Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694042

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.42 น.

24 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าสถานสงเคราะห์สัตว์ลุงสวาท ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมปศุสัตว์ ซึ่งในวันนี้พบป้าบุศบง พึ่งสลุด อายุ 64 ปี ภรรยาของลุงสวาท พึ่งสลุด เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ กำลังเลี้ยงหมาจรไว้กว่า 200 ตัว ภายในพื้นที่ถูกจัดแยกส่วนอย่างเป็นระเบียบ อยู่เพียงลำพัง หลังจากลุงสวาท สามี ได้เสียชีวิตลง เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ป้าบุศบง ต้องแบกภาระในการดูแลสุนัขจรจัด แต่เพียงผู้เดียว

คุณป้าบุศบง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เดิมทีนั้นป้ากับลุงสวาท สามี ได้รับเลี้ยงสุนัขจรจัด มานานกว่า 10 ปีแล้ว เนื่องจากสงสารที่เห็นสุนัขถูกทอดทิ้งตามสถานที่ต่างๆ จึงได้ไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ ไว้อย่างถูกต้องเพื่อรับเลี้ยงน้องหมา ตอนนี้ก็เลี้ยงไว้เพียง 10-20 ตัวเท่านั้น เวลาผ่านไปสุนัข ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 200 ตัว

ที่ผ่านมาลุงสวาท จะเป็นตัวหลักในการดูแลสุนัข หาข้าว หาอาหารให้กิน โดยสุนัขสัปดาห์หนึ่งจะกินข้าว 1-2 มื้อ ที่เหลือก็จะกินอาหารสุนัข ที่ได้รับจากการบริจาคของผู้ใจบุญทั่วไป บางคนก็นำเงินมาช่วยบริจาคบ้าง ก็ทำให้พอจุนเจือ และสามารถเลี้ยงสุนัขมาได้จนถึงทุกวันนี้

ป้าบุศพง เล่าต่อว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณลุงสวาทได้เสียชีวิตลง ส่งผลให้คุณป้าบุศบง ต้องรับภาระในการเลี้ยงดูน้องหมาทั้ง 200 ตัวเพียงลำพัง และในช่วงหลังมีหลายเพจเข้าไปถ่ายทำ โพสต์เพื่อรวบรวมรายได้เข้ากองทุนเพื่อน้องหมา แต่รายได้ดังกล่าวเข้าบัญชีบ้าง ไม่ได้เข้าบัญชีบ้าง

ขณะที่รายจ่ายแต่ละเดือนในการเลี้ยงดูสุนัข เหล่านี้ต้องใช้เงิน ประมาณ 6,000-8,000 บาทต่อเดือน ทั้งๆที่ตนนั้นแทบไม่มีรายได้อะไร นอกจากเงินผู้สูงอายุ 600 บาทเท่านั้น จึงอยากให้ผู้ใจบุญนำน้องหมาไปเลี้ยงหรือหาบ้านใหม่ให้น้องหมา เพื่อแบ่งเบาภาระได้บ้าง ซึ่งตนอยากพอจะมีกำลังเลี้ยงน้องหมา ได้ประมาณสัก 30-50 ตัวก็พอ

เบื้องต้นวันนี้นางสาวธมลวรรณ ศรีบรรเทา นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก นำอาหารน้องหมาไปมอบจำนวน 10 กระสอบ และทีมงานจิตอาสาหมาแมวพิศณุโลกย์ บางแก้วเมตตาธรรม นำข้าวสาร 10 กระสอบ ไปมอบให้กับคุณป้าบุศบง เพื่อช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น

โดยหากมีผู้ใจบุญอยากจะรับน้องหมาไปเลี้ยงต่อ คุณป้าบุศบง ก็ยินดีให้มารับได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด ส่วนใครที่อยากช่วยคุณป้า สามารถส่งบริจาคของได้ที่ บ้านเลขที่ 65/2 ม.7 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65230 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 098 004 6474 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย’เงินประกันข้าว’ แห่ถอนแน่นธนาคาร

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694036

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย'เงินประกันข้าว' แห่ถอนแน่นธนาคาร

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย’เงินประกันข้าว’ แห่ถอนแน่นธนาคาร

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.23 น.

ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ร่วมกับพาณิชย์กาฬสินธุ์ สำนักงานเกษตรกาฬสินธุ์ คิกออฟจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน

24 พฤศจิกายน 2565 นายเชาวฤทธิ์ เกตุดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายวิรุฒ มณีวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางสุภาวดี เอกรักษา ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.ร่วมกับนายวีระพงศ์ สืบค้า พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าหน้าที่สำนักงาน พาณิชย์จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เกษตร จ.กาฬสินธุ์

ร่วมกันเปิดคิกออฟโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์

โดยบรรยากาศที่ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์วันนี้ ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากมีเกษตรกรชาวนา ที่ร่วมโครงการฯเดินทางนำสมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็มมารอเตรียมเบิกเงินกันอย่างต่อเนื่อง หลังทราบข่าวว่า ทางรัฐบาลและ ธ.ก.ส.จะโอนเงินรอบแรกเข้าบัญชีของเกษตรกรพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ 24 พฤศจิกายน 2565

