เยาวชนสตูลโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ ‘บิงโก–ขนมผูกรัก’ สืบสานอัตลักษณ์สู่อนาคต

เยาวชนสตูลโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ ‘บิงโก–ขนมผูกรัก’ สืบสานอัตลักษณ์สู่อนาคต

เยาวชนสตูลโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ ‘บิงโก–ขนมผูกรัก’ สืบสานอัตลักษณ์สู่อนาคต

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.23 น.

ปลุกพลังเยาวชน! เด็กๆชาวสตูลกว่า 50 คน รวมตัวกันในโครงการ ‘เด็กสตูลสร้างเมือง’ เพื่อนำเสนอไอเดียสุดเจ๋งที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับรากเหง้าท้องถิ่น หวังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านเกิดอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เยาวชนรุ่นใหม่กว่า 50 คนจาก 7 อำเภอในจังหวัดสตูล ได้ร่วมกันนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ภายใต้โครงการ ‘เด็กสตูลสร้างเมือง’ ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park เทศบาลเมืองสตูล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านเกิดและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่

ภายในงานมีผลงานของเยาวชนจาก 10 ทีมที่หยิบยกประเด็นสำคัญในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ โครงการรักษ์ทะเลเริ่มที่เรา, โครงการป่าฟื้นคน คนฟื้นใจ, โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาด Premium, และ โครงการสตูลสายอาร์ต เมืองนี้ใครก็โชว์ได้

หนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ‘โครงการหลงกลิ่นเมืองเก่า’ ซึ่งใช้ เกมบิงโก มาเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และสถานที่สำคัญของสตูล โดย น้องไอเดีย หรือนางสาวอนันชญา สาลีสุข ตัวแทนกลุ่มจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล เล่าว่า การใช้เกมจะช่วยดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ได้ดีกว่าการบอกเล่าตรง ๆ และยังทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่โดดเด่นอย่าง ‘Sweet Journey เดินทางกับหนมตูล’ ที่นำเสนอ ‘ขนมผูกรัก’ ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองที่กำลังจะเลือนหายไป ตัวแทนกลุ่มเผยว่า ต้องการฟื้นฟูขนมดังของสตูลให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อยกระดับให้เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ

นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ นายกสมาคมการกีฬาแห่งจังหวัดสตูล ได้กล่าวชื่นชมในความสามารถของเด็ก ๆ ว่า ‘ดีใจที่ TK Park เปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ได้แสดงศักยภาพ ซึ่งคนรุ่นใหม่เก่งขึ้นมาก แต่การพัฒนาเมืองต้องอาศัยทั้งความคิดที่ทันสมัยของคนรุ่นใหม่และประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า เชื่อว่าถ้าเดินไปด้วยกัน สตูลจะมีอนาคตที่แข็งแรงแน่นอน’

โครงการ ‘เด็กสตูลสร้างเมือง’ จึงเป็นมากกว่าการนำเสนอผลงาน แต่เป็นการจุดประกายให้เยาวชนสตูลลุกขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการออกแบบอนาคตของบ้านเกิดของตัวเอง ด้วยเครื่องมือที่เข้ากับยุคสมัยอย่างเกม, ขนม, และเรื่องเล่าจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ///-026

ตร.จราจรนครนายกแปลงร่างเป็น’ชินจัง’โบกรถขวัญใจ นร.หวังกระตุ้นเด็กอยากมาโรงเรียนแต่เช้า

ตร.จราจรนครนายกแปลงร่างเป็น'ชินจัง'โบกรถขวัญใจ นร.หวังกระตุ้นเด็กอยากมาโรงเรียนแต่เช้า

ตร.จราจรนครนายกแปลงร่างเป็น’ชินจัง’โบกรถขวัญใจ นร.หวังกระตุ้นเด็กอยากมาโรงเรียนแต่เช้า

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.21 น.

สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่จังหวัดนครนายก เมื่อตำรวจจราจรใจดีสวมหน้ากากตัวการ์ตูนยอดฮิตอย่าง “ชินจัง” ออกมาปฏิบัติหน้าที่โบกรถยามเช้า หวังเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและอยากมาโรงเรียนเร็วขึ้น

วันที่ 10 ก.ย.68 ที่บริเวณสี่แยกโรงเรียนอนุบาลนครนายก ตำบลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในยามเช้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนายหนึ่งที่มักจะสวมหน้ากากตัวการ์ตูนต่างๆ จนเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ได้ปรากฏตัวในชุดใหม่ที่มาตามคำเรียกร้อง นั่นคือ หน้ากากชินจัง

