โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋งๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @โออิชิ อีทเทอเรียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682859

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:58 น.โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋งๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @โออิชิ อีทเทอเรียม

เอาใจสายหวาน “โออิชิ อีทเทอเรียม” ร่วมกับ “โตเกียว สวีท” ยกขบวนขนมญี่ปุ่นน่ารักสุดอร่อย โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟไม่อั้น

เรียกว่าเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดสามส่วนผสมที่ลงตัว “EAT – EXPLORE – PREMIUM” อย่างต่อเนื่อง สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ อีทเทอเรียม” (OISHI EATERIUM) ที่ล่าสุดจับมือร่วมกับ “โตเกียว สวีท” (TOKYO SWEETS) ผนึกกำลังเอาใจนักกินสายหวาน ยกขบวนขนมญี่ปุ่น น่ารัก สุดอร่อย ได้แก่ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ หลากรสชาติ มาให้บริการอย่างเต็มที่ แบบไม่อั้น เริ่มแล้ววันนี้ถึง 15 มิถุนายน ศกนี้

ครั้งแรกของการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง “โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋ง ๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @ โออิชิ อีทเทอเรียม” ภายใต้โพรเจกต์สุดคิวท์ ที่มุ่งยกระดับไลน์บุฟเฟต์ และเมนูอาหารคาว – หวาน ให้แปลกใหม่ หลากหลาย และพิเศษกว่าเดิม เชิญพบกับขนมญี่ปุ่น ที่โด่งดังในเรื่องของความน่ารัก สุดอร่อย นำโดยโมจิแมวน้ำ เนื้อเนียน นุ่มหนึบ ตามแบบฉบับโมจิญี่ปุ่นแท้ แท็กทีมมากับโมจิมินิ หลากรส หลายไส้ จัดเต็มถึง 4 รสชาติยอดนิยม ได้แก่ รสถั่วแดง สูตรต้นตำรับ (ชิ้นสีขาว), รสสตรอว์เบอร์รี (ชิ้นสีชมพู), รสเมลอน (ชิ้นสีส้ม) และ รสช็อกโกแลต โดยพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ เพิ่มเติมจากเมนูมาตรฐานอื่น ๆ เรียกได้ว่า อร่อยครบ…ตบท้ายมื้ออาหารอย่างลงตัวสุด ๆ หรือจะจับคู่รับประทานกับชา – กาแฟ ไอศกรีม คากิโกริ (น้ำแข็งใสเกล็ดหิมะ) ฯลฯ ก็ยิ่งเพลิดเพลินไปอีก

สัมผัสและลิ้มลองความน่ารัก สุดอร่อย ของน้อง ๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ แบบไม่อั้นได้แล้ววันนี้ ที่ โออิชิ อีทเทอเรียม พิเศษเฉพาะ 6 สาขา ประกอบด้วย

(1) สาขา เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9

(2) สาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

(3) สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์

(4) สาขา ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

(5) สาขา เมกาบางนา

(6) สาขา สามย่านมิตรทาวน์

ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มิถุนายน 2565 เท่านั้น

ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น : www.facebook.com/OishiFoodStation หรือค้นหา โออิชิ อีทเทอเรียม สาขาใกล้ ๆ คุณ คลิกเว็บไซต์โออิชิฟู้ด : www.oishifood.com

ชิมรสตำรับเมนูอาหารไทยสไตล์ชาววัง @เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682758

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:26 น.ชิมรสตำรับเมนูอาหารไทยสไตล์ชาววัง @เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่

ชวมลิ้มรสซิกเนเจอร์เมนูของห้องอาหาร เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ อาหารไทยที่มีเคล็ดลับอยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบสดใหม่ และนำมาปรุงด้วยความรัก โดยเชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ

ครั้งนี้ภูมิใจนำเสนออาหารไทยผ่านเมนูตำรับชาววังที่รังสรรค์โดยเชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ เชฟหนุ่มมากฝีมือที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเป็นเชฟอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งมีคุณแม่เป็นแบบอย่างสำคัญ ส่วนเคล็ดลับของการปรุงอาหารไทย เชฟมนตรี เผย “การปรุงอาหารไทยให้อร่อย อยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ และนำมาปรุงด้วยความรัก”

สำหรับที่ห้องอาหาร เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ เน้นให้บริการอาหารไทยแท้ๆ จากสี่ภาคของประเทศไทย โดยใช้สูตรจากต้นตำรับชาววัง มีจุดเด่นที่ตัวเลือกอันหลากหลายของแกงไทยประเภทต่างๆ ที่เป็นรสชาติดั้งเดิมจากทั่วประเทศ ทางด้านบรรยากาศของที่นี่ด้วยความเป็นมรดกราชวงศ์ของโรงแรม ซึ่งเดิมเป็นวังคันธวาส ที่ประทับของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร จึงสะท้อนผ่านการตกแต่งห้องอาหาร โดยจำลองห้องที่ประทับส่วนพระองค์ ตกแต่งให้ทันสมัยด้วยสีสันและลวดลายที่สดใสในสไตล์ของศิลปะยุค ค.ศ. 1920-1930 ผสมผสานอย่างวิจิตรบรรจงกับงานศิลปะและผ้าไทยที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความรักในงานศิลปะหัตถกรรมไทยของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ผู้มาเยือนสามารถชมทิวทัศน์ของสวนบนชั้น 3 ของโรงแรมผ่านผนังกระจกใส หรือเลือกนั่งบริเวณระเบียงด้านนอก

ส่วนเมนูอาหารมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบที่เป็นผลิตผลเพื่อความยั่งยืน สดใหม่และ ออร์แกนิกแบบส่งตรงจากฟาร์ม ซึ่งบางชนิดทีมงานก็ลงทุนลงแรงปลูกเองกับมือเก็บเองกับมือเพื่อทุกขั้นตอนที่มั่นใจ โดยส่วนใหญ่เชฟจะเลือกวัตถุดิบที่หายากและยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักมาปรุงอาหารไทยในรูปแบบที่ผู้มาเยือนไม่เคยได้ลิ้มลองที่ใดมาก่อน เมนูอาหารประกอบไปด้วย แกงตามแบบฉบับของชาววัง แกงสูตรของชาวบ้านและชาวประมง และแกงที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการรักษาวัฒนธรรมที่ดีงามในการปรุงแกงไทยนี้ นอกจากจะมีความสำคัญยิ่งแล้ว ยังเป็นความภูมิใจของทีมเชฟในการนำเสนอเมนูอาหารที่หาไม่ได้ตามร้านอาหารไทยทั่วไป 

เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ 

แสร้งว่ากุ้ง Spicy organic prawn salad with ginger, lemongrass, mint leaves and lime dressing