นายวิรุฒ มณีวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามมติ ครม. ได้เห็นชอบดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมมาตรการคู่ขนานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างยั่งยืน วงเงิน 81,265 ล้านบาท ผ่าน 4 โครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือที่เรียกว่าค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท 2.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 3.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 4.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66  มีเป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตั้งแต่ 24 พ.ย. 65 เป็นต้นไป

นายวิรุฒ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ วันนี้ทางธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดคิกออฟโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน

ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นการคลิกออฟ และดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ โดย จ.กาฬสินธุ์ มีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือโครงการครั้งนี้ 137,574 ราย วงเงิน 29.05 ล้านบาท และในวันนี้เป็นการโอนเงินรอบแรก ให้กับเกษตรกรที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนตุลาคมรวมจำนวน 24,726 ราย วงเงิน 5 ล้านกว่าบาท

นายวิรุฒ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือที่เรียกกันว่าช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทนั้น

ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานเกษตร เพื่อที่จะดำเนินการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้อีกประมาณ 2 วัน  ซึ่งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์มีเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือกว่า 130,000 ราย

นอกจากนี้ทางธ.ก.ส.ยังได้ดำเนินการมาตรการคู่ขนานโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2565/66 เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ และโครงการสินเชื่อ เพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 สำหรับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไปอีกด้วย

ด้านนายอภิยุทธ ภูหมั่นคิด ผู้ใหญ่บ้านดงเมือง ม.13 ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการ กล่าวว่า ตนเองปลูกข้าวนาปี ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 20 ไร่ ทราบว่าจะไดรับเงินประกันรายได้ไร่ละ 15,000 บาท ส่วนตัวดีใจ และมองว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะอย่างน้อยเกษตรกรจะได้เงินไปจ่ายหนีสินที่กู้ยืมมาลงทุนทำนา ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งค่ารถไถ ค่าแรงปักดำ ค่ารถเกี่ยว ค่าขนส่งนำข้าวไปขาย  โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ที่ขณะนี้มีราคาแพงมาก 

ทั้งนี้แม้จะเป็นเงินที่ไม่มากมายนักสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเกษตรกรแล้วถือว่าช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะการทำนาในปีนี้นอกจากเกษตรกรจะประสบปัญหาปุ๋ยแพงแล้ว ยังประสบปัญหาน้ำท่วมและโรคระบาด ทำให้ชาวนาหลายรายได้ผลผลิตน้อยและต้องขายข้าวขาดทุน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694003

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.48 น.

หนุ่มวัย 41 ชาวอุดรธานีสู้ชีวิตขับซาเล้งขายกุยช่ายเลี้ยงครอบครัวขับมาไกลเกือบ 50 กม.รถซาเล้งเครื่องเกิดน็อคกลับบ้านไม่ได้ คิดไม่ออกจะขับกลับบ้านอย่างไร คิดถึงพี่อุ้ยบ้านดุงอัพเดตร้องขอความช่วยเหลือขับรถมารับทันที เจ้าตัวปลื้มจนน้ำตาไหล ชาวโซเซียลแห่ชื่นชมครอบครัวสู้ชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.คืนวันที่ 23 พ.ย.65 ที่ผ่านมา นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง แอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” ได้รับแจ้งจากนายพี อายุ 41 ปี ชาว อ.บ้านดุง หนุ่มขายกุ้ยช่ายตามตลาดนัดคลองถมเดินทางมาขายของที่บริเวณวัดสระแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แต่รถซาเล้งเกิดเครื่องน็อคหลังเสร็จจากการขายของขับกลับบ้านไม่ได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือ 

ต่อมานายวีระพล จึงขับรถไปรับพบว่า รถซาเล้งของนายพี สตาร์ทไม่ติด สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ปรากฎว่าน้ำมันซึมไหลออกตรงน็อตขันน้ำมันเครื่องจนแห้งทำให้เครื่องน็อตสตาร์ทไม่ติดและขับกลับบ้านไม่ได้

นายพี บอกอีกว่า ตนและภรรยามีอาชีพขายกุยช่ายตามตลาดนัด วันนี้ขับจาก อ.บ้านดุง มาขายที่ตลาดนัดบ้านเชียงระยะทางเกือบ 50 กม.ปกติก็มาขายประจำทุกวันพุธโดยตนจะขับรถซาเล้งมีภรรยาขับรถ จยย.อีกคันตามกันมา แต่ปรากฏว่าวันนี้รถมีปัญหาตั้งแต่ตอนขับจะมาตลาดนัด เครื่องรถเสียครั้งแรกที่ อ.ทุ่งฝน ขับมาดีๆ เครื่องก็ดับ เพื่อนๆ จึงช่วยเข็นมาขายของให้เสร็จ