ด.ต.ธนิต บุษบงค์ ผบ.หมู่ตำรวจจราจรนครนายก เผยว่า ปกติจะสวมหน้ากากหลายแบบ เช่น หมี หรือมิกกี้เมาส์ และยังได้รับชุดไดโนเสาร์จากผู้ปกครองนักเรียนอีกด้วย การแต่งกายในรูปแบบนี้ทำให้เด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นและอยากมาโรงเรียนแต่เช้า เพื่อจะได้โบกมือทักทายหรือขอจับมือกับตำรวจจราจรที่เป็นขวัญใจของพวกเขา

จากที่ผู้ปกครองหลายคนเรียกร้องให้กลับมาสวมหน้ากากชินจังอีกครั้ง ทำให้ ด.ต.ธนิต เลือกสวมชุดนี้เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศที่เป็นมิตรในช่วงเช้า ซึ่งเป็นผลดีต่อการจราจรและยังช่วยให้เด็กๆ มีความสุขในการมาโรงเรียนมากขึ้น

คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกสายสัมพันธ์ สร้างครอบครัวอบอุ่นให้นักศึกษาใหม่

คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกสายสัมพันธ์ สร้างครอบครัวอบอุ่นให้นักศึกษาใหม่

คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกสายสัมพันธ์ สร้างครอบครัวอบอุ่นให้นักศึกษาใหม่

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.33 น.

คณะศิลปศาสตร์ DPU จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญสานสายสัมพันธ์ สืบสานวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างพื้นที่ปลอดภัยและครอบครัวอบอุ่นให้นักศึกษาใหม่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “บายศรีสู่ขวัญสานสายสัมพันธ์คณะศิลปศาสตร์” ประจำปีการศึกษา 2568 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่น ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์  เพื่อรับขวัญและสร้างกำลังใจแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สู่ครอบครัวศิลปศาสตร์อย่างอบอุ่น โดยมีอาจารย์ ดร. วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์จากทุกหลักสูตร ตลอดจนนักศึกษารุ่นพี่ที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไทย แต่ยังตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของทุกคนในคณะ ที่พร้อมเดินเคียงข้างกันทั้งในเส้นทางการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

โดยหนึ่งในไฮไลต์ของพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่สร้างสีสันให้แก่งานคือการเปิดตัวคณบดีและรองคณบดีด้วยคลิปวิดีโอที่ทำมาในรูปแบบของมังงะ สร้างความน่าตื่นเต้นและสนุกสนานให้แก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นคณาจารย์ก็ได้เดินเข้าสู่ห้องพิธี ในชุดคอสเพลย์และชุดนานาชาติ นำทีมโดยท่านคณบดี คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแต่ละภาษาที่เปิดสอนในคณะศิลปศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาเกาหลีเรียกเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากนักศึกษาที่เข้าร่วมงานได้อย่างล้นหลาม ทำลายกำแพงแห่งความแตกต่างมาสู่ความอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน  

งานบายศรีสู่ขวัญในครั้งนี้มีความโดดเด่นที่การผสานศิลปะและวัฒนธรรมไทยเข้ากับวัฒนธรรมแบบร่วมสมัยซึ่งแสดงให้เห็นความเป็นตัวแทนของยุคสมัยปัจจุบันในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งรากเหง้าของความเป็นไทย การแสดงภายในงานจึงมีความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย อาทิ ขบวนแห่บายศรีและเชิญพานพวงมาลัย กับการแสดงโชว์ที่เป็นการส่งต่อความภาคภูมิใจในการเป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ได้แก่ การแสดงโชว์หลีดมือของนักศึกษาปีที่ 1 ในบทเพลง “นพรัตน์” ที่เต็มไปด้วยพลังสดใส ความเข้มแข็ง และความภูมิใจในดวงตรานพรัตน์ของสถาบัน การแสดงโชว์หลีดมือของรุ่นพี่ในบทเพลง “มาร์ช มธบ.” อันทรงพลัง และ การแสดงคัฟเวอร์แดนซ์ (Cover Dance) จากพี่ชยุตพงศ์ โพธิ์คำ และพี่อดัม บินโมฮะหมัด รุ่นพี่ปี 4 ผู้เป็นตำนานของการแสดงโชว์ Cover Dance ใน DPU เพราะกวาดรางวัลการเต้นระดับชาติมาแล้ว  แสดงให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่พยายามสืบทอดประเพณีไทยโดยประยุกต์เข้ากับความเป็นเจเนอร์เรชันของตนเอง และยังถือเป็นการแสดงออกถึงการเรียนการสอนที่เปิดกว้างก้าวสู่ความเป็นสากล แต่ยังคงรักษาความงดงามของวัฒนธรรมไทยไว้อย่างลงตัว

