Oasmia ยื่นขออนุญาตวางตลาดยารักษาโรคมะเร็ง Apealea(R) ต่อองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อุปซาลา, สวีเดน–9 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Oasmia Pharmaceutical AB (NASDAQ: OASM) ประกาศว่า บริษัทได้ยื่นขออนุญาตวางตลาดผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคมะเร็ง Apealea (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Paclical) ต่อองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA)

 Oasmia's Lead Cancer Product Paclical� Receives Market Approval in the Russian Federation / Oasmia logo

Oasmia logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20150420/740096 )

Apealea เป็นยาใหม่ในตระกูล Paclitaxel ที่มีส่วนผสมของกระสายยาที่ได้รับการจดสิทธิบัตรอย่าง XR-17 ซึ่งก่อให้เกิดอนุภาคนาโนประเภทไมเซลล์ โดยตัวยา Apealea มีคุณสมบัติในการรักษาโรคมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ เมื่อใช้ควบคู่กับยา Carboplatin

จูเลียน อเล็กซอฟ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท Oasmia Pharmaceutical AB กล่าวว่า “ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทุ่มเทให้กับโปรเจคท์นี้อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาหลายปี และเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในที่สุดก็สามารถยื่นขออนุญาตวางตลาดยา Apealea ในสหภาพยุโรป และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เราเชื่อว่า Apealea จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดยา Cytostatic ในสหภาพยุโรป ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านยูโรต่อปี

สำหรับโรคมะเร็งรังไข่นั้น การรักษาตามมาตรฐานคือการใช้ยา Taxol(R) ควบคู่กับยา Carboplatin โดย Taxol เป็นการผสมกันของยา Paclitaxelใน Cremophor EL (สารน้ำมัน Polyethoxylated castor oil) และเอทานอล อย่างไรก็ดี Cremophor EL อาจก่อให้เกิดภาวะภูมิไวเกินแบบเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิต การใช้ยา Taxol จึงจำเป็นต้องมีการให้ยานำ และต้องใช้เวลาให้ยานาน ทั้งนี้ ข้อมูลจากการวิจัย Phase III ของ Oasmia เปิดเผยว่า Apealeaมีคุณสมบัติด้านความเสี่ยง/สรรพคุณในทางบวกเมื่อเทียบกับ Taxol ได้แก่ ไม่จำเป็นต้องให้ยานำ ใช้เวลาให้ยาเพียงหนึ่งชั่วโมง ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบประสาทด้วย

การยื่นขออนุญาตวางตลาดยาครั้งนี้ อ้างอิงผลลัพธ์จากการวิจัย Phase III ซึ่งเป็นการศึกษาตัวยา Apealea ในการรักษาโรคมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ใน 16 ประเทศ โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมทั้งสิ้น 789 ราย วัตถุประสงค์หลักของการทดลองคือ การแสดงให้เห็นว่ายา Apealea (250 mg/m2) ไม่ได้มีคุณสมบัติด้อยไปกว่ายา Taxol (175 mg/m2) เมื่อใช้ควบคู่กับยา Carboplatin ทั้งคู่

ตัวยานี้ได้รับการอนุมัติในสหพันธรัฐรัสเซียตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 โดยมีพันธมิตรของ Oasmia อย่าง Pharmasyntez เป็นผู้วางตลาดผลิตภัณฑ์ด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม

ยาตระกูล Paclitaxel ที่ได้รับความนิยมในตลาดประกอบด้วยยา Taxol และ Abraxane โดยในปี 2543 เพียงปีเดียว Taxol สามารถทำยอดขายได้ถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะเสียการคุ้มครองสิทธิบัตรในปี 2544 และเมื่อมีการจดสิทธิบัตรใหม่แล้ว Taxol ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 92 ล้านดอลลาร์ในปี 2556 ขณะที่ Abraxane มียอดขายทั่วโลกถึง 759 ล้านดอลลาร์ในปี 2556 และ 979 ล้านดอลลาร์ในปี 2557

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.oasmia.com หรือติดต่อ press@oasmia.com

ที่มา: Oasmia Pharmaceutical AB

DSM บรรลุข้อตกลงระยะเวลาหลายปีร่วมกับ Corning

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เอลจิน, อิลลินอยส์–9 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Royal DSM บริษัทด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มุ่งเน้นในเรื่องของสุขภาพ โภชนาการ และวัสดุศาสตร์ มีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัท DSM ผู้นำของโลกด้านการเคลือบเส้นใยแก้วนำแสง ได้บรรลุข้อตกลงระยะเวลาหลายปีฉบับใหม่ร่วมกับ Corning Incorporated (NYSE: GLW) ผู้นำของโลกด้านเส้นใยแก้วนำแสง อันจะนำไปสู่การรังสรรค์เส้นใยแก้วนำแสงคุณภาพสูงสุดสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

 DSM LOGO / DSM Logo. (PRNewsFoto/DSM)

DSM Logo. (PRNewsFoto/DSM)

โลโก้ http://photos.prnewswire.com/prnh/20140123/CG51891LOGO

 

“เรารู้สึกยินดีที่ได้สานต่อความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่ร่วมกับ DSM” แบร์รี่ ลินชัค รองประธานฝ่ายการตลาดเส้นใยแก้วนำแสงและการบริหารผลิตภัณฑ์ของ Corning กล่าว “การผนวกรวมเส้นใยแก้วนำแสงอันล้ำสมัยของเราเข้ากับเทคโนโลยีการเคลือบสุดพิเศษที่ DSM มอบให้แก่ Corning แต่เพียงผู้เดียว จะก่อให้เกิดการรังสรรค์เส้นใยแก้วนำแสงประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีค่าการลดทอนสัญญาณต่ำและสามารถต้านทานการสูญเสียพลังงานแสงอันเกิดจากการโค้งงอของสาย เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม”

 

“เรามุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ล้ำสมัยให้แก่ลูกค้าและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมาโดยตลอด” ร็อบ โครเวลล์ ประธานฝ่ายวัสดุเฉพาะทางของDSM กล่าว “การพัฒนาและให้บริการทรัพย์สินทางปัญญาคือกลยุทธ์สำคัญของเรา และเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ยกระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมร่วมกับ Corning

 

DSM – Bright Science. Brighter Living.(TM)

Royal DSM เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มุ่งเน้นในเรื่องของสุขภาพ โภชนาการ และวัสดุศาสตร์ บริษัทได้ผนวกรวมศักยภาพอันโดดเด่นด้านชีววิทยาศาสตร์และวัสดุศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม และความเจริญทางสังคม ที่จะสร้างคุณค่าอันยั่งยืนให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง DSM นำเสนอโซลูชั่นล้ำสมัยที่ช่วยสนับสนุน ปกป้อง และเพิ่มสมรรถภาพให้กับผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลตนเอง อาหาร อุปกรณ์การแพทย์ ยานยนต์ สี ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การคุ้มครองชีวิต พลังงานทางเลือก ไปจนถึงวัสดุชีวฐาน พนักงานของ DSM จำนวน 25,000 คนสามารถทำยอดขายสุทธิได้ราว 1 หมื่นล้านยูโรต่อปี ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Amsterdam สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dsm.com

 

Corning Incorporated

Corning (www.corning.com) เป็นผู้นำของโลกในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ กว่า 160 ปีมาแล้วที่บริษัทได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านกระจกชนิดพิเศษ เซรามิค และฟิสิกส์เชิงทัศนศาสตร์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก่อกำเนิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ และเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนมากมาย บริษัทประสบความสำเร็จได้ด้วยการลงทุนอย่างยั่งยืนในด้านการวิจัยและพัฒนา การผสานนวัตกรรมด้านวัสดุและกระบวนการ รวมถึงการร่วมมือกับลูกค้าเพื่อแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีที่ท้าทาย ธุรกิจและตลาดของบริษัทยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ต่างๆของบริษัทถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกเพื่อผู้บริโภค โทรคมนาคม การขนส่ง และชีววิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นกระจกนิรภัยสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต กระจกความละเอียดสูงสำหรับหน้าจอขั้นสูง เส้นใยแก้วนำแสง เทคโนโลยีไร้สาย โซลูชั่นเชื่อมต่อเครือข่ายการสื่อสารความเร็วสูง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจซึ่งช่วยเร่งการค้นคว้าและการผลิตยา ตลอดจนผลิตภัณฑ์ควบคุมการปล่อยก๊าซเสียสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก และรถออฟโรด

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

DSM Functional Materials 

เคลลี่ ฮอว์กคินสัน

ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและการตลาดโลก

โทร. +1-847-608-2530 

อีเมล: kelly.hawkinson@dsm.com 

Corning Incorporated

เอลิซาเบธ แดนน์

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารภายนอกองค์กร

โทร. +1 607-974-4989

อีเมล: dannme@corning.com

 

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหาที่เป็นการคาดการณ์อนาคต ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานะและผลประกอบการ (ทางการเงิน) ในอนาคตของ DSMข้อความเหล่านี้อ้างอิงจากความคาดหวัง การคาดคะเน และการคาดการณ์ของ DSM ตามข้อมูลที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบัน ทาง DSM ขอเตือนผู้อ่านว่า ข้อความคาดการณ์อนาคตย่อมมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนซึ่งคาดเดาได้ยาก จึงควรทำความเข้าใจว่าอาจมีปัจจัยหลายประการที่ทำให้สถานะและผลประกอบการจริงออกมาแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ ซึ่ง DSM ไม่มีพันธะผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์อนาคต เว้นแต่เป็นไปตามบังคับของกฎหมาย ทั้งนี้ กรุณายึดข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

Young Living ฉลองยอดขายทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เลฮี, ยูทาห์–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ยอดขายถล่มทลายส่งให้ Young Living ขึ้นแท่นบริษัทน้ำมันหอมระเหยแห่งแรกที่ทำยอดขายผ่านหลักพันล้าน

บริษัท Young Living Essential Oils, LC เข้าใกล้วิสัยทัศน์ในการนำผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยสู่ผู้บริโภคทุกครัวเรือนไปอีกขั้น ด้วยการประกาศยอดขายประจำปี 2558 ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยก้าวย่างอันสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของสมาชิกหลายล้านคน รวมถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีใครเทียบ ภายใต้การนำของ แมรี ยัง ซีอีโอ และ ดี. แกรี ยัง ผู้ก่อตั้งและผู้บุกเบิกธุรกิจน้ำมันหอมระเหย

 Young Living Essential Oils Logo / Young Living Essential Oils, LC is the world leader in essential oils and has been providing the highest quality plant based products to customers for over twenty years. Its proprietary Seed to Seal(R) process ensures exacting standards are met every step of the way, from seed to seal. This commitment stems from the company's stewardship towards the earth and its people all over the world. For more information, visit: www.youngliving.com. (PRNewsFoto/Young Living Essential Oils)

Young Living Essential Oils, LC is the world leader in essential oils and has been providing the highest quality plant based products to customers for over twenty years. Its proprietary Seed to Seal(R) process ensures exacting standards are met every step of the way, from seed to seal. This commitment stems from the company’s stewardship towards the earth and its people all over the world. For more information, visit: http://www.youngliving.com. (PRNewsFoto/Young Living Essential Oils)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160118/323110LOGO

เราเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ด้วยความขอบคุณอย่างจริงใจต่อสมาชิกของเราที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อนำผลประโยชน์อันขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ของ Young Living ไปสู่ผู้คนทั่วโลกทราวิส อ็อกเดน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกล่าวเราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า Young Living จะมอบโอกาสในแบบที่หาจากที่ใดไม่ได้เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงให้กับชีวิตคนนับล้าน

การเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบุกเบิกของ Young Living นำโดย ดี. แกรี ยัง เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ซึ่งความพยายามที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องนี้ ส่งผลให้ Young Living ขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก ดังนี้:

– มีการดำเนินงานใน 14 ตลาดทั่วโลก และจะเพิ่มอีก 3 แห่งในปีนี้

– มีพนักงานกว่า 2,000 คนทั่วโลก

– เปิดตัวนำมันหอมระเหยและผลิตภัณฑ์ผสมน้ำมันหอมระเหย มากกว่า 500 รายการ

– เปิดคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่ที่มีพนักงานให้บริการ 500 คนในปีที่แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงานขึ้นอีก 50% ในปีนี้

– ขยายและปรับปรุงศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลกให้สามารถจัดส่งสินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า รองรับความต้องการของลูกค้าหลายล้านรายในทุกๆ เดือน

– เปิดฟาร์มและโรงกลั่นในยุโรปและแคนาดา ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของเอง

– เดินหน้ากำหนดมาตรฐานระดับสูงสำหรับคุณภาพน้ำมันหอมระเหย ตามพันธกิจ Seed to Seal® (SeedtoSeal.com) ของบริษัท

– ขยายผลการดำเนินงานด้านการกุศลผ่านมูลนิธิ Young Living Foundation ทั่วโลก อาทิ โครงการในประเทศยูกันดา โครเอเชีย เนปาล เอกวาดอร์ และกัมพูชา ด้วยความเอื้ออาทรของสมาชิก Young Living

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ จนถึงตอนนี้ ความสำเร็จทุกก้าวย่างล้วนมีความสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเป็นของแท้ต้นตำรับ ตลอดจนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเราที่มีต่อคุณภาพจาเรด เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาดกล่าวเราจะซื่อสัตย์ต่อรากเหง้า ไปพร้อมๆ กับการริเริ่มและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำมันหอมระเหยต่อไป

เกี่ยวกับ Young Living Essential Oils 

Young Living Essential Oils, LC เป็นผู้นำด้านน้ำมันหอมระเหยระดับโลก โดยใช้กระบวนการ Seed to Seal® อันเข้มงวด เพื่อผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์สำหรับผู้บริโภค ครอบครัว และทุกไลฟ์สไตล์ กระบวนการดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของแท้ ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ และบริสุทธิ์100% ซึ่งพันธกิจนี้เกิดจากการดูแลใส่ใจของบริษัทที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและพนักงานมากว่า 20 ปี ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Young Living ปลูกและกลั่นจากฟาร์ม8 แห่งทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ YoungLiving.com

สื่อมวลชนติดต่อ:

เจมี คาเนโกะ (Jamie Kaneko)

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์อาวุโส

โทร: 801.221.7128

อีเมล: jkaneko@youngliving.com

สองทีมจากสหรัฐคว้ารางวัล “UAE Drones for Good Award” และ “UAE AI & Robotics Award for Good” พร้อมเงินรวม 2 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

– การแข่งขันโดรนและหุ่นยนต์สำหรับพลเรือนงานใหญ่ที่สุดในโลก ได้ผู้ชนะหลังแข่งขัน 3 วันเต็มในดูไบ

– มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าแข่งขันกว่า 1,600 โครงการจาก 165 ประเทศ

 

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล UAE Drones for Good Award  ครั้งที่สอง และรางวัล UAE AI & Robotics Award for Good ครั้งแรก ซึ่งเป็นการแข่งขันโดรนและหุ่นยนต์สำหรับพลเรือนงานใหญ่ที่สุดในโลก โดยชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของยูเออี และผู้ครองนครดูไบ รวมถึงแขกผู้ทรงเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ และบรรดาผู้เข้าชมงาน ต่างร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีปิดการแข่งขัน ณ Dubai Internet City

 US$ 2 Million 'UAE Drones for Good Award' and 'UAE AI & Robotics Award for Good' Declare Winners / Loon Copter team, winner of UAE Drones for Good Award

Loon Copter team, winner of UAE Drones for Good Award

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160206/788064-a )

US$ 2 Million 'UAE Drones for Good Award' and 'UAE AI & Robotics Award for Good' Declare Winners / UC Berkeley and SuitX team, winner of UAE AI and Robotics Award for Good

UC Berkeley and SuitX team, winner of UAE AI and Robotics Award for Good

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160206/788064-b )

โดรน multi-rotor ของทีม Loon Copter จากสหรัฐอเมริกา คว้าเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการแข่งขัน UAE Drones for Good Award ระดับนานาชาติ ขณะที่ทีม UC Berkeley & SuitX จากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน คือผู้คว้ารางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการแข่งขัน UAE AI & Robotics Award for Good ระดับนานาชาติ

ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ทรงกล่าวว่า ยูเออีได้กลายเป็นศูนย์กลางระดับแนวหน้าของโลกในด้านนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยผลักดันการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์และสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตของมนุษย์ทุกคนดีขึ้น

“โลกกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความท้าทายใหม่ๆทุกวัน เราจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ แนวคิดริเริ่มใหม่ๆในด้านนวัตกรรมจะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ทางออกที่ดีที่สุดในการเอาชนะอุปสรรคตลอดเส้นทางสู่ความก้าวหน้าและความสำเร็จ”

นอกจากนี้ ทั้งสองรางวัลยังมีการแข่งขันในระดับประเทศด้วยเช่นกัน โดยผู้ชนะแต่ละรางวัลจะได้รับเงินมูลค่า 1 ล้านดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) โดยโดรนหุ่นยนต์อากาศยานเพื่อการก่อสร้างและการซ่อมแซมจากทีม Buildrone ครองแชมป์ในการแข่งขัน UAE Drones for Good Award ระดับประเทศ ส่วนผู้ชนะรางวัล UAE AI & Robotics Award for Good ระดับประเทศ ตกเป็นของโครงการ Smart Guidance System for the Blind

 

ตลอดการแข่งขัน 3 วัน ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศ 40 รายทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและระดับนานาชาติได้สาธิตผลงานของตนแบบสดๆ ต่อหน้าคณะกรรมการตัดสินซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ สำหรับการแข่งขัน UAE Drones for Good Award และ UAE AI & Robotics Award for Good ในครั้งนี้ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้นกว่า 1,600 โครงการจาก 165 ประเทศ