แต่พอตลาดนัดเลิกจะขับรถกลับบ้านปรากฏว่าสตาร์ทไม่ติดจึงบอกให้ภรรยาขับรถ จยย.คนเดียวขับกลับบ้านมาก่อนเพราะมีลูกรอที่บ้าน จากนั้นจึงทักไปหาพี่อุ้ยแอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” เพื่อขอความช่วยเหลือพอพี่อุ้ยมาถึงก็มีเจ้าหน้าที่ป้องกันเทศบาลตำบลบ้านเชียง ขับรถสายตรวจผ่านมาพอดีจึงได้ช่วยกันยกรถซาเล้งขายกุยช่ายขึ้นกระบะ เพื่อไปส่งตนที่บ้าน

โดยนายพี ได้ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนในวันนี้ หากไม่ได้พี่อุ้ยวันนี้คงไม่ได้กลับบ้านเป็นแน่ พูดไปน้ำตาคลอไป นายพี บอกอีกว่า คงต้องเก็บเงินสักระยะเพื่อหารถมือสองมาใช้ขายของ เมียจะได้ไม่ลำบากขับรถมอไซด์ไปขายกุ้ยช่ายไกล ขณะที่ชาวโซเซียลแห่ชื่นชมสองสามีภรรยาคู่นี้ที่เป็นคนสู้ชีวิตตระเวณขายกุยช่ายไปเกือบทุกอำเภอ 

เรื่องราววันนี้ชื่นชมคนทำมาหากินชีวิตสู้ไม่ถอย ตระเวนขายของแม้ไกลเกือบ 50 กม. และชื่นชมคนที่ไปช่วยไกล แค่ไหนก็ไม่หวั่น สุขใจทั้งคนขอให้ช่วยและคนไปช่วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693925

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’  ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

เข้าสู่ช่วง “โค้งสุดท้าย” ของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะหมดวาระซึ่งนั่นหมายถึง “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2566 “บรรยากาศการเมืองไทย ณ ปัจจุบันจึงค่อนข้างคึกคัก” ในการเปิดตัว (ว่าที่) ผู้สมัครรวมถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวของแนวร่วมทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชุดปัจจุบันที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างใช้พื้นที่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์แสดงออกจุดยืนทางการเมืองของตนอย่างแข็งขันและเข้มข้น

เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ The Active จัดเสวนาหัวข้อ “เลือกตั้งครั้งต่อไป อนาคตประเทศไทยเอาไงต่อ?” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) โดยมีตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองเข้าร่วม และ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของวงเสวนาครั้งนี้ อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2560) คือการที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกนายกฯ

“การเลือกตั้งครั้งนี้มันกำลังจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ฝ่าย พรรคการเมืองที่ชนะแน่ๆ แต่อาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่แพ้แน่ๆ แต่อาจจะเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ประเทศมีการเลือกตั้งแล้วมีการแข่งขันกันของ 2 ฝ่ายนี้ประเทศนั้นกำลังมีปัญหาอย่างสำคัญในทางการเมือง และผมไม่มีทางเชื่อว่าประเทศที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งแบบนี้จะเจริญเดินหน้าสถาพรต่อไปได้” ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเป็นการตัดโอกาสที่ สว. จะเข้ามามีบทบาท ซึ่งปัญหาคือ ก่อนเลือกตั้งบอกว่า สว. เลือกนายกฯ เป็นปัญหา แต่หลังเลือกตั้งกลับไปยกมือให้ฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งเป็นรัฐบาล เรื่องนี้เป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่เสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชน

พริษฐ์ วัชรสินธุ Policy Campaign Manager พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีมากกว่ามาตรา 272 ว่าด้วยการให้ สว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะ สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 250 คน มาจากการเลือกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บวกกับ สว. โดยตำแหน่งของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังมีอำนาจออกเสียงกฎหมายปฏิรูปประเทศร่วมกับ สส. รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ดังที่เห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 272 ถูกปัดตกเพราะไมได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 แม้จะได้เสียงจาก สส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนมากถึงร้อยละ 88 ก็ตาม อำนาจของ สว. ยังเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้องค์กรเหล่านั้นถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ดังนั้นอำนาจของ สว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งต้องถูกแก้ไขเพราะขัดกับหลักประชาธิปไตยสากล สว. ที่มาจากการแต่งตั้งควรมีอำนาจน้อย แต่หากจะให้มีอำนาจมากก็ควรมาจากการเลือกตั้ง

“ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ถกเถียงกันได้ว่าเป็นประโยชน์หรือไม่กับการคาดการณ์อนาคต 20 ปี แต่ผมคิดว่าใจความสำคัญไม่ใช่ว่ามันเป็นประโยชน์หรือไม่ ใจความสำคัญคือปัจจุบันมันไปบรรจุอยู่ในกฎหมาย ว่าถ้ารัฐบาลไหนที่มาจากการเลือกตั้ง สมมุติปี 2566 มีรัฐบาลพรรคหนึ่งได้เสียงท่วมท้น มีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนจำนวนมาก แต่ขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจจะสามารถถูกขับออกจากตำแหน่งได้โดยใช้กลไกการร้องเรียนและวินิจฉัยโดย สว.-ป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกัน” พริษฐ์ กล่าว

