Darktrace เปิดตัว ‘ระบบภูมิคุ้มกัน’ โต้กลับการจู่โจมทางไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคมบริดจ์, อังกฤษ และซานฟรานซิสโก–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – เผยโฉมซอฟต์แวร์ภูมิต้านทานดิจิตอล รับศึกสงครามยุคใหม่ระหว่างอุปกรณ์

          Darktrace ผู้นำด้านเทคโนโลยี Enterprise Immune System ประกาศเปิดตัว Darktrace Antigena ผลิตภัณฑ์ใหม่สุดล้ำที่ใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อทำให้เครือข่ายสามารถปกป้องตนเองได้โดยอัตโนมัติ

          ในยามที่ยุคแห่งสงครามระหว่างอุปกรณ์และการลุกฮือของเหล่าผู้ช่ำชองการโจมตีได้ถืออุบัติขึ้น Darktrace คือบริษัทแรกของโลกที่กล้าติดอาวุธให้ระบบป้องกัน โดยใช้การเรียนรู้และการคำนวณของเครื่องหรืออุปกรณ์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องล่วงรู้การโจมตี กฎเกณฑ์ หรือลายมือชื่อดิจิตอลมาก่อน Antigena เปิดทางให้ Darktrace สามารถมองเห็นและสกัดกั้นภัยคุกคามที่ไม่รู้จักซึ่งกำลังแตกตัวอยู่ในองค์กรได้อย่างเรียลไทม์

          “สมรภูมิรบของเราคือเครือข่ายภายในองค์กร เราไม่สามารถตั้งรับจากด้านนอกได้อีกต่อไป เพราะเราอยู่ในยุคใหม่แห่งภัยคุกคามซึ่งร้ายกาจ ไม่ยอมรามือ และขณะนี้ได้คืบคลานเข้าสู่เครือข่ายของเราแล้ว วันนี้เราเข้าสู่การตรวจจับรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองได้ไวกว่าที่ทีมรักษาความปลอดภัยใดๆเคยทำได้” นิโคล อีแกน ซีอีโอ Darktrace กล่าว

          Darktrace เป็นบริษัทไซเบอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยจำนวนลูกค้ากว่า 200 ราย และสำนักงาน 20 แห่งทั่วโลก และได้รับการยอมรับโดย World Economic Forum จากผลงานเทคโนโลยี Enterprise Immune System ซึ่งนำเสนอ:

          – โซลูชั่นที่สามารถรับมือกับภัยคุกคามจากภายในและภายนอกได้จริง ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

          – ตรวจจับการคุกคามโดยไม่ต้องรู้มาก่อนว่าการคุกคามนั้นต้องการอะไร

          – อาศัยพลังการเรียนรู้ของเครื่องที่เหนือชั้น ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนักคณิตศาสตร์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

          – ไม่ต้องใช้กฎเกณฑ์ ไม่ต้องใช้การลงลายมือชื่อดิจิตอล

          Darktrace Antigena คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ที่เลียนแบบภูมิต้านทานในระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์ เมื่อ Enterprise Immune System ตรวจจับภัยคุกคามที่อยู่ในระบบ โมดูล Antigena จะทำหน้าที่เป็นฟีเจอร์ป้องกันเสริมที่สามารถยับยั้งภัยคุกคามที่ดำรงอยู่ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องเข้ามาแทรกแซง

          Antigena เปิดทางให้องค์กรต่างๆสามารถติดอาวุธด้วยระบบป้องกันตนเองที่สามารถตอกกลับทุกรูปแบบการโจมตี

          คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Darktrace Antigena มีดังต่อไปนี้

          – สกัดกั้นภัยคุกคามที่เป็นไปได้ทุกรูปแบบได้โดยตรง ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์หรือการลงลายมือชื่อ

          – ป้องกัน ชะลอ และขัดขวางกิจกรรมแบบเรียลไทม์ หยุดยั้งการคุกคามก่อนแพร่กระจาย

          – ไม่ขัดขวางกิจกรรมที่เป็นปกติทุกวัน ไม่มีสัญญาณเตือนผิดพลาด

 

          “นี่เป็นปัญหาที่แก้ยากเหลือเชื่อ Darktrace คือรายเดียวที่มีเทคโนโลยีพื้นฐานที่สามารถแก้ปัญหานี้ โดยใช้การเรียนรู้และการคำนวณของเครื่องที่พัฒนาโดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์” นิโคล อีแกน ซีอีโอ Darktrace กล่าวต่อ

          “Antigena คือการก้าวกระโดดครั้งใหม่ของการป้องกัน ภูมิคุ้มกันนำเสนอความเป็นอัตโนมัติที่ปลดล็อกข้อจำกัดให้คนในวงกว้างขึ้น และติดอาวุธให้เขาเหล่านี้ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทำงานได้จริงในยุคใหม่แห่งภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นอย่างไม่ลดละ”

          โมดูลของ Darktrace Antigena ประกอบไปด้วย

          – Antigena Internet – ควบคุมผู้ใช้และเครื่อง หรืออุปกรณ์ ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอื่นๆ

          – Antigena Communication – ควบคุมโปรโตคอลสำหรับอีเมล การแชท และการรับส่งข้อความอื่นๆ

          – Antigena Network – ควบคุมเครื่องหรืออุปกรณ์ และการเชื่อมต่อเครือค่าย รวมถึงการขออนุญาตเข้าใช้งานของผู้ใช้

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ darktrace.com/antigena หรืออีเมล info@darktrace.com

          เกี่ยวกับ Darktrace

          Darktrace เป็นหนึ่งในบริษัทป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ชั้นแนวหน้าของโลก ซึ่งคว้าตำแหน่ง Technology Pioneer (ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี) จาก The World Economic Forum 2015 ผลงานเทคโนโลยี Immune System technology สามารถตรวจจับและโต้ตอบภัยคุกคามที่ไม่ล่วงรู้มาก่อนได้อย่างเรียลไทม์ อาศัยพลังการเรียนรู้และการคำนวณของเครื่องที่พัฒนาโดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของอุปกรณ์ ผู้ใช้ และเครือข่ายในองค์กรได้ทุกประเภท บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค บริการทางการเงิน โทรคมนาคม บริการสุขภาพ การผลิต ค้าปลีก และคมนาคม ต่างวางใจเลือกใช้เทคโนโลยีเรียนรู้ด้วยตนเองและการป้องกันตนเองของ Darktrace ทั้งนี้บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญการเรียนรู้ของเครื่องและผู้เชี่ยวชาญข่าวกรองของรัฐบาล โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และซานฟรานซิสโก และมีสำนักงานในโอ๊คแลนด์ บอสตัน ชิคาโก ดัลลัส ลอนดอน ลอสแอนเจลิส มิลาน มุมไบ นิวยอร์ก ปารีส โซล สิงคโปร์ ซิดนีย์ โตเกียว โตรอนโต และวอชิงตัน ดี.ซี.