แสร้งว่ากุ้ง เสิร์ฟพร้อมปลาดุกฟู ชูรสชาติจานนี้มากยิ่งขึ้นด้วยความสวยงามของการตกแต่ง

แกงรัญจวนเนื้อ Spicy Pon Yang Khum beef curry with shrimp paste, onions and basil leaves มาที่ The House of Smooth Curry

แกงรัญจวนเนื้อ แกงโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้แก้มวัวโพนยางคำตุ๋นจนนุ่มในน้ำแกงรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นใบโหระพาและตะไคร้

แกงปูใบชะพลู Red curry with crab meat, betel leaves served with rice vermicelli

แกงปูใบชะพลู ทานคู่ปูนิ่มทอดกรอบ และเส้นหมี่ สัมผัสรสชาติเครื่องแกงเข้มข้นแบบไทยที่ถูกใจชาวต่างชาติ

ปลาเก๋าทอดซอสมะขาม Deep fried garoupa fillet from Pattani, sweet and sour tamarind sauce, fresh acacia and coriander leaves

เมนูปลาเก๋าทอดซอสมะขาม ใช้น้ำมะขามและน้ำตาลเคี่ยว ได้รสหวานอมเปรี้ยวแบบกลมกล่อม ผสานความกรุบกรอบที่ด้านนอกและความนุ่มชุ่มฉ่ำของนเนื้อใน 

ตามมาสัมผัสรสชาติอาหารไทยแบบหาที่ไหนไม่ได้ ได้ที่ห้องอาหารเดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry)  ชั้น 3 โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok

เปิดให้บริการ (ทุกวัน)

มื้อกลางวัน 12:00 – 14:30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 14:00 น.)

มื้อค่ำ 18:00 – 22:30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 22:00 น.)

พิเศษ!! สมาชิกแอทธินี คลับ รับส่วนลด 20% และสมาชิกคลับ แมริออท รับส่วนลด 10%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 650 8800

อีเมล FB.Theathenee@luxurycollection.com

เว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/

อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682733

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 13:50 น.อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

โพสต์ทูเดย์ชวนกินอาหารที่ดี เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ให้ชีวิตสดใสต้อนรับวันใหม่ในยามเช้า ที่ Morning Glory ร้านอาหารเวียดนามที่เฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ เสิร์ฟทั้งเชฟเทเบิล ชาบูบุฟเฟ่ต์ และเมนูอลาคาร์ท

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

รีวิวครั้งนี้เอาใจสายสุขภาพด้วยเมนูอาหารเวียดนามแบบดั้งเดิม ที่ร้าน Morning Glory (มอร์นิ่งกลอรี่) ร้านอาหารเวียดนามสไตล์เชฟเทเบิล และชาบูบุฟเฟ่ต์ นำโดยเชฟบัง-วาลิต เลิศปัญญา เชฟมากประสบการณ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์อาหารทั้งไทย-จีน-เวียดนาม ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา ทว่าเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย พร้อมมาในราคาที่เข้าถึงได้

สำหรับอาหารเวียดนาม นับเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเก่าแก่ของโลก ที่ผสมผสานความอร่อยของซีกโลกตะวันออกและโลกตะวันตก หลอมรวมจนกลายเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการทางอาหารที่น่าหลงใหล โดยมีจุดกำเนิดมาจากอาหารจีนตอนใต้ที่แผ่ขยายเข้ามาในแต่ละภูมิภาคของเวียดนาม รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินของชาวเขมร ชาวไทย และชาวลาว ไม่เว้นแม้แต่จากชาวมาเลเซียที่มาทำการค้าในยุคสมัยนั้น มีการนำกลิ่นอายของวัฒนธรรมอาหารอินเดียที่มีการใช้ผงกะหรี่และกะทิมาประยุกต์ กอปรกับอิทธิพลการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสมาเสริมให้เข้ากับวัฒนธรรมอาหารเวียดนาม ทำให้ปัจจุบันอาหารเวียดนามเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย สมบูรณ์แบบครบรส ทั้งเทคนิคการปรุงและรสชาติ จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก

Cha Gio – Imperial Seafood Spring Roll

โดยความหมายของชื่อ Morning Glory นอกจากจะหมายถึง “ผักบุ้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชประจำถิ่นของเวียดนามแล้ว ยังหมายถึง “แสงแห่งรุ่งอรุณ” ด้วยความเชื่อว่าการได้รับประทานอาหารที่ดี ย่อมก่อให้เกิดความสดใสต้อนรับชีวิตแรกตื่นในยามเช้า ดังนั้น ความตั้งใจของ Morning Glory คือบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอาหารเวียดนามที่ไม่ได้มีเพียงแค่เปาะเปี๊ยะสด และเปาะเปี๊ยะทอด แต่ยังมีอาหารจานอร่อยที่รอให้ทุกคนได้มารู้จัก ลิ้มลองชิม และดื่มด่ำเรื่องราวของอาหาร ผ่านเมนูที่มีให้เลือกกว่า 33 รายการ

Cha Tom – Deep Fried Shrimp Cake on Sugarcane Sticks

ทุกเมนูของ Morning Glory ล้วนผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน สด ใหม่ และมีคุณภาพดี เพื่อให้คุณได้รับอาหารที่ดีที่สุดจากเชฟเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ 100% ประกอบด้วยผักออร์แกนิกจากสวนเกษตรโดยตรง ซึ่งนำมาล้างจนสะอาดใบต่อใบก่อนเสิร์ฟถึงโต๊ะ เนื้อสัตว์จากฟาร์มที่รู้จักเจ้าของฟาร์มและได้รับความไว้วางใจจากร้านในเรื่องความสะอาดปลอดภัย อาหารทุกจานโดดเด่นด้วยวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรสชาติอาหารเวียดนามอย่างแท้จริง ชนิดที่ทุกท่านไม่ต้องบินไปไกลถึงฮานอย แต่ก็สามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเวียดนามรสเลิศ 

Beef Wrapped in Betel Leaf Served with Rice Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
พิซซ่าเวียดนาม
โอวหนี่แปะก๊วย
สาคูแคนตาลูป

