Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691637

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

ยุวเกษตรกรกว่า150คนจับมือลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.33 น.

นักเรียนยุวเกษตรกร 3 โรงเรียน กว่า 150 คน จับมือกันลงแขกดำนา มุ่งฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว เรียนรู้วิถีชาวนา ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง

ที่ บริเวณทุ่งนาบ้านเกาะแต้ว หมู่ 6 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา เกษตรอำเภอเมืองสงขลา นำเด็กนักเรียนยุวเกษตรกร 3 โรงเรียนในอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งประกอบด้วย ยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์  ยุวเกษตรกรโรงเรียนชัยมงคลวิทย์ และยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านกลาง เรียนรู้วิถีชาวนา ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมลงแขกดำนา ฟื้นประเพณีลงแขกปลูกข้าว ร่วมกับกลุ่มนาข้าวพื้นเมืองบ้านเกาะแต้ว รวมกว่า 150 คน ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กๆมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพการเกษตร ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยมีเกษตรกรกลุ่มนาข้าวพื้นเมืองบ้านเกาะแต้วร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็ก และร่วมลงแขกดำนากับเด็กๆ ซึ่งการลงแขกดำนาทำให้เด็กได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ของคนในชุมชนในครั้งอดีต ที่แทบจะไม่มีให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็น มีทักษะการเรียนรู้การทำการเกษตรที่สามารถพึ่งตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสืบทอดวัฒนธรรมอันดีของบรรพบุรุษ โดยได้จัดกิจกรรมให้เด็กๆได้เรียนรู้การทำนาดำและการลงแขกดำนา ร่วมกันปักดำนาข้าว พื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ โดยใช้ข้าวพันธุ์หอมเบา ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองพันธุ์ดีของตำบลเกาะแต้วที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์คู่ท้องถิ่น ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้การทำนา จากการลงมือทำจริง ได้ประสบการณ์จริงจากการเรียนรู้นอกห้องเรียน  สร้างความเพลิดเพลิน และความสนุกสนานให้แก่เด็กยุวเกษตรกรเป็นอย่างดี หลังจากนี้ไป เด็กๆยุวเกษตรกรทั้ง 3 โรงเรียนก็จะได้เข้ามาเรียนรู้ในแปลงนาที่ตนเองปักดำไว้ตลอดฤดูกาล อีกประมาณ 4 เดือนข้างหน้า จะได้เก็บเกี่ยวข้าวและจะได้ร่วมกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวต่อไป

ทั้งนี้ เด็กนักเรียนยุวเกษตรกร จำนวน 3 โรงเรียนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ถึงแม้ว่าทุกคนจะมาจากต่างโรงเรียน ต่างพื้นที่ แต่วันนี้รวมใจเป็นหนึ่งเดียว จับมือกันลงแขกดำนา เป็นการเรียนรู้การทำนาและวิถีการลงแขกดำนาของชาวนาแบบดั้งเดิม ด้วยการลงมือทำจริง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่หาไม่ได้ในห้องเรียนหรือในโรงเรียน แถมได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมาตลอดเวลาอีกด้วย

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เต๋าภูศิลป์’ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691636

'เต๋าภูศิลป์'ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

‘เต๋าภูศิลป์’ถือฤกษ์บวงสรวงองค์พญานาคเปิดซิงเกิ้ลใหม่จุดธูปเลขมงคลขายเกลี้ยงแผง

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.23 น.

“เต๋า ภูศิลป์” นักร้องดังนำทีมศิลปินบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ มนต์รักธาตุพนม หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อความศรัทธาสองฝั่งโขงไทยลาว ถวายเป็นพุทธบูชาองค์พระธาตุพนม พระธาตุประจำปีเกิดปีวอกและคนเกิดวันอาทิตย์ ตั้งเป้าส่งเสริมวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ดึงนางเองเอ็มวีสาวลาวใต้ ร่วมแสดง พร้อมถวายเสียงองค์พญานาค เป็นสิริมงคลในโอกาสปล่อยซิงเกิ้ลเอ็มวีใหม่วันแรก ถือโอกาสจุดธูปเลขมงคล ให้โชคแฟนคลับ 070 11 ขายเกลี้ยงแผง

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 11 พ.ย.65 ที่ลานแลนด์มาร์คองค์พญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีศิลปินนักร้องชื่อดัง เต๋า ภูศิลป์ หรือ ภูศิลป์ วารินรักษ์ หรือนายเกษม ศรีสมบูรณ์ อายุ 30 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี เจ้าของผลงานเพลงดัง อ้อมกอดเขมราฐ พร้อมคณะทีมงานศิลปินนักร้อง ข้าวทิพย์ ธิดาดิน,ลำเพลิน วงศกร,ก้านตอง ทุ่งเงิน ร่วมพิธีบวงสรวงบูชาองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยถือฤกษ์ วันที่ 11 เดือน 11 ปฐมฤกษ์ ถวายเครื่องเซ่นไหว้ ขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช ในโอกาสที่เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ และปล่อยเอ็มวีใหม่เป็นวันแรก ชื่อเพลง มนต์รักพระธาตุพนม เป็นมิวสิควีดีโอ รวมถึงเนื้อหาเพลงที่ถ่ายทำเกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ จ.นครพนม คือ องค์พระธาตุพนม และองค์พญาศรีสัตตนาคราช รวมถึงส่งเสริมขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมสองฝั่งไทยลาว ในมิวสิกเพลงดังกล่าวยังได้ มีนางเอก MV สาวสวยคือ น้องพุดทะสอน สีดาวัน สาวลาวใต้ที่เคยเล่นมิวสิกวีดีโอ เพลงอ้อมกอดเขมราฐ มาก่อน

หลังประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะบวงสรวงต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้ถือโอกาสร้องเพลงถวายเสียง ซิงเกิ้ลแรก มนต์รักพระธาตุพนม พร้อมรำถวายร่วมกันให้บรรดาแฟนแพลงได้ร่วมสนุกสนาน และรับฟังในโอกาสนี้ได้ถือโอกาสจุดธูปเลขมงคลให้โชคแฟนคลับ นำไปเสี่ยงโชคงวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 จุดได้เลข 070 รวมถึงเลขมงคล 11 ส่งผลให้ บรรดาแฟนคลับ คอหวยพากันนำไปเสี่ยงโชค ซื้อลอตเตอรี่จนเกลี้ยงแผง นอกจากนี้ยังได้จัดคณะกลองยาว จัดมหรสพดนตรี สร้างสีสันความสนุกสนานของบรรดานักร้องศิลปินลูกทุ่งหมอลำ เป็นการถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช และให้แฟนคลับได้ร่วมสนุกสนาน

เต๋า ภูศิลป์ หรือ ภูศิลป์ วารินรักษ์ เปิดเผยว่าวันนี้รู้สึกดีใจมาก อีกทั้งเป็นฤกษ์ดี ที่ได้นำทีมศิลปินนักร้อง มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ บวงสรวงขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์สองฝั่งโขง รวมถึงเป็นฤกษ์ดี วันที่ 11 เดือน 11 จึงถือโอกาสขอพรเปิดตัวซิงเกิ้ล รวมถึงเอ็มวีใหม่ในชื่อเพลง มนต์รักพระธาตุพนม เป็นซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่ถ่ายทำจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวของ จ.นครพนม มีองค์พระธาตุพนม องค์พญาศรีสัตตนาคราช

เนื้อหาเป็นเรื่องราวของความรักของสาวนครพนม โดยได้นางเอกสาวสวย น้องพุดทะสอน สีดาวัน สาวลาวใต้ ที่เคยเล่นมิวสิกวีดีโอ เพลงอ้อมกอดเขมราฐ มาก่อน เป็นการสื่อความหมายถึงความสมพันธ์ของไทยลาว แสดงในฐานะเป็นสาวนครพนม คู่รักที่มีความรักความศรัทธาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของ จ.นครพนม รวมถึงเป็นการ ส่งเสริม ประเพณีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามทั้งฝั่งไทยฝั่งลาว เพราะตนมีความผูกพันกับสายน้ำโขง พื้นเพเป็นชาว จ.อุราชธานี ที่สำคัญเกิดปีวอก และวันอาทิตย์ ที่มีองค์พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำวันเกิด จึงเกิดแนวคิดที่จะทำผลงานเพลงเกี่ยวข้องกับองค์พระธาตุพนม รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ จ.นครพนม และยากมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

เต๋า ภูศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับปีชง หลายคนเชื่อว่าปีวอกเป็นปีชง ซึ่งเป็นปีเกิดของตน แต่ตนเชื่อว่า ถ้าเรามีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะปีไหนดีทั้งหมด อยู่ที่ความตั้งใจ ถือว่าปีนี้ถึงเป็นปีชง แต่งานปังมาก มีงานตลอดเวลา  ส่วนเรื่องสุขภาพพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ เหนื่อยบ้าง พักบ้างแต่ยังไหว

ส่วนการทำบุญไม่ได้เจาะจงที่วัดไหน ขอให้มีโอกาส พร้อมจะทำบุญทุกวัด ล่าสุดไปทำบุญที่วัดศรเมือง เวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้เงินประมาณแสนบาท ถวายวัดเป็นอานิสงค์ผลบุญส่วนหนึ่ง  อย่างไรก็ตามในการสร้างผลงานเพลงทุกเพลง ตนมีความตั้งใจมากที่ จะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีอีสาน รวมถึงวัฒนธรรมชาวลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะเพลงล่าสุด มนต์รักพระธาตุพนม มีความตั้งใจมากที่ จะร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว  และเป็นความเชื่อความศรัทธาส่วนตัว จึงฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ในวันที่ 11 เดือน 11 ไม่คาดหวังจะได้กี่วิว เพียงได้ทำเพื่อความภาคภูมิใจ ในความเชื่อความศรัทธา อีกเรื่องฝากผลงานละครเรื่องซิ่นลายโส้จึงฝากติดตามด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

Posted on November 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691566

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

สกู๊ปแนวหน้า : ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(1) คิดใหม่‘ประกัน-ปล่อยชั่วคราว’

วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“เรื่องสันติภาพและความยุติธรรมมันเป็น 1 ในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน แล้วเรามีปัญหาในเรื่องนี้มาก 12 ล้านคน เป็นอาชญากร มีชื่อในทะเบียนประวัติอาชญากรรม มี 5 หมื่นกว่าคนที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ติดคุกอยู่ เรื่องเหล่านี้จะแก้ไขอย่างไร กระบวนการยุติธรรมไทยถ้าจนก็ลำบากติดคุกไป เหลื่อมล้ำสูง คุกเต็มไปด้วยคนจนและมีสิ่งที่เรียกว่าแพะอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วก็สู้คดีลำบากเพราะติดคุกไปแล้วจะหาโอกาสสู้คดีมันสู้ยาก”

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “ปัญหาการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิดในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย” เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. 2565 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ถึงปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ที่ต้นตอของปัญหาคือ “การไม่ได้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์” แม้จะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม

ซึ่งที่มาของแนวคิดนี้คือหลักการแบ่งแยกอำนาจ โดยผู้ที่จะบอกได้ว่าใครผิด-ไม่ผิด มีเพียงศาลเท่านั้น ส่วนการตั้งข้อกล่าวหาของตำรวจเป็นการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นอำนาจบริหาร หากเป็นชั้นพนักงานสอบสวนก็เป็นผู้ต้องหา หากส่งฟ้องศาลแล้วก็เป็นจำเลย แต่ยังไม่ผิดจนกว่าศาลจะตัดสิน โดยรัฐธรรมนูญที่ใช้กันในปัจจุบันคือฉบับ 2560 มาตรา 29 วรรคสอง ระบุว่า ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้

และวรรคสามที่ระบุว่า การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจําเลยให้กระทําได้เพียงเท่าที่จําเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ซึ่งหลักนี้วางไว้มาตั้งแต่ปี 2492 แต่ในทางปฏิบัติ การเป็นอาชญากรเริ่มต้นตั้งแต่ถูกตำรวจตั้งข้อหา อาทิ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 12 การพิมพ์ลายนิ้วมือ กำหนดให้นำรายชื่อและประวัติของผู้ต้องหาทุกคนบันทึกลงในทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดของแต่ละคนว่ามีคดีอะไรและคดีนั้นกระบวนการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว และไม่สามารถลบออกได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทราบว่ามีการแก้ไขในส่วนของคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลตัดสินยกฟ้อง ทะเบียนประวัติก็จะถูกคัดแยกเพื่อลบออกต่อไป แต่สิ่งที่ต้องพยายามผลักดันให้แก้ไขกันต่อไปคือ กรณีที่ศาลตัดสินโทษเพียงรอลงอาญา หรือลงโทษปรับเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยควรให้ลบประวัติออกด้วย ซึ่งปัจจุบันยังลบประวัติในส่วนนี้ไม่ได้ ทั้งที่คนกลุ่มดังกล่าวไม่ควรถูกนับรวมเป็นอาชญากร และไม่มีประเทศใดที่ใช้เกณฑ์แบบนี้

“แม้กระทั่งติดคุก ในประเทศจำนวนมากเขาต้องถือว่าติดคุกต้องหลายเดือนขึ้นไป 6 เดือนขึ้นไปบ้างถึงเป็นอาชญากร ถ้าน้อยกว่านั้น เช่น ลหุโทษเราแค่ 1 เดือน เป็นอาชญากรหรือ? ติดคุกแค่ 1 เดือน แต่เรานี่หนักกว่า รอลงอาญาหรือว่าแค่โทษปรับก็เป็นอาชญากรแล้วลบไม่ได้เลย อันนี้ก็เป็นขั้นต่อไปที่กำลังดำเนินการว่าจะขอให้นอกจากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ศาลยกฟ้อง พลเมืองของเราแค่ศาลรอลงอาญาหรือแค่โทษปรับก็ควรลบให้เขาด้วย เพราะพวกเขาไม่ใช่อาชญากร

ผมเห็นว่าถ้าท่านไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมพูดในภาพรวม ส่วนใหญ่จะถือว่าอาชญากรคือผู้ทำผิดกฎหมายอาญา เขาถืออย่างนั้น ฉะนั้นแม้ว่าศาลจะรอลงอาญาหรือแค่โทษปรับคุณก็เป็นอาชญากรแล้ว แต่ไม่ได้! เราทำให้คนของเราประมาณ 10 ล้านคนไม่มีงานทำ สมัครงานดีๆไม่ได้ แล้วนี่เป็นสาเหตุสำคัญและเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่เราต้องไปนำเข้าแรงงานจากเพื่อนบ้านมาช่วยงานเรา เพราะคนไทยด้วยกันทำงานไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาแค่โทษปรับหรือว่ารอลงอาญา ต้องแก้ไข” อาจารย์ปริญญา กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังมีคำว่า “ปล่อยชั่วคราว” ซึ่งสะท้อนภาพกระบวนการยุติธรรมของไทย เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้จะเน้นขังไว้ก่อนเป็นหลักจนกว่าศาลจะตัดสินยกฟ้อง เว้นแต่มีเหตุจึงให้ปล่อยตัวไปชั่วคราวได้ ซึ่งก็คือการประกันตัวแต่ด้วยความที่ศาลมักจะไม่อนุญาตให้ประกันหากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ทำให้เมื่อตำรวจตั้งข้อหาก็จะมักจะตั้งข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดไว้ก่อนเพื่อหวังว่าผู้ต้องหาจะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว อีกทั้งเมื่ออยู่ในเรือนจำก็ต้องถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังที่ศาลตัดสินแล้วว่ากระทำผิด

ซึ่งที่มาของปัญหานี้คือ ในขณะที่รัฐธรรมนูญไทยรับรองหลักการเรื่องบุคคลย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสินว่าผิด ครั้งแรกในปี 2492 แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิฯ อาญา) มีมาตั้งแต่ปี 2477 ซึ่งสาเหตุที่ไม่มีการแก้ไข เพราะประเทศไทยมีการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญกันหลายครั้ง จนนานวันเข้าเรื่องนี้ก็ถูกลืมเลือนไป อย่างไรก็ตาม ป.วิฯ อาญา มีการแก้อยู่บ้าง เช่น ในปี 2547 มีการแก้ไขให้ระบุถ้อยคำในมาตรา 107 ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

รวมถึงแก้ไขในมาตรา 108/1 เพื่อไม่ให้ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ จึงมีการระบุเหตุแห่งการที่จะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไว้ ได้แก่ 1.ปล่อยแล้วอาจหลบหนี 2.ปล่อยแล้วอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน 3.ปล่อยแล้วอาจไปก่ออันตรายประการอื่น 4.ผู้ยื่นขอประกันหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่น่าเชื่อถือ และ 5.ปล่อยแล้วอาจทำให้เกิดอุปสรรคหรือความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือดำเนินคดีของศาล แต่ก็ยังไม่แก้ถ้อยคำว่าปล่อยชั่วคราว

“ปัจจุบันประมาณ 20% ของคนที่อยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ ประมาณ 20% ตัวเลขที่ 5 หมื่นกว่า กลมๆ ก็ 6 หมื่นคน ที่เป็นผู้ต้องขังในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ การพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการ หรือการพิจารณาคดีของศาล ซึ่งถ้ายึดตามมาตรา 29 ว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เรามีถึง 6 หมื่นคน 20% แล้วคุกจะไม่ล้นได้อย่างไร ทั้งๆ ที่หลักแล้วถ้ายังบริสุทธิ์อยู่ก็ต้องได้สู้คดีนอกคุก” อาจารย์ปริญญาระบุ

ด้าน รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในการดำเนินคดีอาญารัฐมีหน้าที่ค้นหาความจริง หากผู้ใดกระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษอย่างเหมาะสม แต่หากผู้ใดเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องคืนความยุติธรรมให้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าจะขังหรือปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด โดยหลักคิดว่าจะปล่อยหรือขัง เช่น ปล่อยแล้วจะหนีหรือไม่ จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ หรือไปก่อเหตุอันตรายหรือไม่ เป็นต้น

ดังนั้นในการดำเนินคดีอาญาสักคดีหนึ่ง ตั้งแต่กระบวนการสอบสวนจนถึงก่อนวันที่ศาลตัดสิน ระหว่างทางอาจไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาหรือจำเลยแม้แต่วันเดียวเลยก็ได้ โดยเมื่อเทียบกับ ป.วิฯ อาญา ของฝรั่งเศส มาตรา 144 ระบุว่า “การขังระหว่างพิจารณาคดีจะใช้เป็นมาตรการสุดท้ายหากวิธีอื่นใช้ไม่ได้แล้ว” โดยก่อนศาลจะสั่งขัง ยังมีมาตรการอื่นๆ ให้เลือกใช้ก่อน

ตั้งแต่มาตรการควบคุมโดยศาลกำหนดเงื่อนไข (อาทิ กำหนดวันรายงานตัวทุกสัปดาห์ ห้ามไปพบผู้เสียหายห้ามไปพบพยาน ฯลฯ) หากไม่ทำผิดเงื่อนไขก็ยังใช้ชีวิตปกติระหว่างการพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องถูกสั่งขัง หรือแรงขึ้นมาอีกคือมาตรการควบคุมที่บ้านโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์
(ติดกำไล EM) ในขณะที่ประเทศไทยนั้น ป.วิฯ อาญา ไม่ได้ระบุลำดับขั้นตอนแบบนี้ไว้ จึงกลายเป็นการทำกลับด้านกัน คือขังก่อนแล้วให้ไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และนี่เป็นจุดสำคัญที่ไทยต้องเปลี่ยนวิธีคิด

“สิ่งที่ดีขึ้นคือข้อบังคับประธานศาลฎีกา ซึ่งประกาศออกมาปีนี้เอง ปี’65 ผมว่าเป็นเรื่องที่ศาลเขาได้พัฒนาแล้วเขาได้ปรับไปก่อนกฎหมายวิฯ อาญา ท่านได้อธิบายเรื่องพวกนี้ไว้ในข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าแม้มีเหตุออกหมายขังได้แต่ศาลมีวิธีการป้องกันไม่ให้หลบหนีใช้วิธีอื่นได้ศาลจะงดออกหมายขังก็ได้ แต่มันเป็นแค่ข้อบังคับ เมื่อเป็นข้อบังคับประธานศาลฎีกาแต่ตัวพระราชบัญญัติก็คือประมวลกฎหมายวิฯอาญา ยังอยู่บนพื้นฐานของการขังเป็นหลักแล้วก็ไปขอปล่อยชั่วคราวอยู่ มันอาจจะไม่ได้แก้ทั้งระบบ

อันที่สองเมื่อเป็นข้อบังคับยากมากที่นักกฎหมายจะรู้และจะไปเรียน โดยเฉพาะนักศึกษาก็ยังไม่ได้เรียนเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นผมเห็นว่าเมื่อมันมีจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วในข้อบังคับประธานศาลฎีกา ข้อ 44/1 ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ด้วย ผมว่าสิ่งเหล่านี้ควรไปอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้เกิดการบังคับใช้อย่างเป็นมรรคเป็นผลจริงๆ ไม่ใช่มาขังเป็นหลักแล้วมาปล่อยชั่วคราวทีละคดีไป” อาจารย์ปกป้อง กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันที่ 13 พ.ย. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691587

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

สติเป็นที่พึ่งของใจ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.47 น.

มีผู้ถามธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ว่า : ถ้ามีโลภ โกรธ หลง แสดงว่าเรามีอัตตา ใช่ไหมคะพระอาจารย์ 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ตอบว่า : อ๋อ แน่นอนอยู่แล้ว อัตตามันเป็นตัวสุดท้ายที่เราจะไปแกะ ตอนนี้เอาตัวที่มันง่ายๆก่อน ตัวง่ายๆก็นี่ ตัวที่มันจะหลอกให้เราไปเปิดร้านขายยานี่ก็ง่ายหน่อย เราต้องคิดว่าเวลาเราไม่แน่นะ เกิดจะตายขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ เราต้องรีบขวนขวายทางธรรม วิธีหนึ่งก็คือนี่ อย่าไปคิดว่าเราต้องทำงานสะสมเงินทองไว้ แล้วเราจะได้ไปปฏิบัติธรรมได้ เราควรจะคิดว่าเราไปหาวัด อยู่วัดไหนดีกว่าที่เขาไม่เก็บสตางค์ กินข้าววัดได้ เพียงแต่ไปช่วยงาน ทำงานอะไรในวัด แล้วได้ปฏิบัติธรรมไปด้วยก็น่าจะดีกว่านะ 

อันนี้พูดแบบกลางๆ นะ อย่างที่เคยพูดว่าคนฉลาดหาสติ คนโง่หาสตางค์ สติเป็นที่พึ่งของใจได้ สตางค์ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ คนโง่ก็มัวคิดแต่หาสตางค์ คนฉลาดนี่หาแต่สติ ถ้ามีสติและใจมีอุเบกขาแล้ว อดมื้อกินมื้อก็อยู่ได้ นอนกับดินกินกับทรายก็อยู่ได้ แต่ถ้าหาสตางค์นี่ แสดงว่าสำอางแล้ว ต้องกินอย่างนั้น ต้องกินแบบนี้นะ ถ้าอย่างนี้ไปไม่รอด รับประกันได้ไปไม่รอด 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๕ (ที่มา เพจพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดดีใจ! ‘เจ้ากังฟู’สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691565

สุดดีใจ! 'เจ้ากังฟู'สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

สุดดีใจ! ‘เจ้ากังฟู’สุนัขป่วยเนื้องอก 5 กิโล รักษาหาย-กลับบ้านสุโขทัยแล้ว

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.47 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 จากกรณี “เจ้ากังฟู” สุนัขเพศผู้ พันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ป่วยมีเนื้องอกหนักเกือบ 5 กิโลกรัม ห้อยต่องแต่งที่ใต้ท้อง ชอบเดินเล่นบนถนนสายยางซ้าย-ปากพระ หมู่ 1 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้พบเห็นรู้สึกสงสาร จึงแจ้งผู้สื่อข่าวให้มาช่วยนำเสนอจนกลายเป็นข่าวดัง ทำให้มีผู้ใจบุญมารับตัวไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ

โดยหลังจาก “เจ้ากังฟู” ได้รับการผ่าตัด และต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสัตว์ที่กรุงเทพฯ เป็นระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ ล่าสุด นายหัสนัย สามเกษร อาสาสมัครบ้านศักดิ์ระพี เพื่อสัตว์ด้อยโอกาส ได้เดินทางไปรับตัวเจ้ากังฟูจากกรุงเทพฯ นำมาส่งคืนเจ้าของถึงบ้านที่ จ.สุโขทัย แล้ว

นายหัสนัย บอกว่า บ้านอยู่นครสวรรค์ และเป็นอาสาสมัครบ้านศักดิ์ระพี เพื่อสัตว์ด้อยโอกาส คอยดูแลช่วยเหลือสุนัขในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พอทราบข่าว “เจ้ากังฟู” ก็รีบบึ่งรถมารับไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดเกือบ 40,000 บาทนั้น มีผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคเข้ามาเพื่อยืดชีวิตให้กับเจ้ากังฟู

“พอเจ้ากังฟูเห็นผมไปรับ ก็มีอาการกระโดดโลดเต้นดีใจ ส่งเสียงร้องทักทาย เอาหน้ามาถูตัว เหมือนกับรู้ว่าจะได้กลับบ้านแล้ว พอถึงสุโขทัยก็เลยต้องขังไว้ในกรงก่อน เพราะกลัวจะไปวิ่งเล่นซนบนถนน ดูแล้วคงคิดถึงบ้าน คิดถึงเจ้าของมาก”

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691545

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

อดีตข้าราชการสาวผันตัวเองเป็นแม่ค้าทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่วขายดี

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.02 น.

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเปรี้ยว จนน้ำลายสอ ต้องไปที่ร้านกุลรภัส กะปิหวาน กะปิ โหว่ น้ำปลาหวาน ที่มีเจ้าของเป็นอดีตข้าราชการสาว ผันตัวเองเป็นแม่ค้า ทำเครื่องจิ้มกะปิโหว่กะปิหวานปลาร้าคั่ว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลไม้เปรี้ยวๆ มาจิ้มกินกันอย่างน้ำลายสอ กันทีเดียว

นางสาวกุลรภัส รุ่งเรือง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านกุลรภัส กะปิหวาน กะปิ โหว่ น้ำปลาหวาน  ถนนสังฆบูชา หรือถนนคนเดินตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า เดิมทีตนมีอาชีพรับราชการอยู่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลกตลอดเวลาก็มีความคิดอยากหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ประกอบกับตัวเองเป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวกับเครื่องจิ้มแต่พบว่าเวลาไปซื้อรับประทานจะมีเพียงผลไม้จิ้มกับน้ำปลาหวานธรรมดา แต่สำหรับตนนั้นชอบเครื่องจิ้มที่มีรสชาติแซ่บ ใส่น้ำปลาร้า ใส่กะปิ เน้นมีความเผ็ด เวลารับประทานกับผลไม้รสเปรี้ยวจะได้ความกลมกล่อม ความอร่อยฟินที่แตกต่าง เออรี่ออกมาหลังจากรับราชการมาได้ 25 ปีเต็มช่วงแรกๆก็หารายได้พิเศษเฉพาะวันเสาร์ แต่พอเริ่มทำอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูกลองการตลาดใช้เวลาในการทดลองตลาดนานถึง 4 ปีก่อนที่จะมาลงตัว

“ช่วงนั้นด้วยตนทำงานอยู่พัฒนาชุมชนอยู่แล้ว มีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จึงได้เข้าร่วมสู่กระบวนการ OTOP มีการพัฒนาสินค้าให้อยู่ได้นานขึ้น มีความอร่อย มีแพ็คเกจจิ้งดี เด่น น่ารับประทาน ดูสะอาด จึงเริ่มทำเป็นผลิตภัณฑ์กะปิโหว่และน้ำปลาหวานปลาร้าคั่วออกมา ซึ่งปรากฏว่าก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีออกมา จึงได้มีการพัฒนารสชาติของน้ำปลาหวานออกมาเป็น 10 รสชาติ และก็ดูว่าลูกค้าชื่นชอบอะไรมากที่สุด สุดท้ายมาลงตัวที่ 6 รสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบ โดยเฉพาะกลุ่มกะปิโหว่ จะมีอายุเก็บรักษาได้นานถึง 3 เดือน ขณะที่น้ำปลาหวานต้องแช่อยู่ในตู้เย็นจึงจะอยู่ได้นานถึง 1 เดือนครึ่ง”

นางสาวกุลรภัส กล่าวว่าข้อดีข้อเด่นของน้ำปลาหวานของที่นี่ จะไม่เหม็นคาวเหมือนกับพื้นที่อื่น เนื่องจากว่ามีการใส่เครื่องเทศเฉพาะทำให้รสชาตินัว มีกลิ่นหอม ที่สำคัญใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี อย่างเช่น กะปิโหว่ จะใช้กะปิของคลองโคน กะปิอย่างดีของจังหวัดสมุทรสงคราม มาเป็นส่วนผสมหลัก จากเครื่องปรุงเฉพาะพริกแล้วก็น้ำตาล 

ส่วนกะปิหวานปลาย่าง  จะใช้ปลาย่างจากปลาสร้อยเท่านั้น มีการอบคั่วให้หอม ไม่มีกลิ่นเหม็นคาว ผสมกับกะปิและน้ำตาล ส่วนน้ำปลาหวานจะใส่กุ้งแห้งอบลงไปเพิ่มขึ้น เป็นรสชาติเฉพาะตัว กะปิคลุกฝุ่นคล้ายๆพริกเกลือ เพียงแต่มีส่วนผสมหลักเป็นกะปิคลองโคน พริก น้ำตาลและก็เกลือเล็กน้อยคลุกผสมรวมกัน กะปิหวานปลาร้าคั่ว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเข้ามาช่วยพัฒนาใช้ปลาร้า จากจังหวัดสุโขทัยนำมาผสมกับเครื่องปรุงเฉพาะของกะปิหวาน ทำให้รสชาติกลมกล่อม ได้กลิ่นปลาร้า สำหรับคนที่ชื่นชอบปลาร้าโดยเฉพาะ  

นอกจากนี้ยังมีกะปิมันกุ้งเสวย สั่งมันกุ้งสมัยมาจากภาคใต้นำมาผสมกับพริกคั่วให้มีความผิดค่อนข้างมากแต่ได้รสชาติเฉพาะตัวตัวนี้เป็นอีกสินค้าที่ลูกค้านิยมชื่นชอบสำหรับราคาขายกระปุก 200 กรัมราคา 50 บาทและกระปุก 450 กรัม ราคา 100 บาท ปรากฏว่าลูกค้าชื่นชอบกระปุกใหญ่ เนื่องจากได้ปริมาณมากและทำให้กินได้จุใจมากกว่า นอกจากนี้ทางร้านยังมีผลไม้สด แบบเปรี้ยว อาทิ มะม่วงเบา มะดัน ตะลิงปลิง มะขามแช่อิ่ม มาจำหน่ายให้กับลูกค้าอีกด้วย

สำหรับช่องทางการขาย ขายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์  หน้าร้านถนนสังฆบูชา หรือถนนคนเดินตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ติดรั้ววัดจันทร์ตะวันออก เพจกุลรภัส กะปิหวาน  โทร 099-3344-659 097-3619459 เดลิเวอรี่ทุกช่องทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จองตั๋วด่วน! การรถไฟจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวา

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691519

จองตั๋วด่วน! การรถไฟจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวา

จองตั๋วด่วน! การรถไฟจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวา

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.01 น.

เปิดจำหน่ายตั๋วแล้ว การรถไฟจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม เส้นทางกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ตั้งแต่ 11 พ.ย.นี้ป็นต้นไป

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และรัฐบาลยังได้กำหนดให้เป็นวันชาติ วันศูนย์รวมจิตใจความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 

การรถไฟฯ จึงได้จัดกิจกรรม เดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว เฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้ต่อกิจการรถไฟไทย รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่นๆ อีกนับพันโครงการ ที่สร้างความผาสุกแก่พสกนิกรภายในประเทศ

ในโอกาสนี้ การรถไฟฯ ได้นำหัวรถจักรไอน้ำ รุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตโดยบริษัท นิปปอน ชาร์เรียว จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษาและซ่อมบำรุงอยู่ที่โรงรถจักรธนบุรี มาจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว เส้นทางสายประวัติศาสตร์ระหว่างสถานีกรุงเทพถึงสถานีฉะเชิงเทรา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ 

โดยเริ่มจำหน่ายตั๋วโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป อัตราค่าโดยสาร รถธรรมดาชั้น 3 ไป – กลับ ผู้ใหญ่/เด็ก ราคา 299 บาท และตู้โดยสารปรับอากาศ (รถโอทอป) ราคา 799 บาท  โดยผู้โดยสารจะได้รับบริการอาหารว่างและน้ำดื่มทั้งเที่ยวไป – กลับทุกที่นั่ง

ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าด้วยระบบ D-Ticket หรือที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ http://www.railway.co.th หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

สำหรับเส้นทางขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษนำเที่ยวเส้นทางกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ขบวนที่ 903/904 จะออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น. ถึงสถานีฉะเชิงเทราเวลา 09.50 น. นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดฉะเชิงเทราได้ตามอัธยาศัยประมาณ 6 ชั่วโมง อาทิ กราบสักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธร  พระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ไหว้ขอพรพระพิฆเนศวัดสมานรัตนาราม เดินชม ช้อปสินค้าที่ตลาดบ้านใหม่

จากนั้นขบวนรถเที่ยวกลับออกจากสถานีฉะเชิงเทรา เวลา 16.30 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 18.10 น. โดยมีสถานีที่หยุดรับ – ส่งผู้โดยสาร ได้แก่ สถานีมักกะสัน คลองตัน หัวหมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นหรือลงตามสถานีดังกล่าว ขณะเดียวกันยังขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา สามารถร่วมบันทึกภาพหัวรถจักรไอน้ำในเส้นทางที่ขบวนรถวิ่งผ่านได้ตลอดเส้นทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply
น้ำตาจะไหล! พ่อแม่ทำโรงงาน ส่งลูกชายจบด็อกเตอร์ นั่งรถทัวร์มายินดี

น้ำตาจะไหล! พ่อแม่ทำโรงงาน ส่งลูกชายจบด็อกเตอร์ นั่งรถทัวร์มายินดี

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.38 น.

ที่สุดความภูมิใจ! พ่อแม่ทำงานโรงงาน ส่งลูกชายเรียนจบด็อกเตอร์ นั่งรถทัวร์จากต่างจังหวัดร่วมแสดงความยินดี

ผู้ใช้ติ๊กต๊อก so_way090405 เผยเรื่องราวสุดประทับใจของครอบครัวหนึ่งว่า พ่อแม่ทำงานโรงงานอยู่มหาชัย ส่งลูกชายจบดร.มหิดล อายุแค่ 32 ปี พร้อมเผยภาพบรรยากาศที่ครอบครัวเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายที่จบด็อกเตอร์ โดยระบุข้อความว่า ” ครอบครัวอื่น ขับรถหรูแต่งตัวดีไปรับปริญญา ครอบครัวเรานั่งรถทัวร์จากต่างจังหวัดไปแสดงความยินดี ไม่มีแม้ดอกไม้ #ดร.อายุ 32 ปี “

คลิปนี้มีชาวเน็ตเข้าไปชื่นชมจำนวนมาก พ่อแม่เก่งที่ส่งลูกเรียนจนจบ.ดร.แล้วที่น่าภูมิใจสุดลูกเก่งใฝ่เรียนเป็นที่น่าภูมิใจของพ่อแม่สุดๆยินดีกับครอบครัวของน้องแล้วก็ตัวน้องด้วยจ้า  , คนเรียนเก่งมากค่ะ แต่คนส่งเก่งกว่า ดีใจด้วยนะคะน่าภูมิใจมากค่ะ , 1 ในวิธีเอาชนะความยากจน คือการบ่มเพาะให้ลูกหลานตั้งใจเรียน เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าครับ น้องเก่งมากๆ ครับ,ยินดีกับอาจารย์ และครอบครัวด้วยนะคะ เห็นอาจารย์มาตั้งแต่เป็นนักศึกษา เพราะทำงานที่คณะเทคนิคการแพทย์

-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7162513690082708762?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F691511

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์หนุ่มมะเร็งระยะสุดท้าย ขอบคุณทุกกำลังใจ ตั้งใจส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน-ขอใช้ชีวิตสงบ

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691505

แพทย์หนุ่มมะเร็งระยะสุดท้าย ขอบคุณทุกกำลังใจ ตั้งใจส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน-ขอใช้ชีวิตสงบ

แพทย์หนุ่มมะเร็งระยะสุดท้าย ขอบคุณทุกกำลังใจ ตั้งใจส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน-ขอใช้ชีวิตสงบ

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.21 น.

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก @สู้ดิวะ อาจารย์แพทย์หนุ่มวัย 28 ปี ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวมรสุมชีวิต ที่ตอนนี้เขากำลังจะแต่งงาน แต่ตรวจพบมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ขณะที่ตนยืนยันว่าดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (หมอหนุ่มวัย 28 เผยเรื่องราว เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ทั้งที่แข็งแรง-ดูแลสุขภาพอย่างดี)

ล่าสุด ทางเพจเฟซบุ๊ก ดังกล่าว ได้อัพเดทความคืบหน้าอีกครั้ง ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ พร้อมเผยว่าตกใจกับกระแสที่เกิดขึ้น โดยระบุข้อความว่า ‘สวัสดีครับ ผมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และขอบคุณคนที่ได้พลังไปจากโพสต์ของผมครับ

จากใจเลยคือผมตกใจมาก ๆ กับกระแสที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจะรวบรวมความคิด มุมมอง และสิ่งที่ผมตกตะกอน เอาจริง ๆ คือเพื่อจะเอาไปเขียนเป็นหนังสือรวมเล่มสักเล่มนึง แค่นั้นเลยครับ ความตั้งใจของผม มีแค่การเขียนเล่าเรื่องราวและส่งต่อพลังให้กับคนอื่นเท่านั้นครับ

แต่ผมจำเป็นต้องบอกตามตรงว่า “ขณะนี้ผมเองอยู่ในกระบวนการรักษา” ยังต้องรับยาเคมีบำบัด ณ วันที่พิมพ์อยู่นี้ ผมก็ยังคงปวดหัว อ่อนเพลีย ผมร่วง และภูมิคุ้มกันต่ำ เหนือสิ่งอื่นใด ถึงผมจะดูจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน แต่เรื่องทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นได้หนึ่งเดือนครับ

ผมและครอบครัว รวมถึงเพื่อนสนิทเอง ก็ยังไม่ได้อยู่ใน”สภาพที่พร้อมพอ” ที่จะให้ทุกคนมาเยี่ยม ที่จะไปเจอทุกคนได้ครับ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจครับ

รวมถึงสื่อต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจ อยากจะสัมภาษณ์ผม โทรไปหาเพื่อน โทรไปหาครอบครัวผม และกำลังพยายามจะโทรหาผม ผมเข้าใจในมุมสื่อนะครับ ผมต้องขอโทษจากใจจริง ๆ ที่คงไม่สะดวกไปสัมภาษณ์กับสื่อสำนักไหนครับ 

ผมดีใจมาก ๆ ครับที่เรื่องราวของผมสร้างแรงบันดาลใจและบางมุมก็ทำให้หลายคนอยากส่งกำลังใจกลับมาให้ผม อยากช่วยเหลือผม บางคนจะโอนเงินให้บ้าง จะบินมาหาบ้าง ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ 

แต่ในมุมคนรับอย่างผม ผมอยากบอกว่าชีวิตปกติของผม มันโอเคมาก ๆ แล้วครับ ผมมีความสุขดีมาก ๆ ดังนั้น ผมอยากจะแค่ขอพื้นที่ส่วนตัว ให้ผมได้ใช้เวลาชีวิตของผมแบบสุขสงบต่อไป เพื่อที่ผมจะได้มีพลัง มาบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ต่อไปครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าและพยายามจะเข้าใจครับ

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fktlivethelife%2Fposts%2Fpfbid02ChgHFym5yddtp38yYtocpF3fBtyGRUMtBa39VN5GbTEbmSjYVwfFTsz2LWYjSQt7l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมจัดใหญ่งานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพลครั้งที่ 12 เมืองราชบุรี

Posted on November 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/691503

เตรียมจัดใหญ่งานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพลครั้งที่ 12 เมืองราชบุรี

เตรียมจัดใหญ่งานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพลครั้งที่ 12 เมืองราชบุรี

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.14 น.

คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (คสม.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีและภาคีเครือข่าย เตรียมจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวถ้ำจอมพลและจัดหาทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลน ระหว่าง 12 -21 พ.ย.65 นี้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 

วันนี้ (11 พ.ย.65) นายเสฎฐนันท์ อังกูรภาสวิชญ์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (คสม.) กล่าวถึงการจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 ประจำปี 2565 ซึ่งทางคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (คสม.) ได้มีการแถลงข่าวไปแล้ว โดย ผศ.รพีพรรณ กองตูม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นายดุสิต จิรภัทรากร กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยในฐานะเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยร่วมการแถลงข่าว   

ด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง(คสม) มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ส่งเสริมให้มีทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสศึกษาในมหาวิทยาลัย อันเป็นการสนับสนุนความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างสัมพันธภาพและการเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประชาชน 

การจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ทางคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยได้ริเริ่มการจัดงานตั้งแต่สมัยท่านนายแม่วลัยรัตน์ ทรัพย์คิรี และมีการสืบสานกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ทำให้การจัดงาน หยุดไปช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายทางคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย จึงได้มีการประชุมหารือและได้พิจารณาในการจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 12 -21 พฤศจิกายน 2565 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี 

เพื่อส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของอำเภอจอมบึงและจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะถ้ำจอมพล ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และมีพระมหากษัตริย์สมัย กรุงรัตนโกสินทร์ถึง 4 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ขณะทรงดำรงพระอิสริยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสต้น การจัดงานยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวถ้ำจอมพล และจัดหาทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่มีความประพฤติดีและขาดแคลนทุนทรัพย์ ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนประชาชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดงานจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และกรมการทหารช่าง อำเภอจอมบึง เทศบาลตำบลจอมบึง สถานีตำรวจภูธรจอมบึงและภาคีหน่วยงานร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้

สำหรับการจัดงานประเพณีปีนเขาเข้าถ้ำจอมพล ครั้งที่ 12 จะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งจะมีการแสดง แสง สี เสียงและสื่อผสมที่สื่อถึงประวัติศาสตร์จังหวัดราชบุรี และอำเภอจอมบึงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในงานมีกิจกรรมการปีนเขาเข้าถ้ำสักการะพระพุทธรูปและเที่ยวชมถ้ำจอมพลของนักศึกษาและนักท่องเที่ยวรวมถึงให้นักศึกษาของแต่ละคณะและเครือข่ายชุมชนโครงการ U2Tและเครือข่ายชุมชนนำผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆเข้ามาวางจำหน่ายภายในงานเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมยังให้กลุ่มแม่บ้านทหารช่างนำผลิตภัณฑ์และสินค้ามาจำหน่ายภายในงานได้พร้อมยังให้แม่บ้านทหารช่างนำผลิตภัณฑ์และสินค้าของเหล่าทหารช่างมาจำหน่ายภายในงานด้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,658 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d