          แหล่งข่าว: Darktrace

Cachet Hotel Group จับมือ Qingdao Izunco Inn Investment Company เปิดตัว “SAVANT HOTEL” โรงแรมแบรนด์ใหม่ในมณฑลซานตงของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

SAVANT เตรียมขึ้นแท่นเป็นแบรนด์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเครือ Cachet

Cachet Hotel Group (CHG) ประกาศลงนามข้อตกลงการพัฒนาโรงแรมในมณฑลซานตงร่วมกับ Qingdao Izunco Inn Investment Company (Izunco)บริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมที่ขยายตัวเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในจีน โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือการเปิดตัว SAVANT Hotel by Cachet ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ขนาดกลางในจีนแผ่นดินใหญ่ อันถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกิจการของ CHG ในประเทศจีน และถือเป็นการเติมเต็มธุรกิจให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มากขึ้น ผ่านการรุกเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก

 

http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/0861601605-a

“เรากำลังเป็นสักขีพยานในการพลิกโฉมหน้าของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน บรรดานักพัฒนาอสังหาฯต่างเดินหน้าสร้างโรงแรมบูติกและโรงแรมขนาดกลาง เพื่อตอบสนองความต้องการที่พักระหว่างการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกัน นักเดินทางที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจซึ่งมีระดับแต่ก็ระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย จะเป็นกลุ่มที่หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการโรงแรมไลฟ์สไตล์ขนาดกลางโดยเฉพาะในเมืองชั้น 2 และเมืองชั้น 3 ทั่วประเทศจีน” อเล็กซานเดอร์ เมอร์ซา ประธานและซีอีโอของ CHG กล่าว “โรงแรมไลฟ์สไตล์ขนาดกลางจะมีรายได้หลักจากกลุ่มชนชั้นกลางที่นิยมโรงแรมสไตล์โมเดิร์นในราคาย่อมเยา”

ธุรกิจโรงแรมขนาดกลางคือภาคส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมโรงแรมของจีน โดยมีรายได้จากค่าห้องพักรวมกันกว่า 3.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 และมีการขยายตัวรวดเร็วที่สุดด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 12.5% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในอนาคต โดยเมืองชั้น 2 และเมืองชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุด

SAVANT Hotel by Cachet จะรองรับนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์เรียบง่าย แตกต่าง และไม่ยุ่งยาก โดยจะมอบพื้นที่แสนสบายและพรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีให้แก่แขกผู้เข้าพักอย่างมีสไตล์ในราคาย่อมเยา

SAVANT ซึ่งอิงแนวทางการดำเนินงานและความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของ CHG จะเป็นโรงแรม “carbon neutral” สำหรับห้องพักจะเป็นแบบสำเร็จรูป โดยมีการประกอบส่วนต่างๆเข้าด้วยกันนอกพื้นที่ และตกแต่งจนสมบูรณ์ด้วยการปูพรม จัดวางแสงไฟ รวมถึงติดตั้งฝักบัวอาบน้ำ ซึ่งช่วยลดทรัพยากรด้านแรงงานและการก่อสร้างลงได้กว่า 50%

โรงแรมต้นแบบอย่าง SAVANT จะมีพื้นที่ชั้นรวมทั้งสิ้น 4,110 ตารางเมตร โดยประกอบด้วยห้องพัก 105 ห้อง ที่มีต้นทุนการตกแต่งเฉลี่ย 80,000 หยวนต่อห้อง พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ครบครัน นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ล้ำสมัยอื่นๆ ได้แก่ Mobile Technological Platforms, ห้องพักแขกแบบ Brilliant Cabin ที่มีพื้นที่เฉลี่ย 24 ตารางเมตร, Scholar Bar แบบอินเตอร์แอคทีฟ, The Habitat ล็อบบี้กว้างขวางบนชั้นหนึ่งของโรงแรม, Cardio Zone ยิมออกกำลังกายในบรรยากาศคึกคัก และ Green Roofs ซึ่งติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับผลิตไฟฟ้า เพื่อความคุ้มค่าและการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ CHG ผู้มีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่เหนือกว่าทั้งในด้านการออกแบบและการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่แขกผู้เข้าพัก” จาง อวี่หยง ประธานคณะผู้บริหาร Qingdao Izunco Inn Investment Management Company Limited กล่าว “เป้าหมายของเราคือการเปิดโรงแรม SAVANT ไม่น้อยกว่า 20 สาขาในมณฑลซานตงในอีก 3 ปีข้างหน้า การผสานความรู้ความเข้าใจในท้องถิ่นของเราเข้ากับประสบการณ์อันโชกโชนของทีมบริหารจาก Cachet ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้าง SAVANT ให้กลายเป็นแบรนด์โรงแรมชั้นนำในธุรกิจโรงแรมระดับกลางของจีน”

CHG วางแผนว่าจะเปิดโรงแรมภายใต้แบรนด์ SAVANT ให้ได้ 200 สาขาทั่วเมืองชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 ของจีน โรงแรมเหล่านี้จะใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีล้ำสมัยของ CHG ที่มีชื่อว่า Cachet World และจะตั้งอยู่ในพื้นที่หลากหลาย ทั้งในเมือง สนามบิน และชานเมือง รวมถึงที่ที่มีแบรนด์โรงแรมร่วมเครือ CHG ตั้งอยู่เช่นกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cachethotelgroup.com และ www.aizunke.com

 

http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/0861601605-b

รูปภาพ http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/0861601605-a

รูปภาพ http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/0861601605-b

Pinkerton เปิดตัวบริการรายงานการประเมินความเสี่ยงรายวันฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอนน์ อาร์เบอร์, มิชิแกน–1 มี.ค.–พีอาร์นิว์ไวร์/อินโฟเควสท์

          รายงานสรุปข่าวกรองเชิงลึก Insights Intelligence Brief เกี่ยวกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงขององค์กร