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นอกจากมาตรา 272 เรื่อง สว. มีอำนาจร่วมเลือกนายกฯ แล้ว ยังมีมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.อย่างน้อย 1 ใน 3 ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรถูกแก้ได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรนำเงื่อนไข สว. 1 ใน 3 มาเบรกการแก้ไข ขณะที่แนวคิดการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องกำหนดประเด็นให้ชัดว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ ไม่เช่นนั้นก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เช่น มุ่งเน้นแต่ไปแก้ไขระบบเลือกตั้ง

นอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยแก้ไขตามความเปลี่ยนแปลง คือ “โทษกับการมีผลทางกฎหมายย้อนหลัง” เช่น มาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ระบุว่า“บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทําการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทํานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกําหนดโทษไว้” ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ

โดยแม้โทษทางอาญาซึ่งมี 5 สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุกกักขัง ริบทรัพย์และปรับ จะไม่มีผลย้อนหลังตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีโทษทางวินัย โทษทางแพ่ง รวมไปถึงตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมาที่มีองค์กรอิสระเกิดขึ้นหลายองค์กร นำมาสู่การมีระบบโทษใหม่ๆ นอกเหนือจากโทษทางอาญา การที่มาตรานี้ยังไม่ถูกแก้ไขตามไปด้วย ทำให้โทษอื่นๆ ที่ไม่ใช่โทษทางอาญายังมีผลย้อนหลังอยู่

“เรื่อง ส.ส.ร. คิดให้ดี ตั้งประเด็นก่อนว่าเป้าไหนต้องแทงไปที่หัวใจ ให้การบ้านก่อน โหวตกันตามนี้ก่อน จะทำประชามติโหวตไปก่อนก็ได้ แต่ต้องโหวตก่อนว่าคุณจะเอาอะไร ไม่ใช่ว่าไปโปรยไว้ก่อน ถ้าโปรยอย่างนี้ เกมการเมืองที่เขาถึงบอกว่าแสบที่สุด ดังเวลาทอดเวลานี่อันตรายที่สุด” อรรถวิชช์ กล่าว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในข้อแรกเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญต้องถูกแก้ไข แต่ความพยายามแก้ไขไปติดอยู่ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจาก สว. ด้วย 1 ใน 3 เป็นเงื่อนไขที่ล็อกไว้ ดังนั้นทางออกคืออยากให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ขณะเดียวกัน “คนทำงานการเมืองก็ต้องไม่หยอดสิ่งที่จะเป็นเงื่อนไขเพิ่มความขัดแย้งในสังคมเข้าไป” โดยต้องมีความยืดหยุ่น สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติม

“2 โครงสร้างนี้ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นความหวัง มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในอนาคตได้แน่นอน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693985

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.26 น.

“บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช”ต่อยอด ขายผัดไทยสูตรต้นฉบับของระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้งและปูม้าที่เคี่ยวด้วยน้ำโล้จนชุ่มฉ่ำซึมเข้าเนื้อใน และยังมีข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ออเดอร์เพียบ ลูกค้าแน่นร้าน

ถนนยมจินดา เป็นถนนเมืองเก่า ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ติดกับตลาดวัดลุ่ม สองฝั่งถนนเส้นนี้ยังคงมีบรรยากาศของระยองเมืองเก่า เช่นตึกและบ้านทรงโบราณ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แบบดั้งเดิม เช่นขนมทองม้วนสด และทองม้วนกรอบ ที่ตั้งร้านบรรจงขายอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ปลายซอย แม่ลูกช่วยกัน ทำสดๆ ขายกันใหม่ๆ สุดแสนอร่อย

ส่วนร้านที่โด่งดังอยู่ในตำนานอีกร้านหนึ่ง ที่อยู่คู่กับถนนยมจินดามาเนิ่นนาน คือ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” ร้านนี้เปิดขายขนมกุยช่าย ที่ทำเองด้วยสูตรเฉพาะ มีเพียง 3 ไส้ แต่เด็ดที่น้ำจิ้ม นอกจากนี้ ยังขายอาหารจานเดียวจานด่วนหลากหลายอย่าง แต่ละวันก็มีอยู่หลายเมนู เช่น ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง และผัดไทยโบราณ

อาริสา เกียรติถาวรชัย อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เริ่มแรกที่ร้านทำขนมกุยช่ายขาย ทำมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มี 3 ไส้ คือ ไส้ผัก ไส้เผือก ไส้หน่อไม้ ซึ่งหน่อไม้จะใส่กุ้งแห้งเข้าไป เพื่อให้ได้กลิ่นไอของทะเลระยอง ส่วนเผือก ใช้มันม่วงที่มีเอกลักษณ์ คือความหวาน ความพิเศษของกุยช่ายที่นี่คือแป้งบางนุ่ม ใส้แน่น กินได้เต็มคำ น้ำจิ้มแซบจี๊ดจ๊าดมาก ทำให้ขายดีมีออเดอร์ไม่เคยขาด ชาวระยองจะรู้จักกันในชื่อ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” เป็นแบรนด์ของทางร้าน และถูกคัดเลือกให้เป็นของดีของ จ.ระยอง

