ชวน กรีดคนการเมือง! เลือกตั้งสุจริตหรือไม่ ให้ดูสภาฯชุดนี้

ชวน กรีดคนการเมือง! เลือกตั้งสุจริตหรือไม่ ให้ดูสภาฯชุดนี้

ชวน กรีดคนการเมือง! เลือกตั้งสุจริตหรือไม่ ให้ดูสภาฯชุดนี้

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

“ชวน”ยกพระราชดำรัส”ในหลวง” ย้ำเตือนสติ”นักการเมือง” ทำหน้าที่ยึดความถูกต้อง กรีดเลือกตั้งสุจริตหรือไม่ให้ดูสภาฯชุดนี้ ติงแต่งกายด้วยสีสันเป็นสัญลักษณ์ ไร้ผล ถ้ายังโกงกิน ไม่ซื่อสัตย์สุจริต รับยังไม่มั่นใจรัฐบาลยึดธรรมาภิบาล หลังแทรกแซงเลือก สว. ชี้ช่องแก้ปัญหาชายแดนใต้ถาม 2 คน “วิษณุ”กับอีกคนอยู่ใน”คุก” เตือน รมต.รุ่นใหม่ สนับสนุน ขรก.น้ำดีเป็นกำลังแก้ปัญหาบ้านเมือง

10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดย นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลุกขึ้นอภิปรายว่า ตนเองมีส่วนร่วมอภิปรายนโยบายรัฐบาลทุกสมัย ยกเว้นช่วงที่มีหน้าที่ตำแหน่ง เช่น เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และทุกครั้งหลักคือ ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่ใช่เป็นเพียงคำขวัญของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นความจริง เราไม่ใช่นักการเมืองสมัยเดียว จะพูดอะไรไป โกหกหลอกลวง คนอื่นก็รู้ เราก็เสียหาย เพราะฉะนั้น ก็ระมัดระวังจะพูดอะไรก็ตามความเป็นจริง และอยากให้เราจงรับเอาความจริง ซึ่งจะทำให้เราแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ ดังนั้น จะไม่มีคำอะไรที่โกหกหลอกลวง ให้ร้ายป้ายสี หรือยกย่องเกินเหตุที่เกินความเป็นจริง เงื่อนไขคือรัฐบาลต้องเขียนคำแถลงนโยบายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และถือว่าโดยทั่วไปก็เป็นที่ยอมรับกันได้ แม้จะมีบางเรื่องที่อยากจะเห็น แต่ไม่มี แม้จะเป็นความปรารถนาของประชาชน เช่น นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ ตนเองอยากจะเห็น เพราะเป็นความหวังของคนสูงอายุ คนเหล่านั้นไม่ใช่คนห้อยเปลี้ยเสียขา ไม่ใช่คนที่ที่รออนุบาล แบบอนาถา แต่เป็นคนที่รับใช้บ้านเมืองมา เพียงแต่ไม่ใช่ข้าราชการที่มีบำเหน็จบำนาญ แต่ในฐานะเกษตรกร กรรมกร ในช่วงวัยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลบ้าง อย่างน้อยได้รับหลักประกัน ซึ่งตนเองเป็นคนริเริ่มมา และหลังจากนั้นรัฐบาลอื่นก็ยอมรับภายใต้เงื่อนไขนี้ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องให้ปลาแทนให้เบ็ด แต่เป็นเรื่องจริงที่เราดูแลผู้สูงอายุของเรา จึงฝากรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย

นายชวน กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่การแถลงนโยบายครั้งที่แล้ว เรื่องการเริ่มวางรากฐานประเทศเพื่อนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ตนเองเห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ขอเสนอว่า ความประสงค์ที่จะวางรากฐาน เพื่อมีผลต่อไปในอนาคต เราทำเรื่องการเลือกตั้ง ที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย ให้สุจริตเที่ยงธรรมดีหรือไม่ แต่เรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่ได้ตอบ ตนเองไม่ลดละความพยายาม ยังขอให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยดูแลให้เกิดความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แม้ส่งจดหมายจะไปไม่มีผล แต่ก็ภูมิใจว่าตนเองไม่ดูดายในเรื่องนี้

