เขตการศึกษาบุรีรัมย์ เยียวยานักเรียนชายแดน ครู-ชาวบ้านยังเชื่อมั่นทหาร

เขตการศึกษาบุรีรัมย์ เยียวยานักเรียนชายแดน ครู-ชาวบ้านยังเชื่อมั่นทหาร

เขตการศึกษาบุรีรัมย์ เยียวยานักเรียนชายแดน ครู-ชาวบ้านยังเชื่อมั่นทหาร

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 3 มอบถุงยังชีพและเงินเยียวยาแก่นักเรียนตามแนวชายแดนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยแม้จะยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ครูและชาวบ้านยังคงเชื่อมั่นในการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหาร และอยากให้มีการจัดการปัญหาสถานการณ์ชายแดนอย่างเด็ดขาดเพื่อความสงบสุขในระยะยาว

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายโชคอนันต์ วิชัยเลิศ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 3 และคณะ ได้เดินทางไปยังอำเภอละหานทราย เพื่อมอบถุงยังชีพและเงินเยียวยาให้กับนักเรียนในกลุ่มหนองแวงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ต้องการดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของครูและนักเรียน

นายทะนงศักดิ์ กุยลอยทาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหงอนไก่ กล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของครู นักเรียน และผู้ปกครอง เนื่องจากพื้นที่ยังอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยและพร้อมที่จะอพยพได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ทหารว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ทางด้านนายโชคอนันต์ กล่าวว่า สิ่งของที่นำมามอบให้นักเรียนนั้น ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน ภาคประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยของหลายฝ่ายต่อบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องเผชิญกับผลกระทบทางด้านจิตใจจากการหยุดเรียนและต้องกลับมาจัดการเรียนการสอนใหม่

จากการสำรวจในพื้นที่พบว่า ชาวบ้านในตำบลหนองแวงกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แม้จะยังมีความหวาดระแวงอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทหาร โดยบางคนได้ฝากข้อความถึงผู้บังคับบัญชาทหารให้จัดการกับสถานการณ์อย่างเด็ดขาดเพื่อยุติความกังวลของชาวบ้านอย่างถาวร

24 โรงเรียน จับมือลงนาม MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ สร้างโอกาสทางการศึกษาเด็กไทย

24 โรงเรียน จับมือลงนาม MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ สร้างโอกาสทางการศึกษาเด็กไทย

24 โรงเรียน จับมือลงนาม MOU ‘โรงเรียนร่วมพัฒนา’ สร้างโอกาสทางการศึกษาเด็กไทย

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ โครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) ระหว่าง หอการค้าจังหวัดพิจิตร มูลนิธิใจกระทิง กับ โรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1, เขต 2 และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร รวมจำนวน 24 โรงเรียน โดยมี น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร น.ส.นุชรี อยู่วิทยา รองประธานมูลนิธิใจกระทิง นายจาตุรนต์  เหลืองสว่าง ประธานพอการค้าจังหวัดพิจิตร เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมแฮปปี้คอนเวนชั่น ฮอลล์ อาคารศูนย์การค้าแฮปปี้ พลาซ่า จ.พิจิตร

นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า โครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” หรือ Partnership School Project ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือในรูปแบบการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การยกระดับระบบการศึกษาที่มีคุณภาพจึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการศึกษาที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้จากการที่เครือข่ายการศึกษาร่วมกันขับเคลื่อน ยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อก่อให้เกิดต้นแบบการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน

“การร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ‘ร่วมพัฒนา’ และ ‘ขยายผล’ จะสามารถยกระดับการศึกษาของประเทศได้ และเป็นต้นแบบที่สำคัญในการพัฒนาที่ครอบคลุม ยั่งยืน และเป็นพลังนำพาการศึกษาไทยให้ก้าวไปทัดเทียมนานาประเทศต่อไป” นายภูธร กล่าว

ทั้งนี้ โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นโครงการที่ สพฐ.เปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันบริหารจัดการศึกษา โดยมุ่งหวังให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพรอบด้าน พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ สอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งความร่วมมือนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยมีเครือข่ายสถานศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับความต้องการและเหมาะสมของพื้นที่ พร้อมได้รับการสนับสนุนทรัพยากร องค์ความรู้ จากทุกภาคส่วน

