Vesper Cocktail Bar ขวัญใจคนกรุง คว้า Asia’s 50 Best Bars 2022 ครองรางวัล 7 ปีซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681849

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 09:09 น.Vesper Cocktail Bar ขวัญใจคนกรุง คว้า Asia’s 50 Best Bars 2022 ครองรางวัล 7 ปีซ้อน

Vesper Cocktail Bar ตัวแทนค็อกเทลบาร์ในกรุงเทพฯ ที่คว้าบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย Asia’s 50 Best Bars 2022

เรียกได้ว่าเป็นค็อกเทลบาร์แถวหน้าของไทยที่สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับเอเชียและระดับโลกเลยทีเดียว สำหรับ Vesper (เวสเปอร์) ค็อกเทลบาร์ สีลม ร้านที่เป็นขวัญใจชาวกรุงเทพมหานครมานานกว่า 8 ปีเต็มนับตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ บริหารโดย โชติพงษ์-เด็บบี้ ลีนุตพงษ์ ซึ่งมี Federico Balzarini (เฟรดเดอริโก้ บัลซาลินี่) เป็นผู้จัดการ Bar Manager, Vesper

โดยล่าสุด Vesper คว้ารางวัลบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย Asia’s 50 Best Bars 2022 และนับเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน จากกาศประกาศผลไปเมื่อวันที่ 28 เมษายน ณ ศาลาริมน้ำ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ปีนี้อันดับ 1 ได้แก่ ร้าน COA จากฮ่องกง

สำหรับประเทศไทยมีร้านที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เพียง 5 ร้านเท่านั้น ประกอบด้วย

อันดับ 10 BKK Social Club

อันดับ 17 Tropic City

อันดับ 19 Vesper

อันดับ 43 Asia Today

อันดับ 46 The Bamboo Bar at Mandarin Oriental, Bangkok

การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นปีที่พิเศษสำหรับกรุงเทพมหานคร เพราะงานได้จัดขึ้นที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ โดยมีบาร์เทนเดอร์จากทั่วเอเชียบินตรงมาร่วมงาน พร้อมมีการถ่ายทอดสดใน 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย อันเป็นการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของประเทศไทยที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกได้อย่างดี

ติดตามเรื่องราวของ Vesper (เวสเปอร์) ค็อกเทลบาร์ สีลม ได้ที่เว็บไซต์ https://www.vesperbar.co/

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/vesperbkk/

และอินสตราแกรม https://www.instagram.com/vesperbkk/

สำเริงอารมณ์บนดาดฟ้ายามราตรี ที่ ‘The Press Sky Bar’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681601

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 11:55 น.สำเริงอารมณ์บนดาดฟ้ายามราตรี ที่ 'The Press Sky Bar'

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชี้เป้ารูฟท็อปบาร์วิวหลักล้าน ชวนเสพสุขทุกมิติที่ The Press Sky Bar บนดาดฟ้าของ The Printing House Poshtel กินดื่มสุดชิลพร้อมชมวิวรอบเกาะรัตนโกสินทร์แบบ 360 องศา

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เย็นย่ำค่ำนี่ เราพามาเช็กอินที่ “The Press Sky Bar” บนชั้น 5 และชั้น 6 ของ “The Printing House Poshtel” Luxury Hostel สไตล์ Industrail Loft ใจกลางพระนคร ย่านถนนดินสอ ใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดดาดฟ้าเป็น Open bar ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่นี่นอกจากการได้มาอิ่มเอมกับรสชาติของอาหารเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มฟังเสียงดนตรีที่ขับกล่อมแล้วยังได้ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์อันน่าอภิรมย์ของเกาะรัตนโกสินทร์ที่คงหาดูชมได้ไม่บ่อยนัก

และแน่นอนนอนว่าหาคุณเป็นนักท่องราตรีตัวยงคงไม่อยากพลาดกับการมาเสพสุขในบรรยากาศส่วนตัว ที่เหมาะมากกับการนัดปาร์ตี้เบาๆ แฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน หรือเปลี่ยนบรรยากาศมาทานมื้อค่ำ ดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบ เก็บภาพ Sunset ทอดสายตามองเสาชิงช้า หรือบรรดาวัดวาอารามเก่าแก่ อาทิ วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) ที่ตั้งตระหง่านเคียงข้างกับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) ที่ส่องแสงเรืองรองน่าพิสมัย

สำเริงอารมณ์กันพอสมควร ก็ได้เวลาหาของอร่อยเป็นมื้อค่ำ ที่ The Press Sky Bar ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม มากมาย เริ่มด้วย Four Cheese pizza half Pepperoni pizza price (380 บาท) พิซซ่าของคนรักชีส ประกอบด้วยมอสซาเรลล่าชีส พาเมซานชีส บลูชีส และเชดด้าชีส มอบรสพิเศษที่มีความละมุนได้รสสัมผัสที่ลงตัวซึ่งเกิดจากการผสมผสานของชีสทั้งสี่ชนิด

Beef Burger ความโดดเด่นอยู่ที่การคัดสรรเนื้อสันนอกซึ่งเป็นเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย ได้ความนุ่มของเนื้อเกรดพรีเมี่ยมผ่านกรรมวิธีการหมักและอบอย่างพอดี ทานตอนเสิร์ฟมาร้อนๆ ยกให้เป็นที่สุดของค่ำคืนนี้

ข้าวเหนียวไก่ย่างโรงพิมพ์กับน้ำจิ้มแจ่ว เมนูซิกเนอเจอร์ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่เนื้อไก่หมักเครื่องเทศย่างจนเหลืองหอม เสริมความอร่อยด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสจี๊ดจ๊าด ทานคู่กับข้าวเหนียวมูล หอมกลิ่นกะทิ รสชาติแปลกใหม่ที่ทำหลายคนติดใจจนวางช้อนไม่ลง ต่อที่เมนูข้าวผัดปลาร้าทรงเครื่อง จุดเด่นของจานนี้อยู่ที่ปลาร้าที่ทอดจนกรอบ ก่อนนำมาผัดจนหอม เรียกว่าได้กลิ่นหอมของปลาร้าและรสชาตินัวๆ ทานคู่กับผักสด เมนูซี่โครงหมูบาร์บีคิวซอส เนื้อซี่โครงหมูอบจนนุ่มและล่อนออกจากกระดูกแบบละลายในปาก พร้อมน้ำซอสราดข้นๆ เต็มคำ สเต๊กแซลมอน ปลาแซลมอนนอร์เวย์สดย่างราดซอส ทานกับผักนานาชนิดย่างพอหอม 