นายชวน กล่าวต่อว่า ในนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงนั้น หลัก 3 ประการในการบริหารราชการแผ่นดินรัฐบาลบอกว่า 1.จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ 2.ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตนมีข้อสังเกตเพียงว่าถ้าสนับสนุนการปกครองในระบอบรัฐสภาประชาธิปไตยที่มีมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจริงๆการแต่งกายด้วยสีสันให้เป็นสัญลักษณ์ไม่ได้มีผลอะไรเลย เพียงแต่ถ้ายังทุจริตโกงกินก็ไม่ซื่อสัตย์สุจริตก็ไม่ใช่การสนับสนุนการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นข้อสังเกต 3. ยึดมั่นหลังนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินมีธรรมาภิบาลเพื่อพี่น้องประชาชน ข้อนี้ตนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งโดยพฤติกรรมที่ผ่านมาบางเรื่องไม่ได้ยึดหลักแทรกแซงทุกเรื่อง แม้กระทั่งการเลือกวุฒิสภา การประชุมกฏหมายก็ไม่เที่ยงธรรมบางเรื่องตรงไปตรงมาบางเรื่องไม่ตรงไปตรงมา

นายชวน กล่าวว่า ประเด็นนโยบายแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ นั้น 1.ปัญหาภาคใต้ไม่ได้มีแค่สามจังหวัดมีจังหวัดสงขลาด้วย 2.ท่านรู้หรือไม่ว่า เข้าใจเข้าถึงปัญหามันมาอย่างไรแนวพระราชดำรินี้ขอเรียนว่าคนที่ที่ยังมีชีวิตอยู่และรู้เรื่องดีมีอยู่สองท่าน คนหนึ่งอยู่ในเรือนจำ คืออีกคนนึงคือ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ก็แนะนำว่าควรเข้าไปศึกษา เรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ในหลวงพระราชทานคำแนะนำหลังจากที่เกิดความความผิดพลาดของนโยบายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 คือนโยบายนอกหลักนิติธรรม เมื่อเราตั้งใจแก้ปัญหาโดยการนำพระราชดำริมาใช้ ต้องรู้ว่าที่มาเป็นอย่างไรด้วย จึงขอแนะนำให้รัฐบาลหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ควรศึกษาเรื่องนี้ด้วย

นายชวน กล่าวว่า ส่วนเรื่องทุจริตคอรัปชั่นปรากฏอยู่ในนโยบาย ปัญหาคอรัปชั่นเชิงโครงสร้างจะปราบอย่างจริงจัง ในคำแถลงนโยบายควรใช้ภาษาไทย อย่างองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือที่เขียนว่า OCD เช่นเดียวกับ คำว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างน้อยให้เกียรติภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา หากนักการเมืองมาจากระบบการซื้อเสียง เราจึงได้เห็นว่าความน่าเชื่อถือรัฐบาลลดน้อยลง เพียงแค่น้ำมันขาดแคลน คนทั้งประเทศไม่เชื่อว่าไม่มีการกักตุน และน่าจะมีการถอนทุนคืนจากการใช้เงินชื่อเสียงในช่วงที่ผ่านมา จะจริงเท็จอย่างไร แต่ความเชื่อเกิดจากความไม่น่าเชื่อถือของพฤติกรรมที่มาของนักการเมือง จึงสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น เรื่องนี้ต้องปฏิบัติไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำที่เลื่อนลอยจากนโยบาย