ที่ Morning Glory นอกจากจะเสิร์ฟอาหารเวียดนามแบบ Chef’s Table แล้ว ก็ยังคงขยายการนำเสนอความอร่อยให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเหล่านักกิน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอะลาคาร์ทกว่า 30 รายการให้ทุกท่านได้เลือกชิม โดยมีไฮไลท์ต้องลอง อาทิ Cha Gio เปาะเปี๊ยะทอดแบบพื้นบ้าน ห่อแป้งตาข่าย สอดไส้ซีฟู้ดเต็มปากเต็มคำ (220 บาท)  เปาะเปี๊ยะทอดแป้งตาข่ายไส้ทะเล  Cha Tom กุ้งพันอ้อย (310 บาท) เป็นชื่อของอาหารเวียดนามชนิดหนึ่งที่นำเนื้อกุ้งบดที่ปรุงรสแล้วมาพันกับก้านอ้อยขนาดพอเหมาะ เสิร์ฟกับซอสสูตรพิเศษที่สามารถหาทานเฉพาะที่ร้าน Morning Glory The Vietnamese Chef’s Table เท่านั้น Cha Ca ปลาเก๋าขมิ้นกระทะร้อน (400 บาท) เมนูพื้นบ้านของเวียดนามที่นำเสนอรสชาติแบบ Authentic เสริมทัพด้วยเนื้อย่างใบชะพลู (310 บาท) และของหวานสุดอร่อย อาทิ โอวหนี่แปะก๊วย (120 บาท) สาคูแคนตาลูป (120 บาท)

หรือจ่ายแค่ 499 บาท ก็อิ่มอร่อยจนพุงกางไปกับเมนู A La Carte Buffet ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 เมนู พร้อมสดชื่นไปกับน้ำสมุนไพรกันแบบไม่อั้น เรียกว่าอร่อยกันแบบต้นตำรับเหมือนไปกินเองที่เวียดนาม ทั้งขนมเบื้องญวน หมูย่างใบชะพลู กุ้งพันอ้อย ซึ่งมีทีเด็ดกันอยู่ที่น้ำจิ้มรสเลิศ อร่อยแบบเปรี้ยวอมหวาน หรือจะเป็นเมนูขนมจีนซุปเนื้อ เฝอหมู ที่มีน้ำซุปรสเด็ด อร่อยจนคุณไม่อยากอิ่ม

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชาบูเวียดนาม เนื้อหรือหมู (Royal Vietnamese Hot Pot) ราคา 350 บาท มีให้เลือกทั้งหมูหรือเนื้อ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปเคี่ยวนานกว่า 24 ชั่วโมง ด้วยกระดูกและน้ำมะพร้าวอ่อน เติมสมุนไพร ใส่น้ำจิ้มก็ฟินขั้นสุด นอกจากนี้ ยังบริการเสิร์ฟเครื่องดื่ม เบียร์และไวน์ ระหว่างเวลา 17.00 -20.00 น. ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้คุณดื่มด่ำตลอด 2 ชั่วโมงกับเบียร์บุฟเฟ่ต์ 259 บาท (Net) และไวน์บุฟเฟ่ต์ 359 บาท (Net)

ตามมาลิ้มรสอาหารเวียดนามได้ที่ร้านอาหาร Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table ที่ชั้น 1 อาคาร Ramada Plaza Sukumvit 48

เวลาเปิดทำการ 11.00 – 21.00 น.

ดูรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Morning Glory The Vietnamese Chef’s table

สำรองที่นั่งหรือสั่งอาหารกลับบ้านได้ที่ โทร. 098-494-2000

หรือทาง Line Official ID : https://lin.ee/zNkIqOd

หรือ line ID : @morningglorybkk 

IG : morning.glory48

KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682706

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 07:45 น. KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

สัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เป็นอีกครั้งที่โพสต์ทูเดย์ได้ดื่มด่ำกับอรรถรสมื้ออาหารค่ำอันเป็นที่น่าจดจำในแบบฉบับอาหารญี่ปุ่น Kaiseki สมัยใหม่ ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่สุดของการรังสรรค์มื้ออาหารโดยสุดยอดเชฟ เจฟ แรมซีย์ เชฟลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น มากประสบการณ์ที่ได้รับตำแหน่งซูชิมาสเตอร์คนแรกที่เป็นชาวต่างชาติ ผู้คว้ารางวัลการันตีมากมาย จากความคิดสร้างสรรค์ผนวกรวมกับประสบการณ์อันโชกโชน เราจึงได้เห็นการนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่และทันสมัย หากแต่ยังสามารถคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สำหรับเมนูสไตล์ไคเซกิของห้องอาหารคินสุกินี้ เชฟแรมซีย์ กล่าวว่า ไคเซกิ คือต้นตำรับของเมนูอาหารชุด หรือเทสติ้งเมนู ซึ่งห้องอาหารทั่วโลกต่างนำเสนออาหารในรูปแบบนี้ และเขามั่นหมายจะรวมกลยุทธ์ต่างๆ ที่เขาเรียนรู้มารวมไว้ที่ไคเซกิ และเนื่องจากเชฟแรมซีย์และภริยาชาวญี่ปุ่นของเขาอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมนูของคินสุกิจึงเน้นวัตถุดิบที่มาจากแถบนี้โดยเฉพาะ และนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศไทย ปรัชญาของคินสุกิ เป็นที่มาของแนวคิดหลักของห้องอาหาร โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านทางอาหาร

สำหรับ KIN (12 คอร์ส ราคา 4,300++ บาท/ท่าน) เป็นเซ็ตมื้อค่ำชุดใหม่ห้องอาหารคินสุกิ เชฟเจฟ แรมซีย์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก อาหาร วัตถุดิบ และวิธีการปรุงแต่งมาจากทั่วโลก ซึ่งเชฟเจฟได้นำมาประยุกต์และผสมผสานให้เข้ากับวัตถุดิบญี่ปุ่นประจำฤดูกาลได้เป็นอย่างดี

Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko – ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน

เริ่มด้วยด้วย Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน จานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารทางภาคเหนือของประเทศไทย อย่าง “แกงกระด้าง” แกงที่เคี่ยวด้วยขาหมูและใช้เจลาตินจากขาหมูมาทำให้ตัวแกงกลายเป็นวุ้น และทานเย็นๆ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งเชฟได้เปลี่ยนจากขาหมูมาใช้ปลาแซลมอล ซึ่งปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 และคอลลาเจนที่มีประโยชน์อย่างมาก โดยนำกระดูกปลาแซลมอนและท้องปลาแซลมอนมาเคี่ยว 6-7 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ซอสที่เข้มข้น ทานพร้อมตับปลาอังโกะ และเสิร์ฟมาพร้อมกับเชอร์รี่แทสมาเนียจากประเทศนิวซีแลนด์ที่นำมาดองกับน้ำส้มสายชูไวน์แดง หัวไชเท้ารมควันของขึ้นชื่อจากจังหวัดอาคิตะ และเนื้อปลาแซลมอนต้มด้วยซีอิ๊วหวาน