ส่วนคนรักเส้นต้องสั่ง สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ เส้นพาสต้าฉ่ำน้ำซอสมะเขือเทศ ต่อที่ สปาเก็ตตี้ปลาร้าทรงเครื่อง เส้นสปาเก็ตตี้ที่คลุกเคล้าปลาร้าหั่นเต๋าผสมกับแซลมอนทอดกรอบปรุงครบรส ตามสูตรเฉพาะของ The Press Sky Bar

ปิดท้ายกันด้วยของหวาน อย่าง แพนเค้ก เนื้อแป้งนุ่มสอดไส้กล้วยหอมราดคาราเมลไซรัป และเครื่องดื่มสีสันสวยงามที่มีทั้งค็อกเทล ม็อกเทล และอื่นๆ

ตามมาสุขสมอารมณ์หมายกันได้ที่ The Press Sky Bar รูฟท็อฟของ The Printing House Poshtel ใกล้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  เปิดบริการทุกวันพฤหัส – อาทิตย์ เวลา 17.30 – 23.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Press Sky Bar / The Letter Press Cafe & Restaurant หรือสอบถามที่โทร. 02-226-2003-6 หรือ 094-934-4848

บ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681602

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 15:01 น.บ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่

ปักหมุดจุดหรอย ที่ร้านอาหาร “บ้านนริศ” ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ ข้าวแกงรสมือใต้ที่แตกไลน์มาจากความสำเร็จของ “กลับนครฯ”

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวเปิดวาร์ปร้านอาหารแบรนด์น้องใหม่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น รายล้อมด้วยบรรยากาศแบบละมุน ทว่า Contrast ด้วยรสอาหารที่จัดเสิร์ฟแบบจัดจ้านสไตล์อาหารใต้ พื้นถิ่นดินแดนแห่งเครื่องเทศและสมุนไพรเมืองร้อน ร้านข้าวแกงสมัยใหม่ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน “นครศรีธรรมราช”

เรากำลังพูดถึง “บ้านนริศ” ร้านอาหารทานง่ายที่กินได้ทุกวัน ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกน “ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่” การันตีดีกรีความอร่อยร้อนแรงด้วยแม่ครัวที่มีความชำนาญด้านการปรุงอาหาร ผ่านการลิ้มรสของคนย่านร่มเกล้า-ลาดกระบัง มาเกือบทศวรรษ ภายใตแบรนด์ “กลับนครฯ” สุดยอดอาหารปักษ์ใต้ที่มีกว่า 10 สาขาในปัจจุบัน

คุณนริศรา พุทธสุภะ เจ้าของร้าน เผยว่า “ร้านบ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ มาจากการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์กลับนครฯ สุดยอดอาหารปักษ์ใต้ ที่เปิดมานานเกือบ 10 ปี โดยตั้งใจให้เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศน่านั่ง ดูอบอุ่น เลือกใช้สีขาวและงานไม้มาช่วยปรับ Mood ให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งทานอาหารในบ้าน ได้อารมณ์กึ่งคาเฟ่ที่เชื้อเชิญลูกค้าให้มาสัมผัสกับอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน และแน่นอนว่าบ้านนริศ ยังคงนำเสนออาหารใต้ในรสชาติดั้งเดิม พร้อมเสิร์ฟอาหารทานง่ายที่คนกรุงคุ้นเคย เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า และเป็นหนึ่งในตัวเลือกร้านอาหารที่คนย่านลาดกระบังและใกล้เคียงจะนึกถึง”

ด้านเมนูอาหารทางร้านจะปรับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน โดยมีให้เลือกอร่อยตามใจกว่า 40 อย่าง เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ เมนูแกงไตปลา ที่ใช้พริกแกงใต้รสเด็ดกับปลาโอ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยฟักทอง ถั่วฝักยาว และขาดไม่ได้คือหน่อไม้หั่นเต๋าชิ้นพอดีคำ 

ถัดมาเป็น คั่วกลิ้ง ทั้งคั่วกลิ้หมูสับ คั่วกลิ้งหมูชิ้น คั่วกลิ้งกระดูกหมู เมนูที่ผัดมาแห้งๆ แบบออริจินอล ตามด้วย แกงพริกซี่โครงหมู ซี่โครงหมูในน้ำพริกแกงเข้มข้น เคี่ยวนานกว่า 2-3 ชั่วโมงจนรสชาติแทรกซึมเข้าเนื้อใน

มาร้านอาหารใต้ถ้าไม่ลอง แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่ใช้เครื่องแกงส้มใต้ เผ็ด หอม เครื่องแน่น สีเหลืองสวย แกงกับปลากะพงสดใหม่ ชิ้นใหญ่ เนื้อหวาน ไร้กลิ่นคาว ตามด้วยดมนูขนมจีนน้ำยาปู น้ำยาปลาทู น้ำยากะทิ เข้มข้นรสจัดจ้าน และบางวันจะมีเมนู ผัดหมี่กะทิ ของดีสูตรอร่อยที่มีเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราช เลือกใช้ เส้นเล็กผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริก เติมกะทิเพื่อความกลมกล่อม 

สำหรับคนไม่กินเผ็ด แนะนำ หมูผัดเคย หรือหมูผัดกะปิ ใช้กะปิอย่างดีที่ส่งตรงจากนครฯ เอกลักษณ์คือความหอม รสชาติกลมกล่อม ไม่เหม็น ไม่เค็ม ผัดกับหมูเนื้อแดงส่วนสะโพก เครื่องแกง และสะตอ ใบเหลียงผัดไข่ หมูหวาน ไข่พะโล้ แซลมอนกระเทียมพริกไทย

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอร่อยให้เลือกอีกเพียบ อาทิ แกงเนื้อมะเขือพวง แกงพริกไก่ใบยี่หร่า พะแนง ปลาช่อนทะเลผัดพริกไทดำ ผัดปลาจาระเม็ดสามรส ผัดขิง ผัดหอยลาย ปลาทูต้มเค็ม ต้มจืด ผัดผัก ห่อหมก ปลาทอดขมิ้น ปลาทูทอด ไข่ดาวเค็มไชยา ไข่ต้ม หมูยอ ส่วนข้าวมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ กินกับผักแกล้มสดๆ ที่มีบริการฟรีคู่กับน้ำพริกกะปิ ทั้งยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และผักนานาชนิด

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มหวานเย็นชื่นใจ อย่างชาเย็น โอเลี้ยง เก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำส้ม น้ำลูกสำรอง น้ำสมุนไพร และของหวาน อาทิ ลูกตาลนมสด พุดดิ้งมะพร้าว สละลอยแก้ว

ร้านบ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ เปิดบริการอาหารเช้า และอาหารกลางวัน แบบปรุงสุกใหม่ๆ ในราคาเข้าถึงได้ เมนูราดข้าว 1 อย่าง 55 บาท สั่งเป็นกับข้าวเริ่มต้นที่ 65 บาท เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.30-16.00 น. มีจัดส่งผ่านแอปเดลิเวอรี่ ไลน์แมน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก บ้านนริศ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 065 101 1455

