Africell เลือกใช้โซลูชั่นควบคุมนโยบายการใช้งานและการคิดค่าบริการข้อมูล 3G และ LTE ของ Alepo ครอบคลุมเครือข่ายหลายประเทศในแอฟริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสติน, เท็กซัส–11 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– Alepo จะจัดหาแพลตฟอร์มสร้างรายได้จากบริการข้อมูลที่ทันสมัยและครบวงจรให้กับเครือข่าย 3G และ LTE ของ Africell ในเซียร์ราลีโอน ยูกันดา แกมเบีย และคองโก

ก่อนที่งาน Mobile World Congress (MWC) ซึ่งเป็นงานจัดแสดงโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปจะเปิดฉากขึ้น วันนี้ Alepo ได้ประกาศให้ทราบถึงการทำสัญญาฉบับใหม่ที่ครอบคลุมในหลายประเทศ ร่วมกับกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ Africell ซึ่งจะใช้โซลูชันควบคุมนโยบายการใช้งานและการคิดค่าบริการข้อมูลแบบคอนเวอร์เจนท์ของ Alepo โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการให้บริการเครือข่าย LTE ในแอฟริกาที่หลายคนต่างตั้งตารอคอย

 Alepo Technologies Pvt Ltd / Alepo logo

Alepo logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160210/790312)

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว Africell จะใช้โซลูชัน Policy and Charging Rules Function (PCRF) ของ Alepo ที่มีการรวมระบบตรวจสอบทราฟฟิคอย่างละเอียด(DPI) ไว้ล่วงหน้า สำหรับบริการ 3G และ 4G LTE ในเซียร์ราลีโอน ยูกันดา แกมเบีย และคองโก การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ Africell สามารถใช้แพลตฟอร์มสร้างรายได้จากบริการข้อมูลแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้การนำบริการข้อมูล 3G และ 4G แบบใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันออกสู่ตลาดนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแอปของผู้สนับสนุน และคอนเทนท์จากผู้ให้บริการ (OTT) บริการข้ามแดนอัตโนมัติ หรือโรมมิ่งข้อมูล และอีกมากมาย

ยูเนส ชาบัน ซีทีโอของ Africell ได้เน้นย้ำถึงโอกาสในการให้บริการข้อมูลแห่งยุคหน้าในตลาดแอฟริกา พร้อมทั้งสาเหตุที่ตัดสินใจเลือก PCRF ของ Alepo

อัตราการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการบริการอินเทอร์เน็ตมือถือความเร็วสูงในตลาดต่างๆของเราที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั้น นำมาซึ่งโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการผลักดันรายได้จากบริการข้อมูลในช่วงหลายปีต่อจากนี้” ชาบันกล่าว พร้อมกับเสริมว่า “โซลูชัน PCRF ของ Alepo จะช่วยให้เราสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากบริการข้อมูล 3G และ LTE เพื่อเพิ่ม ARPU และความสามารถในการทำกำไรให้กับเครือข่ายของเรา”

การนำโซลูชั่น PCRF ของ Alepo มาใช้งานในสภาพแวดล้อมเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เติบโตเต็มที่ของ Africell จะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากบริการประเภทเสียง ในขณะที่ Africell เดินหน้าพัฒนากลยุทธ์ด้านบริการข้อมูลในระยะยาว นอกจากนี้ โซลูชันมาตรฐานแบบเปิดของ Alepo จะถูกรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมเครือข่ายแบบผู้จัดจำหน่ายหลายรายของ Africell ได้อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายหลักชั้นนำของอุตสาหกรรมอีกหลายราย

เนื่องจากรายได้จากบริการประเภทเสียงมาถึงจุดอิ่มตัว ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ก้าวทันตลาดอย่าง Africell จึงตระหนักถึงความจำเป็นในการดำเนินกลยุทธ์สร้างรายได้จากบริการข้อมูลในเชิงรุก” ชิวานี ซาร์เดไซ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำแอฟริกาของ Alepo กล่าว “Africell ยังรู้ เช่นเดียวกับที่ Alepo รู้ด้วยว่า จะต้องใช้โซลูชันควบคุมนโยบายการใช้งานและการคิดค่าบริการที่แข็งแกร่ง รวดเร็ว และมีความยืดหยุ่น เพื่อให้กลยุทธ์นี้ ตลอดจนธุรกิจโดยรวมประสบความสำเร็จ”

เกี่ยวกับ Africell

Africell เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในแอฟริกา บริษัทเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งในแกมเบียและเซียร์ราลีโอน และกำลังขยายการดำเนินงานใหม่ๆอย่างรวดเร็วในคองโกและยูกันดา

http://www.africell.com

เกี่ยวกับ Alepo

Alepo ทำให้โอกาสที่เกิดจากบริการข้อมูลในยุคหน้ากลายเป็นจริงได้ ด้วยโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยและบริการต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการการสื่อสารทั่วโลกสามารถเร่งการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งตลาดในเครือข่ายบรอดแบนด์มือถือและโทรศัพท์พื้นฐานแห่งยุคหน้า ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หากพูดถึงข้อมูลแล้ว Alepo ถือเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรวมถึง Orange, Saudi Telecom และ Digicel

http://www.alepo.com

ในระหว่างงาน MWC 2016 นั้น Alepo จะสาธิตการใช้งานจริงของโซลูชั่นควบคุมนโยบายการใช้งานและการคิดค่าบริการในแบบเรียลไทม์สำหรับ 3G, LTEและ Wi-Fi ที่บูธ 7E14 ใน Hall 7 สามารถนัดหมายเพื่อพบปะกับ Alepo ได้ที่ http://www.alepo.com/mwc

สื่อมวลชนติดต่อ:

ดาเนียลล์ สมิธ จาก Alepo

โทร: (512) 879 – 1030 ต่อ 3

อีเมล: Danielle.Smith@alepo.com

แหล่งข่าว: Alepo Technologies Pvt Ltd

Rohde & Schwarz ผสานความเชี่ยวชาญในองค์กร มุ่งยกระดับศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิวนิก–11 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Rohde & Schwarz กลุ่มบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ผนึกธุรกิจด้านความปลอดภัยเครือข่ายและไอทีในเครือเข้าด้วยกัน เพื่อดำเนินธุรกิจในนามRohde & Schwarz Cybersecurity GmbH โดยคุณอัมมาร์ อัลคาสซาร์ และคุณรีค เฮสเซลบาร์ธ จะเข้ามารับผิดชอบในการต่อยอดธุรกิจนี้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นที่มีความเหนือชั้นทางเทคนิค เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคต Rohde & Schwarz Cybersecurity จะดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่อย่าง security-by-design เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอกในรูปแบบของการป้องกันเชิงรุก

Rohde & Schwarz ดำเนินธุรกิจในแวดวงความปลอดภัยทางไอทีมานานกว่า 20 ปี โดยในปี 2557 และ 2558 ทางเครือบริษัทได้ยกระดับความรู้ความเชี่ยวชาญด้วยการเข้าซื้อกิจการของ Adyton GmbH, gateprotect GmbH และ Sirrix AG ส่วนทางด้านบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจมาอย่างยาวนานอย่างipoque GmbH และ Rohde & Schwarz SIT GmbH จะเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยความเชี่ยวชาญและโซลูชั่นมากมายของบริษัท Rohde & Schwarz จะขับเคลื่อนแบรนด์ Rohde & Schwarz Cybersecurity เพื่อยกระดับความเป็นผู้นำในฐานะผู้ให้บริการโซลูชั่นไฮเทคเปี่ยมประสิทธิภาพที่มีต้นกำเนิดจากเยอรมนีและได้รับความไว้วางใจทั่วยุโรป โดยความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีอยู่เดิมจะเพิ่มพูนขึ้นด้วยแรงผลักดันจากภายนอก

Rohde & Schwarz Cybersecurity นำเสนอโซลูชั่นหลากหลายรูปแบบที่มีความเหนือชั้นในทางเทคโนโลยี เพื่อการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นเข้ารหัสความปลอดภัยสูง ไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ๆ ซอฟต์แวร์วิเคราะห์เครือข่าย และโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบ endpoint security ที่ช่วยปกป้ององค์กรและหน่วยงานสาธารณะจากการจารกรรมและการโจมตีทางไซเบอร์ โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยไอทีของบริษัทมีต้นกำเนิดจากเยอรมนีและมีรางวัลการันตีคุณภาพ โดยมีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ครบวงจรขนาดย่อม ไปจนถึงโซลูชั่นที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ บริษัททำการพัฒนาโซลูชั่นไอทีที่ได้รับความไว้วางใจเหล่านี้โดยเน้นแนวคิดเทคโนโลยีรูปแบบใหม่อย่าง security-by-design เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอกในเชิงรุกแทนที่จะเป็นเชิงรับ ทุกวันนี้ การโจมตีในรูปแบบต่างๆ เช่น zero day ซึ่งอาศัยช่องโหว่ของระบบ และไม่สามารถจัดการได้ด้วยเครื่องมือเชิงรับอย่างซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสหรือไฟร์วอลล์ทั่วไปนั้น กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Rohde & Schwarz Cybersecurity จึงขอนำเสนอโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยที่สามารถจัดการกับความท้าทายของการใช้งานระบบไอทีขั้นสูงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cybersecurity.rohde-schwarz.com

พบกับ Rohde & Schwarz Cybersecurity ได้ที่งาน CeBIT 2016 ที่เมืองฮันโนเวอร์ และงาน RSA Conference 2016 ที่ซานฟรานซิสโก

– CeBIT 2016 วันที่ 14-18 มีนาคมนี้ ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ในฮอลล์ 6 บูธ G16

– RSA Conference 2016 วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคมนี้ ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ใน German Pavilion, North Expo, #N4020

ติดต่อ

Simone Kneifl

โทร. +49-89-4129-16510

อีเมลpress@rohde-schwarz.com

แหล่งข่าว: Rohde & Schwarz

“ไมโครซอฟท์” จับมือ “เอเซอร์” ขยายบริการสู่ลูกค้าในวงกว้างขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดมอนด์, วอชิงตัน และไทเป, ไต้หวัน–11 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์   

ไมโครซอฟท์ คอร์ป (Microsoft Corp.) และเอเซอร์ อิงค์ (Acer Inc.) ประกาศขยายขอบเขตความร่วมมือระดับโลก เพื่อนำเสนอบริการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนมือถือของไมโครซอฟท์แก่ผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น โดยนับตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2559 เอเซอร์จะเริ่มติดตั้งแอปและบริการต่างๆของไมโครซอฟท์ลงในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแอนดรอยด์ของบริษัท เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอันได้แก่Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, OneNote, OneDrive และ Skype บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแอนดรอยด์รุ่นที่เอเซอร์คัดสรรมาแล้ว

 MICROSOFT CORP. LOGO / Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20000822/MSFTLOGO

 

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้จับมือกับไมโครซอฟท์เพื่อนำเสนอประสิทธิภาพการทำงานบนมือถือที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นบนผลิตภัณฑ์ของเรา” ST Liew ประธานเอเซอร์ สมาร์ท โปรดักส์ บิสิเนส กรุ๊ป (Acer Smart Products Business Group) กล่าว “การนำซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์มาติดตั้งในผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จากทุกที่ ด้วยการใช้งานโปรแกรมที่คุ้นเคยทั้งบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต”

 

Nick Psyhogeos ประธานของไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิ่ง (Microsoft Technology Licensing) กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ยกระดับความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และเอเซอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้อตกลงความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและปูทางไปสู่ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ดียิ่งขึ้น”

 

การอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของไมโครซอฟท์

 

ข้อตกลงสิทธิบัตร คืออีกหนึ่งตัวอย่างบทบาทสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่คึกคักและแข็งแกร่ง นับตั้งแต่ไมโครซอฟท์เปิดตัวโครงการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อเดือนธันวาคม 2546 ก็มีการบรรลุข้อตกลงอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญากว่า 1,200ฉบับ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่  http://www.microsoft.com/iplicensing   

 

เกี่ยวกับเอเซอร์

 

