Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชมภาพ’มาครง’ปธน.ฝรั่งเศส เยี่ยมชมวัดโพธิ์ ประทับใจ’พระนอน’ ชอบมวยไทย-ไปเยาวราช

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693086

ชมภาพ'มาครง'ปธน.ฝรั่งเศส เยี่ยมชมวัดโพธิ์ ประทับใจ'พระนอน' ชอบมวยไทย-ไปเยาวราช

ชมภาพ’มาครง’ปธน.ฝรั่งเศส เยี่ยมชมวัดโพธิ์ ประทับใจ’พระนอน’ ชอบมวยไทย-ไปเยาวราช

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.21 น.

เจ้าคุณเทียบ เปิดเผย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ประทับใจพระนอนวัดโพธิ์ พร้อมเอยปากชมว่า ไม่เคยเห็นพระนอนที่สวยงามขนาดนี้ และ บอกด้วยว่า ว่า ประทับใจที่มาเมืองไทยครั้งนี้ ได้เห็นเอกลักษณ์ไทยหลายอย่าง ซึ่งไปชมมวยไทย ไปเดินเที่ยวเยาวราช

19 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ 18 พ.ย.65 เวลา 19.00 น. นาย เอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่เดินทางมาร่วมประชุมเอเปค 2022 ที่ประเทศไทย พร้อมคณะสื่อมวลชนจากต่างประเทศ เข้าเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) โดย พระเทพวัชราจารย์ (เจ้าคุณเทียบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ได้รับการประสานงานจากสถานทูตฝรั่งเศส ให้เป็นผู้นำชมสถานที่สำคัญภายในวัด และได้เข้าพบ พระเทพวชิรโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ณ พระอุโบสถ

ต่อจากนั้น ได้บันทึกภาพ ณ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และเข้าชมพระวิหารพระพุทธไสยาส หรือพระนอน พร้อมตักบาตรสตางค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางกลับ โดยนายมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ใช้เวลาในการเยี่ยมชมวัดโพธิ์ ร่วม 1 ชั่วโมง 30 นาที

พระเทพวัชราจารย์ (เจ้าคุณเทียบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ช่วงเวลา 19.00น. นายเอ็มมานูเอล มาครง  ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้เข้าเยี่ยมชมวัดโพธิ์ ซึ่งอาตมาได้เป็นผู้นำชม สถานที่สำคัญของวัด โดยเฉพาะบริเวณด้านในพระวิหารพระนอน ซึ่งนายมาครง ประทับใจพระนอนมากและบอกว่าไม่เคยเห็นพระนอนที่สวยงามขนาดนี้ ซึ่งเจ้าคุณเทียบ ได้อธิบายเกี่ยวกับที่มาและมงคล 108 ประการที่ฝ่าพระบาทพระนอน ซึ่งนายมาครง ก็ร่วมหยอดเหรียญในบาตรพระ108 จนครบทุกองค์ และนายมาครงยังบอกว่า ประทับใจที่มาเมืองไทยครั้งนี้ ได้เห็นเอกลักษณ์ไทยหลายอย่าง ซึ่งไปชมมวยไทย ไปเดินเที่ยวเยาวราช

เจ้าคุณเทียบ กล่าวว่า มาครง เป็นประธานาธิบดีที่อัธยาศัยดี แจ่มใส และ เป็นกันเอง ซึ่งเป็นประธานาธิบดี คนที่3 ที่ได้มาเยี่ยมวัดโพธิ์ คนแรก คือ บารักโอบามา อดีตประธานธิบดีสหรัฐ คนที่2 ประธานาธิบดีชิลิ และคนที่3 นายเอมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกษตรคนเมือง’ ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693085

'เกษตรคนเมือง' ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย

‘เกษตรคนเมือง’ ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.18 น.

“ภาคเกษตรกรรมยังเป็นภาคที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต ในภาวะวิกฤตที่ผ่านมา” นี่คือประโยคหนึ่งที่สำคัญของ “ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ที่ปรึกษาสถาบันวิจัย กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ซึ่งกล่าวบนเวทีงานสัมมนา “Thailand 2023: The Great Remake เศรษฐกิจไทย” ที่โรงแรมแกรนด์ไฮเอท เอราวัณ กรุงเทพฯ จัดโดยประชาชาติธุรกิจ 

คำกล่าวของ “ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ” บ่งชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 และ การเผชิญกับตัวแปรอื่นๆ อาทิ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่เศรษฐกิจของประเทศไทยยังเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยภาคเกษตรกรรม อันเป็นฐานสำคัญของไทยมาครั้งประวัติศาสตร์ และ ก็พบว่าปัจจุบันภาคการเกษตรได้ต่อยอดออกไปในรูปแบบสินค้าแปรรูป และ การพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีความเป็น “เกษตรยั่งยืน” โดยเน้นที่การประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 

ในเวทีดังกล่าวนับว่าเป็นเวทีที่สามารถระดมสมองของผู้นำด้านเศรษฐกิจของไทยในระดับแถวหน้าซึ่งได้มาฉายภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2565 และ อนาคตของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ได้อย่างเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ อาทิ นายสุเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) , นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี โดยมีนายธนา เธียรอัจฉริยะ นักบริหารและนักการตลาดมืออาชีพ เป็นพิธีกรเสวนาในช่วงท้ายของงานสัมมนา 

เนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับ “เกษตรคนเมือง” นั้น ทาง ดร.สมเกียติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ ให้มุมมองว่า ควรมีการแก้ไขปัญหาดินเค็มของประเทศ ซึ่งมีดินเค็มถึง 17 ล้านไร่ และ ควรมีระบบ “พี่เลี้ยง” เข้าไปในธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในโรงงานและเป็นเหมือนหมอเข้าไปวินิจฉัยว่าธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นมีจุดอ่อนอะไร และแก้ไข เช่น การทำตลาดไม่เป็น , การทำบัญชี หรือ การตลาดยังไม่ดีพอ 