วัตถุดิบหลักของจานนนี้คือ พริกหวานสเปน หรือพริกแพนทอน พริกที่ได้ชื่อมาจากเมืองแพนทอน เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองเกษตรกรรม เมืองเมืองนึงของสเปน โดยปกติแล้วพริกตัวนี้ คนสเปนจะนำไปย่างและราดด้วยน้ำมันมะกอก เชฟเจฟเลยได้แรงบันดาลใจมาเสิร์ฟในรูปแบบสลัดเย็น แบบ ”เซบิเช่” โดยจะนำพริกมาทาด้วยน้ำมันมะกอกและนำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนเกือบสุก และจึงค่อยนำมาดองในน้ำสต๊อกปลาดาชิ ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและสาเกหวาน จากนั้นจะนำคลุกกับน้ำสลัดเปรี้ยว-หวานของญี่ปุ่นแตงกวามะเขือเทศเชอร์รี่หอยเชลล์และปลาหัวหงอกตากแห้ง

Parmesan Cheese and Zuwai Crab Chawanmushi – ไข่ตุ๋นปูหิมะและพาเมซานชีส

มาถึงที่สุดของความละมุนกับไข่ตุ๋นที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมหวานของฝรั่งเศส ซึ่งก็คือขนม “ซูเฟล่” เพียงไม่ได้ผสมแป้งเค้ก ก่อนอื่นจะนำนมไปอุ่นแล้วค่อยนำมาหมักกับพาเมซานชีส หลังจากนั้นค่อยนำมาตีให้เข้ากับไข่ และปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ปูหิมะจากจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นปูที่หาทานได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น และหลังจากนั้นค่อยนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสของไข่ตุ๋นที่แตกต่างจากที่อื่น และพาเมซานชีสลนไฟบนชั้นบนสุด

Ika Somen – ซาซิมิปลาหมึกกล้วยญี่ปุ่น

สำหรับจานนี้เชฟเจฟเลือกใช้ปลาหมึกหอมสด ๆ ทั้งตัวจากจังหวัดชิบะ นำมาล้างทำความสะอาด และนำไปแช่ในน้ำแข็งเพื่อให้เนื้อปลาหมึก มีความกรอบ จากนั้นค่อยนำออกมาแล่ให้เป็นเส้น เสิร์ฟมาพร้อมกับ หน่อขิงอ่อนญี่ปุ่นและใบโอบะซอย หัวไชเท้าขูด และน้ำซอสเม็นซุยุเย็น ๆ สูตรพิเศษ ที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังทานได้เป็นอย่างดี

Japanese Fruit Tomato Burrata Cheese, Kombu and Hojiso – มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้า

มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้าจานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานวัตถุดิบของ 2 ประเทศระหว่าง “อิตาลี กับ  ญี่ปุ่น” โดยจะใช้มะเขือเทศสายพันธุ์โมโมทาโร่ซึ่งมะเขือเทศพันธุ์นี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดีเสิร์ฟมาคู่กับซอสที่นำสตรอเบอร์รี่สดมาผสมกับบูราต้าชีส

Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ
Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ

ตัวแทนของประเทศเกาหลี จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนผสมและรสชาติของเกาหลี โดยการนำปลาซาบะมาหมักกับซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ หลังจากนั้นค่อยนำมาผัดกับซอสที่มีส่วนผสมของมิโซะขาวและซอสโคชูจัง เสิร์ฟมาพร้อมกับโฟมที่ทำมาจากต้นหอมญี่ปุ่นกับน้ำสต๊อกปลาดาชิ

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สเต๊กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจาก “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” โดยมีองค์ประกอบของซอสครีมถั่วฮัมมุสที่มีส่วนผสมของถั่วลูกไก่บดและมิโซะ, ซอสยูซุโยเกิร์ตซาซิกิ, ปลาตาเดียวที่นำมาจี่กับกระทะจนสุก, ผงคุกกี้, แตงกวาดอง, และบีทรูทในน้ำมันมะกอก 

Shirako Mousse, Black Truffle and Crab Ankake – มูสท่อเก็บน้าเลี้ยงปลาค็อด

จากวัตถุดิบหลักตามฤดูกาลของญี่ปุ่นที่หาทานได้เฉพาะฤดูหนาวนี้เท่านั้น ชิราโกะ คือท่อเก็บน้ำอสุจิของปลาค๊อตที่ฮอกไกโด ที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจในการทำมาจากอาหารและวัตถุดิบจากอเมริกาใต้ ซึ่งได้แก่ “ทามาเล่” โดยจะนำชิราโกะมาปรุงให้สุกและนำมาปั่นละให้ละเอียด และนำไปนึ่งจนกลายเป็นมูส เสิร์ฟมาพร้อมกับชิราโกะเทมปุระ หน่อไม้ฝรั่งขาวจากเปรูย่าง ซอสปูอันกะเกะ และเห็ดทรัฟเฟิลสด

Seared Tachiuo, Fresh Grated Wasabi and Moshio – ปลาดาบย่างเกลือ

ปลาดาบเงินจากจังหวัดคะนะงะวะเป็นปลาที่หาทานได้ตามฤดูกาลเท่านั้นซึ่งจะมีไขมันสูงและเนื้อจะมีรสชาติหวานโดยจะนำมาโรยเกลือและย่างบนไฟอ่อนๆ จนสุกและเสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไชเท้าขูดวาซาบิสด

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar – เนื้อวากิวออสเตรเลียย่างบนเตาถ่าน

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar อาหารจานหลักที่ใช้เนื้อออสเตรเลียวากิว ส่วนสันนอก ระดับไขมัน MB9 ที่นำมาย่างเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่แดงที่นำไปนึ่งจนเกือบสุกและพริกชิชิโตะย่างไฟ

Asari Clam Miso Soup, Brown Butter and Sansho Powder – ซุปหอยลายญี่ปุ่น

เมนูซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นที่ผสมมิโซะ 2 ชนิดเข้าด้วยกันเพื่อทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้นโดยใช้เต้าเจี้ยวแดงที่ได้มาจากการหมักถั่วเหลืองกับเกลือและเต้าเจี้ยวขาวที่มีรสชาติหวานตามธรรมชาติเนื่องจากใช้ปริมาณเกลือและระยะเวลาในการหมักที่น้อยกว่าเต้าเจี้ยวแดงเสิร์ฟมาพร้อมกับหอยลายญี่ปุ่นผัดเนย

Melon Sorbet and Riesling Jelly, Yuzu Curd – เมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง

ปิดท้ายด้วยเมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง ขนมหวานที่ใช้ไวน์ขาวรีสลิ่งจากประเทศ “ออสเตรเลีย” มาทำเป็นเจลลี่ เสิร์ฟมาพร้อมกับเมล่อนซอร์เบทโฮมเมดและผลไม้สด

ละเมียดละไมไปกับประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะลักซ์ซูรี คอลเลคชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 3 

เปิดให้บริการทุกวัน  มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 17.30 –  22:00 น.