เอเซอร์ก่อตั้งขึ้นในปี 2519 เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ โดยมุ่งเน้นในด้านการวิจัย การออกแบบ การทำการตลาด การจำหน่าย และการสนับสนุนนวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน ผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หน้าจอ โปรเจคเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ขณะเดียวกันก็กำลังพัฒนาโซลูชั่นคลาวด์เพื่อผนวกรวมกับ Internet of Things (IoT) ด้วย เอเซอร์มีพนักงาน 7,000 คน และมียอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก (IDC 2014) รายได้ของบริษัทในปี 2557 อยู่ที่ 1.039 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.acer.com

 

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิ่ง

 

ไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง แอลแอลซี ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 โดยทำหน้าที่ครอบครอง บริหารจัดการ และให้อนุญาตใช้งานสิทธิบัตรของไมโครซอฟท์

 

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์

 

ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @microsoft) คือแพลตฟอร์มชั้นนำ และเป็นบริษัทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถในการทำงานสำหรับโลกยุค mobile-first, cloud-first ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างพลังอำนาจให้ทุกคนและทุกองค์กรบนโลกใบนี้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น 

อินโฟเควสท์ลุยต่อ! จัดสัมมนาหุ้นฟรี! ปีที่ 3 “The Stock สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” รอบแรกที่ชลบุรี 19 มี.ค. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

Poster_Aspen_The-stock_Season-3_Chonburi

บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด ผู้ให้บริการโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นชั้นนำ “แอสเพน” ขอเชิญนักลงทุนร่วมเจาะลึกเทคนิคการสแกนหุ้นด้วยฟังก์ชันใหม่ล่าสุด! จากแอสเพนโมบาย (Aspen Mobile) “Market Screener” โดยวิทยากรพิเศษ “คุณอภิศักดิ์ ลิมป์ธำรงกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ จาก บล. กรุงศรี ด้วยประสบ การณ์ในแวดวงการลงทุนกว่า 24 ปี ที่จะมาเผยเคล็ดลับการคัดกรองหุ้นตามเงื่อนไขทั้งปัจจัยเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้ได้หุ้นที่ตรงใจนักลงทุน พร้อมการวิเคราะห์กราฟสดบนเวที โดยในปี 2559 นี้ อินโฟเควสท์ได้เพิ่มการจัดบูธให้คำแนะนำ – ปรึกษาปัญหาการใช้งานแอสเพน (Clinic Aspen) เพื่อให้นักลงทุนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากขึ้น และซุ้มเกมส์ให้ร่วมสนุกรับของรางวัล

… ในงานสัมมนาหุ้น “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เวลา 12.00-16.00 น. ณ ห้องเธียเตอร์ ชั้น 4 อาคารหอสมุดอนุสรณ์ 10 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา    จ.ชลบุรี …ฟรี! ตลอดงาน จำกัด 200 ท่านเท่านั้น สำรองที่นั่งด่วน โทร. 092-872-2181, 081-131-8280 (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น.) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.infoquest.co.th/thestock2016-chonburi/

APC Group SA เปิดสำนักงานใหม่ในเจนีวา รองรับตลาดยุโรป แอฟริกา และอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนีวา–11 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

APC Group SA บริษัทเจ้าของรางวัลบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืน ในเครือของ Plantation Capital Group ได้ประกาศเปิดสำนักงานใหญ่ด้านการบริหารจัดการแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนนี้ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเมืองเจนีวา ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับโลกนั้น ถือเป็นทำเลทองของบริษัทในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบรับกับความต้องการผลิตภัณฑ์ของAsia Plantation Capital และกลุ่มบริษัทที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายในตลาดยุโรป

A – สำนักงานแห่งใหม่ของ APC Group SA ในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมวิวทะเลสาบ Lake Geneva และน้ำพุ Jet d’Eau อันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160126/8521600525-a

สำนักงานแห่งใหม่นี้จะรับผิดชอบในส่วนของการวางจำหน่ายและกระจายผลิตภัณฑ์ต่างๆของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% น้ำมันหอมระเหย บัคฮอร์ (ชื่อเรียกชิ้นไม้สับชุบน้ำมันหอมในภาษาอาหรับ) ชิ้นไม้กฤษณาสับ เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์ไม้อื่นๆ เช่น ไม้ไผ่และไม้เนื้อแข็งปูพื้น ไม้กระดานสำหรับการก่อสร้างทางวิศวกรรม และถ่านไม้แบบใช้ได้นาน เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้บริษัทอื่นๆในเครืออย่าง Eco Tech Asia, Boo-Tex รวมถึงแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีตลาดเฉพาะกลุ่มจากฝรั่งเศสซึ่งร่วมเป็นพันธมิตรกับเราอย่าง Fragrance Du Bois

B – ชิ้นไม้กฤษณาสับจาก Asia Plantation Capital บริษัทผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนซึ่งได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160126/8521600525-b

ตามแผนขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท สำนักงานแห่งใหม่นี้ยังจะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริหารจัดการอิสระสำหรับการดำเนินงานทั่วโลกของกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึง Africa Plantation Capital และ America Plantation Capital โดยจะเป็นที่ตั้งของฝ่ายกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติงานของบุคลากร

สำนักงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางทางธุรกิจของเมืองเจนีวา บนถนน Quai Gustave-Ador อันเก่าแก่ โดยสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบ Lake Geneva และน้ำพุจรวด Jet d’Eau อันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง เมืองเจนีวาเป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์สุดหรูและแบรนด์ชั้นนำของโลก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินชั้นนำ หน่วยงานรัฐบาล และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม

คุณแกรี เครตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ
APC Group Europe กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นที่สามารถเริ่มการดำเนินงานในเมืองเจนีวาได้ในที่สุด และเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงานใหม่แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างยุโรป อเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสครั้งสำคัญในการเดินหน้าสู่อนาคต เรามีความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า เจนีวาเป็นทำเลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการก่อตั้งทีมงานด้านการตลาดของบริษัท ที่มุ่งเน้นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายของกลุ่มบริษัทซึ่งผลิตขึ้นด้วยหลักความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ APC ‘Boo Bike’ กระเป๋าเดินทางไม้ไผ่ และแบรนด์สิ่งทอน้องใหม่ที่ผลิตอย่างยั่งยืนในชื่อ ‘Boo-Tex’ รวมถึงผลิตภัณฑ์ไม้สักและไม้เนื้อแข็งปูพื้น เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ชูโรงของเราอย่างน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% และน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ เมืองเจนีวายังเป็นทำเลที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากสำนักงาน CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) นั้นตั้งอยู่ในเมืองที่เฟื่องฟูแห่งนี้ โดยผลิตภัณฑ์ไม้กฤษณาของเราทั้งหมดได้รับการรับรองและอนุมัติจากองค์กรดังกล่าว ซึ่งได้กลายเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการต่อสู้กับการซื้อขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังมีหลักการดำเนินงานเหมือนกับเราในการส่งเสริมความยั่งยืนและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการตรวจสอบแหล่งที่มา

C – APC ‘Boo Bike’ ผลิตขึ้นจากไม้ไผ่และวัสดุที่มีความยั่งยืนทั้งคัน โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรายการหนึ่งของ Asia Plantation Capital

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160126/8521600525-c

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเลือกที่นี่เขากล่าวต่อ ก็คือทักษะของแรงงานในเมืองเจนีวา รวมถึงชื่อเสียงความเป็นเลิศของระบบโลจิสติกส์ เช่นเดียวกับกิตติศัพท์ด้านความยุติธรรมและโปร่งใส ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนของเราในฐานะบริษัทแห่งหนึ่ง และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขลูกค้าในยุโรปที่เติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้จะช่วยรองรับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของตลาดยุโรป นอกเหนือจากการให้บริการสนับสนุนในพื้นที่และการบริหารจัดการแก่ฐานลูกค้าในยุโรปของ Asia Plantation Capital และ Plantation Capital Groupที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เราตั้งตารอที่จะได้ให้การต้อนรับทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าในอนาคตที่สำนักงานเจนีวาเขากล่าวสรุป สำนักงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการเติบโตในฐานะองค์กร เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นของเราเพื่อเติบโตต่อไปในอีกหลายๆปีข้างหน้า

D – ลูกค้าชาวยุโรปเยี่ยมชมพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ที่ประเทศไทย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160126/8521600525-d

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Asia Plantation Capital ได้ให้การต้อนรับกลุ่มเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกในยุโรป รวมถึงผู้จัดการด้านการลงทุนและกองทุนที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆของยุโรป สู่โรงงานของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนั้นยังได้ให้การต้อนรับบรรดาเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนายธนาคารเอกชน ตลอดจนเหล่าผู้นำภาคธุรกิจ ที่ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ ‘From Soil, to Oil, to You’

Plantation Capital Group มีการดำเนินงานที่กว้างขวางขึ้น หลังจากที่ได้มีการผนวกรวม Africa Plantation Capital และ America Plantation Capital กลุ่มบริษัทมีแผนประกาศโครงการและการลงทุนขนานใหญ่เพิ่มอีกในอนาคตอันใกล้ โดยมุ่งเน้นที่การผลิตมวลชีวภาพอย่างยั่งยืน และการคิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ๆที่น่าตื่นตาตื่นใจในสหรัฐอเมริกาและแอฟริกา

Plantation Capital Group จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2551 (แม้ว่าได้มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2545) ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีพนักงานกว่า2,000 คนทั่วโลก ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย จีน ลาว อินเดีย กัมพูชา ศรีลังกา เวียดนาม อเมริกาเหนือ และยุโรป ด้วยพื้นที่เพาะปลูกภายใต้การดูแลทั้งสิ้น 126 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดตัวโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบรับกับความต้องการการผลิตไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาด้วยหลักความยั่งยืน

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ชาร์ลอตต์ เมดิก
อีเมล:
charlotte.medigue@apcgroup.ch
โทร: +41 22 707 7330

เกี่ยวกับ Plantation Capital Group

Plantation Capital Group เป็นบริษัทผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกด้วยหลักความยั่งยืนซึ่งได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย โดยมีโครงการกระจายตัวอยู่ใน 4 ทวีป ได้แก่ที่ประเทศไทย มาเลเซีย จีน ลาว อินเดีย กัมพูชา ศรีลังกา เวียดนาม อเมริกาเหนือ แอฟริกา และยุโรป ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีพนักงานกว่า 2,000 คน

บริษัทมุ่งเน้นที่โครงการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์และธุรกิจบูรณาการแบบแนวดิ่ง ซึ่งมอบประโยชน์อันดีทั้งในเชิงการค้า สิ่งแวดล้อม และชุมชน จนส่งผลให้บริษัทเป็นผู้ผลิตน้ำมันกฤษณา ไม้กฤษณา และไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของทุกวันนี้ นอกจากนี้ การเปิดโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยพิสูจน์ความมุ่งมั่นของบริษัท

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทมีแผนขยายธุรกิจผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในแอฟริกาและสหรัฐอเมริกา และยังคงเดินหน้าและสานต่อการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในเอเชีย โดยเพิ่งมีการผนวกรวมบริษัทใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ Africa Plantation Capital ในเคนยา และ America Plantation Capitalในสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 น้ำหอมทั้งหมดของ Fragrance Du Bois ผลิตขึ้นจากน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% รวมถึงส่วนผสมอื่นๆที่มีความยั่งยืนจากพื้นที่เพาะปลูกภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัทเจ้าของรางวัลการันตีคุณภาพอย่าง Asia Plantation Capital

นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2558 ทาง Fragrance Du Bois ได้มีการต่อยอดรายการผลิตภัณฑ์ ด้วยการผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับบรรดาแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งล้วนมีค่านิยมและความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในแวดวงน้ำหอมสุดหรู

