ปลุกการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ ด้วยมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679608

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 10:50 น.ปลุกการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ ด้วยมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปี

เริ่มแล้ว! เซ็นทรัลพัฒนา เปิดมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต เดินหน้าปลุกภาคท่องเที่ยวฟื้นทั่วประเทศรับซัมเมอร์ รวมโปรโมชั่นที่พักระดับหรู 5 ดาว และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ

เซ็นทรัลพัฒนา เปิดมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต เดินหน้าปลุกภาคท่องเที่ยวฟื้นทั่วประเทศรับซัมเมอร์ สร้าง Tourism Multiplier ท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) ด้วย 2 งานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ Dream Vacations & Travel Fair 2022 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ (วันนี้ – 5 เม.ย.65) และงาน Central Phuket Hotel Fair 2022 (วันนี้ – 3 เม.ย.65) รวมโปรโมชั่นที่พักระดับหรู 5 ดาว และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ อาทิ เรือยอร์ช รถเช่า บัตรรับประทานอาหาร และสปาสุดหรู ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมรับสิทธ์ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จากโรงแรมที่ร่วมรายการ พร้อมจัดเต็มเดินหน้าแคมเปญ “Blooming Summer 2022” ทุ่ม 200 ล้านบาท สร้าง Summer inspiration ด้วยไฮไลท์อีเว้นท์สนุกทุกรูปแบบ เปลี่ยนศูนย์การค้าให้เป็นอาร์ตแกลเลอรี่สวนดอกไม้สุดตระการตา พร้อมโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ Cash back สูงสุด 40% หรือ ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และงาน ‘Thailand’s Songkran Fest 2022 สงกรานต์ไทยเบิกบานสุข ทุกสาขาทั่วประเทศ

โดยครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลังผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวทุกแขนง ขานรับนโยบายรัฐ ปลุกภาคท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวทั่วประเทศรับซัมเมอร์ สร้าง Tourism Multiplier ท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ นำโดยงาน ‘Dream Vacations & Travel Fair 2022’ งานท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดใจกลางเมือง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และงาน Central Phuket Hotel Fair 2022 ที่จัดขึ้น ณ เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศอย่างภูเก็ต ภายในงาน รวมข้อเสนอที่ดีที่สุดพร้อมส่วนลดมากมายจากโรงแรมรีสอร์ตหรูทั่วประเทศ และแพ็คเกจท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ อาทิ เรือยอร์ช รถเช่า บัตรรับประทานอาหาร และสปาสุดหรู ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมรับสิทธ์ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จากโรงแรมที่ร่วมรายการ  สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ และช่วยขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวทั้งระบบ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) เพื่อกระจายรายได้ทั่วประเทศ สอดรับกับมาตรการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาครัฐ มั่นใจ สถานการณ์ในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาสที่สอง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ที่ผู้คนเดินทางกลับบ้านใช้ชีวิตกับครอบครัว ออกไปเที่ยวและทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคัก สร้างเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในประเทศมากยิ่งขึ้น

Special deal สายเที่ยวห้ามพลาด! 2 มหกรรมท่องเที่ยวแห่งปี ณ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต

·      Dream Vacations & Travel Fair 2022 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มแล้ววันนี้ – 5 เม.ย.65 ชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มหกรรมงานท่องเที่ยวทั่วไทยใจกลางเมือง รวมโรงแรม รีสอร์ตสุดหรูระดับ 5 ดาว เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก และ Wellness Destination กว่า 80 โรงแรมทั่วประเทศ อาทิ Centara hotels & resorts, Hyatt Thailand , Sala hospitality group,  Roukh Kiri Khaoyai, Minor Hotels, Thann Wellness, Cape & Kantary hotels, The Ritz-Calton, Koh Samui, Villa Mahabhirom, S hotels and Resorts, Four Seasons Resorts Thailand, Mercure Samui Chaweng Beach Tana, Pullman Phuket Panwa beach, Novotel Phuket Kamala Beach, Movenpick Resort Khao Yai, Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin, SO/ Sofitel Hua Hin, Cape Dara Resort Pattaya, Panpuri Wellness, The Athenee Hotel, A Luxury Collection Hotel, Bangkok, Trisara Phuket,  Praya Palazzo Bangkok, W Koh Samui, My Beach Phuket and Deva Phuket Resorts & Villas, The Standard, Hua Hin, Love Andaman, Mason, Renaissance Phuket Resort & Spa, Intercontinental Koh Samui Resort และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมโปรฯ Special Deal ลดสูงสุด 70% และโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมรับสิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จากโรงแรมที่ร่วมรายการภายในงาน

·      Central Phuket Hotel Fair 2022 รวมโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวกว่า 50 โรงแรม

อาทิ  SALA Phuket Mai Khao Beach, The Naka Phuket, Hyatt Regency Phuket Resort, Samsam Yaonoi Andaman Magic and Art Villas, Avani+ Khao Lak Resort, The Nai Harn, The Racha, Maikhao Dream Villa Resort & Spa, Centara Boutique Collection, COSI Krabi Ao Nang Beach, dusitD2 Ao Nang Krabi, Blue Tree Phuket, HOMA Phuket Town, Wyndham Vacation Resorts Thailand, Twinpalms Hotels & Resorts, Renaissance Phuket Resort & Spa และอีกมากมาย   เสริมทัพด้วยบริษัทยอร์ชนำเที่ยว สวนน้ำ คาบาเร่ต์โชว์ ครบจบในงานเดียว พร้อมโปรฯ ลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันนี้ – 3 เมษายน 2565 ชั้น 1 ฝั่งฟลอเรสต้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ทุ่มงบ 200 ล้านบาท ในแคมเปญ ‘Blooming Summer 2022’ เบิกบานความสุข สนุกรับซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 31 พ.ค. 2565 ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กซัมเมอร์ที่ดีที่สุดของทุกคน ชูกลยุทธ์การเป็น Experience Curator ผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดตระการตา จากผลงานของ 3 ศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก พร้อมการมอบประสบการณ์ Digital experience ร่วมกับ AIS 5G Present Blooming Verse Virtual Runway Show ครั้งแรกกับการชมแฟชั่นแบบ Front Row ในโลกเสมือนผ่าน VR Technology พลาดไม่ได้กับกิจกรรมความสนุก พร้อมโปรโมชั่นมากมาย และ พิเศษรับ Cash back จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 40% และลุ้นรางวัลที่พักสุดหรู รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท กับแคมเปญ “ช้อปแลกเที่ยว” ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2022 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  

Circulon จับมือเชฟระดับชั้นนำรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679505

วันที่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 11:20 น.Circulon จับมือเชฟระดับชั้นนำรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation”

Circulon แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัวจากประเทศอังกฤษ เปิดตัวคอลเลคชั่น SteelShiel จับมือเชฟระดับชั้นนำของเมืองไทย รังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation” ก้าวข้ามขีดจำกัดของการทำอาหารด้วยสุดยอดนวัตกรรมระดับโลก

