LCM Partners คว้ารางวัลในงาน Private Debt Investor’s 2015 Awards

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          LCM Partners ภูมิใจประกาศว่า บริษัทได้รับรางวัลชนะเลิศ Private Debt Investor ในสาขา European Distressed Debt Manager of the Year

          การมอบรางวัล PDI Awards ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 3 มีขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่มีผลงานที่ดีและโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมที่ช่วยกำหนดและดูแลตลาดหนี้สินเอกชน ด้วยปรัชญาที่ว่า ไม่มีใครสามารถตัดสินได้ว่าใครมีผลงานที่ดีที่สุดแห่งปีได้ดีกว่าบุคลากรในวงการเอง รางวัล PDI Awards ระดับโลกจึงเป็นรางวัลอิสระของวงการเพียงรางวัลเดียวที่โหวตให้กับบุคลากรในวงการ โดยบุคลากรในวงการ

          LCM Partners รู้สึกดีใจที่ได้รับการยอมรับจากผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงนวัตกรรมของบริษัทและพันธกิจที่ต่อเนื่องในการลงทุนในหนี้สิน กองทุน LCM Credit Opportunities Strategy III ที่เปิดตัวในช่วงกลางปี 2557 และให้ผลตอบแทนต่อปีโดยที่ไม่ได้ใช้เงินกู้ที่ 14.6% มานับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน กลยุทธ์ดังกล่าวประกอบไปด้วยบัญชีที่บริหารด้วยตนเองหลายบัญชี และกองทุนรวมที่มีเป้าหมายที่นักลงทุนสถาบันของยุโรปและสหรัฐ และคาดว่า จะปิดกองทุนขั้นสุดท้ายในปี 2559

          “LCM Partners ได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากการรับรางวัลอันทรงเกียรติของอุตสาหกรรมนี้จาก Private Debt Investor ซึ่งถือเป็นการยอมรับที่สำคัญอย่างยิ่งจากข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกันและลูกค้าได้โหวตให้กับเรา”

          “ปี 2558 นับเป็นปีที่ LCM มีความโดดเด่น โดยหนึ่งในความโดดเด่นนั้นคือการที่ LCM Credit Opportunities Strategy III ได้เริ่มต้นอย่างแข็งแกร่งไปสู่ความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องการระดมทุนของกลยุทธ์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนก็คือการได้รับผลตอบแทนที่แข็งแกร่งโดยที่ไม่ใช้หนี้สินของหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partners) ของเรา”

          “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกจากรายบัญชีรายชื่อผู้จัดการกองทุนหนี้สินที่โดดเด่นดังกล่าว และหวังว่าจะนำเสนอผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้กับ LP ของเรา ในปีนี้” พอล เบอร์เดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LCM Partners กล่าว

          หมายเหตุบรรณาธิการ:

          LCM Partners เป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางเลือกที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องหนี้สิน LCM ได้นำเสนอความเชี่ยวชาญที่หาที่เปรียบไม่ได้ด้านการลงทุนและการบริหารพอร์ตโฟลิโอหนี้สิน  บริษัททำธุรกรรมกว่า 2,000 ครั้ง ซึ่งครอบคลุมหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ หนี้กึ่งก่อให้เกิดรายได้ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นมูลค่าหนี้สินกว่า 1.35 หมื่นล้านยูโร

          รางวัล Private Debt Investor เป็นรางวัลที่บริษัทได้รับต่อจากรางวัล Fund Awards 2015 เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่ง LCM ได้รับการยกย่องให้เป็น “Best Credit Investor – Europe” และรางวัลอื่นๆในวงการที่ช่วยให้เรามีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมนี้ รางวัลดังกล่าวนับเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในอดีตที่ทีมงานได้สร้างขึ้น การนำเสนอผลตอบแทนโดยไม่ใช้เงินกู้ที่มี IRR เฉลี่ยที่ 14.9% มาตั้งแต่ปี 2542

          LCM ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุน NPL สำหรับผู้บริโภคจำนวน 2 กองทุน ร่วมกับบริษัท Insight Investment ในปี 2553 และ 2555 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2557 LCM ได้เปิดตัวกองทุนใหม่ Credit Opportunities Fund ซึ่งปัจจุบันประกอบไปด้วยกองทุน LCM Partners CO I และ LCM Partners CO II คาดว่า กองทุน LCM Partners CO III จะปิดกองทุนในเดือนกรกฎาคม 2559 โดยจะเป็นกองทุนผสมสำหรับนักลงทุนมืออาชีพที่ต้องการลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านยูโรขึ้นไป นักลงทุนที่ลงทุนในวงเงินที่สูงกว่านั้นและสนใจในกลยุทธ์นี้สามารถเปิดบัญชีที่สามารถบริหารจัดการเองได้

          LCM Partners เป็นสมาชิกของกลุ่มบริษัท Link Financial Group ซึ่งเป็นหนึ่งในนักลงทุนและผู้จัดการหนี้สินรายใหญ่ที่สุดในยุโรปที่ดำเนินงานใน 5 ประเทศ ผ่านทางสำนักงาน 8 แห่ง และพนักงาน 450 คน LCM Capital LLP เป็นผู้จัดการกองทุนเพื่อการลงทุนทางเลือกของกองทุน LCM ทั้งหมด (FCA – 534658)

          ติดต่อ:

          Alison Swonnell

          โทร: +44-203-457-5058

          อีเมล: aswonnell@lcmpartners.eu

          Paul D Burdell

          โทร: +44-203-457-5060

          อีเมล: paulburdell@lcmpartners.eu

          แหล่งข่าว: LCM Partners

ไมโครชิป เปิดตัวชุดเครื่องมือเพื่อการพัฒนาตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับระบบสัมผัสแบบ Projected-Capacitive (PCAP) สองมิติ และการสั่งงานด้วยท่าทางแบบสามมิติบนจอแสดงผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

กรุงเทพฯ–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ชุดเครื่องมือเพื่อการพัฒนาที่รองรับระบบสัมผัสและสั่งการด้วยท่าทางแบบ 2D/3D นี้ เปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบสามารถผนวกรวมโซลูชั่น 2D/3D สุดล้ำสมัยของไมโครชิปเข้ากับแอพพลิเคชั่นของตนได้โดยง่าย

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัว 2D/3D Touch and Gesture Development Kit(DV102014) ชุดเครื่องมือเพื่อการพัฒนาตัวแรกของอุตสาหกรรม ที่รองรับระบบสัมผัสแบบ projected-capacitive (PCAP) สองมิติ และการสั่งงานด้วยท่าทางแบบสามมิติบนหน้าจอ ชุดเครื่องมือใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีตรวจจับตำแหน่งแบบ 2D/3D ของไมโครชิปที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วอย่าง GestIC(R) เพื่อให้สามารถผนวกรวมระบบตรวจจับการสัมผัสแบบสองมิติและตำแหน่งมือแบบสามมิติลงบนแอพพลิเคชั่นส่วนแสดงผลได้โดยง่าย เทคโนโลยีดังกล่าวที่ใช้ประโยชน์จากสนามไฟฟ้านั้น ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งมือและนิ้วได้ทั้งบนพื้นผิวหน้าจอและห่างจากหน้าจอไม่เกิน 20 ซม. นอกจากนี้ ชุดเครื่องมือเพื่อการพัฒนายังนำเสนอประสบการณ์แบบ “out-of-the-box” ที่ใช้งานง่ายและไม่ต้องมีการพัฒนารหัสแต่อย่างใด อีกทั้งสามารถกำหนดตัวแปร วินิจฉัย และตั้งค่าอื่นๆได้ผ่าน Aurea 2.0 ซึ่งเป็นส่วนประสานกราฟิกกับผู้ใช้ (GUI) ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160222/8521601057