ปัจจุบัน “เกษตรคนเมือง” เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรออกมาจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งเกษตรคนเมืองไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคนเมืองในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ 

ขณะที่นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยอมรับว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ภาคเกษตรกรรมยังเติบโตแรง โดยเฉพาะในภาคอิสาน ทำให้มียอดขายดีในภาคขนส่งรายย่อย ประเภทรถกะบะ (Pick up) และ รถประหยัดพลังงาน (Eco Car) โดยรถอีโค่คาร์มียอดขายดีขึ้นถึง 47% ซึ่งมีลูกค้าในกลุ่มแพทย์และพยาบาล 

ส่วนมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดเสวนา “พยากรณ์อนาคตประเทศไทย 2023” (เศรฐกิจและการลงทุน)  โดย รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บรรยาย “พยากรณ์อนาคตประเทศไทย 2023”   และมีการเสวนาโดย ดร. วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัททรีนิตี้ จำกัด, คุณณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ประธานกรรมการ สถาบันอนาคตไทยศึกษา และ ดำเนินรายการโดย ดร.อารดา มหามิตร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งงานนี้จัดขึ้นด้วยเนื้อหาที่ โดยมี ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล  ผู้อำนวยการหลักสูตร aMBA มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้นำ “หลักสูตรปริญญาโท aMBA (Analyst MBA)”  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานดังกล่าว  

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กล่าวในฐานะที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 มีคนซื้อกับมีคนทรุด แต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ภาคการท่องเที่ยวโดดเด่น รองลงมาคือภาคการส่งออก ตามมาด้วยภาคเกษตรกรรมที่มีการปรับราคาข้าวและสินค้าเกษตรดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และ ภาคแรงงาน ที่ปรับตัวดีขึ้นตามนโยบายการขึ้นค่าแรง 

“จะเห็นว่าอย่างในปีนี้บริษัทรถยนต์แจกโบนัสเยอะมาก โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯก็ได้ทำการสำรวจคนกลุ่มเดิมแต่มีลักษณะใกล้เคียงกัน พบว่าในปีนี้เทศกาลลอยกระทงโต 3% ถึง 3.5%  คาดว่า ปีหน้าโตกว่านี้ สิ่งที่เราถามคือ ฟีลลิ่ง (feeling) คนจะรู้สึกอย่างไร คนจะทำตัวอย่างไร ฟีลลิ่งจะกำหนดทิศทางการบริโภคและการลงทุน ซึ่งฟีลลิ่งที่เราถามเราถามทั้งระบบ ผมบอกเลยว่า สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ไม่หนักไปกว่านี้ และ บรรยากาศการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยปีหน้าก็เชื่อว่า การเลือกตั้งในไทยจะผ่านได้สบาย ไม่มีบรรยากาศการสู้นอกสภา แต่ลักษณะแนวคิดทางวิชาการจะเปลี่ยน และ จะเลิกใช้คำว่าจิตวิทยา แต่ถ้าความเชื่อมั่น และ ความความคิดที่เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะดี ทุกอย่างจะฟื้น 

เพราะฉะนั้นนักเศรษฐศาสตร์ต้องถามนักการเงิน (Money Market) , มนุษย์เงินเดือน และ คนค้าขาย หรือ นักธุรกิจ ถ้า 3 คน ตอบดี เศรษฐกิจดี แต่ถ้าทั้ง 3 คนตอบเศรษฐกิจไม่ดี ก็ไม่ดีแน่ ตอนที่เศรษฐกิจไทยล้มตอนต้มยำกุ้ง สถาบันการเงินล้มก่อน เพราะฉะนั้นแบงก์ หรือ ภาคการเงินจะเป็นตัวชี้เศรษฐกิจ และ ดูจากราคาไพรซ์ซิ่ง (pricing) ถ้าลดราคาเมื่อไหร่ แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะฉะนั้นตลาดการเงินจะบ่งชี้ว่าดีหรือไม่ดี อยู่ที่ดอกเบี้ยเชิงนโยบาย ไปดูดอกเบี้ยเชิงนโยบายของจีนจะนิ่งตลอด และ เศรษฐกิจไทยดีไหมดีดูที่ สุวรรณภูมิคนเยอะ สุวรรภูมิแตก เฉพาะช่วง 3 ไตรมาสแรก มีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 5.5 ล้านคน  มีนักศึกษาหอการค้าไทยทำรายงานเข้ามาช่วงต้นเดือนตุลาคมสุวรรณภูมิมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1 แสนคนต่อวัน และเราเห็นภาพถ่ายทางยูทูบนักท่องเที่ยวล้นมาก 

เพราะฉะนั้นในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 1.5-2 ล้านคนต่อเดือน และใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อคนโดยเฉลี่ย ถ้ามีนักท่องเที่ยว 4.5 ล้านคนในไตรมาส 4  จะมีเงินสะพัดในระบบประมาณ 2-3 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นภาคการท่องเที่ยวที่โดดเด่น และ ภาคการส่งออกที่ดีในขณะนั้น รวมทั้งภาคการเกษตรเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่พืชคาร์โบไฮเดรต และ สัตว์ประเภทโปรตีน ดีหมด  ข้าว ยาง ปาล์ม น้ำตาล มันสำปะหลัง ดีหมด ราคาข้าวหอมมะลิ ราคาข้าวจ้าว ปรับราคาขึ้นแล้ว 1,000 บาท ต่อกิโลกรัม  เรื่องน้ำท่วมไม่กระเทือน และ ระบบการกู้เงินด่วน โดยเกษตรกรมีการคืนเงินกู้เร็วมาก ยกเว้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่ยังมีหนี้สะสมเร็ว แต่เงินด่วนคืนเงินเร็วมาก จากการรายงานของภาคเงินด่วน ดังนั้น 1.ท่องเที่ยวแรง 2.ภาคส่งออกดี 3. เกษตรกรมีตังค์  4.มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 

