Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สุดรันทด! 4 ชีวิตแม่ลูกอาศัยตึกร้าง ‘ต้ม’น้ำขังบ่อข้างถนนประทังชีวิต คลอดลูกเอง

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694238

สุดรันทด! 4 ชีวิตแม่ลูกอาศัยตึกร้าง ‘ต้ม’น้ำขังบ่อข้างถนนประทังชีวิต คลอดลูกเอง

สุดรันทด! 4 ชีวิตแม่ลูกอาศัยตึกร้าง ‘ต้ม’น้ำขังบ่อข้างถนนประทังชีวิต คลอดลูกเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.27 น.

สุดรันทด! 4 ชีวิตแม่ลูกอาศัยตึกร้าง ‘ต้ม’น้ำขังบ่อข้างถนนประทังชีวิต คลอดลูกเอง

24 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าว จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งว่ามีแม่ลูก 4 ชีวิตสุดรันทดอาศัยตึกร้างที่บริเวณริมถนนสายสายบายพาส-ปราณบุรี ฝั่งขาล่องใต้ หมู่ 4 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นที่อาศัยหลับนอน ท่ามกลางกองขยะ น้ำและไฟไม่มี ต้องอาศัยน้ำขังในบ่อข้างถนน ต้มดื่มกิน หุงข้าว และอาบน้ำ ใช้ป่ารกข้างหลังอาคารเป็นที่ขับถ่าย รวมทั้งหาผักและปลามาทำกับข้าวกินเพื่อประทังชีวิต

เมื่อไปตรวจสอบ พบว่า ที่บริเวณดังกล่าวมีโครงสร้างเป็นแบบอาคารพาณิชย์ 5 คูหา ที่ยังสร้างไม่เสร็จ และถูกปล่อยทิ้งร้าง น้ำและไฟไม่มี ภายในตัวอาคารพบ น.ส.ชนนิกานต์ อายุ 28 ปี อาศัยอยู่กับลูกสาว 4 คน อายุ 2 ปี , 5 ปี , 8 ปี และอายุ 1 เดือน ที่กำลังนอนอยู่ในเปลผ้า ท่ามกลางกองผ้าและเศษขยะที่กองกระจัดกระจายเป็นจำนวนมาก มองดูแล้วสุดเวทนา

น.ส.ชนนิกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วตนได้หอบลูกน้อย 3 คน ติดตามสามีจาก จ.อุดรธานี เพื่อมารับจ้างตัดอ้อยในพื้นที่ อ.ชะอำ โดยพักอยู่ในแคมป์คนงาน แต่ต่อมานายจ้างได้ไล่ให้ตนและสามีออกจากงาน อ้างว่าตนมีลูกเยอะและขี้เกียจทำงาน ขณะที่เดินเร่ร่อนอยู่ริมถนนพายพาสได้พบเห็นอาคารดังกล่าว จึงเข้าไปอาศัยหลับนอนโดยไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ต้องใช้น้ำขังในขังบ่อข้างถนนมาต้มเพื่อใช้ดื่มกิน หุงข้าว อาบน้ำ และใช้ป่ารกชัฏเป็นที่ขับถ่าย

น.ส.ชนนิกานต์ กล่าวอีกว่า ต่อมาสามีได้ออกไปทำงานรับจ้างรีดน้ำวัวในหมู่บ้านอยู่ไม่ไกลจากอาคารร้าง ซึ่งเงินค่าจ้างที่ได้มาก็ไม่พอใช้จ่าย ตนต้องออกไปหาผัก หาปลา และหอยเชอรี่ในคูคลองมาทำกับข้าวรับประทานเพื่อประทังความหิว ส่วนขนมของลูกก็ไม่มีเหมือนเด็กทั่วไป ต้องหาลูกพุทรา มะขามเทศ และผลไม้อื่นๆที่มีอยู่ในป่ารกชัฏมาให้กิน และเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาตนได้คลอดลูกสาวเอง โดยมีสามีคอยช่วยเหลือนำกรรไกรมาตัดรก โดยไม่ได้ไปหาหมอแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีเงินและรถที่จะไปโรงพยาบาล

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ว่า ก่อนหน้านี้เคยมีชาวบ้านนำอาหารและของใช้ไปให้ รวมถึงเก็บขวด เศษเหล็กให้ น.ส.ชนนิกานต์ ไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว แต่ น.ส.ชนนิกานต์ ไม่ค่อยจะออกไปเอา รวมถึงมีหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือนำบุตรสาว 2 คนไปเข้าเรียนชั้นอนุบาลและชั้นประถมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอชะอำด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนก่อน

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694217

ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนก่อน

ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

“..ต้องพูดให้คิดบ้าง เพราะเวลามีแต่เดินไปข้างหน้า มีแต่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ ชีวิตของพวกเราจะสั้นลงไปเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาอยู่เรื่อยๆ ว่าร่างกายของพวกเราเป็นของไม่เที่ยง มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตายเป็นธรรมดา จงยังประโยชน์ของตนและของผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

นี่เป็นพระปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้ ก่อนที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไป ทรงมีความห่วงใยพวกเราเป็นอย่างมาก ที่อาจจะไม่ค่อยได้คิดถึงความจริงข้อนี้ ความจริงที่ว่าชีวิตของพวกเรานี้ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน จะหมดไปได้ในวันใดวันหนึ่ง และจะต้องหมดไปอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น จึงไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ควรคิดว่าจะอยู่ไปนานๆ เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้นานสักเท่าไหร่ 

จึงควรคิดตรงกันข้าม ควรคิดว่าอาจจะอยู่ไปไม่นาน จะได้ถือว่าไม่ประมาท ถ้าคิดว่าจะอยู่นานก็ถือว่าประมาท ถ้าคิดว่าอาจจะไปวันนี้หรือพรุ่งนี้ จะได้รีบจัดการกับสิ่งที่ควรจะจัดการ รีบจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ว่าสิ่งไหนสำคัญ สิ่งไหนไม่สำคัญ 

“ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนก่อน” ให้ตนได้หลุดพ้นจากความทุกข์ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดก่อน แล้วค่อยทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นต่อไป ถ้ามัวแต่ไปทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ไม่ทำประโยชน์ให้กับตน ตนจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร ประโยชน์ของตนจึงต้องมาก่อน ประโยชน์ของตนก็คือ.. ประโยชน์ของใจนี่เอง ต้องมาก่อนประโยชน์ของร่างกายและของกิเลสตัณหา…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๖  (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! รอยพระพุทธบาทกลางน้ำโขงโผล่พ้นเหนือน้ำให้กราบขอพรแล้ว

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694216

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! รอยพระพุทธบาทกลางน้ำโขงโผล่พ้นเหนือน้ำให้กราบขอพรแล้ว

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! รอยพระพุทธบาทกลางน้ำโขงโผล่พ้นเหนือน้ำให้กราบขอพรแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.28 น.

รอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำโขงอายุราว 2,500 ปีที่จารึกบนโขดหิน ที่หน้าวัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินพระบาท ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โผล่พ้นน้ำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้กราบขอพรแล้ว เผยปีนี้โผล่เร็วกว่าทุกปี

วันที่ 24 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ช่วงฤดูแล้งปีนี้สถานการณ์ภัยแล้ง มีแนวโน้มวิกฤตมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะระดับน้ำโขง มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุดระดับน้ำโขงมีจุดต่ำสุดประมาณ 2 เมตร ถือว่าเป็นระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ในรอบหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีความผันผวนลด และเพิ่มระดับรวดเร็ว เป็นผลกระทบอันเนื่องมาจากการเก็บกักน้ำของเขื่อนในประเทศจีน บวกกับปีนี้ปริมาณฝนต่ำกว่าทุกปี ทำให้ปริมาณน้ำโขงและลำน้ำสาขาสายหลักมีปริมาณน้ำเก็บกักต่ำ 

ขณะเดียวกันหลังน้ำโขงแห้งลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นที่น่าสังเกตว่า บริเวณน้ำโขงพื้นที่หน้าวัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินพระบาท ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่พบเห็นความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้พบเห็นโขดหินโผล่ขึ้นเหนือน้ำชัดเจนหลายจุด รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใต้น้ำโขง คือ รอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำโขง อายุราว 2,500 ปีที่จารึกบนโขดหินกลางน้ำโขงและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุ สมัยสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรก ที่ระบุไว้ว่า

ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ เดินทางมาเผยแพร่พระธรรมในชมภูทวีปลุ่มน้ำโขงล่องมาตามลำแม่น้ำโขง ได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาล และพญาปลาปากคำที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้แปลงกลายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมาโลกมนุษย์เหล่าพญานาค และพญาปลาปากคำ ได้ร้องขอพระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์ไหว้กราบบูชา จึงได้ปรากฏเห็นถึงปัจจุบัน ปกติจะพบเห็นสามารถลงไปกราบไหว้บูชาในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี แต่ช่วง 4 -5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าระดับน้ำโขงลดเร็ว ทำให้รอยพระพุทธบาทโผล่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เช่นเดียวกับปีนี้ถือว่าลดเร็วกว่าทุกปี

นายสุขิน สีเพ็ง อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านเวินพระบาท หมู่ 1 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม เปิดเผยว่า สำหรับโขดหินรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ปีนี้น้ำโขงแห้งเร็ว ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้กราบไหว้ขอพร ตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จากปกติจะเห็นได้ชัดช่วงสงกรานต์ของทุกปี แต่ปีนี้นอกจากจะโผล่เหนือน้ำเร็วกว่าทุกปี ยังสามารถมองเห็นฐานของโขดหินอย่างชัดเจน ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างทยอยเดินทางไปกราบไหว้ขอพร ตามประเพณีความเชื่อ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

โดยทางวัดพระบาทเวินปลา ร่วมกับชุมชน หมู่บ้าน บ้านเวินพระบาท ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน ร่วมกับเทศบาลตำบลเวินพระบาท ร่วมกันจัดสร้างสะพานเชื่อมไปยังโขดหินที่โผล่กลางน้ำ  อำนวยความสะดวก ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ ชื่นชมใกล้ชิด และจะมีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ยาวไปถึงประเพณีสงกรานต์ เดือนเมษายน ของทุกปี ส่วนช่วงฤดูฝนจะมีการจัดสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ในวัดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมกราบไหว้ ขอพร

ถึงแม้เป็นผลดีต่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ยาวขึ้น แต่ยอมรับว่า ชาวบ้านในพื้นที่ยังกังวล เรื่องของระดับน้ำโขง ที่มีความผันผวนลดระดับ และเพิ่มระดับเร็วผิดธธรรมชาติ เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อภัยแล้งวิกฤต รวมถึงลำน้ำสาขาปริมาณน้ำต่ำ และยังมีความกังวล ไม่สามารถคาดการระดับน้ำได้ เพราะปัจจุบันระดับน้ำโขง จะมีความผันผวนผิดธรรมชาติ อีกทั้งกระทบอาชีพประมงหาปลามากยิ่งขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เตือน’เฝ้าระวัง.. ภาวะสมองเสื่อม’ เผยมักพบในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694212

แพทย์เตือน'เฝ้าระวัง.. ภาวะสมองเสื่อม' เผยมักพบในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

แพทย์เตือน’เฝ้าระวัง.. ภาวะสมองเสื่อม’ เผยมักพบในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.21 น.