ครั้งนี้ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์นวัตกรรมการทำอาหารแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมมอบความมั่นใจและความกล้าที่จะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ในห้องครัว เมื่อ Circulon (เซอร์คูลอน) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัวจากประเทศอังกฤษผู้นำอันดับหนึ่งในด้านการพัฒนานวัตกรรมเครื่องครัวยาวนานกว่า 35 ปี หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพชั้นนำระดับโลกภายใต้กลุ่มบริษัทไมย์เออร์กรุ๊ป เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องครัวคอลเลคชั่นใหม่ SteelShield™ (สตีลชีลด์) และเป็นแบรนด์แรกของโลกที่คิดค้น SteelShield™ Technology เทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อก้าวไปสู่อีกระดับของการทำอาหาร

SteelShield™ Technology ผสมผสานคุณสมบัติเด่นของเครื่องครัวสเตนเลสที่มอบความแข็งแรงทนทานเข้าด้วยกันกับเครื่องครัวแบบ non-stick ที่ช่วยทำให้อาหารไม่ติดกระทะ อีกทั้งยังล้างทำความสะอาดง่ายการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Circulon บริเวณก้นกระทะแบบ Hi-Low Groove วงแหวนที่นูนขึ้นลงถูกออกแบบให้สามารถปรุงอาหารได้ทั่วกระทะโดยส่วนที่นูนจะช่วยรับการกระแทกจากตะหลิวหรืออุปกรณ์ครัวอื่น ๆ เพื่อป้องกันพื้นผิว non-stick ส่วนล่างจากการเกิดรอยขีดข่วนและไม่ทำให้อาหารติดกระทะด้วยโครงสร้าง Tri-Ply Clad ที่แข็งแรงแบบ 3 ชั้นช่วยให้กระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารสุกไม่เท่ากันทำให้การทำอาหารของคุณจะมีประสิทธิภาพไร้ที่ติ

สำหรับคอลเลคชั่น SteelShield™ มีทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่ C Series และ S Series ที่มีครบทุกขั้นตอนการทำอาหารทั้งหม้อมีด้ามจับหม้อต้มกระทะผัดและกระทะทอดเพื่อตอบโจทย์คนรักการทำอาหาร

ภายใต้แคมเปญ “Fearless Cooking Innovation” แบรนด์ Circulon จับมือร่วมกับ เชฟชาลี กาเดอร์ (Chef Chalee Kader) Executive Chef แห่งร้าน 100 Mahaseth ร้านอาหารไทยสไตล์อีสานระดับรางวัล มิชลินบิบกูร์มองด์ (Michelin Bib Gourmand) ชวนก้าวข้ามขีดจำกัดในการทำอาหารด้วยนวัตกรรมจาก Circulon รังสรรค์เมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “ปลาเก๋าย่างเสิร์ฟพร้อมซอสเลม่อนเคเปอร์ (Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce)” พร้อมแชร์เคล็ดลับในการปรุงอาหารด้วย Circulon SteelShield™ Chef Pan ที่สามารถปรุงเมนูอาหารได้หลากหลายทั้งต้มผัดแกงทอดย่างในกระทะเดียว

เชฟชาลี กาเดอร์ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์จากการใช้ Circulon ที่ผ่านมาว่า “ผมคุ้นตากับแบรนด์Circulon ตั้งแต่สมัยอยู่ต่างประเทศและได้มีโอกาสใช้เวลาทำอาหารที่บ้านจึงมั่นใจในคุณภาพที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังซึ่งสำหรับคอลเลคชั่นใหม่ SteelShield™ ที่ผมได้ลองใช้มาสักพัก ทั้งน้ำหนักวัสดุและความทนทานมั่นใจเลยว่า สามารถนำไปใช้ได้ทั้งการทำอาหารในบ้านและร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เชฟชาลีได้กล่าวเพิ่มเติมถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนู Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce ว่า “สำหรับร้าน 100 Mahaseth เรามีปรัชญาและแนวคิด Sustainable approach ในการสร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งหมดเพื่อช่วยลดมลภาวะในการขนส่งและได้ช่วยเหลือคนทำงานในบ้านของเราเองความท้าทายของการทำอาหารกับ SteelShield™ Chef Pan ผมเลือกใช้วัตถุดิบที่ไม่เพียงแต่ทำยาก แต่เป็นการทดสอบคุณสมบัติของกระทะด้วยเช่นกัน ผมจึงเลือกทำเมนูปลาเก๋าย่างเสิร์ฟพร้อมกับซอสเลม่อนเคเปอร์สำหรับเคล็ดลับของการย่าง ที่สำคัญก็คืออุณหภูมิความร้อนซึ่ง SteelShield™ Chef Pan สามารถเก็บความร้อนได้ดีร้อนไวและกระจายความร้อนได้ทั่วกระทะทำให้ย่างได้โดยไม่ติดกระทะและคงเนื้อสัมผัสของปลาไว้ได้อย่างดี”

นอกจากนี้ เชฟชาลียังได้แนะนำเคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเพิ่มความมั่นใจในการทำอาหารด้วยว่า “การฝึกทำอาหารบ่อย ๆ เป็นวิธีที่จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นสนุกกับการทดลองและกล้าที่จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ในแบบของตัวเอง”

สำหรับใครที่อยากลอง Pan-Seared Grouper with Lemon Caper Sauce สามารถไปลิ้มลองเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้ที่ร้าน 100 Mahaseth ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2565 สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมที่จะทำให้การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องครัว Circulon พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษรับส่วนลด 20% ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2565

ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว Circulon พร้อมวางจำหน่ายผ่านช่องทางเว็บไซต์ potsandpans.in.th ช่องทางออนไลน์ได้ที่ Central Online, M Online, Lazada, Shopee และแผนกเครื่องครัวห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ห้างสรรพสินค้าพารากอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line @meyercookware หรือโทร 02-015-2571-5 พร้อมอัพเดตข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่เฟซบุ๊ก Meyer Cookware และอินสตาแกรม @meyerthai

ลอง 4 เมนู Plant-based ใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น @On the Table

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679175

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 10:03 น.ลอง 4 เมนู Plant-based ใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น @On the Table

ทางเลือกที่ใช่ รสสัมผัสที่ใช่ กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนฉีกกฎการลิ้มรส Plant-based แบบเดิมๆ กับ 4 เมนูใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น ที่ร้าน On the Table

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

รีวิวครั้งนี้ชวนสร้างความสุขบนโต๊ะอาหารพร้อมค้นหาประสบการณ์ใหม่ในการกินที่ On the Table ร้านอาหาร Tokyo Café สไตล์ฟิวชั่นในเครือ ZEN Group กับการลิ้มลอง Plant-based เมนูเนื้อจากพืช อาหารทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือสายวีแกนที่งด เลี่ยง ลดการทานเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และผู้ที่ต้องการทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบไม่มีเนื้อสัตว์ผสม แต่ยังคงเน้นการได้โปรตีนและใด้รสสัมผัสที่มีความคล้ายกับเนื้อสัตว์

ซึ่งขอบอกเลยว่า Plant-based เมนูที่เราได้ลิ้มลองครั้งนี้ มีหน้าอาหารน่าทาน รสชาติจัดจ้าน พรั่งพรูด้วยสารอาหารครบถ้วน แถมยังรักษ์โลกและดีต่อสุขภาพ โดย On the Table ได้รังสรรค์วัตถุดิบสำคัญในการครีเอทเมนูครั้งนี้ อย่างหมูกรอบจากพืช และเนื้อปูจากพืช ซึ่งหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไรไปดูกัน

Spaghetti Krapao Moo Krob สปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ (249 บาท)
Spaghetti Krapao Moo Krob สปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ (249 บาท)

เริ่มด้วยเมนูผัดกะเพราสไตล์ฟิวชั่นกับ อย่างสปาเก็ตตี้กระเพราหมูกรอบ plant based รสชาติจัดจ้าน อร่อยอย่างมีสไตล์ มีทั้งหมูกรอบ plant based ที่รสชาติและเนื้อสัมผัสประหนึ่งหมูกรอบที่เราคุ้นเคย เสริฟ์พร้อมมะเขือยาวย่างเป็นเครื่องเคียง จานนี้อร่อยดีแต่ไม่มีคอลเลสเตอรอล อุดมด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ 

Salt & Spicy Moo Krob Tofu Don ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (219 บาท)
Salt & Spicy Moo Krob Tofu Don ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (219 บาท)

ถัดมาเป็นเมนูข้าวสไตล์ฟิวชั่นระหว่างไทยและญี่ปุ่น มีเต้าหู้โมเมน ผัดกับ plant based หมูกรอบสุดอร่อย คลุกเคล้าพริกเกลือรสชาติจัดจ้าน ทานเคียงกับผักกวางตุ้ง เข้ากันอย่างลงตัว

Crab Meat Watermelon Salad สลัดแตงโมเนื้อปู (269 บาท)
Crab Meat Watermelon Salad สลัดแตงโมเนื้อปู (269 บาท)

ถึงคิวสลัดจานใหญ่รสฉ่ำๆ รับหน้าร้อน ที่ให้ทั้งความสดชื่นจากแตงโม เต้าหู้คินุ ส้มซันคิสท์ และให้พลังงานจากถั่วพีแคน และ plant based เนื้อปูที่รสชาติไม่ต่างจากเนื้อปูจริงๆ เลย เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดยุสุ รับรองว่าทั้งอร่อย สดชื่นและให้พลังงานครบ

เครื่องดื่ม
คาเปลลินี่พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล และเครื่องดื่ม
Capellini Crab Meat Portobello Pink Sauce คาเปลลินี่พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล (279 บาท)

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ กับเมนูที่อลังการทั้งวัถุดิบและรสชาติ สปาเก็ตตี้พิ๊งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล ที่มีเห็ดพอร์ททาเบลโล่ชิ้นใหญ่ มาพร้อมกับ plant based เนื้อปูแบบจุใจ คลุกเคล้ากับพิ๊งค์ซอสสูตรพิเศษของ On The Table รับรองว่าถูกใจทุกครั้งที่สั่ง

ตามมาลิ้มลองเมนู Plant-based รสชาติอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน On the Table ทุกสาขา และบริการ delivery ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก : On the Table, Tokyo Cafe

The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของไทยใจกลางมหานคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679230

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 17:33 น.The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของไทยใจกลางมหานคร

เช็กอิน The Big Board สปอร์ตบาร์ Digital Investment แห่งแรกของเมืองไทย สถานที่แฮงเอาท์ใหม่ใจกลางย่านธุรกิจ Co-Working Space เพื่อคนรักกีฬา การลงทุน และสนใจในคริปโตเคอร์เรนซี

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์ อัพเดทแหล่งแฮงเอาท์ใหม่ภายใต้ชื่อ The Big Board สถานที่ที่จะทำให้คุณไม่พลาดแมตช์สำคัญ พร้อมได้อัพเดทเรื่องราวข่าวสารของหุ้น ส่องโลกคริปโตเคอร์เรนซี ณ Digital Investment คริปโตบาร์แห่งแรกและแห่งเดียวของไทย ที่เพิ่งเปิดตัว บนชั้น 5 ตึกมหานครคิวบ์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก่อนการ Grand Opening อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้ 

The Big Board เป็นสถานที่แฮงเอาท์ที่แตกต่างและมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ โดยเฉพาะภายใต้ดีไซน์และองค์ประกอบของบาร์ ที่สร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรก มาพร้อมแถบอิเล็กทรอนิกส์แสดงการเทรดสินทรัพย์ทั่วโลกที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การตกแต่งร้าน แต่ใช้งานได้จริงแบบเรียลไทม์ ตอบรับการลงทุนที่ไม่มีวันหยุดพัก โดยเฉพาะการลงทุนคริปโตเคอเรนซีที่เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนยุคใหม่

โถงทางเดินของร้านเด่นด้วยลายเส้นจากไฟ LED ที่ตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทคโนโลยีล้ำยุค ก่อนจะเข้าไปสัมผัสกับกิจกรรมความบันเทิงหลากหลายภายใน ซึ่งนอกเหนือจากเสียงเพลงที่เป็นพื้นฐานของบาร์ The Big Board มีความแตกต่างที่ไม่ซ้ำใคร ได้แก่ ความสนุกจากสปอร์ตผ่านการชมถ่ายทอดสดกีฬาจากทั่วโลก จากจอโปรเจคเตร์ขนาด 200 นิ้ว รองรับผู้ชมให้สนุกไปพร้อมกันได้กว่า 100 คน, การอัพเดทสินทรัพย์จากทั่วทุกมุมโลก จากป้าย LED ที่วิ่งวนอยู่รอบร้าน ทั้งหุ้น และคริปโตเคอร์เรนซีแบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การมีพื้นที่ Co-Working Space สำหรับการประชุมงานและการพบปะเพื่อสร้างคอนเนคชันใหม่ๆ

สำหรับโซนอื่นๆ The Big Board จัดแบ่งโซนไว้หลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ได้แก่ Networking Table, Terrace, Stadium, Exchange Bar, มุมที่นั่ง Private Lounge 2 ส่วน และมุมที่นั่ง VIP อีก 3 ส่วนที่เป็นจุดที่ดีที่สุดในการรับชมกีฬาจากจอใหญ่ภายในร้าน รวมทั้งส่วนของ Game Arcade

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ The Big Board ให้บริการในสไตล์ Twisted Modern Metro ในคอนเซ็ปต์ Fun, Real, Grunge สนุกสนาน ของจริงจับต้องได้ และดิบ ดุดัน เพื่อโชว์รสชาติความอร่อยจากฝีมือเชฟและบาร์เทนเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีที่วางดีไซน์แต่ละเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เข้ากับบรรยากาศร้านได้อย่างกลมกลืน

สปอร์ตบาร์แห่งนี้ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของความก้าวล้ำกระแสที่เหนือกว่าสถานที่แฮงเอาท์ทั่วไปด้วยการจับมือร่วมกับ Zipmex (ซิปเม็กซ์) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก เพื่อแบ่งปันความรู้ และทำให้การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และจับต้องได้ ไม่ว่าจะข้อมูลราคาเหรียญอัปเดต Play-to-Earn เล่นเกมแล้วได้รางวัล รวมถึงการเข้าถึง NFT และ Metaverse ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบาร์ในประเทศไทยที่จะนำเสนอกิจกรรมดังกล่าว อาทิ เกมคริปโตอาร์เคด โต๊ะวิสกี้ปอง นิทรรศการศิลปะ NFT จากศิลปินชื่อดัง และเกมอื่นๆ อีกมากมายซึ่งจะหมุนเวียนจัดตลอดกันทั้งปีนี้