เพราะฉะนั้นคาดว่า ไตรมาส 4 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะโต 3.3-3.5%  ปีหน้ารัฐบาลจะถอยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ปีหน้าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะแย่ลง คือ สหรัฐอเมริกา  เยอรมัน รัสเซีย และ อิตาลี จะโตลดลง แต่ยุโรปยังเติบโตได้ดี แต่เอเซียจะเติบโตดี 4% ขึ้น และ จีน ยังเติบโต 4-5% ถึง 6% อาเซียนจะมีส่วนในการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 30%” รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

ดังนั้น จะเห็นว่าภาคการเกษตรนั้นมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และ “เกษตรคนเมือง” ซึ่งครอบคลุมถึงภูมิศาสตร์ของเมืองในแต่ละภูมิภาค โดยมีผลสำรวจที่ยืนยันออกมาแล้ว เกษตรกรไทยมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ และ น่าจับตามองในปีหน้าว่า ภาคเกษตรกรรมของไทยจะยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ และ มีบทบาทในฐานะเข้าเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ประชาคมในอาเซียนและประชาคมโลกเกิดความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว ด้วยปัจจัยสำคัญคือ เป็นประเทศ “ปฏิรูปเทส” (ปะ-ฏิ-รู-ปะ-เท-สะ) คือ อยู่ในประเทศอันสมควร อันเป็นข้อ 4 ในมงคล 38 ประการ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สมณโคดมบรมครู ทรงตรัสไว้ตั้งแต่ครั้งพุทธกาล  และ ยังเป็นจริงตราบจนถึงปัจจุบันนี้


ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
https://web.facebook.com/utccsmart/?_rdc=1&_rdr
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

’20 พฤศจิกายน 2565′ ครบรอบ 116 ปี วันกองทัพเรือ

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693081

'20 พฤศจิกายน 2565' ครบรอบ 116 ปี วันกองทัพเรือ

’20 พฤศจิกายน 2565′ ครบรอบ 116 ปี วันกองทัพเรือ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.05 น.

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) นับเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากชาวตะวันตกอย่างมากมาย ทั้งนี้สืบเนื่องจากประสบการณ์ที่พระองค์ได้เสด็จประพาสต่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงพระองค์ทรงโปรดให้พระราชโอรสและข้าราชการจำนวนมากไปศึกษาต่อศาสตร์ด้านต่าง ๆ ในหลายประเทศทางยุโรป จึงก่อให้เกิดพระบรมราโชบายของการพัฒนาประเทศไทยในหลายด้าน เช่น ด้านการทหาร ด้านกฎหมาย และด้านงานช่างซึ่งต่อมาพระองค์ได้มีพระราชดำริเริ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตามศาสตร์ต่าง ๆ ข้างต้น และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดกิจการดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2436 (รัตนโกสินทร์ศก 112) ประเทศฝรั่งเศสได้ส่ง หมู่เรือรบเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา จนเกิดการสู้รบกับฝ่ายไทย ซึ่งประจำอยู่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ประเทศไทยเสียเปรียบประเทศฝรั่งเศสทั้งในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และความชำนาญด้านกลศึกการรบรวมถึงบุคลากรที่ควบคุมเรือรบของฝ่ายไทย ล้วนเป็นชาวต่างประเทศที่ทางราชการจ้างมารับผิดชอบตำแหน่งต่างๆ บนเรือ ซึ่งอ้างว่า “การจ้างไม่ได้รวมถึงหน้าที่ในการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกด้วยแต่อย่างใด” ประเทศไทยจึงต้องยอมเสียค่าปฏิกรรมสงคราม และเสียดินแดนบางส่วนแลกเปลี่ยนตามข้อเรียกร้องของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งประวัติศาสตร์ได้จารึกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “วิกฤตการณ์ ร.ศ.112” 

จากเหตุการณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ข้างต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงโปรดให้พระราชโอรสหลายพระองค์ไปศึกษาวิชาการยังประเทศอังกฤษ หนึ่งในพระองค์นั้นคือ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย หรือเสด็จในกรมฯ) เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยศักดิ์เป็น พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ เนื่องจากพระองค์มีพระราชประสงค์ให้คนไทยมีความรู้ความสามารถในการทหารเรือ โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติ และสามารถปกป้องประเทศได้ด้วยกองทัพเรือของตนเอง

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 พระองค์ทรงรักการเป็นทหารเรือตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษา และเสด็จกลับสู่ประเทศไทย พระองค์ทรงวางรากฐานการทหารเรือของไทยตามแบบชาติตะวันตก เพื่อให้กองทัพเรือมีความเข้มแข็งและก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ รวมทั้งได้ขอพระราชทานพระราชวังเดิม กรุงธนบุรี จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ ตลอดจนกราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 กองทัพเรือจึงถือวันมหามงคลดังกล่าวเป็นวันกองทัพเรือมาจวบจนปัจจุบัน

พระกรุณาธิคุณของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ทรงเมตตาแก่ทหารเรือยังมีอีกมากมายหลายคณานับ เช่น ทรงจัดทำโครงการสร้างกำลังทางเรือ ทรงปรับปรุงด้านการศึกษาของทหารเรือ ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์สมาคม “ราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม” ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดซื้อ “เรือหลวงพระร่วง” จากประเทศอังกฤษ ตลอดจนทรงเป็นผู้บังคับบัญชานำเรือหลวงพระร่วงพร้อมด้วยนายทหารเรือ โดยได้นำเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษมาสู่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของราชนาวีไทยที่นายทหารเรือไทยสามารถเดินเรือทางทะเลได้ไกลเป็นอย่างมากในขณะนั้น