หากมีพฤติกรรม บุคลิกภาพ อารมณ์ การเคลื่อนไหว และการตัดสินใจ การสื่อสาร ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเป็นอาการของภาวะสมองเสื่อม ซึ่งจะส่งผลทำให้การทำงานของสมองแย่ลงและกระทบต่อชีวิตประจำวัน และภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

พญ.ชนิษฐา เทภาสิต อายุรแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยา ศูนย์หลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า สาเหตุของภาวะสมองเสื่อม แบ่งหลักๆ เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่ม 1 สมองเสื่อมจากสาเหตุที่แก้ไขได้ ซึ่งกลุ่มนี้หากตรวจพบเร็ว และแก้ไขอย่างทันถ่วงที จะช่วยรักษาป้องกันภาวะสมองเสื่อมที่จะตามมา

– การขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามิน 1 หรือ บี 12 และโฟลิก (Folic acid)

– การติดเชื้อในสมอง หากมีการติดเชื้อในสมองอาจก่อให้เกิดการอักเสบและทำให้เซลล์สมองบางส่วนตายไป

– เนื้องอกในสมอง โดยเฉพาะเนื้องอกที่เกิดบริเวณด้านหน้าของสมอง

– โพรงน้ำในสมองขยายตัวขึ้นจากน้ำเลี้ยงสมองคั่งจนเกิดการกดทับและทำลายเนื้อสมองได้

– ยาหรือสารพิษต่างๆที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง

กลุ่ม 2 สมองเสื่อมจากตัวความเสื่อมของสมองโดยตรง หรือ โรคอัลไซเมอร์ โดยเกิดจากสมองที่เสื่อม ฝ่อล้า ทำให้ความจำ ความคิดถดถอย โดยการป้องกันภาวะสมองเสื่อมบางสาเหตุยังไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด อาจชะลอความเสื่อมด้วยการออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง การรักษาน้ำหนักตัวให้มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ การฝึกสมอง รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อการหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับการวางแผนการรักษาอย่างทันถ่วงที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คสช.ห่วง‘ความรุนแรงในสังคม-อาวุธปืน’ดันใช้‘สมัชชาสุขภาพ’พัฒนานโยบายสานพลังทุกภาคส่วนแก้ปัญหา

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694183

คสช.ห่วง‘ความรุนแรงในสังคม-อาวุธปืน’ดันใช้‘สมัชชาสุขภาพ’พัฒนานโยบายสานพลังทุกภาคส่วนแก้ปัญหา

คสช.ห่วง‘ความรุนแรงในสังคม-อาวุธปืน’ดันใช้‘สมัชชาสุขภาพ’พัฒนานโยบายสานพลังทุกภาคส่วนแก้ปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.01 น.

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รับทราบแนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อหามาตรการป้องกัน-ลดความรุนแรงโดยเฉพาะปัญหาจาก “อาวุธปืน” ในสังคมไทย ผ่านกระบวนการจัด “สมัชชาสุขภาพ” พร้อมเชิญชวนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมเวที “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15” วันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ และ “สมัชชาสุขภาพสากลเมืองพัทยา ครั้งที่ 1” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นเป็นครั้งแรก 26 ธ.ค.นี้

ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2565 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธาน คสช. เป็นประธาน มีมติรับทราบแนวทางการพัฒนานโยบายสาธารณะ เรื่อง การป้องกันและลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทย โดยเฉพาะความรุนแรงจากอาวุธปืนและอื่นๆ และมอบให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ชวนเครือข่ายใช้กระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น หรือสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายและขับเคลื่อนแก้ปัญหาเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการพัฒนานโยบายดังกล่าว เป็นไปตามข้อเสนอที่ สช. และภาคีเครือข่าย ได้ประชุมปรึกษาหารือและมีข้อเสนอเบื้องต้นเป็นแนวทางในการลดความรุนแรงของสังคมไทย อาทิ การกำหนดนโยบายวาระเร่งด่วนแห่งชาติ (National Policy Agenda) การลดปัจจัยอันเป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง การสร้างมาตรการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การจัดทำฐานข้อมูลอย่างจริงจัง รวมไปถึงการเสนอให้มีการพัฒนาพื้นที่เมืองต้นแบบที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้จำเป็นต้องมีกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ซึ่ง “สมัชชาสุขภาพ” จะเป็นกระบวนการพัฒนาและกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้งสามารถดูแลแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบกับปัญหาความรุนแรงในหลายมิติ ทั้งในความรุนแรงที่ปรากฎเด่นชัดต่อสาธารณะ เช่น อาชญากรรมการปล้น ฆ่า การสังหารหมู่ การทะเลาะตีกันของวัยรุ่น สถานการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดจนการฆ่าตัวตาย และยังมีความรุนแรงที่ไม่ค่อยปรากฏต่อสาธารณะที่ซ่อนเร้นอยู่ในสังคมอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะความรุนแรงต่อเด็ก สตรี คนชรา และความรุนแรงในครอบครัว โดยพบว่า เด็กไทยถูกรังแกในโรงเรียนเป็นอันดับที่ 2 ของโลก พบเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเฉลี่ย 6 แสนคนต่อปี หรือจากสถิติการฆ่าตัวตายของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปี 2562 พบว่าประเทศไทยยังอยู่ในอันดับ 32 มีอัตราการฆ่าตัวตาย 14.4 คน ต่อประชากรแสนคน

“จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกราดยิงที่โคราช จนถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดหนองบัวลำภู ได้สร้างความตื่นตระหนก หดหู่ใจจากการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธร้ายแรง ภายใต้สังคมที่เต็มไปด้วยอาวุธและยาเสพติดที่หาได้ไม่ยาก ซึ่งการแก้ปัญหาต้องแก้ที่รากเหง้าของความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรมและระบบของสังคม และอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อกำหนดแนวทางในการขจัดความรุนแรงในมิติต่างๆ ในสังคมไทย รวมทั้งแนวทางในการป้องกันและช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ” นายอนุทิน กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช. ได้รับทราบผลการติดตามและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา ซึ่งหลายมติได้ถูกนำไปกำหนดเป็นแผนหรือนโยบายในระดับชาติ รวมถึงมีการนำไปขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ โดยที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ สช. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย มติ 10.1 การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น มติ 12.1 ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน มติ 14.1 การสร้างเสริมสุขภาวะสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในวิกฤตโควิด-19 

วันเดียวกัน ที่ประชุม คสช. ยังได้รับทราบและชื่นชมความคืบหน้าการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค. 2565 ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการ คอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ที่นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) รายงานต่อที่ประชุม  และการเตรียมการจัดสมัชชาสุขภาพสากลเมืองพัทยา ครั้งที่ 1 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ธ.ค. 2565 ณ โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา ที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นำเสนอ

