ศธ.กำชับเข้ม จี้ถอดบทเรียนแก้ปัญหา เหตุครูสาวถูกม.5ทำร้าย

ศธ.กำชับเข้ม  จี้ถอดบทเรียนแก้ปัญหา  เหตุครูสาวถูกม.5ทำร้าย

ศธ.กำชับเข้ม จี้ถอดบทเรียนแก้ปัญหา เหตุครูสาวถูกม.5ทำร้าย

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเมืองอุทัยฯมอบหมายนายอำเภอบ้านไร่ เยี่ยมครูถูก นร.ชั้น ม.5 ทำร้ายร่างกาย ปมไม่พอใจคะแนนสอบ เจ้าตัวอาการดีขึ้น มีกำลังใจดีหลังจากทุกภาคส่วนร่วมให้กำลังใจ ยันไม่คิดลาออกแล้วเพราะนักเรียนรอให้กลับมาสอนอีกครั้ง ด้าน‘นฤมล’ กำชับ สช.สอบข้อเท็จจริง จี้ถอดบทเรียน ป้องกันปัญหา

เมื่อวันที่ 12สิงหาคมนายธีรพัฒน์  คัชมาตย์ ผวจ.อุทัยธานี มอบหมายให้ นายสิรภพ นิยมเดช นายอำเภอบ้านไร่ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจน.ส.พรทิพย์ บ้านอยู่หรือครูหนูเล็ก อายุ 33 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ที่บ้านพัก หลังจากถูกลูกศิษย์ซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้น ม.5 ทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุเกิดจากนักเรียนคนดังกล่าวไม่พอใจผลคะแนนสอบ เหตุเกิดที่ห้องเรียนของโรงเรียน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าอาการของครูดีขึ้นตามลำดับ และสภาพจิตใจก็ดีขึ้นบ้างแล้ว

ทั้งนี้ นายอำเภอบ้านไร่ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้มอบกระเช้าของขวัญ เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจ โดยนายอำเภอบ้านไร่ กล่าวว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน แพทย์ได้ให้ข้อมูลว่านักเรียนชายที่ก่อเหตุมีพฤติกรรมเข้าข่ายโรคไออีดี หรือโรคระเบิดอารมณ์เป็นระยะ (Intermittent Explosive Disorder: IED) ซึ่งเป็นภาวะทางจิตเวชที่ผู้ป่วยมีการระเบิดอารมณ์รุนแรงอย่างไม่สมเหตุสมผล ส่วนการดำเนินคดี ทางครอบครัวของครูหนูเล็กมีสิทธิตัดสินใจว่าจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องกังวล

ด้านครูหนูเล็ก เปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่ารู้สึกขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้จากทุกภาคส่วน ทำให้ตอนนี้ไม่คิดที่จะลาออกแล้ว ซึ่งหนึ่งในกำลังใจสำคัญที่ทำให้กลับมามีกำลังใจสู้ต่อคือคำพูดของนักเรียนที่บอกว่า “รอครูกลับมาสอนพวกหนูอีกนะ ส่วนคดีได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนักเรียนชายคนดังกล่าวแล้ว โดยทางตำรวจ สภ.หนองฉาง ได้เรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติมในเช้าวันเดียวกันนี้ นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญากับนักเรียนว่าจะรีบกลับไปสอนทันทีที่รักษาร่างกายและจิตใจจนพร้อม

ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งได้กำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และทราบว่าได้มอบหมายให้ทางศึกษาธิการจังหวัดอุทัยธานีติดตามเรื่องกับโรงเรียนที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในโรงเรียนเอกชน ดังนั้นจึงถือเป็นอำนาจของโรงเรียนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ตนได้กำชับให้สช.กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว เชื่อว่านายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) จะออกมาชี้แจง และวางแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

“สำหรับรายละเอียดต่างๆ คงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าสาเหตุของความรุนแรงเกิดจากอะไรหากไปตัดสินจากข่าวที่ออกมาเพียงอย่างเดียวคงไม่ถูกต้อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สช.หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่แม้จะไม่ใช่หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนแห่งนี้ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และคงต้องนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาถอดบทเรียนเพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวในโรงเรียนต่อไป”นางนฤมล กล่าว