Eat Out กับแมริออท บอนวอย จัดโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอด 2 เดือน จากโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681637

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 14:40 น.Eat Out กับแมริออท บอนวอย จัดโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอด 2 เดือน จากโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ฉลองความหรรษาในการรับประทานอาหารกับเทศกาลอาหารทั่วไทย โดยแมริออท บอนวอย ตลอด 2 เดือน กับ “Eat Out กับแมริออท บอนวอย” เสนอโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอดเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

เตรียมพบกับความพิเศษที่จะมาเติมความสุขครั้งใหญ่ เมื่อ แมริออท บอนวอย ฉลองความสุขที่เหนือกาลเวลาของการมีเพื่อนดีๆ และอาหารที่ยอดเยี่ยมในประเทศไทยตลอดเดือนพฤษภาคม และมิถุนายนนี้ ด้วยการเปิดตัวโปรแกรม “Eat Out กับแมริออท บอนวอย” (Eat Out with Marriott Bonvoy) เทศกาลอาหารที่จัดขึ้นทั่วประเทศ

โดยมอบสิทธิพิเศษมากมาย เป็นส่วนลดการรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย ณ โรงแรมและรีสอร์ทเกือบ 40 แห่งทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2565 ความหรรษาของการรับประทานอาหารตลอด 2 เดือนนี้ ร้านอาหารในโรงแรมของแมริออทจะนำเสนออาหารที่ดีที่สุดให้ผู้รับประทานอาหารสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น 3 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลาย ในราคาเพียง 950 บาท

ระดับที่ 2 ราคา 1,150 บาท และระดับที่ 3 ราคา 1,450 บาท คิดเป็นส่วนลดพิเศษถึง 20 – 50% โดยโปรโมชั่นนี้ยังสามารถใช้ได้กับอีเวนต์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่น่าทึ่งอีกมากมาย รวมถึงอาหารจานอร่อยจากโรงแรมและบาร์ที่เข้าร่วมรายการ

ตัวอย่างเช่น เกาะสมุย โปรโมชั่นระดับที่ 1 มีบริการที่ห้องอาหารริมหาด “ล่องทะเล” ที่ เชอราตัน สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา นำเสนออาหารไทยปักษ์ใต้แบบเซตเมนูสำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 950 บาท คิดเป็นการลดราคา 25% จากราคาปกติ หรือที่ห้องอาหาร Favola ที่ เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ นำเสนอเซตเมนูอาหารอิตาเลียนสำหรับครอบครัว มีทั้งสลัด แอนติพาสตี พาสต้า พิซซ่า และของหวานสำหรับโปรโมชั่นระดับที่ 1 ในราคาเพียง 950 บาทต่อเซ็ต

สำหรับตัวเลือกอื่นๆ โปรโมชั่นระดับที่ 2 เช่นที่ คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท พัทยาเหนือ ที่เปิดตัวใหม่ แขกจะได้อร่อยไปกับซี่โครงหมูย่างอันเป็นเมนูซิกเนเจอร์ ที่ Cafe22 ในราคาสุดเย้ายวนใจที่ 1,150 บาท และที่ เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ซึ่งพิซซ่าแท้สไตล์อิตาเลียน Stella di Terra ของห้องอาหาร The Pizzeria มีบริการในราคา 1,150 บาท

ขณะเดียวกันในกรุงเทพฯ คนรักอาหารจีน สามารถมุ่งไปยังห้องอาหาร Fei Ya ที่โรงแรมเรอเนซองส์ แบงค็อก ราชประสงค์ ซึ่งเป็ดปักกิ่ง อบไม้ลิ้นจี่อันเลื่องชื่อ มีบริการในโปรโมชั่นระดับที่ 3 ราคา 1,450 บาท เช่นเดียวกับเซตเมนูอาหารอิตาเลียนที่ Giorgio ของ รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ซึ่งมีอาหารจุใจ 3 คอร์ส รวมไวน์ 1 ขวด และชาหรือกาแฟ สำหรับ 2 คน

นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีโรงแรมและรีสอร์ทอีกมากมายทั่วประเทศไทยที่จะนำข้อเสนอสุดพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ด้วยทางเลือกมากมายในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้อยู่ในประเทศ การรับประทานอาหารนอกบ้านาจะไม่มีครั้งไหนที่คุ้มค่ากว่านี้อีกแล้ว

โปรแกรม Eat Out กับแมริออท บอนวอย ให้บริการเฉพาะสมาชิกของแมริออท บอนวอย หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก ฟรี! สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรม Eat Out with Marriott Bonvoy และการจองมื้ออาหารของคุณในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชมที่ http://restaurants.marriottbonvoy.com/th

ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681450

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:10 น.ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

3 ทริปเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีป! เนสเพรสโซ เปิดโลกวัฒนธรรมไปกับกาแฟ World Explorations ใหม่ ส่งตรงรสชาติสุดลงตัวสำหรับคอเอสเพรสโซ

เคยสงสัยไหมว่า … ทำไมชาวปารีสถึงชอบนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่?

… คนบราซิลดื่มกาแฟกันทั้งวันจริงไหม?

… แล้วชาวตุรกีมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จริงหรือเปล่า?

มาร่วมท่องวัฒนธรรมหาคำตอบไปกับกาแฟเนสเพรสโซ ในกลุ่ม World Explorations ใหม่ที่เหมาะกับการดื่มกาแฟแบบเอสเพรสโซตั้งแต่วันนี้! 

Paris

เริ่มต้นขอพาคอกาแฟทัวร์ดินแดนยุโรปบุกปารีส กับ World Explorations Paris Espresso หากพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟฉบับ ปารีเซียง คงต้องย้อนกลับไปสู่ช่วง ปี ค.ศ. 1644 ที่เป็นครั้งแรกที่ชาวปารีสได้เริ่มดื่มด่ำกาแฟ เมื่อกาแฟเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้คาเฟ่เริ่มผุดขึ้นมากมาย จนเกิดเป็นสภากาแฟ โดยร้านกาแฟได้กลายมาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆ และความคิด รวมถึงเป็นสถานที่พบปะสำคัญแม้ในยามสงคราม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ที่หลบภัยของคนเกียจคร้านและที่พักพิงของคนยากจน”