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประธาน คจ.สช. เปิดเผยว่า สำหรับการเตรียมงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ขณะนี้มีความพร้อมทุกด้านแล้ว ขณะเดียวกันในการเตรียมประเด็นเข้าสู่การพิจารณาของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ปี 2566 มีหลายประเด็นที่มีความสำคัญระดับชาติที่จะถูกหยิบยกเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งหน้า เช่น 1. การจัดการทรัพยากรน้ำ จากเหตุน้ำท่วมหลายครั้งที่ผ่านมา 2. การลดความรุนแรงในสังคมไทย จากเหตุการณ์ที่ จ.หนองบัวลำภู และ 3. ยุติธรรมชุมชน เป็นการจัดการความขัดแย้งตั้งแต่ระดับฐานราก 4.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทย ที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างรวดเร็ว

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการ คสช. ย้ำว่า ในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ มีกิจกรรมใหญ่ของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ทั้ง สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่เน้น “ความเป็นธรรมทางสุขภาพ โอกาสและความหวังอนาคตประเทศไทย” และจะมีการพิจารณา 3 ระเบียบวาระ ประกอบด้วย 1. การขับเคลื่อนแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน (Calories Credit Challenge: CCC) ภายใต้แนวคิดโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) 2. การขจัดความยากจนตามโมเดล BCG: การยกระดับเศรษฐกิจของครัวเรือน 3. หลักประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

เลขาธิการ คสช. กล่าวเพิ่มว่า ขณะเดียวกันเมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่างพัทยา จะมีการจัดสมัชชาสุขภาพสากลเมืองพัทยาขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ประเด็นหลัก (Theme) “การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพ” โดยจะมีการพิจารณาใน 2 ระเบียบวาระ ได้แก่ 1. ธรรมนูญสุขภาพเมืองพัทยา 2. การจัดการพื้นที่สาธารณะทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม ซึ่งในครั้งนี้ยังจะมีการใช้กระบวนการ Hackathon ของคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานโยบายสาธารณะของเมือง

“จึงอยากขอเชิญชวนสมาชิกสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะทั้ง 2 กิจกรรมใหญ่ ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งแต่ละประเด็นล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน” เลขาธิการ คสช. กล่าวเชิญชวน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นครพนมเปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนเป็นศูนย์ สร้างต้นแบบเที่ยวรักษ์โลก

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694160

นครพนมเปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนเป็นศูนย์ สร้างต้นแบบเที่ยวรักษ์โลก

นครพนมเปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนเป็นศูนย์ สร้างต้นแบบเที่ยวรักษ์โลก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

จังหวัดนครพนมเปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนเป็นศูนย์ สร้างต้นแบบเที่ยวรักษ์โลก ตอบโจทย์ BCG โปรแกรมท่องเที่ยวตามวิถี Low Carbon  “เที่ยวนครพนม สุขเต็มที่ ดีต่อโลก”  นำร่อง 3 เส้นทางวัฒนธรรม ชวนสัมผัสวิถีชุมชนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 24 พ.ย.65 เมื่อเวลา 13.00 น.ที่โรงแรมชีวาโขง ริมแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ผอ.ททท.) สำนักงานนครพนม นายคงกริช พงษ์พันธ์  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม นายชาญยุทธ อุปพงษ์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม ร่วมกันแถลงข่าวการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบรับการขับเคลื่อนนโยบาย BCG ที่รัฐบาลมีการผลักดัน เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” หรือ Bangkok Goals on BCG Economy ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 Thailand ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

โดย 3 เส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบที่จังหวัดนครพนมได้ออกแบบไว้ ภายใต้สโลแกน เที่ยวนครพนม สุขเต็มที่ ดีต่อโลก จะเป็นการท่องเที่ยวตามเส้นทางหลักโดยรอบองค์พระธาตุพนมในพื้นที่ 4 ตำบลต้นแบบ คือ ตำบลนาถ่อน ตำบลพิมาน ตำบลท่าลาด และตำบลหนองสังข์ ภายใต้แนวคิด BCG Economy Model & Happy Models ที่เป็นการท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงวิถีคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ด้วยการชดเชยให้เสมือนปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ บนพื้นฐานการคำนวณการเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศที่มีนักท่องเที่ยว 8 คน จากการลดการใช้ทรัพยากร ลดใช้พลังงาน ลดขยะ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Tourism) 

ประกอบไปด้วย โปรแกรมที่ 1 เช้าไป-เย็นกลับ เที่ยวนาถ่อน ชนเผ่าไทกวน สุขเต็มที่ ดีต่อโลก มีระยะทางรวม 144 กิโลเมตร มีค่าการปล่อย Carbon Footprint /คน/วัน จำนวน 13 kgCo2eq และชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต/ทริป จำนวน 160 kgCo2eq ซึ่งเส้นทางนี้ทุกคนจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชนเผ่าไทยกวนดูการตีเหล็ก ทำขนมจีนที่ไม่ใช้แป้ง ชมอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ไหว้พระธาตุพนมและพระธาตุมรุกขนคร โปรแกรมที่ 2 เช้าไป-เย็นกลับ เที่ยวพิมาน สุขเต็มที่ ดีต่อโลก ระยะทางรวม 157 กิโลเมตร มีค่าการปล่อย Carbon Footprint /คน/วัน จำนวน 13 kgCo2eq และได้ทำการชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต/ทริป จำนวน 160 kgCo2eq ซึ่งจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวพิมานกับการทอผ้าไหมลายคัมภีร์ การผลิตน้ำมันยางนา การล่องแพลุ่มน้ำก่ำ ไหว้พระธาตุพนมและพระธาตุเรณู และโปรแกรมที่ 3 (เที่ยว 2 วัน 1 คืน) เที่ยวท่าลาด-หนองสังข์ สุขเต็มที่ ดีต่อโลก รวมระยะทาง 194 กิโลเมตร มีค่าการปล่อย Carbon Footprint /คน/วัน จำนวน 12.5 kgCo2eq (25 kgCo2eq ต่อคน/ 2 วัน) และทำการชดเชยคาร์บอนเครดิต/ทริป จำนวน 300 kgCo2eq  ซึ่งวันแรกจะได้ไหว้พระธาตุเรณู ก่อนที่จะไปรื่นรมย์ชมวิถีลุ่มน้ำก่ำและข้าวหอมนาคาในชุมชนบ้านท่าลาด ส่วนวันที่ 2 จะสัมผัสกับวิถีชีวิตชนเผ่าไทกะเลิง บ้านหนองสังข์ เรียนรู้การทอผ้ายก ไหว้พระธาตุศรีคุณ ชมวัดภูพานอุดมธรรม และปิดท้ายด้วยการไหว้องค์พญาศรีสัตนาคราชและล่องเรือสำราญริมฝั่งแม่น้ำโขง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694143

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.08 น.