นายชวน กล่าวอีกว่า ตนเองยินดีที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้เรื่องการโกง และรู้สึกละอาย แต่ข้าราชการเหล่านั้นที่นายกรัฐมนตรีพูดด้วย ก็มาจากนักการเมืองทั้งนั้น ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการในกระทรวง เสียกำลังใจคนที่พูดเรื่องนี้ปัจจุบันก็อยู่ในพรรคภูมิใจไทย เพราะการแต่งตั้งข้าราชการ ไม่ตรงไปตรงมา มุ่งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันก็เป็นคนดี แต่ท่านจะอยู่ยาวถึง 7 ปี ดังนั้น การแต่งตั้งข้าราชการเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น และเรื่องนี้เราจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ หากเราไม่ตัดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง คือการที่นักการเมืองซื้อเสียงโกง และมหาผลประโยชน์ แล้วก็นำเงินดังกล่าวไปซื้อเสียง แล้วก็ต้องมาจากข้าราชการที่โกง จึงอยากฝากรัฐมนตรีใหม่อย่าสนับสนุนเรื่องการโกง อยากให้นำข้าราชการที่ดีเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง หากได้ข้าราชการที่ดี รัฐมนตรีเข้ามาแค่ชั่วคราว แต่ข้าราชการอยู่ยาว เขามีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ จึงฝากบอกนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อท่านรู้สึกอายกับเรื่องเหล่านี้ ท่านจะต้องไม่ทำอะไรก็ตาม ที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สิ่งที่ผ่านมาแล้วเป็นเรื่องที่ตนเองไม่อยากให้เราลบเลือนอะไรก็ตามที่เกิดต้องทำให้เป็นไปโดยถูกต้อง เพราะฉะนั้น จะแก้ปัญหาไม่ได้ และเข้าใจว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีถูกร้องในบางเรื่อง และเรื่องที่ร้องตนเองได้ดูได้อ่านข้อเท็จจริงหรือไม่ก็ตามแต่ หากเรื่องที่ร้องโดยเฉพาะการแทรกแซงการเลือกวุฒิสมาชิก หากไม่จริง คนร้องติดคุกตลอดชีวิต ติดคุกหัวโต นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของรัฐบาล ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ หากเรายึดความมั่นคงของชาติ เราจะทำให้เรื่องนี้เป็นจริง ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก เราต้องยอมรับความเป็นจริง มิฉะนั้นจะแก้ปัญหาประเทศไม่ได้

นายชวน กล่าวอีกว่า ตนขอนำพระบรมราโชวาทของในหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงรับสั่งกับพวกเราในวันรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา วันที่ 14 มี.ค.69 ให้ยึดความถูกต้องในการปฎิบัติหน้าที่ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ปรากฏการณ์ในประเทศที่ไม่ถูกต้องจึงรับสั่งเช่นนี้ เช่นเดียวกับพระราชดำรัสในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีถ้อยคำที่ซ้ำกัน เมื่อเปรียบเทียบคล้ายกับปี 2552 และปี 2553 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งซ้ำ ขอให้ท่านทั้งหลาย ขอให้พิจารณาหน้าที่ท่านให้ถ่องแท้ว่าหน้าที่คืออะไร ซ้ำเพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปีนั้น คือการทำลายการประชุมระหว่างประเทศการเผาบ้านเผาเมือง และเรามีเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แต่คนเราละเลยไม่ทำหน้าที่ ด้วยเหตุผลไม่อยากให้นายโกรธ เพราะเด็กของนายไปก่อเหตุวันนี้ ก็มีปรากฏการณ์หลายเรื่องที่ทำให้เห็นว่าน่าจะมีสิ่งบางอย่างที่ไม่เกิดขึ้นโดยชอบ ทำให้เกิดปัญหา ที่มีพระราชดำรัสรับสั่งเรื่องนี้

“นโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้น จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างประเทศขึ้นมา ความมั่นคงภายในนั้น ต้องเป็นความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล หากรัฐบาลเอาความมั่นคงตัวเอง มองข้ามความมั่นคงของชาติ คือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยากที่โลกจะเชื่อมั่นประเทศไทย เพราะพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้มีผลต่อนักการเมืองเท่านั้น แต่มีผลต่อองค์กรอิสระทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ อะไรก็ถูกก็ถูก อะไรผิดก็ผิด วิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ประเทศของเรามีความมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือของนานาประเทศ” นายชวน กล่าว

สรรเพชญลงพื้นที่สายใต้รับเดินทางสงกรานต์

สรรเพชญลงพื้นที่สายใต้รับเดินทางสงกรานต์

สรรเพชญลงพื้นที่สายใต้รับเดินทางสงกรานต์

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.35 น.