ส่วน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ในด้านสุขภาพจิตว่าเบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของนักเรียน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันเดียวกันนี้ เรื่องความรุนแรงในโรงเรียนเป็นสิ่งที่เราไม่ให้การยอมรับ ไม่ว่าจะเกิดจากครูหรือนักเรียนก็ตาม โดยจะต้องมีมาตรการเข้าไปเยียวยาทั้งครูและผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้ถือว่าไม่ใช่เหตุการณ์ปกติทั่วไป ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานว่านักเรียนทำร้ายครู จนเพิ่งมีการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามา

‘สุดาวรรณ’นำทีมผู้บริหาร อว. ถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

‘สุดาวรรณ’นำทีมผู้บริหาร อว. ถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

‘สุดาวรรณ’นำทีมผู้บริหาร อว. ถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.57 น.

‘สุดาวรรณ’ นำทีมผู้บริหาร อว. ถวายพระพรชัยมงคล ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 คึกคัก! ‘อว.แฟร์ 2025’ ขนทัพ ‘หมอลำสู่สากล-มหาหมอลำ Festival’ ดัน Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก ร่วมลุ้นไปกับการแข่งขัน ‘Astro Challenge ปริศนาดาราศาสตร์’

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการ รมว.อว. นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวง อว. ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

ด้านกิจกรรมภายในงาน อว.แฟร์ วันนี้มีไฮไลต์สำคัญที่น่าสนใจมากมาย เริ่มจากการแข่งขัน “Astro Challenge:ปริศนาดาราศาสตร์” รอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานฯ พร้อมทุนการศึกษา ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ต่อด้วยอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างสีสันภายในงาน คือกิจกรรม ยกระดับหมอลำสู่สากลและมหาหมอลำ Festival เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหมอลำไทยสู่สากล เป็นการสืบสานและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้ โครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator” ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำเสนอการแสดงหมอลำวงใหญ่เต็มวง และจัดเวทีเสวนาเรื่อง “โครงการยกระดับหมอลำสู่สากลและโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.อว. ที่ต้องการ สร้างอนาคตไทย ด้วยการขับเคลื่อน Soft Power, Deep Tech ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ จาก ZONE C: INNOVATOR PLAYGROUND เป็นการเปิดพื้นที่สร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ใหม่ๆ จาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  เน้นการการถ่ายความรู้ผ่าน  “S4i Learning Mart ช้อป เพลิน Learn Play” ที่จะมาเปลี่ยนทุกมุมมองของการเรียนรู้ และยังเป็นศูนย์รวมเครื่องมือประสบการณ์เพื่อสร้างนวัตกรยุคใหม่จาก STEAM4INNOVATOR พร้อมแล้วที่จะมาเปิดพื้นที่การเรียนรู้นวัตกรเต็มรูปแบบให้กับทุกคน

ด้านโซนทดลองสอบ TCAS ยังคงเปิดสนามสอบจำลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนได้เข้าไปทดสอบทำข้อสอบจริง และรู้ผลสอบทันทีหลังจากสอบเสร็จ ที่มาพร้อมเทคนิคการแก้โจทย์ข้อสอบ A-Level จากผู้มากประสบการณ์ นอกจากนี้ยังจะได้เรียนรู้เคล็ดลับการบริหารเวลาอย่างมืออาชีพ สำหรับโซนสอบ TCAS มีให้ทดลองสอบทั้งหมด 3 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เปิดทั้งหมด 3 รอบต่อวัน รอบแรกเวลา 11.00-12.30 น. รอบที่สองเวลา 14.00-15.30 น. และรอบสุดท้ายเวลา 17.00-18.30 น.

สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการเติมเต็มความรู้เพื่อนำไปปรับใช้สำหรับการเลี้ยงลูกเจน Alpha สามารถเข้าฟังเสวนา “Alpha Skills x The Standard” โดยในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เป็นการเสวนาในหัวข้อ Guiding Your Smart child Through AI & Digital Literacy เลี้ยงลูกให้มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับโลกดิจิทัล โดย ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกรมสุขภาพจิต โดยการเสวนาดังกล่าวยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ซึ่งแต่ละวันจะมีหัวข้อที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป

อว. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมในงาน อว.แฟร์ 2025 อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม Thailand Tech Show 2025, เวิร์กช็อปการ Live ขายสินค้า และ BUSWORK:  แพลตฟอร์ม Community จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย

ห้ามพลาด! งาน “อว.แฟร์ 2025” และงาน “NST Fair 2025” เปิดเข้าชมตั้งแต่วันนี้ – 16 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เฉพาะวันที่ 17 สิงหาคม 2568 จะเปิดให้เข้างานเวลา 09.00-18.00 น. โดยงาน “อว.แฟร์ 2025” จัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน “NST Fair 2025” จัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/MHESIThailand

กองทัพเรือยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ 12 สิงหาคม

กองทัพเรือยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' 12 สิงหาคม

กองทัพเรือยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ 12 สิงหาคม

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.07 น.

กองทัพเรือยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

วันนี้ (12 สิงหาคม 2568 ) กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ ธงประจำชาติ หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ

ทั้งนี้คำว่า “สลุต” มาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน โดยใประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งในขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จากบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศส กล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิไชยเยนทร์ มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือ ได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องไหม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงมีรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อมในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้ ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่คือ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป

ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์ จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398 ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือการยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือการยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ

1. สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด

2. สลุตข้าราชการ

3. สลุตนานาชาติ

พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่ เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ จะยิงสลุตจำนวน 21 นัด

หากเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต จะยิงสลุต 19 นัด ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ จะยิงสลุต 17 นัด พลโท พลเรือโท พลอากาศโท และอัครราชทูต จะยิงสลุต 15 นัด พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีและราชทูต จะยิงสลุต 13 นัด อุปทูต จะยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ จะยิงสลุต 9 นัด

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’เฝ้ารับเสด็จฯ

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'เฝ้ารับเสด็จฯ

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’เฝ้ารับเสด็จฯ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 เวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ ปี 2568 ” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เฝ้าฯรับเสด็จ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร

สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้จัดนิทรรศการในหัวข้อ “ปทุมมา ราชินีป่าฝน (The Queen of the Tropical Rainforest)” ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลการดำเนินโครงการทดสอบสายพันธุ์และการปลูกปทุมมาที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคตะวันออก วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ คุณภาพของช่อดอก เส้นผ่าศูนย์กลาง อายุการปักแจกัน และความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยทดสอบสายพันธุ์ปทุมมา จำนวน 7 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ขาวยูคิ ไข่มุกสยาม สโนวไวท์ เรดเชิ้ต สกาเลต แดงแสวง และสายพันธุ์พลอยชมพู ดำเนินการที่ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง

ผลการทดสอบ พบว่าสายพันธุ์ปทุมมามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านระยะเวลาออกดอก ความยาวและเส้นผ่าศูนย์กลางของช่อดอก อายุการปักแจกัน ดังนี้

1. สายพันธุ์เรดเชิ้ต สกาเลต แดงแสวง และสายพันธุ์ขาวยูคิ มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการผลิตเป็นไม้ตัดดอก เนื่องจากมีช่อดอกขนาดใหญ่ ก้านแข็งแรง อายุการปักแจกันยาวนาน ตั้งแต่ 6.9 – 8.9 วัน

2. สายพันธุ์ไข่มุกสยาม สโนวไวท์ และสายพันธุ์พลอยชมพู เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถางและไม้ประดับลงแปลง​ เนื่องจากมีพุ่มเตี้ย ออกดอกพร้อมกันหลายช่อ ประมาณ 2 – 4 ช่อต่อต้น และมีสีสันสะดุดตา

ผลการทดสอบสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทางการค้าในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการผลิตและส่งเสริมสายพันธ์ุเชิงพาณิชย์ต่อไป นอกจากนี้ เป็นแหล่งศึกษาดูงาน และให้บริการความรู้ ตลอดจนสนับสนุนต้นพันธุ์ปทุมมาแก่เกษตรกรและหน่วยงาน สามารถนำความรู้ไปขยายผลสู่ชุมชนต่อยอดสร้างรายได้ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองต่อไป รวมถึงมีการสนับสนุนต้นพันธุ์ปทุมมาและต้นรวงผึ้งให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงานฯ ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้ทูลเกล้าฯ ถวาย ปทุมมา 7 สายพันธุ์