          Pinkerton ผู้ให้บริการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วยการให้คำปรึกษาและตรวจสอบด้านความปลอดภัย การอารักขาผู้บริหาร การตรวจคัดกรองการจ้างงาน และข่าวกรองการคุ้มกัน ได้เริ่มนำเสนอรายงานการประเมินความเสี่ยงรายวัน Pinkerton Insights Intelligence Brief โดยไม่คิดค่าบริการ แก่ผู้นำธุรกิจที่สนใจรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น

          “พลวัตของความเสี่ยงองค์กรนั้นมีวิวัฒนาการ” แจ็ค ซาห์ราน ประธาน Pinkerton กล่าว “หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่บังคับใช้กฎหมายมิได้เป็นผู้รักษาความมั่นคงปลอดภัยเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ผู้นำธุรกิจจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจเชิงลึกที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับองค์กร พนักงาน และลูกค้าของตน”

          Insights Intelligence Brief ของ Pinkerton ช่วยให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตลอดจนการรายงานสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและตัวบุคคล อาทิ การก่อความไม่สงบ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัจจัยทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และอื่นๆ นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังรวมบทวิเคราะห์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ Pinkerton ซึ่งให้คำแนะนำสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย

          “ในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชั่นและบริการบริหารความเสี่ยงทั่วโลก เราตระหนักถึงความจำเป็นที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่จะช่วยให้พวกเขามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยได้ดีขึ้น” ไบรอัน แมคแนรี รองประธาน Global Risk Group ของ Pinkerton กล่าว

          ผู้สนใจรับสรุปข้อมูลรายวัน สามารถสมัครบริการได้ที่ https://www.pinkerton.com/free-report-signup

          Pinkerton มีประวัติความเป็นมาย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2393 เมื่ออัลแลน พิงเคอร์ตัน ก่อตั้งสำนักงานนักสืบ Pinkerton National Detective Agencyขึ้น ปัจจุบัน Pinkerton ให้บริการต่างๆในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและตรวจสอบด้านความปลอดภัยเพื่ออารักขาผู้บริหาร การตรวจคัดกรองการจ้างงาน และข่าวกรองการคุ้มกัน ด้วยพนักงานและสาขาที่มีอยู่ทั่วโลก Pinkerton รักษาชื่อเสียงที่ไม่มีใครเทียบในการปกป้องลูกค้าและทรัพย์สินทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.pinkerton.com

Risen Energy เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงโป, จีน–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Risen Energy Co., Ltd ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและผู้ให้บริการโซลูชันธุรกิจการผลิตไฟฟ้าครบวงจร ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำปีงบการเงินซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

 

ผลประกอบการทางการเงินปี 2558 และผลการดำเนินงานอันโดดเด่น

 

รายได้จากการขาย 5.26 พันล้านหยวน ทะยานขึ้น 78% จากปี 2557

กำไรสุทธิ 320 ล้านหยวน พุ่งขึ้น 382% จากปี 2557

ยอดส่งมอบแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็น 1,246 MWp และยอดติดตั้งในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ประเภท EPC, BOT และ BT เพิ่มขึ้นเป็น 547 MWp

 

บริษัทยังคงบริหารการเงินอย่างรอบคอบจนก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการเงินอันเด่นชัดแก่บรรดาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เจ้าของโครงการ EPC โครงการของบริษัทเอง ตลอดจนตลาดสปอตระหว่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบสนับสนุนการขายและการบริการระดับภูมิภาคที่เพียบพร้อมและกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับโซลูชันเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์ที่ดีที่สุดจากบริษัท

 

บริษัทมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตแบบอัตโนมัติสุดล้ำสมัย ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์และแผงเซลล์ 2,600 MWp ณ สิ้นปี 2558 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,100 MWp ในปี 2559

 

การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาช่วยให้บริษัทสามารถผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกโพลีคริสตัลไลน์ที่มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานสูงกว่า 19%และแบบโมโนคริสตัลไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 20% รวมทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิของพลังงานต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม

 

ผลิตภัณฑ์และบริการอันหลากหลายของกลุ่มบริษัท Risen สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมและภาคส่วน โดยบริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเอทิลีนไวนิลแอซีเตด (EVA) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองด้วยแบรนด์ Sveck, ตลาดหลอดไฟแอลอีดีภายใต้แบรนด์ Twinsell, บริการทางการเงินภายใต้แบรนด์ Sunallies ตลอดจนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ และองค์กรบริการด้าน EPC ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันว่า Risen มีความอ่อนไหวทางการเงินต่ำและไม่ได้พึ่งพาตลาดเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง ทั้งยังมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวเป็นหลักประกันสำหรับลูกค้าและความต้องการใช้บริการในระยะยาว

 

ปีนี้จะเป็นปีที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท โดยอาศัยเงินที่บริษัทได้มาเองจากการดำเนินงาน สำหรับไตรมาสแรกของปี2559 นั้น คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิราว 160-170 ล้านหยวน และจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายหลักคือการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

เกี่ยวกับ Risen Energy Co., Ltd

 

Risen Energy Co., Ltd คือผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและผู้ให้บริการโซลูชันธุรกิจการผลิตไฟฟ้าครบวงจรสำหรับภาคครัวเรือน การพาณิชย์ และสาธารณูปโภค ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA บริษัก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ก่อนที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2553 และสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและการสนับสนุนจากบริษัทนั้น ครอบคลุมถึงโซลูชั่นธุรกิจเซลล์แสงอาทิตย์ครบวงจรที่ทรงพลังและคุ้มค่าที่สุดในอุตสาหกรรม บริษัทมีรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงในภูมิภาคและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เราจึงมีศักยภาพและความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อคว้าประโยชน์สูงสุดจากพลังงานสีเขียวที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

Fragrance Du Bois Announces Partnership with Jovoy

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

JACKSON, Miss.–1 Mar–PRNewswire/InfoQuest 

PARIS, March 1, 2016 /PRNewswire/ — The first phase of a partnership between the fragrance house Fragrance du Bois and Jovoy, the ‘Embassy of rare perfumes’ in Paris, was revealed to the press, professionals, and industry aficionados today.

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/8521601327-a

Partnership between Fragrance Du Bois and Jovoy

It was only natural that the first step on the road to a meaningful partnership should be in Europe, and by implication, Paris, France — the epicentre of the haute parfumerie world.  The special chemistry between Fragrance Du Bois and Jovoy, is a meeting of minds, cultures and values for the creation of a harmonious alliance.