Fragrance Du Bois มีแฟลกชิปบูติกในสิงคโปร์และมาเลเซีย และมีแผนขยายธุรกิจต่อไปในยุโรป นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีเลานจ์น้ำหอมที่ดูไบ ฮ่องกง และไทย Fragrance Du Bois พร้อมนำเสนอประสบการณ์การเลือกซื้อน้ำหอมที่ดีที่สุดตามความต้องการของลูกค้า และยังคงยึดมั่นต่อหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็น “แบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีจิตสำนึกที่ดี”

รูปภาพ
http://photos.prnasia.com/prnh/20160126/8521600525-a
รูปภาพhttp://photos.prnasia.com/prnh/20160126/8521600525-b
รูปภาพhttp://photos.prnasia.com/prnh/20160126/8521600525-c
รูปภาพhttp://photos.prnasia.com/prnh/20160126/8521600525-d

BARC India จับมือ TAM India ตั้งบริษัทบริหารเครื่องมือวัดเรตติ้งทีวี พร้อมเปิดดำเนินงานก.พ.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–10 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – BARC India จะกลายเป็นผู้ให้บริการข้อมูลการรับชมโทรทัศน์รายเดียวในอินเดีย มีผลตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

          BARC India และ TAM India ประกาศเปิดตัวบริษัทบริหารเครื่องมือวัดเรตติ้ง (Meter management) ที่เกิดจากการร่วมทุนของสองบริษัท โดยบริษัทแห่งใหม่ซึ่งมีชื่อว่า Meterology Data Pvt Ltd. (MDL) จะเริ่มเปิดดำเนินงานในอีกราวสองสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อ TAM India ยุติการทำธุรกิจวัดเรตติ้งทีวี ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ทั้งนี้ จะมีการติดตั้งมิเตอร์ของ TAM ใหม่ทั้งหมดตามบ้านที่ได้รับการคัดเลือกโดยวิธีการสุ่มตัวอย่าง (sample design) ของBARC India โดยบริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะช่วยให้ BARC India มีขนาดตัวอย่างเพิ่มขึ้น

 BARC India and TAM India Form A Meter Management Company To Supply Raw Data to BARC India / BARC India logo

BARC India logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150828/10129285)

          BARC India จะมีสิทธิควบคุมการบริหาร MDL อย่างเต็มที่ ด้วยสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 51% ขณะที่ TAM India ซึ่งประกอบด้วย Nielsen และ Kantarจะมีสัดส่วนการถือหุ้น 49% การร่วมทุนครั้งนี้จะเปิดทางให้ BARC India กลายเป็นผู้ให้บริการข้อมูลการรับชมทีวีแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ MDL จะมีบทบาทในการบริหารและจัดการการติดตั้งและใช้งานมิเตอร์ รวมทั้งจัดส่งข้อมูลดิบให้กับ BARC India

          “อุตสาหกรรมได้เฝ้ารอการรวมตัวกันนี้อย่างกระตือรือร้น นับตั้งแต่ที่เราได้ประกาศข่าวไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เรายินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า บริษัทร่วมทุนได้รับการจัดตั้งเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นการดำเนินงาน” Partho Dasgupta ซีอีโอของ BARC India กล่าว

          “เราจะทำงานร่วมกับ BARC อย่างใกล้ชิด เพื่อรับประกันผลลัพธ์ที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมและลูกค้าของทั้งสองบริษัท โดยที่ผ่านมา เราได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับ BARC เพื่อมาถึงจุดนี้ และเพื่ออนาคตที่สดใสสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” Eric Salama ซีอีโอของ Kantar กล่าว

          “เราดีใจที่ได้ร่วมงานกับ BARC India การรวมตัวกันของ BARC India และ TAM India จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมวิทยุโทรทัศน์ของอินเดียที่มีแนวโน้มการรับชมทีวีจากหน้าจอขนาดใหญ่มากขึ้น” Prashant Singh กรรมการผู้จัดการของ Nielsen กล่าว

          LV Krishnan ซีอีโอของ TAM Media Research กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้เห็นบริษัทร่วมทุนเป็นรูปเป็นร่างในที่สุด และที่ดีใจยิ่งกว่าก็คือการที่มิเตอร์ 12,000 เครื่องของ TAM India ซึ่งผลิตขึ้นอย่างไม่รู้จัดเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา จะถูกนำมารวมในระบบใหม่นี้ด้วย เพื่อช่วยให้ BARC India กลายเป็นฐานตัวอย่างจอทีวีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราจะทำให้ดีที่สุดในการมอบความเชี่ยวชาญของเราให้แก่ MDL ในขณะเดียวกันTAM India จะยังคงให้ความสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านทางการยกระดับธุรกิจในปัจจุบันให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

          ติดต่อ:

          Partho Dasgupta

          ซีอีโอ BARC India

          อีเมล: partho.dasgupta@barcindia.co.in

          โทร. 91-2249226611

          Seema Singh

          ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

          อีเมล: seema.singh@barcindia.co.in

          โทร. 91-9702333354

          ที่มา: Broadcast Audience Research Council

Oxford Summer School คว้ารางวัลทรงเกียรติจากเวที British Youth Travel Awards

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–10 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Oxford Royale Academy (ORA) มีความยินดีที่จะประกาศว่า ทางสถาบันได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ทางการศึกษายอดเยี่ยม หรือ Best Educational Product ในงานมอบรางวัล British Youth Travel Awards ประจำปี 2558

 PIV790285 1 / Oxford Royale Academy Summer School secures prestigious education award (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

Oxford Royale Academy Summer School secures prestigious education award (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160209/331305 )

PIV790285 2 / With almost 100 nationalities represented last year, ORA's summer school is an exciting opportunity to make friends from all around the world (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

With almost 100 nationalities represented last year, ORA’s summer school is an exciting opportunity to make friends from all around the world (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160209/331306 )

PIV790285 3 / High-calibre teaching and an immersive College environment enable students to develop fresh perspectives and realise their academic potential (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

High-calibre teaching and an immersive College environment enable students to develop fresh perspectives and realise their academic potential (PRNewsFoto/Oxford Royale Academy)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160209/331307 )