The Big Board พร้อมเปิดให้ประสบการณ์แล้วตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.จนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : The Big Board หรือ instagram : thebigboard.bkk สสอบถามโทร. 081 234 8187

เอาใจสายไนท์เอาท์ ชวนเสพงานศิลป์กินได้ผ่านงาน GrabThumbsUp x Awakening Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679245

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 11:40 น.เอาใจสายไนท์เอาท์ ชวนเสพงานศิลป์กินได้ผ่านงาน GrabThumbsUp x Awakening Bangkok

GrabFood ชวนเหล่าสายอาร์ตและสายกิน ร่วมเสพงานศิลป์กินได้ผ่านงาน #GrabThumbsUp x Awakening Bangkok ภายใต้คอนเซ็ปต์ Edible Art และ 3 ไฮไลท์พิเศษที่ห้ามพลาด

ครั้งนี้เรียกว่าเติมเต็มประสบการณ์การกินเที่ยวผสานงานศิลปะเต็มรูปแบบ เมื่อ GrabFood สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการฟู้ดเดลิเวอรี่ ผนึก Time Out Bangkok ผู้จัดงานเทศกาลแสงสีสุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่หลายคนตั้งตารอ ชวนเหล่าสายอาร์ตและสายกินร่วมเสพงานศิลป์กินได้ผ่านงาน #GrabThumbsUp x Awakening Bangkok ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Edible Art ที่มาพร้อม 3 ไฮไลท์พิเศษ ทั้ง Chef’s Table สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 5 เชฟชื่อดัง Foodie Night Market ซึ่งคัดสรรร้านอร่อยที่ต้องยกนิ้วให้จากโครงการ #GrabThumpsUp มาเสริฟกันถึงที่ พร้อมตื่นตาไปกับ Fooditude Art Installations ที่ผสานศิลปะและอาหารเข้ากับการจัดเเสดงแสงสีเสียงที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมให้บรรดาสายไนท์เอาท์ร่วมดื่มด่ำบรรยากาศย่านเมืองเก่าโซนเจริญกรุงเคล้ากับเสน่ห์ของอาหารเลิศรสได้แล้วระหว่างวันนี้ถึง 3 เมษายน 2565 นี้

โดยภายในงาน “#GrabThumbsUp x Awakening Bangkok”  ประกอบไปด้วย 3  ไฮไลท์สุดพิเศษ ดังนี้ 

Immersive Digital Mapping Chef’s Table 

ครั้งแรก! ที่ GrabFood รังสรรค์ประสบการณ์เชฟเทเบิ้ลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมกับ 5 เชฟชื่อดังของไทย  อันได้แก่ เชฟต้น จากร้านหลานยายนุสรา, เชฟบิ๊ก จากร้าน #อยากทำแต่ไม่อยากกิน, เชฟปริญญ์ จากร้านสำรับสำหรับไทย, เชฟตาม จากร้านบ้านเทพา, และเชฟแบล็ค จากร้าน Blackitch ที่จะมาร่วมกันครีเอทเมนูสุดพิเศษ ผสานความอร่อยให้เข้ากับงานศิลปะอย่างลงตัว ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น พร้อมเสิร์ฟแบบไพรเวทเพียงวันละ 28 ที่นั่งระหว่างวันนี้- 2 เมษายน 2565 ณ ห้องอาหาร GIORGIO’S – Royal Orchid Sheraton Hotel 

Foodie Night Market

ฟินและเต็มอิ่มไปกับ Foodie Night Market กับขบวนร้านอาหารเด็ดที่อร่อยจนต้องยกนิ้วจาก #GrabThumbsUp ครั้งแรกของการรวมเอาร้านฮิตติดกระแส ร้านแนะนำจาก Pepsi และร้านที่ถูกเลือกให้เป็นร้านอาหารแนะนำจาก Michelin 2022 รวม 27 ร้านที่ยกทัพกันเสิร์ฟความอร่อยถึงกลางกรุงในโซนไปรษณีย์กลาง บางรัก พร้อมโปรโมชันพิเศษที่จัดให้เฉพาะสายอาร์ตสายชิลที่มาร่วมงานเท่านั้น เรียกได้ว่ามางานเดียวคุ้มทั้งบรรยากาศ แถมยังเต็มอิ่มกับความอร่อยจากร้านดังปังไม่ไหวอย่าง House of Carte D’Or, Texas Chicken, Bun Meat and Cheese, Chef Man, Gochujang Sikdang, Crumbs และ The Rolling Pinn 

Fooditude Art Installations

ตื่นตาตื่นใจไปกับ Fooditude Art Installations งานศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมเสาะแสวงหาอาหารอร่อย ผ่านประสบการณ์ในการเดินทางตามแสงไฟที่ฉายลวดลายกราฟิกซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตัวเลข Latitude และ Longitude ของสถานที่ตั้งร้านอาหารเด็ดที่อร่อยจนต้องยกนิ้วให้จาก #GrabThumbsUp ร่วมออกเดินทางตามแสงไฟยามค่ำคืนทั่วย่านเจริญกรุงด้วยกันที่ หน้าไปรษณีย์กลางบางรัก, สถานีสูบน้ำกรุงเกษม, Bangrak Riverview, Jump Master Skate Haus, Patina Bangkok และ Bunny Burrow Hostel 

อยากสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ มากันได้ที่งาน Awakening Bangkok สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : GrabTH

คิดถึงซีฟู้ด คิดถึงทะเล คิดถึง View Mare

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679087

วันที่ 27 มี.ค. 2565 เวลา 09:05 น.คิดถึงซีฟู้ด คิดถึงทะเล คิดถึง View Mare

View Mare Beach Front Bar & Restaurant Pattaya ร้านบรรยากาศดี อาหารอร่อย ตั้งอยู่ติดทะเล รื่นรมย์กับวิว ชิลกับบรรยากาศ พร้อมดื่มด่ำรสชาติอาหารอร่อยๆ

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

วันหยุดสุดสัปดาห์ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว พามาทานอาหารทะเลสดๆ ริมหาด ชวนสวีทหวานสุดโรแมนติกด้วยการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน แบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่นาจอมเทียน พัทยา กับร้านที่มีชื่อว่า View Mare Beach Front Bar & Restaurant Pattaya

จุดเด่นของร้านนี้ยกให้โลเคชั่นสุดเริ่ดและบรรยากาศสุดชิลติดชายหาดส่วนตัว เหมาะแก่การปลดปล่อยความเครียด สลัดความเหนื่อยล้า แล้วมาทอดอารมณ์ชิลๆ นั่งมองวิวสวยๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ยิ่งถ้ามาถึงร้านช่วงแดดร่มลมตกวิวของร้านนี้ยิ่งสวยจับใจ เพราะได้เห็นดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหลือเพียงแต่แสงสีสวยให้ชาวโซเชียลได้ถ่ายไว้เป็นที่ระลึก ร้านนี้มีพื้นที่มาก ที่จอดรถสะดวกสบาย สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 350-400 คน บรรยากาศภายในร้านเปิดโล่งดูปลอดโปร่ง ลูกค้าสามารถเลือกที่นั่งได้หลายโซน ทั้งบนชายหาด ในตัวร้าน และโซนใหม่ริมน้ำ แถมมีดนตรีสดเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังอีกด้วย 