ช่วงเวลาสำคัญของงานในวันนี้อีกช่วงหนึ่งคือ พิธีผูกข้อมือรับขวัญนักศึกษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นและซาบซึ้งใจ เปรียบเสมือนการส่งต่อคำอวยพรและกำลังใจให้ลูกศิษย์ได้ก้าวสู่เส้นทางใหม่อย่างมั่นคงและอบอุ่น รอยยิ้มและแววตาของอาจารย์และรุ่นพี่ที่ผูกข้อมือนักศึกษาใหม่นั้นให้เต็มไปด้วยความห่วงใยอาทร สะท้อนถึงความรักและความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในครอบครัวศิลปศาสตร์

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิดและความอบอุ่น ทั้งจากการพบปะพูดคุยระหว่างนักศึกษาต่างรุ่นและการมีส่วนร่วมอย่างจริงใจของคณาจารย์ ไม่เพียงสร้างขวัญและกำลังใจ แต่ยังทำให้ความกังวลต่าง ๆ และระยะห่างระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาหายไปอีกด้วย เพราะทุกคนสัมผัสได้ว่าคณะศิลปศาสตร์ DPU คือพื้นที่ปลอดภัยที่พร้อมเปิดรับทุกคนด้วยความรักและความเข้าใจ

กิจกรรม “บายศรีสู่ขวัญสานสายสัมพันธ์คณะศิลปศาสตร์” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรวมใจเป็นหนึ่งเดียว และเป็นคำมั่นจากคณาจารย์และรุ่นพี่ว่าจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้นักศึกษาก้าวสู่ความสำเร็จด้วยความมั่นใจในบ้านศิลปศาสตร์ DPU แห่งนี้

เลขาธิการ กพฐ.เปิดอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ

เลขาธิการ กพฐ.เปิดอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ

เลขาธิการ กพฐ.เปิดอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.27 น.

เลขาธิการ กพฐ.เปิดอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ สังกัด สพม.ปทุมธานี ติวครูบรรจุใหม่รู้บทบาทหน้าที่ พัฒนาคุณภาพการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น

วันที่ 9 กันยายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ปทุมธานี โดยมี นางสาวหฤทัย บุญประดับ ผอ.สพม.ปทุมธานี ครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ จำนวน 189 คน พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตฯ และผู้อำนวยการสถานศึกษา เข้าร่วม ณ จงกลพรหมพิจิตร แกรนด์ฮอลล์ โรงเรียนปทุมวิไล จ.ปทุมธานี

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นหน่วยงานการศึกษาที่มีอำนาจหน้าที่ หรือ มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ การอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของครูผู้ช่วยในการไปปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ซึ่งข้าราชการครูเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพเหมาะสมตามช่วงวัย

“นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ที่มีโอกาสเข้ารับการอบรมจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มาบรรยายให้ความรู้ ระหว่างวันที่ 9 – 10 กันยายนนี้ เพื่อให้ครูผู้ช่วยได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ การเป็นข้าราชการครูที่ดี มีวินัยต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสังคมและประเทศชาติ สามารถนำความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ ไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ด้วยความเป็นครูมืออาชีพ และหวังว่าในการอบรมครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้ช่วย ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานศึกษาต่างๆ อันส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว

‘กมธ.การศึกษา’จับมือ’ม.กรุงเทพธนบุรี’จัดสัมมนายกระดับบทบาท’การศึกษา–การทูต’

'กมธ.การศึกษา'จับมือ'ม.กรุงเทพธนบุรี'จัดสัมมนายกระดับบทบาท'การศึกษา–การทูต'

‘กมธ.การศึกษา’จับมือ’ม.กรุงเทพธนบุรี’จัดสัมมนายกระดับบทบาท’การศึกษา–การทูต’

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.04 น.

‘กมธ.การศึกษา’จับมือ’ม.กรุงเทพธนบุรี’จัดสัมมนายกระดับบทบาท’การศึกษา–การทูต’รับมือความท้าทายโลกยุคใหม่

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “การศึกษากับการพัฒนาทางการฑูตในสถานการณ์ปัจจุบัน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการศึกษาในการเสริมสร้างศักยภาพทางการฑูตของประเทศ ภายใต้บริบทของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานกรรมาธิการการศึกษา ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความรู้ทางวิชาการกับภารกิจทางการทูตเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนมั่นคง

ในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พันเอก พรมพจน์ สุขทัศน์ รองผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (อดีตอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก) เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การศึกษากับพัฒนาทางการฑูตในสถานการณ์ปัจจุบัน” โดยเน้นถึงบทบาทของการศึกษาในการสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในการวิเคราะห์สถานการณ์ระหว่างประเทศ และการกำหนดนโยบายความมั่นคงที่เหมาะสมกับบริบทโลกยุคใหม่

จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “อาชีพนักการทูตสำคัญอย่างไรต่อประเทศ” โดย คุณมนรดา แย้มกสิกร นักการทูตชำนาญการ ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ และเน้นถึงคุณสมบัติของนักการทูตที่ควรได้รับการปลูกฝังผ่านระบบการศึกษา

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.ดร.ทีป ราญสระน้อย คณบดีคณะนิติศาสตร์, รศ.ดร.กมลพร กัลยาณมิตร คณบดีคณะรัฐศาสตร์ (มกธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาอาทิรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯ เข้าร่วมรับฟังพร้อมถามคำถามที่อยากรู้จากวิทยากร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นพร้อมนักศึกษาได้รับประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจ

ในช่วงท้ายของการสัมมนา รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้กล่าวสรุปสาระสำคัญ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อวิทยากรและผู้ร่วมงานทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุนให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

‘สนง.แม่กองบาลีสนามหลวง-พศ.’มอบรางวัลสำนักเรียน-สำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมดีเด่น

‘สนง.แม่กองบาลีสนามหลวง-พศ.’มอบรางวัลสำนักเรียน-สำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมดีเด่น

‘สนง.แม่กองบาลีสนามหลวง-พศ.’มอบรางวัลสำนักเรียน-สำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมดีเด่น

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.15 น.

‘สนง.แม่กองบาลีสนามหลวง-พศ.’มอบรางวัลสำนักเรียน-สำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมดีเด่น

9 กันยายน 2568 พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ (รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก) เจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดพระธรรมกาย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยพระมหาสุวิทย์ ธมฺมิกมุนิ ป.ธ.9 อาจารย์ใหญ่สำนักศาสนศึกษาวัดพระธรรมกาย เข้ารับการถวายพัดรอง -ย่าม-ผ้าไตร และรับโล่ประกาศเกียรติคุณ การเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีดีเด่น มีนักเรียนสอบได้มากเป็นอันดับ ๑ ของคณะสงฆ์หนกลาง ในการสอบบาลีสนามหลวงปี พ.ศ.2568 โดยได้รับความเมตตาจากพระพรหมโมลี แม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธาน ณ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ชั้น 2 วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ ได้นำพระภิกษุผู้สอบได้ประโยค ป.ธ.9 จำนวน 11 รูป เข้ารับการมุทิตาสักการะและนักเรียนบาลีศึกษา สำนักศาสนศึกษาวัดพระธรรมกาย ชั้นบาลีศึกษาประโยค 1-2 ถึง 8 จำนวน 40 ท่านเข้ารับประกาศนียบัตร-พัดบาลีศึกษา-เข็มที่ระลึก ผู้สอบได้ประโยคบาลีศึกษาปี พ.ศ.2568

การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีนั้น คือการเรียนรู้ภาษาบาลีซึ่งเก็บรักษาพระพุทธพจน์ไว้ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ฎีกา โดยมุ่งเน้นให้บรรพชิตและคฤหัสถ์สามารถอ่าน แปล อธิบายพระไตรปิฎกภาษาบาลีและใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งตามลำดับ

สำนักศาสนศึกษาวัดพระธรรมกาย ได้จัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ทั้งในห้องเรียนประจำและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายขอบเขตการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้นอีกทั้งยังได้จัดทำเครื่องมือการศึกษาในรูปแบบ Mobile Application และ Web Application เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจด้วยตนเอง โดยในปี 2568 สำนักศาสนศึกษาวัดพระธรรมกาย ได้ส่งพระภิกษุสามเณร 1,747 รูป คฤหัสถ์ 522 ท่าน เข้าทำการสอบวัดความรู้ในสนามหลวง อีกทั้งได้รับเลือกให้เป็นสนามสอบบาลีสนามหลวงประจำจังหวัดปทุมธานีแห่งที่ 2 อีกด้วย

‘นฤมล’เป็นประธานครบรอบ 22 ปี สกสค. มอบของขวัญลดเบี้ยประกัน-ดูแลสวัสดิการลดภาระครู

'นฤมล'เป็นประธานครบรอบ 22 ปี สกสค. มอบของขวัญลดเบี้ยประกัน-ดูแลสวัสดิการลดภาระครู

‘นฤมล’เป็นประธานครบรอบ 22 ปี สกสค. มอบของขวัญลดเบี้ยประกัน-ดูแลสวัสดิการลดภาระครู

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.07 น.