ทั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ ORA สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ORA ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 ในฐานะผู้นำด้านหลักสูตรการเรียนการสอนคุณภาพสูงสำหรับนักเรียนนานาชาติที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป สำหรับฤดูร้อนที่ผ่านมา Oxford Summer School มีผู้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด โดยมีนักเรียนจากเกือบ 100 สัญชาติทั่วโลก และ ORA เชื่อว่าโครงการจะประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปี 2559 ซึ่งจนถึงตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 74 คน

สำหรับงานมอบรางวัล British Youth Travel Awards จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยสมาคม British Educational Travel Association เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ให้บริการทางการศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น โดยสร้างค่านิยมในการให้บริการลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับสูง และตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างดีเยี่ยม ORA มีความภูมิใจที่ได้ให้บริการระดับสูงแก่นักเรียนทุกคน ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการศึกษาที่มีอยู่มากกว่า 50 รายการ และทางสถาบันยังได้รับการรับรองมาตรฐานจาก British Council และ British Accreditation Council อีกด้วย ทั้งนี้ รางวัลBest Educational Product เป็นเพียงรางวัลล่าสุดในบรรดารางวัลทั้งหมดที่ ORA ได้รับตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงรางวัลQueen’s Award for Enterprise ประจำปี 2555 จากผลงานที่โดดเด่นในระดับสากลของ ORA

นอกจากโครงการภาคฤดูร้อนประจำปี 2559 ที่เตรียมเปิดการเรียนการสอนแล้ว ORA ยังแสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะมอบโอกาสทางการศึกษาทั่วโลก ผ่านการเผยแพร่บทความทางการศึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และการมอบทุนการศึกษาประจำปี ซึ่งผู้สมัครขอรับทุนการศึกษาในปีนี้มาไกลจากอเมริกา อินโดนีเซีย และปากีสถาน ซึ่งทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยนักเรียนหัวกะทิที่ผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้ายจะได้รับส่วนลดค่าเรียนสูงสุดถึง 100% นักเรียนที่สนใจสามารถลงทะเบียนแสดงความจำนงเพื่อขอรับทุนได้ที่https://www.oxford-royale.co.uk/register-your-interest-in-2017-scholarships

ไม่ว่าจะมีภูมิหลังหรือมีความสนใจในด้านไหน ตั้งแต่วารสารศาสตร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสาขาภาพยนตร์ รับประกันได้ว่านักเรียนทุกคนจะค้นพบแรงบันดาลใจในฤดูร้อนปีนี้ โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในออกซ์ฟอร์ด นักเรียนจะได้พักอยู่ที่หอพักของ Oxford College ซึ่งนับเป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะได้กิน นอน และเรียน เหมือนกับนักศึกษาของ Oxford University นอกจากนี้ นักเรียนยังจะได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่และสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดระยะเวลาที่อยู่ในออกซ์ฟอร์ด ผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตร ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมและสันทนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพราะแม้แต่นักเรียนที่คร่ำเคร่งที่สุดก็ต้องการวันหยุดพักผ่อนเช่นเดียวกัน

สมัครเข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อน Oxford Summer School ประจำปี 2559 ของ Oxford Royale Academy ได้ทางออนไลน์ที่http://oxford-royale.co.uk/apply

รับชมรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.oxford-royale.co.uk

ติดต่อ: Kate Richards

อีเมล: krichards@oxford-royale.co.uk

โทร: +44(0)8451306021

ที่มา: Oxford Royale Academy

สิงคโปร์ยังครองแชมป์ศูนย์กลางการจัดตั้งบริษัท แม้จำนวนโดยรวมในไตรมาส 4 ปรับตัวลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–10 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – สิงคโปร์มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2558 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 16,612 แห่ง ลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เป็นไปตามทิศทางปกติของไตรมาสสุดท้ายในแต่ละปี

            การจัดตั้งบริษัทในสิงคโปร์มีจำนวนลดลงในช่วงไตรมาส 4 อย่างไรก็ดี บริษัทและนักลงทุนต่างชาติยังคงจัดตั้งบริษัทหรือบริษัทย่อยในสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

แม้จำนวนการจัดตั้งธุรกิจจะร่วงลง 7.9% ในไตรมาสดังกล่าว แต่ก็ถือเป็นแนวโน้มปกติเช่นเดียวกับทุกปีที่มีการสำรวจก่อนหน้านี้ ยกเว้นปี 2557 ที่พบความผิดปกติ โดยในปี 2558 นั้น มีการจัดตั้งธุรกิจทั้งสิ้น 16,612 แห่ง ขณะที่ตัวเลขของปี 2557 อยู่ที่ 20,540 แห่ง

            แม้ปี 2558 ปิดฉากลงไปอย่างเงียบเหงาซบเซา โดยเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกยังคงต้องดิ้นรนรักษาระดับการฟื้นตัว แต่ถึงกระนั้นจำนวนการจัดตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ยังคงอยู่ในกรอบปกติสำหรับช่วงไตรมาส 4 แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกอ่อนแรง ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนความแข็งแกร่งโดยรวมของสิงคโปร์

            การจัดตั้งธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปในรูปแบบบริษัทเอกชนจำกัด คิดเป็นสัดส่วน 48.8% ของการจัดตั้งธุรกิจทั้งหมด โดยมีบริษัทเอกชนจำกัดประเภท Non-Exempt จำนวน 1,421 แห่งจัดตั้งขึ้นในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งตอกย้ำชื่อเสียงของสิงคโปร์ในฐานะประเทศที่ส่งเสริมภาคธุรกิจ

            สำหรับสัดส่วนบริษัทต่างชาติยังคงอยู่ที่ 35% ในไตรมาส 4 และเป็นระดับคงที่เมื่อเทียบกับปี 2557 ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัทและนักลงทุนต่างชาติในสิงคโปร์

            แจ็คเกอลีน โลว์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Hawksford Singapore กล่าวว่าจำนวนบริษัทจัดตั้งใหม่ที่ลดลงในไตรมาส 4 ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของไตรมาสสุดท้ายในปีก่อนๆ ยกเว้นปี2557 สำหรับภาพรวมตลอดทั้งปี 2558 ถือว่าดีทีเดียวในแง่ของการจดทะเบียนธุรกิจ

            สิงคโปร์ยังคงดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยชาวต่างชาติยังคงอยู่ที่ 28% ในไตรมาส 4ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมาจากสิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย

            โลว์กล่าวเสริมว่าสิงคโปร์ยังคงสามารถดึงดูดบริษัท นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างชาติ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่เข้มแข็ง ตลอดจนจุดแข็งในฐานะศูนย์กลางการเงินและการค้า อย่างไรก็ตาม เราควรตระหนักว่า สิงคโปร์นั้นใช่ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากภาวะเศรษฐกิจโลก

            สามารถอ่านรายงานสถิติการจัดตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ ประจำไตรมาส 4 ปี 2558 ได้ที่:http://www.guidemesingapore.com/reports/Quarterly-Singapore-Business-Formation-Report-Q4-2015.pdf

            ติดต่อ:

            Chye Fong Yee

            โทร. +65-62227445

            อีเมล: fongyee.chye@hawksford.sg

Harry Winston, Inc. เปิดตัวนาฬิการุ่น “Countdown to a Cure” รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิ amfAR เพื่อสนับสนุนงานวิจัยโรคเอดส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–10 ก.พ.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

20% ของรายได้จากการขายนาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดจะมอบให้กับ amfAR เพื่อพัฒนารากฐานทางวิทยาศาสตร์ในการรักษาเอชไอวีภายในปี 2563

Harry Winston, Inc. ผู้ผลิตเครื่องประดับและนาฬิกาคุณภาพสูงระดับโลก ประกาศเปิดตัวนาฬิกาข้อมือรุ่น “Countdown to a Cure” เพื่อเป็นเกียรติแก่การก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของความเป็นพันธมิตรกับ amfAR, The Foundation for AIDS Research นาฬิการุ่นลิมิเต็ดนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อแคมเปญ “Countdown to a Cure” ของ amfAR โดยมีนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษ 20 เรือนและสุภาพสตรี 20 เรือน นับเป็นการผลิตสินค้าอย่างเป็นทางการครั้งแรกเพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นของ amfAR ในการพัฒนารากฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาเอชไอวีภายในปี 2563

นาฬิกาข้อมือสำหรับสุภาพบุรุษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Midnight Collection มีกรอบทองคำขาวขนาด 42 มม. พร้อมหน้าปัดสีน้ำงินเข้มโดดเด่นด้วยการไล่สีบริเวณขอบ ซึ่งเป็นสีของแคมเปญ Countdown to a Cure ที่สะท้อนถึงการค่อยๆจางหายไปของโรคร้าย ตั้งแต่ช่วงวิกฤตไปจนถึงช่วงปลอดโรค ส่วนนาฬิกาข้อมือสำหรับสุภาพสตรีมีขนาด 32 มม. ตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยเพชรเม็ดงาม 12 เม็ด และอัญมณีสีสดใส 19 เม็ด ทั้งทับทิม ไพลิน และโกเมนสีส้ม

นาฬิกา Countdown to a Cure จะวางจำหน่ายที่ร้าน Harry Winston ทั่วโลก โดยนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษสนนราคาที่เรือนละ 21,200 ดอลลาร์ ส่วนสำหรับสุภาพสตรีราคาเรือนละ 16,200 ดอลลาร์ ทั้งนี้ 20% ของรายได้จากการขายนาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดจะมอบให้กับ amfAR

เมื่อเดือนมกราคม 2558 Harry Winston ได้ประกาศเป็นพันธมิตรกับ amfAR เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนพันธกิจของมูลนิธิในการยุติการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ผ่านงานวิจัยที่ทันสมัย รวมทั้งสนับสนุนโครงการ “Countdown to a Cure” ที่มุ่งพัฒนารากฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อการรักษาเอชไอวีภายในปี 2563 โครงการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เพื่อยกระดับการวิจัยที่มุ่งรักษาเอชไอวี ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์กว่า 100 ล้านดอลลาร์ตลอด 5 ปีข้างหน้า

นับเป็นครั้งแรกที่ Harry Winston สร้างความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเช่นนี้ ซึ่งไม่เพียงเป็นการขยายสถานภาพของบริษัทเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จากโรคที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกด้วย

เรายินดีที่ได้นำเสนอนาฬิกา Countdown to a Cure รุ่นใหม่ของเรา และยกระดับความช่วยเหลือที่มีให้แก่ amfAR” เนย์ลา ฮาเยค ซีอีโอของ Harry Winston, Inc. กล่าว “การสนับสนุนจาก Harry Winston ช่วยให้ amfAR สามารถทุ่มทุนให้กับการวิจัยที่ทันสมัยเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆในการรักษาโรค เราหวังว่าความร่วมมือที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจะช่วยยุติการแพร่ระบาดของเอชไอวี/เอดส์ เพื่อสร้างสุขภาพและอนาคตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนมากมายหลายล้านคนทั่วโลก

เราขอขอบคุณมิตรภาพอันดีจาก Harry Winston ที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนเราตลอดมา” เควิน โรเบิร์ต ฟรอสต์ ซีอีโอของ amfAR กล่าว “การระบาดของโรคเอดส์ยังคงคร่าชีวิตผู้คนในทุกๆนาที ดังนั้น นาฬิกา Countdown to a Cure จึงเป็นสัญลักษณ์ที่คู่ควรกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ในขณะที่เรากำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายในการรักษาเอชไอวี”

เกี่ยวกับ Harry Winston, Inc.