เรียกความสดชื่นกับเครื่องดื่มสวยๆ รสชาติดี อาทิ น้ำมะพร้าวอ่อนหอมหวาน ม็อกเทลตองอ่อนสีเขียวสวย  ทับทิมสยามสีแดงสดชื่น  เวอร์จิ้นบลูฮาวายสีสันสดใสเข้ากับท้องฟ้าและหาดทราย

อยู่ริมทะเลแบบนี้ ของดีต้องยกให้เมนูซีฟู้ด อาทิ  ปลากะพงทอดซอสมะขาม ปลากกะพงทอดมากรอบๆ ราดตามด้วยซอสมะขามสูตรเด็ดอร่อยกลมกล่อม ต่อที่เมนู หอยเชลล์ย่างชีส หอยเชลล์สดๆ ย่างชีสมาร้อนๆ บีบเลมอนลงไปนิดหน่อยอร่อยมาก

ตามด้วย ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ ส้มตำปูม้า ออส่วนหอยนางรมกระทะร้อน ห่อหมกทะเล แกงส้มไข่ปลาผักรวม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม กุ้งแชบ๊วยอบวุ้นเส้น ปูนิ่มผัดพริกเกลือ ต้มยำยอดมะพร้าวอ่อน ลาบคั่วหมูกรุบกรอบอร่อย และเช็ตอาหารเหนือ น้ำพริก่ออง น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู เสิร์ฟคู่ผักและเครื่องเคียง

แวะมาทานของอร่อยกับวิวดีๆ ที่ร้าน View Mare Beach Front Bar & Restaurant Pattaya ตั้งอยู่ที่นาจอมเทียน ซอย 14 ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.

สอบถามโทร. 038-255-678

Email : viewmare@gmail.com

Page : View Mare Beach Front Bar & Restaurant

Web site : https://m.facebook.com/viewmare

Awakening Bangkok – RE:VIVE ปลุกสีสันถนนวัฒนธรรม ชมงานศิลป์ผ่านแสงสีเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679127

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 11:46 น.Awakening Bangkok – RE:VIVE ปลุกสีสันถนนวัฒนธรรม ชมงานศิลป์ผ่านแสงสีเสียง

ได้เวลาฟื้นชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนด้วยศิลปะสีสันและแสงไฟ ในเทศกาล Awakening Bangkok – RE:VIVE ปลุกสีสันถนนวัฒนธรรมย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง-ตลาดน้อย เชื่อมต่อนานา-เยาวราช

Time Out Bangkok ผู้จัดงาน Awakening Bangkok ผนึกพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เนรมิตเทศกาลแสงไฟประจำปีกรุงเทพฯ Awakening Bangkok – RE:VIVE ปลุกคนกรุงเทพฯให้กลับมามีสีสัน เร่งฟื้นคืนชีวิต และเศรษฐกิจให้กับชุมชน ผ่านงานแสดงศิลปะผ่านแสง สี และเสียง ณ ย่านสร้างสรรค์ เจริญกรุง-ตลาดน้อย พร้อมขยับสู่ ย่านนานา เยาวราช ตั้งแต่ 25 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ก่อนยกระดับสู่เทศกาลนานาชาติระดับประเทศ เตรียมขยายพื้นที่การจัดงานสู่พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในขอนแก่น และเชียงใหม่ ปลายปีนี้ เพื่อร่วมฟื้นเศรษฐกิจชุมชน

นายพงศ์สิริ เหตระกูล กรรมการบริหาร Time Out Bangkok (ไทม์เอาต์ กรุงเทพฯ) และ Festival Director งานเทศกาล Awakening Bangkok กล่าวว่า การจัดงาน Awakening Bangkok หรืองานแสดงศิลปกรรมไฟประจำปี มีการเติบโตขึ้นมาก โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ทุกครั้งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งศิลปิน นักออกแบบ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชมงาน เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น มีการขยายตัวของชุมชนศิลปินและนักออกแบบไทยได้กว้างขวางมากขึ้น การจัดงานในปี 2563 มีผู้เข้าร่วมชมงาน 126,681 คน จากการจัดงานทั้ง 10 วัน โดยในวันที่มีผู้เข้าชมสูงสุดนั้นมีมากถึง 21,865 คน เกิดการแฮชแทคชื่องานผ่านทางช่องทางต่างๆ ของโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economy Impact) ได้ถึง 158.16 ล้านบาท

“งาน Awakening Bangkok ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “RE:VIVE”  ฟื้นคืนชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนด้วยสีสันและแสงไฟ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 เป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนโลเคชันถึง 31 จุด จำนวนชิ้นงานถึง 52 ชิ้นงาน โดยขยายพื้นที่จัดแสดงที่ครอบคลุมย่านเก่าของกรุงเทพฯ มากขึ้น ตั้งแต่เจริญกรุง – ตลาดน้อย ซึ่งเป็นลักษณะของ Creative Neighborhood ไปจนถึงซอยนานา เยาวราช ที่จะเป็น Cultural Neighborhood ร่วมกับการจัดกิจกรรมน่าสนใจรูปแบบใหม่ๆ จากพันธมิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย งานแสดงแสงไฟ (Lights) ดนตรี (Music) และการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนในรูปแบบต่างๆ (Economy)

“ขณะเดียวกัน การเดินเท้าชมงานตลอดทางยังเปิดโอกาสให้เกิดการจับจ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดเส้นทางที่เชื่อมต่อย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย-ซอยนานา นอกจากนั้นยังมีมีรถตุ๊กๆ ให้บริการการเดินทางเพื่อให้ได้ชมงานได้ครบทุกจุดอีกด้วย งานปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เราจะมีโปรแกรม Walk Tour ตอนกลางวันในหลากหลายธีม ไม่ว่าจะเป็นทริปชิมของว่างสูตรลับที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของชาวจีนโพ้นทะเล ทริปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ 5 วัฒนธรรมจีนในย่านตลาดน้อย และทริปถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเก่าอายุกว่าร้อยปีที่ซ่อนตัวในตรอกเล็กย่านทรงวาด เดินอุ่นเครื่องก่อนไปต่องานไฟกันในตอนค่ำ ซึ่งคาดหวังให้การขยายพื้นที่และมีกิจกรรมจากพันธมิตรมากขึ้นในครั้งนี้่ จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของชุมชนในย่านเก่าเหล่านี้ ให้คึกคักมากขึ้นหลังจากซบเซามานานจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้งาน Awakening Bangkok ที่เดิมทีต้องจัดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ต้องเลื่อนการจัดงานมาในปีนี้ด้วยเช่นกัน” 

นอกจากกิจกรรมที่น่าสนใจแล้ว การยกระดับอีเวนต์ยังเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานให้ความสำคัญในปีนี้ โดย Time Out Bangkok ต้องการพัฒนางาน Awakening Bangkok ให้เป็นงานระดับสากลมากขึ้น และก้าวไปสู่งานระดับประเทศ ตั้งเป้าหมายให้กลายเป็น งานเทศกาลนานาชาติระดับประเทศ ประจำปีของชาวไทย และเป็นเป้าหมายการเดินทางของชาวต่างชาติในอนาคต จึงได้เริ่มทำ 3 สิ่งใหม่ ได้แก่