สำหรับ 24 โรงเรียน ที่เข้าร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา กับ หอการค้าจังหวัดพิจิตร และมูลนิธิใจกระทิง ประกอบด้วย สังกัด สพป.พิจิตร เขต 1 ได้แก่ ร.ร.เนินหัวโล้หนองยางพิทยาคม ร.ร.บ้านหนองโสน ร.ร. บึงบัวพิทยาคม ร.ร.วัดคลองโนน ร.ร. อนุบาลโพธิ์ประทับช้าง (ทุ่งใหญ่) ร.ร.อนุบาลสากเหล็ก สังกัด สพป.พิจิตร เขต 2 ได้แก่ ร.ร. บ้านโป่งวัวแดง ร.ร. วังก้านเหลือง  ร.ร. วัดเขาทราย ร.ร. อนุบาลตะพานหิน (วังสำโรง) ร.ร. อนุบาลบางมูลนาก ราษฎร์อุทิศ ร.ร. อนุบาลโพทะเลรัฐบำรุง และสังกัด สพม.พิจิตร ได้แก่ ร.ร. เขาทรายทับคล้อพิทยา ร.ร. ดงเจริญพิทยาคม ร.ร. ดงเสือเหลืองพิทยาคม ร.ร. โพธิ์ไทรงามวิทยาคม ร.ร.โพธิธรรมสุวัฒน์ ร.ร.วชิรบารมีพิทยาคม ร.ร. วังตะกูราษฎร์อุทิศ ร.ร. วังทรายพูนวิทยา ร.ร.วังสำโรงวังหว้า ร.ร. สระหลวงพิทยาคม ร.ร. สากเหล็กวิทยา และ ร.ร.หนองโสนพิทยาคม

‘วัยเด็กคือสิ่งล้ำค่า’ กลุ่มสยามกลการ จับมือ โรงเรียนไฮเกต ปักหมุดประเทศไทยเป็นฐานการศึกษานานาชาติในเอเชีย

'วัยเด็กคือสิ่งล้ำค่า' กลุ่มสยามกลการ จับมือ โรงเรียนไฮเกต ปักหมุดประเทศไทยเป็นฐานการศึกษานานาชาติในเอเชีย

‘วัยเด็กคือสิ่งล้ำค่า’ กลุ่มสยามกลการ จับมือ โรงเรียนไฮเกต ปักหมุดประเทศไทยเป็นฐานการศึกษานานาชาติในเอเชีย

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มสยามกลการ (Siam Motors Group) และครอบครัวพรประภา จับมือ โรงเรียนไฮเกต สหราชอาณาจักร (Highgate School UK) หนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักร ปักหมุดบริเวณใกล้สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ จ.ชลบุรี เปิด “โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย” (Highgate International School Thailand) ชูวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสนับสนุนคุณภาพการศึกษานานาชาติ สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแห่งชาติของประเทศอังกฤษ อิงตามระบบการสอบ IGCSEs และ A Levels เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก กำหนดเปิดการเรียนการสอนในระดับเตรียมอนุบาลและระดับประถมศึกษา ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2569 พร้อมวางแผนขยายไปสู่ระดับมัธยมศึกษาในปี พ.ศ. 2570 และโรงเรียนประจำในอนาคต

ธันยพร พรประภา ตั้งคารวคุณ ประธานคณะกรรมการโรงเรียน โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมความสมดุลระหว่างศักยภาพกับความสุขของเด็กๆ กลุ่มสยามกลการ จึงร่วมมือกับ Highgate School UK เปิด “โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย” หรือ ไฮเกต ประเทศไทย (Highgate Thailand) บนทำเลศักยภาพ ใกล้สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ จ.ชลบุรี

โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย ออกแบบขึ้นเพื่อนำปรัชญาและค่านิยมของระบบการศึกษาจากสหราชอาณาจักร มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของไทยและภูมิภาค มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ระดับสากล แก่เยาวชนไทยและนักเรียนจากนานาชาติ โดดเด่นด้วย หลักสูตรแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา เตรียมพร้อมสู่การสอบวุฒิ IGCSEs และ A Levels  ครูคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะครูจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และการประเมินตามมาตรฐานจาก Highgate UK เพื่อรักษามาตรฐานการสอนระดับสากล แนวทางการสอนแบบองค์รวม เน้นการพัฒนาเด็กในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ อารมณ์ และสังคม รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการตั้งคำถาม ความคิดวิเคราะห์ และกิจกรรมนอกห้องเรียนที่สร้างแรงบันดาลใจ        “โดยโรงเรียนสามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุดถึง 1,400 คน เปิดรับนักเรียนอายุ 2–18 ปี ในระยะแรกจะเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ ระดับเตรียมอนุบาลและประถมศึกษา พร้อมแผนขยายสู่ระดับมัธยมศึกษาและโรงเรียนประจำในอนาคต” ประธานคณะกรรมการโรงเรียนฯ กล่าวและว่า

เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสู่การเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ ไฮเกต ประเทศไทย ได้กำหนดวิสัยทัศน์  สร้างโรงเรียนที่มอบการศึกษาที่มีแรงบันดาลใจ ล้ำลึก และเชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริง มาพร้อมพันธกิจ พัฒนาเยาวชนที่มีความใฝ่รู้ กล้าหาญ มีเมตตา และร่วมสร้างชุมชนแห่งคุณภาพ โดยมีค่านิยมหลัก  ได้แก่ 1.ความใฝ่รู้และความเป็นเลิศทางวิชาการ – มีความรักในการเรียนรู้ พร้อมเปิดใจกับการสำรวจสิ่งใหม่ๆ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและสถาบันอย่างต่อเนื่อง 2.การมีส่วนร่วมและความกระตือรือร้น – ลงมือทำอย่างเต็มที่กับทุกโอกาส เชื่อมั่นว่าทัศนคติและการกระทำของเราจะช่วยให้ทุกคนเติบโตได้อย่างสูงสุด 3.ความสัมพันธ์และความเมตตา – เราดูแลซึ่งกันและกัน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในคำขวัญของโรงเรียน Together, we learn beyond boundaries

มร.อดัม เพททิท ครูใหญ่โรงเรียนไฮเกต สหราชอาณาจักร กล่าวว่า โรงเรียนไฮเกต ให้ความสำคัญกับครูผู้สอนซึ่งเป็นหัวใจของโรงเรียน โดยทีมครูจะต้องมีประสบการณ์ ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจในตัวเด็ก และความกระตือรือร้นในการเรียนการสอนให้กับเยาวชน สิ่งที่กำหนดตัวตนของทีมวิชาการของเราไม่ใช่แค่สถานที่ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมแห่งความใส่ใจและความรับผิดชอบ รวมถึงความสัมพันธ์และความทุ่มเทต่อทั้งนักเรียน ครอบครัว และชุมชนโรงเรียน โดยยึดหลัก “วัยเด็กคือสิ่งล้ำค่า” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่สมดุลของเด็กทุกคน

มร.เบน คีลลิ่ง ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย กล่าวว่า ไฮเกต ประเทศไทย (Highgate Thailand) จะนำประสบการณ์กว่า 460 ปีของ Highgate มาต่อยอดเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ ความใฝ่รู้ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนานักเรียนสู่การเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ ภายใต้หัวใจสำคัญของโรงเรียนคือ การศึกษาที่ออกแบบมาเป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนทุกด้าน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแสวงหาความรู้ด้วยใจรัก การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งนักเรียน ไฮเกต ประเทศไทย จะได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ อารมณ์ วัฒนธรรม และทักษะปฏิบัติ พร้อมใช้ชีวิตอย่างเต็มเปี่ยมในฐานะพลเมืองโลกที่มีความเข้าใจและมีเมตตา

มมส เตรียมจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล ‘MSU Alumni Charity Golf Tournament’ ตั้งกองทุน ‘พี่ช่วยน้อง’ เพื่อการศึกษา

มมส เตรียมจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล ‘MSU Alumni Charity Golf Tournament’ ตั้งกองทุน ‘พี่ช่วยน้อง’ เพื่อการศึกษา

มมส เตรียมจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล ‘MSU Alumni Charity Golf Tournament’ ตั้งกองทุน ‘พี่ช่วยน้อง’ เพื่อการศึกษา