ถ้านึกถึงงานศิลปะที่โดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ ในวงการตกแต่งบ้านสไตล์คนเมืองที่รักการผสมผสานระหว่างงานเกษตรและงานด้านศิลปะ จะต้องนึกถึง “สนิท” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันในวงการบ้านและสวน ซึ่งโดดเด่นสะดุดตาผู้เข้าชมงานบ้านและสวน 2022 

ที่สำคัญเจ้าของธุรกิจไอเดียบรรเจิดนี้ คือ นางนุชนารถ รัตนเวโรจน์ ภรรยาของนายจอห์น รัตนเวโรจน์ หนึ่งในศิลปินนักร้องและนักดนตรีวง “นูโว” ซึ่งนำความชอบด้านงานศิลปะมารังสรรค์ผสมผสานกับงานต้นไม้ได้อย่างลงตัวในราคาตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักแสนบาท โดยใช้ชื่อร้านว่า “สนิท” (SANIT) และ ปัจจุบันมี 2 สาขา คือ สาขาแรกที่หมู่บ้านสัมมากร รามคำแหง ซอย 110 และ คลองเตย กรุงเทพมหานคร ตกแต่งสไตล์โมรอคโค และ สาขาที่สอง อยู่ที่คลองเตยตกแต่งสไตล์ Chi art serie Hotel รูปแบบถ้ำสีแชมเปญแอฟริกันสไตล์

นางนุชนารถเล่าถึงที่มาการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มาพร้อมกับสายกรีนอย่างยั่งยืนว่า มาจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปทำรายงานโทรทัศน์ที่ประเทศญี่ปุ่น และ มีการสอนปั้นเซรามิกส์ ซึ่งงานศิลปะนี้สามารถเข้าไปแก้ปัญหาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื่องกล้ามนิ้วมือและผู้สูงอายุได้  

“นุชอยู่ในวงการโทรทัศน์มา 30 กว่าปี เราอยู่กับครอบครัวที่พ่อแม่เป็นผู้สูงอายุ คุณพ่อเป็นสถาปนิก คุณแม่เป็นแม่บ้าน ทั้งสองท่านรีไทร์ทั้งคู่ แล ะเริ่มป่วย เริ่มเครียด และ เราก็รู้สึกเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคนที่เขาเกษียณ เขาไม่มีอะไรทำ เราก็ต้องเริ่มดูแลเป็นพิเศษ วันหนึ่งก็ไปที่จังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่น ไปทำรายการ เราได้เห็นคนที่มีปัญหาเรื่องกล้ามนิ้วมือ และ ผู้สูงอายุ มีอะไรทำระหว่างวัน ระหว่างที่เราทำก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปั้นดิน ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจซึ่งมาจากสิ่งที่เราเห็นผู้คนในขณะนั้น และไปที่ญี่ปุ่น เราก็เห็นว่าการปั้นนี้ดีน่ะ เราก็รู้สึกภาคภูมิใจ และ เก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ไว้ วันหนึ่งก็ไปเห็นเครื่องปั้นดินเผาที่ตุรกี และ อิตาลี ก็ไปทำรายการแล้วก็ได้ไปเห็นงานศิลปะ นุชก็พริ้นท์ภาพถ่ายสวยๆเหมือนเป็นเรฟเฟอร์เรนท์ คุณพ่อก็งงว่า เอาอะไรมาให้เขาปั้น เครื่องมือก็ซื้อมาให้แบบเต็มเรียบร้อย เพราะว่าเราก็ต้องไปทำงานต่างประเทศ ปรากฎว่าเป็นทริปที่คุณพ่อและคุณแม่ไม่โทรหาเรา และ หลังๆก็มีน้อยมากที่จะโทรหาเรา พอกลับมาจากทำรายการ มาเห็นผลงานของคุณพ่อและคุณแม่ก็เลยรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ คุณพ่อปั้นสวยมาก ภาพแรกเป็นปราสาทอยู่หน้าภูเขา ซึ่งความรู้เรื่องแลนสเคป (Landscape) ของคุณพ่อทำให้ออกมาสวยมาก และ คุณแม่ก็ช่วยทาสี ตอนนั้นท่านก็ปั้นเยอะเลย ต่อมาก็นำชิ้นงานมาผสมผสานกับต้นไม้ที่เราชอบ เพราะเราชอบต้นไม้ มีปราสาทในแฟนตาซี พอปั้นไปเรื่อยๆคุณพ่อเองไม่ต้องการตัวอย่างแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณพ่ออายุจะ 81 รู้สึกว่า การที่ท่านแสดงออกงานปั้นผ่านงานศิลปะ เป็นตัวของตัวเอง เราไม่เคยเห็นที่ไหน อย่างงานเลดี้กับผู้หญิง และตอนนี้งานปั้นของคุณพ่อมีเป็นหมื่นๆชิ้น ก็ประทับใจ แล้วก็มันเริ่มเยอะขึ้น และก็เริ่มให้ซื้องานของคุณพ่อให้ลูกน้องก่อน และ ต่อมาก็ให้เพื่อนมาช่วยซื้อ งานปั้นมีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงแสนบาท เราก็เลยต้องใช้ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องการตลาด และ เรื่องดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว เพราะเราต้องทำแพลตฟอร์มของออนไลน์ เช่น เรื่องยูทูบ อินสตราแกรม เฟสบุ๊ค” นางนุชนารถเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

สำหรับชื่อ “สนิท” นั้น นางนุชนารถเล่าว่า ชื่อ “สนิท” มาจากนามสกุล “กลิ่นสนิท” ซึ่งเป็นความภูมิใจที่นำท้ายนามสกุลมาตั้งชื่อร้าน และ เป็นการสื่อว่าร้านนี้จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนได้มาสนิทกัน 

