Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1) มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692943

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1)  มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1) มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ทรัพยากร (มนุษย์) กับการเมือง : การเมืองว่าด้วยการจ้างงาน การจัดการกำลังคน และเจเนอเรชั่น” เมื่อเร็วๆ นี้ โดย รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากพูดถึงมุมมองในการบริหารคน จะมีคำศัพท์ที่พบได้บ่อยๆ คือ

1.การบริหารงานบุคคล (Personnel Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านวิศวกรรม ให้น้ำหนักเน้นไปที่การควบคุมกำกับ กำหนดลำดับชั้นการบังคับบัญชา และทำให้เกิดมาตรฐาน หรือมีลักษณะเป็นทางการ 2.การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านจิตวิทยา มองคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เหมือนทรัพย์สิน (Asset) ที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี จึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาว เช่น ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนถึงเกษียณ หรือแม้แต่เกษียณแล้วก็ยังมีสวัสดิการ

และ 3.การบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านเศรษฐศาสตร์ มองว่าการลงทุนในมนุษย์ทำให้ได้รับประโยชน์ตามมา ไม่ใช่ของคนคนนั้นอย่างเดียวแต่รวมถึงหน่วยงานด้วย แต่การใช้คำว่า “ทุน” จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการสนับสนุน แต่หน่วยงานจะมองหาคนที่ดูแล้วว่าหากลงทุนกับคนคนนั้นจะเกิดความคุ้มค่า ซึ่งทั้ง 3 คำนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารแต่ละองค์กรจะเลือกให้น้ำหนักคำใด อันจะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายในองค์กรด้วย

เมื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์การจ้างงานของไทย สามารถแบ่งได้ 1.ยุคปี 2418-2434 ซึ่งปี 2418 เป็นปีที่เริ่มมีระบบ “เงินเดือน” ใช้เป็นครั้งแรก จากเดิมบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ-ขุนนาง) เคยมีรายได้จากระบบ “กินเมือง” หมายถึงส่วยหรือภาษีจากพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องนำส่งส่วนกลาง ผู้มีอำนาจในพื้นที่นั้นสามารถแบ่งส่วนหนึ่งออกมาเป็นรายได้ของตนได้ ซึ่งการเปลี่ยนจากระบบกินเมืองเป็นระบบเงินเดือน ทำให้รัฐส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นผ่านกลไกที่ภาษีทั้งหมดถูกรวมเข้าส่วนกลางก่อนจัดสรรเป็นเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ

2.ยุคปี 2435-2474 หลังเปลี่ยนผ่านจากระบบกินเมืองมาเป็นระบบเงินเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐได้ระยะหนึ่ง “การค้าขาย” พลอยได้รับอานิสงส์จากความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย โดยประชาชนสามารถซื้อ-ขายสินค้าได้เองไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐอีกต่อไป ซึ่งหากนับจากปี 2435 ไปจนถึงปี 2474 สยามหรือไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายด้าน ไล่ตั้งแต่การเลิกระบบไพร่-ทาส (แต่สังคมไทยก็ยังคงนับถือคนมียศถาบรรดาศักดิ์อยู่) การก่อตั้งกระทรวงขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานด้านต่างๆ ในภาครัฐ

เริ่มมีการสรรหาคนทำงานตามความชำนาญเฉพาะด้าน โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงแรกที่มีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ เนื่องจากยุคนั้นมีการส่งคนไปศึกษาวิทยาการหลายด้านในทวีปยุโรป อีกทั้งมีการก่อตั้งโรงเรียนสำหรับฝึกอบรมบุคคลเพื่อรับราชการโดยเฉพาะ (ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รวมถึงในปี 2471 มีการออก พ.ร.บ.ระเบียบราชการพลเรือน มาบังคับใช้

3.ยุคปี 2475-2529 ด้านการเมืองหันมาใช้ระบบเลือกตั้งผู้ปกครอง ขณะที่ด้านเศรษฐกิจและการศึกษามีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น ยุคนี้มีลักษณะของ “สามเหลี่ยมแห่งอำนาจ” หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจ ขณะเดียวกัน ปัญหาในภาครัฐเริ่มซับซ้อนขึ้น จนเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ อีกทั้งมีการขยายตัวของโครงสร้างระบบราชการ เช่น ตั้งหน่วยงานใหม่ๆ ระดับกรมขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้การสอบเข้ารับราชการใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด (ภาค ก, ข และ ค) รวมถึงเรื่องเงินเดือนเจ้าหน้าที่ก็เช่นกัน 4.ยุคปี 2530-2539 ยุคนี้ประเทศไทยเศรษฐกิจเติบโตสูงมาก นำมาซึ่งการขยายตัวของภาคเอกชน เกิดภาวะ “สมองไหล” หมายถึงคนเก่งๆ เริ่มหันไปหางานทำในบริษัทเอกชนมากขึ้น เพราะมีแรงจูงใจจากการจ่ายเงินเดือนมากกว่าเมื่อเทียบกับการรับราชการ แต่ภาครัฐก็ยังขยายระบบราชการต่อไปผ่านการตั้งกระทรวง กรม กองใหม่ๆ โดยหวังให้ตอบโจทย์สภาพปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น