จากประวัติศาสตร์ต่างๆ นานา ทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองสุดชิคที่มีวัฒนธรรมกาแฟเป็นเอกลักษณ์ หันไปทางไหนก็เจอคาเฟ่ให้นั่งจิบกาแฟคลายเครียดได้ทุกหัวมุมถนน หากใครกำลังเศร้าๆ เหงาๆ แต่ยังไม่มีแพลนไปไหน ขอแนะนำให้หยิบโต๊ะและเก้าอี้ออกไปนั่งในสวน มองดูเหล่านกชมไม้เที่ยวปารีสทิพย์แบบห่างไกลโควิด ด้วยการจิบกาแฟ World Explorations Paris Espresso จากเนสเพรสโซ ผสานวัฒนธรรมกาแฟแท้ๆจากปารีส มอบรสชาติความเข้มระดับ 6 พร้อมกลิ่นความหอมของธัญพืชและฟรุตตี้ ให้อารมณ์เหมือนจิบกาแฟอยู่ที่ เทอเรซ คาเฟ่ในกรุงปารีส สามารถดื่มด่ำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวปารีเซียงได้เป็นอย่างดี

Rio de Janeiro

หลังจากตะลอนทัวร์ยุโรปเรียบร้อยแล้ว ขอพาคนรักกาแฟเปลี่ยนบรรยากาศมาที่อเมริกาใต้ ณ ดินแดนแห่งสีสัน รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) สวมบทเป็นชาวบราซิล ต้อนรับแขกทุกคนด้วย Cafézinho หรือกาแฟถ้วยเล็ก โดยบราซิลขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า “ทุกเวลาคือเวลาของการดื่มกาแฟ” โดยในอดีต เนื่องจากราคากาแฟค่อนข้างสูง จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการแบ่งชนชั้น โดยบราซิลนั้นจะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า Cafézinho เป็นการเสิร์ฟกาแฟถ้วยเล็กเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ เป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับอันอบอุ่นและความใส่ใจ

โดยเนสเพรสโซได้หยิบยกวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสุดเก๋มาบรรจบกับรสชาติคั่วเข้มของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าของบราซิล ที่มีกลิ่นอายความหอมจากไม้จันทร์และสมุนไพร พร้อมแต่งแต้มจิตวิญญาณเมืองแห่งเทศกาลที่จะทำให้คุณท่องไปใน Rio de Janeiro นครแห่งสีสันกับ World Explorations Rio de Janeiro Espresso โดยหากคอกาแฟท่านใดอยากลองดื่มกาแฟตามแบบฉบับของชาวบราซิลอย่างแท้จริง เราแนะนำให้ใส่แคปซูลเพิ่มเป็น 2 ช็อต เพื่อลิ้มรสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนของกาแฟเอสเพรสโซอย่างที่ผู้คนในเมือง Rio de Janeiro เรียกกันว่า “Carioca”

Istanbul

มาแลนด์ดิ้งปิดท้ายทริปกันที่ดินแดนแห่งสองทวีปอย่างประเทศตุรกี ที่เชื่อว่า “กาแฟคือหน้าต่างของหัวใจ” เพราะชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟสามารถบอกหรือทำนายสิ่งต่างๆได้ไม่แพ้แววตา! กาแฟได้ถูกจารึกไว้ในวัฒนธรรมตุรกีมาอย่างยาวนานและถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟหนึ่งแก้ว จะถูกจดจำด้วยมิตรภาพนานนับ 40 ปี โดยกาแฟถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความจริงใจ หากมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมบ้าน ชาวตุรกีก็มักจะเสิร์ฟกาแฟตุรกีดั้งเดิมพร้อมน้ำเปล่าเพื่อแสดงถึงความยินดีและการต้อนรับอันอบอุ่น ในทางกลับกัน การรับแก้วกาแฟมาดื่มยังถือเป็นการให้เกียรติเจ้าบ้านอีกด้วย หรือแม้แต่การทำพิธีการสู่ขอของบ่าวสาวตุรกี กาแฟก็ยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อย เจ้าสาวจะต้องแสดงฝีมือการชงกาแฟให้แก่ครอบครัวเจ้าบ่าว เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นแม่ศรีเรือนของเธอและความจริงใจที่มีต่อเจ้าบ่าวอีกด้วย

หากอยากลองสัมผัสรสชาติกาแฟแห่งวัฒนธรรมของสองทวีป เนสเพรสโซขอมอบรสชาติความเข้มระดับ 8 จาก World Explorations Istanbul Espresso ให้เนื้อกาแฟที่หนาและนุ่มนวล เจือความฟรุตตี้ของผลไม้ป่าที่สุกแล้ว พร้อมกลิ่นหอมของอัลมอนด์พาให้ย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศของเส้นทางการค้าโบราณของเมืองตุรกีที่มีรากฐานวัฒนธรรมของการดื่มกาแฟที่เก่าแก่

Le Du X World Explorations

และความพิเศษในครั้งนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทย ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษให้กับเหล่าคอกาแฟ ผ่านการจับมือกับฤดู (Le Du) ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 4 จากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด รังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟ World Explorations ทั้ง 3 รสชาติใหม่ โดยเชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เปิดประสบการณ์อาหารที่ผสมผสานด้วยกาแฟ ทำให้คุณลืมการดื่มกาแฟแบบเดิมๆ โดยเหล่าคอกาแฟ

สามารถร่วมลุ้นรางวัลรับประทานคอร์สสุดพิเศษที่ร้านฤดู (Le Du) แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ง่ายๆ เพียงซื้อแคปซูลกาแฟในกลุ่ม World Explorations แพ็ค 10 และเล่นเกมตอบคำถาม เพื่อลุ้นเป็นผู้โชคดี 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/Nespresso.Thailand

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวทิพย์ผ่านวัฒนธรรมกาแฟสามเมืองได้ง่ายๆ กับแคปซูล World Explorations 3 รสชาติใหม่ ในราคาแคปซูลละ 24 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM

Eatery by COSI Rock Garden อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ในบรรยากาศสุดชิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681410

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 14:57 น.Eatery by COSI Rock Garden อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ในบรรยากาศสุดชิล

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เปิดตัว “Eatery by COSI Rock Garden” อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ ในบรรยากาศสุดชิล

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เปิดตัว “Eatery by COSI Rock Garden” ร้านอาหารนั่งชิลแบบเอาท์ดอร์ นำเสนออาหารทะเลสดใหม่ ผสานความอร่อยแบบจัดจ้านสไตล์ใต้ ท่ามกลางเสียงเพลงและสายลมในบรรยากาศแฮงค์เอาท์แบบสบายๆ มาพร้อมเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้อย่าง ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ, ปลาทับทิมลุยสวน, ทะเลถัง และเมนูซิกเนเจอร์ ยำ Eatery โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16:00 – 23:00 น.

