โรงแรม Keio Plaza Hotel ในโตเกียว จัดเทศกาลบุฟเฟต์ของหวานเมนูสตรอว์เบอร์รีแสนอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–19 ก.พ. 2559

ต้อนรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ

Keio Plaza Hotel (KPH) โรงแรมระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชินจูกุของโตเกียว จัดเทศกาล “Strawberry Dessert Buffet Fair” นำเสนอของหวานและเค้กที่ทำจากสตรอว์เบอร์รีแสนอร่อยให้ทุกคนได้ลิ้มลองในรูป แบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหาร All Day Dining “Jurin” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนนี้

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20160218005538/en/

http://mms.businesswire.com/media/20160218005538/en/509106/4/_09.jpg
โรงแรม Keio Plaza Hotel ในโตเกี ยว จัดบุฟเฟต์ของหวานเมนูสตรอว์เบอร์รี เฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ โดยเมนูจะเปลี่ยนไปทุกเดือน สำหรับเดือนกุมภาพันธ์มีสตรอว์เบอร์รีกับช็อกโกแลต เดือนมีนาคมมีสตรอว์เบอร์รีกับไข่อีสเตอร์ และเดือนเมษายนมีสตรอว์เบอร์รีกับซากุระ (ภาพ: บิสิเนส ไวร์)

ภายหลังการปิดปรับปรุง ห้องอาหาร All Day Dining Jurin ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2557 และเริ่มให้บริการบุฟเฟ่ต์ของหวานตั้งแต่นั้นมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เชฟของหวานของโรงแรมได้รังสรรค์เมนูสุดพิเศษกว่า 30 รายการ พร้อมเสิร์ฟในช่วงเวลา 14.30-17.00 น.ของทุกวัน โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนนี้ บุฟเฟ่ต์ของหวานจะมีขนมที่ทำจากสตรอว์เบอร์รีสดฉ่ำ ได้แก่ สตรอว์เบอร์รีชอร์ทเค้กและทาร์ตสตรอว์เบอร์รีอันโด่งดัง, ทีรามิสุสตรอว์เบอร์รีกลิ่นหอมเย้ายวน, สตรอว์เบอร์รี แซงเกรีย คอมโพต และอีกมากมาย นอกจากนี้ เชฟยังเตรียมทำเมนูพิเศษตามธีมในแต่ละเดือน โดยเดือนกุมภาพันธ์มาในธีมช็อกโกแลต เดือนมีนาคมธีมไข่อีสเตอร์ และเดือนเมษายนธีมซากุระ เพื่อให้ลูกค้าได้เฉลิมฉ ลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิอย่างสดใส

นอกจากนี้ Cocktail and Tea Lounge ยังเตรียมค็อกเทลหน้าตาดีรสชาติเยี่ยมที่ใช้สตรอว์เบอร์รีสดเป็นส่วนผสมไว้ ให้ลิ้มลองถึง 7 เมนูด้วยกัน

เกี่ยวกับห้องอาหาร All Day Dining Jurin

ห้องอาหาร Jurin นำเสนออาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนูในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกคน Jurin เป็นห้องอาหารในโรงแรมที่มีชั่วโมงทำการยาวนานที่สุด โดยเสิร์ฟอาหารเช้าตั้งแต่ 5.00 น. ส่วนอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ภายหลังการปรับปรุงร้าน Jurin ได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ภายใต้ชื่อ “All Day Dining Jurin” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 โดยมีบุฟเฟต์ของหวานยามบ่ายเป็นหนึ่งในบริการใหม่ของทางร้าน

เกี่ยวกับโรงแรม Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel (KPH) ซึ่ง ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ ใจกลางกรุงโตเกียว เป็นโรงแรมระดับนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งมีห้องอาหารและบาร์กว่า 20 แห่งไว้บริการ แขกทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาใช้บริการชั้นเลิศในบรรยากาศอันแสนอบอุ่น อยู่เสมอๆ สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของเราได้ที่ http://www.keioplaza.com, Facebook และ Instagram

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160218005538/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo
Sunaho Nakatani, +81-3-5322-8113
Public Relations Manager
s-nakatani@keioplaza.co.jp

การประชุม World Energy Congress ครั้งที่ 23 ณ อิสตันบูล ระหว่างวันที่ 9-13 ต.ค. เปิดรับบทความวิชาการเข้าประกวดแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

อิสตันบูล–(บิสิเนส ไวร์)–18 ก.พ. 2559

ผลงานที่คว้ารางวัลที่หนึ่งจะได้รับเงิน 10,000 ยูโร รางวัลที่สอง 7,500 ยูโร และรางวัลที่สาม 5,000 ยูโร

การประชุม World Energy Congress เปิดรับบทความทางวิชาการเพื่อนำเสนอในการประชุมประจำปี 2559 แล้ววันนี้ โดยจะเปิดรับจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

การส่งบทความเข้าประกวดจัดว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ชุมชนพลังงานโลก โดยบทความวิชาการ 20 ชิ้นจะได้รับการคัดเลือกเพื่อนำเสนอในที่ประชุมของผู้เชี่ยวชาญ และจะมีการบันทึกไว้ในยูเอสบีแฟลชไดรฟ์เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมประชุม ทุกท่าน

บทความที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินรางวัลตั้งแต่ 1,500 ยูโร ไปจนถึง 10,000 ยูโร คิดเป็นเงินรางวัลรวมกันกว่า 60,000 ยูโร สำหรับสามผลงานที่คว้ารางวัลสูงสุดจะได้รับเงินรางวัลดังนี้

รางวัลที่ 1: 10,000 ยูโร
รางวัลที่ 2: 7,500 ยูโร
รางวัลที่ 3: 5,000 ยูโร

ผู้ที่สนใจสามารถส่งบทความวิชาการได้ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

– แผนการส่งเสริมวงการพลังงานโลก

นำเสนอแผนส่งเสริมวงการพลังงานเพื่ออนาคตของการผลิตพลังงาน พร้อมกับเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจต่อความไม่แน่นอนและปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญ

– ทรัพยากรและเทคโนโลยีพลังงานโลก

นำเสนอข้อมูลเจาะลึกถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีสำหรับทรัพยากรดังต่อไปนี้: ถ่านหิน น้ำมัน ชีวพลังงาน ของเสีย ถ่านหินเลน ความร ้อนใต้พิภพ การดักจับ ใช้ประโยชน์ และการจัดเก็บคาร์บอน (CCUS) ก๊าซ ยูเรเนียมและนิวเคลียร์ พลังน้ำ พลังงานทะเล พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ การจัดเก็บพลังงาน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และ e-Mobility

– สมดุลพลังงาน 3 ด้าน

นำเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต ผ่านการรักษาสมดุลพลังงาน 3 ด้าน หรือ Energy Trilemma (กรอบนโยบายแห่งศตวรรษที่ 21 สำหรับการประเมินสถานะของพลังงานใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความมั่นคง (2) ราคา และ (3) ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม)

– จัดหาทุนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่มีความมั่นคง

นำเสนอโมเดลทางการเงินที่ดีที่สุดสำหรับการจัดหาทุนสนับสนุนโครงสร้างพื้น ฐานทางพลังงานที่มีความมั่นคง ซึ่งจะเปิดโอกาสในการบูรณาการพลังงานรูปแบบใหม่ๆ เข้ากับระบบเดิม และสามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้

สำหรับผู้ที่สนใจยื่นเอกสารการวิจัยทางวิชาการ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wec2016istanbul.org.tr/call-for-papers/

การประชุม World Energy Congress จะเป็นการประชุมด้านพลังงานระดับโลกครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุม COP21 โดยจะเป็นเวทีสำหรับเหล่าผู้นำด้านพลังงาน เพื่อร่วมกันยกระดับการพัฒนาตลาดพลังงานอย่างยั่งยืน

