Mahindra Comviva เปิดตัว IRIS แพลตฟอร์มสร้างรายได้สำหรับ CSP

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวเดลี–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– IRIS มอบรูปแบบการคิดค่าบริการที่ราบรื่นไม่สะดุดสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ใช้บริการ

Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เปิดตัว IRIS ส่วนเสริมใหม่ล่าสุดของชุดซอฟต์แวร์ Revenue Plus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสร้างรายได้สำหรับเหล่าผู้ให้บริการสื่อสาร (CSP) แพลตฟอร์ม ‘Incremental Revenues through Incremental Sales’ (IRIS) รวมเอาขั้นตอนการคิดค่าบริการของทางฝั่งผู้ค้าปลีกและผู้ใช้บริการเข้าเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการนำเสนอประสบการณ์การคิดค่าบริการที่ราบรื่น สอดคล้องและพร้อมเพรียงกันสำหรับทั้งสองฝ่าย ผู้ใช้บริการจะถูกจัดกลุ่มออกเป็นประเภทต่างๆ และจะได้รับบริการผ่านการโต้ตอบสื่อสารที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มมากที่สุด โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างคุณค่าของบริการที่ตนนำเสนอได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มรายได้จากผู้ใช้บริการ IRIS ช่วยให้การให้บริการแก่ลูกค้าและผู้ค้าปลีกแต่ละรายมีความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน และมอบการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามระดับการอัปเกรดที่หลากหลาย

 Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

Mahindra Comviva Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127)

IRIS เป็นโซลูชันการบริหารจัดการช่องทางที่ครบวงจรและเป็นอัตโนมัติ ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชันต่างๆ เช่น การสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ค้าปลีก การช่วยเหลือตัวเองของผู้ค้าปลีก และการช่วยเหลือตัวเองของช่องทาง IRIS เพิ่มแรงจูงใจให้กับผู้ค้าปลีกด้วยการปรับมูลค่าของผลตอบแทนแต่ละรายการตามมูลค่าหรือความพยายามของการอัปเกรดที่มาจากลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ IRIS ยังช่วยให้ลูกค้าที่ใช้บริการค้นพบบริการผ่านทางฟีเจอร์ช่วยเหลือตัวเองของลูกค้า ขณะที่ฟีเจอร์ช่วยเหลือตัวเองของช่องทางก็เป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ IRIS ที่ช่วยให้บริษัทโทรคมนาคมสามารถกระจายการขายที่เกี่ยวข้องในแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับทีมขายภาคสนาม การได้รับข้อมูลในแบบเรียลไทม์ที่ร้านค้าปลีกและในภาคสนามช่วยให้เกิดแรงกระตุ้นที่จำเป็นต่อการเร่งผลิตภาพและการวางแผนดำเนินงาน

Mr. Amit Sanyal, Assistant VP & Head, Consumer Value Solutions Business, Mahindra Comviva กล่าวในการประกาศเปิดตัว IRIS ว่า “บ่อยครั้งที่ความพยายามของผู้ให้บริการสื่อสารในการเร่ง ROI เพิ่่มรายได้และเพิ่มกำไร มักจะหยุดชะงักจากแนวทางการดำเนินงานที่ขาดความกระตือรือร้นของผู้ค้าปลีกที่เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง ร้านค้าปลีกถือเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงเมื่อพูดถึงจุดขาย และในโอกาสนี้เอง ร้านค้าปลีกสามารถขายพ่วงหรือขายเป็นชุด ช่วยให้ลูกค้าค้นพบบริการแบบยกชุด หรือส่งเสริมแบรนด์ของผู้ให้บริการสื่อสารมากกว่าของคู่แข่ง การสร้างแรงจูงใจให้กับร้านค้าปลีกจึงเป็นเรื่องที่ผู้ให้บริการสื่อสารต้องทำเพื่อให้ร้านค้าปลีกทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์”

ผู้ให้บริการสื่อสารทั่วโลกต่างแสดงความสนใจในโซลูชัน IRIS ของเรา เนื่องจาก IRIS ช่วยให้พวกเขาสามารถรวมการคิดค่าบริการจากฝั่งผู้ใช้บริการและร้านค้าปลีกเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังสร้างรายได้เพิ่ม ส่งผลให้ลูกค้าและคู่ค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น” Amit กล่าวเสริม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดซอฟต์แวร์ Revenue Plus สามารถดูได้ที่:

http://www.mahindracomviva.com/products/customer-value-management/revenue-plus.htm

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท สามารถดูได้ที่:

http://www.mahindracomviva.com/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Sundeep Mehta
Global Manager – PR
pr@mahindracomviva.com

แหล่งข่าว: Mahindra Comviva

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม เปิดตัว “Dubai Wholesale City” ศูนย์กลางธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของยูเออี และผู้ครองนครดูไบ ให้คำมั่นว่ายูเออีกำลังมุ่งสู่ความเจริญก้าวหน้าด้วยแผนการเชิงกลยุทธ์ อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับเศรษฐกิจของประเทศและลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันลง ท่านเน้นย้ำว่ายูเออีมีวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเอื้อต่อการสร้างสรรค์ภาคส่วนเศรษฐกิจใหม่ๆซึ่งสนับสนุนการเติบโตของประเทศ พร้อมกับขยายขอบเขตของภาคส่วนดั้งเดิมต่างๆเพื่อให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล

 Dubai Wholesale City / Sheikh Mohammed Bin Rashid Al Maktoum Launches AED30 Billion 'Dubai Wholesale City' - Largest Wholesale Hub Worldwide (PRNewsFoto/Dubai Wholesale City)

Sheikh Mohammed Bin Rashid Al Maktoum Launches AED30 Billion ‘Dubai Wholesale City’ – Largest Wholesale Hub Worldwide (PRNewsFoto/Dubai Wholesale City)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160302/339556 )

 

ในระหว่างพิธีเปิด ท่านชีคได้เน้นย้ำถึงบทบาทของการค้า ในฐานะองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยธำรงความสำเร็จทางเศรษฐกิจของยูเออี และในฐานะภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาในอนาคต โดยกล่าวว่า “ยูเออีมีทำเลที่ตั้งอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ มีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และมีสถาบันต่างๆที่แข็งแกร่ง จึงมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการเป็นผู้นำคลื่นลูกใหม่แห่งการเติบโตของธุรกิจค้าส่งระดับนานาชาติ”

 

ท่านชีคมีถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “Dubai Wholesale City” ศูนย์กลางธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยจะใช้เวลา 10 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 550 ล้านตารางฟุต และใช้งบประมาณในการก่อสร้างราว 3 หมื่นล้านดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED)โครงการใหม่นี้จะช่วยให้ยูเออีมีบทบาทมากขึ้นในภาคการค้าส่งของโลก ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

Dubai Wholesale City ซึ่งเป็นศูนย์กลางค้าส่งแห่งใหม่ของโลก จะประกอบด้วยนิคมการค้าแบบครบวงจร สถานที่จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ รวมถึง “Country Pavilions” อันเป็นศูนย์กลางการค้าและห้างร้านที่จัดจำหน่ายสินค้าจากประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย ไทย ตุรกี ออสเตรเลีย จีน เกาหลีใต้ เยอรมนี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และอเมริกาใต้

 

นอกจากนี้ Dubai Wholesale City ยังมีบริการครบวงจรสำหรับบรรดาผู้ค้าส่ง ประกอบด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานล้ำสมัย ถนน โกดัง สถานที่เก็บสินค้า และบริการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งจะช่วยการันตีประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสะดวกสบายในการทำธุรกิจ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่จัดแสดงสินค้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ที่จะรวบรวมเหล่าผู้ซื้อและซัพพลายเออร์จากทั่วโลกไว้ในที่เดียว โดยจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการค้าโลกและนำเสนอบริการใหม่ๆแก่บรรดาผู้ผลิตและผู้ค้า ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาไปพร้อมๆกัน