ร้านอาหาร “Eatery by COSI Rock Garden” ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ (ถัดจากโรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช) เปิดให้บริการทุกวัน พร้อมดนตรีสด

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง ได้ที่ https://www.facebook.com/cosikrabi Line: @cosikrabi หรือ โทร 075-819-999

เติมความสดใสให้ยามบ่ายด้วยสีสันของชุด Afternoon Tea ที่ทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681350

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 12:30 น.เติมความสดใสให้ยามบ่ายด้วยสีสันของชุด Afternoon Tea ที่ทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

พบกับชุด Afternoon Tea ที่พร้อมทำให้ทุกคนสดชื่น ต้อนรับซัมเมอร์ ณ ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขหลังมื้อเที่ยง ด้วยสีสันและความอร่อยที่ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท  เตรียมไว้ต้อนรับช่วงซัมเมอร์นี้ ด้วยชุดน้ำชาชามบ่ายสีสันสดใส ที่หยิบยกเอาผลไม้หน้าร้อนมาทำเป็นเมนูความหวานได้อย่างตื่นตาตื่นใจ หากพูดถึงช่วงหน้าร้อน ผลไม้ที่ชวนทำให้นึกถึงต้องมี มะพร้าว มะม่วง กล้วย สับปะรด เสาวรส และ ฝรั่ง ยังไม่เพียงเท่านั้น ลิ้นจี่ และลำไย ผลไม้ขึ้นชื่อก็ถูกนำมารังสรรค์ให้เป็นเมนูคาวหวาน ในชุดน้ำชาน้ำยามบ่ายครั้งนี้อีกด้วย

เมนูหลักที่ถือว่าเป็นเมนูไฮไลท์ของเซ็ตนี้ ต้องยกให้ Coconut Cake เชฟเด่นได้สร้างสรรค์เมนูนี้ให้คล้างคลึงกับลูกมะพร้าวให้ได้มากที่สุด เมื่อได้ตักขึ้นมาชิมจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม เบา ของมูสมะพร้าว และได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกะทิสด อีกทั้งยังมีเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ถูกสอดไส้ไว้ด้านในและมะพร้าวกะทิชิ้นใหญ่ที่ตกแต่งไว้ด้านบน ที่จะทำให้คุณได้ลองลิ้มทั้งรสสัมผัสและเนื้อสัมผัสของมูสมะพร้าว กับเนื้อมะพร้าวสดอย่างลงตัว

หากแต่ว่าไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียวที่จะทำให้คุณประทับใจจนต้องร้องว้าว ยังมีอีกหลากหลายเมนูที่จะทำให้คุณประทับใจ อาทิ สโคนกล้วยตาก กลิ่นหอมหวลจากกล้วย รสชาติหวานจากน้ำผึ้ง มีความหนุบหนับชวนเคี้ยวเพลิน Exotic Pineapple รสชาติละมุนละไมของไวท์ ช็อคโกแลตมูส ทานคู่กับสับปะรดภูเก็ตและมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นเต๋า นำไปเคี่ยวกับน้ำเสาวรสจนได้ที่ นำมาสอดเป็นไส้ในของขนม รสหวานตัดเปรี้ยวกลมกล่อมเป็นอย่างมาก อีกทั้ง Lychee Roselle และ Orange Mandarin ก็เป็นเมนูที่โดดเด่นและน่ารับประทานไม่แพ้กัน

ในส่วนของอาหารคาวเชฟยังคงหยิบผลไม้หน้าร้อนมารังสรรค์เป็นเมนูสำหรับช่วงซัมเมอร์ อาทิ แซนด์วิชครีมชีสที่ผสมกับเนื้อมะละกอตากแห้ง ตกแต่งด้วยพาร์ม่าแฮมและมะละกอสุก และอีกหนึ่งเมนูที่ควรลิ้มลอง นั่นก็คือ Guava Tarte มัสคาโปรชีส ฝรั่งชมพู ดอกกะหล่ำ ผสมให้เข้ากันเพิ่มความกรุบกรอบด้วยเมล็ดทานตะวัน เมนูแปลกใหม่แต่อร่อยจนลืมไม่ลง

ชุดน้ำชายามบ่าย สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ ราคา 1,380 บาท++

ชุดน้ำชายามบ่าย สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ และ สปาร์คกลิ้งไวน์ 2 แก้ว ราคา 1,680 บาท++

นอกจากจะให้บริการเป็นชุดน้ำชายามบ่ายแล้ว ยังมีให้บริการเป็นชิ้นสำหรับซื้อกลับบ้านไปทาน หรือนำไปเป็นของฝากได้อีกด้วยนี้ สามารถเลือกได้ตามเมนูดังนี้

·      Coconut Cake ราคา 250 บาท++

·      Lychee Roselle ราคา 220 บาท++

·      Orange Mandarin ราคา 210 บาท++

·      Exotic Pineapple ราคา 200 บาท++

ชุดน้ำชายามบ่าย เปิดให้บริการทุกวัน ที่ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

ระยะเวลาให้บริการ: 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2565

เวลา: 12:00 น. – 16:30 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.carltonhotel.co.th

เคล็ดลับความสำเร็จของ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านในตำนานย่านประชาชื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681333

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 13:11 น.เคล็ดลับความสำเร็จของ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านในตำนานย่านประชาชื่น

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” กับคุณภาพที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ชวนล้วงลึกความสำเร็จ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านอาหารซีฟู้ดโดดเด่นริมคลองประปา จากร้านในตำนานย่านประชาชื่น สู่สุดยอดร้านเดลิเวอรีแห่งปี

หากใครที่มีโอกาสผ่านไปย่านประชาชื่น คงจะคุ้นเคยกับร้านอาหารซีฟู้ดที่ตั้งโดดเด่นริมคลองประปาอย่างร้าน “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ซึ่งถือเป็นร้านอาหารทะเลเจ้าแรกบนถนนเส้นนี้ ด้วยชื่อเสียงด้านความอร่อยที่ลือเลื่องมานานกว่า 30 ปีทำให้มีลูกค้าแน่นร้านเกือบตลอดเวลาในทุกวัน  หลายคนที่เคยแวะเวียนไปลิ้มลองรสชาติอาหารที่ถือเป็นตำนานต่างก็ติดใจจนเกิดการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่อะไรคือปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ร้านนี้เติบโตและขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถครองใจลูกค้าในทุกยุคทุกสมัย จนกลายเป็นสุดยอดร้านเดลิเวอรีอันดับหนึ่งที่การันตีโดยรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2022 อย่างในปัจจุบัน วันนี้เราจะชวนมาฟังเคล็ดลับในแบบฉบับ “เจ๊ไข่” สาวแกร่งร่างเล็กที่หยุดพักจากงานครัวชั่วคราวมาถ่ายทอดประสบการณ์การทำร้านอาหารให้คนกินติดใจมายาวนานกว่าสามทศวรรษ

เริ่มต้นธุรกิจด้วย “ความซื่อสัตย์และความจริงใจ”