นอกจากนี้พระองค์ยังมีพระกรุณาธิคุณด้านดนตรีแก่กองทัพเรือ พระองค์ทรงพระนิพนธ์เพลงปลุกใจไว้ให้กองทัพเรือมากมาย อาทิ เพลง “เดินหน้า” เกิดจากการนำเอาเพลงสองเพลงมารวมกัน คือ เพลง “เกิดมาทั้งที มันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น” และเพลง “เกิดมาทั้งที มันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาความสามารถของพระองค์ในการถ่ายทอดทำนองเพลงไทยเดิมมาเป็นท่วงทำนองสากล โดยไม่เสียเค้าทำนองของเพลงเดิม

ส่วนด้านเนื้อร้อง พระองค์ทรงพระนิพนธ์จากธรรมชาติของทหารเรือในการปฏิบัติราชการ นอกจากนั้นยังมีเพลง “ดอกประดู่” ซึ่งพระองค์ทรงพระนิพนธ์เพลงนี้จากประสบการณ์ในช่วงที่นำทหารเรือออกฝึกภาคทะเล มีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า “ตายแต่ตัว ชื่อยังฟุ้ง ทั่วทั้งกรุงก็ไม่ลืมได้…ให้โลกทั้งหลายเขาลือว่าตัวเราคือทหารเรือไทย” โดยเพลงเหล่านี้ล้วนเป็นเพลงที่ร้องง่ายและจำง่าย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเพลงอมตะคู่กับกองทัพเรือมาตราบจนปัจจุบัน

กองทัพเรือของไทยมีรากหยั่งลงอย่างมั่นคง นำมาซึ่งการก่อกำเนิด และมีพัฒนาการสู่การเป็นกองทัพเรือที่เข้มแข็งมั่นคงในทุกวันนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และด้วยพระกรุณาธิคุณของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ พระองค์จึงได้รับการเคารพจากทหารเรือทุกชั้นยศอย่างจริงใจสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน และเหล่าทหารเรือทุกนายต่างยกย่องให้พระองค์เป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ชั่วนิรันดร์

สำหรับการจัดงานวันกองทัพเรือ ในปีนี้ นอกจากครบรอบ 116 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือพระราชวังเดิมกรุงธนบุรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 แล้ว ยังเป็นช่วงที่กองทัพเรือกำหนดจัดงาน 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่จะเวียนมาบรรจบในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อกองทัพเรือเป็นเอนกอนันต์ โดยกองทัพเรือ ได้กำหนดจัดงานวันกองทัพเรือ ประจำปี 2565 ประกอบด้วย พิธีทำบุญประจำปี เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงเช้า ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม และงานรับรองวันกองทัพเรือในช่วงค่ำ ณ หอประชุมกองทัพเรือ

กองทัพเรือได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติไทยตั้งแต่อดีตกาล ถึงแม้ว่าในปัจจุบันไม่มีศึกการรุกรานจากทางทะเล เพราะนานาประเทศล้วนหันมาทำสงครามทางด้านเศรษฐกิจแทน แต่ภารกิจของกองทัพเรือก็ไม่ได้หยุดนิ่ง โดยมีหน้าที่สำคัญในการดำรงรักษาความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักษากฎหมายทางทะเล สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ช่วยเหลือคุ้มครองเรือประมง ตลอดจนรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และอนุรักษ์รักษาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางชายฝั่งและในทะเล 

นอกจากนี้กองทัพเรือยังมีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน สืบทอดมาสู่ทหารเรือจากรุ่นสู่รุ่นที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเสริมสร้างกำลังทหารเรือให้มีความแข็งแกร่ง มีขีดความสามารถในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือได้ให้คำมั่นว่าจะมุ่งเน้นให้กองทัพเรือมีศักยภาพในการปกป้องอธิปไตย มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคอยช่วยเหลือประชาชน เพื่อนำไปสู่การเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น” และภาคภูมิใจตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิพิธภัณฑ์การเกษตรชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติ มหกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี 3-6 ธันวานี้

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693073

พิพิธภัณฑ์การเกษตรชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติ มหกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี 3-6 ธันวานี้

พิพิธภัณฑ์การเกษตรชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติ มหกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี 3-6 ธันวานี้

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.31 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 พ.ย.65 ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2565 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สดุดีพระเกียรติคุณและเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม มีพระราชกรณียกิจพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินที่ประสบความสำเร็จ สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดและเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาประเทศ

โดยมี นายอร่าม  แก้วนิล ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง , นางขวัญใจ  เนตรหาญ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สระบุรี และ นางสาวจุฑามาศ  ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมแถลงข่าว กิจกรรมพิเศษในวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ เวลา 08.00 น. ขอเชิญประชาชนชาวไทย ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์ 59 รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ร่วมรับชมการแสดง  และจุดเทียนมหามงคลสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ รับฟังบทเพลงบรรเลงเพื่อพ่อ และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์ดินดล ตลอดทั้งวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วยพร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

พลอากาศเอก เสนาะ  รรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร และในปีนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO ได้กำหนดการจัดงานวันดินโลกภายใต้หัวข้อ “Soils, where food begins : อาหารก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อสร้างการรับรู้และให้ความตระหนักถึงทรัพยากรดินที่เป็นแหล่งกำเนิดของปัจจัยต่างๆ ทั้งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และพลังงาน

ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ภูมิพล ดลดิน จัดแสดงพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการดินเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพระราชดำริในการแก้ปัญหาดินในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยนิทรรศการจากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นิทรรศการของขวัญจากดิน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน 