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) นำโดย นางสุมาลี สุวรรณกร นายกสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย นายทม เกตุวงศา อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าฯ นายวัฒนพงษ์ คงสืบเสาะ อุปนายกสมาคมฯ นายศิริเดช ทัศนะบรรจง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการสนามกอล์ฟสิงห์ปาร์คขอนแก่น และ รศ.ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและภาพลักษณ์องค์กร ร่วมกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “MSU Alumni Charity Golf Tournament” เพื่อระดมทุนจัดตั้ง กองทุน “พี่ช่วยน้อง” โดยมีเป้าหมายหลักในการมอบทุนการศึกษาและสนับสนุนนิสิตปัจจุบันของมหาวิทยาลัยฯ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ ห้องประชุม 1 อาคารบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นางสุมาลี สุวรรณกร นายกสมาคมศิษย์เก่า มมส เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการและผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ และเห็นพ้องที่จะจัดหาทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเหล่านิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ โดยเชื่อว่าการศึกษาคือโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในสังคมและอาชีพการงาน ซึ่ง กองทุน “พี่ช่วยน้อง” จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงรุ่นพี่ศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาให้ได้ร่วมทำบุญร่วมกัน โดยเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปใช้เพื่อการศึกษาของนิสิตโดยตรง เพื่อให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

ในการแข่งขันฯ เปิดรับสมัครประเภททีม ทีมละ 5 คน ค่าสมัครทีมละ 25,000 บาท ซึ่งแต่ละทีมจะได้รับรถกอล์ฟ แคดดี้ และเสื้อกอล์ฟ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักหรือบริจาคเงินสมทบทุนโดยตรง โดยผู้สนับสนุนจะได้รับป้ายโลโก้ประชาสัมพันธ์ติดบริเวณสนามตามยอดบริจาค ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568

ในส่วนของรางวัลในการแข่งขัน มีถ้วยรางวัลรวมทั้งสิ้น 13 ถ้วย สำหรับประเภททีมและประเภทบุคคล ซึ่งการแข่งขันจะใช้กฎกอล์ฟของ R&A และกฎสนาม เพื่อความเป็นมาตรฐาน

ผู้สนใจสามารถติดต่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ภาคภูมิ หรรนภา (091-156-5441) และ อาจารย์ ดร.อัครครา มะเสนา (062-782-4594) หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม”

ก้าวแรกสู่ฝัน..‘เด็กเชฟ’ ม.รังสิต คว้ารางวัลระดับชาติ ‘FHT 2025’

ก้าวแรกสู่ฝัน..‘เด็กเชฟ’ ม.รังสิต คว้ารางวัลระดับชาติ ‘FHT 2025’

ก้าวแรกสู่ฝัน..‘เด็กเชฟ’ ม.รังสิต คว้ารางวัลระดับชาติ ‘FHT 2025’

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆนี้ นายรัฐติชน เถาวัลย์ นักศึกษาสาขา ศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับวงการอาหารไทย ด้วยการคว้ารางวัล เหรียญทองแดง (Bronze Medal) จากการแข่งขัน Modern Thai Cuisine by Chaitip, Panomrung Rice: Individual ในงาน Food & Hospitality Thailand 2025 (FHT 2025) เวทีเชฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ภายใต้ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากเกียรติยศอันทรงคุณค่าแล้ว นักศึกษายังได้รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติ

โดยผลงานที่ทำให้กรรมการตื่นตาตื่นใจคือเมนู “Hom Song Si (Wrapped in Two Tones)” การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะการปรุงอาหารไทยแบบร่วมสมัยกับวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูง “ข้าวพนมรุ้ง” ซึ่งเมนูชุดนี้ประกอบด้วย 4 รายการอาหารสุดสร้างสรรค์ ได้แก่ 1.Two Tone Coconut Rice – ข้าวมะพร้าวสองสีที่สวยงามดุจงานศิลป์ , 2.Squid Stuffed Salt Egg Yolk with Green Curry Sauce – หมึกยัดไส้ไข่เค็ม เสิร์ฟพร้อมซอสน้ำแกงเขียวหวาน , 3.Pomelo Salad with Crispy Fried Catfish – ยำส้มโอปลาดุกทอดกรอบ หอม รสชาติกลมกล่อม , 4.Minced Salted Fish with Pork Balls – ลูกชิ้นหมูหน้าปลาเค็มสับ รสเข้มข้นน่าประทับใจ