ฮาซาน มูรัต เมอร์แคน ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม World Energy Congress กล่าวว่า “อีกไม่ถึง 8 เดือนการประชุม World Energy Congress ครั้งที่ 23 ก็จะเปิดฉากขึ้น ทางคณะกรรมการจัดงานจึงเปิดรับบทความจากบรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญใน ประเด็นสำคัญๆด้านพลังงาน World Energy Congress เป็นเวทีที่ทรงอิทธิพลและครอบคลุมที่สุดสำหรับบรรดาผู้นำจากทุกภาคส่วนของ แวดวงพลังงาน จึงถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการแบ่งปันและหารือถึงแนวคิดเหล่านี้”

สามารถรับชมข้อมู ลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งบทความเข้าประกวดได้ที่ http://www.wec2016istanbul.org.tr/call-for-papers/

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ World Energy Congress และวิทยากรในการประชุมได้ที่ http://www.wec2016istanbul.org.tr/

สำหรับบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ World Energy Council

World Energy Council ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2466 โดยเป็นองค์กรแห่งเดียวที่มีความครอบคลุมและเป็นสากลอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของความเป็นผู้นำทางความคิดและการดำเนินงานอย่างเป็น รูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตด้านพลังงานที่มีความยั่งยืน เครือข่ายของเราประกอบด้วยคณะกรรมการระดับชาติ 93 คณะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนขององค์กรสมาชิกกว่า 3,000 องค์กร ทั้งจากหน่วยงานรัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันผู้เชี่ยวชาญ พันธกิจของเราคือการส่งเสริมความยั่งยืนทางพลังงานและการใช้พลังงานเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของทุกคน ทั้งนี้ World Energy Council เป็นผู้จัดการประชุม World Energy Congress ซึ่งเป็นการประชุมชั้นแนวหน้าของโลกในแวดวงพลังงาน

เกี่ยวกับการประชุม World Energy Congress

World Energy Congress เป็นการประชุมหลักของ World Energy Council ซึ่งจัดขึ้นทุกๆสามปี โดยเป็นการประชุมระดับนานาชาติชั้นแนวหน้าที่ครอบคลุมพลังงานหลากหลายสาขา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นต่อปัญหาด้าน พลังงานและแนวทางแก้ไขปัญหาจากมุมมองระดับโลก

World Energy Congress ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่การจัดประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2466 ในฐานะเวทีระดับโลกที่เปิดให้บรรดาผู้นำและนักคิดได้ร่วมอภิปรายถึงแนวทาง การแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน นอกเหนือจากการอภิปรายแล้ว การประชุมนี้ยังเปิดโอกาสให้เหล่าผู้บริหารได้นำเสนอเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจต่อไป

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมการป ระชุม World Energy Congress ประจำปี 2559 ได้ทาง http://wec2016istanbul.org.tr/

สามารถติดตามข้อมูลอัพเดทการประชุมได้ที่ @WECongress

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160218005074/en/

ติดต่อ:
Grayling
Roisin Miller
โทร. +44 (0)20 7592 7922
มือถือ: +44 (0)79 5078 3428

“หัวเว่ย” จับมือ “ดอยช์ เทเลคอม” สาธิตเทคโนโลยี 5G E2E Network Slicing เป็นครั้งแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–24 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

หัวเว่ย (Huawei) และ ดอยช์ เทเลคอม (Deutsche Telekom) ร่วมกันสาธิตเทคโนโลยีเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E Network Slicing เป็นครั้งแรกของโลก ในวันเปิดงาน Mobile World Congress ที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน การสาธิตร่วมกันจัดขึ้นที่ห้องปฏิบัติการ 5G:haus ของดอยช์ เทเลคอม ในกรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพิสูจน์เทคโนโลยี Network Slicing ซึ่งสามารถสร้างเครือข่ายแยกได้ตามต้องการตามสภาพการใช้งาน โดยมีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพในการรองรับการใช้งาน 5G ที่หลากหลายในอนาคต

การใช้งานเทคโนโลยี 5G E2E Network Slicing บนพื้นฐานสถาปัตยกรรมของหัวเว่ย ได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถแยกเครือข่ายแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ผ่านการแยกเครือข่ายหลักออกเป็นส่วนๆ รวมถึงการแยกส่วนควบคุมและส่วนของผู้ใช้ออกจากกัน โดยมีการกำหนดและติดตั้งเครือข่ายหลักและอินเตอร์เฟซ RAN เพื่อรองรับการแยกเครือข่ายแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังมีการจัดการแยกสำหรับทั้งเครือข่ายหลักและ RAN เพื่อจัดการวงจรชีวิตและติดตามการแยก

การสาธิตร่วมกันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของนวัตกรรม “เครือข่ายเดียว ให้บริการได้หลายอุตสาหกรรม” รวมถึงความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรมเครือข่าย 5G ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ

หัวเว่ยทุ่มทุนมหาศาลไปกับนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G” เดวิด หวัง ประธานฝ่ายเครือข่ายไร้สายของหัวเว่ยกล่าว “การแยกเครือข่าย 5G ช่วยให้สามารถรวมโครงสร้างเครือข่ายทางกายภาพเข้าด้วยกันเพื่อรองรับการให้บริการในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงโมบายล์บรอดแบนด์และอุตสาหกรรมแนวดิ่ง เราจะทุ่มเทความพยายามเพื่อเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขั้นสูงไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา”

เทคโนโลยี Network Slicing จะช่วยให้ 5G เป็นเครือข่ายอเนกประสงค์ทีมีประสิทธิภาพสูง อันเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีเพื่อใช้เชื่อมต่ออุตสาหกรรมต่างๆเข้าด้วยกัน และยังต้องสามารถเชื่อมต่อจำนวนมากได้เช่นเดียวกับโมบายล์บรอดแบนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแน่นอน” บรูโน เจค็อบเฟาเออร์บอร์น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของดอยช์ เทเลคอม กล่าว “เราแสดงให้เห็นว่า ศักยภาพเหล่านี้สามารถจัดหาให้ได้ในรูปแบบบริการเครือข่ายตามความต้องการสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน”

ดอยช์ เทเลคอม และ หัวเว่ย ได้ร่วมกันพัฒนาและทำการทดสอบเทคโนโลยีระบบ 5G ซึ่งรวมถึงอินเตอร์เฟซทางอากาศและสถาปัตยกรรมเครือข่าย หัวเว่ยมีประสบการณ์ร่วม 6 ปีในการวิจัยและพัฒนา 5G จึงมีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและทดสอบภาคสนามเป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรรายอื่นๆในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศ 5G และผลักดันการพัฒนาระบบ 5G ต่อไป

งาน MWC 2016 จัดขึ้นที่บาร์เซโลนาในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์นี้ หัวเว่ยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ล่าสุดของบริษัทที่ Fira Gran Via Hall 1 และHall 3 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huawei.com/en/mwc2016

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อได้ดีกว่าเดิม ด้วยการรับบทเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิด หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและแวดวงเครือข่ายธุรกิจ อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง พนักงานของหัวเว่ยกว่า 170,000 คนทั่วโลกมีพันธกิจในการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม องค์กร และผู้บริโภค โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านไอซีทีของเราถูกนำไปใช้ในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค เพื่อให้บริการแก่ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของโลก ทั้งนี้ หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามเราได้ทาง

http://www.linkedin.com/company/huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

Open ROADS to a Better Connected World

“Open ROADS to a Better Connected World” คือธีมของหัวเว่ยในงาน Mobile World Congress 2016 ซึ่งอิงจากกลยุทธ์หลักของบริษัทในการผลักดันความก้าวหน้าทางไอซีที ผ่านการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เปิดกว้างและมีการประสานความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ในอนาคต คนกับคน คนกับวัตถุ และวัตถุกับวัตถุ จะมีการเชื่อมต่อ มีปฏิสัมพันธ์ และมีการทำงานร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ อันจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมธุรกิจดิจิตอลแบบใหม่ที่มีทั้งความท้าทายและโอกาสมากมายสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ทั้งนี้ หัวเว่ยได้กำหนดมาตรฐานประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน นั่นคือ ROADS ซึ่งหมายถึง  Real-time, On-demand, All-online, DIY และ Social และด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและโซลูชั่นชั้นนำของบริษัท หัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างๆ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ ROADS รวมทั้งเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์สำหรับอนาคต เพื่อสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดียิ่งขึ้น

โครงการ Hubspot for Startups รุกสร้างโอกาสทางการตลาดและยอดขายให้แก่บริษัทหน้าใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เคมบริดจ์, แมสซาชูเซตส์–24 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          เมื่อไม่กี่ปีมานี้ บริษัท HubSpot ซึ่งเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์สำหรับการทำตลาดอินบาวด์ (Inbound Marketing) และการจำหน่าย เคยเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่มีความใฝ่ฝัน แต่ในระหว่างนั้น การเดินทางไปถึงจุด ๆ นั้นได้ต้องฝ่าฟันเส้นทางที่ยาวไกล ในขณะที่มีทรัพยากรจำกัดและยังต้องการประด้านการประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในการทำตลาดและการขาย การตลาดแบบดึงดูดลูกค้าทำให้เราอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และเราก็ต้องการแบ่งปันข้อได้เปรียบนี้ให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพอื่น ๆ ที่ต้องการความก้าวหน้า

 HUBSPOT, INC. LOGO / HubSpot, Inc. logo - www.hubspot.com. (PRNewsFoto/HubSpot, Inc.)

HubSpot, Inc. logo – http://www.hubspot.com. (PRNewsFoto/HubSpot, Inc.)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20110817/NE53515LOGO

          การที่จะทำเช่นนั้นได้ เราจึงมีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนำโครงการ HubSpot for Startups ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Jumpstart โดยโครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้บริษัทสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับองค์กรที่คอยผลักดัน สนับสนุน และดูแลเรื่องการประกอบการ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเล็ก ๆ ได้รับแรงผลักดันด้านการทำตลาดและยอดขายในระดับก้าวกระโดด พร้อมทั้งได้รับส่วนลด 90% ในการซื้อผลิตภัณฑ์ของ HubSpot

          บริษัทต่าง ๆ ผู้เป็นหน่วยงานด้านการเร่งการดำเนินการ หน่วยงานที่ดูแลบริษัทสตาร์ทอัพ และองค์กรที่ดูแลเรื่องการประกอบการสามารถช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการกำหนดขอบเขตและมีความสุขไปกับผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นผ่านโครงการ HubSpot for Startups ซึ่งครอบคลุมดังต่อไปนี้

          – ช่วยให้บริษัทต่างๆมีช่องทางเข้าถึงการทำตลาดและแพลตฟอร์มสำหรับการขายที่พิเศษในราคาไม่แพง

          – ช่วยบรรเทาความเครียดเกี่ยวกับความพยายามเพื่อผลักดันยอดขายและการตลาดด้วยแพลตฟอร์มที่ครบวงจร

          – ให้ความรู้อย่างต่อเนื่องสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อการเพิ่มโอกาสในการคว้าความสำเร็จ

          – นำมาใช้งาน และนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่าย

          “โครงการ HubSpot for Startups ทำให้บริษัทหน้าใหม่ ที่พยายามผลักดันการเติบโตสามารถเติมเต็มความสามารถด้านการตลาดและยอดขายของตนเองได้ โดยเริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้น อีกทั้งยังช่วยเตรียมความพร้อมให้แก่บริษัทเหล่านี้ไปสู่ความสำเร็จ” นายอิไต โบวบลิล หัวหน้าฝ่ายการตลาดโลกจาก Impact Hub Network และอดีตซีเอ็มโอของ Impact Hub Singaporeที่บริษัท Impact Hub เราสร้างระบบนิเวศน์ที่สร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมต่อ และสร้างพลังให้แก่ผู้คน เพื่อให้พวกเขาได้รับรู้ถึงไอเดียในการประกอบการเพื่อให้ได้มาซึ่งผลกระทบที่ยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนพวกเขานับตั้งแต่ขั้นตอนแรกในช่วงที่ยังเป็นบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อให้บริษัทเหล่านี้ได้มีธุรกิจที่เติบใหญ่ทั้งในประเทศหรือมากกว่านั้น ช่องทางในการเข้าถึงซอฟต์แวร์ของ HubSpot และการให้การสนับสนุนที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ตลอดทั้งโครงการ HubSpot for Startups ถือเป็นการพลิกเกม ซึ่งจะช่วยให้ความฝันกลายเป็นความจริง”

          สิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพมีมากมาย อันที่จริงแล้ว บรรดาธุรกิจที่เปิดตัวใหม่ๆมากมายสามารถเร่งการเติบโตทางธุรกิจได้ทั้งหมดด้วย HubSpotซึ่งมีช่องทางให้เข้าถึงทรัพย์สินที่ได้มาจากการตลาดและการขาย ซึ่งประกอบด้วย

          – ส่วนลด 90% ในการซื้อผลิตภัณฑ์ของ HubSpot

          – ฟรี CRM จาก HubSpot

          – ช่องทางในการเข้าถึง HubSpot Reporting และ การโฆษณาแบบ Add-Ons ซึ่งมีส่วนลดในอัตราเดียวกับผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์การตลาดอื่น ๆ

          – ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

          – บริการให้ความรู้ที่ครบวงจรของบริษัท

          – สถาบัน HubSpot Academy

          – บล็อกของ HubSpot

          – การจัดเกรดเว็บไซต์

          – ช่องทางในการเข้าถึงเครือเว็บไซต์ inbound.org

          “HubSpot for Startups ทำให้เราสามารถทดสอบและกำหนดขอบเขตโครงการใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สูญเสียความรู้สึกประทับใจให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตในขั้นแรก เราสามารถสร้างระบบอัตโนมัติ พัฒนารูปแบบเฉพาะ และเพิ่มความรู้เชิงลึกให้แก่ตลาดเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในราคาที่พอดีกับงบของบริษัทสตาร์ทอัพ การใช้ HubSpot for Startups เปรียบเสมือนการจ้างทีมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบซึ่งยินดีที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงสองปีแรกที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัท” นายเดฟ ลองเวล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Rent Like A Champion กล่าว

          เราได้เริ่มโครงการดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว ในปี 2558 โครงการของเราเติบโตขึ้นถึง 150% เมื่อเทียบเป็นรายปี และมีสมาชิกบริษัทที่ช่วยเร่งการดำเนินการ และบริษัทที่ดูแลบริษัทสตาร์ทอัพที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 250 ราย ซึ่งล้วนเป็นบริษัทผู้ผลักดัน บริษัทผู้อุปถัมป์ และบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ จาก 26 ประเทศ

          “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สนับสนุนชุมชนบริษัทสตาร์ทอัพต่อไปด้วยโครงการ HubSpot for Startups” นายดาร์เมช ชาฮ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง HubSpot และซีทีโอ กล่าว “HubSpot อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่เติบโตเร็วให้เติบโตและประสบความสำเร็จ เราเคยอยู่ในจุด ๆ นั้นมาก่อน และโครงการนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยขยายความมุ่งมั่นของเราไปสู่ผู้ประกอบการและช่วยให้สุดยอดธุรกิจใหม่เดินหน้าต่อไปได้”

          ในฐานะที่เป็นอดีตบริษัทสตาร์ทอัพ HubSpot จึงอยู่ในจุดยืนที่สามารถเข้าใจในความเจ็บปวดแบบเฉพาะที่บริษัทหน้าใหม่ได้เผชิญ แลพเราก็ทราบด้วยว่า บริษัทสตาร์ทอัพมีเรื่องให้กังวลอยู่พอแล้วโดยที่ไม่ต้องมากังวลกับเรื่องระบบการตลาดและการขายอันสุดยอด

          ข่าวดีก็คือ เราเคยผ่านความผิดพลาดมาในเส้นทางการเดินทาง และได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่ามากมายซึ่งเราพร้อมที่จะแบ่งปันให้กับบริษัทรุ่นใหม่  โครงการHubSpot for Startups จึงนำเสนอโอกาสให้ธุรกิจเล็ก ๆ ได้รับตำแนะนำด้านการตลาดและการขายอันสุดพิเศษ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า พวกเขาจะไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวลในระหว่างการเดินทางต่อ

          สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โครงการ Hubspot for Startup ได้สร้างพลังให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กให้ทุ่มความสนใจไปกับการตลาดและการขาย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ HubSpot for Startups, รวมไปถึงวิธีในการสมัครและหาบริษัทที่ช่วยเร่งการดำเนินการและบริษัทที่ดูแลสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้อง

Gionee เผยโฉมอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่งาน MWC 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน – 23 ก.พ. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – ผู้ให้บริการโซลูชั่นสมาร์ทโฟนเดินหน้าขยายขอบเขตการเข้าถึงทั่วโลก พร้อมเปิดตัว S8 โทรศัพท์รุ่นแรกที่แจกรอยยิ้ม

            Gionee ผู้ให้บริการโซลูชั่นโทรคมนาคมระดับโลก ประกาศเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อย่างเป็นทางการที่งาน Mobile World Congress

 

            http://photos.prnasia.com/prnvar/20160223/0861601410

            ใบหน้าเปื้อนยิ้มบนโลโก้ใหม่นี้สะท้อนความปรารถนาของเราที่จะสร้างความสุข ด้วยการพัฒนาเครื่องมือการสื่อสารที่ใช้งานง่าย พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาในตัวเครื่องและเป็นมิตรกับผู้ใช้วิลเลียม ลู ประธาน Gionee กล่าว จากการเพิ่มองค์ประกอบที่สื่ออารมณ์เข้าไปในสมาร์ทโฟนของเรา เราเชื่อว่า สไมล์โฟนจะทำให้เรายังคงครองใจผู้บริโภค และทำให้สถานะของเราในอุตสาหกรรมนี้แข็งแกร่งขึ้น

            โลโก้ใหม่ดังกล่าวป็นการผสมกันของตัวอักษร “i” และ “j” ต่อเติมกันเป็นตัวอักษร “G” ที่หมายถึง Gionee และเป็นการส่งสารโดยนัยว่า ฉันมีความสุขสำหรับสีส้มสดใสนั้นสื่อถึงภาพลักษณ์ที่มีพลัง กระตือรือร้น และอบอุ่น

            “Make Smiles” คือสโลแกนใหม่ของบริษัทที่เชื้อเชิญให้ลูกค้าเปิดรับ Gionee เป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุข โทรศัพท์เหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความสำเร็จและการเซอร์ไพรส์ที่แสนน่ารัก

            การแชร์เรื่องราวในชีวิตของเราบนโซเชียลมีเดียกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และเราพบว่าผู้ใช้ไม่พอใจกับภาพนิ่งอีกต่อไป แต่ชื่นชอบวิดีโอเคลื่อนไหววิลเลียม ลู ประธาน Gionee กล่าว “Gionee S8 คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเราที่ใช้โลโก้รอยยิ้ม และยกระดับประสบการณ์การแชร์วิดีโอ ทำให้เราสามารถบันทึกช่วงเวลาล้ำค่าได้อย่างง่ายดาย และอัพโหลดขึ้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สไมล์โฟนของเรามีส่วนร่วมในการส่งความสุข

            Gionee S8

            ด้วยระบบถ่ายภาพและวิดีโอที่ไร้ข้อจุกจิกกวนใจ ตลอดจน 3D Touch และดีไซน์โลหะโค้งมน Gionee S8 จึงเป็นสมาร์ทโฟนที่ลงตัวอย่างยิ่งสำหรับคนนำสมัยและคนทำงานในแวดวงธุรกิจ

            Loop Metal Design

ดีไซน์บอดี้โลหะทั้งเครื่องของ S8 มีจุดเด่นอยู่ที่สายอากาศแบบลูป มองไม่เห็นด้วยตา ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกของโลก สะท้อนความสมดุลระหว่างดีไซน์โฉบเฉี่ยวและความแรงของสัญญาณที่ยอดเยี่ยม โทรศัพท์รุ่นนี้รองรับแถบคลื่นความถี่ทุกช่วง อาทิ b17 และ b20 สำหรับการใช้งานข้ามเขตทั่วโลก และปรับปรุงสัญญาณ WiFiและ GPS

            S8 มาพร้อมกระจก 2.5D เคลือบด้วย VM สีสันสดใส ซึ่งแสดงเอฟเฟคแบบมัลติคัลเลอร์ในองศาต่างๆ มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว บาง 0.7 มิลลิเมตรที่ใช้เทคโนโลยีแสดงผล AMOLED เรียกได้ว่าเป็นโทรศัพท์รุ่นเล็กแต่คับคุณภาพ และยังสามารถถือเครื่องได้อย่างสบาย

            บันทึกช่วงเวลาสุดพิเศษ

            S8 ได้รับการติดตั้งระบบกล้องที่พัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้ภาพและวิดีโอสว่างและคมชัดขึ้น เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี RWB และมีรูรับแสง F1.8เลนส์ 6P ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพที่ดีที่สุดแม้ในสภาวะแสงน้อย

            ความเร็วในการโฟกัสถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ S8 โดย PDAF และโฟกัสเลเซอร์ทำให้การโฟกัสรวดเร็วและแม่นยำขึ้น และสามารถปรับใช้ได้กับหลายสถานการณ์

            Gionee อัพเกรดซอฟต์แวร์กล้อง Image+ 2.0 ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ที่สวยที่สุดโดยใช้ฟังก์ชั่น Full Skin Beauty เพื่อเปลี่ยนสีผิวทั้งตัว ส่วนฟีเจอร์Flash Selfie สามารถเพิ่มแสงเพื่อให้ภาพสวยขึ้น นอกจากนี้ S8 ยังมีฟีเจอร์จดจำข้อความที่เปี่ยมประสิทธิภาพ เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อความตามจริงจากบทความต่างๆ ผ่านทางรูปภาพ

            S8 ใช้ชิปบันทึก AKM4941 HD แบบฝัง และมีไมโครโฟนความไวสูง 2 ตัว ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายวิดีโอด้วยเสียงที่คมชัดและมีคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังสามารถตัดต่อวิดีโอได้อย่างง่ายดาย โดยฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์รุ่นนี้นำเสนอเทมเพลทระดับมืออาชีพ 6 รูปแบบให้เลือกใช้

            3D Touch

            Gionee คือผู้นำ 3D Touch มาสู่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ S8 สามารถรองรับสัมผัสได้ 3 ระดับ ได้แก่ สัมผัส” “แตะ และ กด

            – สัมผัส เพื่อเลือกแอพพลิเคชั่น

            – แตะ เพื่อดูคอนเทนท์คร่าวๆของแอพพลิเคชั่น

            – กด เพื่อให้แอพพลิเคชั่นทำงาน

            Gionee ยังเพิ่มแถบด้านข้างสำหรับมือถือรุ่นนี้ ผู้ใช้สามารถเปิดการทำงานของแถบด้านข้างของเครื่องได้ทุกเวลา เพียงกดค้างที่ด้านข้างหน้าจอและเลือกแอพพลิเคชั่นที่ต้องการวางในแถบดังกล่าว

            4G+ และ Amigo OS

            S8 รองรับเครือข่าย 4G+ ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือได้อย่างรวดเร็วและเป็นอิสระไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ขณะที่คุณภาพเสียงก็ดีขึ้น S8 รองรับ dual 4G, FDD และ TDD, 7 โหมด และ 14 แถบความถี่ เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถใช้งานข้ามเขตได้ทั่วโลก ไม่เพียงเท่านี้ S8 ยังเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ติดตั้ง Amigo 3.2 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่มี Android 6.0 เป็นฐาน โดย WhatsApp และ Wechat สามารถทำงานคู่กันได้อย่างราบรื่นภายใต้ Amigo 3.2

            ข้อมูลโดยสังเขปของผลิตภัณฑ์

 

ขนาด

154.3 x 74.9 x 7 มิลลิเมตร

น้ำหนัก

147.2 กรัม

ซิม

ซิมคู่ (ไมโครซิม, สแตนด์บายสองซิมพร้อมกัน)

หน้าจอ

หน้าจอ FHD AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว

– 1920 x 1080 พิกเซล

มัลติทัชแบบคาปาซิทีฟรองรับสูงสุด 5 นิ้ว

ระบบปฏิบ้ติการ

 Android 6.0

เนื้อที่ความจำ

– ROM ภายในเครื่อง 64 กิกะไบท์

– RAM 4 กิกะไบท์

กล้อง

กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล & กล้องหน้า 8ล้านพิกเซล

– f/1.8 PDAF & Laser Focus

วิดีโอ 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที (fps)

เสียง

ระบบเสียง Hi-fi & DTS Sound

แจ็คเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

แบตเตอรี่

3000 มิลลิแอมป์

           

 

 

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมได้ที่ http://global.gionee.com/news_detail.php?id=32&c=1

            ติดต่อ:

            Ann Lau

            Gionee

            โทร. +86 147 1649 9692

            อีเมล: annlaumw@gionee.com

 

            Jocelyn Ji

            Ogilvy Public Relations

            โทร. +86 186 0128 5453

            jocelyn.ji@ogilvy.com

            รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160223/0861601410

ไมโครชิป เปิดตัวตระกูลคอนโทรลเลอร์ I/O สุดยืดหยุ่นและฟีเจอร์คับคั่ง ปรับตั้งค่าตามความต้องการนักออกแบบภาคอุตสาหกรรมและสมองกลฝังตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–24 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลิตภัณฑ์ใหม่ SCH322X ตระกูลใหม่ ผสมผสานการทำงานของการรับเข้า/ส่งออก (I/O) เข้ากับระบบการติดตามการทำงานของฮาร์ดแวร์ เพื่อการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่คุ้มทุนมากยิ่งขึ้น

 

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัว SCH322X ตระกูลคอนโทรลเลอร์ I/O ใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและฟีเจอร์คับคั่งที่สามารถปรับตั้งค่าตามความต้องการของนักออกแบบภาคอุตสาหกรรมและสมองกลฝังตัว ตระกูลผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตนี้ มีขนาดแพคเกจที่เล็กกว่าเดิมและวงจรการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ยาวนาน ซึ่งเปิดทางให้การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและแบบฝังประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น SCH322X วางจำหน่ายแล้วทั้งเวอร์ชั่นที่มีอุณหภูมิสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160217/8521600989

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ SCH322X เข้าชมได้ที่ http://www.microchip.com/SCH322x-022316b

สำหรับคอนโทรลเลอร์ตระกูล SCH322X Super I/O นี้ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรมและแบบฝัง ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นในตระกูลนี้มีชุดฟีเจอร์ที่แตกต่างกันไป โดยเป็นการจัดกลุ่มซีเรียลพอร์ท พาราเรลพอร์ท และ PS/2 ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน General Purpose Input/Output (GPIO) ที่ยืดหยุ่น ตลอดจนระดับอุณหภูมิเทียบชั้นสากล และการวัดแรงดันไฟฟ้า ทำให้สามารถออกแบบอุปกรณ์ภาคอุตสาหกรรมที่ประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น ตระกูลผลิตภัณฑ์ SCH322X นำเสนอในรูปแบบแพคเกจ BGA ซึ่งใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดทางสู่การออกแบบแผงวงจรที่มีขนาดกระทัดรัดที่สุด

คอนโทรลเลอร์ตระกูล SCH322X ยังได้รับการออกแบบมาให้ทำงานกับสถาปัตยกรรม x86  และประกอบด้วยอุปกรณ์ 6 รุ่นที่ปรับแต่งมาเพื่ออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับตัวอย่างตัวเลือกอุปกรณ์ในตระกูลนี้ ได้แก่ ซีเรียลพอร์ทหลากหลายรูปแบบ ผนวกกับการติดตามการทำงานของฮาร์ดแวร์ และสามารถเลือกเพิ่มฟังก์ชั่นควบคุมคีย์บอร์ดหรือไม่ก็ได้

เราตื่นเต้นที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างตระกูล SCH322X Super I/O” เอียน แฮร์ริส รองประธานฝ่าย Computer Products Group ของไมโครชิปกล่าว “ความชำนาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการผลิต PC แบบ OEM ที่ผนวกกับนโยบายวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ที่เปิดกว้างของไมโครชิป เปิดทางให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ประมวลผลแบบฝังและภาคอุตสาหกรรม”

ตระกูล SCH322X Super I/O ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 6 รุ่น ได้แก่ SCH3221SCH3222SCH3223SCH3224SCH3226และSCH3227

 

การวางจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ 6 รุ่นในตระกูล SCH322X Super I/O พร้อมแจกตัวอย่างและผลิตในปริมาณมากในรูปแบบแพ็คเกจ 64-WFBGA (6 x 6 มม.), 84-WFBGA (7 x 7 มม.), 100-WFBGA (8 x 8 มม.) และ 144-WFBGA (9 x 9 มม.) ในปริมาณ 10,000 หน่วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตจากไมโครชิป หรือเข้าชมที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/SCH322x-022316b สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้ที่  MicrochipDIRECT หรือติดต่อพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

แหล่งข้อมูลและภาพ

สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ฟลิกเกอร์ หรือการติดต่อสำหรับกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):

 

สามารถติดตามไมโครชิปได้ที่

 

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ http://www.microchip.com/Homepage–022316a

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Daphne Yuen (ไมโครชิป)
โทร:  (+852) 2943-5115
(อีเมล: 
daphne.yuen@microchip.com)

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160217/8521600989

บรรยายภาพ – ตระกูลผลิตภัณฑ์ SCH322X Super I/O จากไมโครชิป

Safaricom จับมือ Flytxt วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน และดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–24 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Flytxt ผู้ให้บริการโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคกับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประกาศทำข้อตกลงกับ Safaricom ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเคนยา เพื่อการติดตั้งและใช้งานโซลูชั่น Customer Value Management (CVM) ของ Flytxt โซลูชั่นการวิเคราะห์ขั้นสูงนี้จะช่วยให้ Safaricom สามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสร้างความผูกพันกับลูกค้าตามบริบทที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และตามลักษณะเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละรายไปตลอดวงจรชีวิตลูกค้า

 Flytxt / PR NEWSWIRE INDIA - Flytxt Logo

PR NEWSWIRE INDIA – Flytxt Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20140527/10098680)

เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงบริการและนำเสนอโซลูชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” Sylvia Mulinge ผู้อำนวยการ Consumer Business ของ Safaricom กล่าว “ความร่วมมือกับ Flytxt มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าได้อย่างเจาะลึกมากขึ้น ซึ่งจะปูทางให้เราบรรลุเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า” เธอกล่าวเพิ่มเติม

โซลูชั่นของ Flytxt ใช้ชุดโมเดลการวิเคราะห์เพื่อนำเสนอข้อมูลที่บริษัทโทรคมนาคมสามารถนำไปใช้งานได้ ช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถตัดสินใจฉับไวในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจและจุดสัมผัส โซลูชั่นเหล่านี้เปิดทางให้บริษัทสามารถใส่ความเป็นส่วนตัวไปในบริการลูกค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยกระดับคุณค่าตามวงจรชีวิตลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Safaricom เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก ด้วยผู้ใช้บริการกว่า 25 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การสื่อสารผ่านเสียง ข้อมูล การทำธุรกรรมผ่านมือถือ และบริการระดับองค์กร ทั้งนี้ Safaricom เป็นบริษัทในเครือของ Vodafone Group ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ Flytxt ทำข้อตกลงกับกลุ่มบริษัทที่มีกิจการครอบคลุมทั่วโลกแห่งนี้

ผมยินดีที่ Safaricom วางใจเลือก Flytxt ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับ Vodaphone แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” Hetarth Patel รองประธานอาวุโสGlobal Sales ของ Flytxt กล่าว “Flytxt มอบผลลัพธ์ที่น่าประทับใจได้ตั้งแต่การติดตั้งใช้งานเบื้องต้นภายในกลุ่ม ผมมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะรักษาทิศทางนี้เอาไว้ต่อไป และส่งผลต่อ Safaricom อย่างมีนัยสำคัญในทางเศรษฐกิจ”

Flytxt มีกิจการครอบคลุมทั่วทั้งแอฟริกา ผ่านทางความร่วมมือกับบรรดาบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำ ซึ่งรวมถึงการบรรลุข้อตกลงในระดับกลุ่มกับ MTN

เกี่ยวกับ Flytxt

Flytxt จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่างๆในการพลิกโฉมระบบดิจิทัล โดยช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ากับการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ Flytxt นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยสร้างรายได้จากข้อมูลได้อย่างครบวงจร ช่วยให้องค์กรทั้งหลายสามารถมอบประสบการณ์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายผ่านจุดสัมผัสดิจิทัลต่างๆ ตลอดจนช่วยเพิ่มรายได้ ปรับปรุงอัตรากำไร และยกระดับความจงรักภักดีของลูกค้า Flytxt ดำเนินงานโดยใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเอง และมีลูกค้ามากกว่า 50 รายใน 30 ประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้มือถือมาแล้วกว่า 500 ล้านคน มอบมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2 – 7% อย่างสม่ำเสมอแก่ลูกค้า ผ่านชุดโซลูชั่นครบวงจรที่ผนวกรวมเทคโนโลยี ชุดระบบวิเคราะห์ การดำเนินงาน และบริการต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน Flytxt มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเนเธอร์แลนด์ สำนักงานองค์กรในดูไบ อีกทั้งยังมีการดำเนินงานอยู่ในปารีส ลอนดอน ธิรุวะนันทปุรัม มุมไบ สิงคโปร์ โจฮันเนสเบิร์ก ไนโรบี และเม็กซิโกซิตี

ที่มา: Flytxt

“หัวเว่ย” เปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เพื่อเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสู่ระบบดิจิตอลและสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาร์เซโลนา, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ผู้นำด้านไอซีทีระดับโลกนำเสนอกลยุทธ์ในการสร้างระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิด แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล รวมทั้งจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีในงาน MWC 2016

 

Huawei Unveils Safe City Solution Experience Center at 2016 Mobile World Congress

หัวเว่ยเตรียมแบ่งปันวิสัยทัศน์เพื่อสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2016 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์นี้ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยจะเน้นสนับสนุนการเปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิดร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม มุ่งผลักดันการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลภายในนานาประเทศและอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิตอลด้วย

 

หัวเว่ยจะเดินหน้าสานต่อธีม “Open ROADS to a Better Connected World” ของบริษัทในงาน MWC เมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบสนองดีมานด์ของผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ “ROADS” (Real-time, On-demand, All-online, DIY และ Social) ในยุคดิจิตอล บริษัทพยายามพัฒนานวัตกรรมที่มีความคล่องตัว สร้างระบบนิเวศแบบเปิด ขยายความร่วมมือทางธุรกิจ และช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล โดยในงาน MWC 2016 หัวเว่ยจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าโซลูชัน SoftCOM แบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของบริษัท จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับธุรกิจ การปฏิบัติงาน โครงสร้าง และเครือข่ายได้อย่างไร หัวเว่ยจะแบ่งปันวิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัทในรูปแบบของกลยุทธ์และการปฏิบัติที่ทำได้จริง เพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เดินหน้าไปพร้อมกัน

 

ในยุคของการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลอย่างรวดเร็วถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอซีทีคือกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิตอล ในฐานะที่เป็นผู้สร้างความเป็นไปได้ในอุตสาหกรรมไอซีที หัวเว่ยจึงมีพันธกิจในการช่วยให้อุตสากรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมแนวดิ่งสามารถเปลี่ยนโครงสร้าง ระบบการดำเนินงาน และโมเดลธุรกิจไปสู่ระบบดิจิตอลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย” ซู จีเล่ย ประธานกลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการโทรคมนาคมของหัวเว่ย กล่าว “เราเชื่อว่าระบบนิเวศดิจิตอลแบบเปิดมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออนาคตของอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่การเปิดกว้าง ประสานความร่วมมือ และแบ่งปันความสำเร็จ เราจะเดินหน้าขยายความร่วมมือทางธุรกิจ มีส่วนช่วยอุตสาหกรรมมากขึ้น และจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง “Open ROADS to a Better Connected World” เราเชื่อว่าความสำเร็จในการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเป็นผู้นำห่วงโซ่คุณค่า และสามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอลได้ในอนาคต”

 

หัวเว่ยแบ่งปันมุมมองของบริษัทในการประชุมต่างๆ ภายในงาน MWC

 

กัว ผิง รองประธานและซีอีโอหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน MWC ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ร่วมกับซีอีโอของฟอร์ดและเพย์พาล โดยเขาได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ “mobile is connected living

 

วอลเตอร์ วีเกล รองประธานสถาบันวิจัยในยุโรปของหัวเว่ย, พอล สแกนแลน ประธานฝ่ายที่ปรึกษาเครือข่ายและธุรกิจของหัวเว่ย และอัน เจี้ยน ประธานฝ่ายการตลาดเครือข่ายไร้สายระดับโลกและโซลูชันของหัวเว่ย ต่างร่วมแบ่งปันมุมมองกับผู้เข้าร่วมงาน MWC ในหัวข้อต่างๆ ซึ่งรวมไปถึง  “5G: Creating Value for Consumers”, “Internet of Things Connectivity” และ “New Paradigms For Delivering Cost Effective Network QoE”

 

การประชุม Digital Transformation Summit

 

ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ หัวเว่ยประสบความสำเร็จในการจัดการประชุม Digital Transformation Summit ซึ่งประกอบด้วยการประชุม “4.5G Industry Summit”, “Small Cell Summit”, “Video Everywhere Summit” และ “Digital Operations Transformation Summit” และยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “Global NB-IoT Summit” ร่วมกับ GSMA และผู้นำในอุตสาหกรรมไอซีทีส่วนหนึ่ง การประชุมสุดยอดดังกล่าวจะช่วยผลักดันวิวัฒนาการของการเชื่อมต่อทั่วโลก ด้วยการอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนกลยุทธ์ ประสบการณ์ และแนวคิดต่างๆ

 

เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงของหัวเว่ยใน Fira Gran Via Hall 1

 

หัวเว่ยจะนำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตและโซลูชันไอซีทีมากมายใน Fira Gran Via Hall 1 โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้

 

วิสัยทัศน์ของหัวเว่ย: หัวเว่ยจะแบ่งปันมุมมองและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าโซลูชันการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ภายใต้กลยุทธ์ SoftCOM ของบริษัท สามารถช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรักษาศักยภาพด้านการแข่งขันในโลกยุคดิจิตอล และพัฒนาธุรกิจใหม่ๆด้วยการปรับโครงสร้างเครือข่าย สถาปัตยกรรม การดำเนินงานและธุรกิจของตนเอง

 

การเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงทุกหนแห่ง: หัวเว่ยจะนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมสำหรับการปรับโครงสร้างเครือข่าย ดังนี้

 

– GigaRadio, Inspiring Mobile Innovation: โซลูชันสถานีฐานรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและความง่ายดายในการเข้าถึงสถานที่ ช่วยให้เชื่อมต่อได้ด้วยความเร็วสูงระดับ Gbps

– Small Cell, Expanding Mobility Potential: เซลล์ขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล โดยจะช่วยปลดปล่อยศักยภาพด้านทราฟฟิก และเผยศักยภาพของเครือข่าย MBB

– Maximizing Spectrum Value: โซลูชันนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายสู่ระดับสูงสุด และช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถบุกตลาดต่างๆในอุตสาหกรรมได้

– 4.5G, Connecting Giga World: เครือข่าย 4.5G มาพร้อมความเร็วระดับ Gbps และศักยภาพในการรองรับการเชื่อมต่อได้เป็น 10 เท่าของเครือข่าย 4G จึงช่วยสนับสนุนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการเปลี่ยนไปสู่ดิจิตอล โดยช่วยให้นำเสนอบริการได้หลากหลายขึ้น

– 5G, Super Connected World: การสาธิตกรณีการใช้งาน 5G และคุณสมบัติของเครือข่าย เป็นการนำเสนอเทคโนโลยี 5G ล่าสุดของหัวเว่ย และความสำเร็จร่วมกับลูกค้าผู้ให้บริการโทรคมนาคม

– Redefining Experience Benchmark: กำหนดมาตรฐานบนพื้นฐานของประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการนำเสนอเครือข่ายตามประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น

– Giga Home: เครือข่ายการเข้าถึงกิกะแบนด์ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเข้าถึงได้เร็วขึ้น ยกระดับความทันสมัยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากกิกะโฮมได้อย่างเต็มที่

– Experience-Driven Ultra Broadband Network: เครือข่ายที่ได้รับการปรับปรุงและปรับโครงสร้างเพื่อประสบการณ์วิดีโอและบริการคลาวด์ที่ดีที่สุด

– Empowering All Connections: แพลตฟอร์มการจัดการที่เชื่อมต่ออย่างเต็มที่และเน้นประสบการณ์ นำเสนอการควบคุมรวมถึงบริการเสียงและวิดีโอแบบเรียลไทม์ พร้อมรับประกันประสบการณ์การใช้งานแบบสมาร์ท และสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม

 

สถาปัตยกรรมที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์: หัวเว่ยจะนำเสนอโซลูชันและประสบการณ์ในการปรับโครงสร้างของสถาปัตยกรรม

 

– SDN&NFV, Advancing Network into 2020: แบ่งปันข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกก่อนถึงปี 2020และการใช้งาน SDN&NFV รวมทั้งจัดแสดงโซลูชัน SDN&NFV ของหัวเว่ย และเผยความคืบหน้าในการนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์

– Open Cloud: จัดแสดงโซลูชันศูนย์ข้อมูลคลาวด์บนพื้นฐานสถาปัตยกรรมแบบเปิด ที่รองรับการพัฒนาและสถานะในอนาคตของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ในฐานะผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล

 

การเปลี่ยนการดำเนินงานไปสู่ระบบดิจิตอล: หัวเว่ยจะจัดแสดงโซลูชันสำคัญๆ ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถปรับโครงสร้างการดำเนินงาน รวมถึงความพยายามของบริษัทในการสร้างระบบนิเวศดิจิตอลร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม

 

– Telco OS, Agile Digital Operations: Telco OS ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำเสนอประสบการณ์ ROADS และช่วยให้การดำเนินงานดิจิตอลมีความคล่องตัว

– Business-Driven ICT Integration: ศักยภาพในการผนวกรวมระบบไอซีทีของหัวเว่ย ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำเสนอบริการสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ เพื่อผลักดันการพัฒนาธุรกิจ

– Customer-centric Operating Model: หัวเว่ยจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการปรับโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน ตลอดจนสร้างโมเดลธุรกิจและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อรับประกันประสบการณ์ ROADS และการขยายตัวของธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง

– Network Experience Plus: หัวเว่ยสร้างเครือข่ายที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดดเด่น และมีคุณภาพสูงสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ด้วยโซลูชันการเพิ่มประสิทธิภาพ การรวมระบบ และการวางแผนเครือข่ายแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์บนพื้นฐานของประสบการณ์ ROADS

 

การสำรวจบริการดิจิตอล: หัวเว่ยจะจัดแสดงโซลูชันครบวงจรสำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจ

 

– Video Everywhere: หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอประสบการณ์วิดีโอที่ดีที่สุด ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์จากวิดีโอในฐานะที่เป็นบริการพื้นฐาน

– IoT-Enabled Vertical Industry: โซลูชัน “1+2+1” IoT ของหัวเว่ย ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ เช่น รถยนต์ต่ออินเทอร์เน็ตได้ สมาร์ทโฮม และแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมแนวดิ่งบนพื้นฐาน NB IoT

– Cloud Business, New Benchmark: ศักยภาพไอซีทีร่วมกับเครือข่ายคลาวด์ที่ครบวงจรของหัวเว่ย ช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำยกระดับบริการคลาวด์และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจในอนาคต

– Making Cities Safer: หัวเว่ยสาธิตโซลูชัน visual convergent command and dispatch เป็นครั้งแรกของโลก ที่ช่วยให้เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้น

 

งาน MWC 2016 จัดขึ้นที่บาร์เซโลนาในระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์นี้ หัวเว่ยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ล่าสุดของบริษัทที่ Fira Gran Via Hall 1 และ Hall 3 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.huawei.com/en/mwc2016

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย

 

หัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อได้ดีกว่าเดิม ด้วยการรับบทเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ผลักดันนวัตกรรมในสังคมสารสนเทศ และผู้มีส่วนช่วยเหลืออุตสาหกรรม หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com

Megaport จับมือ Akamai ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ผ่านโครงข่ายการเชื่อมต่อแบบอีลาสติคของ Megaport

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บริสเบน, ออสเตรเลีย และซานฟรานซิสโก–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพลตฟอร์มระดับรางวัลของ Megaport สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม CDN ของ Akamai ได้โดยตรงแล้ว

           Megaport ผู้นำด้านบริการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติคบนพื้นฐาน SDN ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ประกาศในวันนี้ว่า Akamai ได้เชื่อมโยงแพลตฟอร์มIntelligent Platform (R) เข้ากับโครงข่ายแบบอีลาสติคของ Megaport ในตลาดทั่วโลก เพื่อให้บริการContent Delivery Network (CDN) กับลูกค้าของ Megaport

 

Megaport Logo

          http://photos.prnasia.com/prnh/20150203/8521500675LOGO

 megaport-dec17-paulmcmillan-007 / Denver Maddux, CEO, Megaport (PRNewsFoto/Megaport)

Denver Maddux, CEO, Megaport (PRNewsFoto/Megaport)

          http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/336163

          การติดตั้งแพลตฟอร์ม Intelligent Platform (R) ของ Akamai จะทำให้ลูกค้าของ Megaport สามารถปรับตั้งค่าการเชื่อมต่อโดยตรงกับแพลตฟอร์ม CDN ของAkamai ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในตลาดใดก็ตามที่ Megaport ดำเนินงานอยู่ การดูแลให้ทราฟฟิคสอดคล้องกับพื้นที่ท้องถิ่นเฉพาะผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงกับAkamai ช่วยให้การเข้าถึงคอนเทนต์หลักเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

          เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport กล่าวว่า “การเพิ่ม Akamai เข้ามาสู่ระบบนิเวศของ Megaport สอดคล้องกับการดำเนินงานทั่วโลกของเราอย่างสมบูรณ์แบบ การมอบความสามารถในการเข้าถึงทราฟฟิคเฉพาะจุดในตลาดหลักๆ แก่ลูกค้าMegaport ช่วยยกระดับการดำเนินงาน และมอบประสิทธิภาพในการกำหนดขอบเขตขีดความสามารถ ด้วยการจำกัดจำนวนช่องสื่อสารภาคพื้นดินที่จำเป็นเพื่อการส่งมอบคอนเทนต์”

          คริสเตียน คอฟมาน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Network Services จาก Akamai Technologies เสริมว่า “Intelligent Platform ของ Akamai มีการนำไปใช้งานในกว่า 1,400เครือข่าย การทำข้อตกลงระดับโลกของเราร่วมกับ Megaport จะช่วยนำเสนอทางเลือกในการเชื่อมโยงและนำคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบนเว็บไซต์เข้าสู่กลุ่มเอนด์ยูสเซอร์ได้มากยิ่งขึ้น ดังที่เราตั้งเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแบนด์วิดท์ ขณะที่ได้มีการผนึกพลังเพื่อยกระดับประสบการณ์เว็บสำหรับผู้คนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น”

          Megaport ให้บริการที่ศูนย์ข้อมูล 54 แห่ง ซึ่งครอบคลุมตลาด 13 แห่งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ล่าสุด บริษัทกำลังขยายการดำเนินงานเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมที่อเมริกาเหนือและยุโรปในตลาดสำคัญๆหลายแห่ง เช่น โตรอนโต ลอนดอน ดับลิน อัมสเตอร์ดัม และสต็อกโฮล์ม

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport.org และแนวทางการมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาอินเทอร์เน็ต สามารถดูได้ที่ http://megaport.org

          แหล่งที่มาประกอบด้วย:

          – เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ http://megaport.org

          – ติดตาม Megaport ได้ทางทวิตเตอร์ที่ @megaportnetwork

          – ไลค์ Megaport บนเฟซบุ๊ก

          – หรือติดตาม Megaport บน LinkedIn

 

          เกี่ยวกับ Megaport

          Megaport เป็นผู้นำระดับโลกและผู้บุกเบิกการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบอีลาสติค นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและดำเนินงานโดย บีแวน สลัตเตอรี ในปี 2556 Megaportได้สร้างโครงข่ายแบบอีลาสติค ซึ่งมีความเป็นกลางและควบคุมด้วยซอฟต์แวร์แบบแรกของโลก และเปลี่ยนแนวทางที่บริษัท เครือข่าย และบริการต่างๆ เชื่อมต่อถึงกัน โดยความต้องการการเชื่อมโยงถึงกันที่อยู่ในระดับสูง และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงการเข้าซื้อแบนด์วิดท์ ผลักดันให้Megaport ก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ด้วยการบูรณาการเต็มรูปแบบเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2559 Megaport ก่อตั้งขึ้นโดย ทีมงานผู้มีประสบการณ์สูง  ซึ่งมีความรู้กว้างขวางในการสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Megaport กรุณาเข้าชม www.megaport.com

          โลโก้- http://photos.prnasia.com/prnh/20150203/8521500675LOGO

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160222/336163

 

          บรรยายภาพ – เดนเวอร์ แมดดักซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Megaport

วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ จับมือ Mahindra Comviva ให้บริการธุรกรรมบนพื้นฐาน NFCและ QR Code ที่ตู้เอทีเอ็มด้วย Mobiquity(R) Wallet

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

MWC 2016, บาร์เซโลน่า, สเปน–23 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ (Wincor Nixdorf) หนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านการจัดหาโซลูชั่นไอทีให้แก่ธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย และ Mahindra Comviva ผู้นำระดับโลกที่ให้บริการโซลูชั่นบนอุปกรณ์พกพา ได้ร่วมมือกันเพื่อมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมอย่างราบรื่นที่ตู้เอทีเอ็ม ในการนำเสนอโซลูชั่นใหม่นี้ ผู้บริโภคที่ใช้บริการ mobiquity(R) Wallet หรือกระเป๋าสตางค์บนมือถือของ Mahindra Comviva จะสามารถถอนเงินสดและเติมเงินผ่านกระเป๋าสตางค์มือถือได้ที่ตู้เอทีเอ็ม เพียงแค่สแกนหรือแสดง QR code หรือใช้อุปกรณ์ที่มี NFC เพื่อเปิดบริการบนมือถือ ทั้งนี้ มีการสาธิตโซลูชั่นดังกล่าวที่งาน MWC 2016 (บู๊ท Booth 5G51/HALL 5) เพื่อแสดงให้เห็นว่าโซลูชั่นเอทีเอ็มที่ล้ำสมัยนั้น สามารถผสานเข้ากับระบบนิเวศในการชำระเงินบนมือถือได้อย่างราบรื่น

Mahindra Comviva Logo / Mahindra Comviva Logo

Mahindra Comviva Logo

     (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130626/625127 )

          วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ ยังให้บริการโซลูชั่นบนพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์/ไคลแอนท์อันครอบคลุมสำหรับบริการ Open Wallet Interface ที่เป็นช่องทางการทำธุรกรรมด้วยตนเองซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ (vendor-neutral) และเป็นการเชื่อมต่อแบบเปิด (Open Interface) Mahindra Comviva สนับสนุนบริการ Open Wallet Interface ของวินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ เพื่อให้ผู้ใช้งานกระเป๋าสตางค์บนมือถือสามารถถอนเงินและฝากเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้ด้วยโทรศัพท์มือถือของตนเอง ผู้ใช้ยังสามารถกำหนดการทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็มของตนเองได้ผ่านทาง mobiquity(R) Wallet ของ Mahindra Comviva ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน NFC (HCE) และ QR code อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการใช้งานตู้เอทีเอ็ม เพราะสามารถกำหนดขั้นตอนล่วงหน้าในการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางมือถือได้

          Srinivas Nidugondi รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่าย Mobile Financial Solutions ของ Mahindra Comviva กล่าวถึงการเป็นพันธมิตรครั้งนี้ว่า “เรากำลังสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์การทำธุรกรรมที่ราบรื่น การร่วมมือกับวินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟจะสนับสนุนความมุ่งมั่นซึ่งมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคของเรา “ด้วยการทำให้การทำธุรกรรมผ่านทางกระเป๋าสตางค์บนมือถือที่ตู้เอทีเอ็มเป็นไปได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง NFC และ QR code การให้บริการ NFC จะพึ่งพิงระบบ HCE ของ mobiquity(R) Wallet เพื่อสร้างการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์ของผู้บริโภคและเอทีเอ็มผ่านการทำธุรกรรมด้วยเครื่องโทเค็น”

          ทางด้าน Hermann Salmen หัวหน้าฝ่าย Mobile Financial Solutions ของ วินคอร์ นิกซ์ดอร์ฟ กล่าวว่า “เครือข่ายเอทีเอ็มซึ่งเป็นช่องทางให้บริการและช่องทางการขายนั้น จะมีบทบาทมากขึ้นในด้านกลยุทธ์กระเป๋าสตางค์บนมือถือให้แก่บรรดาผู้ให้บริการ เพื่อมอบประสบการณ์แบบผสานหลากหลายช่องทาง (omni-channel experience) และความปลอดภัยที่สูงขึ้นในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค ด้วยอินเตอร์เฟสที่ตรงตามมาตรฐาน เช่น Open Wallet Interface สำหรับโซลูชั่นกระเป๋าสตางค์บนมือถือ เราทำให้การผสมผสานเป็นไปได้ง่ายขึ้น และยังรองรับผู้ให้บริการกระเป๋าสตางค์บนมือถือด้วยบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการดำเนินงานเครือข่ายเอทีเอ็มทั้งหมด”

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

          Sundeep Mehta

          ผู้จัดการฝ่าย Global PR & Corporate Communications

          โทร: +91-9910030732

          อีเมล: pr@mahindracomviva.com 

          แหล่งข่าว: Mahindra Comviva