นายอร่าม  แก้วนิล ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้ามาร่วมเรียนรู้นิทรรศการผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อนิทรรศการของขวัญจากดิน เรียนรู้ความอุดมสมบูรณ์ด้านข้าว ปลา อาหาร จากเกษตรกรผู้ปฏิบัติจริง สะท้อนเรื่องราววิถีเกษตรยุคใหม่ ที่ยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมพัฒนาและยกระดับ  ให้เข้ากับยุคสมัยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ นำเสนอเรื่องราว 4 วิถี แห่งการพึ่งพาตนเองสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเองและชุมชน อาทิ ของขวัญจากดิน “ข้าวใหม่ปลามัน สรรพสิ่งหลังนา”การสร้างคนรุ่นใหม่ 7 โมเดล การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการ พร้อมด้วยกิจกรรม Work shop จับเข่า ล้อมวงเล่าเรื่องเกษตร พร้อมด้วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่วน นางขวัญใจ เนตรหาญ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สระบุรี กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ถือเป็นช่วงเดือนข้าวใหม่ ปลามัน เดือนแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว พี่น้องเครือข่ายจากทั่วประเทศ ร่วมใจกันรวบรวมผลผลิต ได้แก่ ข้าวไร่ ทั้ง 4 ภาค พืชหัว ผักพื้นบ้าน องค์ความรู้เรื่องจุลินทรีย์สรรพสิ่งฯ ตลอดช่วงฤดูกาลทำนา มาจัดแสดงให้เห็นถึงห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แสดงถึงสายใยที่สร้างความมั่นคงทางอาหารตามวิถีเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ภายในงาน

นางสาวจุฑามาศ  ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ทางด้านตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ตลาดองค์ความรู้ ตลาดแห่งมิตรภาพ และการแบ่งปัน ศูนย์กลางการรวบรวมองค์ความรู้ ด้านการเกษตร พื้นที่จุดประกายความคิดและน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมให้เห็นในเชิงประจักษ์ พร้อมชม ช้อป แบบจุใจกว่า 200 ร้านค้ากับสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ อาหารพื้นบ้านคาวหวานทั้ง 4 ภาค และตลาดต้นไม้นานาพันธุ์ โดยเกษตรกรผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต จำหน่ายในราคามิตรภาพ และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์ดินดล ตลอดงาน

ภายในงานมีการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการใหม่ วิถีเกษตรกรไทย ตามรอยศาสตร์พระราชา พิพิธภัณฑ์อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 8 ภายใต้แนวคิด เกษตรกรไทยเท่ มีกิน  มีใช้ มีเก็บ มีเกียรติ และเปิดให้ชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งสนองพระราชปณิธาน พื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจตามศาสตร์พระราชา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร สนุกทะลุจอ สัมผัสความแปลกใหม่ในโรงภาพยนตร์แอนิเมชัน 7 มิติ ที่จะเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในงานนี้ จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสืบสาน รักษา ต่อยอด สืบทอดพลังแห่งความดี ธ ผู้ทรงเป็นดั่งกำลังของแผ่นดิน ภายในงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2565 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดนาที ‘พลายงาทอง-พลายทองคำ’ ศึกช้างชนช้างนัดล้างตา สนั่นเขาใหญ่

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693070

เปิดนาที 'พลายงาทอง-พลายทองคำ' ศึกช้างชนช้างนัดล้างตา สนั่นเขาใหญ่

เปิดนาที ‘พลายงาทอง-พลายทองคำ’ ศึกช้างชนช้างนัดล้างตา สนั่นเขาใหญ่

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.18 น.

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “บดินทร์ จันทศรีคำ” หรือที่รู้จักกันในนาม ลุงหมูสาริกา ผู้ก่อตั้งชมรมฅนรักสัตว์ป่า และผู้ก่อตั้งทีมอาสาช่วยเหลือสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โพสต์คลิปเหตุการณ์ ช้างป่า 2 ตัว กำลังชนกันอย่างดุเดือด เสียงดั่งสนั่นหวั่นไหว ริมถนน

โดยระบุข้อความว่า “แผ่นดินไหว เขาใหญ่หนาววว เช้าตรู่ วันนี้ (19 พ.ย.65) เวลาประมาณ 07.00-07.30 น. พลายทองคำคลุกวงในตีเข่าใส่กับพลายงาทองตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางท่ามกลางหมอกจางๆ ระหว่างช่วง กม.29 ผืนป่าเขาใหญ่ถึงกับสั่นสะเทือนหลายริกเตอร์ไปถึงที่ประชุมเอเปคแน่นอน เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.20 (น้ำตกเหวนรก) ยกกำลังพลทั้งหมดเป็นกรรมการเข้าห้ามศึกนัดล้างตาครั้งนี้ ลุงก็ขอให้พ่อพลายทั้งสองปลอดภัยโชคดี”

โดยภายหลังจากที่โพสต์คลิป ได้มีชาวโซเชียลแชร์ต่อและแสดงความคิดเห็นกันเป็นอย่างมาก ซึ่งลุงหมูสาริกา ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “ศึกครั้งนี้เป็นนัดล้างตา ที่พลายทองคำงาหักเพราะงาทอง เมื่อวานลุงให้ยาแก้อักเสบทองคำไป 75 เม็ด เช้าวันนี้คึกคักซัดกันแต่เช้าตรู่”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ช้างพลายทองคำ ต่อสู้กับพลายงาทอง เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 10 พ.ย.65 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณใกล้กับจุดนี้เช่นกัน โดยคาดว่าน่าจะเกิดจากการพยายามแย่งชิงจ่าฝูง เนื่องจากพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีโขลงช้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการต่อสู้ครั้งนั้นพลายทองคำถึงกับได้รับบาดเจ็บงาด้านขวาหักไป 1 ข้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ได้ทำการติดตามรักษาอาการอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเกิดการต่อสู้กันอีกในครั้งนี้ แต่โชคดีครั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ระดมกำลังไปแยกออกจากกันได้ทัน จึงไม่มีตัวใดได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชั่งกล้า!! ไปดูสาวหัวขโมย ทำเป็นเลือก ก่อนฉกเสื้อผ้าต่อหน้าวงจรปิด