นอกจากความอร่อยและการจัดจานที่งดงาม เมนูนี้ยังสะท้อนถึงแนวคิด “Thai Cuisine with Innovation” ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นมากกว่ารางวัล แต่นับเป็นการขับเคลื่อน Soft Power อาหารไทย ภายใต้แนวคิด “Edible Culture” เพราะ “อาหารไทยไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่คือวัฒนธรรมที่รับประทานได้” พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจการอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับสากล

ทั้งนี้ นอกจากนักศึกษาจะได้สานฝันการเป็นเชฟมืออาชีพแล้ว ยังได้สัมผัสโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายในวงการอาหารทั้งไทยและต่างประเทศ พัฒนาทักษะเพื่อก้าวสู่การเป็นเชฟมืออาชีพและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้อย่างมั่นใจ ผู้สนใจสามารถสมัครเรียน โดยติดต่อได้ที่ เทคโนโลยีบัณฑิต (ศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร) ม.รังสิต หรือติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/rsuchef

“RSU ไม่ได้สอนแค่การทำอาหาร แต่สอนให้คุณสร้างศิลปะจากวัฒนธรรมไทย และส่องประกายบนเวทีโลก”

‘สพฐ.’มอบ 14 รางวัลสื่อสร้างสรรค์ปี 68

'สพฐ.'มอบ 14 รางวัลสื่อสร้างสรรค์ปี 68

‘สพฐ.’มอบ 14 รางวัลสื่อสร้างสรรค์ปี 68

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.55 น.

สพฐ. มอบรางวัลสื่อสร้างสรรค์ ปลื้มคนรุ่นใหม่โชว์ผลงานคลิป-ภาพถ่าย ต่อยอดแนวคิด เสมา 1 “ การศึกษาไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก”

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข” โดยมี นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางนัยนา ตันเจริญ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สพฐ. พร้อมด้วยข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในสังกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะรางวัล จำนวน 14 รางวัล รวม 20 คน และบุคลากรของศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เข้าร่วม ณ บริเวณหน้าห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลทั้ง 14 รางวัล ปัจจุบันสื่อ โซเชียลมีเดีย ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์  โทรทัศน์ และอื่นๆมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าว ชักจูง นำสังคมไปสู่ความคิด ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เป็นเวทีให้นักเรียน ครู ผู้บริหาร ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และคุณค่าในการขับเคลื่อนงานการศึกษาขั้นพื้นฐานตามบริบทของพื้นที่ ผ่านสื่อในรูปแบบคลิปวิดีโอ และภาพถ่าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการดึงศักยภาพของเด็กออกมา ที่สำคัญได้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ สพฐ. ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีโรงเรียนกระจายอยู่ทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ลงไปในชุมชน รวม 29,005 โรงเรียน แต่บางคนยังไม่รู้ว่า สพฐ. คืออะไร จึงเป็นโอกาสดีที่เรามาช่วยกันผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อสารสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนถึงคุณภาพของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ประชาชนรับรู้ว่า สพฐ. ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาอย่างไร และเผยแพร่ผลงานความดีนั้นออกสู่สังคม ตนเชื่อว่าในอนาคตเราจะมีนักประชาสัมพันธ์ นักครีเอทีฟระดับชาติ และขอให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ช่วยกันพัฒนาต่อยอด เติมเต็มศักยภาพของเด็กไทย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นไปตามแนวคิดของ ศ.ดร.นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวไว้ว่า ‘การศึกษาไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก’