The launch of Fragrance Du Bois is the first stage in a boutique partnership between the ‘Ambassador of rare perfumes’ and one of the freshest, most innovative fragrance houses in the world today.

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160301/8521601327-b

The voyage of discovery will begin in early March 2016, in Paris, and will soon be found at other prestigious addresses across Europe and the rest of the world.

Notes to Editors:

For further information, please contact:

Charlotte Medigue
Marketing and Administrative Officer
Email: charlotte.medigue@fragrancedubois.com
Tel: +41-22-707-7330

About Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois is a French perfume house born out of a remarkable relationship between two worlds; that of sustainable Agarwood (Oud) plantations and distilleries in South East Asia, and the inimitable art of French perfumery following in the finest traditions of Grasse, France.

Fragrance Du Bois owns its own plantations which are managed by award winning Asia Plantation Capital, a company that has been instrumental in saving an endangered species of tree from the brink of extinction. Asia Plantation Capital owns land and grows trees in a sustainable and renewable manner, and has established state of the art distillation facilities in Malaysia and Thailand. It is here where the enigmatic and highly sought after Oud oil is processed, ready to become a vital part in the formulation of Fragrance Du Bois’ exquisite fragrances.

Known variously as ‘liquid gold’ and ‘the wood of the gods’, Oud is rare and highly-valued, and is also the ingredient with which the world’s great perfumers love to work.

The Oud oil produced on these plantations for use in all Fragrance Du Bois’ creations is of the highest quality, sustainably sourced and produced, and of known provenance. The relationship between Fragrance Du Bois and its own managed sustainable plantations has created a ‘business model for our times’ — with Fragrance Du Bois having full control at every link in the sustainable, renewable and environmentally conscious supply chain.

As a direct result of this relationship working with the finest ingredients, Fragrance Du Bois’ coterie of perfumers is able to create olfactory masterpieces — a scenario embodied by fifth generation perfumer François Merle-Baudoin, whose roots are in Grasse, and whose superb formulations grace the Fragrance Du Bois range. All Fragrance Du Bois’ perfumers relish the opportunity to work with premium quality Oud, and all recognise the importance of sustainability and known sources when it comes to dealing with the constituent elements of their creations.

With ten Eaux de Parfums in the ‘Shades’ and ‘Privé ranges, Fragrance Du Bois has already confirmed its reputation and standing in the highly competitive global fragrance industry, and its ‘From Soil, to Oil, to You’ story is fast becoming an emblem for the modern business world.

About Jovoy

The Parisian boutique, known affectionately as the ‘Embassy of rare perfumes’, which is celebrating its fourth anniversary at 4 rue de Castiglione on the 29th of February 2016, has established itself as the ultimate address for lovers of intimate, personalised and creative fragrances.

François Hénin, the man whose vision created the iconic brand, discovered and fell in love with the art of perfumery in Southeast Asia, establishing an essential oil distillery in Vietnam, before honing his craft in Grasse, France.

Jovoy has embarked on a franchising strategy that is set to augment the landscape of the global fragrance industry in the 21st Century, exhibiting and championing the cause of niche fragrances that stand out from mainstream brands, while staying true to essential precepts of fine French perfumery. With operations in Tehran, Iran, and a pilot boutique in Le Mans in the heart of France, Jovoy has also now confirmed the launch of a first boutique in Doha, Qatar.

Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/8521601327-a
Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160301/8521601327-b

Caption a – Fragrance Du Bois Brand Director Nicola Parker outside Jovoy Ambassade des Parfums Rares à Paris

Caption b – François Hénin assisting with preparations for the Fragrance Du Bois Launch

Seraphim Solar เปิดตัว “Eclipse” แผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงพร้อมกันทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แจ็คสัน, มิสซิสซิปปี–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Seraphim Solar USA Manufacturing, Inc. (หรือ “Seraphim”) ภูมิใจแนะนำ “Eclipse” แผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ของบริษัทสู่ตลาดทั่วโลก โดยจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่งาน PV Expo ในประเทศญี่ปุ่น และงานแสดงสินค้าอื่นๆ ซึ่งรวมถึงงาน Ecobuild UK ในสัปดาห์หน้า

          เมื่อเปรียบเทียบกับโมดูลแบบ 60 เซลล์ตามท้องตลาดทั่วไป ผลิตภัณฑ์รุ่น Eclipse เป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้การออกแบบที่แปลกใหม่และกรรมวิธีการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรุ่น Eclipse Mono (ขนาดเดียวกับโมดูล 60 เซลล์ปกติ) สามารถผลิตพลังงานได้ 310 วัตต์ และมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 19.1% ขณะที่รุ่น Eclipse Poly (ขนาดเดียวกับโมดูล 60 เซลล์ปกติ) สามารถผลิตพลังงานได้ 290 วัตต์ และมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 17.1%

          แผงเซลล์แสงอาทิตย์ Eclipse ใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบโมดูลและบัสบาร์

          ด้วยการออกแบบบัสบาร์อย่างเป็นอิสระ พื้นที่ทำงานของโมดูลจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นสู่ระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โมดูล Eclipse ผลิตค่าความร้อนได้ 50% เมื่อเทียบกับโมดูลแบบดั้งเดิม จึงช่วยลดผลกระทบจากการเกิดเงามืดบนแผงเซลล์ (hot spot effect) และรับประกันความต่อเนื่องในการผลิตกระแสไฟฟ้า

          ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า Eclipse ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าโมดูลปกติถึง 15%

          สำหรับการติดตั้งบนพื้นที่ขนาดเดียวกัน Eclipse จะช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ถึง 8% รวมถึงลดต้นทุนแรงงานและ BOS ดังนั้น จึงทำรายได้ให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

          โพลารีส หลี่ ผู้จัดการทั่วไปของ Seraphim มีความมั่นใจอย่างยิ่งใน Eclipse โดยกล่าวว่า “เทคโนโลยีและการออกแบบที่แปลกใหม่นี้ทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวม แม้ Eclipse ใช้เซลล์แบบปกติ แต่ก็สามารถแปลงพลังงานได้เพิ่มขึ้น 0.5%-4%”