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693065

ชั่งกล้า!! ไปดูสาวหัวขโมย ทำเป็นเลือก ก่อนฉกเสื้อผ้าต่อหน้าวงจรปิด

ชั่งกล้า!! ไปดูสาวหัวขโมย ทำเป็นเลือก ก่อนฉกเสื้อผ้าต่อหน้าวงจรปิด

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.41 น.

ทำเนียนเลยนะ! สาวมือฉกทำทีเลือกดูเสื้อผ้า ก่อนฉกใส่กระเป๋า ชาวเน็ตแห่คอมเม้นท์กล้องชัดขนาดนี้ ไม่รอด!!

เพจเฟซบุ๊ก Urthe ของร้านเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ในฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยเผยนาทีหัวขโมยสาว ตีเนียนทำทีดูเสื้อผ้าที่ราวแขวน โดยอาศัยจังหวะไม่มีคน ก่อนที่จะเหลือบมองกล้องวงจรปิด และรีบพับกางเกงขายาวใส่กระเป๋าที่พกมาด้วย 

โดยเพจดังกล่าวยังระบุข้อความด้วยว่า “เนียนเลยนะมึง” ขณะเดียวกันชาวเน็ตได้ต่างแสดงความคิดเห็นว่าขอให้ตามหัวขโมยรายนี้มาให้ได้ “กล้ามาก กล้องชัดขนาดนี้” , “ลืมเหรอว่าตรงนั้นมีกล้อง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693063

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.54 น.

จากกรรณีที่กระแสการท่องเที่ยวชุมชนกำลังมาแรงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ประกอบการสถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลาย ประเทศไทยมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้ล่าสุด ทางเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งมีนายวันชัย จงสุทธาณามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ร่วมคณะวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร และ สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย ได้เปิดการท่องเที่ยวชุมชนดอยสะเก็น ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ขึ้นภายใต้โครงการวิจัย การพัฒนาย่านวัฒนธรรมชุมชนและพื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีและสร้างวัฒนธรรมใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยบริบทการพัฒนาชุมชนเมืองด้วยทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมือง

โดยโปรแกรมการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถกอล์ฟ ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงราย ได้จัดให้บริการฟรีจำนวน  3 คัน ตระเวนชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนเมือง  สภาพบ้านเรือนและอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่จะยึดอาชีพเกษตกรรมและการค้าขาย ก่อนจะแวะเข้าชมความสวยงามของวัดคีรีชัย วัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน ซึ่ง อุโบสถ เป็นแบบศิลปะล้านนาประยุกต์ คล้ายอุโบสถวัดร่องขุ่น แต่สีจะเป็นโทนสีเขียว  พระพุทธรูปในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2.7 เมตร สูง 2.93 เมตร นามว่า “พระพุทธสิริมงคล”

จากนั้นเดินทางต่อไปดูผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน การประดิษฐ์ผ้าบาติก ที่ร้านปิ่นทองบาติก ซึ่งนายนพชเลศ รอดสุวรรณ อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณและกลุ่มชาวบ้านยึดเป็นอาชีพเลี้ยงครอบ ครัวและสร้างรายได้แก่ชุมชนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเรียนรู้และชมฝีมือการวาดลวดลายบนผืนผ้า และขั้นตอนการทำผ้าบาติก  พร้อมกันนี้ยังได้ทดลองระบายสีบนผ้าเพื่อทำเป็นผลงานทางศิลปะชั้นเดียวในโลกของตนเอง โดยมีทางชุมชน จะคอยสอนและให้คำแนะนำ

โดย นายนพชเลศ กล่าวว่า ผ้าบาติกปกติเราจะได้พบเห็นทำกันมากพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ แต่ที่ทางชุมชนทำเป็นผ้าบาติกเหมือนกัน แต่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับทางภาคเหนือ ทั้งลวดลายที่อาจเป็นลายดอกหรือลวดลายล้านนา รวมไปถึงวัสดุผ้าที่ใช้ก็จะใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่มีอยู่ในท้องถิ่น รวมทั้งโทนสีที่ใช้ทางใต้จะใช้สีฉูดฉาด แต่ที่นี่จะเป็นสีตุ่นๆ โทนสีกลางให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ ตลอดจนเส้นเทียนที่เขียนก็จะใช้เส้นเทียนให้เล็กที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาจะได้เรียนประวัติความเป็นมาของผ้าบาติก ว่ามาอยู่ทางภาคเหนือได้อย่างไร และลงมือทำอย่างน้อยก็ได้ผ้าเช็คหน้าเป้นของที่ระลึกกลับไปด้วย

ต่อมาก็เดินทางต่อขึ้นไปพื้นที่ป่าดอยสะเก็น ซึ่งถือเป็นป่าแห่งเดียวที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงถูกเรียกว่า “ป่าใจกลางเมือง” ซึ่งที่นี่นอกจากสามารถสักการะองค์พระธาตุดอยสะเก็น พระธาตุเก่าแก่ประจำชุมชนแล้ว ยังสามารถชมความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้ และพันธุ์นกนานาชนิด  รวมไปถึงมีต้นผึ้ง ซึ่งมีผึ้งมาทำรังเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันบริเวณด้านหน้า  เทศบาลนครเชียงรายได้มีการจัดทำสกายวอล์ค  สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวของชุมชนดอยสะเก็นและทัศนียภาพของตัวเมืองเชียงรายจากมุมสูง ซึ่งมีความสวยงามน่าชม โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกจะงดงามยิ่ง