เมนู อะลาคาร์ท ราคาเริ่มต้นที่ 120 – 840++ บาท

สอบถามโทร. โทร. 02 650 8800

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/

ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682480

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 17:25 น.ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

เช็กอิน Le Paris ชิมครัวซองต์ฝรั่งเศสในไทย ที่สาขาเปิดใหม่ ณ พาร์คเลน เอกมัย ใจกลางเมือง

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์นี้ขอเอาใจเหล่า café hopper ด้วยการพาไปรู้จักกับ Le Paris คาเฟ่บรรยากาศดีที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ในใจกลางมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งกลิ่นอายที่รายล้อมด้วยสไตล์การตกแต่งร้าน และกลิ่นหอมอบอวลของเบเกอรี่ที่ยั่วยวนใจ ตอบโจทย์คนเมืองครบทั้งชิมทั้งชิล ด้วยเมนูอาหารสไตล์ Modern Paris เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ พร้อมมีมุมถ่ายรูปให้เลือกเพียบทั้ง indoor และ outdoor แถมการเดินทางที่ง่ายและแสนสะดวก

สำหรับ Le Paris ที่พาร์คเลน คอมมูนิตี้มอลล์ย่านเอกมัย เป็นสาขาเปิดใหม่ล่าสุดจากที่ใครๆ ต่างรู้จักกันดีกับสาขาก่อนนี้ที่ Gump อารีย์ 4 และใน Central Rama 9 ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ นอกจากจะมาในโทนสีน้ำเงิน-ส้ม ที่ดูสวยสดใสสะดุดตากว่าสาขาอื่นแล้ว ยังเรียกได้ว่า Full Option ขั้นกว่าด้วยตัวเลือกเมนูที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยทั้งมื้อย่อยและมื้อหลัก

ทางด้านซิกเนเจอร์เมนูชูโรงยังคงต้องยกให้เบเกอรี่หลักอันเป็นที่มาของชื่อร้าน Le Paris กับครัวซองต์ฝรั่งเศสที่ใช้สูตรและวัตถุดิบหลักส่งตรงจากปารีส ใช้  AOP Butter ซึ่งเป็นเนยฝรั่งเศสที่ได้เครื่องหมายการันตีคุณภาพว่าผลิตจากแหล่งผลิตเฉพาะ และผลิตด้วยวิธีการเฉพาะของพื้นที่การผลิตที่มีลักษณะพิเศษกว่าที่อื่นจากรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งครัวซองต์ที่ Le Paris มีให้เลือกมากมายหลายประเภท และหลากหลายรสชาติ

Truffle Soup Set (240.-) ซุปทรัฟเฟิลหอมกรุ่นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ได้กลิ่นทรัฟเฟิลเต็มคำ แพร์ริ่งมากับคลาสสิคครัวซองต์ชิ้นโต คู่หูคู่อร่อยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตามด้วย Croffle ลูกผสมระหว่างครัวซองต์สไตล์ฝรั่งเศส และวาฟเฟิล ผิวสัมผัสบางกรอบนอก เนื้อในหอมนุ่มชุ่มเนย AOP แท้ๆ อบสดใหม่จากเตาร้อนๆ ทุกวัน มีทั้งเวอร์ชั่นคาวและหวานให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์กับเรื่องดื่มได้ตามชอบ

Strawberry Tropic Croffle (140 บาท) Croffle แป้งครัวซองต์ส่งตรงจากฝรั่งเศษเนย AOP โรยหน้าด้วย Strawberry บน Fresh Cream สด รสชาตหอม หวานน้อยๆ มัน สดชื่น อร่อยลงตัว
Bacon Cheese Croffle 155 บาท
Cube Macademia (180 บาท) ครัวซองต์ Cube เนย AOP และแป้งส่งตรงจากฝรั่งเศส ราดด้วยคาราเมลซอสฉ่ำๆ ออนท็อปด้วยแมคคาเดเมียเม็ดโต
Craquelin Croissant คาราเมล & ครีมสด ครัวซองต์ (135 บาท) ครัวซองต์เนย AOP เคลือบด้วย Craquelin หน้าแตกสไตล์ฝรั่งเศส ที่เป็นแผ่นเนยกรอบกลิ่นวานิลลา สอดไส้ Caramel & ครีมสดหอมฟุ้ง หวานมันกำลังดี

เครื่องดื่มแนะนำ

Muddy Chocola (120 บาท) เมนูยอดฮิตเอาใจคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ดาร์คช็อกโกแลตสุดเข้ม ผสานกับการเลือกส่วนผสม ที่ให้ความข้น หวาน เติมเต็มรสชาติความอร่อยจาก “กู๊ดวิล” สูตรนมโคแท้ถือว่าเป็นการผสมผสานความอร่อยได้อย่างลงตัวที่สุด
Mocha Noir ความลงตัวของดาร์กโกโก้เข้มข้นราดบนมอคค่า ได้รสชาติเข้มข้นของโกโก้และความหอมมันของนม & กาแฟ ผสมช็อคโกแลต
Yuzu Ikura Honey Jelly (140 บา) ยูสุสปาร์คลิ่งเปรี้ยวซาบซ่า เติมความหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง เเละเม็ดไข่มุกเจลลี่สีทอง เมนูเครื่องดื่มสุดรีเฟรชชิ่ง

แวะมาลิ้มลองความอร่อยจากแดนไกลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ได้ที่ Le Paris สาขาเอกมัย โครงการ Park Lane เอกมัย ซอยสุขุมวิท 63 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00-21:00

สอบถามโทร 061-601-9888

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Page FB : https://www.facebook.com/leparisthailand

IG : https://www.instagram.com/leparis_croissant

Map : https://maps.app.goo.gl/TgdeuTkL2jPKMcW39

Line  : @leparis

Delivery : Lineman, Grab, Robinhood

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682445

วันที่ 07 พ.ค. 2565 เวลา 21:00 น.สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนมักมองหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ หรือร้านอาหารสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ใครแพลนมาเที่ยว “เพชรบุรี” จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยร้านที่บรรยากาศร้านดีต่อใจ เป็นทั้งคาเฟ่ และร้านอาหาร ครบจบในร้านเดียว! จะไปเที่ยวคนเดียวแบบชิคๆ ไปกับแก๊งเพื่อนแบบชิลๆ หรือจะพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนให้แฮปปี้กันทั้งบ้าน ถ้าอยากรู้แล้วตามเราไปดูกันได้เลย!

ร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดีที่ใครได้มาลอง จะต้องติดอกติดใจ มาซ้ำอีกแน่นอน “289restaurant” ถือว่าเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีโอบล้อมไปด้วยภูเขา ใครที่ชื่นชอบร้านที่มีกลิ่นอายของธรรมชาติ มีจุดเช็กอินและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ต้องห้ามพลาดเลยนะขอบอก! 289restaurant เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีบรรยากาศดี สวยทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยทีเดียว และที่สำคัญทางร้านจะมีดนตรีสดด้วยตลอดทั้งคืน! ใครที่เป็นสายนั่งชิลจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

นอกจากบรรยากาศของร้านที่สุดแสนจะดีจนลืมไม่ลงแล้วนั้น ยังมีอาหารหลากหลายอย่างให้เราได้ลิ้มลอง ราคาก็คุ้มค่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนต้องห้ามพลาด! ซึ่งทางร้านจะมีเมนูให้เลือกมากมายและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สลัดอกเป็ดซอสส้ม, 289ไก่สะเต๊ะโรตี, ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ, ไก่คุณปู่ และเครื่องดื่มอีกมากมาย เรียกได้ว่าข้าวมีกาแฟพร้อม! ที่สำคัญพนักงานที่ร้านบริการดีมาก ถ้าใครได้แวะมาที่นี่จะต้องชอบอย่างแน่นอน ที่ร้านเปิดให้บริการความสุขทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น.

Facebook Page : 289 Hill farm&resort

พิกัด : อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

เบอร์โทร : 099- 289-9628

289 grill salmon เสิร์ฟคู่กับซอสพิเศษเฉพาะของทางร้าน รสกลมกล่อม กินกับแซลมอนเข้ากันสุดๆ ไม่เลี่ยนแน่นอน

อเมริกาโน่ต้มยำ 

ขลุ่ยกุ้ง

สตริปลอยน์ (Strip Loin) – เนื้อสันติดมัน ทางร้านใช้เนื้ออาร์เจนติน่า สายพันธุ์แบล็คแองกัส ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ นุ่มลิ้น

’สไปซี่มันกุ้ง’ ซอสเผ็ดร้อน อร่อยทุกตอน กับหลายเมนูที่ Texas Chicken

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682188

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 09:22 น.’สไปซี่มันกุ้ง’ ซอสเผ็ดร้อน อร่อยทุกตอน กับหลายเมนูที่ Texas Chicken

Texas Chicken พรีเซ้นต์ซอสสุดร้อนแรงเพื่อซัมเมอร์นี้ กับ “สไปซี่มันกุ้ง” พร้อมเสิร์ฟหลายเมนูถูกใจสายเผ็ดร้อน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เท็กซัส ชิคเก้น (Texas Chicken)  นำเสนอเมนูสุดร้อนแรงรับซัมเมอร์! ถูกใจสายเผ็ดร้อน เพิ่มความฮอตปรอทแตกแซบซี้ดกันรัว ๆ กับเมนูไก่ทอดเคลือบซอส “สไปซี่มันกุ้ง” จัดจ้านถึงใจเพิ่มความพิเศษด้วยซอสมันกุ้งคลุกเคล้าไก่ทอดร้อนๆเนื้อฉ่ำพร้อมยกทัพมาให้เลือกลิ้มรสความอร่อยกันอย่างหลากหลาย

ทั้งเมนูไก่ทอด แร็พ เบอร์เกอร์ และเมนูข้าวสไปซี่มันกุ้ง เข้มข้นถึงเครื่องลงตัวขนาดนี้ เลือกทานเบา ๆ เป็นเมนูเดี่ยว ในราคาเริ่มต้นเพียง 47 บาทเท่านั้น! หรือจะเลือกอร่อยจัดหนัก อิ่มกว่า คุ้มกว่า ด้วยชุดเซ็ตสไปซี่มันกุ้ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 98 บาท พร้อมเพิ่มเติมเครื่องดื่มรีฟิลดับร้อนได้ในราคาพิเศษเพียงแก้วละ 29 บาทเท่านั้น

มาลิ้มลองความอร่อยสุดฮอตด้วยเมนูใหม่ไม่ซ้ำใครกับ “สไปซี่มันกุ้ง” กันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 29 พฤษภาคม 2565 ที่ร้านเท็กซัส  ชิคเก้น ทุกสาขา หรือสามารถสั่งผ่าน Food Delivery Application ช่องทาง GrabFood, LINE MAN, foodpanda และ Robinhood 

ติดตามความอร่อยและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ 

Line Texas Chicken: https://linktr.ee/TexasChickenTH

Facebook: https://www.facebook.com/TexasChickenThailand/

Twitter: https://twitter.com/TexasThailand

Instagram: https://www.instagram.com/texaschickenthailand/

ค้นหาสาขา คลิก https://bit.ly/3pZ4n1r

จาก ‘ทุเรียน’ ราชาแห่งผลไม้ สู่สุดยอด Pastry ที่รังสรรค์สุดฝีมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682112

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 07:45 น.จาก 'ทุเรียน' ราชาแห่งผลไม้ สู่สุดยอด Pastry ที่รังสรรค์สุดฝีมือ

เชฟธวัชและทีม ร่วมกันเนรมิตเมนูขนมหวานจากทุเรียน “ราชาแห่งผลไม้” ในหลากหลายรูปแบบ Pastry ที่ทุกคนคาดไม่ถึง ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เพิ่มความน่ากินแบบฟินขั้นกว่า กับบรรดาขนมหวานเลิศรสจากทุเรียน “ราชาแห่งผลไม้” ของอร่อยประจำฤดูกาลที่ทุกท่านรอคอย ซึ่งปีนี้หัวหน้าพาสทรี้เชฟธวัช และทีมงานมากประสบการณ์ ประจำห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์ด้วยกลิ่นและรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทุเรียนสายพันธุ์ชะนี และสายพันธุ์หมอนทอง พร้อมเสิร์ฟสารพันเมนูความอร่อยรสชาติหวานมันกำลังดี แถมมีหน้าตาน่ารัก โดยมีให้เลือกสรรความอร่อยถึง 12 อย่าง

สำหรับความพิเศษในครั้งนี้คือ เมนูทุเรียนน้องใหม่ที่คนรักทุเรียนต้องลอง อย่าง

มาการองข้าวเหนียวทุเรียน
โรลทุเรียนมันม่วง
ทุเรียนป๊อป
ชิฟฟ่อนมะพร้าวไส้ทุเรียน
ชอร์ตเค้กทุเรียนกับใบเตย

เมนูข้าวเหนียวทุเรียนที่คนไทยคุ้นเคยในการนำเสนอที่แปลกใหม่ในรูปแบบของมาการอง ที่ยังคงให้รสชาติความเป็นข้าวเหนียวทุเรียนเต็มร้อย โรลทุเรียนมันม่วง ผสานความอร่อยของเนื้อทุเรียนกับเนื้อมันม่วง ที่พ่วงท้ายด้วยความว้าวเพียงได้ชิมคำแรก ทุเรียนป๊อป เมนูที่น่ารักเกินต้าน ด้านในรสอร่อย นุ่ม ละมุน ชิฟฟ่อนมะพร้าวไส้ทุเรียน สองขั้วความลงตัวของมะพร้าวและทุเรียนที่ไม่เลี่ยนอย่างที่คิด และ ชอร์ตเค้กทุเรียนกับใบเตย เมนูที่ชูกลิ่นหอมของสองวัตถุดิบได้อย่างดี ทั้งยังเข้ากัน หอม หวาน มัน กำลังดี

ทุเรียนช็อกโกแลตโอเปร่า
ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก
ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก

ทางด้านเมนูขายดียกให้ ทุเรียนช็อกโกแลตโอเปร่า ความลงตังของรสช็อกโกแลตเข้มข้นกันราชาแห่งผลไม้ ไอเท็มขายดีที่ลูกค้าชาวต่างชาติชื่นชอบมาก ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก (180 บาท++ ต่อชิ้น สามารถสั่งจองลองหน้าสำหรับไซส์ 1 ปอนด์ หรือขนาดอื่น) ดับเบิ้ลความหอมอร่อยทั้งทุเรียนและชีสเค้ก

มูสทุเรียนมะพร้าว
ทุเรียนทีรามิสุ
ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง
ทุเรียนเคลือบช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่
ทุเรียนก้านยาวไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล

ต่อด้วย มูสทุเรียนมะพร้าว น้องทุเรียนหน้าตาหน้ารักที่ซ่อนมูสสุดอร่อยไว้ข้างใน ตามด้วย ทุเรียนทีรามิสุ ความหวานที่ผสมผสานกับความหอมละมุน ในเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ท็อปหน้าด้วยเนื้อทุเรียนสุกกำลังดี ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง ไอศกรีมรสกลมกล่อมที่ไม่หวานเกินไปกินแล้วไม่รู้สึกผิด และอัพเลเวลความเข้มข้นของทุเรียนขึ้นด้วย ทุเรียนเคลือบช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่  ทุเรียนก้านยาวไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล 

Durian Afternoon Tea

นอกจากนั้น ยังมี Durian Afternoon Tea ที่มีเมนูทุเรียนในแบบสโคน พร้อมแยมทุเรียน และเครื่องดื่มร้อนบริการที่ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ ในราคาเพียง 888 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

แวะมาเช็กอินกินขนมอร่อยๆ แบบนี้ได้ที่ห้องอาหารเวนตีซี และ ซิงก์เบเกอรี่ ในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565 เท่านั้น

ติดตามข่าวสารโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant

เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งออเดอร์ที่ 02-100-6255 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ยก 3 ร้านดัง Street food เสิร์ฟถึงบ้าน อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682021

วันที่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 09:55 น.ยก 3 ร้านดัง Street food เสิร์ฟถึงบ้าน อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ

CRG รวมร้านเด็ดเสิร์ฟเมนู Street food อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้าน

เดี๋ยวร้อนเด๋วฝนจนคนไม่อยากแพลนออกนอกบ้านแบบนี้ ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ (CRG) ขอส่งเมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อยที่จัดเสิร์ฟให้คุณถึงบ้าน อร่อยได้ทุกมื้อ ไม่มีซ้ำกับ 3 ร้านดัง เริ่มไปกับ

อร่อยดี

“อร่อยดี” เสิร์ฟเมนูสุดฟิน กินกี่ทีก็ไม่มีเบื่อกับ “เมนูข้าวไข่ขยี้” เมนูคุ้นเคย หอมมัน นวลละมุนลิ้น ปรุงรสเข้มข้น เครื่องแน่น สารพัดหน้า เนื้อไข่แน่นเต็มจาน รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ราดพริกน้ำปลามะนาวรสเด็ด อร่อยจัดเต็มกับเมนูจานด่วนที่จะมาจับคู่ความอร่อยแบบจุก ๆ กับ 5 เมนูเด็ดในราคาเบาๆเริ่มต้นเพียง 49 บาทเท่านั้น

ได้แก่ ข้าวไข่ขยี้พริกน้ำปลามะนาว, ข้าวไข่ขยี้กุนเชียง, ข้าวไข่ขยี้กะเพราหมูสับ, ข้าวไข่ขยี้หมูกรอบคั่วพริกเกลือ และข้าวไข่ขยี้กุ้งโคตรมันกุ้ง หรือจะฟินเพิ่มอีกกับยำกุนเชียง ในราคา 89 บาทและเฉาก๊วยนมสดให้ได้สดชื่น ราคาเพียง 59 บาท หรือจะอร่อยเป็นเซตก็คุ้มค่า อิ่มครบจบทั้งคาวหวานได้ในราคาสุดคุ้ม กับ

· ไข่ขยี้ชุด 1 : ข้าวไข่ขยี้กุนเชียง + เฉาก๊วยนมสด + ชามะนาวเย็น ราคา 109 บาท (ปกติ 177 บาท)

· ไข่ขยี้ชุด 2 : ข้าวไข่ขยี้กะเพราหมูสับ + เฉาก๊วยนมสด + ชามะนาวเย็น ราคา 135 บาท (ปกติ 197 บาท)

· ไข่ขยี้ชุด 3 : ข้าวไข่ขยี้กุ้งโคตรมันกุ้ง + ยำกุนเชียง + ชามะนาวเย็น ราคา 179 บาท (ปกติ 267 บาท)

อร่อยได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2565 ที่อร่อยดีทุกสาขา หรือจะกดสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอพชั้นนำได้เลย จะกินที่ไหน กินเวลาไหน ก็อร่อยได้แบบไม่มีเบื่อแน่นอน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: Aroi Dee Restaurant

· Line: @aroideerestaurant

· CRG Call Center โทร. 1312

โจว ข้าวต้มแห้ง 

ต่อด้วย “โจว ข้าวต้มแห้ง” ข้าวต้มแห้งแบบใหม่เอาใจคนเมือง เปิดขายในยุค New Normal แต่รสชาติและความอร่อย No Normal ซึ่งจุดเด่นคือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวโบราณของทางร้านที่มีรสชาติจัดจ้าน อร่อยแบบไม่ต้องปรุง พร้อมด้วยน้ำซุปต้มยำรสเด็ดที่รับรองจี๊ดถึงใจ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือเครื่องหลักที่หลากหลายให้เลือกสั่ง หนึ่งในเมนูแนะนำได้แก่ ข้าวต้มแห้งหมูรวมพิเศษ, ข้าวต้มแห้งหมูบะเต็ง, ข้าวต้มแห้งปลากระพง และข้าวต้มแห้งหมูรวมเครื่องใน

ปัจจุบันมีจำหน่ายใน Grab Kitchen ราคาเริ่มต้นเพียง 75 บาทเท่านั้น อยากกินเวลาไหนก็เลือกเมนูโดนใจ แล้วกดสั่งเดลิเวอรี่ใน Grab Kitchen Every Foood ได้เลยที่ https://bit.ly/3N7dvuC

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: https://web.facebook.com/zhouricebowl

· CRG Call Center โทร. 1312

คลั่งกะเพรา 

ใครสายกะเพราเผ็ดร้อน มาทางนี้ เรามาปิดท้ายกันด้วยร้าน “คลั่งกะเพรา” แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไม่นานมานี้ ด้วยจุดเด่นคือรสชาติกะเพราที่เข้มข้น เผ็ด ร้อนแรง ด้วยการผัดโดยใช้พริก 4 ชนิดเป็นสูตรลับเฉพาะ พร้อมเติมความเผ็ดร้อนให้ขึ้นไปอีกด้วยการใส่เม็ดพริกไทยดำในทุกเมนู กินแล้วแทบคลั่ง สมกับชื่อแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งที่หลากหลายโดดเด่นกว่าร้านกะเพราอื่นๆ

อาทิ สเต็กเนื้อออสเตรเลีย, สะโพกไก่ทอด, หมูกรอบ Plant Based เมนูแนะนำได้แก่ ข้าวคลั่งกะเพราหมูสับ , ข้าวคลั่งกะเพราทะเล, ข้าวคลั่งกะเพราคลุก, ไก่กรอบและข้าวคลั่งกะเพราคลุก + สเต็กเนื้อออส เป็นต้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาทเท่านั้น

ใครอยากลองคลั่งกะเพรา ตามไปสั่งได้ใน Grab ที่ https://bit.ly/37cAYtH

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: https://web.facebook.com/klangkaprao

· CRG Call Center โทร. 1312

อย่าปล่อยให้อากาศร้อนจนมาอยากออกไปไหนมาทำให้ท้องคุณหิว อยากกินเมนูไหน กดสั่งได้เลย แค่นี้ก็อิ่มอร่อยเหมือนไปนั่งกินสตรีทฟู้ดถึงที่แล้ว

“เทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุง” ยกขบวนของดีผลไม้พรีเมียมจากจันทบุรีให้คนกรุงฯ ได้ลิ้มลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682005

วันที่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 09:43 น.“เทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุง” ยกขบวนของดีผลไม้พรีเมียมจากจันทบุรีให้คนกรุงฯ ได้ลิ้มลอง

“เซ็นทรัลพัฒนา” กระตุ้นเศรษฐกิจเปิดเมืองจันท์ จัดโรดโชว์ “เทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุง” ยกขบวนของดีผลไม้พรีเมียมจากจันทบุรีให้คนกรุงฯ ได้ลิ้มลอง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 5 สาขา เริ่ม 5 – 11 พ.ค. 65 นี้

กินเที่ยวในกรุงกับโร้ดโชว์โปรโมทของดีเมืองจันทบุรีครั้งนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขาทั่วประเทศ จัดงาน “เทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุง” ยกขบวนผลไม้สดเกรดพรีเมียมส่งตรงจากสวน และสินค้าแปรรูปจากผู้ประกอบการท้องถิ่น นำร่องโปรโมทจังหวัด ส่งเสริมของดีท้องถิ่น กระจายรายได้สู่เกษตรกรและ SMEs เมืองจันท์ก่อนเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี ในวันที่ 26 พ.ค. 65 นี้ โดยงาน “เทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุง” จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพระราม2, เซ็นทรัล บางนา และเซ็นทรัล เวสต์เกต เริ่มวันที่ 5 – 11 พ.ค. 65

“เซ็นทรัลพัฒนาดำเนินธุรกิจในฐานะ ‘Place Maker’ นักพัฒนาพื้นที่ ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาความเจริญ สร้าง ‘Center of Life’ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนเท่านั้น แต่เรายังมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในทุกชุมชนที่โครงการเราไปตั้งอยู่ รวมไปถึงการสร้าง Local Wealth กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยการจัดงานครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแคมเปญนำร่องก่อนการเปิดให้บริการเซ็นทรัล จันทบุรี ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ที่มีเป้าหมายช่วยเติมเต็มและยกระดับจังหวัดสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ พร้อมชูจุดเด่นของจังหวัดในทุกด้าน อาทิ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ด้าน art & culture ศูนย์กลางตลาดอัญมณี และศูนย์กลางผลไม้ระดับพรีเมียมของประเทศ ซึ่งเทศกาลผลไม้เมืองจันท์สู่เมืองกรุงนี้ จะช่วยสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นของจังหวัด และเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรและ SMEs ที่กำลังประสบปัญหาผลไม้ล้นตลาดจากสถานการณ์โควิด19 จนไม่สามารถส่งออกผลผลิตได้นั้น ได้มีช่องทางระบายสินค้า สร้างรายได้ และยังเป็นการโปรโมทของดีจังหวัดแบบ cross-regional ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 5 สาขาที่เป็น Prime location มียอดทราฟฟิกสูง และมีกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัล บางนา และเซ็นทรัล เวสต์เกต นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้อผลไม้สดอร่อย เกรดพรีเมียมส่งตรงจากสวนในราคาย่อมเยาโดยไม่ต้องผ่านคนกลางอีกด้วย” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

ภายในงานเตรียมพบกับของดีขึ้นชื่อของเมืองจันท์ ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ มังคุดเกรดพรีเมี่ยม สละ เงาะ ทุเรียนสดหลากสายพันธุ์ และผลไม้แปรรูป อาทิ ทุเรียนอบกรอบ ขนุนอบกรอบ กระท้อนลอยแก้ว สละลอยแก้ว สละกวน มังคุดกวน แครเกอร์ทุเรียน แครเกอร์มังคุด ชีสมังคุด คุ๊กกี้มังคุด น้ำมังคุด น้ำสำรอง น้ำมะปี๊ด เป็นต้น ร่วมช้อปผลไม้พรีเมียม สด อร่อย ส่งตรงจากสวน และสินค้าแปรรูปคุณภาพในราคาย่อมเยา พร้อมได้ช่วยเหลือเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยจากจังหวัดจันทบุรี ได้ที่

ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณโซน Hug Thai ชั้น 1

เซ็นทรัล ลาดพร้าว บริเวณทางขึ้น BCC Hall ชั้น 4

เซ็นทรัลพระราม2 บริเวณชั้น G

เซ็นทรัล บางนา บริเวณหน้าจอ LED ชั้น 1

เซ็นทรัล เวสต์เกต บริเวณ Zone i ชั้น 1

ตั้งแต่วันที่ 5 – 11 พ.ค. 65

ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ “เซ็นทรัล จันทบุรี” ได้ทาง Facebook: www.facebook.com/CentralChanthaburi