‘สรรเพชญ’ ลงพื้นที่สายใต้ ตรวจความพร้อมรับสงกรานต์ คุมเข้มความปลอดภัยผู้โดยสารทุกสถานี

วันนี้ (10 เม.ย.) นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บรมราชชนนี) หรือสายใต้ เพื่อติดตามความพร้อมการให้บริการประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเส้นทางภาคใต้

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยนายชญศักดิ์ รตินนท์สกุล หัวหน้างานบริหารกิจการเดินรถบรมราชชนนี (สายใต้) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการรองรับผู้โดยสาร ทั้งการจัดรถโดยสารให้เพียงพอ การตรวจสภาพรถ และการเตรียมความพร้อมของพนักงานขับรถทุกคน ทุกสถานี

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการเดินทาง โดยได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจสภาพรถโดยสารก่อนให้บริการ และการดูแลความพร้อมของพนักงานขับรถให้มีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารตลอดเส้นทาง

ทั้งนี้ สถานีขนส่งสายใต้มีการจัดเที่ยวรถโดยสารประมาณ 600 เที่ยวต่อวัน และคาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 12,000 คนต่อวัน และคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะมีผู้โดยสารเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนให้เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบการจำหน่ายตั๋วโดยสาร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ในช่วงท้าย นายสรรเพชญ ได้กำชับถึงมาตรการและกฎหมายที่กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดให้รถบรรทุกและรถโดยสาร ขับต่อเนื่องไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องหยุดพักอย่างน้อย 30 นาที จึงจะขับต่อได้อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมง (รวมไม่เกิน 8 ชั่วโมงใน 24 ชม.) เพื่อป้องกันง่วงหลับใน เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

015

จาตุรนต์ บี้ อนุทิน กลางสภา! ทวงสัญญาแก้ รธน. ย้ำต้องเคารพเสียงประชาชน

จาตุรนต์ บี้ อนุทิน กลางสภา! ทวงสัญญาแก้ รธน. ย้ำต้องเคารพเสียงประชาชน

จาตุรนต์ บี้ อนุทิน กลางสภา! ทวงสัญญาแก้ รธน. ย้ำต้องเคารพเสียงประชาชน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.18 น.

“จาตุรนต์”ไม่จบง่ายกับกติกาประเทศ! ทวงถาม”อนุทิน”แสดงจุดยืนหนุนทำ รธน.ใหม่ ล้อตามผล”ประชามติ” ขึ้นสไลด์”เคารพเสียงประชาชน”

10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนขอถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในสภาฯ ชุดที่แล้วรัฐสภาลงมติว่าประสงค์จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และส่งไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีนายกฯ วันนี้เป็นคนเดียวกับวันนั้น ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปทำประชามติ โดยผลประชามติท่วมท้น ประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญ ปัญหาคือคำแถลงนโยบายไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ตนพยายามเข้าใจว่าอาจจะเห็นเป็นเรื่องของพรรคการเมือง หรือสมาชิกรัฐสภา แต่ตนยังอยากเห็นนายกฯ สนับสนุน ในฐานะที่เป็นนายกฯ เสนอให้ทำประชามติ และเป็นหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาล ที่รอบก่อนได้ร่วมลงมติในรัฐสภา และรอบนี้อยากขอให้สนับสนุนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และหากเป็นไปได้ขอให้ชี้แจงให้ประชาชน และสมาชิกรัฐสภาสบายใจและเห็นทิศทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายจาตุรนต์ อภิปรายเรื่องดังกล่าว ได้ฉายสไลด์ประกอบโดยมีข้อความว่า “เคารพเสียงประชาชน เดินหน้าให้ผลประชามติมีความหมายด้วย”

ศุภจี แจงทาบ วีระพงษ์ มั่นใจความรู้ความสามารถ ลั่นทำงานไม่แบ่งพรรค

ศุภจี แจงทาบ วีระพงษ์ มั่นใจความรู้ความสามารถ ลั่นทำงานไม่แบ่งพรรค

ศุภจี แจงทาบ วีระพงษ์ มั่นใจความรู้ความสามารถ ลั่นทำงานไม่แบ่งพรรค

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.01 น.