และ 5.ยุคตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา โครงสร้างระบบราชการมีการปรับเปลี่ยน เช่น มีการเกิดขึ้นขององค์การมหาชน หน่วยงานภาครัฐต้องหารายได้มากขึ้น มีการปะทะกันระหว่าง 2 แนวคิด คือผู้บริหารหน่วยงานของรัฐควรมาจากระบบอาวุโส (ไต่เต้าจากการเริ่มทำงานในหน่วยงานนั้นตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนก้าวหน้าขึ้นมาเป็นระดับบริหาร) หรือเปิดทางให้คนนอกเข้ามาได้ (ไม่ว่าจากการเลือกตั้งหรือสรรหา) ขณะที่ฝ่ายการเมืองก็มีอิทธิพลมากขึ้นในการแต่งตั้งโยกย้าย มีการเกิดขึ้นของระบบการจ้างงานภาครัฐที่ไม่ใช่ข้าราชการ อาทิ พนักงานราชการ

“ยุคที่ 5 เป็นเหมือน GMO ตัดแต่งพันธุกรรม ต้องบอกว่ายุคที่ 5 เริ่มมีการจ้างงานประเภทที่เป็นตามสัญญามากขึ้น เป็นระบบพนักงานราชการ แต่ในขณะเดียวกันกลิ่นอายของกฎระเบียบไม่ได้หายไป ความสัมพันธ์ระยะยาวก็ไม่ได้หายไป ขณะเดียวกันก็เจอสัญญาที่บีบรัดมากขึ้นด้วยในยุคที่ 5” อาจารย์สุนิสา ระบุ

อาจารย์สุนิสา กล่าวต่อไปถึงหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในงานด้านทรัพยากรมนุษย์ เช่น 1.สังคมสูงวัย (Aged Society) ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรับมือไม่ว่าหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน เพราะคนที่เกษียณอายุออกไปแล้วความรู้ความชำนาญก็จะออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายคนแม้อายุ 60-70 ปี ก็ยังดูไม่แก่ ดังนั้น นโยบายการจ้างงานจึงควรมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

2.ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ปัจจุบันคนที่ยังทำงานอยู่อาจแบ่งได้ 3 รุ่น คือ เจนเอ็กซ์ (อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป) เจนวาย (อายุประมาณ 20 ปลายๆ-40 ต้นๆ) และเจนแซด (อายุ 20 ต้นๆ) ส่วนเบบี้บูมเมอร์เกษียณไปแล้ว (เว้นแต่บางคนที่ยังทำงานแบบตามสัญญาจ้าง-Contract Base) โดยคน 3 รุ่นข้างต้นมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างมาก กล่าวคือ เจนเอ็กซ์มีนิสัยอดทนสูงและหากจะทำอะไรต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ส่วนเจนวายจะชอบความท้าทายและการได้ลองนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แต่ถึงกระนั้นเจนวายก็ทำเรื่องดังกล่าวได้ไม่รวดเร็วว่องไวเท่าเจนแซด

3.คนโตไม่ทันตำแหน่งงาน (Manpower) เมื่อมีคนเกษียณอายุจำนวนมาก คนรุ่นถัดไปก็ต้องเลื่อนขึ้นสู่
ตำแหน่งบริหาร เช่น เจนเอ็กซ์อาจต้องนั่งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน เจนวายก็ต้องขึ้นเป็นผู้บริหารระดับกลาง หรือแม้กระทั่งบางหน่วยงานเจนแซดเพิ่งทำงานได้ไม่นานก็ต้องขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายแล้ว ซึ่งงานบางอย่างไม่ได้รับผิดชอบแต่คน แต่ยังรวมถึงรับผิดชอบงานและผลกระทบต่อประชาชนด้วย

4.ภาวะ “หมดไฟในการทำงาน (Burnout)”, “เบื่องาน (Bore Out)”, “ทำงานแบบอยู่ไปวันๆ หนึ่ง (Quiet quitting)” ในองค์กรจะพบคนที่เจอภาระงานหนักมากจนรู้สึกทนไม่ไหวและหมดไฟในการทำงาน หรือคนที่ทำงานซ้ำๆ เดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนรู้สึกเบื่อหน่าย หรือคนที่ทำงานเฉพาะในขอบเขตหน้าที่ จะไม่ทุ่มเททำอะไรไปมากกว่านั้น ซึ่งเปรียบเหมือนการลาออกแบบเงียบๆ

นอกจากนั้นยังมีคำอื่นๆ เช่น Great Resignation (การลาออกครั้งใหญ่), Boomerang Employee (ลาออกไปแล้วยังขอกลับมาทำงานที่เดิม) ซึ่งพบแม้กระทั่งในหน่วยงานภาครัฐเนื่องจากกำลังคนไม่พอ จึงเปิดช่องให้คนที่ออกไปแล้วกลับเข้าทำงานได้, Talent War (การแย่งชิงคนเก่ง) ซึ่งในภาคเอกชนจะมีสภาวะนี้รุนแรงมาก มีการเฝ้ามองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แม้กระทั่งบางคนที่กำลังเรียนอยู่ยังไม่จบแต่มีประวัติโดดเด่นก็จะมีบริษัทต่างๆ ส่งเทียบเชิญให้ไปทำงานด้วย