 

Dubai Wholesale City จะมีสินค้าจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ อาหาร วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง เครื่องจักร เครื่องมือ ไม้ ยานพาหนะและอะไหล่ สิ่งทอและเสื้อผ้า

 

นอกจากนี้ Dubai Wholesale City ยังตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับการค้าส่งขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถของยูเออีในแวดวงอีคอมเมิร์ซโลก ที่คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1.672 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ 2.941 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 21%

 

ตลาดอีคอมเมิร์ซของยูเออีมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่น โดยคาดว่าจะขยายตัวมากกว่าตลาดอีคอมเมิร์ซโลกถึงสองเท่า ขณะที่การคาดการณ์ต่างๆระบุว่า ขนาดของตลาดอีคอมเมิร์ซยูเออีจะพุ่งขึ้นสี่เท่าจากขนาดปัจจุบันในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ โดยจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 สู่ระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 59%

Dubai Wholesale City ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดหลักๆ ที่เชื่อมโยงประชากร 3 ใน 4 ของโลกด้วยเวลาโดยสารเครื่องบินเพียง 7 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ที่นี่เป็นจุดนัดพบที่สมบูรณ์แบบระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากศูนย์กลางการค้าส่งแห่งอื่นๆทั่วโลก นอกจากนี้ Dubai Wholesale City จะได้รับอานิสงค์จากระบบโลจิสติกส์ขั้นสูงของดูไบ รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งอันโดดเด่นใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติอัล มัคตูม และท่าเรือจีเบล อาลี ซึ่งเป็นทางเข้าออกสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าจากทั่วโลก

 

ติดต่อ

Ali Yaseen

APCO Worldwide

โทร. +971-55-358-7422

อีเมล: ayaseen@apcoworldwide.com

 

แหล่งข่าว: Dubai Wholesale City

Switch ขึ้นแท่นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางรายแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับมาตรฐาน Tier IV Gold สำหรับศูนย์ข้อมูล 2 แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลาสเวกัส–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ศูนย์ข้อมูล SUPERNAP ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกของ Switch กำลังจะถูกสร้างขึ้นแบบเดียวกันในตอนเหนือของรัฐเนวาดา มิชิแกน อิตาลี และประเทศไทย

Switch ก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ Tier IV Gold Certification จากสถาบัน Uptime Instituteสำหรับศูนย์ข้อมูล SUPERNAP ของบริษัทจำนวน 2 แห่ง โดย SUPERNAP 9 ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลขนาด 471,248 ตารางฟุตที่เปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2558 เป็นศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 2 ของ Switch ที่ได้รับการรับรอง Tier IV Gold Certification ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูล SUPERNAP 9 ได้เดินตามรอยศูนย์ข้อมูล SUPERNAP 8 ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการศูนย์ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ในฐานะที่เป็นศูนย์ข้อมูลรูปแบบ Carrier-Neutral Colocation Data Center แห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Tier IV Gold Certification

 A photo of SUPERNAP 8 and SUPERNAP 9 / A photo of SUPERNAP 8 and SUPERNAP 9 the only carrier-neutral colocation data centers in the world. (PRNewsFoto/Switch)

A photo of SUPERNAP 8 and SUPERNAP 9 the only carrier-neutral colocation data centers in the world. (PRNewsFoto/Switch)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160301/339472

SWITCH Black Logo / Switch logo (PRNewsFoto/Switch)

Switch logo (PRNewsFoto/Switch)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160104/319181LOGO

Uptime Institute ได้มอบประกาศนียบัตรรับรอง 689 รายการให้แก่ศูนย์ข้อมูลทั่วโลก แต่มีศูนย์ข้อมูลเพียง 8 แห่งที่ได้รับสถานะ Tier IV Gold โดย Switch ทำคะแนนสูงสุดตลอดกาลสำหรับศูนย์ข้อมูลระดับ Tier IV และได้รับรางวัลถึง 1 ใน 4 ของรางวัลที่มอบให้กับศูนย์ข้อมูลทั้งหมดที่จัดอยู่ในกลุ่ม Tier IV Gold การได้รับการรับรองมาตรฐาน Tier IV นับเป็นความสำเร็จที่มีศูนย์ข้อมูลเพียง 1 ใน 100 ของโลกเท่านั้นที่ทำได้ Switch เป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางเพียงรายเดียวที่เคยได้รับการรับรองดังกล่าว

อดัม เครเมอร์ รองประธานบริหารฝ่ายกลยุทธ์ของ Switch ยอมรับว่า ยังมีนวัตกรรมระบบศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยของ ร็อบ รอย ซีอีโอและผู้ก่อตั้งของ Switch อยู่อีกมากที่ไม่ได้ถูกนำมารวมไว้ในขั้นตอนการประเมินประเภทต่างๆขององค์กรรับรองมาตรฐานส่วนใหญ่

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจมากที่สุดของการรับรองมาตรฐานขั้นสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับบทบาทของผมกับ Switch ก็คือ การได้เห็นว่ายังมีการออกแบบที่ได้รับสิทธิบัตรจำนวนมากของ ร็อบ รอย อยู่อีกมากที่ยังไม่ได้ถูกจัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองมาตรฐานศูนย์ข้อมูล ซึ่งรวมไปถึงสถาบัน Uptime Institute อาทิเช่น Switch Shield ซึ่งเป็นระบบมุงหลังคาศูนย์ข้อมูลที่ประกอบด้วยหลังคาดาดฟ้าเหล็กที่อัตรา 200 mph จำนวน 2 หลังแยกจากกัน รวมถึงโปรแกรมการซ่อมบำรุงที่ปลอดภัยอีกหลายโปรแกรม ตลอดจนการออกแบบความยืดหยุ่นสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ทันสมัย” เครเมอร์กล่าว

เมื่อเร็วๆนี้ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการรับรองมาตรฐานรายหนึ่งได้ระบุว่า Switch กำลังเป็นผู้ดำเนินงานศูนย์ข้อมูลระดับ Tier V Platinum แห่งแรกๆของโลก” เครเมอร์กล่าว “การได้รับการรับรอง Tier IV Gold จึงนับเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา แต่อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือ เราจะต้องอธิบายให้ได้อย่างครบถ้วนและมากพอว่าอะไรที่ทำให้ระบบ SUPERNAP ของ Switch แตกต่างไปจากรายอื่นๆในอุตสาหกรรม”

เพื่อสานต่อและต่อยอดความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ Switch จะยังคงเดินหน้าเป็นผู้บุกเบิกมาตรฐานสูงสูงในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ด้วยการสร้างศูนย์ข้อมูล SUPERNAP ของบริษัทขึ้นแบบเดียวกันที่เมืองเรโน รัฐเนวาดา เมืองแกรนด์ ราพิดส์ รัฐมิชิแกน เมืองมิลานในอิตาลี และในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย

ในช่วงต่อไปของปีนี้ Switch จะเปิด SUPERNAP Tahoe Reno Campus นอกเมืองเรโน รัฐเนวาดา ซึ่งหลังจากสร้างเสร็จ สถานที่แห่งนี้จะเป็นอาณาเขตศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนพื้นที่ 6.4 ล้านตารางฟุต โดยศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในชื่อ SUPERNAP Tahoe Reno 1 จะมีพื้นที่ 1.2 ล้านตารางฟุต ที่มีระบบทำความเย็น 82,000 ตัน และมีกำลังไฟฟ้ามากกว่า 150 เมกะวัตต์ ส่งผลให้เป็นศูนย์ข้อมูลเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ Switch ยังนำเอาการออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ได้รับสิทธิบัตรในระดับเวิลด์คลาสของร็อบ รอย มาสู่ภาคตะวันออกของสหรัฐที่เมืองแกรนด์ ราพิดส์ ในรัฐมิชิแกน โดยบริษัทกำลังพัฒนาสภาพแวดล้อมศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของสหรัฐ บนพื้นที่มากกว่า 2 ล้านตารางฟุต

Switch กำลังตอบสนองต่อความท้าทายในการสร้างศูนย์ข้อมูลของบริษัทในแบบเดียวกันทั่วโลก ด้วยการขยายศูนย์ข้อมูล SUPERNAP ของ Switch ไปยังยุโรปและเอเชียแปซิฟิก

Uptime Institute เป็นองค์กรให้คำปรึกษาซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของธุรกิจ ผ่านทางนวัตกรรม ความร่วมมือ และการรับรองมาตรฐาน Tier IV Gold Certifications คือชุดมาตรฐานที่เข้มงวดที่ใช้วิธีที่เป็นเอกสิทธิ์ของสถาบันร่วมกับคลังงานวิจัยศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อบ่งชี้ประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน

เกี่ยวกับ Switch

บริษัทเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

Switch ก่อตั้งขึ้นในปี 2543 ในรัฐเนวาดา บริษัทโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลกแห่งนี้พัฒนาต่อยอดมาจากการเติบโตอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนของอินเทอร์เน็ต ผลิตภัณฑ์ศูนย์ข้อมูลที่ได้รับสิทธิบัตรของ Switch นั้นได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ทั้งในแง่ของการออกแบบระบบทำความเย็นที่ถือเป็นการปฏิบัติวงการ ระบบจัดซื้อขนาดใหญ่ บริการโทรคมนาคมที่หาที่เปรียบไม่ได้ และความยั่งยืนในระดับผู้นำอุตสาหกรรม ผ่านทางวิสัยทัศน์ของร็อบ รอย และผลงานสร้างสรรค์ของเขาSwitch อยู่เหนือศูนย์ข้อมูลอื่นๆในอุตสาหกรรม ด้วยการแก้ปัญหาความต้องการทางเทคโนโลยีของลูกค้ากว่า 1,000 รายในการนำเอาทรัพยากรทางการเงิน ความรู้ และสภาพแวดล้อมมาใช้อย่างยั่งยืน นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ศูนย์ข้อมูล SUPERNAP ของ Switch ได้สนับสนุนความมั่นคงในอนาคตสำหรับการเติบโตและนวัตกรรมของลูกค้า

ผลักดันด้วยผลงานสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนด้วยความสมบูรณ์แบบ

Qlik ขยายเครือข่ายพันธมิตรในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– Qlik เพิ่มพันธมิตรใหม่ 33 รายในเอเชีย เพื่อเร่งการเติบโตในภูมิภาค พร้อมมอบรางวัลเพื่อยกย่องพันธมิตรที่ทำผลงานดีเยี่ยมในงานประชุมสุดยอดพันธมิตรที่ภูเก็ต

Qlik(R) (NASDAQ: QLIK) ผู้นำด้านวิชวลอนาลิติกส์ ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรในเอเชีย ด้วยการเพิ่มพันธมิตรใหม่ 33 ราย เพื่อสนับสนุนการเติบโตในภูมิภาค ซึ่งพันธมิตรรายใหม่นั้นรวมถึงบริษัท JSC Tech ในเกาหลีใต้ บริษัท NEC ในมาเลเซีย บริษัท PT Synnex ในอินโดนีเซีย ตลอดจนบริษัท NCSและ Dimension Data จากสิงคโปร์ ส่งผลให้ขณะนี้ Qlik ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 รายทั่วภูมิภาคอาเซียน ฮ่องกง และเกาหลีใต้

นอกจากนี้ที่งาน Qlik Asia Partner Summit ประจำปี 2559 ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 คนจากทั่วภูมิภาค บริษัทยังได้มอบรางวัลประจำปี 2558 ให้แก่สุดยอดพันธมิตรที่สร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าได้อย่างโดดเด่น และช่วยขยายขอบเขตการเข้าถึงแพลตฟอร์มวิชวลอนาลิติกส์ของ Qlik ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่:

– Top Revenue Partner – Miso Infotech Inc. (เกาหลีใต้)

– Biggest Partner Deal – VS Security (ไต้หวัน)

– Rookie Partner – JSC Tech (เกาหลีใต้)

– Top Revenue Partners for Qlik Sense – IDR Systems (เกาหลีใต้) และ VANTIS Solutions (ฮ่องกง)

– Most Innovative Partner – Metro Systems (ไทย)

– Fastest Sale Cycle – SIFT Analytics (สิงคโปร์)

รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่พันธมิตรของ Qlik ผู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยใช้แนวทางที่แปลกใหม่ในการรับมือกับความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า อีกทั้งยังได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงสุดในการใช้โซลูชันต่างๆของ Qlik เช่นQlikView(R) และ Qlik Sense(R) ทั้งนี้ United World College และ Becton Dickinson ในสิงคโปร์ คือส่วนหนึ่งของลูกค้ารายใหม่ของ Qlik ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในปีที่ผ่านมา

พาร์ทเนอร์ของเรามีค่ามากที่สุดและเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์การเข้าถึงตลาดของ Qlik เนื่องจากตลาด BI เติบโตขึ้นจนถึงจุดอิ่มตัวในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้งาน พาร์ทเนอร์ของเราจึงเป็นกำลังเสริมที่สำคัญยิ่งสำหรับงานขายทั่วโลกของเรา ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของพวกเขา และเพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถนำแนวทางปฏิบัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้ฉับไวมากขึ้น” เทอร์รี สแมกฮ์ กรรมการผู้จัดการและรองประธาน Qlik Asia กล่าว “กลยุทธ์ของเราต้องอาศัยความสามารถในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อขับเคลื่อนโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน และสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้า”

เกี่ยวกับ Qlik:

Qlik (NASDAQ: QLIK) เป็นผู้นำด้านวิชวลอนาลิติกส์ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การรายงานและการวิเคราะห์แบบบริการตนเอง ไปจนถึงการวิเคราะห์แบบชี้นำ แบบฝังตัว และแบบตามสั่ง โดยลูกค้าราว 38,000 รายต่างไว้ใจเลือกใช้โซลูชันของ Qlik เพื่อหาความหมายของข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูล อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่ช่วยจุดประกายความคิดดีๆQlik มีสำนักงานใหญ่ในเมืองแรดนอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย และมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก ด้วยพันธมิตรมากกว่า 1,700 ราย ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศ

(C) 2016 QlikTech International AB. All rights reserved. โลโก้ Qlik(R), Qlik Sense(R), QlikView(R), QlikTech(R), Qlik(R) Cloud, Qlik(R) DataMarket, Qlik(R) Analytics Platform และ QlikTech เป็นเครื่องหมายการค้าของ QlikTech International AB ซึ่งจดทะเบียนในหลายประเทศ สำหรับเครื่องหมายและโลโก้อื่นๆที่ปรากฏอยู่ ณ ที่นี้ เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของเจ้าของเครื่องหมายนั้นๆ

ติดต่อ:

Zixin Chai
+65-6690-7021
zixin.chai@qlik.com

Giorgio Armani เปิดตัว “Si Women’s Circle” แบ่งปันเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Giorgio Armani Fragrance / Giorgio Armani innovates with the creation of the SÌ Women's Circle (PRNewsFoto/GIORGIO ARMANI Fragrance)

Giorgio Armani innovates with the creation of the SÃŒ Women’s Circle (PRNewsFoto/GIORGIO ARMANI Fragrance)

ผู้หญิงหลายๆคนมีความเก่งกล้าสามารถและทะเยอทะยานพอที่จะบุกเบิกเส้นทางใหม่ เลือกเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเหยียบ และกรุยทางให้กับผู้ที่เดินตามหลัง จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า อะไรที่ทำให้พวกเธอทำเช่นนั้น

คำตอบคือ ความฝัน ความปรารถนาอันเเรงกล้า และความหลงใหลนั่นเอง

ผู้หญิงแสดงความแข็งแกร่งของตนเองได้หลายทาง สำหรับผู้หญิงที่ทาง Giorgio Armani ได้คัดเลือกมานั้น ไม่ได้ต่อสู้เพื่อสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากต่อสู้เพื่อตนเอง พวกเธอค้นพบความเข้มแข็งในการเอาชนะอุปสรรคและบุกเบิกเส้นทางชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม

สามารถรับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7771951-giorgio-armani-si-womens-circle

ผู้หญิงที่กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ทั้งชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลและการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ชีวิตอิสระเสรีแบบผู้หญิงยุคใหม่ ชีวิตที่มีอิสรภาพและความรัก การทำงานและครอบครัว หรือมีอารมณ์อ่อนไหวและความลังเลใจตามธรรมดาของผู้หญิง

ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็น มีความเข้มแข็งแต่ก็อ่อนไหว เข้าถึงยากแต่ก็สดใส กล้าได้กล้าเสียแต่ก็รอบคอบ

เหล่านี้เป็นลักษณะของผู้หญิงยุคใหม่ ทั้งเรียบง่ายและซับซ้อน ตรงๆและเป็นธรรมชาติ เลิศและสง่างาม และทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของผู้หญิงตามแบบฉบับของ Armani ที่เรียกว่า “Si Women” ซึ่งแฝงไปด้วยความน่าหลงใหล อิสระภาพ ความมุ่งมั่น และความเป็นผู้หญิงเต็มตัว

Giorgio Armani ให้สิทธิ์ให้เสียงแก่ผู้หญิงในยุคปัจจุบัน

คลิปวิดีโอ “The Courage to Say Si” ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้ช่วยเปิดทางให้ผู้หญิงที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างกันทั่วโลกได้จับเข่าพูดคุยกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือ การแสวงหาความเข้มแข็งภายในจิตใจเพื่อพูดคำว่า Si (ใช่) ให้กับตนเองและความฝันของตัวเอง รวมถึงการค้นพบกำลังใจและความมุ่งมั่นเพื่อใช้ชีวิตตามความหลงใหลของตนอย่างเต็มที่

Si Women’s Circle คือเวทีสนทนาอันเปิดกว้างที่กำลังพูดถึงนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แบ่งปันเรื่องราวของตน และพูดคำว่า “Si” เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน

เพื่อเปิดพื้นที่ Si Women’s Circle อย่างเป็นทางการ Giorgio Armani จะโพสต์คลิปวิดีโอที่เคต บลังเชตต์ เชิญชวนผู้หญิงทั่วโลกให้ร่วมพูดคำว่า “Si” ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ทั้งทางยูทูบ เว็บไซต์ของแบรนด์ รวมถึงโซเชียลมีเดียต่างๆ

เคต บลังเชตต์ แอมบาสเดอร์น้ำหอมรุ่น Si ของ Giorgio Armani เป็นนักแสดงสาวชื่อดังชาวออสเตรเลียที่เคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้วถึงสองครั้ง และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอีกครั้งในปีนี้ จากผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Carol ซึ่งกำกับโดยทอดด์ เฮย์นส์

สำหรับ Si Women’s Circle ครั้งแรก ผู้หญิง 5 คนจากทั่วโลกที่ล้วนกล่าวคำว่า “Si” จะร่วมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตนผ่าน 5 คลิปวิดีโอที่จะโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของแบรนด์ รวมถึงยูทูบและโซเชียลมีเดียต่างๆ

ห้าเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากหญิงสาวผู้กล้าหาญ ประกอบด้วย

เฮเลนา ริซโซ: หญิงชาวบราซิลจากเซาเปาโลคนนี้ ถูกฟ้าลิขิตให้ทำงานด้านสถาปัตยกรรม แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินตามความฝันด้วยการเข้าสู่แวดวงศิลปะการทำอาหาร จนวันนี้เธอมีร้านอาหารเป็นของตัวเองและได้รับรางวัลเชฟยอดเยี่ยมประจำปี 2557 เธอรู้สึกดีใจมากที่เลือกฟังเสียงหัวใจของตนเอง

คี-ยุน คิม: สาวเกาหลีผู้นี้เกิดที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และมีอาชีพเป็นทนายความที่ประสบความสำเร็จในกรุงปารีส แต่แล้ววันหนึ่ง เธอเลือกที่จะทำให้ฝันของตนเองกลายเป็นจริง ฝันนั้นคือการเป็นนักแสดงตลก เขียนบทการแสดง และขึ้นโชว์บนเวที

ชาร์ลอตต์ แรนสัน: ชาร์ลอตต์เป็นนักแสดงหลักของคณะบัลเล่ต์ Paris Opera Ballet เธอเริ่มเต้นบัลเล่ต์มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และอุทิศทั้งชีวิตให้กับสิ่งนี้ ปัจจุบัน เธอยังคงทุ่มเทให้กับบัลเล่ต์ในทุกช่วงเวลาของทุกวัน และไม่ลดละในการแสดงตัวตนของเธอผ่านการเคลื่อนไหวอันสง่างาม

 

หยูจา หวัง: นักเปียโนชาวจีนผู้นี้ที่อาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์ก เธอเล่นเปียโนมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ครูสอนเปียโนบอกว่า มือของเธอเล็กเกินกว่าที่จะเป็นนักเปียโนอาชีพ แต่เธอไม่เคยยอมแพ้ จนทำให้ทุกวันนี้เธอกลายเป็นนักเปียโนมากความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เธอใช้ชีวิตตามความหลงใหลมาตั้งแต่ต้น ทั้งในเรื่องของการเดินทางและดนตรี นอกจากนั้นเธอยังเป็นตัวของตัวเองในเรื่องแฟชั่น และสามารถรักษาภาพลักษณ์อันโดดเด่นของเธอได้ทั้งในและนอกเวที

เซซิล ชมอลกรูเบอร์: เซซิลอาศัยอยู่ที่ซานฟรานซิสโกและเป็นผู้ก่อตั้ง Stereolabs ผู้นำด้านการพัฒนาโซลูชั่นสามมิติที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการสร้างภาพยนตร์ของอเมริกา รวมถึงในวงการแพทย์และผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เซซิลแจ้งเกิดอย่างไร้ข้อกังขาในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ผู้ชายเป็นใหญ่

วิดีโอเหล่านี้ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งพูดคำว่า Si ให้กับตนเองและความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในใจ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

เรื่องราวของหญิงสาวทั้งห้าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอีกมากมาย

3 ภาพแรกของ Si Women’s Circle อันประกอบด้วยภาพของเฮเลนา ริซโซ, คี-ยุน คิม, หยูจา หวัง, ชาร์ลอตต์ แรนสัน และเซซิล ชมอลกรูเบอร์ จะเผยให้โลกได้ยลโฉมสิ้นเดือนมีนาคมนี้