ชุดเครื่องมือ 2D/3D Touch and Gesture Development Kit ประกอบไปด้วยคอนโทรลเลอร์ PCAP รุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครชิปอย่าง MTCH6303 พร้อมคอนโทรลเลอร์รองรับระบบสั่งการแบบสามมิติ MGC3130 และยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับการสัมผัสโปร่งใสขนาด 8 นิ้ว เพื่อให้สามารถสร้างแบบจำลองรองรับจอแสดงผลที่วางจำหน่ายทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว MTCH6303 นำเสนอพิกัดจุดสัมผัสแบบมัลติทัชด้วยอัตราสแกนนิ้วมือทั้งห้าที่ 100 Hz นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วยระบบตรวจจับตำแหน่งนิ้วมือบนพื้นผิวจอแบบบูรณาการ ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งแอพพลิเคชั่นที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ (OS) เช่นเดียวกับระบบฝังตัวที่ไม่มีระบบปฏิบัติการ

MGC3130 ซึ่งผสานเทคโนโลยี GestIC ของไมโครชิปที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมายนั้น เป็นคอลโทรลเลอร์ควบคุมระบบสั่งการแบบสามมิติหมวดสนามไฟฟ้าตัวแรก ที่กินไฟต่ำ และสามารถตรวจจับตำแหน่งมือได้อย่างแม่นยำและทนทานที่อัตรา 200 Hz นอกจากนี้ เทคโนโลยี GestIC ยังใช้โมเดล Hidden Markov Model ขั้นสูง เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะสามารถตรวจจับตำแหน่งมือแบบสามมิติได้เกิน 95% โดยการสั่งการด้วยท่าทางนั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันทั่วโลก ถูกสุขลักษณะ และเรียนรู้ได้ง่าย ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับแอพพลิเคชั่นส่วนแสดงผล

ไมโครชิปได้ก้าวขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการสั่งการด้วยท่าทางมานับตั้งแต่เปิดตัว GestIC” ดร.โรแลนด์ ออเบาเออร์ ผู้อำนวยการฝ่าย Human-Machine Interface Division ของไมโครชิป กล่าว “เทคโนโลยี GestIC เป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อใช้เสริมฟีเจอร์สามมิติเข้ากับแอพพลิเคชั่นส่วนแสดงผล ที่ผสมผสานเข้ากับระบบมัลติทัช PCAP แบบสองมิติได้อย่างลงตัว ทำให้วันนี้เหล่านักออกแบบมีตัวเลือกที่ง่ายขึ้น ในการผนวกรวมเทคโนโลยีส่วนต่อประสานผู้ใช้แบบสองและสามมิติ เพื่อให้สามารถคิดค้นนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นที่ล้ำสมัยและใช้งานง่ายต่อไป”

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 2D/3D Touch and Gesture Development Kit (DV102014) ได้ที่:http://www.microchip.com/DV102014-022316b

การวางจำหน่าย

ชุดเครื่องมือ 2D/3D Touch and Gesture Development Kit (DV102014) วางจำหน่ายแล้ววันนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/DV102014-022316b สามารถสั่งซื้อ DV102014 ได้ที่ http://www.microchip.com/mDirect-022316a หรือติดต่อพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือการติดต่อสำหรับกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่ :

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/homepage2-022316a

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip รวมถึง GestIC  เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Daphne Yuen (โมโครชิป)
โทร: (+852) 2943 5115 
อีเมล: 
daphne.yuen@microchip.com

Jennifer Tang (LEWIS PR)
โทร: (+852) 3944 5025 
อีเมล: 
jennifer.tang@teamlewis.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160222/8521601057

แว่นตาแฟชั่นแบรนด์ “MUJOSH” เปิดตัวในงาน Milano Eyewear Show แย้มแคมเปญ “Injection” รุกขยายธุรกิจในระดับสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิลาน–2 มี.ค. 2559–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

แว่นตาแฟชั่นสุดทันสมัยแบรนด์ “MUJOSH” เปิดตัวในงาน Milano Eyewear Show (MIDO 2016) พร้อมกับนำเสนอบางส่วนของแคมเปญการตลาดสุดยิ่งใหญ่ “Injection” ประจำปี 2016Hall MORE! พื้นที่เฉพาะสำหรับจัดแสดงเทรนด์และแนวโน้มในอนาคตของวงการแว่นตาทั่วโลก รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ และนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/0861601644

 

การเข้าร่วมงาน MIDO ถือเป็นก้าวย่างอันน่าตื่นตาตื่นใจในการผลักดันธุรกิจของเราสู่สากล” อลัน เฉิน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MUJOSH กล่าว “MUJOSH เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เริ่มขยายธุรกิจสู่สากลเมื่อต้นปี 2015 นี่เอง ปัจจุบันสินค้าของเราส่วนใหญ่วางจำหน่ายในจีน ไทย มาเลเซีย ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส เราจึงอยากใช้โอกาสในการเข้าร่วมงาน MIDO เพื่อขยายธุรกิจสู่นานาชาติต่อไป”

 

MUJOSH นำเสนอคอนเซปต์ใหม่ล่าสุดแก่ผู้เข้าชมงาน MIDO 2016 ซึ่งแตกต่างจากทุกแบรนด์ในตลาดอย่างสิ้นเชิง “แคมเปญการตลาดตัวใหม่ของเราในชื่อ Injection จะเปิดตัวเร็วๆนี้ และเราได้นำบางส่วนมาให้ลูกค้าได้ชมเพื่อเรียกน้ำย่อยในงาน MIDO ด้วยเกรซ จาง ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท Photosynthesis Group กล่าว “MUJOSH เป็นแบรนด์ที่มีชีวิตชีวา แนวคิดของแบรนด์จึงเป็นการเพิ่มสีสันให้กับชีวิตของลูกค้า สร้างความสดใสซาบซ่า และแบ่งปันทุกช่วงเวลาไปด้วยกัน

 

MUJOSH ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยกลุ่มครีเอทีฟรุ่นใหม่จอมแหกกฎที่เชื่อว่าแว่นตาไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้แก้ไขปัญหาสายตาเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องประดับแฟชั่นที่จำแนกตัวตนของผู้สวมใส่และทำให้โดดเด่นกว่าผู้อื่น บรรดาแฟชั่นไอคอนรวมถึงผู้สวมใส่ทั่วไปจึงหลงใหล MUJOSH อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 

เกี่ยวกับ MUJOSH

 

MUJOSH เป็นแบรนด์แว่นตาแฟชั่นสุดทันสมัยที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง MUJOSH ผสานวัสดุชั้นดีเข้ากับสไตล์อันโดดเด่นเพื่อสร้างสรรค์แว่นตาที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง MUJOSH ชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ ให้ค่ากับงานฝีมือ และใส่ใจกับสัมผัสดั้งเดิมของวัสดุที่ใช้ บรรดาแฟชั่นไอคอนรวมถึงผู้สวมใส่ทั่วไปจึงหลงใหล MUJOSH อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 

ติดต่อ:

Capri Wu

โทร. +86-755-2588-2188

อีเมล: capri.wu@mujiushi.com   

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/0861601644

 

คำบรรยายภาพ MUJOSH ในงาน MIDO 2016

ร้านกากั้นคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกาศ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียติดต่อกันเป็นปีที่สอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย–(Marketwired)–29 ก.พ. 2559

null

ร้านอาหารกากั้น (Gaggan) จากกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลสูงสุดในการประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ติดต่อกันเป็นปีที่สอง รางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน (S.Pellegrino) และอัคควา ปันน่า (Acqua Panna) โดยได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ชนะในพิธีประกาศผลรางวัล ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพมหานคร

ครั้งนี้เป็นปีที่ 4 ของการจัดงาน ซึ่งมีร้านอาหารหน้าใหม่เข้าสู่ลิสต์ปี 2016 นี้ถึง 10 ร้านด้วยกัน จากตัวแทน 13 ประเทศ ซึ่งรายชื่อร้านอาหารปี 2016 นั้นมาจากหลายประเทศเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มา สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความหลากหลายของการสร้างสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศ ทั่วเอเชีย

ร้านกากั้น ครองสองตำแหน่งในปีนี้ ได้แก่ ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า และ ร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่าเช่นกัน

รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในแต่ละประเทศ :

นาริซาว่า (Narisawa) [อันดับที่ 2] ร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่าซึ่งนับเป็นความสำเร็จเป็นปีที่ 4 แล้ว

เลื่อนขั้นสองอันดับ ร้าน อองเดร (Andre) [อันดับที่ 3] ของเชฟอองเดร เชียง (Andre Chiang) ครองตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศสิงคโปร์ สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า ติดต่อกันเป็นปีที่ 4

แอมเบอร์ (Amber) [อันดับที่ 4] จากฮ่องกง คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศจีน สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า แทนผู้ชนะเมื่อปีที่แล้วอย่าง ร้านอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) [อันดับที่ 7]

ก้าวมาอยู่ในอันดับที่ 15 ร้านมิงเกิลส์ (Mingles) จากกรุงโซล คว้ารางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul รวมทั้งยังควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในเกาหลีอีกด้วย

ร้านแกลเลอรี่ เวสค์ (Gallery Vask) [อันดับที่ 39] จากมะนิลาได้รับเลือกเป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมในฟิลิปปินส์ ในขณะที่ร้านโลคาวอร์ (Locavore) [อันดับที่ 49] ที่บาหลี คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในอินโดนีเซียไปครอง

ร้านอินเดียน แอคเซ่น (Indian Accent) ไต่ขึ้น 13 ลำดับขึ้นสู่อันดับที่ 9 พร้อมรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในอินเดียเป็นปีที่สองแล้ว

ร้านเลอมูท์ (Le Mout) [อันดับที่ 30] คว้าตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในไต้หวัน ในขณะที่ร้านมินิสทรี่ ออฟ แครบ (Ministry of Crab) ที่โคลอมโบ [อันดับที่ 31] ยังคงรักษาเกียรติยศได้อยู่ในตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในศรี ลังกา ร้านคิวซีน วัดตำหนัก (Cuisine Wat Damnak) [อันดับที่ 43] กลับมาครองตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในกัมพูชาอีกครั้ง

ผู้ชนะรางวัลสาขาอื่น ๆ ประกอบด้วย :

รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul: ร้านมิงเกิลส์ (Mingles)
เชฟมิงกู คัง (Mingoo Kang) ได้รังสรรค์อาหารเกาหลีขึ้นมาใหม่ โดยผสมผสานเครื่องปรุงในท้องถิ่นเข้ากับอิทธิพลและวิธีการทำอาหารแบบตะวันตก

รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro: ร้านโฟลคริแลช (Florilege)
ร้านโฟลคริแลชจากโตเกียวโดดเด่นในการทำอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ออกมาได้อย่าง มีสไตล์ไร้ที่ติ

รางวัลสุดยอดเชฟทำขนมแห่งเอเชีย (Asia’s Best Past ry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry: เชอรีล โกห์ (Cheryl Koh)
เกิดที่สิงคโปร์ ได้แรงบันดาลใจที่เก็บเกี่ยวมาจากการเดินทาง เชอรีล โกห์ ได้ทำการเปิดตัวทาร์ตในเดือนเมษายน 2558

รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award): พอล เพเรท์ (Paul Pairet)
พอล เพเรท์ ได้รับความยอมรับนับถือจากบรรดาเพื่อนเชฟด้วยกัน จากความสำเร็จในร้านอาหารชื่อดังสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ มิสเตอร์ แอนด์ มิสซิสบันด์ (Mr & Mrs Bund) และร้านอาหารสุดล้ำที่มีชื่อว่าอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet)

รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award): ร้านควินเทสเซนส์ (Quintessence)
ร้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโตเกียว ร้านควินเทสเซนส์ [อันดับที่ 20] ก้าวกระโดดขึ้น 29 ลำดับจากปีที่แล้ว เชฟมาร์การิต้า โฟเร่ส์ (Chef Margarita Fores) จากฟิลิปปินส์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชียประจำปี 2016 ในขณะที่ เดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) เป็นผู้ได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารจาก The Diners Club(R)

วิลเลี่ยม ดรูว์ (William Drew) บรรณาธิการกลุ่มของงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย กล่าวว่า “คณะผู้จัดงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย มีเจตนารมย์ในการยกย่องชมเชยความคิดสร้างสรรค์ เมนูอาหารรสเลิศ และเหล่าสุดยอดร้านอาหารทั้ง 50 แห่งที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งเหล่าบรรดาเชฟชั้นนำผู้ได้รับรางวัล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนความเป็นสุดยอดของอุตสาหกรรมนี้”

สำหรับข้อมูล รูปภาพ และภาพวิดีโอเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ www.theworlds50best.com/asia

รูปภาพ
บรรดาเชฟและร้านอาหารต่างๆ ร่วมกันฉลองในพิธีประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแ ห่งเอเชียประจำปี 2016 สนับสนุนโดย ซาน เปลเลกริโน (S.Pellegrino) และอัคควา ปันน่า (Acqua Panna)
http://release.media-outreach.com/i/Download/4414
http://release.media-outreach.com/i/Download/4422

ตราบริษัท
http://release.media-outreach.com/i/Download/4340

การรวบรวมรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย
รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จัดทำโดย The Diners Club(R) Asia’s 50 Best Restaurants Academy ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 300 ท่าน

สำหรับรายชื่อในปี 2016 นี้ Asia’s 50 Best Restaurants ได้ร่วมทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Deloitte ในฐานะพั นธมิตรผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินอิสระอย่างเป็นทางการ

จัดโดย William Reed Media Group
รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียจัดทำขึ้นโดย William Reed Media Group ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมในโลก (The World’s 50 Best Restaurants) มาตั้งแต่ปี 2545 และ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมในละตินอเมริกา (Latin America’s 50 Best Restaurants) ตั้งแต่เดือนกันยายน 2556

ประเทศเจ้าภาพจัดงาน: ประเทศไทย
อาหารไทยถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมายังประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้กลายมาเป็นสนามของความเลิศรสให้แก่บรรดาเชฟชื่อดัง ระดับโลกอีกด้วย ภัตตาคารและร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทยได้สืบทอดการปรุงเมนูอาหารดั้งเดิม รวมทั้งรังสรรค์คิดค้นเมนูใหม่ๆ ทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง ทุกเมนูล้วนแล้วแต่คงรสชาติเลิศรส พร้อมเชิญชว นให้ทุกคนมาลิ้มลองประสบการณ์อาหารไทยที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์อย่างชัดเจน

เกี่ยวกับผู้สนับสนุนหลักของงาน:
ซาน เปลเลกริโน (S.Pellegrino) และ อัคควา ปันน่า (Acqua Panna) ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ซาน เปลเลกริโน (S.Pellegrino) และ อัคควา ปันน่า (Acqua Panna) ถือเป็นแบรนด์น้ำแร่ธรรมชาติชั้นนำในวงการอาหารชั้นเลิศระดับโลก

รายนามผู้สนับสนุนของเรา :
– Diners Club International(R) – ผู้สนับสนุนบริการทางการเงินอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนรางวัลความสำเร็จสูงสุดของ The Diners Club(R) และอะคาเดมี่สำหรับ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียของ The Diners Club
– John Paul – ผู้ให้บริการอํานวยความสะดวกและผู้สนับสนุนรางวัลยอดเยี่ยมสำหรับร้านอาหาร รายใหม่ที่เข้ารอบ
– Peroni Nastro Azzurro – ผู้ผลิตและจัดจําหน่ายเบียร์อย่างเป็นทางการ และผู้สนับสนุนรางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง
– Cacao Barry – ผู้ผลิตและจัดจําหน่ายช็อกโกแลตอย่างเป็นทางการ และผู้สนับสนุนเชฟทำขนมยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย
– Silestone by Cosentino – ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคาน์เตอร์ครัวจากหินควอทซ์อย่างเป็นทางการ
– Robert Mondavi Winery – ผู้ผลิตและจัดจําหน่ายไวน์อย่างเป็นทางการ
– W Hotel Bangkok – พันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนโรงแรมที่พักและสถานที่จัดงานอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน: หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและตามติดการอัพเดตข้อมูลจาก 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย คุณต้องลงทะเบียนที่ศูนย์กลางสื่อออนไลน์ของเราที่
http://www.theworlds50best.com/asia/en/media-centre-registration.html

สำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูล กรุณาติดต่อ บริษัท CatchOn & Company ในฮ่องกง
Joanne Liu/ Elaine Chow
อีเมล์: asias50best@catchonco.com
โทรศัพท์: +852 2566 8988

CESAR ผนึกกำลัง MOFILM เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บรัสเซลล์–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ประกาศรายชื่อผู้ชนะการแข่งขันสร้างคอนเทนต์ให้แคมเปญ “True Friendship” ของ CESAR(R)

 

CESAR(R) แบรนด์อาหารสุนัขระดับพรีเมียม ประกาศรายชื่อผู้ชนะการแข่งขันระดับโลกเพื่อเฟ้นหาครีเอทีฟดาวรุ่งและคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์ โดย CESAR(R) ได้ท้าทายเหล่าครีเอทีฟและคนทำหนังรุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลกให้สร้างหนังที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์

 Cesar Dog / CESAR dog. CESAR(R) and MOFILM crowdsource for creative content. (PRNewsFoto/Mars Petcare)

CESAR dog. CESAR(R) and MOFILM crowdsource for creative content. (PRNewsFoto/Mars Petcare)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160223/336495 )

 

ผู้ชนะการแข่งขัน CESAR(R): MOFILM Texas 2016 Video Contest ได้แก่ Ze Pedro Abreu จากโปรตุเกส และ Yuichiro Nakano จากญี่ปุ่น ซึ่งสร้างสรรค์หนังสั้นสุดประทับใจที่สื่อถึงพลังแห่งมิตรภาพระหว่างเจ้าของและสุนัข ผ่านการแบ่งปันอาหารกันในโอกาสพิเศษ โดยผู้ชนะทั้งสองได้รับการคัดเลือกจากบรรดาผู้ส่งผลงานเข้าประกวดผ่านทางแพลตฟอร์ม crowdsourcing ของ MOFILM ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

Natalia Ball ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ระดับโลกของ CESAR(R) อธิบายคอนเซปต์ของการแข่งขันว่า “เราท้าทายให้คนทำหนังรุ่นใหม่สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เผยให้เห็นคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งก็คือมิตรภาพนั่นเอง เราต้องการแสดงให้เห็นว่า เมื่อคุณรักใครสักคนราวกับเพื่อนแท้ คุณจะอยากแบ่งปันทุกอย่างร่วมกับเขา โดยเฉพาะอาหาร หนังสั้นเหล่านี้ได้รับเลือกเนื่องจากสรุปความเป็นแบรนด์  CESAR(R) เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน การแข่งขันนี้เป็นวิธีใหม่ในการเฟ้นหาผู้มีความสามารถและคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์สำหรับแบรนด์ของเรา ทั้งยังเปิดโอกาสให้คนทำหนังได้ควบคุมการคิดและการสื่อไอเดียได้อย่างเต็มที่ จุดมุ่งหมายของเราคือการค้นหาแนวทางใหม่ในการทำงาน เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่จะทำให้แบรนด์ของเรามีชีวิตขึ้นมา”

 

หนังที่คว้ารางวัลบอกเล่าเรื่องราวของสุนัขพันธุ์ “เวสตี้” ที่เป็นสุนัขประจำแบรนด์ CESAR(R) และเจ้าของ ซึ่งอยู่เคียงข้างกันและกันในสองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และแบ่งปันโอกาสพิเศษร่วมกัน โดยหนังสั้นแสนอบอุ่นของ Ze Pedro Abreu ที่มีชื่อว่า “I Do” เผยให้เห็นว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์มีบทบาทสำคัญแค่ไหนในวันแต่งงานของเจ้าของ ขณะที่ “Dog Run” หนังสั้นของ Yuichiro Nakano บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าของและสุนัขที่เตรียมเข้าร่วมงานโชว์สุนัข สำหรับ Ze ที่คว้ารางวัลชนะเลิศนั้น จะได้รับเงินรางวัล 8,000 ดอลลาร์ และได้เดินทางไปยังเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เพื่อร่วมงาน MOFILM Texas 2016 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลSXSW ที่รวมคนในแวดวงดนตรี ภาพยนตร์ และสื่อดิจิตอลมาไว้ในที่เดียว

 

ชมหนังสั้นที่คว้ารางวัลได้ทาง Mars YouTube Channel, Facebook.com/Mars,Twitter.com/MarsGlobal รวมถึงเว็บไซต์ของ MOFILM

 

หนังที่คว้ารางวัล

 

“I Do” โดย Ze Pedro Abreu จากโปรตุเกส: https://www.mofilm.com/video/685233

           

Ze Pedro Abreu เป็นครีเอทีฟไดเรคเตอร์ผู้คร่ำหวอดในแวดวงโฆษณาตลอด 10 ปี โดยทำงานให้กับเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่นAMV BBDO Young & Rubicam และ McCann Worldgroup เขาเปิดเผยเกี่ยวกับงานของเขาว่า “เบื้องหลังแบรนด์ที่ดีควรมีไอเดียที่ดี และเบื้องหลังไอเดียที่ดีควรมีเรื่องราวให้บอกเล่า โดยต้องเป็นเรื่องราวที่ทำให้เราหยุดชะงักและรู้สึกสนใจ”

CREDITS:

Creative Direction: Ze Pedro Abreu

Script Writing: Ze Pedro Abreu

Direction: Ze Pedro Abreu

Cinematography: Ze Pedro Abreu

Production: Ze Pedro Abreu

Editing: Ze Pedro Abreu

Music Score: Jimmy Agnello

Sound Design / Music Editing: Ze Pedro Abreu

Acting: Joao Pedro Paiva

Dog: Spock

“Dog Run” โดย Yuichiro Nakano จากญี่ปุ่น: https://www.mofilm.com/video/80c0fd 

 

Yuichiro Nakano เป็นนักสร้างหนังและศิลปินที่เกิดในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และใช้ชีวิตในวัยเด็กที่ซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาสร้างสรรค์สารคดีขนาดสั้นเรื่อง “Live with the Sea” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิในญี่ปุ่น ซึ่งผลงานดังกล่าวถูกนำไปฉายในเทศกาลหนัง 2013 Montreal World Film Festival และ 2013 Raindance Film Festival ขณะที่หนังสั้นลำดับถัดมาอย่างเรื่อง “Between Waves” ซึ่งบอกเล่าผลพวงหลังเกิดเหตุสินามิเช่นกัน ก็ถูกนำไปฉายในงาน 2015 International Film Festival of Cinematic Arts ส่วนผลงานการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “Bayside Swordsman”ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ “เคนโด้” ศิลปะการฟันดาบของญี่ปุ่น และ “My Little Fiend, Salai” ที่บรรยายถึงความรักต้องห้ามของเลโอนาร์โด ดาวินชี ก็คว้ารางวัลในการประกวด 2015 Hollywood Screenplay Contest นอกจากนี้ เขาเคยจัดนิทรรศการเดี่ยว 2 ครั้งในกรุงโตเกียวเมื่อปี 2011 และ 2013 ขณะเดียวกันผลงานศิลปะของเขาก็ได้รับการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง อาทิ The National Art Center ในกรุงโตเกียว และ Hyvinkaa Art Museum ในประเทศฟินแลนด์

 

CREDITS:

Producer: Shotaro Miki

Art Director: Shiho Yoshikawa

Visual Effects Supervisor: Shosuke Watanabe

Production Manager: Katsuichi Koguchi

Editors: Yuichiro Nakano, Shotaro Miki

Music Composer: Andre Barros

Cast: Max, Hook, Gene

Special Thanks to: Kohei Kawai (Pet Style), Shigeko Oshima

 

เกี่ยวกับ CESAR(R) Canine Cuisine  

 

CESAR(R) Canine Cuisine คือแบรนด์อาหารสุนัขชนิดเปียกระดับพรีเมียมคุณภาพสูง และขนมสำหรับสุนัขขนาดกลางและขนาดเล็ก CESAR(R) ต้องการเปลี่ยนเวลาอาหารสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่แบ่งปันร่วมกันได้ ด้วยการมอบรสชาติที่ไม่อาจต้านทานและความหลากหลายที่สุนัขชื่นชอบ CESAR(R) นำเสนอรสชาติอันหลากหลายที่ไม่อาจอดใจไหว อาทิ Original Pate และ Gourmet Filets ในน้ำซอส รวมถึง HOME DELIGHTS (TM) อาหารรสละมุนที่สุนัขสามารถเพลิดเพลินได้ในแบบเดียวกับคุณ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cesar.com

 

เกี่ยวกับ  MOFILM

 

เทคโนโลยีของ MOFILM ช่วยให้แบรนด์และองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ สามารถเข้าถึงชุมชนครีเอทีฟทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาผลงานสร้างสรรค์และคอนเทนต์คุณภาพสูง แนวทางการตลาดที่เน้นคนหมู่มากช่วยให้นักกลยุทธ์และนักสร้างหนังสามารถสร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่ได้อย่างคุ้มค่าและถูกที่ถูกเวลา ขณะเดียวกันก็ได้แสดงความสามารถสู่สายตาผู้ชมในวงกว้างขึ้น

 

MOFILM สนับสนุนเงินทุนในการผลิตคอนเทนต์ พร้อมทั้งดูแลและให้คำแนะนำตลอดการประกวดแข่งขัน ตั้งแต่การเขียนสคริปต์ไปจนถึงการตัดต่อขั้นสุดท้าย เพื่อรับประกันคุณภาพของผลงานและให้อิสระในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

 

ลูกค้ามากมายต่างนำคอนเทนต์จาก MOFILM ไปใช้งานในทุกช่องทาง ทั้งทางสื่อดิจิตอล ทีวี และโรงภาพยนตร์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์:MOFILM.com | เฟซบุ๊กfacebook.com/MOFILM | ทวิตเตอร์@MOFILM | อินสตาแกรม@mofilmugc | ยูทูบyoutube.com/mofilmchannel

 

ที่มา: Mars Petcare

ชาวพื้นเมืองในรัฐออนตาริโอสำเร็จการศึกษาและพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านการเรียนออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ธันเดอร์เบย์, ออนตาริโอ–2 มี.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          – Contact North | Contact Nord สนับสนุนให้ผู้เรียนชาวพื้นเมืองทั่วรัฐออนตาริโอประสบความสำเร็จในชุมชน

          Contact North | Contact Nord เครือข่ายการเรียนรู้และฝึกอบรมทางไกลแห่งรัฐออนตาริโอ เผยแพร่เอกสารชื่อ “21 Success Stories of Aboriginal Learners Using Online Learning To Get Their Degrees, Diplomas, Certificates or Upgrade Their Skills” ซึ่งชูความสำเร็จของผู้เรียนชาวพื้นเมืองในรัฐออนตาริโอที่เติมเต็มเป้าหมายทางการศึกษาและการฝึกอบรมผ่านการเรียนออนไลน์

          ผู้เรียนชาวพื้นเมือง 21 คนนี้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรต่างๆผ่านการเรียนออนไลน์ที่สนับสนุนโดยหนึ่งในศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ท้องถิ่น 28 แห่งของContact North | Contact Nord ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนพื้นเมืองทั่วรัฐออนตาริโอ ความร่วมมือระหว่างชุมชน นักเรียน และศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ Contact North | Contact Nord ในท้องถิ่น เป็นที่ประจักษ์เด่นชัด รวมถึงเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างศักยภาพภายในชุมชนพื้นเมืองทั่วโลก

          “ในโอกาสเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ของการดำเนินงาน Contact North | Contact Nord ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับชุมชนคนพื้นเมืองทั่วรัฐออนตาริโอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปเพื่อเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมที่พวกเขาต้องการเพื่อความสำเร็จ” พอล เทลเลเฟอร์ ประธานคณะกรรมการContact North | Contact Nord กล่าว “ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ในชุมชนพื้นเมืองทั้ง 28 แห่งของเรานั้นได้ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อช่วยให้สมาชิกในชุมชนสำเร็จการศึกษาในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตร รวมถึงพัฒนาทักษะของตนเอง ผ่านการเรียนออนไลน์ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นรายบุคคลในชุมชน”

          Contact North | Contact Nord เป็นพันธมิตรกับวิทยาลัยรัฐบาล 24 แห่ง มหาวิทยาลัยรัฐบาล 22 แห่ง และผู้ให้บริการฝึกอบรมทักษะพื้นฐานและการอ่านเขียน 250 รายของรัฐออนตาริโอ เพื่อให้คนในท้องถิ่นเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและฝึกอบรม Contact North | Contact Nord ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาลออนตาริโออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2529 โดยได้ให้การสนับสนุนชาวออนตาริโอกว่า 4 ล้านคน ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนพื้นเมืองและชุมชนที่พูดภาษาฝรั่งเศสขนาดเล็กในชนบทอันห่างไกลกว่า 600 ชุมชน ให้เข้าถึงการศึกษาระดับที่สูงกว่ามัธยม รวมถึงการฝึกอบรมโดยไม่ต้องจากบ้านเกิดไปไหน

          เยี่ยมชม studyonline.ca เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมและคอร์สต่างๆ ที่มีบริการแก่ผู้เรียนออนไลน์ในรัฐออนตาริโอ

          สามารถอ่านเอกสารได้ที่: http://teachonline.ca/sites/default/files/pdfs/21_success_stories-aboriginal_learners-february_2016.pdf

          เกี่ยวกับ Contact North | Contact Nord: http://studyonline.ca/about-us/contact-north

          ติดต่อ:

          Heather Campbell

          ผู้ประสานงานการสื่อสาร

          โทร: 1-855-345-5035

          อีเมล: heather@contactnorth.ca

“Fragrance Du Bois” จับมือเป็นพันธมิตรกับ “Jovoy” บูติกน้ำหอมชื่อดังของปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–2 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Fragrance du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรู และ Jovoy บูติกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก” จากปารีส ได้ประกาศความร่วมมือขั้นเริ่มแรกต่อบรรดาสื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้คลั่งไคล้น้ำหอมในวันนี้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/8521601327-a

ความร่วมมือระหว่าง Fragrance Du Bois กับ Jovoy

 

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยุโรปเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเริ่มต้นความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งโลกน้ำหอมชั้นสูง สำหรับ Fragrance Du Bois และ Jovoy นั้น ต่างมีเคมีที่ตรงกันทั้งในเรื่องของความมุ่งหมาย วัฒนธรรม และคุณค่าในการสร้างความร่วมมือที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

การเปิดตัว Fragrance Du Bois เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก” กับแบรนด์น้ำหอมที่ได้รับการยอมรับว่ามีชีวิตชีวาและแปลกใหม่มากที่สุดแบรนด์หนึ่งในปัจจุบัน

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/8521601327-b

การเดินทางครั้งใหม่นี้จะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2559 ที่กรุงปารีส และจะออกเดินทางไปยังสถานที่ชั้นนำต่างๆทั่วยุโรปและทั่วโลกต่อไป

 

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

 

ชาร์ลอตต์ เมดิก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและธุรการ

อีเมล: charlotte.medigue@fragrancedubois.com

โทร. +41-22-707-7330

 

เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois

 

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมฝรั่งเศสที่ถือกำเนิดขึ้นจากสายสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งโลก ได้แก่ พื้นที่ปลูกไม้กฤษณาและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ดำเนินงานอย่างยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศาสตร์การรังสรรค์น้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสอันยากที่จะเลียนแบบ

 

Fragrance Du Bois มีพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาเป็นของตนเอง ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัทมากรางวัลการันตีคุณภาพอย่าง Asia Plantation Capital อันเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งยังเป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกและมีการปลูกต้นไม้อย่างยั่งยืนด้วยหลักการหมุนเวียน อีกทั้งมีการก่อตั้งโรงกลั่นสุดล้ำสมัยในมาเลเซียและไทย อันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันกฤษณาที่ลึกลับและเป็นที่ต้องการอย่างสูง สำหรับนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์น้ำหอมสุดวิเศษของ Fragrance Du Bois ต่อไป

 

น้ำมันกฤษณาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทองคำเหลว” และ “ไม้ของเหล่าทวยเทพ” นั้นหายากและล้ำค่ายิ่ง นอกจากนั้นยังเป็นส่วนผสมที่เหล่าผู้ผลิตน้ำหอมชั้นนำของโลกต่างเลือกใช้

 

น้ำมันกฤษณาที่นำมารังสรรค์เป็นน้ำหอมของ Fragrance Du Bois ล้วนมีคุณภาพยอดเยี่ยม ผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืน และสามารถตรวจสอบที่มาได้ ความสัมพันธ์ระหว่าง Fragrance Du Bois กับพื้นที่เพาะปลูกที่ทางแบรนด์บริหารจัดการเองอย่างยั่งยืนนั้น ได้ก่อให้เกิด “โมเดลธุรกิจแห่งยุค” โดย Fragrance Du Bois มีอำนาจควบคุมดูแลตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานที่มีความยั่งยืน มีการหมุนเวียน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

ส่วนผสมชั้นเลิศเช่นนี้ได้ทำให้ Fragrance Du Bois สามารถรังสรรค์กลิ่นหอมสุดเย้ายวนใจ จากฝีมือแบบฉบับเมืองกราสส์ของนักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้าอย่างคุณฟรองซัวร์ เมิร์ล-โบดวง ผู้อยู่เบื้องหลังความวิเศษของน้ำหอมจาก Fragrance Du Bois นอกจากนี้ นักผสมน้ำหอมทุกท่านของ Fragrance Du Bois ยังได้เพลิดเพลินไปกับการใช้น้ำมันกฤษณาคุณภาพระดับพรีเมียม และล้วนเล็งเห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนและแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ของส่วนผสมสำคัญในผลงานของตน

 

Fragrance Du Bois นำเสนอ Eaux de Parfums 10 รุ่นในตระกูล “Shades” และ “Prive” ส่งผลให้แบรนด์มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการน้ำหอมโลกที่มีการแข่งขันสูง ขณะเดียวกัน หลักการดำเนินงาน “From Soil, to Oil, to You” ก็กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโลกธุรกิจยุคใหม่

 

เกี่ยวกับ Jovoy

 

Jovoy ร้านบูติกกลางกรุงปารีสที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “แหล่งรวมน้ำหอมหายาก” ได้เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 4 4 rue de Castiglione เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์2559 โดย Jovoy ได้เติบโตขึ้นเป็นสุดยอดบูติกน้ำหอมสำหรับบรรดาผู้คลั่งไคล้น้ำหอมที่รังสรรค์อย่างละเอียดลออ แปลกใหม่ และเข้ากับบุคลิกของตนเอง

 

คุณฟรองซัวร์ เออแนง ชายผู้ให้กำเนิดแบรนด์นี้ ได้ค้นพบและตกหลุมรักศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์น้ำหอมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนได้ตั้งโรงกลั่นน้ำมันหอมระเหยในเวียดนาม ก่อนที่จะเริ่มรังสรรค์ผลงานของตนในเมืองกราสส์ของฝรั่งเศส

 

Jovoy ได้เริ่มใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์เพื่อขยายอุตสาหกรรมน้ำหอมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยได้ผลักดันน้ำหอมเฉพาะกลุ่มที่โดดเด่นจากแบรนด์ทั่วๆไป ขณะเดียวกันก็ยังยึดมั่นในแก่นแท้ของน้ำหอมสไตล์ฝรั่งเศส Jovoy มีธุรกิจในกรุงเตหะรานของอิหร่าน และร้านบูติกนำร่องในเมืองเลอม็องของฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังยืนยันแผนการเปิดตัวบูติกที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ด้วย

 

รูปภาพ 1 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/8521601327-a

รูปภาพ 2 – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/8521601327-b

 

คำบรรยาภาพ 1 – คุณนิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois หน้าร้าน Jovoy Ambassade des Parfums Rares a Paris

คำบรรยาภาพ 2 – คุณฟรองซัวร์ เออแนง ช่วยจัดพื้นที่เปิดตัวให้กับ Fragrance Du Bois

MUJOSH Debuts at Milano Eyewear Show, Presenting a Slice of the ‘Injection’ Campaign and with the Goal to Further Expand its International Business

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

MILAN–1 Mar–PRNewswire/InfoQuest

          Innovative fashion eyewear brand MUJOSH debuts at Milano Eyewear Show (MIDO 2016) as it presents itself and a slice of its major marketing campaign of year 2016 – ‘Injection’, at Hall MORE!, a dedicated space where it demonstrates the trends and future of the eyewear world and shows creativity, vision and innovation in the industry.

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/0861601644

          “Coming to MIDO is an exciting move for our international business development,” said Alan Chen, Founder of MUJOSH. “This is a young brand that started its international expansion at the beginning of 2015. MUJOSH products are now being sold mostly in China, Thailand, Malaysia, Australia and France, and we would like to take the opportunity of coming to MIDO to further expand our international business.”

          Different from all the existing spatial design, MUJOSH brought a brand new concept for the visitors at MIDO 2016. “Our new marketing campaign – Injection – is going to be launched soon, and this time at MIDO we are showing a slice of what’s to be expected to our visitors,” stated Grace Zhang, General Manager of International Business Division of Photosynthesis Group. “MUJOSH is a warm brand. The idea is to ‘inject’ a splash of colour to our customers’ lives, to brighten them up and to share every moment with them.”

          Founded in 2010 by a group of young creative rule-breakers who believe glasses are not only tools to improve eyesight, but also fashion accessories to differentiate wearers and make them stand out from the crowd, MUJOSH is deeply loved by fashion icons and wearers.

          About MUJOSH

          Established in 2010, MUJOSH is an innovative fashion eyewear brand headquartered in Hong Kong. Boldly combining unique elements and styles into design, the dedicated and iconic fashion brand has an attitude of its own. Appreciating creative ideas, valuing the value of handicraft, cherishing the original touch of materials, MUJOSH is deeply loved by fashion icons and wearers.

          Contact Person: Capri Wu

          Phone Number: +86-755-2588-2188

          Email: capri.wu@mujiushi.com

          Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/0861601644

          Caption – MUJOSH at MIDO 2016

อาร์ทไพรซ์ เผยรายงานตลาดศิลปะโลกปี 2015 ชี้ “แนวโน้มราคาผลงานศิลปะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดศิลปะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการลงทุนนอกเหนือจากตลาดการเงิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รายงานตลาดศิลปะโลกประจำปีฉบับที่ 14 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างอาร์ทไพรซ์ (Artprice) ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลข่าวสารตลาดศิลปะที่ก่อตั้งและบริหารงานโดยคุณเธียร์รี เออร์มานน์ กับอาร์ททรอน (Artron) ผู้ให้บริการข้อมูลตลาดศิลปะจากจีนที่บริหารงานโดยคุณหวัน เจี่ย ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ลงลึกและชัดเจนเกี่ยวกับตลาดศิลปะในยุคปัจจุบัน ทั้งจากมุมมองของโลกตะวันตกและตะวันออก

 Artprice Logo / Artprice Logo (PRNewsFoto/Artprice)

Artprice Logo (PRNewsFoto/Artprice)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160228/338238LOGO )

Thierry Ehrmann / Founder and CEO of Artprice : Thierry Ehrmann (PRNewsFoto/Artprice)

Founder and CEO of Artprice : Thierry Ehrmann (PRNewsFoto/Artprice)
(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160228/338239 )

การผนวกรวมข้อมูลจากทั้งสองสถาบันได้ก่อให้เกิดรายงานการประเมินภาวะและแนวโน้มตลาดศิลปะที่ตรงจุด มีประโยชน์ และที่สำคัญคือมีความเป็นสากลอย่างแท้จริง โดยการแข่งขันอย่างดุเดือดของกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลในตลาดศิลปะนั้น เป็นมุมมองหนึ่งที่รายงานฉบับนี้ได้ชูให้เห็น

รายงานฉบับนี้ประกอบไปด้วยการจัดอันดับสุดยอดศิลปิน 500 รายที่มีรายได้จากการประมูลผลงานสูงสุดของปี รวมถึงผลการประมูล 100 อันดับประจำปี กลุ่มดัชนีตลาด ตลอดจนบทวิเคราะห์เจาะลึกโดยพิจารณาตามแต่ละประเทศ ศูนย์กลางศิลปะ ยุคของการสร้างสรรค์ผลงาน และสื่อกลางทางศิลปะ เนื้อหาทั้ง 21 บทในรายงานฉบับนี้นำเสนอบทวิเคราะห์แวดวงศิลปะโลกในปัจจุบันอย่างเหนือชั้นและไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานดังกล่าวในรูปแบบไฟล์ PDF ได้ฟรีที่

http://imgpublic.artprice.com/pdf/rama2016_zh.pdf

http://imgpublic.artprice.com/pdf/rama2016_en.pdf

ด้วยส่วนผสมอันลงตัวของแนวคิดด้านการลงทุน การเก็งกำไร ความหลงใหลในการสะสม ประกอบกับการที่ผลงานศิลปะชิ้นเอกของโลกกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่พิพิธภัณฑ์เกิดใหม่ ตลาดศิลปะรองทั่วโลกจึงมีความมั่นคงอย่างน่าจับตามองในปี 2015 แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจและการเงินจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม โดยมีมูลค่ารวมกันถึง 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์ตลอดทั้งปี โดยฝั่งตะวันตกมีมูลค่าเท่าๆกับปี 2014 ที่ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกเหนือจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตลาดศิลปะที่น่าเชื่อถือแล้ว พลังขับเคลื่อนตลาดศิลปะในทุกวันนี้ยังมาจากกระแสการซื้อขายผลงานศิลปะออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (95% ของคนในตลาดศิลปะมีการใช้อินเทอร์เน็ต) รวมถึงการที่ผลงานศิลปะได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและเชื่อถือได้ การเติบโตอย่างมหาศาลของกลุ่มผู้นิยมศิลปะ (จากเพียง 5 แสนคนเมื่อปี 1945 เพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนในปี 2015) การที่คนรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดศิลปะ ตลอดจนการขยายตลาดไปยังเอเชีย แถบแปซิฟิก อินเดีย แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้

นอกจากนี้ ตลาดศิลปะยังได้รับแรงหนุนจากปรากฏการณ์การเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ใหม่ (มีพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ถึง 700 แห่งต่อปี) อุตสาหกรรมพิพิธภัณฑ์โลกกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจในยุคศตวรรษที่ 21 โดยในช่วงปี 2000-2014 นั้น มีพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่มากกว่าตลอดทั้งศตวรรษที่ 19-20 ด้วยเหตุนี้ ความต้องการผลงานศิลปะเกรดพิพิธภัณฑ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าในตลาดศิลปะชั้นสูงของโลก ปัจจุบัน ตลาดศิลปะทั้งที่โตเต็มที่และกำลังเติบโต ให้ผลตอบแทนที่ 10-15% ต่อปีสำหรับงานศิลปะที่มีมูลค่าสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์

สิ่งนี้จึงเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคของตลาดศิลปะยุคปัจจุบัน ซึ่งระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในยามที่เศรษฐกิจและการเงินไม่มั่นคง ทั้งยังให้ผลตอบแทนอันมหาศาลและไม่สิ้นสุด

ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยติดลบและตลาดหุ้นหดตัวทั่วโลก ตลาดศิลปะยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่น โดยตลาดศิลปะร่วมสมัยเพียงประเภทเดียวก็มีปริมาณการซื้อขายต่อปีพุ่งขึ้นถึง 1,200% ในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่างานศิลปะมีอัตราการขยายตัวแบบเส้นตรง (linear progression) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 43%

เกี่ยวกับอาร์ทไพรซ์

อาร์ทไพรซ์ได้รับการจดทะเบียนใน Eurolist โดย Euronext Paris (SRD long only); Euroclear: 7478 – Bloomberg: PRC – Reuters: ARTF

อาร์ทไพรซ์คือผู้นำระดับโลกด้านฐานข้อมูลราคาผลงานศิลปะ ดัชนีต่างๆกว่า 30 ล้านดัชนี รวมถึงผลการประมูลผลงานศิลปะของศิลปินกว่า 615,000 ราย สำหรับ Artprice Images(R) คือแหล่งข้อมูลตลาดศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเข้าถึงได้แบบไม่จำกัด ซึ่งประกอบด้วยห้องสมุดภาพผลงานศิลปะกว่า 118 ล้านภาพตั้งแต่ปีค.ศ.1700 จนถึงปัจจุบัน พร้อมด้วยความเห็นจากนักประวัติศาสตร์ศิลปะของอาร์ทไพรซ์

อาร์ทไพรซ์รวบรวมข้อมูลจากผู้ประมูลทั่วโลกกว่า 4,500 รายเข้าสู่ฐานข้อมูล พร้อมกับเผยแพร่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดศิลปะให้แก่สำนักข่าวใหญ่ๆและสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกกว่า 7,200 ราย นอกจากนี้ อาร์ทไพรซ์ยังเปิดโอกาสให้สมาชิก 4,500,000 รายได้เข้าถึงตลาดซื้อขายผลงานศิลปะที่ได้มาตรฐานระดับโลก

สัมผัสโลกของอาร์ทไพรซ์ได้ที่ http://web.artprice.com/video ทั้งนี้ อาร์ทไพรซ์มีสำนักงานใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อดังอย่าง Abode of Chaos สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/zJssd และ https://vimeo.com/124643720

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง

https://www.facebook.com/la.demeure.du.chaos.theabodeofchaos999

http://twitter.com/artpricedotcom

https://www.facebook.com/artpricedotcom

https://plus.google.com/+Artpricedotcom/posts

ติดต่อ:

Josette Mey

อีเมล: ir@artprice.com

แหล่งข่าว: Artprice.com

Aviation Controls, Inc. (ACI) ในเครือ Precision Aviation Group ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เครือบริษัท Precision Aviation Group (PAG) ในเมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการเสริมให้แก่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอากาศยานทั่วโลก ประกาศว่า บริษัท Aviation Controls, Inc. (ACI) ในเมืองอินดีเพนเดนซ์ รัฐแคนซัส ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Precision Aviation Controls (PAC) โดยการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อบ่งชี้ว่าธุรกิจนี้เป็นสมาชิกในเครือบริษัท Precision Aviation Group และเพื่อสะท้อนขีดความสามารถที่กำลังขยายตัวของ PAC ให้ดียิ่งขึ้น

          PAG เข้าซื้อกิจการของ PAC ในเดือนกรกฎาคม 2557 ซึ่งในช่วงแรกเริ่ม PAC เป็นผู้ให้บริการ MRO ที่ได้รับอนุญาตจาก Honeywell โดยบริษัทได้ให้บริการอุปกรณ์เชื้อเพลิงแก่ตลาดอากาศยานปีกหมุนและเครื่องบินทหาร ด้วยขีดความสามารถของระบบเครื่องยนต์รุ่น RR250, LTS101 และ J85 ทั้งนี้ PAG ได้ทุ่มทุนในธุรกิจนี้ โดยการพัฒนาความสามารถอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความพยายามที่จะยกระดับความสามารถในการให้บริการอันกว้างขวางของ PAG ทั้งการบินพาณิชย์ ทหาร และการบินทั่วไป สำหรับเครื่องบินปีกหมุนและปีกตรึง

          “ตลอด 20 เดือนที่ผ่านมา เราได้ลงทุนอย่างมากเพื่อขยายขีดความสามารถและคลังสินค้าเพื่อยกระดับบริการ MRO ในส่วนที่เกี่ยวกับชุดอุปกรณ์เชื้อเพลิง โดยบริการใหม่ ๆ ได้แก่ ปั๊มเชื้อเพลิง ตัวแบ่งปริมาณการไหล และการเพิ่มประสิทธิภาพปีกตรึง” เดวิด มาสท์ ประธานและซีอีโอของ PAG กล่าว “การลงทุนเหล่านี้ทำให้ PAC และบริษัทอื่น ๆ ในเครือ Precision Aviation Group สามารถยกระดับและขยายบริการต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า”

          จิม โรเบิร์ตสัน ประธานบริษัท PAC กล่าวว่า “การที่ PAG เข้ามาซื้อกิจการทำให้เราสามารถยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และทำให้เรามีฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น การตัดสินใจเปลี่ยนชื่อทำให้เราสามารถจัดทำแนวทางการตลาด โฆษณา และสร้างแบรนด์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทในเครือ PAG ทั่วโลก”

Precision Aviation Group Inc Logo / Precision Aviation Group, Inc. Logo (PRNewsFoto/Precision Aviation Group)

Precision Aviation Group, Inc. Logo (PRNewsFoto/Precision Aviation Group)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140730/131516

          เกี่ยวกับ Precision Aviation Group (PAG)

          Precision Aviation Group (PAG) เป็นผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และบริการเสริมสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกันประเทศ PAG มีสำนักงาน 10 แห่ง และมีพื้นที่สำนักงานฝ่ายขายและบริการรวมกว่า 250,000 ตารางฟุตในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และบราซิล PAG ใช้ธุรกิจที่มีความโดดเด่นและโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นลูกค้า เพื่อให้บริการลูกค้าในภาคการบินผ่านสองบริการหลัก ได้แก่ Aviation Supply Chain และ Inventory Supported Maintenance, Repair and Overhaul (ISMRO(R))

          PAG ให้บริการ MRO และ Supply Chain Solutions สำหรับเครื่องบินปีกหมุนและปีกตรึง ผ่านธุรกิจต่างๆ ดังต่อไปนี้ Precision Heliparts – PHP (www.heliparts.com); Precision Aviation Services – PAS (www.precisionaviationservices.com); Precision Accessories & Instruments – PAI (www.precisionaccessories.com); Precision Heliparts Canada – PHP-C (www.heliparts.ca); Precision Accessories & Instruments Canada – PAI-C (www.precisionaccessories.ca); PHP-Instruments & Accessories – PHP-IA (www.heliparts.la); Precision Heliparts – Brazil (www.precisionaviationgroup.com/php-br) Precision Aero Technology –PAT (www.precisionaerotechnology.com), Precision Heliparts – Australia – PHP-AU (www.precisionheliparts.com.au), Precision Accessories & Instruments – Australia (PAI-AU) (www.precisionaccessories.com.au) และ Aviation Controls, Inc. – ACI (www.aviationcontrolsinc.com) ทั้งนี้  บริษัทในเครือของ PAG ให้บริการ MRO ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กว่า 35,000 รายการ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การบิน ส่วนประกอบเครื่องยนต์ อุปกรณ์ไฮดรอลิก เครื่องมือต่างๆ NDT เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และล้อ/เบรค (www.precisionaviationgroup.com)