“ศุภจี”รับทาบ”วีระพงษ์”นั่งเก้าอี้กุนซือรองนายกฯ แบบไร้ค่าตอบแทน หวังเสริมทัพพาณิชย์ ลั่นทำงานไม่แบ่งแยกพรรค มั่นใจความรู้ความสามารถ สานงานต่อให้สะเด็ดน้ำ เร่งปิดดีล FTA ไทย-อียู มิถุนายนนี้ บอกตรวจคุณสมบัติเข้มตามบัญชานายกฯ วอนสื่อเสนอข้อเท็จจริงครบถ้วน ร่วมกันนำพาประเทศฝ่าวิกฤตซ้ำซ้อนหลายมิติ

10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทาม นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มาช่วยงาน ว่า นายวีระพงษ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เคยเป็นผู้แทนการค้าไทย ขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ช่วยเราในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งยังทำไม่เสร็จในเรื่องของ FTA อียู และเห็นว่า นายวีระพงษ์ เป็นคนมีความสามารถ จึงได้ทาบทาม เพราะเราเน้นเรื่องผลงานและการทำงาน จะสังกัดพรรคใดก็ไม่เป็นไร ซึ่งตนเคยพูดไว้แล้ว และนี่ก็ทำให้เห็นว่าพรรคอะไรก็ได้ หากทำแล้วเกิดประโยชน์จริงๆ เราไม่ต้องมาเตรียมงานกันใหม่ เพราะได้เคยทำมาแล้วเพื่อต่อให้จบ และเดือนมิถุนายนนี้ เราจะต้องกลับไปเจรจากับอียูเป็นรอบที่ 9 ซึ่งรอบนี้เราอยากให้สะเด็ดน้ำ เอาประเด็นที่ยังติดค้างอยู่ให้จบ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่

นางศุภจี กล่าวว่า ต้องชื่นชมนายวีระพงษ์ ที่ยินดีจะมาช่วย แต่เนื่องจากตนเองยังไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป แต่ยอมรับว่าทาบทามแล้ว และนายวีระพงษ์ ก็ยินดี ซึ่งกระบวนการแต่งตั้งก็ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังอีกหลายขั้นตอน ซึ่งที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มาเป็นคนที่มีความตั้งใจจะเข้ามาช่วยจริงๆ นายวีระพงษ์ เป็นคนที่มีคุณูปการและมีประสบการณ์มากมาย แต่อย่างไรก็ตามได้เริ่มทำงานแล้ว วันนี้อยู่ในจังหวะที่ต้องเร่งทำงาน ซึ่งประเทศเรากำลังเจอวิกฤต ดังนั้น ใครที่มีความสามารถมาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ยินดีรับฟังทั้งนั้น ถ้าสิ่งที่รับฟังจะทำให้เรานำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ แต่ถ้าอะไรที่เราคิดว่าอาจจะไม่สามารถนำมาทำได้ เราก็มีหน้าที่อธิบาย แม้บางอย่างที่เราคิดว่าอธิบายไปชัดเจน แต่ก็ยังมีคำถาม เราก็มีหน้าที่อธิบายไป จึงขอฝากสื่อช่วยสื่อสารข้อมูลด้วย เราต้องช่วยกันสร้างความตระหนักรู้ว่าปัจจุบันนี้ เรากำลังอยู่ในสภาวะอะไร เราเจอวิกฤตหลายวิกฤตซ้ำซ้อนมากมาย ดังนั้น ถ้าเราสามารถที่จะช่วยกันได้ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน หากทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ ก็ขอให้ช่วยกัน เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาพูด อย่าตัดเพียงบางท่อน เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและยิ่งตื่นตกใจได้

วืดประกันสงกรานต์! ศาลยกคำร้องปล่อยตัว ไผ่ จตุภัทร์ – อาย กันต์ฤทัย

วืดประกันสงกรานต์! ศาลยกคำร้องปล่อยตัว ไผ่ จตุภัทร์ - อาย กันต์ฤทัย

วืดประกันสงกรานต์! ศาลยกคำร้องปล่อยตัว ไผ่ จตุภัทร์ – อาย กันต์ฤทัย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