“Human Capital (ทุนมนุษย์) อย่าเพิ่งมองแต่ในส่วนความสามารถ แต่มันจะมีอีก 2 ส่วนที่สำคัญคือ Social Capital (ทุนทางสังคม) กับ Psychological Capital (ทุนทางจิตใจ) ตอนนี้ถ้าเราไปดูทั้ง 2 ตัวมันน่าห่วงมากกว่าเรื่องของทุนทางปัญญาเสียอีก โดยเฉพาะของเจเนอเรชั่นใหม่นี่คือเปราะบางมาก ดังนั้นเรื่อง Mental health at Work (สุขภาพจิตในการทำงาน) ควรต้องกลายเป็นเรื่องที่เป็นวาระแห่งชาติ ไม่อยากให้เป็นแค่วาระขององค์กรด้วยซ้ำ

หลายที่เริ่มมี อย่างที่ไปดูงานหน่วยงานที่ได้รางวัลนายจ้างเมื่อหลายปีก่อนของคนเจนวาย เขาก็ต้องมีเหมือน Mental Health Service (บริการด้านสุขภาพจิต) เชิญผู้บำบัดด้านสุขภาพจิตมาที่หน่วยงานทุกสัปดาห์ แล้วมันก็ช่วยให้คนสภาพจิตใจดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ความสัมพันธ์ในที่ทำงานดีขึ้น” อาจารย์สุนิสา กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693007

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.19 น.

ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว “มุกดา – สะหวัน – ข้ามโขง -ข้ามแดน” พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

18 พ.ย.65 หลังจากเกิดประเด็นดราม่ากรณีตั้งชื่อลูกเสือโคร่งทั้ง 4 ตัวเป็น“หุง, อุ่น, ตุ๋น, ต้ม”แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมชื่อเหมือนวิธีการประกอบอาหาร ล่าสุดมีการตั้งชื่อใหม่แล้ว โดยนายชัยวัฒน์​ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการ​สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการค้าลูกเสือโคร่งผิดกฎหมายข้ามชาติ ได้ช่วยเหลือลูกเสือโคร่ง จำนวน 4 ตัว และได้มีการตั้งชื่อว่า “หุง อุ่น ตุ๋น ต้ม” นั้น

ล่าสุด ได้มีจากกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อลูกเสือโคร่งของกลาง ทั้ง 4 จากกลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ทางหน่วยงานจึงได้พิจารณาร่วมกับคณะทำงาน ที่ให้ความช่วยเหลือน้องเสือได้สำเร็จ จึงได้เปลี่ยนชื่อให้เสือโคร่ง ทั้ง 4 ดังนี้
ตัวที่ 1 เพศเมีย (หุง) น้องมุกดา
ตัวที่ 2 เพศเมีย (อุ่น) น้องสะหวัน
ตัวที่ 3 เพศผู้ (ตุ่น) น้องข้ามโขง
ตัวที่ 4 เพศผู้ (ต้ม) น้องข้ามแดน

โดยที่มาของชื่อน้องเสือ แต่ละตัวมีความหมายและที่มา คือ “มุกดา” และ “สะหวัน” เป็นชื่อจังหวัดของประเทศไทย และจังหวัดของประเทศลาวที่อยู่ตรงข้ามกัน ส่วน “ข้ามแดน” และ”ข้ามโขง” เป็นชื่อของการที่น้องเสือเดินทางไปมาระหว่างประเทศ

ขณะนี้ ลูกเสือทั้ง 4 ตัว อยู่ในการดูแลของ คลินิกสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จนกว่าลูกเสือจะมีเขี้ยวและสามารถกินเนื้อสัตว์ได้จากนั้นจะถูกส่งไปอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป

นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า เบื้องต้นลูกเสือยังปกติ ปัจจุบันต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด จากการรายงานของ สพ.ญ.คชรินทร์ ราชสินธุ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ พบว่า ลูกเสือมีพฤติกรรมร่าเริง การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพบว่า ปกติ ปัสสาวะปกติ อุจจาระเหลว ลูกเสือกินนมผงชนิด KMR ทุก 2-3 ชั่วโมง ทำการเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้ลูกเสือทั้ง 4 ตัว

สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนนมและของใช้ของสัตว์สามารถแจ้งความประสงค์หรือส่งมาได้ที่ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี 34000 หมายเลขโทรศัพท์ 045-311-677 ต่อ 553 ซึ่งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆนี้ หากลูกเสือโตก็ยังสามารถนำไปช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ป่วยหรือบาดเจ็บที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้รับมาจากพื้นที่ต่างๆในอีสานตอนล่างด้วย

ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693006

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.17 น.

พ่อจอดรถไว้ลงไปดูงาน ไม่ถึง 5 นาที ประตูรถล็อค ลูกชายวัย 2 ขวบติดอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง เรียกกู้ภัยช่วยสุดระทึก 

18 พ.ย.2565 เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ จาก นายอมรินท์ อายุ 41 ปี ว่าลูกชายของตนเองติดอยู่ภายในรถ ภายใน ซ.หนองบอน 4 ต. หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงพร้อมกำลังออกไปช่วยเหลือ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา-ดำ โดยมี นายอมรินท์ และ ญาติพี่น้องต่างตื่นตระหนกที่เห็นสภาพของลูกชายร้องไห้ติดอยู่ภายในรถ โดยพยายามพูดคุยปลอบขวัญและให้เด็กที่อยู่ในรถเปิดประตู แต่ด้วยที่เด็กยังอ่อนวัยจึงไม่เข้าใจความหมาย ทำให้ไม่สามารถช่วยออกมาได้จึงได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ใช้ อุปกรณ์เฉพาะทางสะเดาะกลอนประตู จนสามารถนำเด็กออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ผู้เป็นพ่อจึงเข้าไปอุ้มลูกชายนำตัวออกจากรถ  