 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.roboticsforgood.ae และ http://www.dronesforgood.ae

 

ที่มา: Dubai Museum of the Future Foundation

Heliatek สร้างสถิติโลกใหม่ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน 13.2%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เดรสเดน, เยอรมนี–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัท Heliatek ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์แบบหลายรอยต่อ (OPV multi-junction cell) ที่มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน 13.2% นับเป็นสถิติใหม่ของโลกสำหรับการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้าโดยตรงโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์ โดยมี Fraunhofer CSP เป็นผู้ทำการทดสอบอย่างเป็นอิสระ

 Heliatek / Heliafilm - superior low light and high temperature energy harvesting performance (PRNewsFoto/Heliatek)

Heliafilm – superior low light and high temperature energy harvesting performance (PRNewsFoto/Heliatek)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160205/330129)

 

เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์สามารถตอบสนองต่อแสงสลัวและอุณหภูมิสูงได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ไม่ด้อยไปกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ทั่วไปที่มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน 16-17% ในสภาพการใช้งานจริง

 

สถิติใหม่นี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของ Heliatek ซึ่งเห็นได้จากความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาประสิทธิภาพการแปลงพลังงานจาก 3% จนสูงกว่า 13% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และกำลังเดินหน้าสู่ 15% นอกจากนี้ สถิติใหม่ดังกล่าวยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงเทคโนโลยีอันโดดเด่นของ Heliatek ที่ใช้สุญญากาศในการทำให้โมเลกุลขนาดเล็กจับตัวกันบนฟิล์มพลาสติก

 

Dr. Martin Pfeiffer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Heliatek กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งกับสถิติโลกใหม่นี้ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลพวงมาจากการวิจัยทางเคมีเพื่อคิดค้นวัสดุดูดซับสารอินทรีย์แบบใหม่ สำหรับกุญแจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้คือ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมวิจัยและพัฒนาด้านฟิสิกส์และเคมีของเรา อันนำไปสู่การผสมผสานกันอย่างลงตัวของคุณสมบัติต่างๆของเซลล์แสงอาทิตย์รุ่นใหม่นี้”

 

ผมมีความยินดีอย่างยิ่งกับการวัดผลครั้งล่าสุดนี้” Thibaud Le Seguillon ซีอีโอของ Heliatek กล่าวเสริม “ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเราตัดสินใจถูกที่ทำการวิจัยและพัฒนาด้วยตัวเอง ทั้งการพัฒนาโมเลกุลตัวดูดซับใหม่ๆ และการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญของการผลิตในปริมาณมากต่อไป ผลิตภัณฑ์ HeliaFilm(R) ช่วยให้เราสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยตรงจากอาคารต่างๆทั่วโลกโดยไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน”

 

เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำสถิติโลกใหม่นี้เป็นเซลล์แบบหลายรอยต่อที่มีตัวดูดซับ 3 ชนิดที่แตกต่างกัน โดยแต่ละชนิดทำหน้าที่แปลงคลื่นแสงสีเขียว คลื่นแสงสีแดง หรือคลื่นแสงที่อยู่ในช่วงใกล้อินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นระหว่าง 450-950 นาโนเมตรให้เป็นกระแสไฟฟ้า โมเลกุลตัวดูดซับนี้ได้รับการพัฒนาและจดสิทธิบัตรโดย Heliatek เป็นที่เรียบร้อย

 

สถิติใหม่นี้วัดโดยการจำลองแสงสว่างที่ AM 1.5 และยืนยันโดย Fraunhofer – Center for Silizium-Photovoltaik – CSP ในเมืองฮัลเล ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบประสิทธิภาพเซลล์แสงอาทิตย์ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่ได้มาตรฐาน

 

ติดต่อ:

Cornelia Jahnel

Heliatek GmbH

Treidlerstr. 3, 01139 Dresden

โทร. +49-351-213-034-421

อีเมล: cornelia.jahnel@heliatek.com

เว็บไซต์: http://www.heliatek.com

 

HeliaFilm(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Heliatek GmbH

 

ที่มา: Heliatek

G2A.COM เปิดเวทีเอาใจคอเกมเท้าไฟที่งาน GIST Gaming Istanbul 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

  เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

G2A.com เปิดเวทีให้เหล่าเกมเมอร์ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ที่งาน GIST Gaming Istanbul 2016 ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเทรนด์ การนำเสนอความสามารถ ไปจนถึงการเต้นดิสโกแบบฟรีสไตล์ G2A มีความสุขที่ได้มอบประสบการณ์พิเศษให้แก่เกมเมอร์ และเวที G2A Stage พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นสถานที่ยอดนิยมในหมู่นักแต่งคอสเพลย์ แดนเซอร์มืออาชีพ และผู้ที่ปรารถนาเพียงแค่จะได้แสดงออกในแบบที่มีความสุข ด้วยการกระโดดขึ้นมาบนเวที G2A Stage เมื่อใดก็ตามที่ต้องการโชว์ลีลาการเต้น!

ในฐานะบริษัทที่มุ่งมั่นขยายตัวสู่ระดับสากล ด้วยพนักงานที่เป็นเกมเมอร์และบุคลากรมืออาชีพกว่า 400 คน จาก 25 ประเทศ พูดภาษามากกว่า 21ภาษา ทาง G2A จึงตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยการสนับสนุนแต่ละภูมิภาคและให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยมที่สุดในภาษาแม่ (9 ภาษา ในจำนวนนี้มี 5 ภาษาที่ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง) และด้วยวิธีการชำระเงินซึ่งเป็นที่ยอมรับในแต่ละประเทศ” Bartosz Skwarczek ซีอีโอของ G2A กล่าวตุรกีเป็นตลาดที่สำคัญมากในอุตสาหกรรมเกม และ G2A จะสนับสนุนงาน GIST Gaming Istanbul อันยอดเยี่ยมนี้ให้เติบโตขึ้นทุกปี