10 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอาญายกคำร้องประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ ในระหว่างพิจารณาคดี ม.112 ชุมนุม 19 กันยาฯ หลังครอบครัวยื่นประกันตัวไปเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ศาลระบุเหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทำให้ในช่วงสงกรานต์นี้เขาจะยังคงถูกคุมขังอยู่ เนื่องจากเหลือเพียงคดีนี้ที่ไม่ได้รับประกันตัว”

พร้อมทั้งโพสต์ในคอมเมนต์อีกว่า วันนี้ (10 เม.ย.69) ครอบครัวของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ยื่นคำร้องขอประกันตัวจตุภัทร์ในระหว่างพิจารณาคดี #ม112 เหตุชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจราษฎร ต่อศาลอาญา

ต่อมาในเวลา 14.40 น. ศาลอาญามีคำสั่ง #ยกคำร้อง ประกันตัว ระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบและผู้ยื่นคำร้องทราบโดยเร็ว”

สำหรับกรณีของจตุภัทร์นั้นเหลือหมายขังในคดีนี้เพียง 1 คดีเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.112 ระหว่างฎีกา และศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ประกันตัวคดี ม.116 ระหว่างอุทธรณ์แล้ว

สำหรับคดีชุมนุม 19 กันยาฯ ที่ยื่นประกันตัวในวันนี้ อยู่ระหว่างสืบพยานในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้จตุภัทร์ก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้ แต่ภายหลังจากที่จตุภัทร์ถูกคุมขัง นายประกันจึงยื่นคำร้องขอถอนประกัน

ทั้งนี้ ในวันเดียวกันนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องประกันตัวคดี ม.112 “อาย” กันต์ฤทัย เหตุโพสต์เฟซบุ๊ก 8 โพสต์ ระบุว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี -ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทำให้ถูกขังต่อ แม้คดี ม.112 อีกคดีที่ถูกจำคุก 2 ปี 12 เดือน ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวแล้ว”

พร้อมทั้งโพสต์ในคอมเมนต์อีกว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง #ยกคำร้อง ประกันตัว “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังในคดี ม.112 หลังจากที่ทนายความยื่นขอประกันตัวไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา

นายประกันไปฟังคำสั่งศาลในวันนี้ (10 เม.ย.69) ศาลอุทธรณ์ระบุคำสั่งว่า “ข้อหามีอัตราโทษสูง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลขั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 8 ปี 48 เดือน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้ง

ส่วนที่ผู้ขอประกันอ้างว่าจำเลยป่วยและการรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทำให้อาการของจำเลยแย่ลงนั้น จำเลยสามารถร้องขอให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ ได้ เหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวกันต์ฤทัยในระหว่างอุทธรณ์คดีมาตรา 112 คดีที่สอง ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน และให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีแรก เหตุดังกล่าว ทำให้ทนายความยื่นประกันตัวอีกหนึ่งคดีที่เธอถูกคุมขังอยู่

แต่ปรากฏว่าอีกคดีหนึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องในวันนี้ ทำให้กันต์ฤทัยยังถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.17 น.

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ยันพร้อมทำหน้าที่ให้ดีสุด ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงว่า ในภาวะวิกฤตต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการช่วยเหลือให้ทันท่วงที ซึ่งมีการดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่าจะได้เห็นแนวทางว่าปัจจุบันมีส่วนไหนที่ทำได้และทำไม่ได้บ้าง ซึ่งส่วนที่ทำไม่ได้และทำไม่ดีจะน้อมรับไว้ไปปรับปรุง

สำหรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูง เรามีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับนโยบายต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อมภัยพิบัติ และบริการภาครัฐ โดยจะนำแนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบมาเป็นหนึ่งในกระดูกสันหลังที่ทำให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ 

สำหรับความหวังในเรื่องนวัตกรรมของประเทศไทย   นวัตกรรมเกิดจากวิจัยเชิงลึกและสิ่งที่เอกชนมีอยู่แล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงวิจัยมาสู่นวัตกรรมต้องมีการเชื่อมเทคโนโลยีจากต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ซึ่งสามารถใช้งบประมาณของกระทรวง อว. เงินร่วมสมทบจากภาคเอกชนและนักลงทุน ขณะที่เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เอกชนจะมาซื้อวิจัยที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา จึงจะต้องมีการส่งเสริมไม่ให้นักวิจัยเสียโอกาสสามารถรับรายได้อย่างทั่วถึง ให้นักคิดและนักปฎิบัติทำร่วมกัน