นายอมรินท์ กล่าวว่า เพิ่งไปรับลูกชายวัย 2 ขวบ กลับมาจากศูนย์เด็กเล็ก หลังจากนั้นได้แวะเข้ามาดูงานที่ไซด์งานก่อสร้างสะพานของเทศบาลหนองปลาไหล  ภายใน ซ.หนองบอน 4 ก่อนจะลงไปดูงานได้ให้ลูกชาย อยู่ภายในรถตามลำพัง ก่อนที่จะกลับมารู้ภายหลังว่ารถได้ถูกล็อคประตู ไม่สามารถเปิดได้ คาดว่าลูกชายน่าจะไปโดนปุ่มล็อคประตู ตนจึงโทรตามช่างทำกุญแจ มาช่วยเปิด ประตูรถให้แต่ไม่สำเร็จ จากนั้น นายธนกฤต จริงร้องขอความช่วยเหลือไปทางกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือเนื่องจากลูกชายได้ติดภายในรถนาน เกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเจ้าหน้าที่กูภัยมาถึงใช้เวลา ไม่ถึง 5 นาทีสามารถเปิดประตูและนำเด็กออกมาจากรถได้

ทั้งนี้ นายวัชรินทร์ สายกระสุน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง-อุปกรณ์ตัดถ่าง มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากทิ้งผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กอยู่ภายในรถ เพียงลำพัง ก่อนลงจากรถควรเปิดกระจกไว้ให้มีอากาศถ่ายเทและคอยมองดูบุตรหลานของท่านเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว 

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692976

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.05 น.

โผล่มาอีกแล้ว! พระมาปักกลดใต้ก่อไผ่ในที่ดินสาธารณะ เมืองอุดรธานีขอร่วมวงดื่มเหล้ากับชาวบ้าน พอเมาได้ที่เกิดมีอารมณ์ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านกลางวงเหล้า หลังจากสามีขอตัวเข้านอน ถูกด่ากลับทนไม่ไหวรัวทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เมียชาวบ้านจนหน้าบวม ตาปูด ซี่โครงร้าว ถูกหามส่งโรงพยาบาลอาการสาหัส หมอบอกอาจต้องผ่าตัด สามีและลูกสาวไม่ทนเตรียมแจ้งความดำเนินคดีล่าตัวมาลงโทษ ขณะที่พระที่ก่อเหตุทิ้งกลดซิ่ง จยย.หนีหายเข้ากลีบเมฆ ชาวบ้านแฉมาปักกลดได้ 4 วัน ไม่บิณฑบาตร มนต์ไม่สวด เอาแต่ดื่มเหล้า

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 พ.ย.65 น.ส.น้ำ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 17 ปี เข้าร้องเรียนกับนายภานุมาศ จิตรวศินกุล หรือ เฮียเปี๊ยก เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ว่า น.ส.ดี (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 49 ปี แม่ของตนถูกพระเมาขอมีเพศสัมพันธ์ในวงเหล้าแต่ไม่ได้ จึงต่อยและเตะแม่จนน่วมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า อาจจะต้องผ่าตัดตา เนื่องจากพบชายโครงร้าว ตนในฐานะลูกสาวอยากเอาเรื่องพระรูปนี้ให้ถึงที่สุด 

น.ส.น้ำ บอกว่า เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พ่อของตนได้นั่งดื่มเหล้าขาวที่ทุ่งนาในหมู่บ้านสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีพ่อแม่และญาติอีก 2 คน จากนั้นก็มีพระทราบเพียงชื่อเล่นว่า พระหนุ่ม มาปักกลดในที่ดินสาธารณะใกล้กับที่บ้านของพ่อและแม่ จากนั้นพระหนุ่มได้ออกมาขอร่วมวงนั่งดื่มด้วย ตอนแรกพ่อและแม่ก็ตกใจว่าเป็นพระทำไมจะมาดื่มเหล้ากับฆราวาส แต่ก็ไม่เป็นไรเมื่อพระอยากดื่มก็ให้นั่งวงด้วย จากนั้นจึงพากันนั่งดื่มถึงเที่ยงคืนญาติและพ่อได้ขอไปนอนก่อน เหลือแต่แม่ตนเองและพระที่นั่งในวงเหล้า 

ปรากฏว่า จู่ๆ พระหนุ่มก็เอ่ยปากพูดกับแม่ตนขึ้นมาว่า “ขอ…แหน่” แม่ก็ตกใจจึงด่ากลับไปว่า “เจ้าเป็นพระทำไมมาทำแบบนี้อยาก…ก็ไป…หมาพุ่น!!!” หลังจากแม่ด่าอาจจะทำให้พระหนุ่มโมโหที่โดนด่า จึงใช้กำปั้นชกที่เบ้าตาแม่ จากนั้นก็รัวมือรัวเท้าใส่ที่แม่ตนเองไม่ยั้ง จนแม่ร้องขอความช่วยเหลือให้พ่อออกมาช่วย ส่วนพระหนุ่มหลังจากลงมือเสร็จก็หลบหนีไปทันที ตนและพ่อจึงรีบนำแม่ส่งโรงพยาบาลอุดรธานี เพราะแม่ถูกตีจนน่วม อาการของแม่ตอนนี้หมอให้รอดูว่าจะได้ผ่าตัดตาหรือเปล่าเพราะถูกตีจนตาบวมหนักและซี่โครงร้าว ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี แต่ได้แจ้งไปยังตำรวจชุมชนสามพร้าวแล้ว ก็อยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและอยากให้พ่อและแม่ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพระรูปนี้

ขณะที่ เฮียเปี๊ยก บอกว่า จากนี้ไปหลังจากแม่ออกจากโรงพยาบาลจะพาไปแจ้งความเอาเรื่องพระให้ถึงที่สุด เท่าที่ทราบพระรูปนี้ชื่อพระหนุ่ม อายุประมาณ 47 ปีเดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรีและมาเยี่ยมโยมพ่อในหมู่บ้านสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี มาปักกลดในที่ดินสาธารณะใกล้กับบ้านของ น.ส.ดี จากนั้นขอร่วมวงเหล้าด้วยก่อนจะขอมีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.ดี เมื่อทำไม่ได้จึงทำร้ายร่างกายแล้วหลบหนีไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณที่เกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่งที่บ้านสามพร้าว พบเป็นที่ดินสาธารณะเหลือแต่เพียงกลดของพระอยู่ใต้กอไผ่ในที่ดินสาธารณะ ส่วนพระหนุ่มไม่เห็นแล้ว ล่าสุดมีรายงานว่า พระรูปได้ซิ่งรถ จยย.ออกจากหมู่บ้านไปแล้วเมื่อเช้าวันนี้ 

ด้านนายวันเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปีสามีของ น.ส.ดี เปิดเผยว่า พระมาปักกลดในที่ดินสาธาณะมาได้ 4 วันแล้ว แต่ละวันที่มาปักกลด กิจสงฆ์ไม่ทำ มนต์ไม่สวด บิณฑบาตรก็ไม่ออกไป กินแต่เหล้าทุกวัน พระรูปนี้ก็เดินเข้ามาขอกินเหล้าขาวด้วย พอดึกตนเองจึงได้ขอตัวเข้าไปนอน ไม่นานภรรยาก็ร้องบอกมีคนทำร้ายร่างกาย และไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพระที่มาปักกลดอยู่ใต้ที่ก่อไผ่ สาเหตุที่ทำร้ายร่างกายเพราะขอมีอะไรกับภรรยาตนไม่ได้และโดนภรรยาตนด่า จึงทำให้พระโกรธและทำร้ายร่างกายเรื่องนี้ตนเองไม่ยอมแน่ที่พระรูปนี้ทำร้ายร่างกายภรรยาและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692968

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.24 น.

“…ถึงแม้ในชาตินี้จะไม่สามารถปฏิบัติจนบรรลุถึงพระอริยผลก็ตาม ถ้าพยายามทำไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็จะได้ฝึกนิสัยที่ดีไว้ เพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ได้ก้าวขึ้นสู่ธรรมขั้นสูงในลำดับต่อไป ในแต่ละภพแต่ละชาติ เพราะถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ ผู้ที่ไปสู่สุคติคือผู้มีศีลมีธรรม ผู้ที่จะไปเกิดในสุคติต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรม ดังนั้น เวลาปฏิบัติไปแล้วเกิดมีความรู้สึกว่ามันยาก ก็ขอให้ฝืนทำไป เพราะกำลังปลูกฝังนิสัยใหม่ นิสัยของพระโพธิสัตว์ นิสัยของพระอริยเจ้า ไม่ใช่นิสัยของปุถุชนที่มีแต่ความโลภโมโทสัน เราเป็นปุถุชนเพราะเรามีความโลภ ความโกรธ มีความหลง…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง ‘นกแอร์’ ยกเลิกสายการบิน

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692963

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง 'นกแอร์' ยกเลิกสายการบิน

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง ‘นกแอร์’ ยกเลิกสายการบิน

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.00 น.

ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนฝันสลายหลังสายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบินเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวม

วันที่ 18 พ.ย.65 นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การที่สายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.65 ถึง 15 มี.ค.66 นั้นได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเนื่องจากทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้จองตั๋วที่จะเดินทางเข้าออกแม่ฮ่องสอนจะต้องเปลี่ยนการเดินทางโดยทางรถยนต์แทนสำหรับบางท่านอาจจะไม่มีเวลาเนื่องจากเดินทางมาทางรถยนต์ตามถนนสาย 108 แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน หรือสาย 1095 ปาย-แม่ฮ่องสอน ต้องใช้เวลามากกว่าเดินทางโดยสายการบิน ซึ่งแม่ฮ่องสอน เลยขาดโอกาศที่จะได้รับนักท่องเที่ยว ที่มีเวลาน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม ก็เห็นใจทางสายการบินที่ มีเครื่องบิน ชนิดดังกล่าวจำนวนไม่กี่ลำซึ่งไม่เพียงพอต้องรอไฟล์การเซอร์วิทให้ได้เต็ม100% ถึงจะสามารถนำมาใช้บริการให้กับผู้โดยสารได้ จึงอยากฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยว ให้เตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องที่พักและรถบริการนำเที่ยวให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา ในการเดินทางมาเที่ยวเนื่องจากช่วงนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เกสเฮ้าท์ และที่พักอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวได้จองไฟล์เที่ยวบินไว้ล่วงหน้า ต่างประสบปัญหากับการยกเลิกที่พัก และต้องเสียค่าจองล่วงหน้า กระทบต่อนักท่องเที่ยว รวมไปถึงร้านอาหารที่มีการจองไว้รับแขกนักท่องเที่ยวก็ถูกยกเลิกไปด้วยเช่นกัน

สำหรับสายการบินนกแอร์ ได้เปิดเส้นทางการบินระหว่างเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว เปิดต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์อย่างใหญ่โต – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตัวสุนัขตำรวจตรี‘เบลล่า’ K-9 แสนรู้ มือค้นสุดแม่นยำในภารกิจ‘เอเปค’

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692905

เปิดตัวสุนัขตำรวจตรี‘เบลล่า’ K-9 แสนรู้ มือค้นสุดแม่นยำในภารกิจ‘เอเปค’

เปิดตัวสุนัขตำรวจตรี‘เบลล่า’ K-9 แสนรู้ มือค้นสุดแม่นยำในภารกิจ‘เอเปค’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.53 น.

เปิดตัวสุนัขตำรวจตรี‘เบลล่า’ K-9 แสนรู้ มือค้นสุดแม่นยำในภารกิจ‘เอเปค’

18 พฤศจิกายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โพสต์ภาพ “สุนัขตำรวจตรี เบลล่า” K-9 แสนรู้ จาก ตชด.13 พร้อมข้อความดังนี้…

ภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภารกิจแห่งชาติ การประชุมผู้นำ APEC 2022 ภายใต้การนำของ “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ” คือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวก “บุคคล – สถานที่ – เส้นทาง” ภายใต้กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ อุปกรณ์ เทคโนโลยีทันสมัย ปูพรมติดตั้งกล้องวงจรปิดมากกว่า 22,000 ตัว มอนิเตอร์สถานการณ์ ป้องกันการเกิดภัยเหตุร้ายไม่พึงประสงค์ ผ่าน REAL-TIME CRIME CENTER : RTCC หรือ ศูนย์บริหารติดตามสถานการณ์และปฏิบัติการด้านการข่าว

หนึ่งใน “ทีม” รักษาความปลอดภัยครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำ “สุนัขตำรวจ” ร่วมในภารกิจดูแลความปลอดภัยสถานที่ เสริมทัพชุดปฏิบัติการตรวจสอบ และค้นหาวัตถุระเบิดด้วย

ภารกิจรักษาความปลอดภัย “สถานที่สำคัญ” กอ.ร่วมฯ วางกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วย เพื่อการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด มีหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD จัดชุดปฏิบัติการเข้าทำการตรวจสถานที่ร่วมกับชุดสุนัขตรวจระเบิด เข้าพิสูจน์ทราบวัตถุระเบิด หรือสิ่งผิดปกติเพื่อความปลอดภัย ตรวจอาคารสถานที่

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ “รองโฆษกฯ ลูกขวัญ” พาไปดูการทำงานของตำรวจ ประจำ ทก.สน.โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเพลินจิต หนึ่งในที่พักของผู้นำเขตเศรษฐกิจฯ ทุก.สน.โรงแรมฯ ดูแลรับผิดชอบโดย “ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา” จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม พร้อมชุดตรวจ และค้นหาวัตถุระเบิด เพื่อรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ชุดปฏิบัติการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ EOD  กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด, กองกำกับการสุนัขตำรวจ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล และชุดปฏิบัติการสุนัขตำรวจตรวจระเบิด จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 (กก.ตชด.13) จว.กาญจนบุรี ที่หนึ่งชุดประกอบด้วยผู้บังคับสุนัข และสุนัขค้นหาวัตถุระเบิด โดยในภารกิจครั้งนี้ ได้นำ “สุนัขตำรวจตรีเบลล่า” สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ฯ เพศเมีย อายุ 2 ปี 9 เดือน จาก กก.ตชด.13 ทำหน้าที่ตรวจค้นวัตถุ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ K-9 “สุนัขตำรวจตรีเบลล่า” กับการปฏิบัติภารกิจในกรุงเทพมหานคร

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ฯ เปิดเผยว่า “สุนัขตำรวจ” เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจระดับชาติครั้งนี้

“ภารกิจเอเปค 2565 ใช้ K-9 หรือสุนัขค้นหาวัตถุระเบิด จาก บช.น. และ ตชด.รวม 16 ตัว ร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานที่ ดูแลพื้นที่ตั้งแต่ลานจอดรถผู้นำ พื้นที่ทั้งด้านในและด้านนอก”

รองโฆษก ตร. เผยว่า สำหรับ เจ้า “เบลล่า” สามารถส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทราบ เมื่อได้กลิ่นสารตั้งต้นวัตถุระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ได้อย่างแม่นยำ

ส.ต.ท.เกียรติชัย สระทองด้วง ตำรวจสังกัด ตชด.13 ผู้ควบคุมสุนัข กล่าวว่า เจ้าเบลล่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับภารกิจรักษาความปลอดภัยกว่า 2 ปี ด้วยนิสัยที่น่ารัก ขี้อ้อน แสนรู้ และเป็นมิตร เจ้าเบลล่าจึงสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวที่พบเห็นอยู่เสมอ 

ด้าน พ.ต.ต.ภูวดล พลเดช สว.กก.สุนัขตำรวจ บก.สปพ. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ เผยว่า สุนัขตำรวจทุกตัวต้องผ่านการฝึกตามหลักสูตรเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากผ่านการทดสอบจึงจะสามารถเริ่มปฏิบัติภารกิจได้ โดยการให้ยศกับสุนัขตำรวจ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ยศหรือรางวัลสุนัขตำรวจ ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสุนัขตำรวจ มีตั้งแต่ยศ สุนัขตำรวจตรี สุนัขตำรวจโท และสุนัขตำรวจเอก

ภารกิจรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่การประชุม APEC 2022  ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 19 พฤศจิกายน “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการตรวจความเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยและการจราจร  อำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม รวมถึงบูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ ในการเป็นเจ้าภาพ ทำให้ภารกิจระดับชาติครั้งนี้ สำเร็จ ลุล่วงด้วยดี ทั้งนี้หากมีข้อมูล เบาะแส พบสิ่งผิดปกติ แจ้งได้ที่ โทร 191 หรือ 1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตลอดเวลา

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แหล่งท่องเที่ยวชุมชน!! โคกหนองนาโมเดล ‘วัดเขาแก้ว’ ชม ‘จระเข้-กิ้งก่ายักษ์’

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692902

แหล่งท่องเที่ยวชุมชน!! โคกหนองนาโมเดล ‘วัดเขาแก้ว’ ชม 'จระเข้-กิ้งก่ายักษ์'

แหล่งท่องเที่ยวชุมชน!! โคกหนองนาโมเดล ‘วัดเขาแก้ว’ ชม ‘จระเข้-กิ้งก่ายักษ์’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.47 น.

18 พ.ย.65 เชิญเที่ยวแลนด์มาร์ก สวนสาธารณะ และโคกหนองนาโมเดล  วัดเขาแก้ว หมู่ 8 ตำบลองค์รักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ชมจระเข้  ไก่ฟ้า ปลาช่อนอเมซอน  ที่พระสงฆ์ตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชาวบ้าน สร้างอาชีพ ในชุมชน ในการนำสินค้ามาวางขาย ให้กับนักท่องเที่ยว  ที่เดินทางมาพักผ่อน ถ่ายภาพ ชมธรรมชาติท้องทุ่งนา เรียนรู้โคกหนองนา

พระสมุห์วรวิทย์ ปญญาวุโธ (อาจารย์ป้อม) เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว เล่าให้ฟังว่า ที่วัดเขาแก้วได้ปรับพื้นที่วัดจำนวน 7 ไร่ ทำแลนด์มาร์ก สวนสาธารณะ และโคกหนองนาโมเดล  พร้อมด้วยการเลี้ยงจระเข้น้ำจืดตัวขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตัว ยาวประมาณ 2 เมตร ไว้ที่บ่อปูนขนาดใหญ่ หลังจากมีญาติโนนำมาถวายและได้จดทะเบียนกับทางประมง เพื่อไว้ให้เด็กๆและนักท่องเที่ยวได้ชมในช่วงที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งมีสัตว์เลี้ยงนานนานชนิด ไก่ฟ้า ปลาช่อนอเมซอน ตัวขนาดใหญ่หนักร่วม 100 กิโลกรัมปลาจระเข้  ที่ทางประมงนำมาถวายปล่อยไว้ในบ่อน้ำกลางแลนด์มาร์ก สวนสาธารณะของทางวัด จะว่ายขึ้นมาให้ชมในช่วงเย็นๆ

มีการการ เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ปลูกผัก ทำนา เมื่อได้อายุการเก็บเกี่ยว ให้ญาติโยมนำไปบริโภค ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งพักผ่อนในสวนสาธารณะ มีศาลาให้นั่งพักผ่อน กระสระน้ำที่ปลูกบัวแดงเลี้ยงปลานานนานชนิด นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้นำสินค้ามาวางขายบริการท่องเที่ยวฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ช่วยสร้างอาชีพให้ชาวบ้านในชุมชน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตร ได้ชมสัตว์นานาชนิดที่ทางวัดเลี้ยงไว้ ตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชาวบ้าน สร้างอาชีพ รายได้ ในชุมชน และการท่องเที่ยว พักผ่อนกับธรรมชาติท้องทุ่งนา แลนด์มาร์ก สวนสาธารณะ และโคกหนองนาโมเดล วัดเขาแก้ว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวกะเพรายืนกิน’ อิ่มเดียว 25 บาท โดย’เจ๊น้อย’เมืองหนองคาย

Posted on November 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692881

'ข้าวกะเพรายืนกิน' อิ่มเดียว 25 บาท โดย'เจ๊น้อย'เมืองหนองคาย

‘ข้าวกะเพรายืนกิน’ อิ่มเดียว 25 บาท โดย’เจ๊น้อย’เมืองหนองคาย

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.36 น.

18 พฤศจิกายน 2565 ผู้ที่ผ่านไปมาบริเวณถนนศูนย์ราชการ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ข้างสนามลือสมบูรณ์ จะเห็นรถกระบะที่เอามาทำเป็นร้านอาหารเคลื่อนที่เปิดเป็นร้านกะเพรายืนกิน ของนางสาวปราณี วะรุนดี หรือเจ๊น้อย ได้ทำเมนูยอดฮิตของคนไทย อย่างข้าวผัดกะเพรา ในราคาย่อมเยา 25 บาท ให้บริการลูกค้าด้วยการยืนกิน

เมนูข้าวกะเพราของเจ๊น้อย จะมีกะเพราหมู กะเพราเครื่องใน หากเพิ่มไข่ดาว คิดค่าไข่ดาวเพิ่ม 10 บาท หรือจะเลือกเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียวก็ได้เช่นเดียวกัน

เจ๊น้อย บอกว่า ที่ทำร้านกะเพรายืนกิน เพราะอยากให้ลูกค้าได้กินอาหารง่ายๆ ในราคาสบายๆ 25 บาทก็อิ่มได้ ขายได้วันละ 800-1,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีและลูกค้าพอใจ โดยจะเปิดร้านในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่ 08.30 น. เป็นต้นไป

พอบ่ายนิดหน่อยก็ขายหมดแล้ว ช่วงแรกๆลูกค้ายังไม่รู้จักเท่าใด แต่ขายได้ไปสักระยะก็เริ่มเป็นที่รู้จักและมีลูกค้ามาอุดหนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากใครไม่สะดวกยืนกินก็มีโต๊ะเล็กๆให้นั่งหรือจะใส่ถุงกลับไปทานที่บ้านที่ทำงานก็ได้เช่นกัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุรินทร์จัดเต็ม! โต๊ะจีนเลี้ยงช้าง ผลไม้กว่า30ตัน ความยาวกว่า400เมตร

Posted on November 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692863

สุรินทร์จัดเต็ม! โต๊ะจีนเลี้ยงช้าง ผลไม้กว่า30ตัน ความยาวกว่า400เมตร

สุรินทร์จัดเต็ม! โต๊ะจีนเลี้ยงช้าง ผลไม้กว่า30ตัน ความยาวกว่า400เมตร

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.32 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง นายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ทุกท่านปลัดจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมต้อนรับช้างมากกว่า 300 ที่เข้าร่วมงานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี พ.ศ.2565

บริเวณดังกล่าวทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดให้เป็นสถานที่เลี้ยงอาหารช้างซึ่งอาหารประกอบด้วย กล้วย แตงโม อ้อย สับปะรด ตลอดทั้งผลไม้อื่นๆที่วางกองเรียงรายมากกว่า 30 ตัน เป็นการเลี้ยงต้อนรับช้างครั้งนี้

จากบรรยากาศโต๊ะจีนอาหารช้างพบว่าช้างแต่ละเชือกต่างโชว์ลีลากินอาหารอวดนักท่องเที่ยวอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่น้องบ่อพลอยช้างน่ารักที่แต่งตัวด้วยชุดสาวชาวเหนือ เมื่อเห็นผลไม้แล้วไม่สนใจใครทั้งสิ้น ได้ตั้งอกตั้งใจยืนกินแตงโมแถมยังใช้งวงยื่นผลไม้เข้าปากให้เพื่อน ๆตัวอื่นอีกด้วยสร้างบรรยากาศให้กับนักท่องเที่ยวที่มารอชมประทับใจไปตามๆกัน

ด้าน ผวจ.สุรินทร์ กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างสุรินทร์ประจำปี 2565ของจังหวัดสุรินทร์ในวันนี้ จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างสุรินทร์ประจำปี 2565 ครั้งที่ 22 ขึ้น นับเป็นเรื่องน่าชื่นชมอย่างยิ่งในการจัดงานดังกล่าวซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ประกอบด้วย ขบวนพาเหรดช้าง แสดงวิถีชีวิตคนกับช้าง ซึ่งมีแห่งเดียวในโลกการจัดโต๊ะอาหารสำหรับเลี้ยงช้าง มีความยาวกว่า 400 เมตร

โดยเมื่อปี พ.ศ. 2546 ได้รับการบันทึกสถิติโลกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่ากิจกรรมต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างเป็นการเลี้ยง บุฟเฟ่ต์อาหารช้างที่ยิ่งใหญ่และยาวที่สุดในโลก

‘ผมเชื่อมั่นว่า ทุกท่านที่มาเที่ยวชมงานในวันนี้จะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ตื่นตา ตื่นใจ และเกิดความประทับใจในบรรยากาศแห่งความผูกพันและความเอื้ออาทรระหว่างคนกับช้างที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชาวจังหวัดสุรินทร์จะได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในโอกาสต่อไป’ ผวจ.สุรินทร์ กล่าว

สำหรับบรรยากาศการเลี้ยงอาหารช้างในปีนี้พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเที่ยวชมกันอย่างคึกคักและเนืองแน่นมากกว่าทุกปีทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งแผงจำหน่ายสินค้าต่างยิ้มร่า ขายดีกันถ้วนหน้าซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดมากกว่าสิบล้านเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสุรินทร์ได้อย่างดี

ส่วนการแสดงช้างจังหวัดสุรินทณืจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.2565 ท่านผู้สนใจสามารถติดตามและมาเที่ยวชมการแสดงมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ได้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,353 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d