          “เมื่อเราเริ่มงานออกแบบและผลิตโมดูลแสงอาทิตย์รุ่นใหม่นี้ เราได้พิจาณาถึงทุกองค์ประกอบของโมดูลแสงอาทิตย์ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความน่าเชื่อถือ การทนความร้อน การทนต่อการเสื่อมสภาพ (PID) ราคา และอื่นๆ ซึ่งเราได้ท้าทายตัวเองด้วยการมองหาวิธีที่ดีที่สุดและมองการณ์ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” จัสติน ซี ผู้จัดการทั่วไประดับโลกกล่าว “Eclipse มีความแตกต่างอย่างมากจากโมดูลรุ่นก่อนๆ ดังเช่นสโลแกนที่ว่า Eclipse มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ”

          เกี่ยวกับ Seraphim

          ในฐานะที่เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ชั้นนำ Seraphim มีกำลังการผลิตรวม 1.8 กิกะวัตต์ทั่วโลก (1.5 กิกะวัตต์ในฉางโจว ประเทศจีน และ 300 เมกะวัตต์ในสหรัฐอเมริกา) ณ ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Seraphim ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางใน 30 ประเทศ Seraphim อุทิศตนให้กับการจัดหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนแก่ลูกค้า พร้อมให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.seraphim-energy.com

          สำหรับการนัดสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อ info@seraphim-energy.com

Dentsply Sirona ควบรวมกิจการ มุ่งสร้างบริษัททันตกรรมแบบครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ยอร์ก, เพนซิลวาเนีย และ ซาลซ์บูร์ก, ออสเตรีย–1 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Dentsply Sirona Inc. (NASDAQ: XRAY) ประกาศว่าบริษัทประสบความสำเร็จลุล่วงในการควบรวมกิจการระหว่าง DENTSPLY International Inc. (“Dentsply”)และ Sirona Dental Systems, Inc. (“Sirona”) การควบรวมกิจการระหว่าง DENTSPLY ซึ่งเป็นผู้นำตลาดวัสดุสิ้นเปลืองทางทันตกรรม และ Sirona ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำตลาดอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันตกรรม ได้สร้างบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ทันตกรรมระดับมืออาชีพขนาดใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก Dentsply Sirona จะมีสถานะผู้นำและมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับครอบคลุมทั้งวัสดุสิ้นเปลือง อุปกรณ์เครื่องมือ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์พิเศษ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงทันตกรรม รวมถึงห้องปฏิบัติการด้านทันตกรรม โดยในแต่ละวันมีบุคลากรด้านทันตกรรมใช้ผลิตภัณฑ์ของ Dentspy ถึงราว 600,000 คน ทั้งนี้ Dentsply Sirona จะพัฒนาและสนับสนุนโซลูชั่นทางคลินิกที่ล้ำสมัยและครบวงจรเพื่อช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วย

          จากการรวมแพลตฟอร์มวัสดุสิ้นเปลืองของ DENTSPLY เข้ากับเครื่องมือและเทคโนโลยีของ Sirona บริษัทแห่งใหม่จึงสามารถนำเสนอโซลูชั่นแบบเบ็ดเสร็จและผลิตภัณฑ์ได้มากกว่าองค์กรด้านทันตกรรมอื่นใด ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมของ Dentsply Sirona สำหรับบุคลากรและห้องปฏิบัติการทางทันตกรรมนั้น เอื้อต่อกระบวนการรักษาโดยทั่วไปและกระบวนการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การปลูกรากฟันเทียม การรักษารากฟัน และการจัดฟัน ด้วยแพลตฟอร์มการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอุตสาหกรรม บริษัทกำลังผลักดันการใช้โซลูชั่นครบวงจร รวมถึงเทคโนโลยีใหม่และผ่านการรับรอง เพื่อทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การบริการและความพึงพอใจของลูกค้าจะยังคงเป็นค่านิยมหลักของบริษัทใหม่ และจะได้รับแรงสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการและการจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม อันประกอบไปด้วยการขายตรงและผู้แทนจำหน่ายชั้นนำ

          การควบรวมกิจการครั้งนี้เกิดจากการผนวกบริษัทนวัตกรรมชั้นนำสองแห่งในด้านทันตกรรม ซึ่งแต่ละแห่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี บริษัทDentsply Sirona ที่เกิดจากการควบรวมกิจการนั้น จะมีแพลตฟอร์มด้านการวิจัยและการพัฒนาที่แข็งแกร่งที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุด โดยประกอบด้วยวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ผู้มีประสบการณ์กว่า 600 คน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบริการด้านทันตกรรมที่รวดเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดีขึ้น

          สามารถอ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มและรับชมภาพประกอบข่าวได้ที่    http://www.dentsplysirona.com/en/news/press-releases/corporate/dentsply-sirona-merger-creates-the-dental-solutions-company.html

          ติดต่อ: Marion Par-Weixlberger

          โทร :+43(0)662-2450-588

          อีเมล: marion.par-weixlberger@sirona.com

          แหล่งข่าว: Sirona Dental GmbH

VICHY ประกาศมอบทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยด้าน EXPOSOME

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 Vichy Laboratoires Logo / Vichy Laboratoires Logo (PRNewsFoto/Vichy)

Vichy Laboratoires Logo (PRNewsFoto/Vichy)

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160226/338057LOGO )

          – VICHY Laboratoires จะมอบทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับ exposome และผลพวงที่มีต่อผิวหนัง 

          – สมัครขอรับทุนได้จนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559

          VICHY Laboratoires ประกาศมอบทุนวิจัย VICHY EXPOSOME GRANT เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการวิจัยด้าน skin exposome โดยจะมีการมอบทุน 15,000 ยูโรจำนวนหนึ่งทุนต่อปี ให้แก่โครงการวิจัยด้าน exposome และผิวหนัง

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

          http://www.multivu.com/players/uk/7751451-vichy-announces-exposome-grant/

          Exposome คืออะไร

          ร่างกายของคนเรามีการสัมผัสและตอบสนองต่อสิ่งต่างๆตลอดตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งการสัมผัสสภาพแวดล้อมรอบตัว อาหาร และรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่ง Dr. Christopher Wild จากสำนักวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ สังกัดองค์การอนามัยโลก ได้คิดคำว่า exposome ขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพื่ออธิบายปฏิกิริยาอันซับซ้อนนี้

          การวิเคราะห์ exposome จะช่วยเติมเต็มความรู้ในด้านจีโนม ด้วยการให้คำอธิบายอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับการสัมผัสสภาพแวดล้อมตลอดชีวิตของคนเรา การวิจัย exposome มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นภาพรวมของการสัมผัสสิ่งต่างๆของร่างกายคนเรา การตอบสนองของร่างกายต่อสัมผัสเหล่านั้น และผลพวงที่เกิดขึ้น

          VICHY EXPOSOME GRANT คืออะไร

          ทุนวิจัย VICHY EXPOSOME GRANT ได้รับการสนับสนุนจาก VICHY Laboratoires โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการวิจัยด้าน skin exposome

          สำหรับโครงการวิจัยที่สมัครขอรับทุนนั้น จะเป็นโครงการวิจัยพื้นฐานหรือโครงการวิจัยทางคลินิกก็ได้ และเป็นการวิจัยในแง่มุมใดของ exposome ก็ได้เช่นกัน แต่โครงการเกี่ยวกับโรคผิวหนังจะไม่ได้รับการพิจารณา ส่วนการวิจัยจะดำเนินการที่โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หรือสถาบันวิจัยไม่แสวงผลกำไรแห่งใดก็ได้

          ผู้สมัครขอรับทุนวิจัย VICHY EXPOSOME GRANT จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตัดสินอันประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ โดยมี Professor Jean Krutmann (จาก Leibniz Research Institute for Environmental Medicine ประเทศเยอรมนี) เป็นประธาน ร่วมด้วย Professors Craig Elmets (จาก University of Alabama at Birmingham สหรัฐอเมริกา), Haidong Kan (จาก Fudan University ประเทศจีน), Thierry Passeron (จาก University of Nice-Sophia Antipolis ประเทศฝรั่งเศส) และ Sergio Schalka (จาก Santo Amaro University เซาเปาโล ประเทศบราซิล)

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VICHY EXPOSOME GRANT และสมัครขอรับทุนได้ที่ http://www.vichy.com/vichygrant

          สมัครขอรับทุนได้จนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559

          เกี่ยวกับ VICHY LABORATOIRES

          Vichy Laboratoires ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2474 โดย Dr. Haller ที่แคว้นโอแวร์ญในประเทศฝรั่งเศส ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของ Vichy รังสรรค์ขึ้นจากน้ำที่มีแร่ธาตุหายากถึง 15 ชนิด ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นและต้านทานการเสื่อมสภาพของผิวได้ นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมอันทรงประสิทธิภาพอีกมากมาย ผลิตภัณฑ์ของ Vichy รับประกันประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่าย โดยมีการประเมินคุณภาพอย่างเข้มงวด ณ ศูนย์ประเมินที่อยู่ห่างจากแหล่งน้ำแร่ของ Vichy เพียง 4 กิโลเมตร ทั้งนี้ ประสบการณ์ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่า 85 ปี ทำให้ Vichy สามารถยืนเคียงข้างคุณผู้หญิงได้ในทุกช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต และนำเสนอผลิตภัณฑ์จากน้ำแร่ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ เพื่อผิวสุขภาพดีขึ้นและชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆวัน

         

Raspberry Pi 3 พร้อมเปิดให้สั่งจาก RS Components และ Allied Electronics แล้ว: บอร์ดคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดรุ่นล่าสุดที่ยกมาตรฐานด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รองรับระบบ 64 บิต และการเชื่อมต่อไร้สาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–29 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์ / อินโฟเควสท์

RS และ Allied วางจำหน่าย Raspberry Pi รุ่นล่าสุดที่มอบประสิทธิภาพสูงกว่า โดยสูงกว่า Raspberry Pi 2 ถึง 50% และรวมเอาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Bluetoothและ wireless LAN

RS Components (RS) แบรนด์การค้าของ Electrocomponents plc (LSE:ECM) ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์วิศวกรรมระดับโลก ได้ประกาศพร้อมให้สั่งจองคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวขนาดเท่าบัตรเครดิต Raspberry Pi 3 Model B ใหม่จาก Raspberry Pi Foundation ในวันนี้ที่ http://th.rs-online.com/web/generalDisplay.html?id=raspberrypi และ http://www.alliedelec.com/raspberry-pi/ Raspberry Pi รุ่นล่าสุดที่รวมเอาหน่วยประมวลผล ARM Cortex-A53 สี่คอร์แบบ 64 บิตเพื่อมอบประสิทธิภาพที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนนำเสนอการเชื่อมต่อ Bluetooth และ LAN ไร้สายที่เป็นมาตรฐานของโครงการพัฒนา Internet of Things (IoT) โดยที่มีเป้าหมายเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ในบ้าน และในโรงเรียนและผู้ร่วมงานทั่วโลก

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160229/8521601293-a

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160229/8521601293-b

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20150813/8521504906LOGO

สร้างขึ้นจากความสำเร็จอย่างมหัศจรรย์ของรุ่นก่อนหน้า Raspberry Pi 1 Model B+ และ Raspberry Pi 2 Model B – Raspberry Pi 3 ได้รับการอัปเกรดความสามารถในการประมวลผลอย่างมีนัยสำคัญเพื่อส่งมอบและสิทธิภาพที่มากขึ้นกว่า Raspberry Pi 2 ถึง 50% และสูงกว่า Raspberry Pi 1 เดิมประมาณสิบเท่า ทำให้สามารถทำงานกับแอปพลิเคชันขั้นสูงได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตัวบอร์ดอยู่บนพื้นฐานของ Broadcom BCM2837 SoC ซึ่งรวมเอาหน่วยประมวลผล ARM Cortex-A53 แบบสี่คอร์ที่ความเร็ว 1.2GHz ร่วมกับอุปกรณ์การเชื่อมต่อBCM43438 แบบคอมโบ ซึ่งให้การเชื่อมต่อ LAN ไร้สายแบบ 802.11b/g/n, Bluetooth Classic และ Bluetooth Low Energy BCM2837 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลร่วมสำหรับมัลติมีเดีย VideoCore IV แบบคอร์คู่ ซึ่งช่วยในด้านต้อไปนี้:

  • อัตราของฟีลเรตที่ 1.2Gpixels/s และอัตราการวาดเท็กซ์เจอร์ที่ 1.8Gtexel/s
  • ปริมาณการคำนวนเชดเดอร์ที่ 29GFLOPs
  • รองรับ OpenGL ES 1.1/2.0
  • การถอดรหัสวิดีโอฮาร์ดแวร์ที่ 1080p60
  • การเข้ารหัสวิดีโอฮาร์ดแวร์ที่ 1080p30
  • ไปป์ไลน์เซ็นเซอร์รูปภาพแบบฮาร์ดแวร์

Raspberry Pi 3 บูทจากไมโคร SD การ์ด และใช้ตัวจัดการการติดตั้ง NOOBS (New Out Of the Box Software) ระบบปฏิบัติการ Raspbian มาตรฐานที่ติดตั้งมาพร้อมกับแอปพลิเคชันการผลิต และเครื่องมือด้านโปรแกรมต่าง ๆ รวมถึง Node-RED เครื่องมือวิชวลนี้รองรับสำหรับการเชื่อมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ API และบริการออนไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้บอร์ดมีความเหมาะสมสำหรับการพัฒนาและสร้างต้นแบบโครงการ IoT อย่างรวดเร็ว

การคงแบบให้เหมือนกับรูปทรง Raspberry Pi รุ่นก่อนหน้า ในขนาดมิติเท่าบัตรเครดิตที่ 85 x 56 x 17 มม. – ทำให้ Raspberry Pi 3 Model B คงคุณสมบัติและความสามารถหลายอย่างเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งรวมถึง: หัวต่อ GPIO (General Purpose Input Output) แบบ 40-pin ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง, พอร์ต USB สี่ช่อง, full-HD HDMI, 10/100 Ethernet, ช่องเสียบสายเสียงและวิดีโอคอมโพสิตขนาด 3.5 มม., อินเตอร์เฟสกล้อง (CSI-2) และจอแสดงผล (DSI) และช่องไมโคร SDการ์ด โดยมีการจ่ายพลังงานให้บอร์ดผ่านซ็อกเก็ตไมโคร USB ที่ต้องการหน่วยจ่ายพลังงาน (PSU) ภายนอกแบบเสียบปลั๊ก

เราเปิดตัว Raspberry Pi รุ่นที่สามหลังจากที่เปิดตัวบอร์ด Raspberry Pi รุ่นแรกเมื่อสี่ปีก่อนในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2012″ อีเบน อัพตัน (Eben Upton) ผู้ก่อตั้งRaspberry Pi กล่าว “ซึ่งยังเป็นการประกาศความสำเร็จอย่างสูงในการร่วมมือกับ RS และ Allied ที่ครบรอบสี่ปี ซึ่งทั้งคู่มีบทบาทที่สำคัญต่อความสำเร็จในฐานะผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และข้อมูลชั้นนำและเชื่อถือได้สำหรับวิศวกรระดับมืออาชีพ ผู้ทำเป็นงานอดิเรก และผู้ที่มองหาขั้นตอนแรกในการหัดเขียนโปรแกรม”

“Raspberry Pi ได้ก้าวผ่านการวิวัฒนาการที่สำคัญไปอีกขั้น” ลินด์สลีย์ รูธ (Lindsley Ruth) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ Electrocomponents กล่าว “จากการผสมผสานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทนทานและได้รับการพิสูจน์เป็นอย่างดีของแพลตฟอร์ม Raspberry Pi บอร์ดรุ่นล่าสุดนี้ส่งมอบพลังการประมวลผลที่มากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยการเชื่อมต่อไร้สายที่ฝันในตัว และซอฟต์แวร์เพื่อทำให้ธุรกิจและบุคคลต่าง ๆ พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ Internet of Things ได้ง่าย RS และ Allied เป็นเกียรติอีกครั้งที่ได้ริเริ่มบทใหม่ในฐานะหุ่นส่วนการจัดจำหน่ายสำหรับ Raspberry Pi Foundation”

Raspberry Pi 3 ใหม่ที่นำเสนอโดย RS และ Allied ได้รับการผลิตในสหราชอาณาจักรเพียงแห่งเดียว ภายใต้ใบอนุญาตของผู้จัดจำหน่าย Raspberry Pi 3 Compute Module I/O Board จาก RS และ Allied จะมีพร้อมในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยให้ OEM พัฒนาโซลูชันบน Raspberry Pi 3 สำหรับแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมได้อย่างหลากหลาย

 

จบ

เกี่ยวกับ RS Components และ Allied Electronics

RS Components และ Allied Electronics เป็นแบรนด์การค้าของ บมจ. Electrocomponents ผู้จัดจำหน่ายทั่วโลกในด้านวิศวกรรม ด้วยดำเนินงานใน 32 ประเทศ เราแนะนำผลิตภัณฑ์มากกว่า 500,000 รายการผ่านทางอินเตอร์เน็ตแคตตาล็อกและเคาน์เตอร์สินค้าแก่ลูกค้ามากกว่าล้านราย และจัดส่งสินค้าราว 44,000 ชิ้นต่อวัน สินค้าของเรามาจากซัพพลายเออร์ชั้นนำกว่า 2,500 รายซึ่งรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วงจรอัตโนมัติและแผงควบคุมระบบไฟฟ้าการทดสอบและวัดค่าเครื่องมือและเครื่องอุปโภคบริโภคทางวิศวกรรม

Electrocomponents เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและในปีงบประมาณล่าสุดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 มีรายได้อยู่ที่ 1.27 พันล้านปอนด์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.rs-online.com

 

RS Components
ตัน ซู ชุน (Tan Soo Chun)
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เอเชียแปซิฟิก
อีเมล: soochun.tan@rs-components.com
โทรศัพท์: +65-6430-3324

 

Edelman Public Relations (สิงคโปร์)
เต๊ะ ซีต เฮง (TeohSeetHeng)
ผู้จัดการ
อีเมล: seetheng.teoh@edelman.com
โทรศัพท์: +65-6347-2355

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ต่อไปนี้:

@RSElectronics; @alliedelec; @designsparkRS

RS Components บน Linkedin
http://www.linkedin.com/company/rs-components

RS Components บน Weibo
http://e.weibo.com/u/3206377000?type=0

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

Electrocomponents plc
www.electrocomponents.com

RS Components
www.rs-online.com/

DesignSpark
www.designspark.com

Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20150813/8521504906LOGO
Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/8521601293-a
Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160229/8521601293-b

Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation ลงนามในข้อตกลงอนุญาตใช้สิทธิร่วมกับ A. Menarini Asia-Pacific เพื่อทำตลาดและจัดจำหน่าย Spedra (Avanafil) ใน 10 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์—(บิสิเนส ไวร์)—26 ก.พ. 2559

Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation (TSE: 4508) และบริษัท A. Menarini Asia-Pacific Holdings Pte Ltd (“Menarini AP”) ของสิงคโปร์ ได้บรรลุข้อตกลงอนุญาตใช้สิทธิสำหรับผลิตภัณฑ์ SPEDRA(TM) (avanafil) โดย Menarini AP จะได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวจาก Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation ในการทำตลาดและวางจำหน่าย Avanafil ในจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

Menarini AP เป็นบริษัทในเครือของ Menarini Group ธุรกิจชีวเภสัชภัณฑ์อิตาลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทให้บริการแก่บรรดาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ ด้วยข้อมูลข่าวสารด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ที่เป็นเลิศ เที่ยงตรง และมีจรรยาบรรณสูงสุดตลอดทุกขั้นตอนการดำเนินงาน โดย Menarini Group ได้รับอนุญาตใช้สิทธิดังกล่าวมาก่อนแล้ว สำ หรับการทำตลาดและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ในกว่า 40 ประเทศในยุโรป รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

SPEDRA(TM) (avanafil) เป็นฟอสโฟไดเอสเทอเรส (phosphodiesterase) ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ อันประกอบไปด้วยสารยับยั้งประเภทที่ 5 (PDE5-i) ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 เพื่อใช้ในการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยที่สหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ให้การรับรอง avanafil เมื่อเดือนเมษายน 2555 เพื่อใช้รักษาอาการเดียวกันนี้ในชื่อการค้า STENDRA(TM) “A. Menarini Asia-Pacific เป็นหุ้นส่วนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะในเรื่องของการเข้าถึงแพทย์และศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ/ผู้เชี่ยว ชาญด้านบุรุษเวชวิทยาทั่วภูมิภาค ค่านิยมอันแข็งแกร่ง และประวัติการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ เรามีความยินดีในการเป็นพันธมิตรกับ Menarini AP” นาย มาซายูกิ มิตสึกะ ประธานและผู้แทนกรรมการของ Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation กล่าว “ในอนาคตอันใกล้นี้มีแนวโน้มสูงว่าตลาดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ในเอเชียแปซิฟิกจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราการวินิจฉัยที่สูงขึ้น อำนาจในการจับจ่ายของผู้ป่วย และการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น SPEDRA(TM) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงสุขภาพชาย เนื่องจากเป็นตัวเลือกอันยอดเยี่ยมในการรักษาผู้ป่วยชายที่เป็น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ด้วยคุณสมบัติทางยาที่แปลกใหม่และยังออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว และเมื่อผนึกกำลังกับ Priligy ซึ่งเป็นยาตัวแรกที่ได้รับการรับรองเพื่อรักษาอาการหลั่งเร็ว (PE) แล้ว Menarini AP จึงมีศักยภาพมากขึ้นในแวดวงสุขภาพชายในภูมิภาคนี้” ดร.ลูกา ลาสทรุคชี ซีอีโอของ A. Menarini Asia-Pacific กล่าว

เกี่ยวกับ Spedra (Avanafil)

Avanafil เป็นสารยับยั้งชนิด PDE5 รุ่นสองที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยคุณลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ Avanafil จึงสามารถออกฤทธิ์ชะงัดภายในเวลาให้ยาประมาณ 15 นาทีในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ส่งผลให้เป็น PDE5-I ตัวเดียวที่ได้รับการรับรองในยุโรปท ี่สามารถทานก่อนร่วมกิจกรรมทางเพศได้เป็นเวลาราว 15-30 นาที และด้วยคุณสมบัติออกฤทธิ์เร็ว Avanafil จึงมีความทนต่อยา (tolerability) ในระดับที่น่าพอใจ และยังมีอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่ำในการทดลองเชิงคลินิก SPEDRA(TM) ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ Avanafil ในสหภาพยุโรป (EU) ได้รับการรับรองจากองค์การยายุโรป เพื่อใช้รักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ขณะที่ STENDRA ซึ่งเป็นชื่อการค้าในสหรัฐอเมริกา ก็ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐสำหรับการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพ ทางเพศเช่นกัน ทั้งนี้ Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation เป็นผู้ถือสิทธิในการพัฒนาและทำการค้า avanafil เพื่อใช้รักษาอาการผิดปกติทางเพศของเพศชายในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกบาง ประเทศ

เกี่ยวกับ Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation

Mitsubishi Tanabe Pharma Corporation (MTPC) เป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการวิจัย ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น MTPC มุ่งแก้ไขปัญหาอันท้าทายในการคิดค้นยา ทั้งในการรักษาโรคออโต อิมมูน โรคระบบประสาทกลาง โรคเบาหวาน โรคไต และวัคซีน ซึ่ง MTPC ทุ่มเทอย่างต่อเนื่องให้กับการทำวิจัยและพัฒนาในส่วนนี้ โดย MTPC มีความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้คนทั่วโลกผ่านการคิดค้นยา รักษาโรคต่างๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MTPC สามารถรับชมได้ที่: http://www.mt-pharma.co.jp/e

เกี่ยวกับ Menarini Asia-Pacific

Menarini Asia-Pacific เป็นบริษัทในเครือของ Menarini Group ธุรกิจชีวเภสัชภัณฑ์อิตาลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความเป็นมายาวนานกว่า 130 ปี รวมถึงบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีกว่า 16,000 คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปฏิบัติงานโดยยึดมั่นต่อจรรยาบรรณ Menarini Asia-Pacific มีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบรนด์สุขภาพที่มีความ สำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาค Menarini Asia-Pacific ดำเนินงานตลอดห่วงโซ่มูลค่าการค้า จากขั้นการพัฒนาเชิงคลินิก การขออนุมัติจากฝ่ายกำกับ ดูแล และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการวงจรชีวิต ด้วยแบรนด์ทั้งที่บริษัทเป็นเจ้าของและร่วมพัฒนาในแวดวงรักษาโรคหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของผู้บริโภค ผิวหนังวิทยา ภูมิแพ้/ระบบหายใจ หัวใจร่วมหลอดเลือด วิทยาเนื้องอก/โรคเฉพาะทาง และสุขภาพชาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Menarini Asia-Pacific สามารถรับชมได้ที่: www.menariniapac.com

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160226005251/en/

ติดต่อ:
A. Menarini Asia-Pacific Holdings Pte Ltd
เจนนิเฟอร์ หลิน (Jennifer Lin)
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแบรนดิ้งและสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาค
โทร: +65-64943427
อีเมล: JenniferCW.lin@menariniapac.com