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160301/339008

แหล่งข่าว: GIORGIO ARMANI Fragrances International

Maersk Container Industry พัฒนาโซลูชั่นห้องเย็น ช่วยผู้ประกอบการตู้คอนเทนเนอร์ประหยัดต้นทุนได้หลายล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โคเปนเฮเกน–3 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          คุณสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่ยังรักษาคุณภาพของสินค้าให้สดใหม่อยู่เสมอ ด้วยซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดสำหรับห้องเย็นรุ่น Star Cool โดยซอฟต์แวร์รุ่นใหม่นี้ได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาท้าทายทางเทคนิคที่แต่ก่อนมองว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้

          ซอฟต์แวร์ควบคุมห้องเย็น StarConomy ซึ่ง Maersk Container Industry (MCI) ได้คิดค้นขึ้นร่วมกับ Dole ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้ระดับโลกนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของผู้บริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์แบบห้องเย็น โดยช่วยให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับสินค้าที่บรรทุกอยู่ในคอนเทนเนอร์ห้องเย็น Star Cool ของ MCI ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมบรรลุเป้าหมายของอุตสาหกรรมในการลดการปล่อยก๊าซ CO2 อย่างยั่งยืน

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

          http://www.multivu.com/players/uk/7773051-mci-develops-reefer-solution/

          หากผู้ค้าผลไม้ที่มีเรือบรรทุกสินค้า 4 ลำ พร้อมห้องเย็น 500 ตู้ในแต่ละลำ ได้ดำเนินการอัพเกรดซอฟต์แวร์ดังกล่าว ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อปีได้มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเดินทางขาเดียว เช่นจากเอควาดอร์ไปยังสหราชอาณาจักร และสำหรับเรือบรรทุกสินค้า 6 ลำจากเอควาดอร์ไปรัสเซีย พร้อมด้วยห้องเย็นจำนวน 500 ตู้เท่ากัน ก็จะสามารถลดต้นทุนได้มากถึง 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

          StarConomy สามารถติดตั้งบนคอนเทนเนอร์เย็น Star Cool ใหม่ทุกตู้ ส่วนคอนเทนเนอร์ Star Cool ที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการกว่า 40 รายนั้น ก็สามารถอัพเดทซอฟต์แวร์ได้อย่างง่ายดาย โดย MCI ได้ดำเนินการทดสอบจริงในการขนส่งสินค้าบนเส้นทางอเมริกาใต้-ยุโรปที่ Dole ดำเนินงานอยู่แล้วทุกสัปดาห์

          “Dole ให้ความสำคัญอย่างมากต่อความยั่งยืนและความรับผิดชอบของธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากแนวทางของเราในการบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ดิน และคาร์บอนฟุตพรินต์ ความมุ่งมั่นเหล่านี้ยังขยายครอบคลุมถึงห่วงโซ่ความเย็นด้วยเช่นกัน สำหรับการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นนั้น เราพยายามที่จะถนอมและบรรทุกผลไม้อย่างปลอดภัย โดยใช้พลังงานให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ลงด้วย” คารินา รอดริเกซ ผู้จัดการฝ่ายเครื่องมือของ Dole กล่าว “เพื่อความก้าวหน้าในด้านนี้ Dole จึงได้ร่วมงานกับ Star Cool ในการพัฒนาและทดสอบการทำงานจริงของซอฟต์แวร์ StarConomy อันล้ำสมัย ซึ่งเราได้ติดตั้งในห้องเย็น Star Cool ทั้งหมดที่ปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลก”

          ทีม R&D ของ MCI ในเดนมาร์กได้คิดค้นซอฟต์แวร์ใหม่นี้ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่มีมาอย่างยาวนานในการรักษาอุณหภูมิภายในห้องเย็นให้คงที่อยู่เสมอ พร้อมปรับกระแสลมตามข้อกำหนดที่แตกต่างกันไปของสินค้าบรรทุกแต่ละประเภท StarConomy มีฟีเจอร์เด่นอยู่ที่สามารถควบคุมได้ทั้งคอมเพรสเซอร์และความเร็วของพัดลมในเวลาเดียวกัน

          “ซอฟต์แวร์ StarConomy เริ่มการทำงานด้วยการเร่งพัดลมเต็มกำลังเพื่อให้ความเย็นแก่สินค้า และเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนดไว้แล้ว พัดลมก็จะลดความเร็วลง จากนั้นระบบก็จะทำการปรับการใช้พลังงาน” มอร์เทน ไนลิค ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเทคโนโลยีความเย็นของ MCI กล่าว “StarConomy ได้พิสูจน์ศักยภาพที่ตรงกับความต้องการของ Dole ซึ่งเป็นลูกค้าเรามาอย่างยาวนาน และเรามีความตั้งใจที่จะนำเสนอซอฟต์แวร์ใหม่นี้แก่ฐานลูกค้า Star Cool ทั้งหมด”

          คุณจะยิ่งประหยัดพลังงานมากขึ้นไปอีก หากสินค้านั้นได้ผ่านการทำความเย็นมาก่อนโหลดลงตู้ โดยซอฟต์แวร์ StarConomy จะดำเนินการปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์และความเร็วพัดลมอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อปรับการหมุนเวียนลมให้ตรงกับเงื่อนไขการทำความเย็น ซึ่งจะมอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสินค้าที่สุด

          – สามารถรับชมวิดีโอเพื่อศึกษาวิธีการลดการใช้พลังงานของ StarConomy ขณะที่ยังรักษาคุณภาพของสินค้าให้สดใหม่อยู่เสมอได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=CZMAQbF_xEI

          – สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ StarConomy ได้ที่ http://www.starcool.com

          เกี่ยวกับ Maersk Container Industry 

          Maersk Container Industry A/S (MCI) พัฒนาและผลิตตู้คอนเทนเนอร์แบบห้องเย็น ตู้คอนเทนเนอร์แบบแห้ง และเครื่องทำความเย็น Star Cool สำนักงานใหญ่ของ MCI ซึ่งรวมถึงศูนย์การวิจัยและพัฒนา และศูนย์การทดสอบทางวิศวกรรมตั้งอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก บริษัทมีโรงงานผลิตในจีนและชิลี ตู้คอนเทนเนอร์แบบห้องเย็นที่ติดตั้ง Star Cool ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของ MCI นำเสนอเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม เช่น การควบคุมสภาพแวดล้อม (CA) และการระบายอากาศแบบอัตโนมัติ (AV+) ซึ่งได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์แบบห้องเย็นที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุดในตลาด MCI มีพนักงานประมาณ 5,000 คนและมีเครือข่ายผู้ให้บริการทั่วโลกกว่า 350 ราย ในการให้บริการในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือนั้น กลุ่มลูกค้าของ MCI รวมไปถึง บริษัทชิปปิ้ง ผู้จัดจำหน่ายผลไม้ และบริษัทที่ทำธุรกิจให้เช่า MCI เป็นภาคธุรกิจอิสระของ Maersk Group กลุ่มบริษัทระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 88,000 คน และมีสำนักงานประมาณ 130 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่: http://www.mcicontainers.com

          เกี่ยวกับ Dole

          สามารถรับชมได้ที่: dole.com

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20120531/537201 )

          แหล่งข่าว: Maersk Container Industry

Harvey Nash และ HKU เปิดตัวโปรแกรมส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงกรรมการบริหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– โครงการ Women’s Directorship Programme ประจำปี ครั้งที่ 5 จะประกอบด้วย 6 หลักสูตร ตลอดการอบรมระยะเวลา 3 วัน ซึ่งจะจัดขึ้น 2 ครั้งในเดือนพฤษภาคมและเดือนกันยายน 2559