1. เว็บแอปพลิเคชัน Awakening Bangkok เพื่อให้รายละเอียดของศิลปินและแรงบันดาลใจในแต่ละชิ้นงาน พร้อมทั้งบอกระยะทางของจุดแสดงจากตำแหน่งที่อยู่ ข้อมูลร้านอาหารและบาร์ในบริเวณใกล้เคียง และที่สำคัญมีการแสดงให้เห็นถึงปริมาณคนชมงาน (Capacity) ในจุดต่างๆ เพื่อพิจารณาถึงการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ด้วย

2. การจดลิขสิทธิ์ชื่องาน Awakening เพื่อให้เกิดเป็นสิทธิบัตรทางปัญญา ที่จะช่วยยกระดับงานเทศกาลนานาชาติของเมืองไทยให้เติบโตไปได้ในระดับโลก และ 

3. การจัดทำออนไลน์คอมมูนิตี้ของศิลปินไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่สนใจผลงาน เข้ามาชม และสามารถตัดสินใจในการว่าจ้างหรือใช้บริการต่อไปได้

สำหรับพันธมิตรด้านกลยุทธ์ (Strategic Partners) ของการจัดงานทั้ง 2 หน่วยงานนั้น นายฉัตรชัย ชินคำ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานหลักที่ต้องเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้กลับสู่ขาขึ้นโดยเร็วที่สุด จึงได้ให้การสนับสนุนการจัดงาน Awakening Bangkok เพื่อช่วยฟื้นคืนชีวิตท่องเที่ยวและเศรษฐกิจต่างๆ ของชุมชน และต้องการสนับสนุนให้ภาคเอกชนตอบรับการเปิดประเทศตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่าง SHA ซึ่งงานครั้งนี้ได้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และภายในงานก็จะมีมาตรการการป้องกันในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ตามหลักเกณฑ์ COVID-Free Setting ขณะเดียวกันอยากขอให้ผู้เข้าชมงานปฏิบัติตัวตามหลัก Universal Prevention ด้วยเช่นกัน” 

นางสาวศิวะภรณ์ ปิยะพรพันธ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ TCEB หรือทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนางานเทศกาลของไทย เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ภายใต้แนวคิด “Festival Economy” หรือ “การสร้างเศรษฐกิจเมืองด้วยงานเทศกาล” โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างงานเทศกาลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับอัตลักษณ์กับเมือง และเกิดการพัฒนาต่อยอดเป็น “หนึ่งเมือง หนึ่งสิทธิบัตรงานเทศกาล” ภายใน 5 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่า ยกระดับ และส่งออกงานเทศกาลที่เกิดจากสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผ่านการสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างเมือง ชุมชน และหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ มุ่งสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งเสริมให้เมืองเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานเทศกาล และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งงาน Awakening Bangkok เป็นงานที่มีเอกลักษณ์และนำเสนอถึงอัตลักษณ์ของย่านเก่าในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าหลังจากนี้เมื่อมีการจดลิขสิทธิ์แล้ว จะได้รับการสนับสนุนให้เติบโตเป็นงานเทศกาลในระดับนานาชาติที่สำคัญของประเทศต่อไป”

ด้านผู้สนับสนุนหลักอีก 2 ราย ก็ได้เตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้เข้าชมงาน โดย นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ กล่าวว่า “แกร็บฟู้ด มุ่งมั่นที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการฟู้ดเดลิเวอรี่เสมอมาและเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ด้านอาหาร จึงได้ร่วมมือกับ ไทม์เอาต์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ทางอาหารที่แปลกใหม่ผ่านงาน Awakening Bangkok ภายใต้แนวคิด “งานศิลป์กินได้ (Edible Art)” โดยมีไฮไลต์จากแกร็บฟู้ดภายในงาน อาทิ Immersive Digital Mapping Chef’s Table รังสรรค์เมนูพิเศษโดยเชฟแถวหน้าของเมืองไทย Foodie Night Market รวมสุดยอดร้านอาหารบนแกร็บฟู้ดจากร้านดังทั่วประเทศไทย และ Fooditude Art Installations งานแสดงแสงไฟที่สะท้อนเรื่องราวการเดินทางเพื่อเสาะแสวงหาอาหารอร่อย อีกทั้งในปีนี้ยังได้มีการประกาศรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2022 อย่างเป็นทางการครั้งแรกภายในงานนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของแกร็บฟู้ดที่สนับสนุนให้พาร์ตเนอร์ร้านอาหารที่มีคุณภาพได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกับไทม์เอาต์ กรุงเทพฯ จะช่วยสร้างความคึกคักให้แก่ธุรกิจร้านอาหารและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น”

ส่วน นางสาวจรินี วงศ์กำทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ (Johnnie Walker) กลับมาภายใต้ธีม Awaken The Street ที่มาปลุกเสน่ห์และดึงเอกลักษณ์ของท้องถนนเมืองไทยผ่านการแสดงแสงสีเสียงที่หลากหลาย เชิญชวนให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมกับประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน และเพื่อตอกย้ำปรัชญา KEEP WALKING ของแบรนด์ ในการฟื้นคืนชีวิตให้กับถนนทุกสายที่เคยคึกคักแต่ต้องซบเซาไปด้วยผลกระทบจากโควิด-19 โดยร่วมมือกับศิลปินชื่อดังในการสร้างสรรค์ผลงาน และร่วมกับผู้ประกอบการต่างๆ ในการคิดค้นเมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ร่วมงาน โดยเริ่มจาก หน้าอาคารไปรษณีย์กลาง กับงานแสดงไฟที่ดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละท้องถนนออกมาได้อย่างชัดเจนและแปลกใหม่ ต่อเนื่องไปยังโกดัง Warehouse 30 ที่จะพาทุกคนเข้าสู่แสงสีที่สะท้อนภาพพหุวัฒนธรรมของของถนนสายสำคัญแห่งย่านการค้าและประวัติศาสตร์ให้กลับมาสว่างไสว ส่วนโซนสุดท้ายคือ บริเวณตึกแถวเก่าสีเหลืองปากทางเข้า ซอยนานา เยาวราช ที่ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้ธีม Modern Chinese ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากเสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน ตลอดจนจุดเชื่อมการเดินเท้าที่ทำให้การท่องเที่ยวภายในงานสนุกมากยิ่งขึ้น”

“งาน Awakening Bangkok ครั้งนี้ นอกจากพันธมิตรด้านกลยุทธ์และผู้สนับสนุนหลักแล้ว เรายังได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน), โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน, เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ และโรงภาพยนตร์ปรินซ์ ปี 2565 ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้จัดงานและพันธมิตรทั้งหมด เพราะเป็นการปักหมุดขยายสถานที่จัดงานไปตลอดทั้งปี หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัด Awakening Samyan ที่ย่านสามย่าน-สวนหลวงไปเมื่อเดือนธันวาคม 2564 โดยเริ่มต้นกับ Awakening Bangkok ในย่านเจริญกรุง-ซอยนานาในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะก้าวไปสู่ Awakening Khaosan ที่ย่านข้าวสารในเดือนเมษายน และเราพร้อมขยายการจัดงานไปยังต่างจังหวัดเป็นปีแรก ได้แก่ Awakening Khon Kaen จังหวัดขอนแก่นในช่วงเดือนพฤษภาคม และ Awakening Chiang Mai ที่จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อร่วมกันฟื้นคืนเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ และยังสร้างความเข้มแข็งของคอมมูนิตี้ศิลปินไทยในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น” นายพงศ์สิริ กล่าวทิ้งท้าย