G2A - 1 / The G2A Stand attracted media, photographers and brilliant cosplayers (PRNewsFoto/G2A)

The G2A Stand attracted media, photographers and brilliant cosplayers (PRNewsFoto/G2A)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160205/330318 )

G2A - 2 / Cosplayers take to the G2A Stage at GIST Gaming Istanbul 2016 (PRNewsFoto/G2A)

Cosplayers take to the G2A Stage at GIST Gaming Istanbul 2016 (PRNewsFoto/G2A)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160205/330319 )

เกมเมอร์ชาวตุรกีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จึงเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เห็นลีลาการเต้นและท่าโพสแสดงพลังจากทั่วโลก” Adel Ghouma ผู้จัดการ G2A.COM ประจำตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) กล่าว ตุรกีทำให้ผมประทับใจอยู่ตลอด การได้สัมผัสถึงความหลงใหลและได้เห็นพรสวรรค์ของเกมเมอร์ตุรกีคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ตุรกีคือดินแดนแห่งเกมและความมีชีวิตชีวา และ G2A รู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี้

เขายังได้เผยถึงรายละเอียดในการเตรียมความพร้อมที่ทำให้ G2A ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงที่งาน GIST 2016 ว่า เราสร้างสัมผัสพิเศษสุดสำหรับงาน GIST Gaming Istanbul 2016”

https://www.g2a.co/presentation_gist/

G2A.COM เป็นตลาดเกมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยเปิดทางให้ลูกค้าสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าดิจิทัลกันได้ G2A มีผลิตภัณฑ์เกมวางจำหน่ายกว่า 24,000 รายการ มีลูกค้ากว่า 6 ล้านราย และมีลูกค้าใหม่เดือนละกว่า 250,000 คน G2A ลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ Virtual Reality (https://land.g2a.com/) และการพิมพ์ตัวละครเกมในรูปแบบ 3 มิติสุดเจ๋ง เพื่อนำเสนอมิติใหม่และทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้เล่นเกมและนักพัฒนาhttp://3dplus.g2a.com/ https://www.g2a.com/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.g2a.co/press

ที่มา: G2A

Venture Global Calsasiu Pass และ Shell LNG North America บรรลุข้อตกลงซื้อขายแอลเอ็นจี ระยะเวลา 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Venture Global LNG, Inc. (“Venture Global LNG”) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า บริษัท Venture Global Calsasiu Pass, LLC (“Venture Global Calcasieu Pass”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้บรรลุข้อตกลงซื้อขาย (“SPA”) กับบริษัท Shell NA LNG LLC (“Shell”) โดย Shell ได้ตกลงที่จะซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (“LNG”) ปริมาณ 1 ล้านตัน/ปี (“MTPA”) จากสถานีส่งก๊าซ LNG ของบริษัท Venture Global Calcasieu Pass ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาในเขตคาเมรอน รัฐหลุยเซียนา

สัญญาซื้อขายดังกล่าวมีระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะเริ่มต้นเมื่อศูนย์ส่งก๊าซของบริษัท Venture Global Calcasieu Pass เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นวันแรก โดย Shell สามารถใช้สิทธิขยายระยะเวลาของสัญญาได้ ทั้งนี้ ภายใต้สัญญาดังกล่าว บริษัท Shell จะซื้อก๊าซ LNG ในราคา ณ จุดส่งออก (FOB) ซึ่งขึ้นอยู่กับราคา Henry Hub บวกกับค่าธรรมเนียมซึ่งมีการปรับตามอัตราเงินเฟ้อ

นายไมค์ เซเบล และนายบ็อบ เพนเดอร์ ซีอีโอร่วมของบริษัท Venture Global LNG ประกาศร่วมกันว่า “Venture Global LNG มองว่าข้อตกลงซื้อขายระยะเวลา 20 ปี กับ Shell ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของบริษัท เรามีความยินดีที่สามารถประสบความสำเร็จตามขั้นตอนที่ให้คำมั่นไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เราเดินหน้ากลยุทธ์เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตก๊าซ LNG ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก

Venture Global LNG กำลังพัฒนาสถานีส่งก๊าซ  Venture Global Calcasieu Pass ขนาด 10 MTPA บนพื้นที่ประมาณ 1,000 เอเคอร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างช่องทางเดินเรือ Calcasieu และ อ่าวเม็กซิโก รวมทั้งสถานี Venture Global Plaquemines LNG ขนาด 20 MTPA ในเขตพลาคไมน์ รัฐหลุยเซียนา บนพื้นที่ประมาณ 630 เอเคอร์ บริเวณหลักไมล์ที่ 55 ของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา ทางตอนใต้ไปประมาณ 30 ไมล์

เกี่ยวกับ Venture Global LNG.

Venture Global LNG มีแผนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตก๊าซ LNG ต้นทุนต่ำในระยะยาว โดยอาศัยประโยชน์จากการผลิตก๊าซธรรมชาติต้นทุนต่ำ ภายใต้ทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ของ Venture Global LNG ในสหรัฐอเมริกา ผ่านการใช้เทคโนโลยีขนาดกลางประสิทธิภาพสูงในการแปรสภาพก๊าซ LNG ให้เป็นของเหลว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.venturegloballng.com

“มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด” เดินหน้าเลิกใช้สีสังเคราะห์ทุกชนิดในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แม็คลีน, เวอร์จิเนีย–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

แผนการระยะเวลา 5 ปีนี้จะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต หมากฝรั่ง ลูกอม อาหาร และเครื่องดื่ม

 

มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด (Mars, Incorporated) ประกาศว่า ทางบริษัทจะเลิกใช้สีสังเคราะห์ทุกชนิดในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น

 

แม้ว่าผลิตภัณฑ์หลายๆอย่างของบริษัทจะไม่มีการใช้สีสังเคราะห์แล้ว แต่ทางบริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับความพยายามนี้ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคนทั้งหมด อันได้แก่ ช็อกโกแลต หมากฝรั่ง ลูกอม อาหาร และเครื่องดื่ม โดยจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอด 5 ปีข้างหน้า