ด้วยการที่เอเชียมีฐานะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก Harvey Nash ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเป็นผู้นำและการสรรหาผู้บริหารทั่วโลก และ The University of Hong Kong Business School (HKU) จึงได้ผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของผู้หญิงเก่งในตลาดแรงงานระดับสูงของภูมิภาคเอเชีย

 Harvey Nash / Harvey Nash

Harvey Nash

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150115/724638 )

 Harvey Nash Logo / Women's Directorship Programme Logo (PRNewsFoto/Harvey Nash)

Women’s Directorship Programme Logo (PRNewsFoto/Harvey Nash)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160229/338556LOGO )

แม้พัฒนาการด้านจำนวนสตรีในคณะกรรมการบริหารขององค์กรจะปรากฏให้เห็นอยู่พอประมาณ แต่การปิดช่องว่างระหว่างเพศในระดับคณะกรรมการบริหารยังคงเป็นเป้าหมายที่ห่างไกล โดยมีแนวโน้มว่าจะต้องใช้เวลาหลายทศวรรษหากการเปลี่ยนแปลงยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน โครงการริเริ่มต่าง ๆ อย่างโครงการ Women’s Directorship Programme สามารถเร่งกระบวนการดังกล่าวได้ ด้วยการช่วยให้ผู้หญิงสามารถแสดงความพร้อมในการรับตำแหน่งอาวุโสและสร้างความเชื่อมั่นว่าพวกเธอมีตัวตนที่ชัดเจน

โครงการ Women’s Directorship Programme เกิดขึ้นในปี 2556 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ก้าวขึ้นเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อรองรับการเพิ่มจำนวนผู้บริหารหญิงในทั่วทุกภูมิภาคและภาคส่วนธุรกิจ โครงการนี้นำเสนอการผสมผสานระหว่างการบรรยายและทฤษฎีวิชาการเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ อีกทั้งกรณีศึกษาจากชีวิตจริงและข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ถ่ายทอดโดยวิทยากรรับเชิญซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจในระดับนานาชาติ

โดนัลด์ ไบรดอน ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และกลุ่มบริษัท Sage Group กล่าวในฐานะวิทยากรรับเชิญของโครงการ Women’s Directorship Programme ว่า:

ความหลากหลายทางความคิดเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับคณะผู้บริหาร อย่างไรก็ดี พัฒนาการในบอร์ดบริหารกลับยังคงเคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้า โครงการWomen’s Directorship Programme จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตสตรีผู้มีความเป็นสุดยอดให้มีความพร้อมต่อการรับมือกับความท้าทายในบทบาทของกรรมการบริหาร โดยการนำบุคลากรทั้งจากภาควิชาการและภาคปฏิบัติมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่มากมาย

อัลเบิร์ต เอลลิส ซีอีโอ Harvey Nash Group กล่าวว่าโครงการ Women’s Directorship Programme โดยความร่วมมือกับ The University of Hong Kong ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Harvey Nash ในการพัฒนาหญิงเก่งทั่วโลก ด้วยการสร้างพลังของผู้นำหญิงให้มีความมั่นใจและทักษะที่จำเป็นต่อการคว้าตำแหน่งในบอร์ดบริหาร และเพิ่มบทบาทของผู้นำสตรีในระดับโลก เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน”

โครงการ Women’s Directorship Programme ประจำปี 2559 ประกอบด้วย 6 หลักสูตร โดยจะมีการสอนเป็นระยะเวลา 3 วัน จำนวน 2 ครั้ง (วันที่ 26-28พฤษภาคม และ 22-24 กันยายน 2559) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.wdpglobal.com/

เกี่ยวกับ Harvey Nash: http://www.harveynash.com/

เกี่ยวกับ Executive Education, HKU Business School: http://www.fbe.hku.hk/

ติดต่อฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ Harvey Nash:

โทรศัพท์: +852-3199-6942 / +852-6696-1141

อีเมล : sophie.gray@harveynash.hk

ที่มา: Harvey Nash

“Chiba Aqualine Marathon 2016” เตรียมเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน วันที่ 5 เมษายนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชิบะ, ญี่ปุ่น–2 มี.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          การแข่งขัน “Chiba Aqualine Marathon 2016” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม บริเวณ Tokyo Bay Aqualine Expressway ซึ่งเชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออกของอ่าวโตเกียว จะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่วันอังคารที่ 5 เมษายน ซึ่งไฮไลท์ของงานวิ่งมาราธอนครั้งนี้คือทัศนียภาพของทะเลและท้องฟ้าที่สามารถมองเห็นได้จากบนสะพาน รวมถึงผู้ชมจำนวนมากที่จะเรียงรายทอดยาวไปตลอดเส้นทางการวิ่ง พร้อมทั้งร้านขายอาหารท้องถิ่นและของที่ระลึกประจำจังหวัดชิบะในบริเวณพื้นที่จัดงาน

          นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันประเภทนานาชาติ ซึ่งเปิดให้ผู้สมัครที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมการแข่งขันได้ ตามหลักมาก่อนได้ก่อน โดยจะเปิดรับสมัครทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 5-26 เมษายน 2016

          (เอกสารอ้างอิง – http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102229/201603018429/_prw_OA1fl_nkNu63Rq.pdf

          * ภาษาอังกฤษเท่านั้น

          1. ข้อมูลสังเขปของงาน

          (1) ชื่องาน: Chiba Aqualine Marathon 2016

          (2) ผู้จัดงาน: รัฐบาลจังหวัดชิบะ คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดชิบะ 

          (3) วันและเวลาเริ่มงาน: วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2016 เวลา 10:00 น. 

              *วีลแชร์ ฮาล์ฟมาราธอน: 9:55 น.

          (4) จำนวนผู้เข้าแข่งขัน ค่าธรรมเนียม กำหนดเวลา

          ประเภทการวิ่ง  จำนวนผู้เข้าแข่งขัน ค่าธรรมเนียม  กำหนดเวลา

          มาราธอน

          (42.195 กม.)  12,000 คน  12,500 เยน  6 ชั่วโมง

          ฮาล์ฟมาราธอน 

          (21.0975 กม.)  รวม 5,000 คน  9,500 เยน  3 ชั่วโมง 10 นาที

          วีลแชร์

          ฮาล์ฟมาราธอน  ประมาณ 10 คน  9,500 เยน  1 ชั่วโมง

          (21.0975 กม.) 

          *กำหนดเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่ปล่อยตัว

          2. การสมัคร

          (1) วิธีสมัคร:

              ดู “Application Guidelines” บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการและเข้าสู่หน้ารับสมัคร 

          (2) ระยะเวลาการสมัคร: 

              วันอังคารที่ 5 เมษายน 2016 เวลา 12:00 น. – วันอังคารที่ 26 เมษายน 2016 เวลา 17:00 น. (ตามเวลาญี่ปุ่น) 

          (3) ประเภทนานาชาติ (ผู้ร่วมแข่งขัน 150 คน): เปิดรับสมัครผู้แข่งขันที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น ตามหลักมาก่อนได้ก่อน 

          (4) แพ็กเกจที่พัก (ผู้ร่วมแข่งขัน 1,000 คน): รวมโรงแรมและการรับรองการเข้าร่วมแข่งขันมาราธอน/ฮาล์ฟมาราธอน 

          *จะเปิดเผยรายละเอียดเมื่อได้รับการยืนยัน

          เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: http://chiba-aqualine-marathon.com/2016/en 

          (ภาษาอังกฤษ)

          แหล่งข่าว: คณะกรรมการวางแผนงาน Chiba Aqualine Marathon (กองกีฬาและพลศึกษา กรมส่งเสริมการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดชิบะ)