เช็กอิน Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักใหม่ใกล้ที่เที่ยว ทำเลเมืองเก่าภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679056

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 15:45 น.เช็กอิน Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักใหม่ใกล้ที่เที่ยว ทำเลเมืองเก่าภูเก็ต

กิน-เที่ยว-พัก ตอบโจทย์คนรักการเดินทาง Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักทันสมัยใจกลางเมืองเก่าภูเก็ต ผสานมรดกทางวัฒนธรรมเคล้ากลิ่นอายเสน่ห์ของภาคใต้ พร้อมทีเด็ดของห้องอาหาร หลากความสำราญที่ควรค่าแก่การมาพักผ่อน

โดย : วารุณี มณีคำ

คุณพาเมล่า ออง ผู้จัดการโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ปักหมุดเที่ยวเมืองภูเก็ต ชื่นชมเสน่ห์เมืองเก่าอันทรงคุณค่าและยังคงมีชีวิตชีวาน่าสัมผัส พร้อมเช็กอินที่พักใหม่ใจกลางเมืองเก่า อย่าง Courtyard by Marriott Phuket Town (โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์) ที่พักอันสมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน พร้อมดื่มด่ำไปกับมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ของประเทศไทย ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงมากมาย ซึ่งหากใครอยากเดินเล่นชายหาดจากจุดที่ตั้งของโรงแรมก็ยังสามารถเดินทางไปยังชายหาดที่สวยงามของภูเก็ตได้อย่างง่ายดาย

การออกแบบ

สำหรับ Courtyard by Marriott Phuket Town สวยงามโดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและเอกลักษณ์งานฝีมือของไทยผสานความร่วมสมัย ต้อนรับทุกคนด้วยประตูบานใหญ่อลังการ ทอดสายตากว้างกับบริเวณล็อบบี้ที่ดูโอ่โถง และ Centerpiece ผลงานที่เชื่อมโยงศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งเป็นที่โจษจันในสายตาชาวโลกอย่าง มโนราห์ โดยการใช้ลูกปัดสีสันสดใจจากชุดนางรำมโนราห์ บรรจบด้านบนด้วยปลายเล็บงามชดช้อย

ห้องพัก 

Courtyard by Marriott Phuket Town มีห้องพักและห้องสวีท จำนวน 248 ห้อง แบ่งประเภทตามขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ผู้เข้าพักทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ห้องพักประเภทดีลักซ์รูม ขนาด 30 ตร.ม., แฟมิลี่รูม, จูเนียร์สวีท 40 ตร.ม., เอ็กเซ็คคิวทีฟสวีท 60 ตร.ม. และเพรสซิเดนท์เชียลสวีท 2 ห้องนอน ขนาด 140 ตร.ม.

3 ห้องอาหารและบาร์

ครัวตลาดใหญ่

ลิ้มรสอาหารไทยภาคใต้ตำรับดั้งเดิมและอาหารนานาชาติหลากหลายเมนูที่ครัวตลาดใหญ่ ที่พร้อมเปิดให้บริการตลอดวัน นอกจากนี้ ยังมีบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยอย่างตระการตาให้ทุกท่านได้เลือกสรร ภายในร้านอาหารเป็นครัวแบบเปิดทำให้ร้านอาหารมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังมีที่นั่งทั้งภายในห้องอาหารและบริเวณระเบียงด้านนอก

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.30 – 22.00 น. มื้อเช้า 06.30 – 10.30 น. มื้อกลางวันและเย็น 12.00 – 22.00 น. 

ตะลุง เลานจ์

ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่คุณรักมานั่งพบปะพูดคุยกันที่ตะลุงเล้านจ์ ที่เปลี่ยนจากคาเฟ่สไตล์แกร็บแอนด์โก ไปเป็นบาร์สุดชิคในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีเซ็ตน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยให้บริการ เหมาะสำหรับการแบ่งปันกับคนที่คุณรัก เติมความสดชื่นให้ช่วงเวลายามบ่ายกลางสัปดาห์ของคุณ ด้วยเซต Afternoon Tea ที่มีให้เลือกลิ้มลองสไตล์ไทยและสไตล์ตะวันตก

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

กอและ พูลบาร์

คลายร้อนและพักผ่อนที่กอและ พูลบาร์ บาร์ริมสระว่ายน้ำชั้น 4 พร้อมจิบเครื่องดื่มอันสดชื่นมากมาย ทั้งค็อกเทล คราฟต์เบียร์ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารกลางวันแบบสบายๆ ตลอดทั้งวัน พร้อมดื่มดำกับบรรยากาศวิวเมืองอันตระการตาของภูเก็ต

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

สถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ หรืองานประชุมสัมนา

สถานที่จัดงานประชุมและอีเวนท์ โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มีพื้นที่อเนกประสงค์มากถึง 10 ห้อง บนพื้นที่มากกว่า 900 ตารางเมตร รวมถึงห้องบอลรูมที่สามารถจุแขกได้สูงสุด 600 ท่าน เหมาะสำหรับงานทุกประเภท ตั้งแต่การประชุมทางธุรกิจ งานแต่งงานสุดประทับใจ ไปจนถึงการพบปะทางสังคม

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟิตเนส เซ็นเตอร์ มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งอุปกรณ์ยกน้ำหนักและเครื่องออกกำลังกายแบบต่างๆ รวมไปถึงคลาสสอนออกกำลังกาย ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนในโรงแรมไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

สระว่ายน้ำ คลายร้อนที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งบริเวณชั้น 4 ของโรงแรม พร้อมพักผ่อนอย่างมีสไตล์บริเวณเตียงอาบแดดและสามารถชมวิวเมืองภูเก็ตไปพร้อมๆ กัน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

คิดส์คลับ คิดส์คลับมีกิจกรรมมากมายให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเพลิดเพลินอีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้อีกด้วย เปิดให้บริการเร็วๆ นี้

เที่ยวภูเก็ตทริปหน้า ต้องมาพัก Courtyard by Marriott Phuket Town สอบถามโทร. +66 76 643 555 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.courtyardphukettown.com หรือ  Facebook : Courtyard by Marriott Phuket Town

ห้องอาหารเวนติซี จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679054

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 10:50 น.ห้องอาหารเวนติซี จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ

จัดหนักแบบจุกๆ กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ พร้อมไฮไลท์เมนูเนื้อเป็ด และฟัวกราส์ ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

รวมตัวกันทางนี้ทุกวันพฤหัสบดี ห้องอาหารเวนติซี  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เตรียมพร้อมจูงมือคนรู้ใจของคุณมาอิ่มเอมใจ ฟินสุดคุ้ม กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและ อาหารอิตาเลียน-ไทย พร้อมสัมผัสลิ้มลองความอร่อยกับไฮไลท์เมนู โดยเชฟแอนเดรีย  มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก นำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนู เนื้อเป็ดและฟัวกราส์ ที่พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มลองถึง 4 เมนู ต่อ 1 ท่าน