 

สีสังเคราะห์แท้จริงแล้วยังไม่พบความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยของมนุษย์ แต่ผู้บริโภคทุกวันนี้ต่างเรียกร้องให้ผู้ผลิตอาหารหันไปใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติให้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง มาร์สจะร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับเหล่าซัพพลายเออร์เพื่อเฟ้นหาส่วนประกอบอาหารทดแทน ซึ่งต้องได้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอันเข้มงวดของบริษัท และต้องคงไว้ซึ่งสีสันอันสดใสดังที่ผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์โปรดด้วย

 

เราทำธุรกิจเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของเราแกรนท์ เอฟ รี้ด ประธานและซีอีโอของมาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด กล่าว การเลิกใช้สีสังเคราะห์ทุกชนิดในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคนนับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมากกว่าจะบรรลุผลสำเร็จ เรามองผู้บริโภคเสมือนเจ้านายที่เราต้องรับฟัง ดังนั้น หากผู้บริโภคเห็นว่าสิ่งใดควรทำ มาร์สก็จะทำสิ่งนั้น

 

ปัจจุบัน มาร์สใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติและสีสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายทั่วโลก โดยสูตรการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันบ้างตามความต้องการของผู้บริโภค ส่วนประกอบอาหารที่มีในท้องถิ่น และระเบียบข้อบังคับในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดี ส่วนผสมทั้งหมดที่ทางบริษัทเลือกใช้ล้วนมีความปลอดภัย และผลิตขึ้นตามมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอันเข้มงวดของมาร์ส รวมถึงมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารทั่วโลก เช่น องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และหน่วยงานความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป (EFSA)

 

การเลิกใช้สีสังเคราะห์ทุกชนิดในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคนกว่า 50 แบรนด์นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยมาร์สจะใช้กลยุทธ์การจับมือเป็นพันธมิตรกับเหล่าซัพพลายเออร์ เพื่อเสาะหาส่วนผสมและสูตรการผลิตใหม่ๆที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพอันเข้มงวด เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและการกำกับดูแล รวมทั้งสร้างช่องทางในการรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นจากผู้บริโภคตลอดกระบวนการปรับสูตร ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่ากระบวนการพัฒนาสีผสมอาหารทดแทนที่มีคุณภาพและความปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานด้านการกำกับดูแล และสามารถนำไปใช้ในการผลิตอาหารสำหรับคนทั่วโลกนั้น จะใช้เวลาประมาณ 5 ปี

 

เกี่ยวกับ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด

มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด เป็นบริษัทเอกชนและธุรกิจครอบครัวที่มีความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยเป็นเจ้าของแบรนด์อันเป็นที่โปรดปรานของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น M&M’S(R), PEDIGREE(R), DOUBLEMINT(R) และ UNCLE BEN’S(R) บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ย่านแม็คลีนในรัฐเวอร์จิเนีย และมียอดขายกว่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์จาก 6 กลุ่มธุรกิจ อันได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง, ช็อกโกแลต, ริกลีย์ (Wrigley), อาหาร, เครื่องดื่ม และซิมไบโอไซแอนซ์ (Symbioscience) บริษัทมีผู้ร่วมงานกว่า 80,000 คนใน 73 ประเทศ ที่ดำเนินงานตามหลักธุรกิจ 5 ประการของบริษัท ได้แก่ คุณภาพ ประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ และอิสระ ทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการสานสัมพันธ์กับทุกฝ่ายที่ช่วยผลักดันให้บริษัทของเราเติบโตอย่างภาคภูมิ

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด สามารถรับชมได้ที่ www.mars.com หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ลิงค์อิน และยูทูบ

 

ติดต่อ

มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด

โจนาธาน มัดด์

โทร. (703) 821-4956

อีเมล: jonathan.mudd@effem.com

จอห์นสัน คอนโทรลส์ พัฒนาเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ มุ่งยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) ยกระดับพันธสัญญาที่มีต่อสภาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งทำเนียบขาว ด้วยการปรับปรุงเครื่องทำน้ำเย็นที่ปกติใช้สารทำความเย็น HFC ให้สามารถใช้ร่วมกับสารทำความเย็น Opteon (TM) XP10 (R-513A) ที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ต่ำและไม่ติดไฟ ซึ่งผลิตโดยบริษัท The Chemours Company โดยเครื่อง ทำน้ำเย็นของ YORK ทั้งแบบ Screw และ Centrifugal  ที่มีขนาดตั้งแต่ 125 ถึง 6,000 ตัน (440 ถึง 21,100 กิโลวัตต์) สามารถใช้สารทำความเย็น R-513A ได้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20150623/8521504142LOGO

ปัจจุบัน ลูกค้าของเรามีความสบายใจเมื่อเลือกใช้หรือซื้อเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้สารทำความเย็น R-134a เพราะรู้ว่าจะได้รับความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องข้อกำหนด HFC ตลอดอายุการใช้งาน” ลอร่า แวนด์ รองประธานฝ่ายสร้างเสริมประสิทธิภาพ ธุรกิจเครื่องทำความเย็นทั่วโลก บริษัท จอห์นสัน คอนโทรลส์ กล่าว “เราเลือกสารทำความเย็นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด โดยพิจารณาจากความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ความพร้อมใช้งาน และต้นทุน”

เมื่อหลายปีก่อนเราพยายามแก้ปัญหาการลดลงของโอโซน โดยเฉพาะที่เป็นผลพวงจากสาร CFC และ HCFC เราจึงเลิกใช้เครื่องทำความเย็นที่ต้องใช้สารทำความเย็น R-123 เพราะมีแนวโน้มว่าจะตกรุ่นในอนาคต” คุณแวนด์กล่าว “เราคิดและวางแผนล่วงหน้าเป็นสิบๆปีมาโดยตลอด ดังนั้น ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เพราะเครื่องทำความเย็นของเราพร้อมสำหรับอนาคตแน่นอน”