ยามาฮ่า ส่งทีมนักบิดร่วมการแข่งขันระดับสากลประจำฤดูกาลปี 2016 พร้อมเผยผลงานทีมนักบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อิวาตะ, ญี่ปุ่น–1 มี.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ยามาฮ่า มอเตอร์ โค (Yamaha Motor Co.) เข้าร่วมการแข่งขัน Mt. Fuji Ascent Race ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เป็นครั้งแรก เพียง 10 วันหลังจากที่วันครบรอบวันก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ค.ศ.1955 จากนั้นเป็นต้นมา ตำนานที่สร้างขึ้นจากหลากหลายความท้าทายของเราในสนามแข่งทั่วโลกก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ของกลุ่มยามาฮ่า มอเตอร์ นอกจากนี้ รางวัล Spirit of Challenge ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการแข่งรถก็กลายเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมร่วมของบริษัทเรา  

 

          (รูปภาพ:  http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102500/201602298378/_prw_OI1fl_43C4Zd9h.jpg )

          นโยบายพื้นฐานของยามาฮ่า มอเตอร์สำหรับกิจกรรมการแข่งรถมีดังต่อไปนี้:

          – การสร้างแบรนด์: เพิ่มคุณค่าของแบรนด์ยามาฮ่า

          – ฟีดแบ็คด้านเทคนิค: การถ่ายโอนเทคโนโลยีที่ได้รับไปยังการแข่งรถและรูปแบบการผลิต

          – กิจกรรมโปรโมท: ความสนใจในการเข้าร่วมการแข่งขันและจำนวนผู้ชมที่สูงขึ้นทั่วโลก

          ยามาฮ่า มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งบริษัทเมื่อปีที่แล้ว และเราได้จัดกิจกรรมต่างๆตามนโยบายพื้นฐานเหล่านี้ ซึ่งความสำเร็จของเรารวมถึงการคว้ารางวัลในรายการ MotoGP Triple Crown of Constructor, Rider and Team รวมทั้งรางวัลชนะเลิศ MXGP ในการแข่งขัน Motocross World Championshipนอกจากนี้ YZF-R1 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาจากฟีดแบ็คด้านเทคนิคของมอเตอร์ไซค์รุ่น YZR-M1 MotoGP สามารถคว้ารางวัลในการแข่งขัน Suzuka 8Hours Endurance Road Race และคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งรถที่อิงการผลิตทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ 

          นอกจากความสำเร็จเหล่านี้ ยามาฮ่า มอเตอร์ ยังสานต่อความท้าทายใหม่ๆ เช่น เดินหน้าทำงานเพื่อสร้างต้นแบบขั้นสูง (step-up models) เพื่อปลูกฝังนักขับเยาวชนในเอเชียด้วยเป้าหมายที่จะผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้ก้าวเข้าสู่สนามแข่งระดับโลก และในปี 2016 ยามาฮ่า มอเตอร์ จะยังคงจัดกิจกรรมการแข่งรถระดับโลกหลายรายการที่สอดคล้องกับนโยบายพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะให้มากขึ้นและเพื่อส่งมอบ “Kando*” ซึ่งหมายถึงการสร้างความรู้สึกพึงพอใจอย่างลึกซึ้งและความตื่นเต้นเร้าใจในเวลาเดียวกัน ให้แก่ผู้คนทั่วโลก

          Kando* เป็นคำภาษาญี่ปุ่นซึ่งหมายถึงความรู้สึกถึงความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง และความตื่นเต้นเร้าใจทที่ได้สัมผัสเมื่อได้เผชิญกับคุณค่าพิเศษ

          การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์:

          ในการแข่งขัน MotoGP World Championship ทีมแห่งโรงงาน Movistar Yamaha MotoGP ประกอบด้วย จอร์จ โลเรนโซ ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศครั้งที่ 3 ในการแข่งขัน MotoGP World Championship ประจำปี 2015 และ วาเลนติโน รอสซี ที่จะลงแข่งในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมียร์คลาส ครั้งที่ 15 ของเขา โดยทั้งสองจะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ YZR-M1 ปี 2016 ลงแข่งในรายการดังกล่าว   

          ในขณะเดียวกัน แบรดลีย์ สมิธ ผู้คว้าตำแหน่งนักแข่งอันดับหนึ่งของทีมสนับสนุน (satellite rider) ด้วยอันดับ 6 ในทุกรายการของการแข่งขัน MotoGP และ โปล เอสปาร์กาโร นักบิดอันดับ 9 ในทุกรายการ จะจับมือกันลงแข่งในนามทีมสนับสนุน Monster Yamaha Tech 3 พร้อมทะยานบนมอเตอร์ไซค์รุ่น YZR-M1 2016 โดย ยามาฮ่า มีเป้าหมายจะรักษาบัลลังค์ Triple Crown เอาไว้ให้ได้  2 ปีซ้อน      

          ยามาฮ่า มอเตอร์ จะส่งทีม Pata Yamaha Official WorldSBK ลงแข่งในศึก World Superbike Championship เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554  โดยมีผู้ร่วมทีมได้แก่ ซิลเวียน กูอินโตลิ  ผู้ชนะจากการแข่งขัน World Superbike Champion 2557 และ อเล็กซ์ โลเวส ที่จะลงแข่งในคลาสนี้เป็นฤดูกาลที่ 3 ทั้งสองจะขับขี่มอเตอร์ไซค์รุ่น YZF-R1 ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้วหลายการและตำแหน่งในช่วงการเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เพื่อพิสูจน์ว่ามอเตอร์ไซค์รุ่นดังกล่าวคือซูเปอร์ไบค์ที่มีพลังการขับเคลื่อนเร็วที่สุด และยังสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ครั้งแรกในคลาสนี้ของ ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้ตั้งแต่ปี 2009

          สำหรับการแข่งขัน  Endurance World Championship ทีมยุโรป 2 ทีม จะร่วมการแข่งขันตลอดฤดูกาลปี 2016 ในขณะที่ทีมจากโรงงานของยามาฮ่า จะเข้าร่วมการแข่งขัน Suzuka 8 Hours ซึ่งเป็นการแข่งรอบที่ 3 โดยมีเป้าหมายที่จะคว้าชัยชนะอีกครั้งต่อจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยามาฮ่า มอเตอร์ จะส่งทีมต่างๆลงแข่งในFIM Superstock 1000 Cup ของยุโรปและในคลาส Superbike ของ MotoAmerica AMA/FIM North American Road Racing Championship ซึ่งเป็นซีรีย์การแข่งรถอันดับหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ โดยทุกทีมต่างๆมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์ให้แก่ทีมของตนให้ได้ในปีนี้  

          เมื่อปีที่แล้ว ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้เริ่มเดินหน้าโครงการขั้นสูง (step-up program) ในเอเชีย เพื่อเปิดโอกาสให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์ระดับเยาวชนได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างบรรยากาศในคลาส Asia Production 250 (AP250) ของการแข่งขัน Asia Road Racing Championship (ARRC) เพื่อให้นักบิดรุ่นเยาว์ได้มีโอกาสสัมผัสกับความท้าทายในการแข่งขัน