“นฤมล“ เป็นประธานครบรอบ 22 ปี สกสค. มอบของขวัญลดเบี้ยประกันครูและดูแลสวัสดิการเพื่อลดภาระครู

9 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีครบรอบ 22 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยมี ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมด้วย ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ดร.สุชาติ กลัดสุข และนางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. นางสาวชัชพร พินทุวัฒนะ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารพนักงานเจ้าหน้าที่ สกสค. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมพิธีบวงสรวงพระพฤหัสบดี พิธีบวงสรวงพระบรมราชนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6, รูปหล่อพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร), ท่านทวี บุณยเกตุ พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า  ในโอกาสครบรอบ 22 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการ สกสค. ตนได้หารือกับ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ถึงการวางทิศทางใหม่ๆในการกำกับดูแลเรื่องสวัสดิการครู โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้หนี้ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการในการจัดตั้งสหกรณ์กลางของ สกสค. และหากรัฐบาลใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตนก็จะนำเรื่องเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติจัดตั้งสหกรณ์กลาง ของ สกสค.ได้เลย จะเป็นการรวมหนี้ครูจากสหกรณ์ต่างๆมาไว้ในที่เดียวกัน และช่วยลดดอกเบี้ยลง จะเป็นการช่วยลดภาระให้กับครู แต่มีเงื่อนไขว่า ครูจะต้องไม่สร้างหนี้ใหม่เพิ่ม ซึ่งตรงนี้เป็นภาระกิจเร่งด่วนที่เลขาธิการ ดร.พีระพันธ์ กำลังเร่งดำเนินการด้านเอกสารอยู่  รวมถึงการดูแลเรื่องสวัสดิกานอื่นๆที่สกสค.สามารถจะดูแลครูทั้งที่ยังรับราชการอยู่และครูที่เกษียณฯแล้ว ว่าจะดูแลอย่างไรได้บ้าง เพื่อลดภาระต่างๆให้กับครู ซึ่งตรงนี้ตนได้มอบหมายให้เลขาธิการ ดร.พีระพันธ์ ไปหารือกับคณะกรรมการ สกสค.เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ดร.พีระพันธ์ กล่าวว่า ตามที่ รมว.ศธ.ไดัมอบหมายให้ สำนักงานเลขาธิการ สกสค.ดำเนินการเรื่องการจัดตั้งสหกรณ์กลาง ขณะนี้ สกสค.ได้ดำเนินการจัดเตรียมเอกสารเพื่อนำเสนอ ครม.แล้ว

เลาธิการ สกนค. กล่าวต่อว่า สกสค. เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและให้บริการด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ในรอบปีที่ผ่านมาได้พัฒนาการบริการในด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพหลายด้านมาอย่างต่อเนื่อง และในโอกาสครบรอบ 22 ปี ของการสถาปนา สกสค. ในวันนี้ สกสค.มีข่าวดีที่จะแจ้งไปยังครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ได้ทราบทั่วกัน ว่า จากข้อเรียกร้องของสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. จำนวนมากในปีที่ผ่านมา ที่ขอให้ สกสค. พิจารณาให้ความช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันสินเชื่อที่มีอัตราสูง    

“จากปัญหาดังกล่าว สกสค. ได้พยายามต่อสู้เพื่อให้ข้อเรียกร้องของสมาชิกได้รับการตอบสนอง จนสามารถทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับธนาคารออมสิน เพื่อสรรหาผู้รับประกันคุ้มครองสินเชื่อที่มีอัตราเบี้ยประกันลดลงจากเดิมเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้น สกสค. ได้ประกาศสรรหาบริษัทผู้รับประกันคุ้มครองสินเชื่อมีบริษัทรับประกันสนใจเสนอรายละเอียดเข้ารับการพิจารณารวม 3 บริษัท ซึ่งได้พิจารณาเลือกบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เสนออัตราเบี้ยประกันต่ำสุด รวมทั้ง ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือเป็นผู้รับประกันคุ้มครองสินเชื่อในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ให้สมาชิกได้พิจารณาทำประกันคุ้มครองสินเชื่อตามความสมัครใจแทนบริษัทผู้รับประกันเดิม ทั้งนี้ อัตราค่าเบี้ยประกันของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)” 

เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวต่อว่า จากอัตราเบี้ยประกันที่ลดลงนี้จะช่วยลดภาระบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ได้เป็นอย่างดี โดยผู้สนใจที่จะทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อสามารถลงทะเบียนแสดงความจำนงได้ทาง Line Official Account สกสค. รวมทั้งเว็บไซต์ http://www.otep.go.th หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและลงทะเบียนได้ที่สำนักงาน สกสค. จังหวัดทุกจังหวัด ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวเพิ่มเติมว่า “สกสค. ยังเดินหน้าจัดสวัสดิการและสวัสดิภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ สกสค. และธนาคารออมสินจะร่วมกันพิจารณาโครงการเพื่อลดภาระครูเป็นโครงการต่อเนื่องต่อไป”

พลิกเกมสู้! สพฐ.งัดกฎหมายฟัน’ผู้ร้อง’ ปมหลักสูตรใหม่-เช่าสื่อดิจิทัล ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุด

พลิกเกมสู้! สพฐ.งัดกฎหมายฟัน'ผู้ร้อง' ปมหลักสูตรใหม่-เช่าสื่อดิจิทัล ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุด

พลิกเกมสู้! สพฐ.งัดกฎหมายฟัน’ผู้ร้อง’ ปมหลักสูตรใหม่-เช่าสื่อดิจิทัล ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุด

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.07 น.

“นฤมล” สั่ง “สพฐ.” ดูข้อกฏหมาย นายกสมาคมครูชนบทชัยภูมิ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นการแจ้งเท็จ หมิ่นประมาทหรือไม่

9 กันยายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ และประเด็นการร้องเรียนการปรับหลักสูตรการศึกษาเพื่อรองรับการเช่าซื้อสื่อดิจิทัล ณ ห้องประชุม สพฐ.1 อาคาร สพฐ.4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ 

โดย นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. และนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา สพฐ. และว่าที่ รองเลขาธิการ  กพฐ. ได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. แถลงกรณี นายกสมาคมครูชนบทชัยภูมิ เข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจนครบาลดุสิต เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา  ร้องทุกข์กล่าวโทษว่าการปรับหลักสูตรการศึกษาเพื่อรองรับการเช่าซื้อสื่อดิทัล โดยได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานระดับสูงของรัฐตามมาตรา 157 กระทำผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในการกระทำหรืองดเว้นต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อรองรับการเช่าซื้อสื่อดิจิทัล  นั้น ตนขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ว่า ในประเด็นที่หนึ่ง ที่กล่าวหาว่า สพฐ. ได้ปรับปรุงหลักสูตรระดับปฐมวัย และหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเฉพาะ ป. 1 -ป.3 เอื้อประโยชน์กับคนใดบุคคนหนึ่ง นั้น ซึ่งในประเด็นนี้ ตนขอให้นายวิษณุ ในฐานะมีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้ได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า เนื่องจากตนเป็นหนึ่งในรายชื่อทีาถูกร้อง ซึ่งขณะนั้นตนดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องของหลักสูตรใหม่ 2568 จึงขอชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ว่า ได้ทำหลักสูตรเป็นไปตามบทบาทอำนาจหน้าที่หรือไม่ ซึ่งถ้าดูใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ในมาตรา 27  กำหนดให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง ที่ตอบสนองความเป็นไทย ความเป็นพล ความเป็นเอกภาพของชาติ และการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุคุณภาพ และถ้าดูในท้ายของมาตรา ได้มอบอำนาจให้สถานศึกษามีหน้าที่ทำหลักสูตรสถานศึกษาเป็นแกนสาระเพิ่มเติมของโรงเรียนทให้สอดรับกับหลักสูตรแกนกลาง และสอดคล้องกับบริบทความต้องการ ความจำเป็น และจุดเน้นของสถานศึกษาได้ ดังนั้น คณะกรรมการ กพฐ. จึงมีหน้าที่ในการพัฒนาตัวหลักสูตร สำหรับหลักสูตรใหม่เมื่อประกาศใช้ในปี 2568 ให้กับโรงเรียนที่ทดลองใช้ในปี 2568 คณะกรรมการ กพฐ. ได้มีมติให้ สพฐ.