“อย่างคนที่มาเรียนที่นี่ไม่รู้จักกัน ก็มาสนิทกัน เป็นคอมมูนิตี้ (community)เล็กๆ ต่อมาก็ทำการตลาดออนไลน์ขึ้นมา โดยเปิดพื้นที่สวนในบ้านทีี่สัมมากร เปิดสอนจนรถจอดหน้าบ้านเต็ม ก็ต้องไปเช่าบ้านเพิ่ม คุณพ่อพอได้มาสอน จากที่เคยป่วยทุกโรค ก็หายทุกโรค เพราะจับเงิน คุณแม่ก็สุขภาพดีขึ้น น้องสาวจบเพาะช่าง ชื่อลาวัลย์ทิพย์ กลิ่นสนิท หรือ ครูอพอลโล ก็ให้มาช่วย จากที่เขาก็มีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วนพี่ชายอีก 2 คน เป็นสถาปนิก ก็มาช่วยกันวางแผนคิดโน่นคิดนี่ พี่น้องไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ ทำให้เรามีความสุขมาก ทำให้เห็นว่า เราได้อยู่กับครอบครัวซึ่งพื้นที่ร้านที่สนิทปรากฎว่า มีลูกค้าที่เป็นหมอที่ทำงานเครียด เอเจนซี่ที่ต้องทำงานให้ลูกค้า พนักงานประจำที่ทำงานเครียด หรือ บางคนที่ทำงานเครียดมาก ก็จะหนีมาหา “สนิท” 

เราก็รู้เลยว่า เขาต้องการความสงบ ต้องการสมาธิ หรือ ต้องการฉีกจากโลกที่เขาอยู่ นุชก็เลยมีเพื่อนหลากหลายอาชีพ ทำให้ธุรกิจในช่วงแรกๆเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก็ขยับขยายไปเรื่อยๆตั้งแต่ เริ่มซื้อหลังคา เก้าอี้ แอร์ตู้ และ เริ่มเกรงใจเพื่อนบ้าน เพราะที่จอดรถหน้าบ้านเริ่มเต็ม ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีโควิด ซึ่งนุชชอบทำอาหาร ทำส้มตำ เอามะละกอหลังบ้านมาทำ เราจะชอบการจัดอาหารสวยๆ เราทำอาหารเลี้ยงกินกันฟรี ก็แชร์กันปากต่อปากว่า มาเรียนที่สนิทแล้วแล้วมีอาหารเลี้ยงฟรี ต่อมาเราก็คิดว่า ถ้าธุรกิจจะเจริญรุ่งเรืองได้ ต้องวางแผนที่เหมาะสม 

เราก็เลยขยายเรื่องพื้นที่สอน ก็ได้ที่ตรงนี้ติดกับทะเลสาป ทำให้สนิทเต็มรูปแบบ เป็นสไตล์โมรอคโค โดยเธอเล่าวว่า เป็นคนที่ชอบสไตล์โมรอคโค ซึ่งมีสีสันที่สัมผัสแล้วไม่ง่วง ทำให้คนที่เข้ามาในร้านจะมีความรู้สึกแอคทีฟ

“สไตล์โมรอคโคจะเป็นศิลปะที่ทำให้มีมุมที่ถ่ายรูปสวย และ แตกต่างกันในแต่ละมุม และที่สำคัญจะมีงานศิลปะหลอกหลอนเราในแต่ละที่ รวมทั้งด้วยความชอบทำอาหารนุชกับลูกชายคนโตคือ น้องจัสติน หรือ นายมหาสมุทร รัตนเวโรจน์  ไปเรียนเลอ กอร์ดอง เบลอ และ เรียนดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง มาด้วยกัน ตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว นุชก็จะสนิทกับลูกชายคนโตมาก และ นุชใช้หลักบริหาร 3 แปดให้ได้ คือ นอน 8 ชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง ให้ครอบครัว 8 ชั่วโมง รวมไปถึงยังมองว่าการทำงานยุคนี้ต้อง Passive income คือ ทางรอดของธุรกิจยุคนี้ ดังนั้น ความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่ เรามาสอดแทรกในงานศิลปะ และ จิวเวอร์รี่ ถ้าคนมาเรียนเราจะถามก่อนว่า เรียนเป็นงานอดิเรก หรือ เรียนเป็นอาชีพ ถ้าเรียนเป็นอาชีพเราก็จะใส่เรื่องดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งให้” นางนุชนารถทิ้งท้ายเรื่องมุมมองการนำศิลปะมาประยุกต์กับโลกยุคดิจิตอล ซึ่งเมื่อพัฒนารูปแบบงานศิลปะสู่โลกแห่งต้นไม้แล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นั้นคือเรื่องหลักการตลาดและการบริหารงานนั่นเอง โดยเธอนำความละเอียดในการบริหารงานนี้ ส่วนหนึ่งมาจากงานอาชีพเดิมคือ การเป็นแอร์โฮสเตส ในสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ 

นอกจากนี้ งานปั้นทุกชิ้นในร้าน “สนิท” ยังนำดินที่เหลือจากการปั้น และ ผลงานเก่าๆ มารีไซเคิลทำใหม่ เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย 

สำหรับท่านใดที่สนใจงานศิลปะที่เหมาะกับคนเมืองสายกรีนนั้น สามารถไปได้ที่ร้าน “สนิท” เลขที่ 245/7 หมู่บ้านสัมมากร ถ.รามคำแหง 110 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. 10240 หรือ โทร.081-818-1148    

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด ‘สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง’ คอหวยเชื่อมาให้โชค

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694102

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด 'สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง' คอหวยเชื่อมาให้โชค

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด ‘สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง’ คอหวยเชื่อมาให้โชค

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

วันนี้ (24 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 157 หมู่ 1 บ้านอีโครต ต.ศรีโครต อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกหมูประหลาดคลอดออกมามีสีเผือกและมีงวงเหมือนช้าง เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังพากันดูลูกหมูประหลาดที่ดังกล่าว โดยนายเรียน นามโครต เจ้าของลูกหมูประหลาดได้นำลูกหมูตัวดังกล่าวมาให้ดู พบมีรูปร่างร่างแปลก ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมาขอดูและพูดเหมือนกันว่า ลูกหมูตัวนี้เหมือนกับลูกช้างมาก