          สำหรับในฤดูกาลนี้ ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้สร้างทีม Yamaha Racing ขึ้นมาใหม่เพื่อเข้าชิงแชมป์ในระดับพรีเมียร์คลาส SuperSports 600 (SS600) ซึ่งผู้แข่งขันในทีมจะขับขี่ YZF-R6 และทีมดังกล่าวจะเป็นตัวแทนนักแข่ง AP250 ที่ควรมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายของตนเอง โดยผู้เข้าแข่งขันในทีมดังกล่าวได้แก่ ยูกิ อิโตะ นักแข่งที่ติดอันดับ 1 ใน 9 สำหรับคลาสนี้ในช่วง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา และ มูฮัมหมัด ฟิตริ อาชราฟ ราซาลิ จากมาเลเซีย ที่เริ่มเข้าแข่งขันฤดูกาลที่ 3 ของเขาในคลาสนี้ โดยทั้งสองจะลงแข่งในฤดูกาลนี้ด้วยหวังว่า จะได้เติบโตในเส้นทางสายนักบิด และ คว้าตำแหน่งแชมป์

          ยามาฮ่า มอเตอร์ จะเดินหน้าสนับสนุนนักแข่งและนักบิด พร้อมทั้งทีมด้วยการจัดหามอเตอร์ไซค์รุ่น YZF-R25 ในการแข่งขันคลาส  AP250  ในปีนี้

          มอโตครอส/ซูเปอร์ครอส :

          ทีม Monster Energy Yamaha Factory MXGP จะลงแข่งในรายการแข่งขันระดับสุดยอดคลาส MXGP ของการแข่งขัน Motocross World  Championshipโดย โรเมน เฟบรี ผู้หวนคืนสู่ระดับพรีเมียร์คลาสมาให้ ยามาฮ่า มอเตอร์ เป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว นับตั้งแต่ปี 2009 จะจับมือกับ เจเรมี แวน ฮอร์บีค ผู้คว้าอันดับที่ 5 ในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เพื่อคว้าตำแหน่งแชมป์ระดับโลกติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 พร้อมขับขี่มอเตอร์ไซค์รุ่น YZ450FM

          นอกเหนือจากทีมโรงงานแล้ว ทีมอื่นๆของยามาฮ่าก็จะลงแข่งในคลาส  MXGP และ MX2 อีกด้วย โดยนักแข่งรุ่นเยาวชนใน MX2 จะเข้าชิงชัยคว้าแชมป์ เพื่อเข้าแข่งในคลาส MXGP ต่อไป

          ในการแข่งขัน AMA Supercross Championship ที่เปิดฉากไปเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ทีม Monster Energy/360fly/Chaparral/Yamaha Factory ได้ลงแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาส 450cc โดย ชาด รี้ด แชมป์มอเตอร์ไซค์วิบาก 2 ครั้ง ได้ทะยานบนรถรุ่น YZ450F ในขณะที่ทีม Autotrader/Monster Energy/Yamahaก็ลงแข่งในคลาส 450cc และหวังเข้าเส้นชัยพร้อมไปกับ รี้ด 

          คลาส 250cc ของการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก AMA Supercross จะจัดขึ้นโดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นกลุ่มตะวันออกและตะวันตก ซึ่งนักแข่งเยาวชนหลายคนจะลงแข่งกับ คูเปอร์ เว็บบ์ แชมป์ฝั่งตะวันตก สำหรับเป้าหมายของ ยามาฮ่า มอเตอร์ในฤดูกาลนี้คือการรักษาตำแหน่งแชมป์ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก

          (ภาคผนวก: http://prw.kyodonews.jp/prwfile/release/M102500/201602298378/_prw_OA1fl_46TdwCYl.pdf )

           http://global.yamaha-motor.com/race/

          แหล่งข่าว: ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด

ArisGlobal(R) จัดหาระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา ARISg(TM) ให้ลูกค้ารายแรกในประเทศจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พรินซ์ตัน, นิวเจอร์ซีย์–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Chengdu Institute of Biological Products Co., Ltd. เลือกใช้โซลูชั่น ARISg(TM) ของ ArisGlobal(R) เพื่อยกระดับกระบวนการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาของบริษัท

ArisGlobal(R) ผู้นำด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ประกาศว่า Chengdu Institute of Biological Products Co., Ltd. (CDIBP) ได้เลือกใช้โซลูชั่น ARISg(TM) เพื่อยกระดับและเสริมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับกระบวนการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา (Pharmacovigilance) ของบริษัท

CDIBP ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน เป็นบริษัทในเครือของ China National Biotec Group Co., Ltd. (CNBG) และเป็นฐานการพัฒนาและผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุรายใหญ่เป็นอันดับต้นๆของจีน CDIBP ได้ร่วมมือกับ PATH องค์กรไม่แสวงผลกำไรระหว่างประเทศที่มุ่งยกระดับสุขภาพของผู้คน ในการสร้างฐานข้อมูลการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาที่ได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้สามารถผลิตวัคซีนราคาย่อมเยาสำหรับป้อนตลาดในวงกว้างกว่าเดิม

ARISg(TM) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลความปลอดภัยที่บริษัทชีววิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างให้ความไว้วางใจ จะช่วยให้ CDIBP สามารถสร้างระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาและความปลอดภัยทางคลินิกที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าข้อมูลไปจนถึงการจัดทำรายงานแจ้งผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ของยาโดยอัตโนมัติ ซึ่งพร้อมนำไปยื่นให้แก่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกได้ทันที นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังมีเมนูภาษาจีนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานชาวจีนด้วย

คุณจาง เล่ย ผู้จัดการโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของ Chengdu Institute of Biological Products Co., Ltd. กล่าวว่า การร่วมงานกับ ArisGlobal(R)นับเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยม ArisGlobal ไม่เพียงมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศให้กับเราเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างเหนือชั้นในระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา รวมถึงบริการระดับเฟิร์สคลาสเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย

เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ CDIBP ได้เลือก ARISg(TM) เพื่อใช้เป็นระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยทางสถาบันจะเป็นลูกค้ารายแรกของเราในประเทศจีนคาสึชิ อิวาอิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียเหนือของ ArisGlobal KK กล่าว เนื่องจากตลาดเภสัชภัณฑ์จีนมีการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ประกอบกับกฎข้อบังคับต่างๆก็มีความเข้มงวดมากขึ้น การสรรหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาจึงถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของบริษัทและผู้ให้บริการสุขภาพในประเทศจีน ความรู้และประสบการณ์อันล้ำลึกของ ArisGlobal(R) ในการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา จะช่วยให้ CDIBP มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงข้อกำหนดต่างๆที่มีความสำคัญยิ่งในส่วนของความปลอดภัยด้านยาและการจัดการความเสี่ยง

ทั้งนี้ ArisGlobal KK ซึ่งเป็นบริษัทสาขาโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ของ ArisGlobal(R) จะเป็นผู้ติดตั้งระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย ARISg(TM) ให้แก่ CDIBP

เกี่ยวกับ ArisGlobal(R)

ArisGlobal(R) (http://www.arisglobal.com) มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมโซลูชั่นซอฟต์แวร์ที่รองรับการทำงานบนคลาวด์ ซึ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนายาและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และบริการสุขภาพ บริษัทมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกอย่างครอบคลุมพร้อมให้การสนับสนุนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางคลินิก การขึ้นทะเบียนยา การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา และการสื่อสารทางการแพทย์

ปัจจุบัน โซลูชั่นเทคโนโลยีขั้นสูงของ ArisGlobal(R) ได้มอบพลังให้แก่บริษัทผลิตยาและเครื่องมือแพทย์ กลุ่ม CRO ตลอดจนหน่วยงานกำกับดูแลกว่า 200 ราย เพื่อให้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอันจะส่งผลให้สามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยอำนวยความสะดวกด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ การลดความเสี่ยง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งนี้ ArisGlobal(R) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานสาขาในยุโรป อินเดีย และญี่ปุ่น

แหล่งข่าว: ArisGlobal