โดยสำนักวิชาการฯ มีหน้าที่คิดออกแบบหลักสูตรฉบับใหม่ขึ้นมา ซึ่งเราทำใน 2 ช่วงชั้น คือ ระดับชั้นอนุบาล (อายุ3-6 ปี) กลับระดับชั้นประถมฯต้น (ป.1-ป.3)โดยมติของคณะกรรมการ กพฐ.ขณะนั้น เนื่องจากสภาวการณ์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มุ่งตอบสนองช่วงวัยของผู้เรียน และมีสมรรถนะที่จำเป็นเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เป้าหมายคุณภาพของผู้เรียนต้องตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เห็นควรให้มีการคิดหลักสูตรที่อิงหลักสูตรฐานสมรรถนะ แล้วให้ประกาศใช้กับกลุ่มโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ จะเห็นว่าในปี 2568 มีการใช้หลักสูตรฉบับใหม่ภายใต้บทบาทหน้าที่ของ กพฐ. และภายใต้อำนาจของสำนักวิชาการฯ ซึ่งเขียนไว้ในกฎกระทรวงว่ามีหน้าที่ในการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ และในการพัฒนาหลักสูตรฉบับนั้น ผ่านคณะทำงานหลายฉบับและหลายชุดมาก ตามคำสั่งซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนามในคณะขับเคลื่อนในการทำหลักสูตร ที่มีทั้งคณะกรรมการยกระดับคุณภาพ คณะกรรมการ กพฐ. คณะทำงานของ สพฐ. ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการขับเคลื่อน

“ในการทำหลักสูตรฉบับนี้ นอกจากเป็นไปตามอำนาจ เป็นไปตามบทบาทหน้าที่มและความรับผิดชอบ  ส่วนที่มีประเด็นกล่าวหาว่า หลักสูตรนี้ไปเอื้อให้เกิดการใช้การเช่าแท็บเล็ต นั้น ซึ่งถ้าเรามองในหลักสูตรฉบับใหม่ ที่ประกาศใช้ ครูสามารถเลือกใช้สื่อได้จากทุกแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ มีการสอนเรื่องทักษะเทคโนโลยี แต่ส่วนใหญ่เน้นการอ่าน เขียน คิดคำนวณ ครูจะมีหน้าที่ที่จะหยิบสื่อต่างๆหลากหลาย ดังนั้น จึงไม่ได้ไปตอบสนองตอบสนองใครคนใดคนหนึ่ง แล้วจะเห็นได้ว่าหลักสูตรใหม่นี้ เราใช้กับเด็กอนุบาลและชั้นประถมต้น  ในขณะที่โครงการ Anyway Anytime เป็นนโยบายส่งเสริมกับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมฯ ดังนั้น จึงเป็นคนละกลุ่มเป้าหมาย และสิ่งที่ สพฐ.ทำ ไปตามบทบาทหน้าที่ และคำนึงถึงผู้เรียน คำนึงถึงคุณภาพผู้เรียน ไม่มีอะไรที่มิชอบ หรือทำผิดเกินบทบาทหน้าที่“ นายวิษณุ กล่าว

นายพัฒนะ กล่าวถึงในประเด็นที่ 2 ที่ถูกกล่าวหาว่า การเช่าแท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก โครมบุ๊ค ทำให้เกิดความเสียหายต่อนักเรียนจำนวนถึง 13 ล้านคน นั้น ตนขอชี้แจงว่า นักเรียนในสังกัด สพฐ. ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล อายุ 3 ขวบ ถึง อายุ 18 ปีบริบูรณ์ จากข้อมูล 10 มิถุนายน 2568 สพฐ.มี นักเรียนในสังกัดเพียง 6,300,000 กว่าคน และโครงการเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอนนั้น สพฐ. เช่าให้เฉพาะนักเรียน ม.ปลาย หรือ ม.4-ม.6เท่านั้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600,000 คน ดังนั้น ข้อมูลการกล่าวหา สพฐ.นั้น จึงไม่ถูกต้อง  ส่วนงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ก็อยู่ใน พรบ.งบประมาณ ประจำปี 2568 ซึ่งในการจัดซื้อจัดจ้าง ทาง สพฐ. ก็ได้จัดสรรงบประมาณไปให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 118 เขตพื้นที่ฯ โดยให้แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ประกาศเชิญชวนบริษัทต่างๆเข้าระบบอีบีดดิ้ง ซึ่งทางส่วนกลางไม่ได้ระบุให้เขตพื้นที่ว่าจะต้องเช่าซื้อกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และสถานประกอบการในแต่ละจังหวัด ก็มีไม่เหมือนกัน จึงเป็นอำนาจของเขตพื้นที่ฯ ในการดำเนินการสรรหาหรือหาผู้รับเหมารับจ้างเป็นผู้ให้การเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียน  และจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้นักเรียน ที่อยู่ในเมือง ในกรุงเทพ ฯ หรือปริมณฑล ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ผู้ปกครองได้ซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับนักเรียนแทบจะทุกคนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ สพฐ. ทำ เป็นการเติมช่อง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับนักเรียน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด หรือตามอำเภอที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน เด็กไม่มีโอกาสมีอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้ในการเรียนการสอนได้ เราจึงจัดหาเพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปใช้นอกจากใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้ว นักเรียนยังสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้เพื่อค้นคว้าหาความรู้ในการจัดการการศึกษาได้ตามโครงการ Anyway Anytime ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษากับนักเรียน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศชาติ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเลย 