ต่อมาก็เพิ่มเมนู ข้าวขาหมู ที่เราไม่ใส่น้ำตาลปกติ แต่ใส่หญ้าหวาน และน้ำผึ้ง ทำให้ได้รสชาติความหวานจากธรรมชาติ ส่วนขาหมูก็จะตุ๋นจนนุ่มกลมกล่อม ขายคู่กับข้าวหมูแดง ที่เนื้อหมูไม่แข็งกระด้าง เพราะเราใช้เทคนิคการทำหมูแดงให้ได้รสชาติอร่อย เนื้อหมูแดงนุ่มกำลังดี สำหรับข้าวขาหมูและข้าวหมูแดง ขายจานละ 50 บาท

ปัจจุบันซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เพิ่มมาอีกเมนู คือ ผัดไทยระยอง ที่เป็นระยองแท้ๆ สูตรต้นตำรับจากเมืองแกลง เคล็ดลับอยู่ที่น้ำโล้ ที่เคี่ยวจากน้ำมะขามเปียก ผัดไทยระยองของแท้ จึงไม่มีสิ่งอื่นในจาน ไม่มีถั่วคั่ว ไม่มีเต้าหู้ ไม่มีไข่ จะมีเพียงเส้นกับหมูสามชั้น ที่ถูกผัดเข้ากับน้ำโล้จนเข้าเนื้อ ตอนจัดใส่จานก็เสริมด้วยการใส่ถั่วงอกและขึ้นฉ่ายดิบก่อนเสริฟ

เคล็ดลับจึงอยู่ที่เวลาผัดเส้นต้องผัดจนน้ำโล้ซึมเข้าเนื้อ ผัดจนกว่าเส้นจะเหนียวหนึบ เพื่อให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ลูกค้าไม่ต้องเติมอะไรอีก เพราะทุกอย่างลงตัวในความเป็นเส้นผัดไทยระยอง ส่วนหมูสามชั้นก็เคี่ยวจนหนึบแต่ไม่เหนียว นอกจากนี้ ทางร้านได้เสริมท็อปปิ้งให้เหมาะกับความเป็นระยอง ต้องมีกุ้งและปูม้าตัวโตๆ เคี่ยวกับน้ำโล้จนกรอบนอกแต่เนื้อในชุ่มฉ่ำ เวลาทานจะได้รสชาติที่จัดจ้านอร่อยลงตัว ซึ่งราคาผัดไทยนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกท็อปปิ้งของลูกค้า เริ่มที่จานละ 50 บาท แต่ถ้าสั่งจานใหญ่ ใส่ทั้งหมูสามชั้น ปูม้า และกุ้ง ราคาจานละ 100 บาท

บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช ตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนยมจินดา หรือถนนเมืองเก่า ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 14.00 น.โทร 0868312616 ลูกค้าส่วนใหญ่หากไม่มานั่งรับประทานที่ร้าน ก็จะโทรสั่ง เมื่อขับรถมาจอดที่หน้าร้านรับของโดยไม่ต้องลงจากรถ เพราะทางร้านบริการจัดตามออเดอร์ส่งให้ที่รถ เป็นการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าในเวลาเร่งด่วน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693980

บรรยากาศสุดคันทรี! 'ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล' อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.41 น.

คู่รักหนุ่มบาวสาวปาน! จากความต่างสู่จุดลงตัวที่”ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล”จุดเช็คอินใหม่ อิ่มอร่อยนั่งชมการแสดงขี่ม้าโชว์

พิกัดที่บ้านควนสงขลา หมู่ที่ 5 ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล จ.สตูล เนรมิตพื้นที่ใกล้สวนยางพาราเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ที่ทางเจ้าของร้านภูมิใจนำเสนอ จากความชื่นชอบของภรรยาที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยว และตัวสามีเองก็ชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอย จนมาลงตัวกันที่ “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ให้คนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวและชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอยมาเป็นจุดนัดพบกันที่นี่ โดยเฉพาะครอบครัวพาเด็กๆ ได้ขี่เล่นและถ่ายรูปเช็คอินหนึ่งในกิจกรรมวันหยุดสุดหรรษากับครอบครัวได้อย่างสบาย

นักท่องเที่ยวหรือคนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยว นอกจากจะได้ทานก๋วยเตี๋ยวที่มีทั้งไก่และหมูเด้ง แยกน้ำสองหม้อสำหรับคนไม่ทานเนื้อหมู ในราคาเพียงชามละ 35 บาท เด็ก ผู้ใหญ่ ธรรมดา 40 – 60 บาทพิเศษ นั่งทานแล้ว ยังมีการแสดงโชว์การหวดแซ่ การขี่ม้า ในสนามม้าที่เตรียมไว้อย่างสวยงาม ให้เด็กๆ สามารถขึ้นขี่ได้ครั้งละ 30 บาท ถ่ายรูปเช็คอินได้ตามความชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่สองสามีภรรยาเนรมิตขึ้นมาจากใจรักในสิ่งที่ทำ

บรรยากาศที่ตกแต่งสวยงามให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าได้เช็คอิน ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความชื่นชอบ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมาลิ้มลองรสชาติก๋วยเตี๋ยวจัดว่าเด็ด และบรรยากาศสุดคันทรีและอากาศที่สดชื่น

