ตามมาสัมผัสรสชาติอาหารไทยแบบหาที่ไหนไม่ได้ ได้ที่ห้องอาหารเดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) ชั้น 3 โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok
Beef Wrapped in Betel Leaf Served with Rice NoodlesCha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with NoodlesCha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodlesพิซซ่าเวียดนามโอวหนี่แปะก๊วยสาคูแคนตาลูป
ที่ Morning Glory นอกจากจะเสิร์ฟอาหารเวียดนามแบบ Chef’s Table แล้ว ก็ยังคงขยายการนำเสนอความอร่อยให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเหล่านักกิน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอะลาคาร์ทกว่า 30 รายการให้ทุกท่านได้เลือกชิม โดยมีไฮไลท์ต้องลอง อาทิ Cha Gio เปาะเปี๊ยะทอดแบบพื้นบ้าน ห่อแป้งตาข่าย สอดไส้ซีฟู้ดเต็มปากเต็มคำ (220 บาท) เปาะเปี๊ยะทอดแป้งตาข่ายไส้ทะเล Cha Tom กุ้งพันอ้อย (310 บาท) เป็นชื่อของอาหารเวียดนามชนิดหนึ่งที่นำเนื้อกุ้งบดที่ปรุงรสแล้วมาพันกับก้านอ้อยขนาดพอเหมาะ เสิร์ฟกับซอสสูตรพิเศษที่สามารถหาทานเฉพาะที่ร้าน Morning Glory The Vietnamese Chef’s Table เท่านั้น Cha Ca ปลาเก๋าขมิ้นกระทะร้อน (400 บาท) เมนูพื้นบ้านของเวียดนามที่นำเสนอรสชาติแบบ Authentic เสริมทัพด้วยเนื้อย่างใบชะพลู (310 บาท) และของหวานสุดอร่อย อาทิ โอวหนี่แปะก๊วย (120 บาท) สาคูแคนตาลูป (120 บาท)
หรือจ่ายแค่ 499 บาท ก็อิ่มอร่อยจนพุงกางไปกับเมนู A La Carte Buffet ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 เมนู พร้อมสดชื่นไปกับน้ำสมุนไพรกันแบบไม่อั้น เรียกว่าอร่อยกันแบบต้นตำรับเหมือนไปกินเองที่เวียดนาม ทั้งขนมเบื้องญวน หมูย่างใบชะพลู กุ้งพันอ้อย ซึ่งมีทีเด็ดกันอยู่ที่น้ำจิ้มรสเลิศ อร่อยแบบเปรี้ยวอมหวาน หรือจะเป็นเมนูขนมจีนซุปเนื้อ เฝอหมู ที่มีน้ำซุปรสเด็ด อร่อยจนคุณไม่อยากอิ่ม
เช็กอิน Le Paris ชิมครัวซองต์ฝรั่งเศสในไทย ที่สาขาเปิดใหม่ ณ พาร์คเลน เอกมัย ใจกลางเมือง
เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ
โพสต์นี้ขอเอาใจเหล่า café hopper ด้วยการพาไปรู้จักกับ Le Paris คาเฟ่บรรยากาศดีที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ในใจกลางมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งกลิ่นอายที่รายล้อมด้วยสไตล์การตกแต่งร้าน และกลิ่นหอมอบอวลของเบเกอรี่ที่ยั่วยวนใจ ตอบโจทย์คนเมืองครบทั้งชิมทั้งชิล ด้วยเมนูอาหารสไตล์ Modern Paris เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ พร้อมมีมุมถ่ายรูปให้เลือกเพียบทั้ง indoor และ outdoor แถมการเดินทางที่ง่ายและแสนสะดวก
สำหรับ Le Paris ที่พาร์คเลน คอมมูนิตี้มอลล์ย่านเอกมัย เป็นสาขาเปิดใหม่ล่าสุดจากที่ใครๆ ต่างรู้จักกันดีกับสาขาก่อนนี้ที่ Gump อารีย์ 4 และใน Central Rama 9 ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ นอกจากจะมาในโทนสีน้ำเงิน-ส้ม ที่ดูสวยสดใสสะดุดตากว่าสาขาอื่นแล้ว ยังเรียกได้ว่า Full Option ขั้นกว่าด้วยตัวเลือกเมนูที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยทั้งมื้อย่อยและมื้อหลัก
ทางด้านซิกเนเจอร์เมนูชูโรงยังคงต้องยกให้เบเกอรี่หลักอันเป็นที่มาของชื่อร้าน Le Paris กับครัวซองต์ฝรั่งเศสที่ใช้สูตรและวัตถุดิบหลักส่งตรงจากปารีส ใช้ AOP Butter ซึ่งเป็นเนยฝรั่งเศสที่ได้เครื่องหมายการันตีคุณภาพว่าผลิตจากแหล่งผลิตเฉพาะ และผลิตด้วยวิธีการเฉพาะของพื้นที่การผลิตที่มีลักษณะพิเศษกว่าที่อื่นจากรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งครัวซองต์ที่ Le Paris มีให้เลือกมากมายหลายประเภท และหลากหลายรสชาติ
Truffle Soup Set (240.-) ซุปทรัฟเฟิลหอมกรุ่นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ได้กลิ่นทรัฟเฟิลเต็มคำ แพร์ริ่งมากับคลาสสิคครัวซองต์ชิ้นโต คู่หูคู่อร่อยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
แวะมาลิ้มลองความอร่อยจากแดนไกลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ได้ที่ Le Paris สาขาเอกมัย โครงการ Park Lane เอกมัย ซอยสุขุมวิท 63 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00-21:00
ต่อด้วย “โจว ข้าวต้มแห้ง” ข้าวต้มแห้งแบบใหม่เอาใจคนเมือง เปิดขายในยุค New Normal แต่รสชาติและความอร่อย No Normal ซึ่งจุดเด่นคือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวโบราณของทางร้านที่มีรสชาติจัดจ้าน อร่อยแบบไม่ต้องปรุง พร้อมด้วยน้ำซุปต้มยำรสเด็ดที่รับรองจี๊ดถึงใจ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือเครื่องหลักที่หลากหลายให้เลือกสั่ง หนึ่งในเมนูแนะนำได้แก่ ข้าวต้มแห้งหมูรวมพิเศษ, ข้าวต้มแห้งหมูบะเต็ง, ข้าวต้มแห้งปลากระพง และข้าวต้มแห้งหมูรวมเครื่องใน