,000 ชั่วโมงต่อปี

ทีมของตนจึงนำเสนอวิธีการนำ AI เข้าไปผนวกกับการทำงานของกล้อง CCTV เพื่อช่วยตรวจจับคนทำงานในไซต์ก่อสร้างที่ไม่สวมหมวกนิรภัย แล้วแจ้งเตือนเข้าไปยังกลุ่ม LINE ของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยหากดำเนินการได้ คาดว่าจะช่วยประหยัดเวลาการมอนิเตอร์ของคนไปได้มากกว่า 50,000 ชั่วโมง และอาจขยายขอบเขตมากกว่าแค่การตรวจจับการใส่หมวกนิรภัยได้อีกในอนาคต

ส่วนอีก 2 ผลงาน ประกอบด้วย “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1” เป็นของผลงาน “AI Solving Traffic Jam” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากการติดไฟแดงต่อเนื่องหลายนาที ในขณะที่ไฟเขียวเพียงไม่กี่วินาที ทำให้การระบายรถทำได้ยาก รวมถึงปัญหาจากการปล่อยรถไม่สัมพันธ์กับจำนวนรถบนท้องถนน มีการปล่อยไฟเขียวต่อเนื่องในขณะที่บนถนนอาจไม่มีรถค้างอยู่แล้ว ทีมที่พัฒนาผลงานดังกล่าวจึงได้นำ AI มาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟจราจร โดยให้ AI เรียนรู้ข้อมูลการจราจรบนถนนเส้นนั้นๆ และนำข้อมูลสภาพการจราจรจากกล้อง CCTV มาใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดเวลาการติดไฟแดงที่ไม่สมเหตุสมผลได้กว่าร้อยละ 70

และ “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2” ผลงาน “Parking Occupancy Detection” นำระบบการประมวลผลด้วยภาพ (Image Processing) มาผสานกับกล้อง CCTV ตรวจจับพฤติกรรมการจอดรถบริเวณที่จอดรถของร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้ทราบจำนวนของกลุ่มที่จอดนานกว่า 15 นาที กลุ่มที่จอดสั้นกว่า15 นาที ช่วงเวลาที่ที่จอดรถเต็ม และจำนวนรถที่ไม่สามารถเข้าจอดได้เนื่องจากที่จอดเต็ม แล้วนำไปประมวลผลสำหรับใช้วางแผนและบริหารจัดการที่จอดรถของร้านต่อไป

สำหรับค่าย Creative AI Campในปีที่ 5 นี้ มีวิทยากรมากกว่า 20 ราย อาทิ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University),มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS), สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM), ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด, บริษัท เดอะซันเพล็กซ์เอ็นจิเนียร์ริ่งแอนด์ซอฟต์แวร์ จำกัด,

บริษัท แอมเบี้ยน 19 จำกัด, Botnoi Group และ Data Scientist จากบริษัท AI ชั้นนำจากนานาประเทศ และพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่มาร่วมแสดงผลงาน เช่น บริษัท มิตซูบิชิอีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น จำกัด,บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด,บริษัท ยาสกาว่า อิเล็คทริก (ประเทศไทย)จำกัด และ บริษัท เอบีบี โรโบติกส์ แมชชีน เทนดิ้ง จำกัด

ด้าน นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) สำนักปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการให้เหล่า Tech Talent รุ่นเยาว์ได้เรียนรู้ทักษะทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นกว่า 2 เดือนตลอดจนได้พูดคุยกับภาคธุรกิจที่เผชิญ Pain Point ในการทำงานโดยตรง ทำให้ผลงานของเยาวชนในปีนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานชนะเลิศที่ถือว่าโดดเด่น และมีโอกาสต่อยอดได้มาก เพราะคอนเซ็ปต์ “ตาวิเศษ” ของ AI ในไซต์ก่อสร้างนั้น อาจต่อยอดไปช่วยตรวจสอบอย่างอื่นได้เพิ่มเติม

เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไซต์ การทะเลาะวิวาท การขโมยของ การทุจริต ฯลฯ ซึ่งปัจจุบัน เราจะเห็นนวัตกรรม AI เข้ามาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เช่น นวัตกรรมรถยนต์ขับเองได้นวัตกรรมของ ChatGPT ต่อไป AI จะอยู่กับเราทุกที่ ทุกเวลา มีผลกระทบและประยุกต์ใช้ได้กับทุกสายงานทุกสายอาชีพ เราจึงจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้าน AI ให้แก่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนและสร้างความก้าวหน้าให้แก่ประเทศต่อไป

สำหรับการจัดค่ายครั้งถัดไป บริษัทจะจัดค่ายในรูปแบบออฟไลน์มากขึ้น และเพิ่มประเด็นปัญหาสังคมใหม่ๆ ที่น่าสนใจเข้ามาเป็นโจทย์ในการพัฒนาและท้าทายเยาวชน!!!