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ'สมเด็จพระพันปีหลวง'

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

 3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 12.00 น. ที่ท้องสนามหลวง กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวงจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568

ด้านกองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2568  ที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 

ขณะที่ กองทัพอากาศ โดย กรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด ถวายเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568  ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT)

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

อาจารย์ ม.รามคำแหง ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (CNT) และการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก (NPT)  ในการประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2025 (GSTC2025) ที่ประเทศฟิจิ
 
การประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2025 (GSTC2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–8 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเชอราตัน เดนาเรา ประเทศฟิจิ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 350 คน จากมากกว่า 40 ประเทศ โดยเป็นเวทีรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ตัวแทนแหล่งท่องเที่ยว นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายสำคัญและแนวทางแก้ไขในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบรรยากาศของหนึ่งในจุดหมายปลายทางเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก การประชุมเน้นย้ำความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการดูแลจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งและเกาะ กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมเข้มข้นก่อนการประชุมเป็นเวลา 2 วัน ในหัวข้อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2568 ซึ่งผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึก ต่อมาในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีการจัดสัมมนาวิชาการ GSTC ครั้งที่ 3 (III GSTC Academic Symposium) เพื่อเปิดเวทีให้นักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานได้นำเสนอผลงานวิจัยและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน การมีส่วนร่วมของชุมชน และความสามารถในการฟื้นตัวของแหล่งท่องเที่ยว
 
โปรแกรมการประชุมมี 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวชายฝั่งและเกาะ (Coastal & Island Tourism) ชุมชน วัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ (Community, Culture, and Responsible Development) และความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน (Climate Resilience, Adaptation, and Sustainable Recovery) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจากวิทยากรชั้นนำได้อย่างตรงประเด็น


 
การประชุมใหญ่ (Global Conference) จัดขึ้นในวันที่ 6–7 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมหัวข้อประชุมที่หลากหลายและเจาะลึกประเด็นเร่งด่วนของวงการท่องเที่ยวในปัจจุบัน เช่น การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะขนาดเล็ก (Small Island Destination Management) การปกป้องแนวปะการัง (Reef Protection) การฟื้นฟูปะการัง (Coral Restoration) การดำน้ำอย่างรับผิดชอบ (Responsible Diving) ความยั่งยืนในสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม อีเวนต์ (Sustainability in Attractions, Hospitality, Events) การวัดและประเมินความยั่งยืน (Sustainability Measurement and Evaluation) และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม (Environmental Regeneration) รวมถึงหัวข้อสำคัญอื่น ๆ
 
นับเป็นโอกาสดีที่การประชุม GSTC 2025 ได้พิจารณาคัดเลือกให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ในหัวข้อเรื่อง “A Carbon-Neutral Marine Tourism Route for Snorkeling in Trat Province, the Eastern Gulf of Thailand” และ อาจารย์ ดร.วิชินสืบปาละ ในหัวข้อเรื่อง “Coral Micro-Fragmentation: Innovative Approach to Coral Restoration for Enhancing Nature-Positive Tourism in Thailand” ให้นำเสนอในสัมมนาวิชาการ GSTC ครั้งที่ 3

รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ได้นำเสนอโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการท่องเที่ยวทางทะเล โดยใช้แอปพลิเคชัน ZERO CARBON ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำนวณการปล่อยและกำหนดมาตรการลดในด้านการขนส่ง ที่พัก อาหาร และการจัดการของเสีย ทำให้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดลงเหลือ 269.37 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อทริป พร้อมชดเชยผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งเป็น Nature-based Solutions สำคัญต่อการกักเก็บคาร์บอน โดยเส้นทางท่องเที่ยวที่นำเสนอครอบคลุมเกาะยักษ์เล็ก เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะมะปริง ในหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด และพื้นที่ศักยภาพคาร์บอนสีน้ำเงิน (blue carbon) เช่น ป่าชายเลน รวมถึงกองหินใต้น้ำที่เป็นระบบนิเวศสำคัญต่อการสะสมคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Global Sustainable Tourism Council (GSTC) แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านแนวทางบูรณาการ “วัด–ลด–ชดเชย” และการประสานความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติ

อาจารย์ ดร.วิชิน สืบปาละ ได้นำเสนอเทคนิคการฟื้นฟูปะการังด้วยวิธีการตัดชิ้นส่วนปะการังขนาดเล็ก (micro-fragmentation) และการเชื่อมต่อโคโลนี (colony fusion) เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ของปะการังให้เร็วขึ้น รวมทั้งใช้การเลือกพันธุ์ตามธรรมชาติเพื่อสร้างโคโลนีที่แข็งแรงทนต่อสภาวะเครียดสูง ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มเศรษฐกิจสีน้ำเงิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โครงการวิจัยนี้ได้คัดเลือกปะการังจากแนวปะการังน้ำตื้นที่มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ความเข้มแสงสูง และรังสี UV นำไปอนุบาลบนโดมคอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการติดตามพบว่าอัตราการรอดชีวิตสูงมากกว่า 80% ไม่มีการฟอกขาวหรือโรค และมีการลงเกาะของตัวอ่อนปะการังใหม่บนพื้นโครงสร้างรูปโดม โดยเทคนิคนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำ micro-fragmentation มาประยุกต์ใช้ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบนิเวศต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังสร้างโอกาสให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์ในระยะยาวตามแนวทางการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก หรือ Nature-Positive Tourism อีกด้วย


 
ผลงานวิจัยทั้ง 2 โครงการฯ ดังกล่าวดำเนินงานร่วมกับ รศ.ดร. มาฆมาส สุทธาชีพ, อาจารย์ ดร. สิทธิพร เพ็งสกุล, อาจารย์ ดร. วัลยา กลิ่นทอง และอาจารย์ ดร. เจริญมี แช่มช้อย กลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ผศ.อนพัทย์ หนองคู มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น ผู้ก่อตั้ง Trekking THAI/ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวสุทธิเป็นศูนย์ในประเทศไทย Mr. Richard Peter, ผู้ประสานงาน Thailand TOGETHER Net Zero นักวิจัยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ปีงบประมาณ 2566-2567

GSTC2025 ได้เชิญ คุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเวทีเสวนา เรื่อง “การบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง (Sustainable Hospitality and Coastal Development)” และคุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น ผู้ก่อตั้ง Trekking THAI และผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวสุทธิเป็นศูนย์ในประเทศไทย ในเวทีเสวนา เรื่อง “การพัฒนาและเสริมพลังบุคลากร (Workforce Development and Empowerment)”
 
สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่กำหนดและบริหารมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับโลก หรือ “GSTC Standards” ซึ่งครอบคลุมเกณฑ์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้จัดการแหล่งท่องเที่ยว (GSTC Destination Standard) โรงแรม (GSTC Hotel Standard) ผู้ประกอบการทัวร์ (GSTC Tour Operator Standard) การจัดประชุมและนิทรรศการ (GSTC MICE Standard) และสถานที่ท่องเที่ยว (GSTC Attraction Standard)
การประชุม GSTC ครั้งต่อไป คือ GSTC2026 จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 21–24 เมษายน 2569

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

12 สิงหาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ นำคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

12 สิงหาคม 2568 ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904  ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ลงพระนามและลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  12 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00– 12.00 น. โดยมีบุคคลสำคัญ, คณะบุคคล, สมาชิกราชสกุลมหาสาขาต่างๆ, คณะองคมนตรี, นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี, คณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย, ผู้นำศาสนา, ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, ประธานศาลฯ, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, องค์กรอิสระ, สมาคม, มูลนิธิ, หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน, คณะครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป พร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้า นำพานพุ่ม แจกันดอกไม้ พวงมาลัยและสิ่งของมงคลมาทูลเกล้าฯ ถวาย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงพระนามและลงนามถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นมิ่งขวัญของปวงเหล่าพสกนิกรตลอดไป อาทิ

นายภูมิธรรม เวชชัย รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคู่สมรส, ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, อธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ฯ, ราชสกุล นวรัตน, สำนักงานพระคลังข้างที่, คณะผู้บริหารบริษัท SCB เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), พลตรีกิตติ ประพิศไพศาล ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมชลประทาน, สำนักงาน ก.พ., นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือ พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน, กรมจเรทหารบก, วุฒิสภา, บริษัทที่รักไหมไทย จำกัด และครอบครัวนพรัตน์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน), กรมแพทย์ทหารบก, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, กรมการพัฒนาชุมชน, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  ปลัดกระทรวงคมนาคม, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, กองทัพอากาศ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, มูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร กระทรวง อว., นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , พลเอกสนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, 