Opteon(TM) XP10 (R-513A) ของ Chemours เป็นสารอะซีโอโทรปที่ไม่ติดไฟ (A1) โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสาร R-134a แต่มีค่า GWP ต่ำกว่าถึง56% ทั้งนี้ XP10 เป็นสารทำความเย็นในตระกูล Opteon(TM) ที่มีค่า GWP ต่ำ และได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนด HFC ทั้งในปัจจุบันและที่กำลังมีการเสนอ ในขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่”

อุตสาหกรรม HVACR กำลังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และสารทำความเย็น Opteon(TM) XP10 ได้เข้ามาช่วยในจุดนี้ เนื่องจากเป็นสารกลุ่มไฮโดรฟลูออโรโอเลฟิน (HFO) ที่มีค่า GWP ต่ำและไม่ติดไฟ ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนโดยไม่บั่นทอนประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น ไม่ว่าจะใช้งานในลักษณะใดและในสภาพอากาศเช่นไรก็ตาม” ดิเอโก โบรี ผู้อำนวยการธุรกิจระดับโลกของ Chemours Fluorochemicalsกล่าว

จอห์นสัน คอนโทรลส์ ใช้วิธีลดการปล่อยคาร์บอนแบบองค์รวม แม้ว่าสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำจะมีความสำคัญต่ออนาคต แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานคือโอกาสที่ดีที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง เพราะการใช้พลังงานมีสัดส่วนสูงถึง 95% ของการปล่อยคาร์บอนตลอดอายุการใช้งานของเครื่องทำความเย็น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบทำความเย็นประเภทต่างๆของจอห์นสัน คอนโทรลส์ ได้ที่

http://www.johnsoncontrols.com/buildings/hvac-equipment/chillers

เกี่ยวกับจอห์นสัน คอนโทรลส์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 150 ประเทศ พนักงาน 130,000คนของบริษัทได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นต่างๆที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงานของอาคาร แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดสำหรับรถยนต์ แบตเตอรี่ขั้นสูงสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริด ส่วนประกอบที่นั่งรถยนต์ และระบบต่างๆสำหรับรถยนต์ ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนของเราสืบย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งก่อตั้งบริษัทในปี 2428 ด้วยการประดิษฐ์อุปกรณ์เทอร์โมสแตทภายในห้องระบบไฟฟ้าเครื่องแรก เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าของเรา ผ่านการดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ทั้งนี้ ในปี 2558 นิตยสารCorporate Responsibility Magazine จัดให้จอห์นสัน คอนโทรลส์ อยู่อันดับที่ 14 ในการจัดอันดับประจำปี “100 Best Corporate Citizens” สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ http://www.johnsoncontrols.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @johnsoncontrols

เกี่ยวกับ  The Chemours Company

The Chemours Company (NYSE: CC) ช่วยสร้างโลกที่มีความสดใส และสะอาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีของเคมีภัณฑ์. Chemours เป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีไททาเนียม ผลิตภัณฑ์ฟลูออโร และเคมีภัณฑ์ บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่กำหนดทิศทางตลาด ความเชี่ยวชาญในการใช้งาน และนวัตกรรมทางเคมีให้แก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของ Chemours สามารถพบได้ในพลาสติกและสารเคลือบ ระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ ในการทำเหมืองและการกลั่นน้ำมัน รวมถึงในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไป บริษัทมีผลิตภัณฑ์เด่นหลากหลายแบรนด์ เช่น Teflon(TM), Ti-Pure(TM), Krytox(TM), Viton(TM), Opteon(TM) และ Nafion(TM) ทั้งนี้ Chemours มีพนักงานราว 8,400 คนในโรงงาน 36 แห่ง ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 5,000 รายในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และยุโรป Chemours มีสำนักงานใหญ่ในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญลักษณ์หุ้น CC สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ chemours.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @chemours

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150623/8521504142LOGO

เวสเทิร์น ยูเนี่ยน จับมือ ไวเบอร์ เตรียมเปิดให้บริการโอนเงินข้ามแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนส ไวร์)–4 ก.พ. 2559

– แพลตฟอร์ม WU(R) ConnectSM สานต่อการเติบโตและความครอบคลุม ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานไวเบอร์สามารถส่งเงินไปยังกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (The Western Union Company) (NYSE: WU) ผู้นำด้านบริการชำระเงินทั่วโลก และไวเบอร์ (Viber) แอพพลิเคชั่นส่งข้อความผ่านมือถือชั้นนำด้วยยอดผู้ใช้งานกว่า 664 ล้านคนทั่วโลก ประกาศข้อตกลงเพื่อนำเสนอช่องทางที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วในการส่งเงินให้กับ เพื่อนฝูงและครอบครัวทุกที่ทั่วโลกผ่านแอพไวเบอร์

ความร่วมมือระหว่างเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กับไวเบอร์ จะต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้อย่าง WU(R) Connect(SM) โดยจะมุ่งเน้นไปที่สามส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่:

– ส่งเงินทั่วโลก: ในการเปิดตัวครั้งแรกนี้ ผู้ใช้ไวเบอร์ในสหรัฐอเมริกาจะสามารถส่งเงินได้สูงสุด 499 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ผู้รับเงินสามารถรับเงินได้ตามสำนักงานตัวแทนของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน(R) กว่า 500,000 สาขาในกว่า 200 ประเทศและดินแดน

– มอบประสบการณ์การใช้งานอันแปลกใหม่ในโลกแห่งการส่งข้อความ: เวสเทิร์น ยูเนี่ยน และไวเบอร์ ได้สร้างประสบการณ์การโอนเงินที่สามารถเริ่มและสิ้นสุดการใช้งานได้ภายใน หน้าจอส่งข้อความของไวเบอร์

– โซลูชั่นครบวงจร: โซลูชั่นดังกล่าวใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงระบบแปลงค่าเงิน ระบบบริหารจัดการข้อมูล เช่นเดียวกับโครงสร้างการกำกับดูแลธุรกิจ การควบคุมดูแลการดำเนินงาน และระบบตรวจสอบการฟอกเงิน เพื่อให้สามารถส่งเงินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแทบทั่วทุกมุมโลก