อาทิ ฟัวกราส์ราดซอสเวลูเต้, ฟัวกราส์ทอดราดซอสสตูว์แอปเปิ้ล บัลซามิคและผักร็อกเก็ต, เส้นตัลยาเตลเลกับครีมซอสทรัฟเฟิลดำและฟัวกราส์ทอด, เป็ดอบราดซอสเกรวี่ พร้อมทั้งมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้จัดหนักจัดเต็มลิ้มลองความอร่อย กับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอาทิ มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย  แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ ซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับชีสนานาชนิด ปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อยหลากหลายเมนู

บุฟเฟ่ต์นานาชาติ กับไฮไลท์เมนู เนื้อเป็ดและฟัวกราส์มื้อเย็น ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น. (ไลน์บุฟเฟ่ต์ปิดเวลา 22.00 น.) ในราคาเพียง 1,590 บาท++ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทานฟรี และอายุ 6-11 ขวบครึ่งราคา

เวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30–22.30 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-100-6255 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/Ventisi-100101598792391

อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld

ยกทะเลมาไว้ริมโขง @The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679040

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 09:15 น.ยกทะเลมาไว้ริมโขง  @The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย)

เที่ยวหนองคาย แวะเช็กอิน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ชิมซีฟู้ดสดเหมือนยกทะเลมาไว้ริมโขง

“หนองคาย” เป็นหนึ่งในจังหวัดภาคอีสานที่มีลักษณะทอดตัวเรียงรายไปกับแม่น้ำโขง ทัศนียภาพทางสิ่งแวดล้อมสวยงาม อากาศดี หนองคายเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับแม่น้ำโขงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำโขงนี้ก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นั่นเอง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับหนองคายในฐานะเมืองทางผ่านเพื่อเดินทางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ ของ สปป.ลาว แต่อันที่จริงแล้ว หนองคายในวันนี้มีอะไรมากกว่าคำว่า เมืองทางผ่าน เพราะการเดินทางมาเยือนหนองคายของในครั้งนี้ได้พบเห็นสถานที่มากมายทั้งที่เคยรู้จักและไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งก็มีตั้งแต่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่ง Shopping ตลอดจนอาหารอร่อยที่มีหลากหลายให้เลือกลิ้มลอง

แต่ในวันนี้อยากนำเสนอร้านอาหารทะเลกับบรรยากาศริมแม่น้ำโขงในมุมที่แปลกแตกต่างออกไปในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย และถ้าพูดถึงอาหารทะเล สดคุณภาพดี ในภาคอีสาน ตอนนี้ต้องนึกถึง The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ที่สนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่ต้นทาง โดยรับวัตถุดิบสดตรงจากชาวประมงชายฝั่งหรือฟาร์ม โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ แช่ เพื่อที่จะให้ถึงมือผู้บริโภคแบบคุณภาพดีและปลอดภัย

นายเจษฎา ช่วยชูหนู ผู้บริหาร The Sea Bar

เปิดเผยว่า Concept ของร้าน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) จะประสานงานกับฟาร์มจากแหล่งผลิตโดยตรง เช่น ฟาร์มกุ้งศรีสุบรรณ ฟาร์มหอยนางรมสินมานะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มผู้เลี้ยงปูดำ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มชาวประมงชายฝั่งอำเภอประทิว อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

โดยมีทีมงาน The Sea Bar วิ่งไปรับของเองจากแหล่งดังกล่าวในภาคใต้ โดยใช้รถห้องเย็นและใช้วิธีการที่ชาวประมงเรียกว่าดองแห้ง คือเมื่อรับวัตถุดิบสดจากชาวประมงชายฝั่งหรือฟาร์มจะไม่ใช้สารเคมีใดๆ และไม่ดองน้ำเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้สัตว์ทะเล เช่นกุ้ง ปลาหมึก หากแช่น้ำระหว่างขนส่งจะได้น้ำหนักเพิ่ม 10-20% แต่การดองแห้งคือปล่อยให้สัตว์สะเด็ดน้ำแล้วฟรีซแช่แข็งด้วยอุณหภูมิลบ 15-20 องศา จะได้ความสดของอาหารทะเลและยังคงรสชาติอร่อยเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่จะยังคงน้ำหนักสุทธิของสัตว์ที่จับได้จากต้นทาง

รสชาติอาหารทะเลจากอ่าวไทย คือความโชคดีของคนไทย เนื่องจากภูมิประเทศที่ตั้งของอ่าวไทยเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุ สารอาหาร อุณหภูมิของน้ำทะเลและความเค็ม ที่เหมาะสมทำให้รสชาติของอาหารทะเลอ่าวไทย รวมถึงฟาร์มสัตว์ทะเล ในพื้นที่ภาคใต้มีรสชาติดีกว่าอาหารทะเลในประเทศอื่นๆ

เมนูยอดนิยมหลักๆ ก็ต้อง ปูม้า ปูดำ กุ้ง หอยและปลาหมึก นอกจากความสดของอาหารทะเลแล้ว น้ำจิ้ม “ซีฟู้ด” ของ The Sea Bar รับประกันว่าแซ่บ แน่นอน เราไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงชายทะเลแล้ว อยู่อีสานก็สามารถรับประทานอาหารทะเลสดๆ ได้ เพราะแค่ไปที่ร้าน The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) ก็จะได้กินอาหารทะเลสด ๆ เหมือนยกทะเลชาวประมงมาไว้ที่นี่เลยทีเดียว

The Sea Bar (ท่าบ่อ หนองคาย) เป็นร้านอาหารในสไตล์แบบครอบครัว บรรยากาศจะเป็นโซนแบบโอเพ่นแอร์แบบแนววินเทจมีสีสันยามเย็น ชมวิวแม่น้ำโขงที่ทอดยาวสุดสายตา รับลมที่พัดผ่านเย็นสยาย มีดนตรีสดเบาขับกล่อมให้เพลิดเพลินขณะนั่งรับประทานอาหาร มีมุมเก๋ๆ สวยๆ ไว้ให้ถ่ายภาพสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสั่งอาหารทะเลมา ปิ้ง เผา ได้เองถึงโต๊ะ เหมือนเราไปพักแคมป์ปิ้ง รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสรสชาติของการทานอาหารที่แปลกใหม่ The Sea Bar ยังยืนยันว่าจะใช้กระบวนการนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปเพราะอยากให้อาหารทะเล ปลอดภัยจากสารพิษและวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ถึงผู้บริโภครวมถึงยังได้ช่วยเหลือชาวประมงรายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ ในการดำรงอาชีพ สร้างงานและความภาคภูมิใจให้ชุมชนประมงต้นทางอีกด้วย

ในอนาคตอันใกล้เมื่อเปิดด่านพรมแดนไทย และประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเราจะผลักดันอาหารทะเลเกรดพรีเมี่ยม ส่งออกไปยังตลาดประเทศลาวพร้อมทั้งให้ข้อมูลกระบวนการจัดการระบบที่ได้มาซึ่งอาหารทะเลคุณภาพต่อไป

ที่ตั้ง The Sea Bar เลขที่ 334 หมู่ 9 ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เบอร์โทร 06-3968-5899 Facebook: ตลาดอาหารทะเล The SEA MART