ซึ่ง คุณอุเทน บุญศิริ อายุ 47 ปี กล่าวว่า จากความชื่นชอบของเราสองคน (นางปัทมาวัลย์ ปานแก้ว ภรรยา) จนมีวันนี้ ในการทำในสิ่งที่รักและชื่นชอบ แม้วันนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก แต่ก็พร้อมบริการ โดยอนาคตจะมีพิชซ่าเตาถ่าน และกาแฟสดให้นั่งชิวถ่ายรูป ขี่ม้า และเชื่อว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาติ่งม้า และเมนูขายดี ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูเด้ง-ลูกชิ้น วันหนึ่ง 80 – 100 ถ้วย มีรายได้ถึง 3,000 – 6,000 บาท/ต่อวัน

ร้านเปิด 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 4 โมงเย็น (ทุกวัน ) โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ วันพักผ่อนครอบครัว จะมีคาวบอยโชว์ขี่ม้าต้อนวัวเข้าคอก หากใครสดใจ โทรสอบถามเส้นทางได้เบอร์ 063 475 2951

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระพุทธศาสนา’ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693961

'พระพุทธศาสนา'ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

‘พระพุทธศาสนา’ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.09 น.

“…พระพุทธศาสนาที่พวกเรามีความศรัทธามีความเชื่อ แต่ขอให้เราเชื่อด้วยเหตุด้วยผล เชื่อตามหลักของความเป็นจริง อย่าเชื่อแบบงมงาย การเชื่อแบบงมงายนี้ไม่ได้รับประโยชน์ที่พึงจะได้รับคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ ให้เชื่อตามหลักของความเป็นจริง ให้รู้ว่าศาสนาพุทธนี้เป็นสถาบันการศึกษา เป็นที่มาร่ำเรียนวิธีที่จะดับความทุกข์ต่างๆ ที่มีอยู่ในใจให้หมดสิ้นไป

ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์ ไม่สบาย อยากจะให้หาย ก็มาหาพระพุทธศาสนา กิจการไม่เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง จะล้มละลาย ก็มาหาพระพุทธศาสนา ลูกออกมาอยากจะให้ลูกเป็นคนดี ก็มาให้โกนหัวให้ ให้ตัดผมให้ ชีวิตไม่ค่อยก้าวหน้ารุ่งเรืองก็มาขออาบน้ำมนต์ เรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเรื่องของความงมงาย มันไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ไม่ทราบว่ามันเข้ามาได้อย่างไร มันแทรกเข้ามาทีละนิด จนกลายเป็นเนื้อหนังของศาสนาไป พอใครมาสอนว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องของศาสนา ก็เลยกลายเป็นคนแปลกไป เอ๊ะ พูดอย่างนี้ได้ยังไง ศาสนาเขาทำกันอย่างนี้มาตั้งนาน เขาอาบน้ำมนต์กันมาตั้งนาน เขามาดูดวงกันที่วัด เขามาขอหวยขอเลขกัน ขอพรกัน แต่คนนี้มาบอกว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ของศาสนา 

ก็เพราะว่าชาวพุทธเราส่วนใหญ่นี้ไม่ได้ศึกษากันอย่างแท้จริงนั่นเอง เรียนตามปากเปล่าที่เขาเล่ากันมา เขาเล่าว่า อ่ะ ไม่สบายเหรอ ไปวัดไป ไปขอน้ำมนต์หน่อย ไปดูดวงหน่อย อะไรหน่อย ไปแก้สะเดาะเคราะห์หน่อย ไปทำนู่นทำนี่หน่อยแล้วดวงจะดีขึ้น อะไรอย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของศาสนาเลย มันเลยทำให้ความศักดิ์สิทธิ์หรือความวิเศษของศาสนา กลายเป็นของที่ไม่ศักดิ์สิทธ์ไป เป็นของที่ไม่น่านับถือ ไม่น่าเชื่อถือไป เนี่ยสมัยนี้ เด็กสมัยใหม่มันไม่เชื่อถือศาสนาแล้วนะ มันบอกมันไม่อยากจะมีศาสนา เพราะว่าไม่รู้มีศาสนาไว้ทำอะไร มันบอกว่ามันสามารถทำมาหากินของมันเองได้ เลี้ยงดูตัวมันเองได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีศาสนาเลย ก็เพราะว่าไม่มีใครรู้ละสิว่าศาสนานี้เป็นอะไรกันแน่ คิดว่าศาสนาเป็นที่สะเดาะเคราะห์ เป็นที่ดูดวง เป็นที่อาบน้ำมนต์ อะไรต่างๆ เหล่านี้ จึงไม่มีใครนับถือศาสนากัน เพราะไม่รู้ความเป็นจริงของศาสนาว่า ศาสนานี้เป็นที่รักษาโรคจิตใจ 

ใครมีศาสนานี้ ใครปฏิบัติตามศาสนานี้ได้ รับประกันว่าไม่ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน จะไม่มีอาการซึมเศร้า จะไม่มีอัลไซเมอร์ ไม่มีความหลงความลืมอะไร เพราะศาสนานี้จะสอนให้มีสติตลอดเวลา สอนให้จิตมีความสุขตลอดเวลา จะไม่มีความซึมเศร้า จะไม่มีความรู้สึกว่าจะต้องคิดฆ่าตัวตายกัน แต่ถ้าไม่มีศาสนาเนี่ยเป็นสิ่งที่น่ากลัว ถึงแม้ตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องพึ่งศาสนา เพราะตอนนี้ยังไม่มีความทุกข์ 