Hikmet Ersek ประธานและซีอีโอของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กล่าวว่า “ด้วยการเป็นพันธมิตรกับไวเบอร์ เราสามารถสานต ่อพลังขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อต่อยอดช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินไปยังแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการเงินข้าม พรมแดนระดับโลกของเรา ซึ่งช่วยยกระดับเครือข่ายดิจิทัลแบบหลายช่องทางของเรา”

“ผู้ใช้ของเราใช้แอพไวเบอร์อยู่แล้วในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆและครอบ ครัวทั่วโลก ดังนั้นการเปิดบริการส่งเงินให้กับผู้เป็นที่รักผ่านแอพของเราจึงนับเป็น ก้าวต่อไปที่คาดการณ์ได้” Michael Shmilov ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของไวเบอร์ กล่าว “การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างไวเบอร์กับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน ถือเป็นก้าวแรกของเราในทิศทางนี้ ซึ่งมอบตัวเลือกใหม่ที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วให้กับผู้ใช้งานของเรา ในการส่งเงินให้กับเพื่อนฝูงและครอบครัว”

แพลตฟอร์ม WU Connect ที่ทำงานบน API อันล้ำสมัยซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2558 นั้น เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 สามารถผนวกรวมแพลตฟอร์มดิจิทัลของตนเข้ากับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถโอนเงินได้อย่างสะดวกง่ายดายทั่วโลก โดยผู้ใช้สามารถส่งเงินได้โดยตรงจากแอพโซเชี ยลมีเดียและแอพส่งข้อความที่ตนเองชื่นชอบ นอกจากนี้ ยังสามารถทำธุรกรรมโอนเงินได้ผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร และสามารถโอนเงินส่งตรงถึงสำนักงานตัวแทนเวสเทิร์น ยูเนี่ยนที่ร่วมโครงการได้ทั่วโลก ตลอดจนบริการกระเป๋าเงินมือถือหรือบัญชีธนาคารที่รองรับ

“แพลตฟอร์ม WU Connect เปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดยิ่งขึ้นสำหรับผู้ ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ และยังมอบผลประโยชน์สำหรับทั้งเวสเทิร์น ยูเนี่ยน และบริษัทที่เราร่วมงานด้วย” David Thompson รองประธานบริหารและซีไอโอของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กล่าว “เราตื่นเต้นที่ได้ผนวกรวมแพลตฟอร์ม WU Connect เข้ากับบริการส่งข้อความของไวเบอร์ และหวังที่จะขับเคลื่อนสิ่งนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม WU Connect หรือการผนวกรวมเข้ากับแพลตฟอร์มของเรา สามารถส่งอีเมลเพื่อติดต่อทีมพัฒนาธุรกิจ WU Connect ได้ที่ WUConnect@wu.com

เกี่ย วกับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน
เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (NYSE: WU) เป็นผู้นำด้านบริการโอนเงินระหว่างประเทศ บริการของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน รวมถึงบริการภายใต้แบรนด์ Vigo, Orlandi Valuta, Pago Facil และ Western Union Business Solutions ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ สามารถส่งและรับเงิน ชำระเงิน และสั่งจ่ายเงินทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 แบรนด์เวสเทิร์น ยูเนี่ยน, Vigo และ Orlandi Valuta ได้ให้บริการผ่านเครือข่ายตัวแทนกว่า 500,000 แห่งรวมกัน ใน 200 ประเทศและดินแดน และผ่านตู้เอทีเอ็มและคีออสกว่า 100,000 เครื่องทั่วโลก รวมทั้งส่งเงินไปยังบัญชีธนาคารหลายร้อยล้านบัญชี ในปี 2557 เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี ได้ให้บริการทำธุรกรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคจำนวน 255 ล้านรายการทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าเงินต้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และการชำระเงินทางธุรกิจจำนวน 484 ล้านรายการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.WesternUnion.com

เกี่ยวกับไวเบอร์
ไวเบอร์ (Viber) เป็นบริการส่งข้อความ ข้อความเสียง และวิดีโอชั้นนำ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกเชื่อมต่อถึงกันได้ ไวเบอร์ให้บริการฟรี โดยผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความ สติกเกอร์ขำขัน รูปภาพ คลิปวิดีโอและดูเดิล แชร์โลเคชั่น โทรฟรีด้วยคุณภาพเสียงคมชัด ตลอดจนสื่อสารแบบ Push-To-Talk นอกจากนี้ยังมีบริการ Viber Out ซึ่งนำเสนอค่าโทรราคาประหยัดให้กับผู้ที่ใช้โทรไปยังเบอร์โทรศัพท์ทั่วโลก ไวเบอร์รองรับการทำงานของ iPhone(R), มือถือและแท็บเล็ตระบบ Android(TM), มือถือระบบ Windows, อุปกรณ์ BlackBerry(R), Blackberry(R) 10, Windows(R), Windows 8(R), Mac, Linux และ Symbian บนเครือข่าย 3G/4G หรือ WiFi ไวเบอร์มีผู้ใช้งาน (Unique User) กว่า 664 ล้านคนใน 193 ประเทศ โดยยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอแพลตฟอร์มและฟีเจอร์ใหม่ๆเพื่อมอบความสนุกสนานในการใช้ งานอย่าง Public Chats ทั้งนี้ไวเบอร์เป็นบริษัทในเครือของ Rakuten Group

WU-F
WU-G

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160204005488/en/

ติดต่อ:
เวสเทิร์น ยูเนี่ยน โกลบอล
แบรด โจนส์
โทร. +1-720-332-1262
อีเมล: bradley.jones@westernunion.com
หรือ
ไวเบอร์ โกลบอล
ชาร์ลอตต์ แพนเธอร์
อีเมล: charlottep@viber.com
หรือ
ไวเบอร์ สหรัฐอเมริกา
เคท ลิชท์
อีเมล: katel@viber.com