ขณะที่นวัตกรรมสู่เศรษฐกิจ  เราต้องให้ความสำคัญกับพี่น้องรากหญ้าแต่ต้องไม่สูญเสียเอกราชทางเทคโนโลยีให้กับประเทศใด เราจะชูโรงเศรษฐกิจสุขภาพ เชื่อว่าประเทศไทยจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้ เราจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งภาคส่วนการเกษตร อุตสาหกรรมบริการ และต้องตระหนักถึงเกษตรและบริการมูลค่าสูง เช่น สมุนไพรไทย ความมั่นคงทางอาหาร และอาหารแห่งอนาคต รวมถึงยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การใช้เซลล์และยีนในการบำบัดโรคที่ไม่มียารักษาเช่น ทาลัสซีเมีย พาร์กินสัน และ โรคมะเร็ง

ส่วนนโยบายด้านความมั่นคง จะทำอย่างไรให้เรามีเอกราชด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งกระทรวง อว.จะทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะที่ประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ต้องเชื่อมโยงกับการสื่อสารเชิงควอนตัม ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ที่เราจำเป็นจะต้องรู้ อย่างไรก็ตามจะต้องทำ Open Data ให้เกิดความสำเร็จจริงต่อยอดไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ส่งเสริมเรื่อง Green Energy Technology, Net Zero Technology และการใช้เทคโนโลยีในการป้องกันภัยพิบัติ

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า เราจะพลิกโฉมมหาวิทยาลัยในทุกมิติ จะต้องรับทุกคนตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงผู้สูงอายุเพื่ออัปสกิลรีสกิล ศิษย์เก่าสามารถเข้ามาเรียนได้ พร้อมกับลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพของระบบ T-CAS ด้วย 

“ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความหวังของคนไทย” นายยศชนัน กล่าว
 

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.00 น.

วันนี้ 10 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162  ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

โดยนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อกรณีที่เคยกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นต้นเหตุน้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนแห่เติมน้ำมัน นอกจากนั้นแล้วให้ยกมือไหว้ขอโทษที่ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ำมันและพลังงาน ที่รวมถึงค่าไฟฟ้าตามที่หาเสียงได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงเพราะมัวแต่เกรงใจนายทุน

สส.พรรคส้ม

“หากรัฐบาลจริงใจ ต้องจับคนโกงน้ำมันให้ได้ภายใน 1 เดือน และนอกจากนั้นแล้วต้องมีกรอบเวลากำหนดผลงานภาคปฏิบัติที่ชัดเจนว่า ภายใน 1 เดือนจะทำเรื่องใดให้สำเร็จ โดยเฉพาะเปิดโควตาขายไฟคืนรัฐ 1 ล้านครัวเรือน  ภายใน 3 เดือนจะเห็นเรื่องใดที่ทำให้สำเร็จ เช่น เจรจากับภาคเอกชน ลดค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนจ่ายฟรีให้โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง หรือสมัยหน้าจะสนับสนุนการแก้ไขปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับพลังงาน หากไม่เป็นเช่นนั้น หรือทำไม่ได้ รัฐมนตรีค่อยมาลาออก หรือเดินไปจูงมือนายกรัฐมนตรี ลาออกไปจากสภาแห่งนี้” นายศุภโชติ อภิปราย

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

“บิ๊กดุลย์”แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึด”อธิปไตย-ความมั่นคงชาติ” ชูหัวใจ”ทหารอาสา”ยันต้องเกิดจาก”สมัครใจ” ลุยปรับวิธีคิดเดิมจากแค่เป็น”หน้าที่”เป็น”โอกาสที่สําคัญของชีวิต” ลั่น”ทําทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเป็นครั้งแรกในสภาฯ ว่า โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน แบ่งขั้วกันชัดเจน ความมั่นคงแห่งชาติ คงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การป้องกันประเทศ จากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่คือความปลอดภัยของประชาชน และเสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก กระทรวงกลาโหมจะขับเคลื่อนทุกนโยบาย โดยมีอธิปไตย และความมั่นคงแห่งชาติเป็นที่ตั้ง อาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก

พล.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ชายแดนของประเทศ ไม่ใช่แค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์ แต่คือเส้นแห่งอธิปไตย แนวหน้าของความมั่นคง โดยรัฐบาลจะมุ่งเน้นให้ชายแดน มีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตนเองมีแนวคิดเรื่องความมั่นคง จากการที่อยู่ตามแนวชายแดนมาตั้งแต่เด็ก จนถึงเกษียณอายุราชการ กําลังพลที่อยู่ชายแดน มีความจําเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ ต้องตั้งอยู่บนกองทัพที่มีความพร้อมรบ กระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพกองทัพ ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับภัยคุกคาม ในศตวรรษที่ 21 ทั้งมิติด้านเทคโนโลยี และการข่าว ขณะที่เรื่องการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ จะดําเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว

รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงนโยบายทหารอาสา ว่า ประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสา หรือสมัครใจ ขอให้คิดว่า นั่นคือโอกาสที่สําคัญของชีวิต กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลจะใช้ระบบพัฒนาทหารอาสา ให้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยถูกมองว่า เป็นหน้าที่ และการเสียโอกาส เราจะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาส ในการพัฒนาทักษะสร้างอาชีพ และสร้างอนาคต ทั้งการฝึกสมรรถภาพร่างกาย และระเบียบวินัย ค่าตอบแทน สวัสดิการ และเงินสะสม เพิ่มวุฒิการศึกษา และฝึกวิชาชีพที่ต้องการ และการเลือกอาชีพ หลังปลดประจําการ

“ทหารอาสา จะเป็นกําลังสําคัญ ในการสร้างเสริมความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในระยะยาว ผมยืนยันว่า จะตั้งคณะทํางานเพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ และประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในและนอกกองทัพ กระทรวงกลาโหม พร้อมรับคําแนะนํา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นทหารอาชีพ พร้อมทําหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมจะทําหน้าที่อย่างเต็มกําลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ด้วยหลักการที่ว่า เราจะทําทันที รวมเป็นหนึ่งจึงชนะ” รมว.กลาโหม กล่าว

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.43 น.

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต. ได้มีมติเห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภา เมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ (28 มิ.ย.2569) เพื่อให้การดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 12

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ประสานปลัด กรุงเทพมหานคร และปลัดเมืองพัทยา เตรียมเสนอร่างประกาศให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ให้ความเห็นชอบ และประกาศให้มีการเลือกตั้งต่อไป

ทั้งนี้ การกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.2569 และวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงขอเชิญชวนผู้ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งศึกษาคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ก่อนที่จะสมัครรับเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect goth สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำชลบุรี หรือบริการสายด่วน 1444
 

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.41 น.

“ลุงแท็กซี่” บุกถึงสระน้ำกลางสภาฯ ซ้ำรอย ขี่มอไซต์พุ่งขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แม้ติดป้ายบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่ เจ้าตัว อ้าง “โสภณ” ส่งจดหมายมาหา 

วันที่ 10 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พบว่านายพงศ์พิชาญ ชายพิการสูงวัยสวมเสื้อแท็กซี่และหมวกนิรภัย ที่เคยขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่านตำรวจเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และก่อเหตุปั่นป่วนตามที่ทำการพรรคการเมืองหลายพรรค 

ล่าสุดนายพงศ์พิชาญ บุกเข้ามายังอาคารรัฐสภา ถึงบริเวณสระมรกตที่อยู่ใจกลางของอาคาร และโวยวายอ้างว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งจดหมายมาถึงตน และยังบอกว่าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตลอดชีพ จนทำให้ตำรวจรัฐสภาเข้าควบคุมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หน้าจุดตรวจผ่านเข้าออกหลักของรัฐสภา ทั้งฝั่งสภาผู้แทนราษฎรและฝั่งวุฒิสภา มีการปิดกระดาษรูปภาพและข้อมูลของนายพงศ์พิชาญ ว่าเป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่