ปิดทริปที่ช่วงเย็นในทุกค่ำคืนของวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ที่กาดนัดดอยสะเก็น ในพื้นที่สาธารณะใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งที่นี่ทางชุมชนจะมีการนำผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน สินค้าโอท็อป อาหารพื้นถิ่นและพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ นำมาวางจำหน่ายบริการให้กับนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ เลือกชิมกันอย่างเต็มอิ่ม โดยมีลานกิจกรรมรำวงย้อนยุคให้ร่วมชมและร่วมเต้น โดยมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงไว้บริการอีกด้วย

นายธีรวุฒิ  สุวรรณ์  คณะกรรมการชุมชนดอยสะเก็น กล่าวว่า ทางชุมชนจัดกิจกรรมท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดกาดดอยสะเก็น  ถนนวัฒนธรรม วีถีล้านนา บูชาพระธาตุ ขึ้นเพื่อหวังสร้างความสามัคคีในชุมชนมีเวทีสำหรับคนในชุมชนทำกิจกรรมร่วมกัน  และสร้างอาชีพตลอดจนรายได้แก่ชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งชุมชนมีป่าใจกลางเมือง ซึ่งเรียกว่าปอดของเมืองเชียงรายก็ว่าได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชน มีพระธาตุดอยสะเก็นที่เก่าแก่อายุ 400 กว่าปี  มีจุดชมวิวสกายวอล์คชมวิวได้แบบ 180 องศา 

“นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะสัมผัสวิถีเกษตรซึ่งชุมชนเป็นชุมชนต้นแบบของเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีพืชผักปลอดสารพิษให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานและซื้อไปเป็นของฝากของที่ระลึกได้ด้วย  มีกาดแลงที่มีอาหารพื้นเมืองให้เลือกชิม  ซึ่งชุมชนดอยสะเก็นถือเป็นชุมชนเก่าแก่ตามตำนานเล่าว่าเคยเป็นชุมชนของคนลั๊วะ มาก่อน จึงทำให้มีร่องรอยวัฒนธรรมที่เก่าแก่อยู่ แต่ปัจจุบันก็มีการปรับตัวมาตามยุคสมัย แต่ก็ยังเหลือร่องรอยให้น่าติตดาม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวได้ทุกวัน” นายธีรวุฒิ กล่าว

ทางด้านนางธนัญญา เชิดโฉม  รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่ง จ.เชียงราย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีอยู่มาก ทั้งในตัวเมืองเชียงรายและต่างอำเภอ และมีชื่อเสียง อาทิ ชุมชนปางห้า  อ.แม่สาย ขึ้นชื่อในการประดิษฐ์กระดาษสาและการเพาะเลี้ยงไหม  ชุมชนบ้านท่าขันทอง  อ.เชียงแสน ติดริมแม่น้ำโขง ที่ดำเนินวิถีชีวติของชาวอีสานพลัดถิ่น แต่ยังคงอนุรักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมไว้อย่างแข้มแข็ง ซึ่งช่วงนี้สถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก 

“ชุมชนดอยสะเก็น เป็นอีกชุมชนที่น่าท่องเที่ยว เพราะสามารถท่องเที่ยวทั้งด้านวัฒนธรรม ที่มีวัดและพระธาตุอันเก่าแก่ ซึ่งเชียงรายมีทั้งวัดขาว คือ “วัดร่องขุ่น”  วัดสีน้ำเงิน คือ “วัดร่องเสือเต้น” และวัดห้วยปลากั้ง ที่มีชื่อเสียง และที่ชุมชนดอยสะเก็น จะมีวัดเขียว “วัดคีรีชัย” ให้ได้เยี่ยมชมและสักากระของพร มีสกายวอล์คที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย สามารถแวะชมได้ง่าย มีตลาดชุมชนที่เลือกช้อปเลือกชิมและเลือกซื้อได้ โดยอนาคตเชื่อชุมชนแห่งนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและสร้างรายได้ ทางด้านการท่องเที่ยวแก่ จ.เชียงราย ได้อีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ยังไม่มีโปรแกรมเที่ยวไหน ก็สามารถแวะเวียนมาท่องเที่ยวที่นี่ได้” นางธนัญญา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693047

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.37 น.

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา ทางผู้บริหาร ร้าน RAAS ตั้งอยู่ช่วงซอยทัพยา 16 ภายในถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี โดยมีตัวแทนจากกลุ่มนักธุรกิจในเมืองพัทยา เดินทางเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการสถานประกอบการเมืองพัทยา รวมถึงชาวอินเดียต่างมาร่วมเดินขบวนพาเหรด บนถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ซึ่งขบวนพาเหรด มีมีการแสดงตีกลองอินเดีย เป็นการแสดงที่หาชมยาก เพื่อสร้างสีสันให้กับวอคกิ้งสตรีทในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พร้อมทั้งเป็นการต้อนรับการประชุม APEC 2022 นอกจากนี้ ยังมีการแต่งกายแบบชาวอินเดียว ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก สร้างสีสันต์ความคึกคักในค่ำคืนนี้เป็นอย่างมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693020

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.43 น.