นายเรียน นามโครต เจ้าของหมู เล่าให้ฟังว่า ได้เลี้ยงแม่หมูป่าสีดำอายุประมาณ 5 ปี ล่าสุดได้คลอดลูกออกมาทั้งหมด 12 ตัว ลูกหมูที่คลอดออกมาตายไปทั้งหมด 3 ตัวเหลืออยู่ 9 ตัว ลูกหมูทุกตัวที่คลอดออกมามีสีดำปกติ และมีลูกหมูตัวเมีย 1 ตัว มีรูปร่างลักษณะและสีที่แปลกแตกต่างจากตัวอื่นๆ คือมีสีเผือก มีงวงโผล่ออกมาเหมือนกับงวงช้าง มีตาทั้งสองข้างแนบชิดติดกัน

ลูกหมูตัวดังกล่าวคลอดออกมาเป็นตัวสุดท้าย ตนเห็นว่าแปลกประหลาดจึงนำร่างหมูเผือกตัวดังกล่าวมาเก็บไว้ในตู้แช่แข็งที่ร้านค้าชุมชนกลางหมู่บ้าน เพราะเชื่อว่าน้องหมูเผือกตัวนี้อาจจะมาให้โชค เพราะตั้งแต่เลี้ยงหมูมาไม่เคยเจอลูกหมูที่คลอดออกมาแล้วมีลักษณะที่แปลกแบบนี้ พอชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า มีลูกหมูแปลกประหลาด ต่างพากันแห่มาชมและขอโชคขอลาภ นำดอกไม้ธูปเทียน ธูปเสี่ยงทายมาจุดขอเลขเด็ด เช่นเดียวกัน 

ด้าน น.ส.นารี วรรณสิงห์ อายุ 42 ปี ชาวบ้านอีโครต ต.ศรีโครต อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า พอตนทราบข่าวก็รีบมาดู เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอลูกหมูที่มีลักษณะแปลกประหลาดแบบนี้ เชื่อว่าคงมาให้โชค เพราะก่อนที่ตนจะเดินทางมาที่นี่เมื่อคืนได้ฝันว่า ที่บ้านได้จัดงานรื่นเริงมีแขกมาร่วมงานมากมายคล้ายกับมาร่วมแสดงความยินดีอะไรสักอย่าง ซึ่งเชื่อว่าในความฝันลูกหมูตัวนี้คงมาให้โชคแน่นอน จึงเดินทางมาดูเผื่อได้โชคใหญ่จากลูกหมู ซึ่งตนเชื่อว่าจะถูกรางวัลใหญ่ในงวดนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลขเด็ด’แมวมารวย’ ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694084

เลขเด็ด'แมวมารวย' ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

เลขเด็ด’แมวมารวย’ ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

เลขเด็ด’แมวมารวย’ทายาท’เจ้าโทน’แมวแม่ตะเคียน แห่งวัดใหม่โคกมะรุม ใช้ปากคาบตัวเลขเสี่ยงทายให้โชคหญิงชาวกรุง เมื่องวดที่ผ่านมา ถูกสามตัวตรงๆ  

24 พฤศจิกายน 2565 ที่บริเวณวัดใหม่โคกมะรุม ตำบลม่วงเตี้ย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ชาวบ้านเดินทางขอตัวเลขเสี่ยงทายจากแมวชื่อมารวย ซึ่งเป็นแมวที่อาศัยอยู่ภายในวัดใหม่โคกมะรุม หลังเมื่องวดที่ผ่านมานั้น ได้คาบตัวเลขเสี่ยงทายให้หญิงสาวชาวกรุงเทพฯ ถูกเลขเด็ดจากแมวมารวยมาแล้ว

ครั้งชาวบ้านทราบข่าวต่างเดินทางมาให้แมวมารวย คาบตัวเลขเสี่ยงทายกันอย่างคึกคัก โดยการนำกระดาษเขียนตัวเลข 0-9 จำนวน 3 ชุด ใส่ไว้ในพาน แล้วทำการล่อหลอก ให้แมวมารวยคาบตัวเลขออกมาได้อย่างสมใจ ครั้งนี้ได้ตัวเลข 449 ไปเสี่ยงดวง

ลุงเปี๊ยก วัย 67 ปี กรรมาการวัด เล่าให้ฟังว่า มารวยเป็นแมวเพศเมีย สีส้มแซมดำ อายุประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นลูกของเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียนกับแมวที่วัด เจ้าโทนนั้นเป็นแมวที่ชอบใบ้หวยให้นักเสี่ยงดวง ถูกเป็นประจำ จนเป็นที่โด่งดัง มีแฟนคลับจำนวนมาก หลังได้ตายไป กรรมการวัดได้ทำการสตาฟร่างเจ้าโทนไว้ ให้ชาวบ้านได้ขอตัวเลขเสี่ยงทาย

ล่าสุดเมื่องวดที่ผ่านมา ได้มีหญิงสาวเดินทางมาจากรุงเทพฯ และได้ขอเลขเสี่ยงทายจากเจ้าโทน จู่ๆเจ้าแมวมารวย ได้เดินเข้ามแล้วคาบตัวเลข ที่เป็นกระดาษม้วนวางไว้ในพาน แล้วคาบไปให้กับหญิงสาวจำนวน 3 ตัว และถูกตัวเลข 3 ตัวตรงๆ เมื่องวดที่ผ่าน

ชาวบ้านทราบข่าวไม่พลาด นำกระดาษเขียนตัวเลข พร้อมเดินหาแมวมารวยที่ชอบนอนอยู่ภายในโพรงต้นตะเคียน แล้วอุ้มมา ให้แมวมารวยคาบเลขเสี่ยงทาย นำไปเสี่ยงดวงกันอย่างคึกคัก 

ทั้งนี้บริเวณวัดใหม่โคกมุรุม มีแม่ต้นตะเคียนที่ชาวบ้านนำมาถวายอยู่ภายในวัดกว่า 50 ต้น ซึ่งมีต้นตะเคียนภายในวัดมากที่สุด กว่าทุกวัดในประเทศไทย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าลืม’พุโซดาบาดาล’แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694048

อย่าลืม'พุโซดาบาดาล'แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

อย่าลืม’พุโซดาบาดาล’แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.02 น.