โดยเฉพาะเวลาที่เป็นหนุ่มเป็นสาวนี่ สามารถทำอะไรตามความอยากความต้องการได้ อยากมีความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายก็มีได้ อยากจะมีแฟนก็มีได้ อยากจะไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ก็มีได้ ในตอนที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวนี้ยังสามารถทำอะไรต่างๆ ได้อยู่ ก็เลยไม่เห็นความจำเป็นของศาสนาว่ามีไว้ทำไม แล้วยิ่งเห็นการปฏิบัติทางศาสนาว่ามีแต่พิธีกรรมอย่างเดียว ก็เลยยิ่งทำให้ไม่มีศรัทธาในศาสนา นี่เป็นเพราะว่าผู้ใหญ่ไม่สั่งสอนเด็ก ให้รู้จักว่าศาสนานี้มีหน้าที่อะไร ทำอะไร มีไว้ทำไม มีเพื่ออะไร เพราะว่าผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ ผู้ใหญ่ก็ไม่มีผู้ใหญ่ของเขาสั่งสอนมา ปู่ย่าตายายเขาก็ไม่ได้สั่งสอนให้เขารู้ว่าพระพุทธศาสนานี้ มีหน้าที่ทำอะไรกันแน่ ก็เลยปฏิบัติทำอะไรกันมาตามธรรมเนียมตามประเพณี ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของศาสนาพุทธเลย ศาสนาพุทธนี้มีหน้าที่สั่งสอน แล้วก็ให้ไปปฏิบัติเพื่อจะได้กำจัดความทุกข์ต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากใจ ถ้าสามารถกำจัดความทุกข์ได้แล้ว ชีวิตจะมีแต่ความสุขตลอดเวลา จะไม่มีความทุกข์อะไรเข้ามาเหยียบย่ำจิตใจเลย…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693923

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.45 น.

วันที่ 23 พ.ย.65 ภายในวัดขาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย พร้อมด้วย อสม.อำเภอเกาะสมุย นักเรียนโรงเรียนบ้านหน้าค่าย และชาวเกาะสมุย ได้ร่วมในโครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุย แปลงที่ 6

สำหรับโครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุย ภายใต้ เลิฟ เอิร์ธ, เซฟ เอิร์ธ , เลิฟ สมุย, เซฟ เดอะ โคโคนัท ทรีส์ (LOVE EARTH SAVE EARTH: LOVE SAMUI SAVE THE OCONUT TREES) จัดขึ้นโดยบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส การจัดโครงการปลูกมะพร้าวในครั้งนี้ได้นำต้นกล้าพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมจำนวน 500 ต้นปลูกในพื้นที่เกาะสมุย พร้อมกับแจกกล้าพันธุ์ต้อนมะพร้าวน้ำหอมจำนวนดังกล่าวแก่ชาวเกาะสมุย และหน่วยงานเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่

จากนั้นนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยมวลชนและนักเรียนได้ร่วมกันปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมบริเวณพื้นที่วัดขาม โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รู้ข่าวได้เข้าร่วมปลูกต้นมะพร้าวในครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการลดโลกร้อน พร้อมโยนลูกบอลอีเอ็มเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียภายในคลองท่าเร็ต ที่มีสภาพน้ำเสียทำให้ปลาตายเพื่อสร้างสมดุลย์ให้กับน้ำในคลอง

นางทับทิม ใจซื่อ ชาวบ้านเกาะสมุยที่ปลูกมะพร้าวกล่าวถึงโครงการนี้ว่า เกาะสมุยเป็นพื้นที่มีการปลูกมะพร้าวมากของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีมะพร้าวเยอะเพราะปู่ย่าตายายเป็นคนปลูกไว้ ตนเองไม่อยากให้ลูกหลานโค้นต้นมะพร้าวด้วยสองมือ แต่ถ้าการตายของต้นมะพร้าวเกิดจากศัตรูพืชก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งตนเองพยายามจุดไฟเพื่อให้ควันไฟไล่ศรัตรูของต้นมะพร้าว สำหรับโครงการปลูกมะพร้าวในครั้งนี้ถือว่าดีมากๆ ที่จะทำให้ชาวเกาะสมุยหันมาปลูกมะพร้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เกาะสมุยเป็นเกาะที่มีต้นมะพร้าวมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกาะสมุยไม่สิ้นต้นมะพร้าว และมะพร้าวต้องอยู่คู่กับเกาะสมุย เพื่อให้ต้นมะพร้าวส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันอนุรัษ์และรักษาต้นมะพร้าวบนเกาะสมุย

ด้านนางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2558 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นการปลูกแปลงที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำและส่งเสริมให้เกษตรกร รวมถึงประชาชนพื้นที่เกาะสมุยและพื้นที่ใกล้เคียงตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ต้นมะพร้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาะสมุย อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องมะพร้าว เช่น แนวทางในการปลูก การดูแลรักษา การกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว และการสร้างรายได้จากการปลูกมะพร้าว เป็นต้น และยังเป็นการรณรงค์ให้ชาวเกาะสมุยหันมาสนใจและอนุรักษ์ต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693883

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.31 น.

ตาวัย 74 ปีชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดตกใจพบโครงกระดูกขนาดใหญ่ แจ้งเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ เป็นกระดูกอะไร สงสัยมาอยู่ในสวนได้อย่างไร เบื้องต้นคาดลอยมาตอนน้ำท่วม

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งพบโครงกระดูกขนาดใหญ่ภายในสวนของนายบุญลือ พุ่มร่มไทร อายุ 74 ปี อยู่หมู่ 2 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงไปตรวจสอบพบโครงกระดูกขนาดใหญ่อยู่ภายในร่องน้ำในสวนเป็นโครงกระดูสัตว์คลายกระดูกวัว หรือควาย 

นายบุญลือ บอกว่า ตนได้เดินมาตรวจดูแลสวนหลังน้ำลดลง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบโครงกระดูกดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงกระดูกอะไร จึงแจ้งเพื่อนบ้านและกู้ภัยให้เข้ามาช่วยตรวจดูเพื่อความสะบายใจ เบื้องต้นไม่น่าใช่โครงกระดูกมนุษย์ เนื่องจากโครงกระดูกมีขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกวัว หรือควายตายแล้วลอยตรามน้ำมาตอนน้ำท่วมแล้วถูกสัตว์อื่นแทะกินเหลือเพียงโครงกระดูกจมน้ำเมื่อน้ำลดจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็น จึงแจ้งให้ชาวบ้านและกู้ภัยเพื่อตรวจดู เพื่อความสะบายใจของตนเอง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693869

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.07 น.

จับหมดแก๊ง! เมืองสัตหีบร่วมปศุสัตว์อำเภอบางละมุง นำเจ้าหน้าที่ลุยจับสุนัขจรจัดในตลาดสัตหีบ หลังอาละวาดไล่กัดรถชาวบ้านเสียหายรอบคัน 

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายภูธเรศ ศิลาวงษ์ เจ้าของรถ Toyota Camry ว่ารถของตนถูกฝูงสุนัขจรจัดภายในตลาด รุมกัดจนพังเสียหาย รอบคันขณะจอดอยู่ภายในตลาดสัตหีบ ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ในช่วงกลางดึก หลังฝูงสุนัขประมาณ 4-5 ตัวได้วิ่งไล่แมว ที่วิ่งมาซ่อนภายในรถ ก่อนจะกัดรถจนได้รับความเสียหาย ซึ่งหมาฝูงดังกล่าวได้สร้างความเสียหายแบบนี้บ่อยครั้ง   

ล่าสุดวันนี้ (23 พ.ย.65) นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ได้มอบหมายให้นายต่อศักดิ์ ตระกูลธงชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ นางสาวณิชาภา ชูพินิจ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองสัตหีบ นายไพโรจน์ มาแสง ปศุสัตว์อำเภอบางละมุง รักษาราชการปศุสัตว์อำเภอสัตหีบ ออกทำการจับสุนัขจรจัดทั่วตลาดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด พร้อมทั้งสำรวจจำนวนสุนัขจรจัดในแต่ละพื้นที่ หากพบว่าไม่มีเจ้าของ ไม่มีคนรับดูแล เป็นสุนัขพลัดหลงตามหาเจ้าของไม่ได้ หรือสุนัขที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ก็ดำเนินการจับไปบำบัดพักฟื้นที่ศูนย์ควบคุมสุนัขจรจัดศูนย์เลี้ยงสุนัขจรจัดการเรือยุทธการ สัตหีบ 

นายต่อศักดิ์ ตระกูลธงชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า โดยวันนี้สามารถจับสุนัขได้จำนวน 12 ตัว เป็นสุนัขตัวผู้ 9 ตัว และ ตัวเมีย 3 ตัว และกำลังดำเนินการออกจับอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาสุนัขจรจัด จำเป็นต้องเร่งแก้ไข เมื่อเกิดข่าวสุนัขจรในแต่ละครั้ง ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ทางเทศบาลเมืองสัตหีบไม่เคยนิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่มุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก ด้วยการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การทำหมันสุนัขจรจัดเพื่อตัดวงจรไม่ให้มีการขยายพันธุ์ และการจับสุนัขจรจัดที่มีลักษณะดุร้าย เพื่อนำไปพักฟื้นและควบคุมไว้ที่ศูนย์เลี้ยงสุนัขจรจัดการเรือยุทธการ ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์กับเทศบาลเมืองสัตหีบเป็นอย่างดีในการนำสุนัขไปเลี้ยงดู แต่ก็ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนนำสุนัขมาปล่อยเพิ่มและให้อาหารสุนัขจรจัดในที่สาธารณะ ทำให้เกิดการเพิ่มประชากร ของสุนัขจรจัดเพิ่มเติมอีก ซึ่งเราจะดำเนินการจับสุนัขจรจัดอย่างต่อเนื่องต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,165 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d