เมื่อคืนวันที่ 18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายจตุนันท์ จอมทัน ปลัดอำเภอฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงเรือค้นหาจระเข้ในคลองภาษีเจริญ หลังชาวบ้านที่มีอาชึพหาปลาพบเห็นจระเข้หลายตัวลอยคออยู่ในคลอง และสามารถจับจระเข้มาได้ 1 ตัว ซึ่งจระเข้ที่จับได้มีความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 60 เซนติเมตร เป็นลูกจระเข้อายุประมาณ 1 เดือน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นจระเข้สายพันธุ์ใด

นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และทีมงานได้ลงเรือค้นหาจระข้โดยรอบแนวคลองภาษีเจริญ เป็นเวลานานอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่พบจระเข้ตัวที่เหลือเพราะตลอดแนวคลองค่อนข้างจะมืด คงต้องรอให้เช้าก่อนค่อยมาเร่งค้นหาอีกครั้ง

จากการสอบถามลุงบุญเกื้อ ผู้ที่เห็นจระเข้และสามารถจับลูกจระเข้ได้ เล่าให้ฟังว่า ขณะที่กำลังหาปลาอยู่ในคลองภาษีเจริญได้เห็นดวงตาสีแดงอยู่บริเวณผิวน้ำ จึงเข้าใจว่าเป็นปลาจึงได้ใช้ฉมวกแทงลงไปในน้ำแต่ไม่โดน และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่ปลาแต่เป็นลูกจระเข้ จึงได้ใช้สวิงช้อนจับตัวขึ้นมาได้และได้แจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ

นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน กล่าวว่าเบื้องต้นยังค้นหาไม่พบจระเข้ตัวที่ยังหลงเหลือและยังไม่แน่ใจว่านอกจากจระเข้ตัวเล็กที่เห็นแล้วจะมีจระเข้ตัวใหญ่ด้วยหรือไม่ สันนิษฐานว่าจระเข้ที่พบเห็นและจับได้นั้นอาจเป็นจระเข้ที่มีผู้เลี้ยงไว้แต่ได้หลุดออกมา และจะเร่งประสานหน่วยงานประมงอย่างเร่งด่วนเพื่อนำเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นมาสำหรับใช้จับจระเข้ให้ได้โดยเร็ววันนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่ทำการค้นหาจับจระข้ และประชาชนตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมคลองภาษีเจริญ ส่วนจระเข้ที่จับมาได้จะนำไปมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่’ประกวดควายไทย’ชิงถ้วยพระราชทาน

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693018

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่'ประกวดควายไทย'ชิงถ้วยพระราชทาน

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่’ประกวดควายไทย’ชิงถ้วยพระราชทาน

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.41 น.

จังหวัดอุดรธานี จัดยิ่งใหญ่ประกวดควายไทย มาตรฐานระดับโลก ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก”  18-19 พฤศจิกายน ตระการตามีควายงามร่วมงานกว่า 530 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ห้วยโป่งวัว (โคกหนองโกสาธารณะ) ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการประกวดควายสวยงาม ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก”  ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในจังหวัดอุดรธานี สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย จัดขึ้นด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงประทานถ้วยรางวัลพระราชทาน และกำหนดเสด็จ (เป็นการส่วนพระองค์) เพื่อประทานถ้วยรางวัลแก่เกษตรกรเจ้าของควายที่ชนะเลิศ  ในรุ่นควายยอดเยี่ยม (Grand champion) เพศผู้ เพศเมีย และรุ่นรองควายยอดเยี่ยม (Reserve champion) เพศผู้ เพศเมีย รวม 4 รางวัล สร้างความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควายที่ร่วมประกวด ซึ่งในการประกวดครั้งนี้มีเกษตรกรนำควายมาร่วมกิจกรรมมากถึง  530 ตัว แบ่งเป็น ควายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี 246 ตัว ต่างจังหวัด 284 ตัว

ทั้งนี้ จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีในระหว่าง พ.ศ. 2546-2548 ได้พบโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์เช่น กระดูกควาย กระดูกปลาและกระดูกสุนัข ส่วนของโครงกระดูกควายนั้นไม่พบส่วนหัว ซึ่ง ดร.อำพัน กิจงาม นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกสัตว์ได้ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นควายที่ถูกเลี้ยงไว้ใช้งาน เนื่องจากกระดูกกีบเท้ามีร่องรอยการลากไถเหมือนกับกระดูกของควายในปัจจุบัน และจากการศึกษาวิเคราะห์หลักฐานประเภทกระดูกสัตว์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงพบว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์รู้จักเลี้ยงควายสำหรับไถนาและมีการใช้เครื่องมือที่ทำจากเหล็กตั้งแต่ประมาณ 2,500-3,000 ปีมาแล้วและจากข้อมูลปี 2565  จังหวัดอุดรธานีมีผู้เลี้ยงควายทั้งจังหวัดรวม 13,287 ราย ควาย 69,571 ตัว (อันดับ 10 ของประเทศ) จังหวัดอุดรธานี มีการส่งเสริม อนุรักษ์และพัฒนาควายไทย สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นอีสาน การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้านการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนของจังหวัดรองในทุกมิติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการเสริมสร้างจุดแข็งของการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานีได้รับการยอมรับว่าสามารถรองรับการท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นฐานด้านวัฒนธรรม นวัตวิถี กระตุ้นให้เกษตรกรและผู้สนใจหันกลับมาเลี้ยงควายเพิ่มมากขึ้น เป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอดตำนาน ควายโบราณบ้านเชียง สืบสานตำนานวิถีคนวิถีควาย ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน และเพื่ออนุรักษ์ควายไทยให้เป็นมรดกของคนไทย และอยู่คู่วิถีสังคมไทยอย่างยั่งยืน  สำหรับกิจกรรมในงานจัดให้มีนิทรรศการมีชีวิต “วิถีวัฒนธรรมคนอีสาน”  การแสดงนิทรรศการสินค้าโอทอปและผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดอุดรธานี  ชมและเชียร์ควายในการประกวดควายสวยงามชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.65 นี้

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,329 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d