Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จับชายเมาวิปริต! ลวนลามหมาตัวเมีย-จับสไลด์หนอนหมาตัวผู้

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691940

จับชายเมาวิปริต! ลวนลามหมาตัวเมีย-จับสไลด์หนอนหมาตัวผู้

จับชายเมาวิปริต! ลวนลามหมาตัวเมีย-จับสไลด์หนอนหมาตัวผู้

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.51 น.

14 พฤศจิกายน 2565 เมื่อกลางดึกวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชาญชัย สงวนศักดิ์ศรี รอง.สวป.สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งว่า มีคนเมาพยายามอุ้มหมาของชาวบ้านขึ้นรถ เหตุเกิดที่คลังกระจายสินค้า ของบริษัทฯขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยหนองไม้แก่น 12 หมู่ 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รุดไปทำการตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายไทย สวมใส่แว่น ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-45 ปี อยู่ในอาการเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง โวยวายใส่เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา โดยมีนายประทีป รอดเพชรภัย อายุ 45 ปี พนักงานดูแลความปลอดภัยของคลังสินค้าดังกล่าว และเป็นผู้แจ้งให้ตำรวจมาทำการควบคุมตัวชายเมารายนี้ โดยเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ชายดังกล่าว ขับยนต์ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ มาจอดฝั่งตรงข้ามกับคลังสินค้าแล้ว เดินข้ามมานั่งบริเวณหน้าสำนักงาน  

ตอนแรกไม่คิดเอะใจอะไร แต่พอดูกล้องวงจรปิด พบว่าชายดังกล่าวมีพฤติกรรม กำลังใช้มือล้วงจับอวัยวะเพศหมาตัวเมีย ที่ทางคลังสินค้าเลี้ยงไว้ อีกทั้งยังกอดฟัด หอม น้องหมาอย่างมีความสุข 

นอกจากนี้ มีหมาตัวผู้อีก 1 ตัว ยังถูกชายดังกล่าว จับเล่นสไลด์หนอนแบบไม่สนโลก พอเห็นพฤติกรรมของชายดังกล่าว ก็รู้เริ่มสึกแปลกๆ คล้ายอนาจารน้องหมา จึงหยิบกล้องมือถือขึ้นมาแอบถ่าย จนกระทั่งชายดังกล่าว พยายามอุ้มน้องหมาทั้ง 2 ตัวขึ้นท้ายกระบะรถ จึงรีบเข้าไปห้ามจนเกิดการปะทะคารมกัน โดยตนพยายามห้ามไม่ให้เอาหมาไป เพราะเป็นหมาของคลังสินค้า โดยเลี้ยงไว้ 3 ตัว โดยน้องหมาถูกอุ้มขึ้นรถไปแล้ว 2 ตัว ส่วนอีก 1 ตัว วิ่งหนีไม่ยอมให้จับ พอเข้าไปห้ามก็ถูกด่ากลับ พอเห็นท่าไม่ดี จึงรีบโทรแจ้ง 191 มาทำการตรวจสอบ 

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ชายดังกล่าวไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ และพยายามขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา แถมยังด่าทอตำรวจ สุดท้ายตำรวจจึงตัดสินใจ ทำการจับกุม พร้อมทั้งตั้งข้อกล่าวหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวายและเมาสุราแล้วขับ ก่อนควบคุมไปขังที่ สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องลวนลามสุนัขนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามแล้ว ชายคนดังกล่าวให้การอ้างว่า สิ่งที่ทำไปเพราะเป็นคนรักสัตว์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวผวา! หนุ่มหื่นกระชากมือให้จับอวัยวะเพศบนรถตู้ แถมลวนลามซ้ำ

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691933

สาวผวา! หนุ่มหื่นกระชากมือให้จับอวัยวะเพศบนรถตู้ แถมลวนลามซ้ำ

สาวผวา! หนุ่มหื่นกระชากมือให้จับอวัยวะเพศบนรถตู้ แถมลวนลามซ้ำ

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.08 น.

14 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากน.ส.ปุ๋ย (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ชาวอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เจอหนุ่มหื่นลวนลามในรถตู้ทำให้นอนไม่หลับร้องไห้มาหลายวันเพราะไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ เพราะถูกชายหื่นเมีย 1 ลูก 2 ลวนลามในรถตู้ขณะเดินทางจากระยอง กลับบ้านที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับน.ส.ปุ๋ย ยังมีอาการตกใจ ถึงขนาดเจอนักข่าวที่เป็นผู้ชายยังผวาและไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ให้ข้อมูลว่าตนเองเป็นชาวอ.บ้านดุง เคยเป็นสาวโรงงานมาก่อนไปทำงานที่ระยองกับพี่สาว แต่เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้วถูกเลิกจ้างจึงกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่

แต่พอมาวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้กลับไปที่ระยองอีกครั้ง เพื่อไปหาหมอฟันตามที่นัด หลังจากเสร็จไปหาหมอฟันได้นั่งรถตู้เหมาเพื่อกลับบ้าน มีพี่ผู้หญิงนั่งมาด้วย 2 คน พอมาถึงแก่งคอยสระบุรี เจอผู้ชายคนนี้ทราบชื่อคือพี่น็อต อายุประมาณ 33 ปี ขึ้นรถตู้ด้วยมาด้วย เห็นพี่เขาจะเดินไปนั่งข้างหลังแล้ว แต่คนขับบอกว่า ‘มานั่งใกล้คนขับนี่มานั่งใกล้สาวคนบ้านเดียวกัน’ คนชื่อน็อตก็มานั่งเบาะแถวหน้าด้วย แต่นั่งห่างๆ มีเบาะว่างกลางกั้นอยู่  

จากนั้นเขาก็ชวนคุยถามว่าเป็นคนที่ไหน หนูก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นตอนแรกก็คุยดีๆ ถามว่าไปไหนมา หนูก็บอกว่าเพิ่งกลับจากทำฟัน ถามหนูอีกว่า กลับบ้านทำไม หนูก็บอกว่าจะกลับบ้านไปเกี่ยวข้าวช่วยแม่ ต่อจากนั้นพี่เขาก็ขอไลน์ หนูก็ให้เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แม้จะนั่งอยู่ในรถตู้ด้วยกัน

จากนั้นพี่เขาก็คุยไลน์ ชวนคุยเหมือนจะมาจีบเรา หนูก็คุยด้วย สักพักเขาก็ขยับที่นั่งมาใกล้กับหนูและคว้ามือหนูไปจับอวัยวะเพศเขาที่ถอดกางเกงรอแล้ว หนูตกใจมากรีบดึงมือกลับคืน เขาก็กำมือกระชากหนูไปอีกครั้งและจับมือแน่นจนเป็นรอยเขียวช้ำ ยังไม่พอจะเอามือมากอดหนูแล้วจับตรงอวัยวะเพศหนูด้วย หนูตกใจแต่ไม่กล้าร้องเพราะอยู่ในรถตู้ พอเกิดขึ้นเขาก็ทักไลน์มาบอกว่า ‘อ้ายขอโทด ให้อ้ายไปกราบพ่อกับแม่พี่กะยอม เพิ่นจะเฮ้ดจังไดกับอ้ายก็ยอม’

‘ยอมรับหนูตกใจมากทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอเรื่องนี้แบบนี้ เห็นว่าเป็นพี่ผู้ชายหมู่บ้านเดียวกัน ก็ไว้วางใจไม่ได้คิดอะไร คุยด้วยก็คุยปกติ แต่พอมาเจอเรื่องราวแบบนี้ผ่านเหตุการณ์วันนั้นมา หนูร้องไห้แทบทุกคืน หนูยอมรับแบบตรงๆ หนูเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่มาถึง 21 ปี มาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ทำให้ขวัญเสีย ผู้สื่อข่าวถามว่ายังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายจริงๆ หรือน้องปุ๋ยยืนยันว่ายังไม่เคย ที่ผ่านมายังไม่พร้อมเพราะหนูอยากสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บเงินตัวเองได้ก่อนถึงจะมีแฟนและพร้อมในเรื่องแบบนั้น หนูอดใจรอในเรื่องนี่ได้ขอแค่พร้อมในเรื่องฐานะก่อน  ส่วนตัวก็มีแฟนแต่เรื่องเพศสัมพันธ์ก็ยังไม่มี แฟนเขาก็รอได้ แต่พอมาเจอเรื่องคนแบบนี้ตกใจและผวาอย่างมาก ตอนนี้ระแวงเขากลัวจะกลับมาทำอีกรอบ’ น้องปุ๋ยกล่าวไปพร้อมน้ำตาคลอ

ขณะที่พ่อและแม่ของน้องปุ๋ย บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตกใจมาก ก่อนจะลงจากรถตู้ลูกสาวโทรให้ไปรับ พอลงมาจากรถตู้เท่านั้นแหละร้องไห้โฮ คิดในใจว่าลูกคงเจอเรื่องร้ายๆมา รู้อีกทีว่ามีผู้ชายในหมู่บ้านที่นั่งรถตู้มาด้วยกันทำเรื่องไม่ดีกับลูกสาว

ยอมรับว่าลูกสาวเป็นสาวบริสุทธิ์ เคยหาแฟนให้เขาแล้วแต่เขาบอกว่ายังไม่พร้อมอยากเก็บเงินเอง แต่พอเขาเจอแบบนี้ทำให้เขาขวัญเสียอย่างมาก พอเกิดขึ้นพ่อของผู้ก่อเหตุขอมาพูดคุยจ่ายค่าเสียหายให้ลูกชายแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ยังตกใจกันไม่ได้ เขาบอกว่าลูกชายยังไม่ได้ทำอะไร เขามีเมียและลูกถึง 2 คนไม่น่าจะทำแบบนี้ พ่อแม่ของน้องปุ๋ยกล่าว

น้องปุ้ย อายุ 17 ปีน้องสาว บอกว่า ตอนแรกหนูตกใจมาก หลังจากพี่สาวเล่าให้ฟัง สงสารพี่สาวอย่างมาก มาถึงวันแรกนอนร้องไห้ทั้งคืนเลย จนต้องได้ไปปลอบใจและถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่สาวเล่าให้ฟังว่าถูกคนในรถตู้ที่นั่งมาด้วยกันลวนลามและอนาจาร พี่สาวบอกว่ามันทำพี่ รู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่คิดว่าเขาจะทำกับคนอื่นอีกไหม พวกเราไม่อยากได้เงินแม้เขาจะจ่ายเงินเป็นค่าสินไหมเป็นแสนๆ ก็คงทดแทนไม่ได้กับเรื่องราวกับพี่สาวหนูที่ต้องเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้

ตอนนี้กลัวไปหมดแล้วเราเป็นผู้หญิง ตอนนี้ต้องมานอนเป็นเพื่อนพี่สาว สงสารพี่สาวอย่างมากเพราะเขาเป็นสาวบริสุทธิ์ ขนาดแฟนเขาจับมือยังไม่กล้าเพราะถนอมเรื่องนี้เอาไว้ จากนั้นน้องปุ้ยและน้องฟ้าน้องสาวทั้ง 2 คนได้พูดให้กำลังใจพี่สาว อย่าคิดเตลิดไปไกล สู้ๆ อยากให้ลืมถือเป็นประสบการณ์ พยายามอย่าคิดมาก เวรกรรมมันจะกรรมเขาไปเอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านพบ’กระทิงป่า’ถูกฆ่าแล่เนื้อ ทิ้งซากไว้เขตรอยต่ออุทยานฯเขาใหญ่

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691927

ชาวบ้านพบ'กระทิงป่า'ถูกฆ่าแล่เนื้อ ทิ้งซากไว้เขตรอยต่ออุทยานฯเขาใหญ่

ชาวบ้านพบ’กระทิงป่า’ถูกฆ่าแล่เนื้อ ทิ้งซากไว้เขตรอยต่ออุทยานฯเขาใหญ่

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 07.06 น.

14 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้ารับแจ้งจากชาวบ้าน พบซากกระทิง เพศเมีย อายุประมาณ 3 ปี ถูกแล่เนื้อไปเกือบหมดทั้งตัวและทิ้งซากเอาไว้ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร เขตรอยต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

จากการตรวจสอบกระทิงเบื้องต้นพบบาดแผลเป็นรู คาดว่าเป็นอาวุธปืนเข้าบริเวณระหว่างขาหน้าตรงกลางขาหน้า เบื้องต้นใช้วัตถุตรวจสอบโลหะตรวจสอบไม่พบหัวกระสุนปืนแต่ประการใด

จากการสอบถาม นายอรรณพ บัวนวล หัวหน้าเขตอับล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า กล่าวว่า รับแจ้งพบซากกระทิงลงพื้นที่ ตรวจสอบพบกระทิงตัวดังกล่าวถูกแล่เนื้อเอาไปเกือบหมดทั้งตัวเหลือแต่เพียงซี่โครงและเครื่องใน ขณะนี้กำลังสอบถามเจ้าของโครงการดังกล่าวว่า พบเห็นกลุ่มบุคคลหรือผู้ใดมาทำการไล่ล่ากระทิงหรือไม่และจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหมูสี อำเภอปากช่อง เพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนพี่น้องประชาชนช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาว ฤดูแล้ง ฝากพี่น้องประชาชนระวังกระทำความผิดในการออกยิงหรือล่าสัตว์ป่ามีความผิดตามกฎหมาย หากพบเห็นสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำนานบทใหม่! ‘ท้าวเวสสุวรรณ’กายยักษ์-กายมนุษย์ วัดถ้ำบาดาล จ.สระบุรี

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691920

เปิดตำนานบทใหม่! 'ท้าวเวสสุวรรณ'กายยักษ์-กายมนุษย์ วัดถ้ำบาดาล จ.สระบุรี

เปิดตำนานบทใหม่! ‘ท้าวเวสสุวรรณ’กายยักษ์-กายมนุษย์ วัดถ้ำบาดาล จ.สระบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.22 น.

เมื่อเวลา 11.11 น.วันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 พระปลัดธนภณ อริยวังโส หรือ พระอาจารย์แก้ว เจ้าอาวาสวัดถ้ำบาดาล ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อม แม่ชีพิมพัทธสุนี สุทธิทนุธรรม ,คุณปฏิมา สังฆมณี อดีตนายกเทศบาลมวกเหล็ก ,คุณพัชรี กองชนะ ภรรยานายกเทศบาลตำบลลำสมพพุง และ นายวีรยุทธ บุญกิจ ทนายความ ประจำสำนักงานทนายความเวสสุวรรณ ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ (กายยักษ์_กายมนุษย์) ณ สวนนันทวัน สถานรื่นรมย์ของเหล่าเทพ วัดถ้ำบาดาล อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีประชาชน ลูกศิษย์ เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

สำหรับพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ เป็นการเปิดตำนานปฐมบท ท้าวเวสสุวรรณ (กายยักษ์_กายมนุษย์) วัดถ้ำบาดาล โดยย้ายจากถ้ำวงกต มาประดิษฐาน ณ สวนนันทวัน สถานรื่นรมย์ของเหล่าเทพ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป และลูกศิษย์ เข้าบูชาสักการะได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะบูชา ตั้งแต่เวลา 08.00 – 23.59 น.ของทุกวัน

ทั้งนี้ พราหมณ์ณรงค์ฤทธิ์ เป็นผู้ทำพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ จากนั้นจะเป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ รับองค์ปู่เวสสุวรรณ สวดชยันโต และประพรมน้ำมนต์ สำหรับประชาชนทั่วไป ที่สนใจเข้าร่วมพิธีลงทะเบียนเพื่อรับวัตถุมงคล ชุดกรรมการ เบิกทรัพย์ 65 และผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ (กายยักษ์_กายมนุษย์) ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนจะได้รับแจก ชุดมงคลท้าวเวสสุวรรณ (เนื้อผงว่านดำ) รุ่นเลื่อนยศ เจริญลาภ ประพรมน้ำมนต์ และขอเชิญ เข้าสักการะขอพรท้าวเวสสุวรรณองค์ยักษ์ (ภูหินผา) และองค์กายมนุษย์ (วิหารเทพ) ติดต่อสอบถาม ประชาสัมพันธ์@แอดมินเพจ วัดถ้ำบาดาล คุณโดนัท ประจำที่รังสิต สอบถามรายละเอียดต่างๆ ติดต่อสอบถาม 092-6494946 ไอดีไลน์ id.line:donut1205 , คุณนันทิกานต์ โทร.093-4392051 และคุณเหมียว โทร.063-0264747 และหากอยากร่วมบูรณะองค์ท้าวเวสสุวรรณ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีวัดถ้ำบาดาล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บัญชีเลขที่ 02-02-107-63-681

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ โดย พระครูทัศนประกาศ

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691822

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ โดย พระครูทัศนประกาศ

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ โดย พระครูทัศนประกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.00 น.

วัดมงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ ใกล้กับ พุทธอุทยาน ก่อนถึงศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 300 เมตร เป็นวัดสังกัด ธรรมยุต มีเนื้อที่ 17 ไร่ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สายวัดป่า จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้แมกไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น กระแสลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ท่ามกลางความเงียบสงบ จึงเหมาะสำหรับผู้นิยม เข้าไปนั่งปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ยิ่งนัก

โดยเฉพาะการเข้าไปฟังธรรมเทศนา กับ พระครูทัศนประกาศ ซึ่งท่านสั่งสอนญาติโยม ผู้ที่มีความทุกข์ โดยไม่แบ่งชั้น อย่างเสมอภาค ไปถึงก่อนหรือมาทีหลัง ท่านก็ให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน ถึงจะเป็นเศรษฐี หรือ ยากจน ก็มีค่าเท่ากัน คือ เป็นคนเหมือนกัน ที่สำคัญ การบริจาค ด้วยเงิน ท่านจะไม่รับเลย ถือว่า เป็นพระสงฆ์ ที่เคร่งครัด วัตรปฏิบัติดีงามมาก

จึงเป็นเรื่องปกติ ที่กุฏิเจ้าอาวาส จะเนืองแน่นไปด้วยญาติโยม พุทธศาสนิกชน เพื่อฟังธรรมเทศนา ให้คลายทุกข์ และมีจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามานั่งปฏิบัติธรรม ให้พ้นทุกข์ เพราะต่างประสบปัญหา แตกต่างกันไป

พระครู ทัศนประกาศ อายุ 75 ปี บวชมา 55 พรรษา เทศนาตอนหนึ่งว่า ญาติโยม ที่มาหาส่วนมาก มักจะมีความทุกข์ ไม่เหมือนกัน ก็ให้คำชี้แนะบอกสอนที่แตกต่างกันไป บางคนจะแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม บางคนรับราชการ หลักเลิกงานจะมานั่งสมาธิ 1 – 2 ชั่วโมง บางคนไม่ว่าง ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัด จะทำกิจกรรมในบ้านแทน และมีจำนวนไม่น้อย ที่มานั่งสมาธิในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ ที่สำคัญ หลายโรงเรียนนำนักเรียน เข้ามาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อให้นักเรียน รู้จักเข้าวัด ทำบุญ ทำทาน เพื่อสืบทอดพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กทุกวันนี้ พูดยาก บอกยาก ไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่ คุณครู จึงมีการนำเด็กเข้าวัด เพื่อพัฒนาจิตใจ มีศีลธรรมประจำใจ จะได้ไม่ไปทำอะไร ที่มันโหดร้าย อย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง

ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ทำเรื่องโหดร้าย ฆ่ากันโหดเหี้ยม ทำให้สังคมวุ่นวาย ไม่เป็นสุข การฆ่าที่โหดร้าย ผิดมนุษย์มะนา  คือ ความโกรธ ซึ่งการฆ่าความโกรธ คือ ความดี หากทุกคนฆ่าความโกรธได้ จะมีความสุข ส่งผลให้สังคมสงบสุข ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือโหดร้ายเกิดขึ้น ทุกคนต่างทำมาหากิน อะไรๆมันก็ดีไปหมด

ทั้งนี้ การแสดงความโกรธ ออกมาจาก กาย วาจา ใจ โดยมีสีหน้าบ่งบอกชัดเจน ซึ่งใบหน้าหรือสีหน้าของคน ที่มีอะไร เช่น หากมีทุกข์ ก็แสดงออกทางใบหน้า หรือหากมีสุข จะแสดงออกทางสีหน้า มีจิตใจเบิกบาน นำมาซึ่งกุศลกายดี กุศลใจดี คนรอบข้างอยากพูดคุย คบค้าสมาคมด้วย

พระครู ทัสนประกาศ เทศนา ต่อไปว่า คนเราหากแต่ละวัน ลดโมหะ โทสะ ได้ จะดี เหตุนี้ จะให้คนเป็น พระอินทร์ ซึ่ง พระอินทร์ จะช่วยคนมีศีลธรรม

สำหรับ เรื่อง การทำบุญ พระครูทัศนประกาศ เทศนาว่า การทำบุญ มีพรามณ์ไปถาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า บุคคลในโลกนี้ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วจะได้รับไหม ซึ่งพรามณ์เชื่อว่าได้รับ แต่ทางศาสนาพุทธได้ไหม  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตอบว่า ผู้ที่ทำบุญไปให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว มี 2 สถานะคือ ได้ที่ไม่ควรจะได้และได้ที่ควรจะได้ เช่น ญาติ พี่ น้อง ไปเกิดเป็นอสุรกาย หรือ เปรต  ถ้าทำบุญ จะได้รับ เพราะฉะนั้น  การทำบุญไม่สูญเปล่า และญาติทั้งหลายในภพก่อนๆ ก็จะได้รับผลบุญเช่นกัน เวลาทำบุญที่ไหนก็ตาม ไม่ต้องเจาะจงก็ได้ เพราะญาติพี่ น้อง จะได้รับผลบุญเหมือนกัน เปรตจำพวกนั้น ก็จะอนุโมทนาสาธุและการสร้างกุฎิถวายพระก็ได้บุญ จะส่งถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ก็จะสาธุตอบ คือ บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนา และ  การทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ

ส่วนการตั้งประเด็นมองคน ให้ตั้ง เมตตา ถ้าเอาจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น มีเมตตาให้คนอื่นเท่ากับมีเมตตาให้กับตนเอง เช่น ธรรมะย่อมรักษาผู้ทำความดี พื้นที่ของคนไม่เหมือนกัน เป็นเพราะกรรมเป็นตัวจำแนก ซึ่งจำแนกกรรมในอดีตก็ส่งผลถึงปัจจุบัน พระพุทธเจ้าอยากช่วยทุกคน แต่เพราะกรรม พระพุทธเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยได้ เฉพาะคนที่ช่วยได้ ก่อนที่จะช่วยจะต้องมีทุนความดีเดิมเสียก่อน เช่น ทำบุญ ตักบาตร เป็นต้น

ซึ่งคนเราเกิดมาต่างกรรมกัน ไปวัดก็มีจุดประสงค์ต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคน ต้องการคลายทุกข์  สุขกาย สุขใจ ที่สำคัญ การเข้ามาวัดต้องการกำลังใจ ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดี เพื่อต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคไปได้ด้วยดี…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภูมิปัญญาชาวบ้าน! นำ’โอ่งน้ำ’ตั้งประดับรอบโบสถ์ สร้างความสวยงาม

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691917

ภูมิปัญญาชาวบ้าน! นำ'โอ่งน้ำ'ตั้งประดับรอบโบสถ์ สร้างความสวยงาม

ภูมิปัญญาชาวบ้าน! นำ’โอ่งน้ำ’ตั้งประดับรอบโบสถ์ สร้างความสวยงาม

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.51 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ที่บริเวณพระอุโบสถหลังใหม่ วัดพายทอง หมู่ที่ 1 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีการนำโอ่งน้ำมาตั้งประดับวางไว้บนฐานคอนกรีต ตั้งรายล้อมอยู่โดยรอบโบสถ์ มีระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร นับจำนวนได้ 58 ใบ ภายในโอ่งน้ำปลูกบัวออกดอกชูช่อสวยงาม จนเป็นที่แปลกตา ประหลาดใจกับชาวบ้านที่พบเห็น

จากการสอบถาม พันโท วิเชียร ยาทัย อายุ 76 ปี ไวยาวัชกรวัดสายทอง เล่าให้ฟังว่า พระอุโบสถหลังนี้ ทางวัดได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้ทดแทนพระอุโบสถหลังเดิม ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และเตรียมที่จะจัดงานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต ในวันที่ 27 ธ.ค.65 ถึงวันที่ 4 ม.ค.66 ที่จะถึงนี้ เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ประกอบกับตนเองเห็นว่าที่หน้ากุฏิ พระครูประโชติ ธรรมะโฆษิต เจ้าอาวาส นำโอ่งมาตั้งปลูกบัวไว้ 2 ใบ ดูแล้วสวยงาม หลังจากเทพื้นคอนกรีตเสร็จ ตนเองจึงได้ทำการปรึกษาเจ้าอาวาส ในการนำโอ่งเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ที่มีอยู่นำมาตั้งปลูกบัวประดับรอบโบสถ์ พร้อมประกาศรวบรวมโอ่งเก่าจากชาวบ้านที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาได้ จำนวน 58 ใบ

โดยความมุ่งหมายหลักหลังจากเทพื้นเอนกประสงค์โดยรอบโบสถ์เสร็จแล้ว ทางวัดก็เกรงว่าจะมีคนนำรถยนต์ขึ้นมาจอด หรือขึ้นไปกลับรถ จนได้รับความเสียหาย จึงได้นำโอ่งเก่าของทางวัดและที่ชาวบ้านนำมาถวาย นำไปตั้งพร้อมปลูกบัวเป็นแนวกั้นเอาไว้รอบโบสถ์ และยังเป็นการอนุรักษ์ของเก่าในสมัยก่อน หลังจากยุคสมัยเปลี่ยนแปลงมีระบบประปาหมู่บ้านเข้ามาแทน ชาวบ้านจึงไม่ต้องรองน้ำใส่โอ่งเอาไว้ใช้ และเพื่อเสริมความสวยงามให้กับโบสถ์หลังใหม่ ในการใช้ทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนากันต่อไป

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691894

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

อื้อหือ!‘ชูวิทย์’โพสต์คลิปโชว์ฟิต ว่ายน้ำ-ตีเชือก-เล่นเวท หลังท้าชก‘สันธนะ’

13 พฤศจิกายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และนักธุรกิจกลางคืน โพสต์คลิปขณะออกกำลังกาย พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้…

“วันอาทิตย์ออกกำลังกาย ให้เห็นก่อนว่า

มีวินัย (ไม่แดกสะเปะสะปะ)

วิ่ง 40 นาที (ไม่วิ่งเต้น)

เล่นเวท (ไม่เล่นพวก)

ตีเชือก (ไม่ตีกิน)

ว่ายน้ำ (ไม่กินตามน้ำ) 

บริหารปอด (ไม่บริหารปากหาเงินชั่วเข้ากระเป๋า)

บ้าพลัง (ไม่บ้าหาเรื่อง)”

ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ เผชิญหน้ากับนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล พร้อมประกาศท้าชกกับนายสันธนะ ถ้ายืนได้เกิน 1 นาที พร้อมก้มกราบ

https://www.facebook.com/watch/?v=1306138663473088

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

Posted on November 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691816

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

อลังการ!! ‘VIJIT CHAO PHRAYA’ แสดงแสงสีบรรยากษศริมน้ำเจ้าพระยา

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.16 น.

รมว.ท่องเที่ยว ฯ  พร้อม คณะ ททท. ชมกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” แสดงแสงสีสร้างสีสันบรรยากาศให้แม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านผู้ว่าฯททท.เตรียมดันเป็นกิจกรรมประจำปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา

วานนี้  12 พฤศจิกายน 2565 ที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. นำคณะสื่อมวลชน ลงเรือ ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก  เพื่อชมกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” ปรากฎการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในช่วง High Season  ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ พร้อมทั้งขยายเวลาการท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน โดยจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จัดกิจกรรม โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายน 2565 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน 6 พื้นที่หลัก ประกอบด้วย

 1. สะพานพระราม 8 : “ทอแสง วิจิตร ตระการ” การแสดง Light Show & Laser เพื่อต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ตามแนวคิด ‘Open. Connect. Balance.’ และเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมา โดยมีการย้อมไฟกับเส้นสายของสะพานพระราม 8 เกิดเป็นสีสันบรรยากาศ และฉายแสงเลเซอร์เป็นลวดลายและข้อความ ประกอบกับเสียงเพลงที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับดนตรีสากล จากศิลปิน The Sound of Siam จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

 2. ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : “วิจิตร ปราการ ธารธารา” การแสดง Projection Mapping ประกอบแสงสี และ Effect พิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองวิถีแห่งสายน้ำตราบอดีตจวบปัจจุบัน ที่มีการเดินเรือค้าขาย การเดินทางติดต่อทางการทูต วิถีชีวิตของคนไทยกับสายน้ำ และการต่อสู้เพื่อความสุขสงบสันติของแผ่นดินโดยใช้กำแพงป้อมที่งดงามเป็นพื้นที่ฉายภาพ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น.   และ 21.45 น. (มีการแสดง Effect พิเศษในช่วงวันหยุด 12,13,17,18,19,26,27 พฤศจิกายน 2565)

 3. วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร : “นฤมิต วิจิตร นาฏกรรม” การแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ ผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ   บอกเล่าเรื่องราวของประเพณีอันเรืองงามคู่สายน้ำเจ้าพระยา โดยมีหนังใหญ่และการแสดงทางวัฒนธรรม  ที่สืบเนื่องกับแม่น้ำร่วมแสดง สื่อถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย ตลอดจนความสุข ที่เปี่ยมมิตรไมตรีและรอยยิ้ม จัดแสดงในช่วงวันหยุด 12,13,17,18,19,26,27 พฤศจิกายน 2565  วันละ 3 รอบ เวลา 19.30 น. 20.30 น. และ 21.30 น.

 4. สะพานพระพุทธยอดฟ้า : “วิจิตร เรืองรอง ท้องนที” การแสดง Illumination Light Show ประกอบดนตรีที่สื่อถึงประสบการณ์การเดินทางแห่งความสุขในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดออกมาเป็นการเล่นแสงไฟตามจังหวะเพลงที่น่าตื่นตาตื่นใจสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกไปค้นหา จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น. และ 21.45 น. (มีการแสดง Effect พิเศษในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565)

 5. ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก : วิจิตรไทยแลนด์” การฉาย Projection Mapping ไปยังพื้นผิวอาคาร เป็นถ่ายทอดเรื่องราวของเสน่ห์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และนำเสนอ SOFT POWER สำคัญในเมืองไทย   เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อันมหัศจรรย์ ทั้ง FOOD FILM FASHION FIGHT FESTIVAL จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

6.ไอคอนสยาม : วิจิตรธารา มหาปรากฏการณ์” การประดับไฟตกแต่งไอคอนสยามแบงคอกอิลูมิเนชั่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ด้วยพลังงานสะอาดจาก Solar Cell นวัตกรรมใหม่ที่สอดรับกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  สู่ชั้นบรรยากาศ และการแสดง The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 4 รอบ เวลา 18.15 น. 19.15 น.  20.15 น. และ 21.15 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศในแต่ละพื้นที่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมุมมองในการชม แสงสีได้สวยงามที่สุดจะเป็นการล่องเรือในเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจุดที่ทำการแสดง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทำการแสดง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดประเทศตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีคนไทยทุกคนเห็นแล้วว่าตั้งแต่เปิดประเทศจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วประมาณ 8 ล้านคน จึงเป็นการตอบโจทย์ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะวันนี้การจัดกิจกรรม Vijit Chao Praya (วิจิตรเจ้าพระยา) จะเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มาดูและเที่ยวชมความวิจิตรงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะแสงสีเสียงริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีวัดวาอารามที่สวยงามเช่นวัดกัลยาณมิตร กองทัพเรือ ไอคอนสยาม หรือ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก รวมไปถึงสะพานที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น เช่น สะพานพระราม 8 และสะพานพุทธ ซึ่งสะท้อนถึงความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มั่นใจว่าไม่แพ้แม่น้ำใดใดในโลก เป็นความสวยงาม ความสง่าของประเทศ และที่สำคัญมีการแสดงแสงสีเสียงจำลองเรือ       สุพรรณหงส์ ที่วัดกัลยาณมิตร ที่สวยงามมาก จึงอยากให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีการต่อยอดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งส่วนตัวจะพยายามหารือกับนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นไปได้ก็จะของบประมาณในเรื่องของบูสเตอร์ช็อต เพื่อจัดกิจกรรมดี ๆ เหล่านี้ จึงเชื่อมั่นว่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นชีวิตให้ผู้ประกอบการ ทั้งร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ธุรกิจเรือท่องเที่ยว ให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่ได้ปิดกิจการไปในช่วงสถานการณ์โควิด วันนี้ต้องบอกว่าเราฟื้นแล้วและเริ่มเดินได้แล้ว จากนโยบายการเปิดประเทศ ของนายกรัฐมนตรี

รมว.การท่องเที่ยวยังกล่าวอีกว่า สำหรับการตั้งเป้าการท่องเที่ยวในช่วงจัดกิจกรรมวิจิตรเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 12 ถึง 27 พฤศจิกายนนี้นั้น มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาลงเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่น้อยกว่า 9 หมื่นคน และคาดว่าสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 210 ล้านบาท  ซึ่งสิ่งเหล่านี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้ และมั่นใจว่าจะทำได้

“เป้านี้น่าจะทะลุได้ เช่นเดียวกับการตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในปีนี้ 10 ล้านคน  ถึงขณะนี้มีความมั่นใจว่าเป็นไปตามเป้า ส่วนของรายได้ทั้งหมดอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำลังหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร ให้ปีหน้าการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นตามเป้าที่ตั้งไว้  และในปีหน้าตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยว 20 ล้านคน และมั่นใจจะเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนเป้าหมายด้านรายได้ยังค่อนข้างที่จะลำบาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะหาวิธีการ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วจะต้องทำอย่างไรทำอย่างไรให้มีการใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน“ นายพิพัฒน์กล่าว

 ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ถือเป็นปีแรกที่ ททท. จัดทำกิจกรรมนี้ขึ้นมาดังนั้นจะต้องมีสิ่งที่ปรับปรุงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการอย่างไอคอนสยาม ริเวอร์ ซิตี้ฯ เรือนำเที่ยว เรืออาหาร ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเยาวชน นักเรียน ทหารเรือ ซึ่งเสมือนเป็นเจ้าของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืน โดยเชื่อว่ากิจกรรม ระหว่างวันที่ 12 ถึง 27 พ.ย.นี้  จะได้กระแสตอบรับที่ดี จึงจะศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายเวลาและทำให้กลายเป็นกิจกรรมประจำปีที่เกิดขึ้นได้ในช่วงหลังลอยกระทงจนกระทั่งถึงปีใหม่ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นแม่น้ที่สวยที่สุดของโลก  และเป็นการต่อยอดกิจกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว พร้อมรองรับการขยายเวลาเศรษฐกิจในช่วงกลางคืน ตามนโยบายของรัฐมนตรีอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’ ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

Posted on November 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691767

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’  ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือ3มรภ.ยกระดับ‘อาหารพื้นบ้านล้านนา’ ด้วยนวัตกรรมอาหารปลอดภัยจาก‘เทคโนโลยีฉายรังสี’

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อพูดถึง “อาหารฉายรังสี” เชื่อว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจกันดีแล้วว่า “ปลอดภัย” แต่ในส่วนของผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่น อาจยังลังเลใจในเรื่องความคุ้มค่ากับการลงทุน

สทน.จับมือ มรภ.เชียงราย แห่งแรกในภาคเหนือ

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ความรู้ภายใต้หัวข้อเรื่อง “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง ได้เห็นโอกาสทางธุรกิจ

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมาดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า เชียงราย เป็นจังหวัดที่มีอาหารพื้นถิ่นและสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบ เช่น ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ข้าว สับปะรด ฯลฯ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการขยายช่องทางการตลาดได้

ทั้งนี้ “การฉายรังสี” เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหาร ที่มาจากการแปรรูปเพื่อถนอมอาหารตามภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ อีกทั้ง “อาหารฉายรังสี” ยังเป็นมาตรฐานการบริโภคปลอดภัยที่สากลให้การยอมรับด้วย สทน. จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้พร้อมเปิดรับสมัครผู้ประกอบการภาคเหนือ ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นเข้าร่วมโครงการ “การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี” โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าขนส่งผลิตภัณฑ์มาทดลอง ค่าฉายรังสี ค่าตรวจวิเคราะห์เชื้อ รวมถึงค่าดำเนินการต่างๆ

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้เรื่อง “การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อาหารด้วยการฉายรังสี” / “future food trend และงานพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่น” / “การขออนุญาต อย. กับอาหารพื้นถิ่น” และการบรรยาย เรื่อง “การตรวจสอบการเจือปนน้ำตาลในน้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ ด้วยเทคนิควิเคราะห์ไอโซโทปเสถียร” รวมทั้งเสวนาพูดคุยกับผู้ประกอบการตัวจริงที่ประสบความสำเร็จด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสี ได้แก่ คุณพรเทพ เทพเสนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แหนมสไลด์ แหนมตุ้มจิ๋ว” ตราสุทธิลักษณ์ และ คุณวสันต์กอบุตร กรรมการผู้จัดการบริษัท แคร์ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ฉัยรัย ปูไข่ดองฉายรังสี”

เปิดตัวเทคโนโลยี การตรวจสอบน้ำตาลในน้ำผึ้งและน้ำผลไม้

ต่อมา วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ความรู้ภายใต้
หัวข้อเรื่อง “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากลเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่น และนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ได้เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ และเข้าใจประโยชน์ของการฉายรังสีในอาหารเพื่อแก้ไขกระบวนการผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการมากขึ้น

ดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเนื้อหาครอบคลุมความรู้ทุกแง่มุม ตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีในอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นและการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี เพื่อการยื่นขอเลขสารบบ หรือเลข อย.

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวผลงานวิจัยเรื่อง“การตรวจสอบการเจือปนน้ำตาลในน้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ ด้วยเทคนิควิเคราะห์ไอโซโทปเสถียร” เพื่อยกระดับสินค้ากลุ่มน้ำผึ้งและน้ำผลไม้ เช่น น้ำมะพร้าวสดและน้ำมะพร้าว UHT ด้วย โดยขณะนี้ สทน. มีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์พร้อมให้บริการตรวจพิสูจน์ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น

ติวเข้มผู้ประกอบการ จ.กำแพงเพชร

จากนั้น วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการภายใต้หัวข้อ “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

ดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา รองผู้อำนวยการ วิชาการ สทน. เปิดเผยว่า ภาคเหนือ นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น เป็นจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวแล้ว เรื่องของ “อาหารพื้นถิ่น” ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สามารถพัฒนา เพื่อนำมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สทน. มุ่งสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเทคโนโลยี “การฉายรังสีในอาหาร”

พร้อมกันนี้ยังเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ ได้เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ และเข้าใจประโยชน์ของการฉายรังสีในอาหาร เพื่อแก้ไขกระบวนการผลิตสินค้าได้ตรงความต้องการมากขึ้น

โดย จ.กำแพงเพชร มี “แกงขี้เหล็ก นครชุม”เป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ พัฒนาเป็นก้อนปรุงสำเร็จรูป เพิ่มโอกาสสู่การส่งออกได้ เหมือนเช่นเครื่องแกงไตปลาก้อน พร้อมปรุง ซึ่งเป็นสุดยอดอาหารพื้นถิ่น หรือ Product Champion ของภาคใต้

ภายในงาน นอกจากจะมีการบรรยายให้ความรู้ในด้านต่างๆ แล้ว ยังมีการเปิดเวทีเสวนา โดยมี ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฉายรังสีมาร่วมพูดคุย ได้แก่ คุณพรเทพ เทพเสนา บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แหนมสไลด์แหนมตุ้มจิ๋ว” ตราสุทธิลักษณ์ และ คุณพรพิมล รักษาผลเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไตปลาก้อนพร้อมปรุง ตราบ้านบนนบ จ.พัทลุง มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์

โดยคุณพรเทพ ได้สรุปให้เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการฉายรังสีในอาหาร ผ่าน 3 อ. ได้แก่ 1.อนามัย คือการที่ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคอยู่ในอาหาร 2. อายุ คือ การช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ และ 3.โอกาส คือ การที่ผลิตภัณฑ์สามารถวางจำหน่ายได้ยาวนานขึ้นจากเดิม เป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเราเอง

ด้าน คุณพรพิมล ได้กล่าวเชิญชวนให้เพื่อนผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพราะนอกจากจะได้รับคำปรึกษาต่างๆ แบบฟรีๆ จากนักวิจัยแล้ว ยังทำให้ได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้นส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมาก เพราะผลที่ได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่า ทั้งยังช่วยย่นระยะเวลาในการผลิต และสามารถตอบรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่าเดิม

ทั้งนี้ สทน. เปิดรับสมัครผู้ประกอบการภาคเหนือที่ประสบปัญหาในการผลิตหรือต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นเข้าร่วมโครงการ “การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น
ด้วยการฉายรังสี” เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับคำปรึกษาแนะนำ พร้อมนำผลิตภัณฑ์มาตรวจวิเคราะห์และทดลองฉายรังสีได้ โดยนักวิจัยของ สทน. จะเป็นผู้ดูแลการวิจัยและสรุปผลการวิจัยให้ผู้ประกอบการ ซึ่งทาง สทน.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าขนส่งผลิตภัณฑ์มาทดลองค่าฉายรังสี รวมถึงค่าดำเนินการทดลองต่างๆ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 15 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สาธารณูปโภคพื้นฐาน’ต้องเข้าถึง แม้อยู่ระหว่างแก้ปัญหา‘สิทธิที่ดิน’

Posted on November 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691754

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ที่อยู่อาศัย-ที่ทำกิน” เป็นหนึ่งในประเด็นพิพาทสำคัญของสังคมไทย และเป็นภาพสะท้อนปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” ได้ชัดเจนอย่างมากภาพหนึ่ง กล่าวคือ ในขณะที่ที่ดินจำนวนมากอยู่ในความครอบครองของบุคคลหรือองค์กรจำนวนน้อยเพียงหยิบมือ แต่คนอีกไม่น้อยไม่มีที่ดินเป็นของตนเองและต้องถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้บุกรุก” อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐบ้าง-เอกชนบ้าง กลายเป็นข้อพิพาทที่ต้องต่อสู้กันไป หลายพื้นที่ชาวบ้านได้อยู่ต่อภายใต้สัญญาเช่าระยะยาวที่พอรับได้ หลายพื้นที่มีหนทางย้ายออกไปตั้งชุมชนใหม่แบบพอรับไหว แต่หลายพื้นที่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ

ดังตัวอย่างของ “ชุมชนแออัดในจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งถูกหยิบยกมาบอกเล่าในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 โดย นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2564-2565 กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 5 คำร้อง เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและการจัดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้แก่คนจนเมืองในชุมชนแออัด 20 แห่งของ จ.ภูเก็ต ครอบคลุมประชาชนมากกว่า 2,400 ครัวเรือน

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อาศัยและทำกินอยู่บนที่ดินของรัฐ ทำให้มีคู่กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ และต้องประสบปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายชุมชนถูกไล่รื้อที่พักอาศัย และไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ถนน สะพานฯลฯ ได้ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงไฟฟ้าและประปาในอัตราสูงกว่าคนทั่วไปเนื่องด้วยเป็นผู้อาศัยในที่ดินของรัฐชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า“หลายชุมชนเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดภูเก็ต (คทช.จังหวัดภูเก็ต) ได้มีมติอนุญาตให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน” แต่ในเรื่องของการจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนั้มมีข้อจำกัดด้านระเบียบข้อบังคับ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่

โดย กสม. มีข้อเสนอแนะ 1.ข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้จังหวัดภูเก็ตประสานการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคของประชาชนในชุมชนที่มีการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่แล้วตามโครงการจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมกันนี้ ให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนในชุมชนที่อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทหรือการจัดสรรที่ดินด้วย

และให้คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค พิจารณาแก้ไขปรับปรุงระเบียบข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าประกันการใช้น้ำจากประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดินซึ่งมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดูแลและมีทะเบียนบ้านชั่วคราว โดยให้เรียกเก็บในอัตราเดียวกับผู้ขอใช้น้ำทั่วไป เพื่อไม่ให้เป็นการเลือกปฏิบัติและเป็นภาระแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน นับแต่ที่ได้รับแจ้งรายงานฉบับนี้

2.ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย 2.1 ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดแนวนโยบายในภาพรวมโดยแยกระหว่างสิทธิในการจัดการที่ดินและสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะ เพื่อเป็นการอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจสามารถจัดทำระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น ให้แก่ประชาชนในชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของรัฐได้ ในระหว่างการจัดสรรที่ดินหรือแก้ไขปัญหาข้อพิพาท

โดยให้เร่งรัดการดำเนินงานในภาพรวมของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่1 ก.พ. 2565 มีมติรับทราบแนวทางและมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบแก้ไขปัญหา 2.2 ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งรัดการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินหรือที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในภาพรวมทั้งประเทศโดยเร็วและให้ชี้แจงหรือรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทราบเป็นระยะ

และให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดภูเก็ต (คทช.จังหวัดภูเก็ต) พิจารณาคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนของชุมชนที่มีกรณีพิพาทบางแห่ง โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน และร่วมกันดำเนินการจัดหาพื้นที่แห่งใหม่สำหรับจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนชุมชนในพื้นที่พิพาท

ทั้งนี้ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายขอคืนพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้ใช้ประโยชน์ของชุมชนบางแห่งตามคำร้อง โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วย อนึ่ง ต่อข้อกังวลว่า ข้อเสนอแบบนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เข้าไปใช้ที่ดินอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ นายวสันต์ ชี้แจงว่า ข้อเสนอของ กสม. เน้นไปที่ประชาชนในชุมชนที่เบื้องต้นได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ตามโครงการของ คทช.

“สิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นเรื่องที่จำเป็น เมื่อไปผูกโยงกับเรื่องการจัดการที่ดินก็ทำให้เกิดผลกระทบ ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะมีกรณีคล้ายกันแบบนี้ ซึ่งได้มีการแยกเรื่องสิทธิในที่ดินกับเรื่องสิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคออกจากกันก็จะทำให้ประชาชนไม่ประสบความเดือดร้อนมาก”นายวสันต์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,619 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d