“สพฐ. และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. มีความห่วงใย ว่าโครงการนี้ เราจะดำเนินการต่อเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง และในส่วนของ สพฐ. และ รมว.ศธ. ได้มอบหมายให้ สพฐ. ไปดูระเบียบข้อกฎหมายว่าสิ่งที่ผู้ร้อง ที่ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับสถานีตำรวจนครบาล ดุสิต นั้น ว่ามีข้อความ เป็นการแจ้งเท็จหรือไม่ หมิ่นประมาทหรือไม่ หรือว่าเป็นการนำเอาข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้ เลขาธิการ กพฐ.ได้มอบหมายให้สำนักนิติการ สพฐ.ไปดูระเบียบข้อกฎหมายต่างๆว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป“ 

ม.กาฬสินธุ์ ฉลองครบรอบ 10 ปี มุ่งสู่มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ม.กาฬสินธุ์ ฉลองครบรอบ 10 ปี มุ่งสู่มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ม.กาฬสินธุ์ ฉลองครบรอบ 10 ปี มุ่งสู่มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.35 น.

คึกคัก! ม.กาฬสินธุ์จัดงานฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมรับการปาฐกถาพิเศษจาก พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต และยังได้กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนให้เป็นคนดีของชาติ

วันที่ 9 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จัดงานฉลองวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 10 ปี โดยมีรองศาสตราจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ ซึ่งในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยได้มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้ขึ้นปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์’ โดยย้ำความภาคภูมิใจและยืนยันว่าจะรักษาและปกป้องสถาบันหลักของชาติด้วยชีวิต

ก่อนเข้าร่วมงานที่มหาวิทยาลัย พลโทบุญสินได้เดินทางไปพบปะกับครูและนักเรียนที่โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ โดยได้กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนให้ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ทั้ง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความเสียสละของทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยังฝากให้ครูสอนวิชาประวัติศาสตร์และจริยธรรมแก่นักเรียนเพื่อปลูกฝังการเป็นคนดีของชาติ ///-026

เปิดตัว ‘LOOM PHU’ วิชชาลัยผ้าทอของหนองบัวลำภู ชูใยบัวหลวงสู่แฟชั่นรักษ์โลก

เปิดตัว 'LOOM PHU' วิชชาลัยผ้าทอของหนองบัวลำภู ชูใยบัวหลวงสู่แฟชั่นรักษ์โลก

เปิดตัว ‘LOOM PHU’ วิชชาลัยผ้าทอของหนองบัวลำภู ชูใยบัวหลวงสู่แฟชั่นรักษ์โลก

วันอังคาร ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (วิชชาลัย LOOM PHU) ซึ่งเป็นแหล่งรวมช่างทอผ้าท้องถิ่น พร้อมชื่นชมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองที่ผสานนวัตกรรมใยบัวหลวงเข้ากับแนวคิดแฟชั่นรักษ์โลก

วันที่ 9 ก.ย. 2568 นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (วิชชาลัย LOOM PHU) ณ ตำบลเมืองใหม่ อำเภอศรีบุญเรือง ซึ่งเป็นวิชชาลัยแห่งที่ 5 ของจังหวัด โดยมีนายดอกดิน ต้อมทอง พัฒนาการจังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ

‘วิชชาลัย LOOM PHU’ มีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบและตัดเย็บผ้าทอพื้นเมืองให้มีความทันสมัย สวมใส่ง่าย ภายใต้แนวคิด Sustainable fashion หรือแฟชั่นยั่งยืน โดยมีการคิดค้นนวัตกรรมเส้นใยธรรมชาติจากใยบัวหลวง ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบใหม่ในการผลิต

ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้รับฟังการนำเสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสมาชิก ซึ่งมุ่งเน้นการใช้สีจากธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน, การพัฒนาความหลากหลายของเส้นใยและลวดลาย, การปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของตลาด รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์

สำหรับชื่อ LOOM PHU มีความหมายที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของโครงการ โดย L หมายถึง Legacy (มรดก), O หมายถึง Organic (ออร์แกนิก) และ Originality (ความเป็นต้นตำรับ), M หมายถึง Mindful (ใส่ใจ), P หมายถึง Preservation (การอนุรักษ์), H หมายถึง Harmony (ความสมดุล) และ U หมายถึง Unity (ความร่วมมือ) แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ///-026