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมคณะผู้บริหารองค์กรหลัก และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ, คณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ พรรคเพื่อไทย, สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรี, สถาบันพระปกเกล้า, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา, เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม,

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คณะนักเรียนโรงเรียนนิยมศิลป์อนุสรณ์ จ.เพชรบูรณ์, คณะนักเรียนและผู้ปกครองโครงการทูตวัฒนธรรมหมอสะอาด จากโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด รวม 24 โรงเรียน,   บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) , นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  พร้อมคณะผู้บริหาร TCC Group และกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน), นายชุมพร เพชรชุมชน และนายนันทวัฒน์ ศรีวัตน์อัชกุล คณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ, สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา, 

คณะผู้บริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), นางมุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนสกุล ผู้บริหารเซ็นทรัลกรุ๊ป พร้อมคณะ , นายเพิ่มพูน ไกรฤกษ์ กรรมการ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร,อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, คณะผู้บริหาร สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD, สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT 2 HD, คณะผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก, คณะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี สีช่อง 3 เป็นต้น 

ขณะที่ประชาชนจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้าเดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างไม่ขาดสาย 
 

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ‘วันแม่แห่งชาติ’ ณ ท้องสนามหลวง

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล 'วันแม่แห่งชาติ' ณ ท้องสนามหลวง

ผบ.ทร.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ‘วันแม่แห่งชาติ’ ณ ท้องสนามหลวง

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

วันนี้ (12 สิงหาคม 2568)  07.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 194 รูป ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  12 สิงหาคม 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วย คณะองคมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส   หน่วยราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้   พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ  ร่วมในพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ พร้อมคู่สมรส  ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568  ณ  ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

มวล.เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ทปอ.ด้านการพัฒนานักศึกษา ชูแนวคิด ‘สุขภาวะ’ รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิต

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) เปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร บุคลากร และผู้นำนักศึกษาจาก 22 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการประชุมสัญจรคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 2/2568 ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2568 ภายใต้แนวคิดหลัก “สุขภาวะ : รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา” (Well-Being : The Foundation for Unlocking Academic and Personal Potential) โดยในพิธีเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ ชั้น 9 โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้และทักษะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความสำเร็จของบัณฑิต แต่ยังต้องประกอบด้วยสุขภาวะที่ดี ทั้งกาย ใจ และปัญญา อันเป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้ พัฒนาตน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสมดุล

ด้าน ..ณัชริญา คงสุวรรณ และ ..ธัญญธร สิงห์ชัย นักศึกษาผู้เข้าร่วมประชุมจากม.วลัยลักษณ์สะท้อนว่า เรื่องสุขภาวะกับการพัฒนาคุณภาพนิสิตนักศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญ การที่ผู้บริหารและคณาจารย์ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะทำให้นักศึกษารู้สึกดีใจและอบอุ่นใจ เพราะการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างสูง การมีสุขภาวะที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างมีความสุขและเต็มศักยภาพ

นายกีรดิต โยงราช นักศึกษาจาก . กล่าวว่า ปัจจุบันในมหาวิทยาลัยต่างๆ มีจำนวนนักศึกษาเป็นจำนวนมาก การส่งเสริมเรื่องสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากทุกคนในมหาวิทยาลัยมีสุขภาวะที่ดีในทุกด้าน จะทำให้สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยดีขึ้น เมื่อสภาพแวดล้อมดี การเรียนรู้ของนักศึกษาก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สุขภาวะ: รากฐานของการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา” โดยผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ, นิทรรศการแสดงผลงานและนวัตกรรมการดูแลนักศึกษาจาก 17 สำนักวิชา 3 วิทยาลัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และมหาวิทยาลัยเครือข่าย รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอป “ฮีลใจไปด้วยกัน เติมพลังชีวิต” เพื่อสร้างเสริมพลังบวกให้กับผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการส่งเสริมสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