‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงห่วงใยกำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บเหตุปะทะชายแดน

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงห่วงใยกำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บเหตุปะทะชายแดน

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงห่วงใยกำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บเหตุปะทะชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.34 น.

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสุรินทร์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว  พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย  

วันที่ 28 สิงหาคม 2568  เวลา  17.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า  โปรดกระหม่อมให้ นายชำนาญ ชื่นตา  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ จ่าสิบเอก ณัฐพงศ์ สีชิน จ่าสิบเอก จักรกฤษณ์ เพลงเสนาะ พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง  และพลทหาร ธรรพ์ณธร เทากระโทก กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ  โรงพยาบาลสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

ในการนี้   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์   การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้

 

มจพ.เปิดหลักสูตร ‘โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน’ ปั้นบุคลากรคุณภาพ เสริมทัพแรงงานทักษะสูง

มจพ.เปิดหลักสูตร 'โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน' ปั้นบุคลากรคุณภาพ เสริมทัพแรงงานทักษะสูง

มจพ.เปิดหลักสูตร ‘โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน’ ปั้นบุคลากรคุณภาพ เสริมทัพแรงงานทักษะสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

มจพ. เปิดตัว “หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน” ระดับอนุปริญญา รับผู้จบ ม.3 ปั้นบุคลากรคุณภาพ เสริมทัพแรงงานทักษะสูง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเชิงบูรณาการ จัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดการเรียนการสอน หลักสูตรอนุปริญญาเตรียมนักเทคโนโลยีและนวัตกรรม (หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน) ตามแบบโรงเรียนเทคนิคไทย-เยอรมัน โดยมี ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. เป็นประธาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ ผศ.ปรีชา อ่องอารี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาองค์กร, ศ.ดร.เสาวณิต สุขภารังษี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ ผศ.พีรศักดิ์ เสรีกุล รองอธิการบดี มจพ. ประจำวิทยาเขตปราจีนบุรี ตลอดจนผู้บริหารและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมเพื่อร่วมขับเคลื่อนหลักสูตรใหม่ซึ่งจะเปิดรับผู้จบ ม.3 เข้าศึกษาต่อ โดยเริ่มภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ณ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี

จุดเด่นของหลักสูตร

                •             เรียนรู้แบบโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน  (ตามแบบโรงเรียนเทคนิคไทย-เยอรมัน) : ผสานการเรียนเชิงวิชาการกับการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ

                •             โครงสร้างการเรียน 5 ปี:

• ปีที่ 1–3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เน้นพื้นฐานคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

• ปีที่ 4–5 ระดับอนุปริญญา เน้นการเรียนบูรณาการควบคู่การฝึกในโรงงานจริง

                •             พัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21: การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

                •             ฝึกงาน–สหกิจศึกษาตลอดการเรียนรู้บูรณาการกับการทำงาน: นักศึกษาชั้นปีที่ 4–5 ได้รับประสบการณ์ตรงในสถานประกอบการ พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม และต่อยอดสู่ปริญญาตรีภายใต้หลักสูตร Work Integrated Learning (WiL)

                •             มาตรฐานสากล: สอดคล้องเกณฑ์มาตรฐานอนุปริญญา พ.ศ. 2565 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2560 รวม 143 หน่วยกิต

ทั้งนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนและบูรณาการองค์ความรู้จาก 4 คณะหลักของ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี ได้แก่ คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม, คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ, คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม นวัตกรรม สังคมศาสตร์ ภาษา และสุขศึกษา

การเปิดตัวหลักสูตรนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ มจพ. ในการสร้างบุคลากรสายอาชีพระดับอนุปริญญาที่มีทั้งความรู้เชิงวิชาการ ทักษะและประสบการณ์จริง พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา ตอบสนองความต้องการแรงงานทักษะสูงของประเทศ และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันอย่างยั่งยืน

โครงการนี้สะท้อนพันธกิจของ มจพ. ในการพัฒนาการศึกษาเชิงนวัตกรรม มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพครบครัน พร้อมก้าวสู่อนาคตเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างมั่นคง

พว.ออกโรงแจงข่าวคลาดเคลื่อนจัดทำตำราอดีตพระอลงกต

พว.ออกโรงแจงข่าวคลาดเคลื่อนจัดทำตำราอดีตพระอลงกต

พว.ออกโรงแจงข่าวคลาดเคลื่อนจัดทำตำราอดีตพระอลงกต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.10 น.

พว.แจงข่าวคลาดเคลื่อน ยันไม่ได้จัดทำตำรา”อดีตพระอลงกต”

วันนี้ (28 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สั่งถอดชื่ออดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ออกจากแบบเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (ป.5) โดยว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ สพฐ.เปิดเผยว่า หลังจากพบว่าอดีตพระอลงกต ถูกดำเนินคดีอาญา และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงสั่งงดใช้เนื้อหาเกี่ยวข้องในชั้นเรียนทันที และจะไม่มีการพิมพ์ซ้ำในปีการศึกษาถัดไป

ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาข่าวที่สื่อมวลชนบางแขนงได้นำเสนอ ว่าหนังสือภาษาพาที ป.5 ที่มีเนื้อหายกย่องอดีตพระอลงกต เป็น “บุคคลจิตสาธารณะ” ตัวอย่างความดี แต่ สพฐ.เห็นว่า เด็กควรเรียนรู้จากแบบอย่างที่มีคุณธรรมครบถ้วน ซึ่งกรณีข่าวอดีตพระอลงกตจึงเข้าข่ายที่ต้องระงับการเชิดชู หรือยกย่อง โดยสื่อดังกล่าวนั้นได้ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนว่าหนังสือภาษาพาที ป.5 จัดทำโดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ซึ่งหาได้เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทางสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงแก้ไขในข้อมูลข่าวที่มีข้อมูลผิดพลาด สร้างความเสื่อมเสียให้กับทางสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จึงขอชี้แจงมาให้ทราบโดยทั่วกัน ณ โอกาสนี้

‘พระพยอม’ชี้กรณี’ทิดอลงกต’ ความโลภ ทำฝีแตก! สะเทือนศรัทธาหนักสุดในรอบ 20 ปี

'พระพยอม'ชี้กรณี'ทิดอลงกต' ความโลภ ทำฝีแตก! สะเทือนศรัทธาหนักสุดในรอบ 20 ปี

‘พระพยอม’ชี้กรณี’ทิดอลงกต’ ความโลภ ทำฝีแตก! สะเทือนศรัทธาหนักสุดในรอบ 20 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

พระพยอมเผย รู้เรื่องทิดอลงกตล่วงหน้า 3 ปี ลั่นพระนับ 10 องค์ทำเสื่อมเสีย ยังไม่เท่าองค์นี้องค์เดียว

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. จากกรณีที่อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต ชื่อเล่นจอร์จ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ  จ.ลพบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ และฟอกเงิน 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปนมัสการสอบถามเรื่องดังกล่าวกับพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยกล่าวว่า อลงกตการละครอย่างที่ตำรวจว่าเล่นละครได้หลายฉากหลายบท ตีบทแตกจริงๆ ไม่รู้ใครเขียนบทให้ เอาความนึกคิดอะไรมาเขียนบทเล่นแบบนี้ได้ คือลับลวงพรางเหลือเกิน จนกระทั่งเราคิดไม่ถึง จริงๆเรื่องนี้อาตมาได้ยินข่าวแว่วมา มีคนมากระซิบบอกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หมอปลามาบอก แต่หมอปลาก็ฉลาดไม่เปิดประเด็นตอนนั้น เพราะตอนนั้นเขาบารมีแน่นปึ๊ก ชื่อเสียงกำลังดี บารมีกำลังมา ถ้าไปเปิดตอนนั้นหมอปลาก็คงจะอยู่ยาก เป็นดั่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่ผิดเลย ความชั่วยิ่งทำยิ่งปกปิดความชั่วก็ยิ่งรั่วลด ถ้าเปิดเผยยอมรับซะตั้งแต่แรกอย่างลูกผู้ชายชาติพระก็จบ แต่นี่พยายามหลีกเลี่ยงปกปิดความผิดที่เกิดขึ้น เรื่องมันก็เลยบานปลาย เขาเรียกว่าฝีแตก ปิดจนฝีแตก  ตอนนี้ไม่น่าเชื่อว่าคนนั้นแซะคนนี้เซาะ เซาะไปแซะมาจนกระทั่งเจอคนที่เราไม่คิดว่าจะมาเกี่ยวข้อง อย่างเช่นมหาสมปอง ไม่นึกวันนี้เขาเปิดกันขึ้นมา ก็เพิ่งได้ดูข่าวเมื่อกี้นี้ว่ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ว่าถูกผิดยังไม่รู้ 



ในรอบ 10 ปี 20 ปีนี้ พระองค์อื่นทำเสียหายนับ 10 องค์ ก็ไม่เท่ากับองค์นี้องค์เดียว เพราะองค์นี้ทำให้สะเทือนศรัทธามาก อาตมาไปบิณฑบาตก็มีคนพูด บางคนพูดดี ถ้าหลวงพ่อจะมีข่าวเสียหายยังไงก็ตามฉันไม่เสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่บางท่านก็บอกว่าท่านอย่าตามเขาไปนะ ให้เหลือไว้กราบไหว้สักองค์เถอะ ตอนนี้แทบจะไม่เหลือพระดีๆกันแล้ว อะไรต่างๆนาๆคนพูดวิพากษ์วิจารณ์ออกอาการทวงหนี้ก็มี ทวงบุญที่ทำไปแล้ว ซึ่งมันไม่เคยมีคนทวงบุญกับพระกับศาสนาแต่คราวนี้มี เพราะเสียไปเยอะ เสียไปโดยเชื่อมั่นศรัทธา แล้วพอมาเป็นอย่างนี้ก็เสียดายเงิน 

แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นไม่มีอะไรเกินที่พระพุทธเจ้าสอน พระพุทธเจ้าบอก โรโกธรรมานัง ปริปันโถ  ความโลภเป็นอันตรายต่อการกระทำทั้งหลาย ถ้าไม่โลภมากเกินไป ถ้าไม่บิณฑบาตจนเย็นจนค่ำ ไม่แสวงหารายบุญมาเสริม วัดเสริมศาสนามากขนาดนี้จะไม่เกิดเรื่อง ขอให้ทำพอดี ทำพอประมาณ พระพยอมกล่าว
 

ทน.เชียงรายเจ๋ง! ‘คว้าถ้วยพระราชทานฯ’ ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่น

ทน.เชียงรายเจ๋ง! ‘คว้าถ้วยพระราชทานฯ’ ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่น

ทน.เชียงรายเจ๋ง! ‘คว้าถ้วยพระราชทานฯ’ ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.44 น.

เทศบาลนครเชียงรายเจ๋ง! คว้าถ้วยพระราชทานฯ หลังทำผลงานยอดเยี่ยม ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นผู้แทนรับมอบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ จังหวัดสกลนคร หลังจากเทศบาลนครเชียงรายทำผลงานโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ของประเทศ ในการแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2568

เทศบาลนครเชียงรายส่งคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2568 และสามารถคว้าคะแนนสูงสุดจากการประกวดและการแข่งขันในหลากหลายสาขา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ของท้องถิ่น

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญของชาวเชียงราย และเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วน ทั้งครู นักเรียน และชุมชน ร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต 

นิด้าเจ้าภาพ! ‘โต้วาทีเวทีโลก’ คนรุ่นใหม่ผนึกกำลัง-หาทางออกเพื่อโลกที่ยั่งยืน

นิด้าเจ้าภาพ! ‘โต้วาทีเวทีโลก’ คนรุ่นใหม่ผนึกกำลัง-หาทางออกเพื่อโลกที่ยั่งยืน

นิด้าเจ้าภาพ! ‘โต้วาทีเวทีโลก’ คนรุ่นใหม่ผนึกกำลัง-หาทางออกเพื่อโลกที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

นิด้าเจ้าภาพ! ‘โต้วาทีเวทีโลก’ คนรุ่นใหม่ผนึกกำลัง-หาทางออกเพื่อโลกที่ยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดการแข่งขันโต้วาทีระดับนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 2 ณ อาคารบุญชนะ อัตถากร โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งเน้นย้ำว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน

การแข่งขันครั้งนี้มีทีมผู้เข้ารอบสุดท้าย 8 ทีม จากประเทศไทยและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ นิด้า, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, East China Normal University (ECNU), Shanghai University of Finance and Economics (SUFE) และ National University of Singapore (NUS)

การแข่งขันแบ่งเป็นรอบเช้าและบ่าย โดยประเด็นการโต้วาทีมุ่งเน้นไปที่การใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ เทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การใช้ AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและทางการแพทย์ รวมถึงการศึกษาแบบดิจิทัลเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก 6 สถาบันเข้าร่วมตัดสิน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม HCU จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คว้าแชมป์ไปครอง โดยมีสมาชิกคือ Mr. Harrit Ide, Ms. Tanyamon Kammaung และ Ms. Chonlada Mongkolkheha ขณะที่ ทีม NIDA ทีมที่ 1 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ ทีม NIDA ทีมที่ 3 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

การแข่งขันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองและความคิดริเริ่มของคนรุ่นใหม่จากหลากหลายประเทศและวัฒนธรรม ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลกได้อย่างน่าสนใจ ///-026

สพม.ตาก – ค่ายมวย จับมือ MOU เปิดหลักสูตรรักษ์ตาก ‘มวยไทยเพื่อสุขภาพ’ ปลุกพลังเยาวชน รักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

สพม.ตาก - ค่ายมวย จับมือ MOU เปิดหลักสูตรรักษ์ตาก ‘มวยไทยเพื่อสุขภาพ’ ปลุกพลังเยาวชน รักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

สพม.ตาก – ค่ายมวย จับมือ MOU เปิดหลักสูตรรักษ์ตาก ‘มวยไทยเพื่อสุขภาพ’ ปลุกพลังเยาวชน รักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงเรียนวังประจบวิทยาคม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (สพม.ตาก) โดยนายอาณัติ ผาพรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก)  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับนายศักดิ์ชัย ใจแป้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (รอง ผอ.สพม.ตาก) พร้อมด้วยค่ายมวย “ช.วุฒิชัย” และโรงเรียนวังประจบวิทยาคม เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ในหลักสูตร “รักษ์ตาก : มวยไทยเพื่อสุขภาพ”

หลักสูตรดังกล่าวมุ่งบูรณาการศิลปะมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ เข้ากับระบบการเรียนการสอนในสถานศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรม “คีตะมวยไทย” ซึ่งผสานศาสตร์แห่งการป้องกันตัวกับศิลปะแห่งการเคลื่อนไหวได้อย่างงดงาม ช่วยส่งเสริมสุขภาพ เสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย และปลูกฝังความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยแก่เยาวชน

นายอาณัติ ผาพรม ผอ.สพม.ตาก กล่าวในการเปิดงานว่า “การนำศิลปะมวยไทยมาบูรณาการกับหลักสูตร ถือเป็นการพัฒนาหลักสูตรเชิงนวัตกรรม ที่ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนรู้จักคุณค่ารากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของความเป็นไทย”

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ ที่เปิดพื้นที่ให้โรงเรียนและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการปลูกฝังทักษะชีวิต พร้อมสืบทอดภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

NSM ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯสู่ชุมชน เสริมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ทั่วประเทศ!

NSM ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯสู่ชุมชน เสริมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ทั่วประเทศ!

NSM ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯสู่ชุมชน เสริมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ทั่วประเทศ!

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“NSM ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯ สู่ชุมชน เสริมสร้างพื้นที่เรียนรู้ทั่วประเทศ”

คือกิจกรรรมการเรียนรู้ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM ที่จัดขึ้นเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ สำหรับคนที่อาจพลาดชมนิทรรศการหรือต้องการชมนิทรรศการในช่วงงานมหกรรมวิทย์ฯ อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 หรือ 1 ปีเต็มตามแหล่งเรียนรู้ของ NSM รวมทั้งเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั่วประเทศ

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผอ.NSM เปิดเผยว่า NSM ได้พัฒนานิทรรศการขึ้นมาใหม่หลากหลายชุดที่จะนำไปจัดแสดงในแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ในเครือข่ายต่างๆของ NSM ทั่วประเทศ อาทิ นิทรรศการ “The Beach Treasure of the south” จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี จ.สงขลา นำเสนอจุดกำเนิดชายหาดทะเลใต้ สำรวจสิ่งมีชีวิตบนชายหาด และเรียนรู้ การปรับตัว สืบและค้นหาคำตอบจากซากปริศนาบนชายหาด ค้นพบขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เข้าใจภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน , นิทรรศการ “มรดกเมล็ดพันธุ์ล้านนา Seed traits of the northern tales” จะนำไปจัดแสดงที่ ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมาค้นหาเรื่องราวของพันธุกรรมพืชท้องถิ่น อาทิ สัก นางพญาเสือโคร่ง ข้าวก่ำ ถั่วลายเสือ งาขี้ม่อน และภูมิปัญญาการเกษตรของล้านนาที่หลอมรวมกับนวัตกรรมวิทยาศาสตร์สู่การพัฒนาที่เหมาะกับวิถีชุมชนภาคเหนือ

และที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีจัดแสดง 2 นิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการ “The Rocket Maker ISAN Inspiration” นำเสนอเรื่องราวของบั้งไฟ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากประเพณีพื้นบ้านของภาคอีสาน มาเป็นสื่อกลางในการอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านจรวดให้เยาวชนและประชาชนได้เข้าใจง่ายขึ้น นิทรรศการนี้ชวนให้ทุกคนเห็นว่า วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเราเอง และนิทรรศการ “ควอนตัมเปลี่ยนโลก (Quantum Quest)” ชวนมาร่วมผจญภัยในโลกควอนตัมที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต สำรวจจักรวาลจิ๋วในอะตอมและค้นพบธรรมชาติอันน่าพิศวงของอนุภาคต่างๆที่อยู่รายล้อมตัวเรา เป็นต้น

นายสุวรงค์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการที่เตรียมนำมาจัดแสดงภายในแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ของ NSM ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2568 อาทิ นิทรรศการ “ส่องสมอง (Brain Inside Out)” จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ที่ชวนไขปริศนาความสามารถของสมอง เพราะจะเห็นได้ว่าเมื่อเราโตขึ้นสมองถูกนำมาใช้มากขึ้น เพื่อบังคับส่วนต่างๆของร่างกาย ดังนั้นในวัยที่ยังเป็นเด็กสมองควรได้รับการเรียนรู้และพัฒนาที่ดีเพื่อช่วยในเรื่องของความจำ นิทรรศการนี้จึงเปิดให้เด็กๆได้เรียนรู้จากการสัมผัสสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง , นิทรรศการ “คลังเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต (Mystery of Svalbard)” จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า นำเสนอเรื่องราวของเมล็ดพันธุ์ จำลองคลังเก็บเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกที่นำมาฝากไว้ที่ “สฟาลบาร์” คลังเก็บรักษาภายใต้ภูเขาน้ำแข็งระดับความลึกกว่า 150 เมตร ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับฝาก จัดเก็บ ดูแล ตรวจสอบเมล็ดพันธุ์แทนธนาคารเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลก

นิทรรศการ “ดินแดนนักประดิษฐ์ตัวน้อย (Little Inventor)” จัดแสดงที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะสตรีท รัชดา และ Futurium อพวช. ถือเป็นพื้นที่สำหรับเด็กอายุ 3-7 ปี สนุกกับการประดิษฐ์และเรียนรู้กลไกพื้นฐานรอบตัว , นิทรรศการ “Sport Science on the move” จัดแสดงที่ เดอะ สตรีท รัชดา ที่ได้รับการสนับสนุนจาก บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส และ บจก.บีจี สปอร์ต ในการนำเสนอเรื่องราวที่ผสานวิทยาศาสตร์กับกีฬาอย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดสอบสมรรถนะร่างกาย วิเคราะห์การเคลื่อนไหว และค้นหากีฬาที่ใช่ ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Hands-on ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน , นิทรรศการ “Science Spark” เตรียมนำไปจัดแสดงกับกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ฟิสิกส์แบบ Interactive ที่ให้ผู้ชมได้จับต้อง ทดลอง และเล่นได้ด้วยตนเอง พร้อมค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์พื้นฐานในรูปแบบสนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจ และนิทรรศการ “Science Speak” เตรียมนำไปจัดแสดงกับกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. เปิดโลกแห่งชีววิทยา เรียนรู้ผ่านการเล่น ทดลอง และค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเองในรูปแบบ Interactive ที่ทั้งสนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นต้น

NSM ได้ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯสู่ชุมชนแล้วโดยนิทรรศการบางส่วน ได้แก่ นิทรรศการ “The Beach Treasure of the south”, นิทรรศการ “มรดกเมล็ดพันธุ์ล้านนา Seed traits of the northern tales” และนิทรรศการ “The Rocket Maker ISAN Inspiration” พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 ในเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั่วประเทศ และในอนาคต NSM ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนานิทรรศการใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น พร้อมกระจายโอกาสไปสู่หน่วยงานพันธมิตรและเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ หวังที่จะจุดประกายความรู้ สร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้สังคมไทยก้าวสู่ยุคแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” รักษาการแทน ผอ.NSM กล่าว

ติดตามชม “NSM ขับเคลื่อนนิทรรศการวิทย์ฯ สู่ชุมชน เสริมสร้างพื้นที่เรียนรู้ทั่วประเทศ” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหรือสอบถามโทร.0 – 2577 – 9999

​แม่โจ้ เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ ‘ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน’ ครั้งที่ 12

​แม่โจ้ เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ ‘ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน’ ครั้งที่ 12

​แม่โจ้ เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ ‘ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน’ ครั้งที่ 12

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เชิญชวนประชาชนผู้สนใจร่วมงาน “การประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ครั้งที่” ซึ่งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 4-10 พ.ย.68 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 เพื่อเทิดพระเกียรติ 70 พรรษา และเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านทรัพยากรไทยให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย ได้เห็นความหลากหลายแห่งศักยภาพของทรัพยากรไทย เข้ามาเรียนรู้ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว สร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการนำทรัพยากรไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย เพื่อก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ และนำสิ่งดีงามสู่สายตาโลก และให้หน่วยงานได้กลับมาทบทวนศักยภาพความสามารถ ฐานข้อมูลต่าง ๆ ในชื่อว่า “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” เพื่อนำฐานข้อมูลต่างๆ ทั้งทาง ด้านกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยมี ม.แม่โจ้ เป็นเจ้าภาพ

โดยตลอด 7 วัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ 1.นิทรรศการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรไทย จัดแสดงความหลากหลายทางกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรในมิติต่างๆ , 2.งานเกษตรแม่โจ้ พบกับนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการเกษตร สัมผัสวิถีเกษตรกรรมแบบยั่งยืน พร้อมเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพจากเกษตรกรและชุมชน , 3.การแสดงศิลปวัฒนธรรม ชมการแสดงที่งดงามและสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความผูกพันของคนไทยกับทรัพยากรธรรมชาติ , 4.เวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติการ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำและเรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ และ 5.ตลาดสินค้าชุมชน สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำทรัพยากรมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าหลากหลาย

เปิดเวที ‘Hackathon 2025’ ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

เปิดเวที ‘Hackathon 2025’ ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

เปิดเวที ‘Hackathon 2025’ ปลุกพลังเยาวชนคิดนอกกรอบ ปั้นไอเดียสร้างเมืองท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เปิดเวทีให้นักคิดรุ่นใหม่จากทั่วประเทศระเบิดไอเดียปล่อยของกันแบบเต็มที่ใน “BDI Hackathon 2025: AI & Data Innovation for Smart Tourism” การแข่งขัน Hackathon ที่นำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาผสานกับโจทย์จริงในพื้นที่นิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันค้นหานวัตกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศ มีผู้สมัครรวม 568 คน จาก 115 ทีม ครอบคลุม 86 สถาบันการศึกษาใน 26 จังหวัดทั่ว 5 ภูมิภาค ทั้งในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา สำหรับผลการแข่งขันในปีนี้ทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Ruby-chan! Hai! Nani ga suki ประกอบด้วย นางสาวจิราภรณ์ จันธิวงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายศวิษฐ์ โกสียอัมพร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นางสาวพิมณภัทร คูวุฒยากร โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย, นายกฤต วินิจฉัยกุลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายอัญญาฤทธิ์ จ๊ะราจา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมวิศวะลูกพ่อหลุยส์ ประกอบด้วย นายอมร พันธุรัตน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายณภัทร เจริญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายกันต์ธีร์ วัฒนานันท์ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย, นายธนณัฏฐ์ เอี้ยวพาเจริญ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และนายณรัก ชัยแก้ว โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม anomaly ประกอบด้วย นายธีร์ เหมจินดา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายธีร์จุฑา ศรีวรานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายภูริณัฐ นลอาสา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายธนพัฒน์ แช่มเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และนางสาวเจนตา วงศ์เลิศสกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์