“เจ้พิม” แม่ค้าอาหารตามสั่ง วอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบ “พุโซดาบาดาล” อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนายกเล็กเทศบาลตำบลห้วยกระเจา ชวนดื่มน้ำแร่โซดาเพื่อสุขภาพ อนาคตพร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร

วันที่ 24 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจพุโซดาบาดาล โครงการศึกษา สำรวจและรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ในการหาแหล่งน้ำมาบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งซ้ำซากให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งพุโซดาที่ค้นพบตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ 12 บ้านสระตาโล ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย

สำหรับพุโซดาบาดาลค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงเดือน ก.พ.2564 โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)จากนั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในระดับประเทศ ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 คนเดินทางมาทดลองดื่มน้ำพุที่มีรสชาดคล้ายกับโซดา รวมทั้งถ่ายภาพเซลฟี่กับน้ำพุที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าระดับ 10-20 เมตร เอาไว้เพื่อเป็นที่ระลึก ทำให้เกิดร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งร้านกาแฟผุดขึ้นโดยรอบบริเวณ แต่หลังจากเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวเริ่มซบเซาลงการพัฒนาไม่สามารถเดินต่อไปได้

ทั้งนี้นางพิมพา ไชยลังกา เจ้าของร้านเจ้พิม เล่าว่า ตนเปิดร้านขายอาหารจานเดียวมาตั้งแต่สมัยพุโซดาบาดาลเริมรุ่งเรื่อง สมัยก่อนมีร้านค้าอยู่นับร้อยร้านทำให้เม็ดเงินสะพัดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่หลังจากเชื้อโควิด-19 ระบาด สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เริ่มซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าต่างๆที่มีอยู่เริ่มทยอยปิดตัวลง ปัจจุบันนี้เหลืออยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 100 คน ทำให้พอขายอาหารได้บ้างอย่างน้อยวันละกว่า 1 พันบาท หรือ 800 บาท แต่ก็มีบางวันที่ขายไม่ได้เลยโดยเฉพาะวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ภาพรวมก็ยังพออยู่ได้ แต่ต้องใช้จ่ายกันอย่างประหยัด ทั้งนี้อยากฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้มาช่วยพัฒนาพื้นที่พุโซดาบาดาลให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต เบื้องต้นขอให้มาสร้างที่นั่งพักให้กับนักท่องเที่ยวที่มาในวันหยุดเพื่อหลบแดด เพราะช่วงเวลากลางวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนจัด

ด้านนายอภิชาต สืบศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ปัจจุบันที่พุโซดาบาดาลยังคงมีแร่โซดา ห้วยกระเจา จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเช่นเดิน โดยจำหน่ายเป็นแพคๆละ 1 โหล ในราคา 100 บาท เงินที่ได้มาจะนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าและจ่ายค่าแรงให้กับผู้ดูแล

อนาคตทางเทศบาลจะนำตัวอย่างน้ำแร่ไปตรวจที่ อย.เมื่อ อย.ผ่านให้แล้ว เราจะเริ่มทำเป็นแพคเกจให้สวยงาม เพื่อนำไปเป็นของฝากสำหรับเทศบาลในอนาคต และนอกจากนี้จะทำการโฆษณาเพื่อโปรโหมดไปถึงเทศบาล หรือ อบต.และหน่วยงานต่างๆให้ทราบ เมื่อหน่ายงานเหล่านั้นมีการจัดกิจกรรม ทางเทศบาลของเราก็จะนำไปแจกหรือจำหน่ายเพื่อให้ทุกคนได้ทดลองดื่ม

ที่ผ่านมามีชาวบ้าหลายคนที่ได้ดื่มน้ำแร่โซดาห้วยกระเจา พบว่าสุขภาพดีขึ้น จึงมีการบอกต่อๆกันไป บางคนเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่และอีกหลายจังหวัดได้นำกลับไปดื่มที่บ้านเมื่อดื่มแล้วรู้สึกสุขภาพดีขึ้น จึงโทรหาญาติที่อยู่ใกล้ มาซื้อแล้วส่งไปให้ บางรายถึงกับเดินทางมาซื้อแบบเหมาเพื่อนำไปฝากญาติพี่น้องก็มี

สำหรับวันหยุดหรือช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็อยากจะเชิญชวนทุกคนมาเที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น คือพุโซดาบาดาลที่ขุดเจาะพบมาแล้วร่วม 2 ปี แต่พุโซดาก็ยังพวยพุ่งอย่างสวยงามไม่ยอมหยุดและไม่มีท่าทีว่าปริมาณจะลดลง ซึ่งสุดท้ายนี้ก็หวังว่า ประชาชนชาวตำบลห้วยกระเจา รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรีและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่เคยมาจะยังคงจำกันได้และไม่ลืมว่า แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ยังคงมีอยู่เช่นเดิม และอนาคตทางเทศบาลจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังอย่างถาวรต่อไป

ด้านนายสุเวทย์ สินสถาพรพงศ์ หรือลุงเกี๊ย อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนได้มอบที่ดินบริเวณพบพุโซดาบาลให้กับหน่วยงานรัฐไปจำนวน 2 งาน และที่บริเวณจุดจ่ายน้ำให้กับประชาชนอีกประมาณ 2-3 ไร่ ครั้งแรกที่พบพุโซดาบาล ทาง อบจ.ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้เข้ามาสำรวจ และต้องใช้พื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 60-100 ไร่ แต่ก็คงเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะพื้นที่โดยรอบพุโซดาบาดาลมีอยู่กว่า 10 เจ้าของ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,990 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
คึกคักทั่วปท. คิกออฟ‘ไทยช่วยไทย’ แห่ซื้อสินค้าราคาถูก

Recent Posts

  • คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
  • ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • เสื้อแดงจัดแถวหน้าคุก รอรับ‘ทักษิณ’ พักโทษกลับบ้าน11พ.ค.
  • ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
  • แนวหน้าวาทะเด็ด

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d