The House of Harry Winston ก่อตั้งขึ้นที่นิวยอร์กซิตี้ เมื่อปี 2475 บริษัทเดินหน้าสร้างมาตรฐานการผลิตเครื่องประดับคุณภาพสูงและนาฬิการะดับไฮเอนด์มาอย่างต่อเนื่อง Harry Winston เป็นผู้ครอบครองอัญมณีชื่อก้องโลกมากมาย ทั้ง The Jonker, Hope และ Winston Legacy ทั้งยังเป็นผู้รังสรรค์เครื่องประดับให้กับสาวเซเลบคนดังของฮอลลีวูดมากมาย Harry Winston จึงเป็นสัญลักษณ์ของสุดยอดเครื่องประดับมานานกว่า 8 ทศวรรษ ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนิวยอร์ก และมีร้านหลายสาขาทั่วโลก ทั้งในนิวยอร์ก เบเวอร์ลีฮิลส์ ลอนดอน ปารีส โตเกียว ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้   

 

เกี่ยวกับ Harry Winston Brilliant Futures Charitable Program

การสนับสนุนชุมชนและการให้ความหวังแก่ผู้ยากไร้เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยมีต้นกำเนิดมาจากคุณแฮร์รี่ วินสตัน ผู้ก่อตั้งบริษัท โดยในช่วงปี 2492-2496 เขาได้เดินสายจัดนิทรรศการ “The Court of Jewels” เพื่อแสดงคอลเลคชันเครื่องประดับแห่งประวัติศาสตร์สุดแสนประทับใจของเขาไปตามเมืองสำคัญๆของสหรัฐอเมริกา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อระดมเงินช่วยเหลือคนในท้องถิ่น

 

ทุกวันนี้ เรายังคงดำเนินตามวัฒนธรรมการให้ผ่านโครงการ Harry Winston Brilliant Futures(TM) Charitable Program ซึ่งให้การสนับสนุนองค์กรต่างๆในท้องถิ่น ที่ช่วยเหลือเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและทักษะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในชีวิตและอนาคตที่สดใส   

 

เกี่ยวกับ amfAR

amfAR, The Foundation for AIDS Research เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของโลก ที่อุทิศตนให้กับการสนับสนุนงานวิจัยโรคเอดส์ การป้องกันเอชไอวี การให้ความรู้ด้านการรักษา และการผลักดันนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ โดยนับตั้งแต่ปี 2528 amfAR ได้ใช้เงินลงทุนเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ในโครงการต่างๆ พร้อมมอบเงินสนับสนุนกว่า 3,300 ทุนให้แก่ทีมวิจัยทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amfar.org     

 Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece Mens / Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece (PRNewsFoto/Harry Winston, Inc.)

Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece (PRNewsFoto/Harry Winston, Inc.)

รูปภาพ- http://photos.prnewswire.com/prnh/20160204/329735

Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece Womens / Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece (PRNewsFoto/Harry Winston, Inc.)

Harry Winston Countdown to a Cure Timepiece (PRNewsFoto/Harry Winston, Inc.)

รูปภาพ- http://photos.prnewswire.com/prnh/20160204/329736

Taisys เปิดตัว WuKong Console มุ่งปฏิวัติความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ-ผู้ให้บริการเสริม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไทเป, ไต้หวัน–10 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Taisys Technologies เปิดตัว WuKong Console แพลตฟอร์มแรกของโลกสำหรับการบริหารจัดการบริการเสริม (OTT) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNO) และผู้ให้บริการ OTT การประสานกำลังในรูปแบบใหม่นี้สามารถเป็นไปได้ด้วย WuKong ซึ่งจะกลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างรายได้ใหม่ๆสำหรับ MNO ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการให้บริการ OTT ตลอดจนรายได้และกำไรที่ลดลง WuKong ต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มslimduet(R) และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย IMSI ของ Taisys ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับความสำเร็จในการใช้ระบบ eSIM เชิงพาณิชย์

ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยนั้น เหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายจึงต้องปฏิบัติตามหลักความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต (Net Neutrality) ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยจะไม่มีการปิดกั้น การปรับแต่งความเร็ว หรือการให้ความสำคัญกับบริการและคอนเทนท์ที่คิดค่าบริการ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถเปลี่ยนบทบาทของตนจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปเป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ซึ่งหมายถึงความเป็นอิสระในการคิดค้นบริการและคอนเทนท์ให้หลากหลายเพื่อนำเสนอแก่ผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงบทบาทดังกล่าวได้ ด้วยการปรับเปลี่ยน IMSI และด้วยการปลดแอกจากหลักความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือในแนวดิ่ง ที่ซึ่งบริการและคอนเทนท์ได้ถูกรวมเข้ากับทราฟฟิค และสามารถคิดค่าบริการในส่วนของ OTT ได้

เจสัน โฮ ประธานของ Taisys กล่าวว่า “การเดินทางสู่ eSIM นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย อย่างไรก็ดี Taisys เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทรงพลังสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย โดยช่วยให้การเปลี่ยนแปลงไปสู่บริการเครือข่ายที่เป็นอิสระนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น และมีการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นศูนย์กลาง ขณะที่ WuKong Console จะช่วยร่ายมนตร์เพิ่มศักยภาพในการฟื้นฟูบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่าย”

แพลตฟอร์มนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า WuKong เนื่องจากความคล้ายคลึงกันระหว่างขีดความสามารถด้าน IMSI กับอิทธิฤทธิ์ของราชาวานร Sun WuKong หรือซุนหงอคง โดยในวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง Journey to the West หรือตำนานไซอิ๋วนั้น หงอคง หรือเห้งเจีย ได้ปรากฏกายเป็นองครักษ์พิทักษ์พระถังซัมจั๋ง ในระหว่างที่พระองค์เดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดีย หงอคงมีชื่อเสียงในด้านอิทธิฤทธิ์ โดยสามารถดึงขนแต่ละเส้นเพื่อแปลงร่างเป็นหงอคงอีกตนที่มีอิทธิฤทธิ์เท่าเทียมกันในการกำราบศัตรูที่เผชิญในระหว่างการเดินทาง และสามารถแปลงกายได้ถึง 72 ร่าง ในทำนองเดียวกัน ผู้ให้บริการเครือข่ายก็สามารถรับมือกับความท้าทายด้าน OTT ที่หลากหลาย ด้วยการแปลง IMSI ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดไปเป็นบริการในรูปแบบต่างๆ เช่นเดียวกับหงอคงที่แปลงกายได้หลายร่างด้วยเส้นขนที่ไม่จำกัด การใช้แพลตฟอร์ม WuKong จึงสามารถเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่าย ด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด

WuKong Console จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Mobile World Congress 2016

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของ Taisys ที่ http://www.taisys.com/index

ติดต่อ:

โลตัส หลิน

โทร. +886-2-2627-0927 
อีเมล: lotus.lin@taisys.com