ทางด้าน นางนัยนา ตันเจริญ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สพฐ.กล่าวว่า สำนักอำนวยการ สพฐ.ได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในสังกัด สพฐ.  นำเสนอแนวความคิดและเรื่องราวที่สะท้อนถ่ายทอดอัตลักษณ์และบริบทขององค์กร เข้าร่วมประกวดในโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ. หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข” ซึ่งมีนักประชาสัมพันธ์หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ของ สพท.ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดประเภทคลิปวิดีโอ จำนวน 79 ทีม และนักเรียนในสังกัด สพฐ.ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดประเภทภาพถ่าย จำนวน 340 ทีม รวมทั้งสิ้น 419 ผลงาน โดยได้รับเกียรติจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน ร่วมพิจารณาและคัดเลือกผลงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยผลการตัดสินได้คัดเลือก 11 ทีม เข้ารับ 14 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รองชนะเลิศอันดับสอง ชมเชย 2 รางวัล และ ยอดผู้กดถูกใจสูงสุด (Top Likes) 2 รางวัล

สำหรับผลประกวด มีดังนี้ ประเภทคลิปวิดีโอ ได้รับรางวัล 5 ทีม จำนวน 7 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)ตาก เรื่อง “เดอะคีเพลอะ” โดยนายชนาวุฒิ ทองเชื้อ และนายเทวัณ ดำดี รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 เรื่อง “แสงที่ซ่อนอยู่” โดยนางสาวทิพย์สุคนธ์ ทิพย์เนตร และนายกรัณฑา นามทิพย์ รางวัลรองชนะเลิศอับดับสอง สพป.นครพนม เขต 1 เรื่อง “หนังสั้น ปั้นฝัน” โดย นายธันวา ศรีสุภาพ และนายพงศ์ศักดิ์ แสนสุภา รางวัลชมเชย สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 เรื่อง “ไชยา ไชโยขอแค่มีความสุข…”โดยนายสุทิน เสาแก้ว และนายไชยา พรมวงค์ สพม.เลย-หนองบัวลำภู เรื่อง “เพาะ (Grow)” โดยนายจิตติศักดิ์ นามวงษา และ นายสุวัฒน์ชัย จันทร์สว่าง ส่วนรางวัลยอดผู้ชมสูงสุด (Top View) ตกเป็นของ สพม.ตาก เรื่อง “เดอะคีเพลอะ” และ สพป.นครพนม เขต 1 เรื่อง “หนังสั้น ปั้นฝัน”

ประเภทภาพถ่าย ได้รับรางวัล 6 ทีม จำนวน 7 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนบรบือ สพม.มหาสารคาม ชื่อภาพ “บ้านเฮา เท่ากับความสุข” โดยเด็กชายกลทีป์ ใจเก่งดี และนายเรวัตร อินมณเฑียร รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โรงเรียนบ้านซำตาโตง สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 ชื่อภาพ “ห้องเรียนหลากมิติ” โดยเด็กชายธนธรณ์ ท่าหาญ และนายอภิวัฒน์ เวียงคำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง โรงเรียนโยธินบูรณะ เพชรบุรี สพม.เพชรบุรี ชื่อภาพ “ความสุข ที่เท่าเทียม” โดยเด็กชายศิริโชค นะสีห์โต และนายกฤษฎา พนันชัย รางวัลชมเชย โรงเรียนสอนดี (ประชารัฐอนุสรณ์) สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ชื่อภาพ “เรียนจากดิน กินได้ มีสุข” โดย เด็กชายธนกฤต วุฒิเพ็ชร และนายชนาวิชญ์ กิจสมุทร โรงเรียนนครหลวง (พิบูลประเสริฐวิทย์) สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ชื่อภาพ “เทคโนโลยีสร้างสุข ห้องเรียนสร้างอนาคต” โดยเด็กชายจิรพงศ์ แสงกฤช และนางสาวพิมพ์จันทร์ มีสมยุทธ์ ส่วนรางวัลยอดผู้กดถูกใจสูงสุด (Top Likes) คือ โรงเรียนตากพิทยาคม สพม.ตาก ชื่อภาพ “แสงแห่งความหวัง” โดยนายภูริณัฐ บุญเม่น และนายพีระพล อยู่รัศมี และ โรงเรียนบรบือ สพม.มหาสารคาม ชื่อภาพ “บ้านเฮา เท่ากับความสุข”

วัดพระธรรมกายฮ่องกง-จัดอบรม ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์’ เสริมทัพแผ่ศาสนาต่างแดน

วัดพระธรรมกายฮ่องกง-จัดอบรม ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์’ เสริมทัพแผ่ศาสนาต่างแดน

วัดพระธรรมกายฮ่องกง-จัดอบรม ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์’ เสริมทัพแผ่ศาสนาต่างแดน

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.47 น.

