เป๊ปซี่ จัดแคมเปญ “Blue Card” เพื่อแฟนบอลทั่วโลก พร้อมเปิดตัวนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เพอร์เชส, นิวยอร์ก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– นักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับโลกทั้งอะกูเอโร โรดริเกซ กงปานี ซานเชซ และเดเคอา ต่างตบเท้าสร้างความสนุกสุดเหวี่ยงในแคมเปญใหม่ของเป๊ปซี่

#BLUECARD – เป๊ปซี่ เดินหน้าเติมไฟแห่งความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลทั่วโลก ด้วยการประกาศรายชื่อทีมนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016 ซึ่งรวมสุดยอดแข้งดังจากสโมสรชั้นนำของโลกไว้ด้วยกัน พร้อมปลุกความตื่นเต้นตลอดทั้งปีด้วยแคมเปญใหม่ระดับโลกอย่าง Pepsi Blue Card (#BlueCard)

 PepsiCo Blue Card / Pepsi #BlueCard (PRNewsFoto/PepsiCo)

Pepsi #BlueCard (PRNewsFoto/PepsiCo)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160218/334910

นักเตะดังในทีมเป๊ปซี่ประกอบด้วย เซร์คีโอ อะกูเอโร ตัวบุกชาวอาร์เจนตินาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้, เจมส์ โรดริเกซ นักเตะโคลอมเบียผู้สร้างปรากฏการณ์จากทีมเรอัล มาดริด, แวงซองต์ กงปานี แข้งเบลเยียมกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้, อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงชาวชิลีจากอาร์เซนอล และดาบิด เด เคอา สุดยอดผู้รักษาประตูชาวสเปนจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทัพนักเตะเป๊ปซี่ปี 2016 จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆภายใต้แคมเปญใหม่นี้ รวมถึงในโฆษณาทีวีที่เปิดตัววันนี้และจะออกอากาศไปทั่วโลก[https://youtu.be/C-FHnnRYYKc] ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ Pepsi Blue Card ผ่านคนขับรถส่งของ 2 คนที่ได้เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ของชีวิต โดยได้ดวลแข้งกับนักเตะซูเปอร์สตาร์ทีมเป๊ปซี่

Pepsi Blue Card จะขจัดความน่าเบื่อหน่ายและปลดปล่อยช่วงเวลาแห่งความสนุกสุดเหวี่ยง” คาร์ลา ฮัสซัน รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ระดับโลกของ PepsiCo Global Beverage Group กล่าว “ในเกมการแข่งขัน ใบเหลืองหรือใบแดงส่งสัญญาณให้หยุดเล่น แต่ Pepsi Blue Card ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น นับเป็นการเริ่มต้นปีที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบรนด์ชั้นนำของเรา”

เป๊ปซี่ยังเปิดให้ดาวน์โหลดแอปฟรีทาง Apple App Store และ Google Play ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังมีดิจิตอลคอนเทนต์และโซเชียลคอนเทนต์ รวมถึงการตั้งบูธกลางแจ้งและจุดจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศทั่วโลกตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ แบรนด์เรือธงของ PepsiCo ได้แก่ เป๊ปซี่ เลย์ และเกเตอเรด ยังผนึกกำลังกับการแข่งขันฟุตบอลอันทรงเกียรติของยุโรป ด้วยการรับบทเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทั้งนี้ รอบชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นการแข่งขันกีฬาประจำปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก โดยรอบสุดท้ายของการแข่งขันปี 2015 มีการถ่ายทอดในกว่า 200 ประเทศ สู่สายตาผู้ชมราว 400 ล้านคน ขณะที่ยอดวิวเฉลี่ยของแมทช์ที่ถ่ายทอดสดอยู่ที่ราว 180 ล้านวิว

ความคิดเห็นของนักเตะเป๊ปซี่

เซร์คีโอ อะกูเอโร จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเป๊ปซี่อีกครั้ง และดีใจมากที่ได้รับเลือกเป็นนักเตะทีมเป๊ปซี่ปี 2016 ผมตั้งตารอที่จะร่วมทีมกับแวงซองต์ เจมส์ อเล็กซิส และดาบิดตลอดทั้งปี เพื่อนำความสนุกสนานและโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตไปมอบให้แฟนบอลทั่วโลก”

เจมส์ โรดริเกซ จากเรอัล มาดริด กล่าวว่า “ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเป๊ปซี่ปี 2016 การได้ร่วมงานกับเป๊ปซี่เมื่อปีที่แล้วเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก และผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมทีมเป๊ปซี่ในปีนี้ เพื่อมอบโอกาสที่น่าตื่นเต้นและเหนือความคาดหมายให้แก่แฟนบอลทั่วโลก”

แวงซองต์ กงปานี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “ถือเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานกับเป๊ปซี่อีกครั้ง แคมเปญนี้คือความสนุกล้วนๆ บวกความบ้าอีกเล็กน้อย เมื่อหยิบ Pepsi Blue Card ออกมา ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ผมว่านั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการในทุกวันนี้”

อเล็กซิส ซานเชซ จากอาร์เซนอล กล่าวว่า “เป๊ปซี่คือหนึ่งในแบรนด์ดังที่สุดที่เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลของเรา และผมรู้สึกดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักเตะระดับโลกของเป๊ปซี่ในปีนี้”  

ดาบิด เด เคอา จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้ร่วมทีมเป๊ปซี่เป็นครั้งแรกในปีนี้ ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เป๊ปซี่นำเสนอให้แก่วงการฟุตบอลและแฟนๆมาโดยตลอด ทั้งในและนอกสนาม และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม”

เกี่ยวกับเป๊ปซี่โค

 

บรรดาผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เป๊ปซี่โคมีรายได้สุทธิมากกว่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2556 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท เช่น ฟริโต-เลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่-โคล่า เควกเกอร์ และทรอปิคานา เป๊ปซี่โคมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดัง 22 แบรนด์ที่แต่ละแบรนด์มียอดขายปลีกทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เป๊ปซี่โคดำเนินงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Performance with Purpose) เพื่อนำเสนอศักยภาพทางการเงินอย่างเหนือชั้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น โดยในทางปฏิบัติ Performance with Purpose หมายถึงการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดค้นแนวทางใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและใส่ใจแก่พนักงานทั่วโลก ตลอดจนให้ความเคารพ สนับสนุน และลงทุนในชุมชนที่เราดำเนินงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.pepsico.com

Chubb แต่งตั้งทีมผู้บริหารประกันภัยทางทะเลประจำเอเชียแปซิฟิค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Chubb ประกาศแต่งตั้งคริสติน อัลดริช(Christine Aldrich) เป็นผู้จัดการฝ่ายประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และคัลลัม คลาร์ก(Callum Clark) เป็นผู้จัดการฝ่ายประกันภัยตัวเรือประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

          ทั้ง มิสอัลดริช และมร.คลาร์ก จะทำงานขึ้นตรงต่อแอนโทนี โอไบรเอน ผู้อำนวยการฝ่ายประกันภัยทางทะเลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

          ก่อนหน้านี้ อัลดริชดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประกันภัยทางทะเลประจำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ ACE

          นับตั้งแต่ที่ได้เข้าทำงานกับ ACE ในปี 2546 อัลดริชได้พัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับกลุ่มลูกค้าเหมืองแร่ในต่างประเทศ โครงการขนส่งสินค้า ตลอดจนความคุ้มครองเกี่ยวกับความล่าช้าในการประกันภัยความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งยังมีโซลูชั่นอีคอมเมิร์ซที่จัดทำตามความต้องการของลูกค้าสำหรับกลุ่มผู้ส่งออกที่ต้องทำตามเงื่อนไขการลงทุนทางการเงิน

          ก่อนหน้านี้ คลาร์ก ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประกันภัยตัวเรือประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ Chubb

          คลาร์กเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในสายประกันภัยตัวเรือกับบริษัทนายหน้าแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียด้วย ในปี 2553 คลาร์กได้ย้ายไปสิงคโปร์เพื่อสร้างศักยภาพการประกันภัยตัวเรือให้แก่ Chubb ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนำเสนอการคุ้มครองที่ครอบคลุมแก่เจ้าของเรือ, ผู้จัดการเรือ และผู้เช่าเรือทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยบริการประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักร, ประกันมูลค่าของเรือที่เพิ่มขึ้น, ประกันภัยสงคราม, ประกันดอกเบี้ยของผู้รับจำนอง, ประกันการเช่าสูญ, ประกันเรือสำราญ และประกันบริษัทต่อเรือ

          มร.โอไบรเอนกล่าวถึงการแต่งตั้งผู้บริหารทั้ง 2 ท่านนี้ว่า “ทั้งคริสตินและคัลลัมได้นำทักษะความชำนาญขั้นสูงมาสู่ธุรกิจประกันภัยทางทะเลของเรา ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นแนวหน้า, การจัดการความเสี่ยง, โซลูชั่นอีคอมเมิร์ซ และความเป็นผู้นำในการดูแลผลงานผลิตภัณฑ์ ผมมั่นใจว่านายหน้าที่มองหาหุ้นส่วนธุรกิจซึ่งไว้วางใจได้ให้แก่ลูกค้า จะเลือก Chubb มาเป็นลำดับแรกด้วยเครือข่ายทางภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่และครอบคลุมของเรา”

         เกี่ยวกับ Chubb ใหม่

          Chubb เป็นบริษัทประกันทรัพย์สินและอุบัติเหตุที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทดำเนินธุรกิจใน 54 ประเทศและให้บริการประกันทรัพย์สินเพื่อการพาณิชย์และทรัพย์สินส่วนบุคคล การประกันอุบัติเหตุ การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและการประกันสุขภาพ การทำประกันต่อและการประกันชีวิตให้กับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย บริษัทมีความโดดเด่นด้วยข้อเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ศักยภาพการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง ความแข็งแกร่งเป็นพิเศษด้านการเงิน ความเป็นเลิศด้านการรับประกัน ความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการการเรียกร้องสินไหมทดแทนที่ดีกว่า และยังมีสาขาการดำเนินงานทั่วโลก Chubb Limited ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE: CB) และเป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 Chubb มีสำนักงานบริหารในซูริค นิวยอร์ก ลอนดอน และประเทศอื่นๆ และมีพนักงานประมาณ 30,000 คนทั่วโลก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.new.chubb.com

XCMG เปิดบ้านให้ผู้ฝึกงานจากนานาประเทศได้สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมจีนอันเป็นเอกลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผู้ฝึกงานจากต่างประเทศจำนวน 5 คน ได้เดินทางมาฝึกงานเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ณ สำนักงานใหญ่ของ XCMG ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและเหมืองแร่ระดับโลก ในเมืองซูโจว ประเทศจีน ตามโปรแกรมฝึกงานของบริษัท ระหว่างวันที่ 18-24 มกราคมที่ผ่านมา

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7764851-xcmg-apprentice-program/

 

โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทที่ได้เปิดบ้านต้อนรับผู้ฝึกงานจากทั่วโลกสู่ประเทศจีน หลังจากที่ได้มีการคัดเลือกผู้ฝึกงานที่มีความโดดเด่นจากทั่วโลกจนเหลือ 5 คน ซึ่งมาจากสหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย เคนยา และปากีสถาน

 

ผู้ฝึกงานแต่ละคนมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและการก่อสร้าง พนักงานของ XCMGได้พาผู้ฝึกงานเยี่ยมชมบริษัทอย่างทั่วถึง รวมไปถึงโรงงานประกอบรถเครนและห้องปฏิบัติการด้านเสียงและการสั่นสะเทือนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ขณะเดียวกันผู้ฝึกงานยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การควบคุมรถขุด เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ฝึกงานยังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของพนักงาน XCMG เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยในแวดวงเครื่องจักรก่อสร้างผ่านการใช้งานจริงตลอดทั้งวัน

 

หวัง หมิน ประธานและกรรมการผู้จัดการของ XCMG กล่าวว่า “XCMG ทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถ พร้อมส่งเสริมการสื่อสารผ่านโครงการให้ความรู้อย่าง XCMG Apprentice โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ XCMG สู่สายตาทั่วโลก

 

ผู้ฝึกงานต่างรู้สึกประทับใจไปกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ XCMG ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส สำหรับพวกเขาแล้ว การเยี่ยมชม XCMG ถือเป็นฝันที่เป็นจริง เนื่องจากมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในแวดวงวิศวกรรม ทั้งยังได้เพื่อนใหม่ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีมด้วย

 

“XCMG เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความเป็นเลิศและเปี่ยมไปด้วยคุณค่า บุคลากรมากความสามารถของที่นี่ใจกว้างและอ้าแขนรับเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมด้วยความเต็มใจ” Sharon Maingi นักศึกษาเอกวิศวกรรมซอฟต์แวร์จากประเทศเคนยา กล่าว ระหว่างการเยี่ยมชม XCMG ดิฉันได้มีโอกาสพบคนมากมายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับดิฉันและเพื่อนๆที่มาร่วมโครงการนี้ด้วยกัน และดิฉันเชื่อว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

 

โครงการ XCMG Apprentice Program เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกงานได้สัมผัสกับเบื้องหลังการทำงานของผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับโลกของทางบริษัท ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างทั่วโลก

 

Laiq Shah นักศึกษาเอกวิศวกรรมเครื่องกลจากปากีสถาน กล่าวว่า ก่อนเดินทางเยี่ยมชม XCMG ผมคาดหวังว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในแวดวงวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ผมเรียนมาอย่างวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมคาดหวังจริงๆ ผมมีความสุขมากที่ได้มีโอกาสมาที่นี่

 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือเพจของ XCMG ทาง Facebook, Twitter และ YouTube

องค์กรอันทรงเกียรติแห่งผู้จัดการโรงแรมนานาชาติ (HOIHGm) พร้อมให้บริการทั่วโลกแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์– 23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          HOIHGm เป็นองค์กรซึ่งมีคณะผู้บริหารที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการโรงแรมอันทรงคุณวุฒิที่สุดในโลก

          องค์กรอันทรงเกียรติแห่งผู้จัดการโรงแรมนานาชาติ (HOIHGm) เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยจะเริ่มปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ ซึ่งเป็นองค์กรริเริ่มแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกที่อุทิศตนให้แก่กลุ่มบริหารจัดการโรงแรมทั่วไปเป็นพิเศษ โดยถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานของผู้จัดการทั่วไปประจำโรงแรม อีกทั้งยังให้ผลประโยชน์ด้านการทำงานและการเป็นสมาชิกส่วนบุคคล  อาทิ ทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพและการประกัน

 HOIHGm Leon Larkin / HOIHGm Founder and President Mr. Leon Larkin (PRNewsFoto/HOIHGm)

HOIHGm Founder and President Mr. Leon Larkin (PRNewsFoto/HOIHGm)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/335623

HOIHGm Website / Members can visit www.hoihgm.com to apply for membership and find out about the many benefits, including portable insurance options (PRNewsFoto/HOIHGm)

Members can visit http://www.hoihgm.com to apply for membership and find out about the many benefits, including portable insurance options (PRNewsFoto/HOIHGm)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/335624  

          การเข้าเป็นสมาชิกจะเปิดกว้างให้แก่ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมทุกคน หรือแม้กระทั่งผู้ที่เคยได้รับตำแหน่งนี้ เจ้าของ และผู้ดำเนินการ รวมไปถึงผู้เกษียณอายุและพนักงานวัยหนุ่มสาวที่มีความทะเยอทะยานต่อสายอาชีพในการใฝ่ฝันที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม HOIHGm ก่อตั้งโดยนายลีออน ลาร์คิน ชาวออสเตรเลียผู้มีประสบการณ์ด้านการเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมมากว่า 40 ปี ในโรงแรมต่าง ๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

          “ในช่วงที่ผมทำงานอยู่ เมื่อมองดูในภาพรวมแล้ว ผมได้ตระหนักว่า มีอะไรสำคัญบางอย่างขาดหายไปสำหรับกลุ่มผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเป็นไปในแนวเดียวกันกับที่พนักงานต้อนรับที่โรงแรมซึ่งมีสมาคม Les Clefs d’Or  ก่อนหน้านี้ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมต้องพบกับทางตันเรื่องการให้ความช่วยเหลือหรือการให้การสนับสนุนอย่างเป็นอิสระทั้งในเวลาทั่วไปหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาฉุกเฉิน HOIHGm จะเป็นผู้เข้ามาเสริมความต่อเนื่องและมอบสิทธิประโยชน์ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความท้าทายที่พวกเขาอาจจะพบเจอในระหว่างการทำงานหรือช่วงเวลาอื่นๆ – สิ่งที่น่าสนใจเป็นอันดับแรกก็คือแผนประกันสุขภาพที่มีความยืดหยุ่นที่พวกเขาสามารถเลือกให้กับตนเองและสมาชิกครอบครัวได้” นายลาร์คิน ผู้ก่อตั้งและประธานของ HOIHGm กล่าว

          นายลาร์คิน กล่าวเสริมว่า “นับตั้งแต่ที่เกษียณอายุงาน ผมได้ดำรงตำแหน่งที่เป็นเกียรติสำหรับการสร้างองค์กรหนึ่งซึ่งอุทิศตนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้แก่สมาคมผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม และเป็นโอกาสให้ผมได้ฝากชื่อเสียงในเรื่องผลประโยชน์ของผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมและผู้จ้างงานในอีกหลายปีข้างหน้า ยิ่งมีสมาชิกมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเสนอผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกได้มากเท่านั้น และผมก็หวังว่าผู้คนจะร่วมมาเป็นสมาชิกกับเราและทราบว่า ด้วยการรวมตัวกัน เราจะสามารถสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมของเราไปตลอดกาล”

          นายลาร์คินได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งประธาน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะผู้บริหารอันประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 11 ท่าน ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีฝีมือและความเชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากทั่วโลก ประกอบด้วย:

          – นายริชาร์ด ฮาร์ตแมน ผู้อำนวยการที่ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหารของ บริษัท จูเมรา กรุ๊ป อดีตซีอีโอของโรงแรมมิลเลเนียม แอนด์ คอปธอร์น อดีตคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัท อินเตอร์คอนทิเนนทัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

          – นาย จิโอวานี แองเจลินี อดีตซีอีโอของโรงแรมและรีสอร์ทแชงกรีลา และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวินจากรัฐบาลอิตาลี

          – นายเฮคกิ จูลิน รองประธานคณะผู้บริหารบริษัท โอลิมเปีย แอร์ แทรเวล และผู้บัญชาการกองทัพอากาศฟินแลนด์

          – นายโจเซฟ เอ แม็คอินเนอร์นี – ประธานกิตติคุณและซีอีโอของสมาคมโรงแรมและห้องพักอเมริกา (American Hotel & Lodging Association)

          – นายคีส์ ฮาร์ทซุยเคอร์ ซีอีโอบริษัท โรยา อินเตอร์เนชั่นแนล ดูไบ อดีตรองประธานบริษัท ฮิลตัน อินเตอร์เนชันแนล ประจำเอเชีย 

          – นายปีเตอร์ ทอมป์สัน อดีตรองประธานบริษัท สตาร์วูด ฮ่องกง มาเก๊า และไทย และอดีตผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม เดอะรอยัล ฮาวาเอียน ไวกิกิ บีช โรงแรมเชอราตันออนเดอะพาร์ค และโรงแรมโฟร์ พอยท์ บาย เชอราตัน ณ นครซิดนีย์ 

          – นายฟิลิปส์ คาร์รูเธอร์ อดีตกรรมการผู้จัดการของโรงแรมเครือโอเรียนท์-เอ็กซ์เพรส และอดีตกรรมการผู้จัดการของ โรงแรมโคปาคาบานา พาเลซ ในบราซิล

          – นายฮานซ์ ออลเบิร์ตส์ สมาชิกคณะกรรมการบริหารโรงแรมเครือสไตเจนเบอร์เจร์ ที่ปรึกษาด้านการให้บริการ และอดีตผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเอมิเรตส์ พาเลซ ในกรุงอาบูดาบี และเคยทำงานเป็นเวลานานกับเอชไอจี

          – นางสาวพรู เลธ ซีบีอี เจ้าของภัตตาคาร นักเขียน นักธุรกิจผู้ใจบุญ อดีตสมาชิกคณะกรรมการบริหารบริษัทเบลมอนด์ (อดีตเป็นเครือโรงแรมโอเรียนท์-เอ็กซ์เพรส)

          – นางสาวรูธ ฮันต์ – เจ้าของโรงแรม ผู้ประกอบการ อดีตเจ้าของโรงแรมคอมเบ เฮาส์ เดวอน อังกฤษ ว่าที่โรงแรม เดอะพิก แอท คอมเบ

          – นายเออร์ฮาร์ด ฮอทเทอร์ มืออาชีพมากประสบการณ์ในวงการตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ออสเตรเลียและเอเชีย อดีตรองประธานบริษัทสตาร์วูดและกรรมการผู้จัดการในเอเชียใต้

          หลังจากที่ได้เปิดตัวแล้ว ผู้สมัครสมาชิกกลุ่มแรกจะได้เป็น “สมาชิกแรกเริ่ม” และจะได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งรวมถึงสิทธิในการลงคะแนนเสียงเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกที่คงที่ตลอด 3 ปี รวมไปถึงสิทธิในการรับส่วนลดพิเศษและสิทธิในการเข้าชมงานมากมาย

          ภายในปีนี้ HOIHGm จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเปิดตัวเวิลด์ คองเกรส ที่ดูไบ พร้อมเสวนาในหัวข้อสำคัญว่าด้วย “ความปลอดภัยในโรงแรมแห่งโลกยุคปัจจุบัน” พร้อมทั้งมีการมอบรางวัลแห่งเกียรติประวัติอย่าง “รางวัลผู้จัดการทั่วไปประจำโรงแรมนานาชาติแห่งปี” และ “รางวัลสุดยอดความสำเร็จแห่งชีวิต”

          สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HOIHGm สามารถดูได้ที่ http://www.hoihgm.com

          หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

          รีเบคกา ฮาวเวิร์ด และ แคเรน โฮอี

          membership@hoihgm.com

          โทร.+97145158835

Verizon เดินหน้าทดสอบ 5G เพื่อเร่งผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Verizon และบริษัทเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของโลกกำลังทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตให้ 5G เป็นความจริง โดย Verizon และพันธมิตร 5G Technology Forum ซึ่งเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนระบบนิเวศ 5G อยู่ในระหว่างการทดสอบภาคสนาม ทั้งนี้ Ericsson, Intel, Nokia, Samsung Electronics America, Inc.,และ Qualcomm ผนึกกำลังกับ Verizon เพื่อดำเนินงานเชิงรุกในการวางแนวทางด้านเทคนิค ขณะที่มีความคืบหน้าอย่างมากในการทดสอบเครือข่ายภาคสนาม ซึ่งเป็นการทดสอบลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง

 

          หากต้องการรับชมหรือฝังลิงค์วิดีโอการทดสอบภาคสนามของ Verizon 5G Technology Forum สามารถเข้าไปที่ https://youtu.be/XFjmrzw-9EM

          พันธมิตร 5G Technology Forum ของ Verizon ประกอบด้วยบริษัทในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีจากทุกแขนง อาทิ  Apple, Cisco, Ericsson, Intel, LG, Nokia, Samsung, และ Qualcomm กลุ่ม 5G Technology Forum ร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเทคโนโลยี 5G นอกเหนือจากร่วมมือกับผู้นำด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีแล้ว 5G Technology Forum ของ Verizon ยังรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจเงินร่วมลงทุนชั้นแนวหน้าจากฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเกิดใหม่

          “Verizon เร่งสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่องโดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา” เอ็ด ชาน รองประธานอาวุโสฝ่าย Technology Strategy & Planning ของ Verizon กล่าว “เราคือเจ้าแรกที่ให้บริการ 4G ทั่วประเทศ และเราจะขับเคลื่อนนวัตกรรมครอบคลุมแวดวงเทคโนโลยีโดยทั่วถึงอีกครั้งด้วย 5G เพื่อนำโซลูชั่นใหม่ๆเข้าสู่ตลาดเพื่อลูกค้า การทดสอบเทคนิคภาคสนามพิสูจน์ให้เห็นว่า 5G อยู่ที่นี่แล้วและพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ เราสร้างระบบทดสอบมากมายซึ่งสะท้อนสภาพแวดล้อมจริง”

          การพิสูจน์ผลทดสอบ

          การทดสอบภาคสนามร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานจำนวนมาก มีการนำระบบไร้สายประจำที่และระบบมือถือ 5G มาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายระดับแกนหลัก และสัญญาณระหว่างสภาพแวดล้อมกลางแจ้งและในร่ม โดยมีการทดสอบทั้งในที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ ซึ่งทำขึ้นเพื่อเลียนแบบสถานการณ์จริงด้วยแถบคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร อาทิ แถบคลื่นความถี่ในประกาศ Notice for Proposed Rulemaking ว่าด้วยสเปกตรัม 5G โดยคณะกรรมาธิการการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ลักษณะการแพร่กระจายของแถบความถี่เหล่านี้ถูกทดสอบความวิกฤตในการใช้งานประจำที่และเคลื่อนที่หลายรูปแบบ สามารถส่งปริมาณงานหลายกิกะไบท์ต่อช่วงวินาที และมีการวัดความหน่วงในกรอบมิลลิวินาทีในระยะห่างที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็นำเสนอคุณภาพวิดีโอที่ยอดเยี่ยม

          นอกจากการทดสอบภาคสนามแบบพิเศษร่วมกับพันมิตรแต่ละรายแล้ว ยังมีการประเมินองค์ประกอบดังต่อไปนี้ในสถานที่ทั้งหมดด้วย

          – นวัตกรรมสายอากาศที่มีสเปกตรัมคลื่นมิลลิเมตรและเซนติเมตร ซึ่งอาศัยเงื่อนไขการใช้งานหลายรูปแบบ

          – Beamforming, beam tracking, เทคโนโลยี MIMO (multiple input, multiple output) ขนาดใหญ่ และสเปกตรัมแถบกว้าง (ครอบคลุม 200 เมกะเฮิร์ตซ์ ถึง 1 กิกะเฮิร์ตซ์)

          – ความยืดหยุ่นในการใช้งานและฟอร์มแฟคเตอร์ของสายอากาศ รวมถึงขนาดและสายอากาศคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร

          Verizon มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเครือข่ายไปพร้อมกับผลักดันนวัตกรรม 5G เทคโนโลยี 5G ที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ถือเป็นรากฐานแห่งการเชื่อมต่อของโลกอนาคตและเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิทัล ความเร็วหลายกิกะไบท์ต่อวินาทีและความหน่วงเพียง 1 มิลลิวินาทีจะนำเสนอข้อดีของไฟเบอร์ในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย นอกจากนี้ 5G ยังสามารถรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อได้มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด และสนับสนุนการเฟื่องฟูของ Internet of Things

          “เราวางแผนขยายการทดสอบนี้อย่างมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นวัตกรรมกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องการที่จะตัดสินใจในประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญอย่างฉับไวและเร่งการผลิตฟอร์มแฟคเตอร์ก่อนนำออกสู่ตลาดและเพื่อการทดสอบในช่วงต่อไปของปีนี้” อดัม โคปเป รองประธาน Network Technology Planning ซึ่งเป็นผู้นำการทดสอบขั้นเทคนิค กล่าว “เรายังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเหล่าพวกพ้องผู้ให้บริการเครือข่ายในตลาดเอเชีย เนื่องจากเราต่างมีจุดยืนเดียวกันที่ต้องการผลักดันการใช้เทคโนโลยี 5G ในปี 2560″

          Verizon Communications Inc. (NYSE, Nasdaq: VZ) มีทีมงานที่หลากหลายรวม 177,700 คน และสามารถทำรายได้เกือบ 1.32 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558Verizon ดำเนินงานเครือข่ายไร้สายที่วางใจได้มากที่สุดในสหรัฐ โดยมีการเชื่อมต่อของลูกค้ารายย่อยกว่า 112 ล้านการเชื่อมต่อทั่วประเทศ บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ยังให้บริการการสื่อสารและความบันเทิงผ่านเครือข่ายไฟเบอร์-ออปติกที่ก้าวหน้าที่สุดในสหรัฐ และนำเสนอโซลูชั่นธุรกิจครบวงจรสำหรับลูกค้าทั่วโลก

          VERIZON’S ONLINE NEWS CENTER: ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Verizon สุนทรพจน์และชีวประวัติของผู้บริการ รายการติดต่อสำหรับสื่อ และข้อมูลอื่นๆ สามารถเข้าชมได้ที่ Verizon’s online News Center www.verizon.com/news/  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านทาง RSS feed โดยสมัครรับข่าวสารได้ที่www.verizon.com/about/rss-feeds

          มาร์ค เทรซีย์

          โทร. 908.559.4016

          อีเมล: marc.tracey@verizon.com

Megaport เปิดตัว Megaport.ORG มุ่งสนับสนุนพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และชุมชนอินเทอร์เน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย และซานฟรานซิสโก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Megaport ผู้นำด้านบริการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ประกาศเปิดตัว Megaport.org โครงการเพื่อชุมชนและธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตด้วยการลงทุนในบุคลากรและชุมชนต่างๆ

 

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160222/8521601107

          Megaport.org ได้ให้การสนับสนุนองค์กรในภาคธุรกิจที่สำคัญๆ ที่รวบรวมผู้คน เทคโนโลยี และธุรกิจต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งองค์กรที่ส่งเสริมความเป็นกลางและเสรีภาพ ตัวอย่างเช่นการเป็นสปอนเซอร์ของบริษัทต่างๆเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งประกอบด้วย การประชุม Global Peering Forum, สมาคม Asia Pacific Internet Exchange Association, Euro-IX และ APRICOT การเป็นสปอนเซอร์ในอนาคต ยังจะครอบคลุมถึงองค์กรและการประชุมผู้ให้บริการเครือข่ายที่ลงทุนด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ตในภาคพื้นที่ที่ยังขาดแคลนอยู่

          Megaport.org ยังได้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาขึ้น ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกระดับสูงหัวก้าวหน้าในวงการอินเทอร์เน็ต สภาจะให้คำแนะนำ Megaport เกี่ยวกับทิศทางและแนวคิดริเริ่มต่างๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจของ Megaport.org ในการสร้างสรรค์ชุมชนและส่งเสริมการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต

          เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport กล่าวว่า “Megaport.org คือการตอบแทนชุมชนที่ทำให้อินเmอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้สนับสนุนองค์กรและโครงการต่างๆ ที่สร้างโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้และยกระดับขีดความสามารถของตนเอง ในขณะเดียวกัน เราก็เชื่อในการลงทุนเพื่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่กำลังขาดแคลน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยพัฒนารากฐานของอินเทอร์เน็ต หากปราศจากกลุ่มผู้พัฒนาและผู้ให้บริการแล้ว นวัตกรรมด้านการบริการอาจจะมีอยู่เพียงเล็กน้อย โอกาสด้านการจ้างงานลดน้อยลง และถ้าจะพูดตามตรง อินเทอร์เน็ตคงจะไม่เปิดกว้างดังเช่นที่เรารู้จักในทุกวันนี้” 

          ด้านคริสเตียน คอช ผู้อำนวยการฝ่าย Global Interconnection Strategy ของ Megaport กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่มีความเป็นกลางและอิสระมีความสำคัญต่อการขยายตัวและความยั่งยืนของอินเทอร์เน็ต โดยรูปแบบทั้งหมดของเราตั้งอยู่บนแนวคิดดังกล่าว เรารู้สึกยินดีที่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถสนับสนุนแนวคิดริเริ่มซึ่งสร้างความเป็นกลางได้ต่อไป”

          Megaport ให้บริการในศูนย์ข้อมูล 54 แห่งครอบคลุมตลาด 13 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ล่าสุด บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมที่อเมริกาเหนือและยุโรปในตลาดสำคัญๆหลายแห่ง เช่น โตรอนโต ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสต็อกโฮล์ม

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport.org และแนวทางการมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ต สามารถดูได้ที่ http://megaport.org

          แหล่งที่มาประกอบ

          – เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ http://megaport.org

          – ติดตาม Megaport ได้ทางทวิตเตอร์ที่ @megaportnetwork

          – ไลค์ Megaport บนเฟซบุ๊ก

          – หรือติดตาม Megaport บน LinkedIn

          เกี่ยวกับ Megaport

          Megaport เป็นผู้นำระดับโลกและผู้บุกเบิกการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและดำเนินงานโดย บีแวน สลัตเตอรี ในปี 2556 Megaportได้สร้างโครงข่ายแบบอีลาสติค ซึ่งมีความเป็นกลางและควบคุมด้วยซอฟต์แวร์แบบแรกของโลก และเปลี่ยนแนวทางที่บริษัท เครือข่าย และบริการต่างๆ เชื่อมต่อถึงกัน โดยความต้องการการเชื่อมโยงถึงกันที่อยู่ในระดับสูง และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงการเข้าซื้อแบนด์วิดท์ ผลักดันให้ Megaport ก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ด้วยการบูรณาการเต็มรูปแบบเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2558

          Megaport ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานผู้มีประสบการณ์สูง ซึ่งมีความรู้กว้างขวางในการสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport กรุณาเข้าชม

www.megaport.com

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160222/8521601107

          บรรยายภาพ – เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติเลือก UBIMET พัฒนาบริการด้านอุตุนิยมวิทยาและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เวียนนา–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          UBIMET ได้รับเลือกในการประกวดราคาของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ให้เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์และบริการสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้าทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา เพื่อการดำเนินงานเกี่ยวกับสภาพอากาศในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะทวีปแอฟริกา

          ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวกับเครือข่ายการพัฒนาทั่วโลกแห่งสหประชาชาตินั้น UBIMET จะให้การสนับสนุนประเทศต่างๆในการจัดตั้งและพัฒนาระบบและบริการข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น UBIMET ยังได้รับเลือกให้จัดหาเครือข่ายการตรวจสอบฟ้าผ่าและสถานีวัดสภาพอากาศ ระบบพยากรณ์พายุฝนฟ้าคะนองระยะสั้น รวมทั้งให้บริการด้านการพยากรณ์อากาศ บำรุงรักษา ฝึกอบรม และซอฟต์แวร์ด้วย

          ทั้งนี้ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ [http://www.undp.org/content/undp/en/home.html ] ดำเนินงานในกว่า 170 ประเทศ เพื่อบูรณาการปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและพลังงานในระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างศักยภาพในการตั้งรับและปรับตัว ตลอดจนสร้างความมั่นใจว่าการพัฒนายังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลความเสี่ยงและเป็นไปเพื่อความยั่งยืน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และโอกาสที่จะได้รับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ถือเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา โดยภัยธรรมชาตินั้นสามารถสร้างผลกระทบต่อการเกษตร สุขภาพ พลังงาน และทรัพยากรน้ำ

          UNDP เปิดเผยในรายงานการพัฒนามนุษย์ประจำปี 2557 ว่า ระหว่างปี 2543 – 2555 ประชากรกว่า 200 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติทุกปี โดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแล้ง ด้านผลการศึกษาล่าสุดจากสำนักงานว่าด้วยกลยุทธ์ระหว่างประเทศเพื่อการลดภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ (UNISDR) แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 90% ของภัยพิบัติครั้งใหญ่มีสาเหตุมาจากน้ำท่วม พายุ คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และเหตุการณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ นับเป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญของความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

          “ข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำมีบทบาทสำคัญต่อการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ รวมถึงปรับปรุงการจัดการเหตุฉุกเฉินด้วย” ดร.มิชาเอล ฟาสนอยเออร์ กล่าว “และ UBIMET รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติในการสร้างสรรค์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วโลก”

          UBIMET คือผู้ให้บริการด้านสภาพอากาศซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 ในประเทศออสเตรีย บริษัทเป็นผู้นำด้านการเตือนภัยสภาวะอากาศที่รุนแรง โดยทำงานร่วมกับข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและโครงสร้างพื้นฐานจากทั่วโลก เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โมเดลการวิเคราะห์สภาพอากาศเชิงตัวเลข และมีศูนย์ดำเนินงานสภาวะอากาศที่รุนแรงในสามทวีปทั่วโลก

          http://www.ubimet.com

                  

          สื่อมวลชนติดต่อ

          UBIMET GmbH

          Stefanie Normann-Birkholz

          หัวหน้าฝ่ายการตลาดองค์กร   

          โทร: +43-1-263-11-22-679

          อีเมล: snormann@ubimet.com

          ที่มา: UBIMET GmbH

JA Solar ชนะประมูลโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 86 เมกะวัตต์ในแอฟริกาใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

JA Solar Holdings Co., Ltd. (Nasdaq: JASO) ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เปิดเผยว่า บริษัทชนะประมูลและได้เป็นผู้จัดหาเซลล์แสงอาทิตย์แต่เพียงผู้เดียวของโครงการ Orange Solar Project ในแอฟริกาใต้ ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มระดับสาธารณูปโภคขนาด86 เมกะวัตต์ในปี 2560

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20150522/0861504483LOGO

 

Orange Solar Project เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Renewable Energy Independent Power Producer Procurement Program (REIPPP) รอบที่ 4.5 รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้ริเริ่มโครงการ REIPPP ขึ้นในปี 2554 โดยแรกเริ่มเดิมทีมีกำหนดการประมูล 5 รอบ แต่ได้มีการเพิ่มอีก 2 รอบ (รอบที่ 4.5 และ 4.75) เพื่อตอบสนองดีมานด์ของจังหวัดต่างๆที่ต้องการพัฒนาพลังงานใหม่ ทั้งนี้ JA Solar และพันธมิตร 2 รายในแอฟริกาใต้ ได้แก่ Solar Capital (Pty) Ltd. และ Black Enterprise Empowerment (BEE) ได้ชนะการประมูลรอบที่ 4.5 และกลายเป็นผู้จัดหาเซลล์แสงอาทิตย์แต่เพียงรายเดียวให้กับโครงการ Orange สำหรับการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มจะเริ่มขึ้นในปี 2560 โดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกมัลติคริสตัลไลน์ซิลิคอน P310W อันทรงประสิทธิภาพของ JA Solar และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปีเดียวกัน

 

Solar Capital (Pty) Ltd. (www.solarcapital.co.za) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเคปทาวน์ เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแอฟริกาใต้ โดยบริษัทชนะประมูลโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 90 เมกะวัตต์ในการประมูลรอบแรกของโครงการ REIPPP และโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 86 เมกะวัตต์ในรอบที่ 2 ทั้งนี้ ปาสชาล เพแลน ประธานของ Solar Capital มีความพอใจเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทชนะการประมูลโครงการขนาด 86 เมกะวัตต์ในรอบนี้ พร้อมกับแสดงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าร่วมมือกับ JA Solar สำหรับการประมูลในรอบที่ 4.75 และรอบที่ 5 ต่อไป

 

คุณเจี้ยน เซียะ ประธานบริหารของ JA Solar กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ชนะการประมูลในรอบนี้ และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้จัดหาเซลล์แสงอาทิตย์เพียงรายเดียวของโครงการขนาด 86 เมกะวัตต์ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของ JA Solar ได้รับการยอมรับในระดับโลก และนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการขยายธุรกิจสู่สากล ขณะเดียวกัน JA Solar ยังคงมีโอกาสอีกมาก เนื่องจากตลาดแอฟริกากำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และ JA Solar มีเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อวัตต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงอยู่ในสถานะที่เหมาะสมในการช่วยให้แอฟริกาใต้เอาชนะปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ในขณะที่ประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

 

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150522/0861504483LOGO

เมอร์ค พุ่งเป้าเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ธุรกิจการดูแลสุขภาพของเมอร์ครั้งตำแหน่งผู้นำในเรื่องการรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงทั่วโลก

          – ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกร่วมอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการที่ดีที่สุดในการปิดช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ในอนาคตและความเป็นจริงในปัจจุบัน

          – ผลการศึกษาทั่วโลกของ Economist Intelligence Unit ซึ่งได้รับอำนาจหน้าที่จากธุรกิจการดูแลสุขภาพผู้บริโภคของบริษัท ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นประสบปัญหาในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและสุขภาพ

          เมอร์ค ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ได้ก้าวหน้าไปในเรื่องการรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับผู้หญิงท่ามกลางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และช่วงชีวิตที่แตกต่างกัน ในงาน “Global Consumer Health Debate 2016″ ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี คณะนักวิชาการจากประเทศต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสาธารณะ ผู้นำองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจได้หารือกันกับผู้บริหารระดับอาวุโสของเมอร์คถึงวิธีการที่ดีที่สุดที่จะปิดช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ในอนาคตเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง และสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันในประเทศต่างๆทั่วโลก

 Merck Logo / Merck Logo (PRNewsFoto/Merck KGaA)

Merck Logo (PRNewsFoto/Merck KGaA)

          (โลโก้:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20160202/328976LOGO )

Merck Global Consumer Health Debate / Global Consumer Health Debate - Driven by curiosity (PRNewsFoto/Merck KGaA)

Global Consumer Health Debate – Driven by curiosity (PRNewsFoto/Merck KGaA)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160218/334624 )

          Belen Garjio หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของเมอร์คและซีอีโอด้านการดูแลสุขภาพ ชี้ว่า ” สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงถือเป็นศูนย์กลางของลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ด้านการดูแลสุขภาพของเมอร์ค ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์และบริการด้านการดูแลสุขภาพ เราได้ให้การสนับสนุนโครงการริเริ่มด้านความรับผิดชอบองค์กรจำนวนมากที่มีเป้าหมายที่จะช่วยปกป้องและปรับปรุงสุขภาพของพนักงานหญิงของเรา รวมทั้งการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเป็นพันธมิตรภาคเอกชนและสาธารณะทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของผู้หญิงในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา

          การอภิปรายขั้นพื้นฐานในวันนี้เป็นเรื่องสมุดปกขาวของ Economist Intelligence Unit’s (EIU) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจการดูแลสุขภาพของเมอร์ค รวมทั้งเรื่อง “Women’s Health and Well-Being: Evolving Definitions and Practics” ผลการวิจัยซึ่งพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง ผู้เชี่ยวชาญด้านปัจจัยที่มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในอินเดีย เม็กซิโก บราซิล ฝรั่งเศส และเยอรมนีนั้น เป็นประเด็นที่ได้มีการนำเสนอเป็นครั้งแรกในวันนี้

          Uta Kemmerich-Keil ซีอีโอและประธานธุรกิจการดูแลสุขภาพของเมอร์ค กล่าวว่า ผู้หญิงในทุกๆที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อยกระดับชีวิตของตนเอง และหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ก็คือการได้มาซึ่งสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ผู้หญิงเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี และพวกเธอก็ตั้งเป้าว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างผู้ที่มีสุขภาพดีและความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในทุกๆปี  นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ว่าผู้หญิงทั่วโลกมักจะเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของบุคคลในครอบครัวของเธอเอง พวกเธอให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวในเรื่องนี้ นอกจากนี้ มืออาชีพในสายงานด้านการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่ยังเป็นผู้หญิง ดังนั้น ผู้หญิงจึงมีอิทธิพลในวงกว้างเรื่องการปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ในสังคมของเรา อย่างไรก็ดี การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดียังมีอุปสรรคที่สำคัญ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงได้ อาทิ เรื่องความสามารถในการผลิตและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง ด้วยเหตุนี้ การอภิปรายของเราจึงพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหา ด้วยความหวังว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั่วโลกจะเริ่มหันมามองวิธีการแบบองค์รวมและทางออกอย่างยั่งยืนที่ดีกว่า

          Katja Iversen ซีอีโอของ Women Deliver ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรที่ทำหน้าที่อยู่ทั่วโลกโดยประจำการอยู่ที่สหรัฐ เธอได้เข้าร่วมการอภิปรายและแสดงความเห็นในเรื่องช่องว่างเหล่านี้ ว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า การลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงนั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เราเองก็ได้เห็นการปรับปรุงอย่างมหาศาลในบางประเด็นขั้นต้นก็ในแง่ของภาวะที่ปลอดจากโรค  รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโอกาสของผู้หญิงและการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของความรู้สึกที่จะประสบความสำเร็จและความพึงพอใจในชีวิตของคนๆหนึ่ง อย่างไรก็ดี ความท้าทายต่างๆนานายังคงมีอยู่  ความก้าวหน้าในภูมิภาคและประเทศต่างๆเองก็ยังไม่เท่าเทียมกัน ดังจะเห็นได้จากข้อมูลที่ได้มีการเผยแพร่ในวันนี้”

          Angela Spatharou พาร์ทเนอร์และผู้นำด้านความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสำหรับละตินอเมริกาของแมคคินซีย์ แอนด์ คัมพานี ในเม็กซิโก กล่าวว่า วงการนี้มีบทบาทที่สำคัญที่จะปิดช่องว่างระหว่างความใฝ่ฝันของผู้หญิงที่จะปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง และประสบการณ์ชีวิตที่แท้จริงของพวกเธอก็ได้มีการสรุปไว้ในรายงาน EIU ด้วยการเข้าถึงบริการ ผลิตภัณฑ์ และข้อมูลที่ดีที่สุด ทางด้าน Alexandra Wyke ซีอีโอของ PatientView กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องสำคัญที่วงการสาธารณสุขและภาคเอกชนจะให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้หญิงต้องการเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเองอย่างแท้จริงมากยิ่งขึ้น

          Sanghita Bhattacharyya ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านสาธารณสุขของมูลนิธิสาธารณสุขแห่งอินเดีย ได้อธิบายในงานวันนี้ว่า มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยในอินเดียที่บ่งชี้ว่าผู้หญิงได้บริหารจัดการสุขภาพและความเป็นอยู่ของตนเองในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น นโยบายสาธารณสุขให้ความสนใจกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธ์ในวงจำกัด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการคาดการณ์ในเรื่องเพศ ซึ่งกลุ่มผู้ที่มีสิทธิตัดสินใจไม่ได้เหลียวแลผู้หญิงทั้งในเรื่องบทบาทของการเป็นแม่และผู้ให้การดูแล

          ศาสตราจารย์และด็อกเตอร์ Hilke Brockmann แห่ง Jacobs University Bremen ประเทศเยอรมนี กล่าวเพิ่มเติมในแง่มุมมองจากฝั่งยุโรปว่า “คำถามสำคัญที่ได้รับคำตอบจากรายงานของ EIU ก็คือ วิธีการเข้าถึงธรรมชาติแห่งความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในแง่บุคคลและความเป็นจริง ทางออกเรื่องนี้ก็คือวิธีการใหม่ๆในการเปรียบเทียบความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างช่วงชีวิตและวัฒนธรรมต่างๆ การพิจารณาแนวคิดเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีบ้างเป็นบางเวลา ตามที่รายงาน EIU ได้ระบุไว้ รวมทั้งนึกถึงมุมมองมากกว่าปัจจัยที่แน่นอน”

          ในการสรุปการอภิปรายดังกล่าว Uta Kemmerich-Keil กล่าวว่า “ผลการศึกษาของ EIU นำมาซึ่งเหตุและผลและหลักฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับความจำเป็นในการเชื่อมโยงช่องว่างที่ยังมีอยู่ระหว่างประเด็นที่ว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงควรจะอยู่ที่ใด และปัจจุบันสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงอยู่ที่ใด อย่างไรก็ตาม การอภิปรายและการตีพิมพ์รายงานถือว่ายังไม่เพียงพอสำหรับพวกเราหลายๆคน สิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ก็คือการสนทนาอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าการอภิปรายที่ช่วยจุดประกายจะเพิ่มการรับรู้ในเรื่องนี้ เพื่อที่เราจะได้สร้างความเชื่อมั่นว่า สุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้หญิงจะยังคงเป็นวาระสำคัญที่สุด”

          เมอร์คมุ่งมั่นที่จะจุดประกายการหารือในประเด็นความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงในประเทศเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้วตลอดทั้งปี 2559 รวมทั้งเรื่องการหาเงินสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง การเข้าถึงข้อมูลเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งโครงการทางด้านนโยบายสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง แม้ว่าการอภิปรายของฝ่ายธุรกิจการดูแลสุขภาพของบริษัทในวันนี้จะสิ้นสุดลงก็ตาม

          หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

          – การอภิปรายเรื่องสุขภาพผู้บริโภคทั่วโลกในหัวข้อ “Addressing the Diverse Health and Well-Being Challenges of Women around the World” จัดขึ้นที่เมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559

          – สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งผลการศึกษาของ EIU สามารถดูได้ที่ http://www.merck-consumer-health.com/en/industry/industry.html

          – ติดตามธุรกิจสุขภาพผู้บริโภคของเมอร์คผ่านทางทวิตเตอร์ได้ที่  https://twitter.com/merck_ch

          ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่http://www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลงตัวเลือกหรือยกเลิกบริการนี้

          เกี่ยวกับธุรกิจสุขภาพผู้บริโภคของเมอร์ค

          แบรนด์ต่างๆของธุรกิจสุขภาพผู้บริโภค เช่น Dolo-Neurobion(R), Neurobion(R), Bion (R), Seven Seas(R), Nasivin(R) และ Femibion(R) ล้วนเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในตลาดที่สำคัญๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากด้านวิทยาศาสตร์และได้รับความไว้ใจจากกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ธุรกิจสุขภาพผู้บริโภคมีพนักงานทั่วโลกกว่า2,700 รายในตลาดต่างๆกว่า 40 แห่ง นับตั้งแต่ปี 2557 ผลงานของธุรกิจประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆที่มียอดขายต่อปีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์  ธุรกิจสุขภาพผู้บริโภคเป็นธุรกิจของธุรกิจการดูแลสุขภาพภายในกลุ่มเมอร์ค กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ระดับโลกที่เมืองดาร์มสตัดท์ เยอรมนี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาดูที่ http://www.merck-consumer-health.com และ https://twitter.com/merck_ch

          เกี่ยวกับเมอร์ค

          เมอร์ค เป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพ  ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานประมาณ 50,000รายได้พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับชีวิต ตั้งแต่วิธีการรักษาแบบชีวเภสัชกรรมไปจนถึงวิธีการรักษามะเร็งหรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยและการผลิตด้านวิทยาศาสตร์ไปจนถึงคริสตัลเหลวสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์จอแอลซีดี เมื่อปี 2557 เมอร์ค สามารถทำยอดขายได้1.13 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

          บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2211 เมอร์ค เป็นบริษัทเภสัชกรรมและเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด เมอร์ค, ดาร์มสตัดท์ เยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, อีเอ็มดี มิลลิพอร์ และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

          กรุณาติดต่อ: Lars Atorf, +49-6151-856-3114

          แหล่งข่าว: เมอร์ค เคจีเอเอ

DAMAC Properties เปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรู “AYKON City”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

แห่งแรกบนถนนชีคซาเอดริมคลองดูไบ

 

ฮุสเซน สัจวานิ ประธานบริษัท DAMAC Properties ประกาศเปิดตัวอีกหนึ่งสัญลักษณ์ใหม่ของดูไบ และหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมหานครแห่งนี้ บนถนนชีคซาเอดเหนือคลองดูไบ

 

DAMAC Properties ประกาศเดินหน้าโครงการใหม่สุดยิ่งใหญ่ ที่จะผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของของมหานครดูไบ

 AYKON City the golden quadrant Dubai / AYKON City will join other iconic developments in the golden quadrant Dubai such as City Walk, the Burj Khalifa, Emirates Towers and the DIFC (PRNewsFoto/DAMAC Properties)

AYKON City will join other iconic developments in the golden quadrant Dubai such as City Walk, the Burj Khalifa, Emirates Towers and the DIFC (PRNewsFoto/DAMAC Properties)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160218/334619 )

AYKON City Dubai - Canal and Sheikh Zayed Road / AYKON City, First freehold on Dubai Canal and Sheikh Zayed Road (PRNewsFoto/DAMAC Properties)

AYKON City, First freehold on Dubai Canal and Sheikh Zayed Road (PRNewsFoto/DAMAC Properties)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160218/334620 )

 

“AYKON City” คือโครงการอาคารสุดหรู 6 อาคาร ซึ่งประกอบด้วย AYKON Hotel and Residences สูง 80 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารแห่งแรกในดูไบที่ทุกยูนิตเป็นห้องสวีททั้งหมด,  DAMAC Maison Serviced Hotel Residences สูง 63 ชั้น, อาคารอพาร์ทเมนท์สูง 60 ชั้น, อาคารสำนักงานสูง 65 ชั้น รวมถึงอาคารที่พักสุดหรูสูง 30 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ที่ทุกยูนิตมีลิฟต์จอดรถสุดล้ำสมัย พร้อมวิวคลองดูไบและสวนซาฟาพาร์ค ทั้งนี้ ห้องพักบางส่วนเปิดขายทันที นอกนั้นจะเปิดขายตามกำหนดในภายหลัง

“AYKON City” เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาด 4 ล้านตารางฟุต ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกและตะวันตกของถนนชีคซาเอด บนสี่แยกซาฟาพาร์ค และอยู่ใกล้กับคลองดูไบ นอกจากนั้นยังอยู่ในละแวกเดียวกับอาคารเด่นอีกหลายแห่งในทำเลทองของย่านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น City Walk, Burj Khalifa, Emirates Towersหรือ Dubai International Financial Center (DIFC)

ภายในโครงการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่าง “AYKON Dare” ที่จะทำให้ผู้มาเยือนอะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่าง ด้วยการออกไปเดินนอกตัวอาคารบนความสูง 80 ชั้น เพื่อชมวิวสุดงดงามของดูไบพร้อมสัมผัสประสบการณ์เร้าใจไปในตัว ขณะเดียวกันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ผาดโผนน้อยกว่าอย่าง “AYKON Plaza” ที่มีทั้งสระว่ายน้ำ สปา บีชคลับ คาเฟ่ ร้านอาหาร พื้นที่เล่นโยคะและไทเก๊ก รวมถึงพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสมาชิก  

มูลค่าของโครงการนี้อยู่ที่ 7.4 พันล้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดอร์แฮม โดยจะเริ่มก่อสร้างก่อนฤดูร้อนนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564

ฮุสเซน สัจวานิ ประธานบริษัท DAMAC กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศเปิดตัวโครงการสุดยิ่งใหญ่ร่วมกับ Meraas Holding บนทำเลทองของดูไบDAMAC Properties เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงและได้รับความไว้วางใจอย่างมากในภูมิภาค จากการพัฒนาโครงการมากมายที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุด ส่วนทำเลทองตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญที่สุดในการขยายตัวของมหานครดูไบ เพราะอยู่ติดกับคลองดูไบยาวหลายกิโลเมตร”

เราขอขอบคุณ Meraas Holding ที่เชื่อมั่นในโครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรูของเรา เราจะสร้างบรรยากาศอันน่าประทับใจและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร”

คุณฮุสเซนกล่าวเสริมว่า “AYKON City เป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา รวมถึงความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของดูไบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตของภาคอสังหาริมทรัพย์ ความเจริญรุ่งเรืองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมหานครที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ สะท้อนถึงนโยบายอันชาญฉลาดของผู้นำและรัฐบาลของเรา ที่นำโดยท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเจ้าผู้ครองนครดูไบ วิสัยทัศน์ของท่านที่มีการเน้นย้ำระหว่างการประชุม World Government Summit ครั้งล่าสุดนั้น กำลังปูทางไปสู่การคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆในมหานครแห่งนี้”  

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 DAMAC Properties ได้ส่งมอบบ้านกว่า 15,500 หลัง และมีผลงานการพัฒนาที่พักอาศัยมากกว่า 40,000 ยูนิต ทั้งที่อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนและการก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงห้องพักโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์กว่า 13,000 ห้อง ที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท DAMAC Hotels & Resorts

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.damacproperties.com

แหล่งข่าว: DAMAC Properties