นิภาพร ซื่อสัตย์ คือชื่อและนามสกุลจริงของ “เจ๊ไข่” สาวแกร่งวัย 57 ปี ที่ก่อตั้งธุรกิจร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและสามี หากจะบอกว่าเธอคือคนที่ซื่อสัตย์กับใจตัวเองและลูกค้าก็คงไม่ผิดนัก เพราะถึงแม้จะเป็นคนกุมบังเหียนการบริหารร้าน แต่เจ๊ไข่ก็ยังคงทำหน้าที่ลงไปตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบถึงแหล่งด้วยตัวเองอยู่เสมอ ด้วยความตั้งใจที่ต้องการรักษามาตรฐานของร้านเอาไว้

“เจ๊ไข่เรียนจบแค่ ป.7 ก็เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำเป็นลูกมือคอยช่วยหั่น ช่วยสับอาหารอยู่ในครัว เพราะเรารู้ตัวว่าชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 17 เจ๊เลยตัดสินใจชวนแฟนมาทำรถเข็นขายอาหาร ซึ่งช่วงนั้นลูกค้าก็เริ่มติดใจในรสมือ จนเป็นแรงผลักดันให้อยากมีร้านขายอาหารที่เป็นหลักแหล่ง บวกกับสมัยนั้นที่ถนนเส้นประชาชื่นไม่มีร้านขายอาหารซีฟู้ดเลย เรามองเห็นโอกาสตรงนี้เลยตัดสินใจกู้เงินมาลงทุน คว้าโอกาสไว้และเริ่มเปิดเป็นร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดอย่างทุกวันนี้ เจ๊มองว่าสิ่งที่ทำให้คนติดใจและกลับมากินอาหารที่ร้านเราซ้ำบ่อยๆ คือมาตรฐานของรสชาติและการบริการ วัตถุดิบที่เจ๊เลือกมาทำอาหารต้องมีคุณภาพเหมือนที่เราทำให้คนในครอบครัวเรากิน สิ่งนี้คือความซื่อสัตย์และจริงใจที่เรามอบให้ลูกค้ามาตลอด”

“พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” เปลี่ยนร้านเก่า…สู่ร้านเก๋าในยุคดิจิทัล

เจ๊ไข่ซีฟู้ดเปิดมาแล้วว่า 40 ปี แน่นอนว่าย่อมเจอกับวิกฤติมากมาย รวมถึงการที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่สาวแกร่งคนนี้ก็นำพาอาณาจักรร้านอาหารของเธอฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นจนก้าวเข้ามาเป็นร้านในดวงใจของใครหลายคน และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ๊ไข่ซีฟู้ดยังคงยืนหนึ่งในด้านอาหารทะเลมาจนถึงทุกวันนี้ คือการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคอยเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ จากลูกๆ อย่าง คุณบ๊วย-พนารัตน์ เอี่ยมผ่องใส ที่ได้เข้ามาช่วยบริหารร้านและออกไอเดียปรับเปลี่ยนระบบภายในให้ทันสมัย

“วิกฤติหรือปัญหาเศรษฐกิจที่เคยเจอมาเทียบไม่ได้เลยกับช่วงโควิด เพราะเราไม่สามารถขายหน้าร้านได้เลย แต่ก่อนหน้านั้นเรามีทำระบบฟู้ดเดลิเวอรีของเราเองอยู่แล้ว คือมีมอเตอร์ไซต์อยู่ 3 คันสำหรับใช้ส่งออเดอร์ที่สั่งตรงกับร้าน แต่ด้วยจำนวนรถแค่นี้ทำให้ช่วงโควิดระบาดหนักๆ เราก็ไม่สามารถส่งอาหารได้ทันกับความต้องการของลูกค้า บางครั้งลูกๆ เองก็ยังต้องช่วยกันขับรถออกไปส่งอาหารด้วยตัวเอง ตอนนั้นเจ๊ก็เริ่มมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเราแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งแกร็บก็เป็นตัวเลือกแรกที่เจ๊สนใจ เพราะมีไรเดอร์เยอะ ลูกค้าที่มาทานหน้าร้านก็มีถามถึงบ่อยๆ ว่าส่งผ่านแกร็บหรือเปล่า พอตัดสินใจเข้าร่วมกับแกร็บ เจ๊ก็ไม่ผิดหวังนะ เพราะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงอาหารของร้านเราได้เยอะขึ้น แถมได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ที่อยู่นอกโซนประชาชื่นอีกด้วย กลายเป็นว่ายอดสั่งอาหารผ่านแกร็บในช่วงนั้นนับเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของร้านก็ว่าได้” 

“บ๊วยมองว่าเราเป็นลูกที่โชคดีที่คุณแม่เป็นคนเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนระบบการบริหารร้านให้ดีขึ้น ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมีผลเยอะมากต่อการบริหารร้านให้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะเทรนด์ร้านอาหารในยุคคุณแม่คือการเน้นขายตัวตนของผู้ก่อตั้ง แต่เมื่อเราต้องมารับช่วงดูแลกิจการต่อ จะทำอย่างไรให้ร้านเติบโตต่อไปได้และที่สำคัญคือลูกค้าก็ยังคงต้องเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของร้านเราไม่ต่างจากรุ่นบุกเบิก ซึ่งคุณแม่เองก็เห็นตรงกันกับลูกๆ ในเรื่องนี้ จึงได้พยายามปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ลูกๆ เองก็นำวิธีการทำงานของคุณแม่มาต่อยอดและผสมผสานกับแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ จนกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เราดึงดูดได้ทั้งลูกค้าเดิมที่มาทานตั้งแต่รุ่นคุณแม่ และลูกค้าใหม่ที่เป็นวัยรุ่นซึ่งรู้จักร้านของเราผ่านโซเชียลมีเดียและการทำการตลาดออนไลน์”

เสียงสะท้อนความสำเร็จผ่านรางวัลการันตี “ความอร่อยยกนิ้ว” 

คุณนิภาพร ซื่อสัตย์

ด้วยความจริงใจและใส่ใจในคุณภาพอาหารที่สั่งสมมาอย่างยาวนานทำให้ร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดได้รับรางวัลการันตีมากมายจากหลายสถาบัน และล่าสุดกับ “รางวัลสุดยอดร้านเดลิเวอรีแห่งปี ประเภทอาหารไทย” จากงานประกาศรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2022 ที่กลายเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันความนิยมของร้านผ่านการขายบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอย่าง GrabFood

“แม้ว่าเราจะเริ่มทำตลาดผ่านช่องทางฟู้ดเดลิเวอรีได้เพียง 2 ปีกว่า แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดหวัง เพราะตอนนี้ยอดขายหลักเกือบ 50% ก็มาจากช่องทางนี้ แถมยังทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น  สำหรับรางวัล #GrabThumbsUp ที่เราเพิ่งได้รับนี้ เจ๊และลูกๆ รู้สึกภูมิใจมาก เพราะเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่เราได้รับจากลูกค้า และเป็นกำลังใจให้กับความทุ่มเทในการรักษามาตรฐานมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน รางวัลนี้ก็ถือเป็นแรงผลักดันให้เราต้องรักษาคุณภาพและพัฒนาบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้สามารถครองใจลูกค้าได้ในทุกเจเนอเรชัน 

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” กับคุณภาพที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” คือสโลแกนที่เจ๊ไข่ตั้งขึ้นมาเพื่อการันตีคุณภาพและรสชาติของอาหารที่เสิร์ฟให้กับลูกค้าตลอด 30 กว่าปี แต่สโลแกนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการบริหารร้านที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างรุ่นแม่สู่รุ่นลูกอีกด้วย

“คำว่า สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ เป็นประโยคที่ฟังแล้วติดหู ลูกค้ามาทานอาหารร้านเราก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับบ้านไป เพราะวัตถุดิบของร้านมีความสดและไซส์ใหญ่คุ้มราคา ส่วนในแง่ของการดูแลร้านเจ๊มองว่าเราต้องมีไอเดียสดใหม่อยู่เสมอ อย่างเช่นการที่น้องบ๊วยเปิดคาเฟ่ HATCH  by J’Khai ที่กำลังจะรีแบรนด์เป็น Hatchery ก็เป็นอีกหนึ่งความสดใหม่ที่เราใส่เข้ามา ใครจะไปคิดว่าร้านอาหารทะเลและคาเฟ่จะอยู่ด้วยกันได้ ซึ่งร้านนี้เราก็ทำการตลาดออนไลน์เหมือนกัน สิ่งนี้ถือเป็นจุดขายที่เจ๊ใช้ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้เปิดใจเข้ามาทานอาหารร้านเรา เมื่อลูกค้าเห็นว่าร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดมีการปรับตัวอยู่เสมอ ไม่ล้าสมัย ลูกค้าก็จะไม่เบื่อที่จะกลับมา เจ๊มองว่านี่เป็นกำไรของเรานะ มองว่าเป็นความแซ่บที่เราได้รับตอบแทนจากการที่เราทุ่มเทความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าทำงานตรงนี้มาโดยตลอดก็ได้นะ” เจ๊ไข่พูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681292

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

ห้างเซ็นทรัล ชวนเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์

กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดฮิตในช่วงหน้าร้อนนี้ เมื่อห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญสาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” ในคอนเซ็ปต์สุดครีเอท “ความสนุกบนเส้นทางแห่งสีสันที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ด้วยสินค้าแฟชั่นเทรนด์ใหม่ล่าสุด พร้อมเนรมิตไฮไลต์สุดปังของปี กับการตกแต่งห้างด้วยสีสันตามวัน “7 สาขา 7 สีสัน” ที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, พระราม 2, ชิดลม, เวสต์เกต, ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อให้ได้ไปเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง พร้อมระดมทัพเสิร์ฟสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ที่ห้างเซ็นทรัล ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด

Red Sunday ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มต้นความสนุกแรกกับจุดเช็กอินไฮไลต์สุดปัง วันอาทิตย์ “สีแดง” แลนด์มาร์กแห่งสีสันใจกลางกรุงเทพฯ ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สะดุดทุกคู่สายตาด้วยด้วยสติ๊กเกอร์บอมม์สีแดงสุดชิคติดอยู่ทั่วทั้งหน้าห้างให้ได้แวะไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าไปในห้าง ก็ยังเต็มไปด้วยสีแดงแรงฤทธิ์ของโครงเสาสีแดง และพรมเรียกว่าเป็น ออลล์เรดดิสเพลย์ (All red display) จนต้องแวะโพสต์ถ่ายรูปลงโซเชียลอวดสีสันรับหน้าร้อน

Yellow Monday ห้างเซ็นทรัล บางนา

สดใสซาบซ่ากันต่อกับวันจันทร์ “สีเหลือง” ที่ห้างเซ็นทรัล บางนา กับการตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เพิ่มความว้าวด้วยการตกแต่งบริเวณทางเดินยาวกลางห้างชั้น 1 ด้วย “Endless Long Dinner / Long Table” โต๊ะอาหารสุดเก๋ ชวนให้เพื่อนฝูงมาร่วมสังสรรค์ในวันพิเศษ และช้อปปิ้งไม่มีวันหยุด ด้วยสีเหลืองที่สื่อถึงแสงแดดสดใสในช่วงฤดูร้อน รอให้ทุกคนมาเช็คอิน

Pink Tuesday ห้างเซ็นทรัล พระราม 2

สายหวานห้ามพลาดกับ วันอังคาร “สีชมพู” ต้องมาเช็คอินที่ ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ที่มาในโทนสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง! ทั่วห้าง ติดตลกหักมุมไม่ให้เลี่ยนด้วยของตกแต่งที่ไม่เข้ากับความหวานแหวว แต่เป็นเอกลักษณ์ของถนนพระรามสอง ที่การจราจรแน่นขนัด แต่ซัมเมอร์นี้ห้างเซ็นทรัลจะขอเปลี่ยนบรรยากาศรถติด ให้กลายเป็นความสนุก ด้วยการยกสัญลักษณ์และสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น ป้ายจราจร รถบรรทุก แบริเออร์ กรวยยาง และสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น จับมาย้อมเป็นสีชมพู

Green Wednesday ห้างเซ็นทรัล ชิดลม

เข้าสู่กลางสัปดาห์กับ วันพุธ “สีเขียว” ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งต้นไม้นานาพันธุ์ ที่จะมอบความสดชื่นช่วงซัมเมอร์ กับการยกต้นไม้จริงมาประดับภายในห้างเซ็นทรัล ชิดลม ผสมเข้ากับงานหวาย งานไม้ ให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย พร้อมดื่มด่ำกับไฮไลต์บริเวณโถงกลางห้าง ที่ตกแต่งเต็มพื้นที่ไปด้วยไม้ใบและไม้ประดับ เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางห้างเขียวกลางใจเมือง ให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งอย่างอารมณ์ดี นอกจากนี้ บริเวณหน้าห้างกลางสี่แยกชิดลม ยังโดดเด่นมีเอกลักษณ์กับไลต์บ็อกซ์ภาพถ่ายคุณผู้หญิง

เปรี้ยวจี๊ดจัดจ้าน ที่ใครเห็นเป็นต้องยกมือถือเก็บภาพเก๋ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นสีเขียว (Green Looks) อีกหนึ่งสีที่ฮอตที่สุดของซัมเมอร์นี้!

Orange Thursday ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต

แซ่บกันต่อที่ ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต กับ วันพฤหัสบดี “สีส้ม” สีแห่งความสนุกและการผจญภัย รวมถึงยังเป็นชื่อของผลไม้ “ส้ม” เพียงหนึ่งเดียวของสีในสัปดาห์ ต่อยอดกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์แสนเก๋ พร้อมขบวนพาเหรด “Orange Fruit Salad” ที่จับผลไม้นานาชนิดย้อมสีส้มสดใส ตกแต่งทั่วห้าง รวมทั้งยังมีเสาผลไม้สีส้ม เสมือนตัวแทนของซัมเมอร์และความสดใส

Blue Friday ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

สบายตาไปกับ วันศุกร์ “สีฟ้า” ฟิน..ไปกับบรรยากาศท้องฟ้าและท้องทะเล ที่ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยไฮไลต์เด็ด กับการยกเรือจำลอง อันเป็นซิกเนเจอร์ของ จ.สงขลา มาตั้งไว้ที่กลางโถงของห้างให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายแห่งเมืองใต้ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษรับลมร้อน ด้วยการให้ทุกคนได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือชิคๆ เสมือนล่องทริปบนท้องทะเลใต้แบบทิพย์!

Purple Saturday ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์

ปิดท้ายกันที่ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ กับคอนเซ็ปต์ วันเสาร์ “สีม่วง” พบกับความโรแมนติกน่าค้นหาที่มาพร้อมลวดลายเรขาคณิตสุดโมเดิร์น โดยเนรมิต ให้กลายเป็นคาเฟ่แสนน่ารักรับช่วงซัมเมอร์ ที่บอกเลยว่าถูกใจคนรักสัตว์ เพราะสาขานี้ทุกท่านสามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นกันแบบชิลล์ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบร้านกาแฟที่นั่งสบายๆ หยุดยาวนี้มาเที่ยวพร้อมเช็คอินเก๋ๆ

ปักหมุดเช็คอินถ่ายรูป 7 สาขา 7 สีสันกันไปแล้ว ห้ามพลาด! มาช้อปปิ้งแบบคัลเลอร์ฟูลเพิ่มความสนุกให้กับซัมเมอร์นี้กันต่อกับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย พร้อมชวนมาลิ้มลองเมนูอร่อยๆคลายร้อนที่ LOFTER (ลอฟท์เตอร์) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม สุดยอดแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี ทั่วไทย ที่ถูกปากฟู้ดเลิฟเวอร์กว่า 30 ร้าน ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการกินอาหารผ่านโซนต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ Local Legend ไปจนถึงอาหารจานเดียว ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารทอด ของว่าง ของหวานท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย และพิเศษสุดกับ “Yummy Summer” เสิร์ฟดีลรับซัมเมอร์กับเมนูของหวานคลายร้อนกว่า 20 เมนู ที่นำผลไม้ยอดฮิตหน้าร้อนอย่างมะยงชิด, มะม่วง และแตงโม มาครีเอทเป็นเมนูสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงทรีโอ้, มะยงชิดม้าฮ่อ, มะยงชิดมิลค์เชค, มะยงชิด – ยูซุ ซอร์เบท, กินรีซอร์เบท, ไอศกรีมกะทิอกร่องทวาย ที่รอให้คุณได้มาลิ้มลอง พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว เพียงรับประทานอาหารครบ 200 บาท รับ 1 แสตมป์ และสะสมแสตมป์ตามที่กำหนดเพื่อแลกของพรีเมี่ยมสุดแสนน่ารัก (จำนวนจำกัด) พร้อมกิจกรรมสุดปังถ่ายรูปฟรี ที่ Photo Booth เพียงลูกค้ารับประทานอาหารครบ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 65 – 30 เม.ย. 65 ที่ LOFTER ชั้น 7 เซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2793 7070 หรือ LINE: @happylofter

ไปช้อปมันส์ เช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูล พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์ กับ “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ตั้งแต่วันนี้ – 28 เม.ย. 65 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Call & Shop Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือที่ Facebook Fanpage หลักของห้างเซ็นทรัล ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681168

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:40 น.ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

เซ็นทรัล ชลบุรี ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก ในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” เริ่ม 29 เม.ย. – 5 พ.ค.นี้

กินเที่ยวช้อปงานเดียวได้ครบ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา จัดงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” โปรโมทของดีประจำจังหวัด นำเสนอเสน่ห์แห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตผลทางการเกษตร สินค้าแปรรูป สินค้าหัตถกรรมของดีของจังหวัด พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัด มาดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินสะพัด กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สะท้อนบทบาทการเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร Imagining better futures for all

เตรียมอิ่มอร่อยกับของดีของเด็ด และของใช้ต่างๆที่ขึ้นชื่อมากมายของจังหวัดชลบุรีที่รวมมาไว้ในที่เดียว ภายในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” ละลานตากับบูธจำหน่ายสินค้าและอาหารเลิศรสกว่า 30 บูธ อาทิ ร้านเกี๊ยวบางทราย อร่อยเน้นเต็มคำกับเกี๊ยวทรงเครื่อง ต้นตำรับบางทรายเจ้าแรกของจังหวัด, ร้านแกละไอศครีม เจ้าดังเมืองชล ไอศครีมรวมมิตรกะทิสดขึ้นชื่อ อัดแน่นด้วยลอดช่องตัวโต ขนุนเนื้อแน่น ในเนื้อไอศครีม หอมหวานอร่อย, ขนมกุยช่ายเจ๊ผ่อง (เกาะขนุน) ของดีเมืองชล แป้งบาง ไส้แน่น น้ำจิ้มรสเด็ด, ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่นสุดฟิน จากร้านเชฟ เอริน, เต้าหู้ฟูกับข้าวแช่ จากร้าน Down to The Earth

ต่อด้วยช้อปสินค้าของดีเมืองชลบุรี อาทิ จักสานชุมชนหลากหลายสไตล์จากพนัสนิคม และแฟชั่นฮิตช่วงซัมเมอร์อย่างสินค้าผ้ามัดย้อม จากร้านครามฮัก เป็นต้น เพลิดเพลินกับการตกแต่งงานอย่างสวยงามสไตล์ตุรกี สีสันสดใสเพิ่มอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2565 ลานกิจกรรม ชั้น 1 (ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ) และกิจกรรมสุดพิเศษ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 ร่วม Workshop เมนูเค้กข้าวหลาม กับเชฟบีม ภวินวัชร์ จาก Top Chef Thailand เจ้าชายขนมหวานคนแรกของประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำคุมเข้มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยของทุกคนตลอดงาน

อัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ที่เรานำมามอบให้คนชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ที่ Facebook: Central Chonburi