วัดพระธรรมกายฮ่องกง-จัดอบรม ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์’ เสริมทัพเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างแดน

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า วัดพระธรรมกายฮ่องกง และ สมัชชาสงฆ์ไทยในฮ่องกง ได้ร่วมกันจัด โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาชาวพุทธให้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน

การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 สิงหาคม 2568 ณ The Cityview Hotel และ The HKFYG Leadership Institute โดยพิธีเปิดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. มี พระสิทธิวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และ พระภาวนามังคลาจารย์ วิ., เจ้าอาวาสวัดพระวรราชาทินัตตามาตุ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในฮ่องกง ร่วมเป็นประธานและกล่าวเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ

ตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้ารับการอบรมได้ร่วมฟังการบรรยายพิเศษและเสวนาจากพระเถรานุเถระและนักวิชาการจากหลายประเทศ ในประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับยุคสมัย เช่น ‘ภาวะผู้นำเชิงพุทธ’, ‘พุทธศาสนากับความท้าทายในสังคมภาคพื้นภาษาจีน’ และ ‘โซเชียลมีเดีย: ยุคทองของธรรมทูตคฤหัสถ์ในพื้นที่สากล’ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เช่น การออกแบบโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ในพิธีปิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. มีการมอบเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมและผู้สนับสนุนโครงการ พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายธรรมทูตคฤหัสถ์ระดับนานาชาติ เพื่อให้ชาวพุทธในต่างแดนมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน และสอดคล้องกับวิถีชีวิตในสังคมปัจจุบัน ///-026

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’สุดเจ๋ง เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการดูแลช่องปากล้ำสมัย’BTU Dentistry’

'ม.กรุงเทพธนบุรี'สุดเจ๋ง เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการดูแลช่องปากล้ำสมัย'BTU Dentistry'

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’สุดเจ๋ง เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการดูแลช่องปากล้ำสมัย’BTU Dentistry’

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.39 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่อาคารศูนย์ปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) โดย มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมกับมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสีฟันนวัตกรรมใหม่ “BTU Dentistry” ภายใต้แนวคิด “เพิ่มความมั่นใจ สู่ความสำเร็จ” โดยมี ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, คุณวรวุฒิ กุลแก้ว กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ และ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มาร่วมเสริมสร้างภาพลักษณ์ของการวิจัยและพัฒนาในแวดวงทันตกรรมไทย และคณะอาจารย์ แขกผู้มีเกียรติหลายท่าน

สำหรับกิจกรรม “BTU Dentistry” เป็นผลิตผลจากความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กับมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยเชิงวิชาการมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยในยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ในงานยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรมในการดูแลช่องปาก” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงทันตกรรม อาทิ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ และคุณวรวุฒิ กุลแก้ว ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ดารา เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเข้าร่วมงานมากมาย อาทิ คุณบิ๋ง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, คุณโบว์ ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์, คุณแบงค์ กฤชพล เศวตนันท์, คุณแคท ธีรรัตน์ จงประเสริฐ, คุณโอ ศศิวรรณ เอี่ยมลำเนา, คุณแทม ญาดา ประเสริฐสม, คุณมีมี่ อนงนาฏ อำนวยผล, คุณยุ้ย ชมพุนุช ปูรานิธี, คุณโน้ต ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล, คุณเจี้ยบ ชลดา ธารีรัตนาวิบูลย์, คุณมาย ภรธิดา เข็มทอง, คุณหญิง ปรียามล ธนวิสุทธิ์, คุณปอ ศีกัญญา, คุณแมค – คุณอาท อังสนานนท์, คุณออย สิริลักษณ์ อรุณเนตรทอง, คุณตูน สุภัชชา ปิตินันท์, คุณแสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล และคุณนินิว อนุธิดา สารธนะ รวมถึง นักกีฬากรีฑาทีมชาติ “น้องบิว” นายภูริพล บุญสอน และ “น้องดรีม” น.ส.มิญชญา เลไธสง ร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลและถ่ายภาพร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก สะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีในการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทย

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “BTU Dentistry” สามารถติดต่อได้ที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โทร 02-4315383 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีคุณภาพในยุคใหม่

– 006

​ม.นครพนม จัดงาน ‘สัปดาห์วิทย์ฯส่วนภูมิภาค’ ครั้งที่ 10 เทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

​ม.นครพนม จัดงาน ‘สัปดาห์วิทย์ฯส่วนภูมิภาค’ ครั้งที่ 10 เทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

​ม.นครพนม จัดงาน ‘สัปดาห์วิทย์ฯส่วนภูมิภาค’ ครั้งที่ 10 เทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม จัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568” โดยมี ศ.เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และรศ.ดร.เชิดชัย โพธิ์ศรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวรายงาน

การจัดงานครั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน “กษัตริย์นักบินของไทย”

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่และส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานศึกษาในพื้นที่ และเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและประเทศชาติในอนาคต

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากหลายหน่วยงาน, การประกวดโครงงานและสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การแข่งขันตอบปัญหาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี, การแข่งขันจรวดขวดน้ำ, การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show), การประกวดภาพวาดจินตนาการทางวิทยาศาสตร์, การประกวดการพูดด้านวิทยาศาสตร์ (Science Talk) รวมถึงการแข่งขันเกมอาชีพ Pop Pop Boat เป็นต้น

ปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการประกวดและแข่งขันทุกประเภท กว่า 1,600 คน จากสถานศึกษาทั้งในจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคึกคัก ถือเป็นการสะท้อนถึงความตื่นตัวและความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มวล.โชว์ไอเดียสุดล้ำ คว้าแชมป์ – รองอันดับ 2 เวที ‘EDC Pitching Season 3’

มวล.โชว์ไอเดียสุดล้ำ คว้าแชมป์ - รองอันดับ 2 เวที ‘EDC Pitching Season 3’

มวล.โชว์ไอเดียสุดล้ำ คว้าแชมป์ – รองอันดับ 2 เวที ‘EDC Pitching Season 3’

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.ดร.สิริวัจนา แก้วผนึก คณบดีสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ (มวล.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.68 ที่ผ่านมา สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ ได้ส่งนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เข้าร่วมแข่งขัน EDC Pitching Season 3” รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นเวทีต่อยอดและสร้างสรรค์ไอเดีย แคมเปญประชาสัมพันธ์ นวัตกรรม แนวทางใหม่ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้ในโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

ผลปรากฏว่า ทีม “ลิลลี่ยูว์จะบังพี่ทำไม?” ประกอบด้วย นายภูธเนศ สีแสง น.ส.จิราวรรณ วิเชียรรัตน์ และ น.ส.มาริษา ชัยฤกษ์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ รับโล่รางวัล เกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 50,000 บาท  ส่วนทีม “APB” สมาชิกทีม ได้แก่ น.ส.ชินานันท์ ศรีทัยแก้ว, น.ส.วิรัลพัชร ปรีชาโชติ และน.ส.ภัทรวดี ยิ่งบุรุษ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมทุนการศึกษา 15,000 บาท

ผศ.ดร.สิริวัจนา แก้วผนึก กล่าวว่า “รางวัลจากการประกวดเวทีดังกล่าวถือเป็นการยืนยันประสิทธิภาพในด้านการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตร ว่าสามารถพัฒนาให้นักศึกษาริเริ่มแนวคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้”

ด้าน น.ส.มาริษา ชัยฤกษ์ ตัวแทนทีม “ลิลลี่ยูว์จะบังพี่ทำไม?” เปิดเผยว่า ไอเดียที่ทางกลุ่มได้คิดมานั้น มีไว้สำหรับผู้พิการทางด้านสายตาให้ได้รับการช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน โดยเป้าหมายต่อไปทางทีมจะพัฒนาไอเดียให้กลายเป็นแอปพลิเคชั่น ที่สามารถใช้งานได้จริงๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้พิการทางด้านสายตา

สำหรับกิจกรรม EDC Pitching Season 3 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Digital Space Connect: เชื่อมต่อพื้นที่การเรียนรู้สู่การพัฒนาพลเมืองดิจิทัล” เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาสร้างสรรค์ไอเดีย แคมเปญ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้การเรียนรู้ในโลกออนไลน์เป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม