Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ร่วมด้วยช่วยกัน!! ‘พระ-ชาวบ้าน’ กวน ‘ขนมกระยาสารท’ สืบสานประเพณีเก่าแก่

Posted on September 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682398

ร่วมด้วยช่วยกัน!! 'พระ-ชาวบ้าน' กวน 'ขนมกระยาสารท' สืบสานประเพณีเก่าแก่

ร่วมด้วยช่วยกัน!! ‘พระ-ชาวบ้าน’ กวน ‘ขนมกระยาสารท’ สืบสานประเพณีเก่าแก่

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.00 น.

25 ก.ย.65 ที่วัดเภตราสุขารมย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง พระครูพรหมจริยานุวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดเภตราสุขารมย์ พร้อม พระสงฆ์ คณะกรรมการวัดฯและชาวบ้านต่างมารวมตัว ช่วยกันคนละไม้ละมือ ทำขนมกระยาสารท ซึ่งปีนี้ มีทั้งพระสงฆ์และชาวบ้านมาช่วยกันเป็นจำนวนมาก

พระครูพรหมจริยานุวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดเภตราสุขารมย์ กล่าวว่า ขนมกระยาสารทเป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ทำบุญในช่วง “วันสารทไทย” หรือประเพณีทำบุญเดือนสิบ ประเพณีสำคัญของคนไทย ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน  มักจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี

สมัยก่อน ชาวบ้านทำสวน ทำนา ทำไร่ พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็จะนำผลผลิตที่ได้ครั้งแรกมากวนเป็นกะยาสราท เช่น เผือก มัน ถั่ว งา ข้าวตอก กะบก นำมาทำรวมกัน ใครมีอะไรก็นำมา ช่วยกันทำ พอเสร็จก็นำไปทำบุญที่วัดและแจกจ่าย ทางวัดเภตราสุขารมย์ ก็ได้จัดให้มีการกวนกะยาสราทสืบต่อกันมายาวนานเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีนี้และให้มีความรักสมัครสมานสามัคคี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เหมือนสมัยก่อน อีกทั้งให้ขนมกะยาสราท ไม่สูญหาย ตลอดไป

กระยาสารท เป็นขนมหวาน ของไทย มีหลักฐานว่าเป็นอาหารสมัยพุทธกาล แปลว่า “อาหารที่ทําให้ ฤดูสารท” ทำจากถั่วลิสง งา ข้าวคั่ว มาผัดกับน้ำตาล เป็นอาหารตามประเพณี ที่มักจะทำกันมากในช่วงสารทไทย คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เพื่อทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญให้ปู่ย่าตายายและญาติมิตรทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว การกวนกะยาสราท ต้องใช้แรงคนจำนวนมาก ผลัดเปลี่ยนกันลงแรงกวนไปเรื่อยๆวิธีทำคือ  นำถั่วลิสง งา ข้าวเม่า มาคั่วให้สุกพอประมาณ แล้วพักไว้ จากนั้นนำกะทิมาเคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บ จนน้ำตาลละลาย ค่อยใส่แบะแซลงไปผสม เคี่ยวให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน หรือจนเหนียวข้นเป็นยางมะตูม จึงใส่ถั่วลิสง ข้าวตอก ข้าวเม่า งาขาวที่คั่วเตรียมไว้ลงไปผสมในน้ำกะทิ เคี่ยวไปเรื่อยๆ โดยใช้ไฟอ่อน ประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วปล่อยให้เย็น ค่อยนำใส่ถุง เตรียมทำบุญ.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุ้นชะตากรรม!! เจ้าของเพจดังอุดรฯ เตรียมเข้าพบนายอำเภอ ปมอมเงินบริจาคพรุ่งนี้

Posted on September 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682403

ลุ้นชะตากรรม!! เจ้าของเพจดังอุดรฯ เตรียมเข้าพบนายอำเภอ ปมอมเงินบริจาคพรุ่งนี้

ลุ้นชะตากรรม!! เจ้าของเพจดังอุดรฯ เตรียมเข้าพบนายอำเภอ ปมอมเงินบริจาคพรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.17 น.

ลุ้น!!!!!เจ้าของเพจดังอุดรฯ และองุ่นเตรียมเข้าพบนายอำเภอแล้วพรุ่งนี้ ปมฉาวเงินบริจาคฮีโร่ช่วยน้องไฟดูด ชาวเน็ตรอลุ้นกลางสเตทเม้นเงินบริจาคช่วยชาวบ้านฉาวอีกหลายแห่ง ขณะที่ผช.ผู้ใหญ่บ้านเผย รับเงิน 6,000 บาทไว้จริงอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ยังไม่ได้แกะซองเงินเลย

25 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายอรรคชัย อาจอุดม หรือน้องบาส อายุ 19 ปี ฮีโร่ช่วยเด็กจมน้ำถูกไฟดูด และนางสมถวิล เมืองณศรี ยายของน้องผู้ประสบเหตุไฟดูด เดินทางไปแจ้งความและบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.ท.แทน นุ่มเจริญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี กรณีเพจดังฯ รับเงินบริจาคจากผู้ใจดีไปส่งถึงน้องฮีโร่และผู้ได้รับบาดเจ็บยอดเงินไม่ตรงกับแจ้งในเพจ โดยมีทนายโนบิตะ พร้อมเผยเคลือบแคลงสงสัยกับแอ้ดมินเพจฯ อาจจะมีการอมเงินบริจาคหรือไม่

ส่วนชาวโซเซียลก็ขุดเรื่องราวที่ทางเพจใหญ่เพจดังฯ เปิดรับเงินบริจาคเพื่อช่วย 3 ชีวิตยายหลานที่ อ.ทุ่งฝน ที่มีบ้านใช้สังกะสีเก่าเป็นฝาผนังบ้าน  และหลังคาสังกะสีเก่าเวลาฝนตกมีน้ำรั่วตลอด แต่สุดท้ายผ่านมา 4 เดือนบ้านยังอยู่ในสภาพเดิม โดยทางนางน้อมจิต เจ้าของบ้าน บอกว่า เห็นแอดมินเพจฯ มาหาและบอกว่าจะเปิดรับบริจาคจะสร้างบ้าน โดยใช้บัญชีฯกลางของทางเพจเพื่อระดมเงินมาช่วยซ่อมแซมบ้านให้ แต่ก็ไม่เห็น และตนเองไม่ได้ติดใจ มาสร้างก็ดีใจ แต่ไม่มาก็ไม่เป็นไร และเอาเงินที่อ้างว่าเปิดรับบริจาคได้กว่า 6,000 บาท ฝากไปทางผช.ผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ ถ้าจะให้จริงๆ ก็อยากได้จะไปซื้อสังกะสีมาซ่อมเองก็ได้

ต่อมาทางเพจดังฯ ได้ออกมาชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวที่ดินดังกล่าวฯ เป็นที่หลวงจึงไม่สามารถสร้างบ้านได้ หลายหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือจึงเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อไถ่ถอนที่ดินมาให้ และได้นำเงิน 6,000 บาท ไว้กับรองนายกอบต.ทุ่งใหญ่ และทางเพจฯ จะได้นำสเตทเม้นมาชี้แจงให้ทราบต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นายถวิล พิมพ์วิเศษ ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งสีทอง หมู่ 10 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน  เปิดเผยเรื่องนี้ว่า  หลังมีข่าวออกไปกรณีนางน้อมจิตที่อยู่กับหลานชาย 2 คนในสภาพเก่าทรุดโทรมใช้สังกะสีแทนฝาบ้าน ยอมรับมีผู้หญิงที่บอกว่ามาจากเพจในจ.อุดรธานี มาติดต่อผู้นำชุมชนว่าจะมาซ่อมแซมบ้านให้จริง โดยเขาบอกว่าเปิดรับบริจาคเพื่อมาช่วยครอบครัวนี้ แต่ต่อมาคุยกันแล้วติดปัญหาเรื่องที่ดินของนางน้อมจิตที่เป็นที่ดินสาธารณะเลยไม่ได้สร้าง ทางเพจฯ เขาก็เลยนำเงินจำนวน 6,000 บาทเศษไปมอบให้รองนายกอบต.ทุ่งใหญ่ แต่รองนายกฯไม่รับเอาไว้ เพราะกลัวมีปัญหา จึงมามอบให้ตนเองและผู้ใหญ่บ้านดูแล เงินจำนวนนี้ก็ยังอยู่ไม่ได้มีใครใช้ไปไหน ยังไม่ได้แกะซองเลย โดยสรุปที่พูดคุยกันคือจะเอาเงิน 6,000 บาทเศษนี้รวบรวมไว้เผื่อมีเงินจากบริจาคจากทางอื่นมาด้วยเพื่อไปไถ่ถอนที่ดินให้กับนางน้อมจิต แต่หากไม่มีก็จะเดินทางไปมอบเงินให้กับนางน้อมจิตอยู่ในเร็วๆ นี้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทางศูนย์ดำรงธรรมอ.เมือง จ.อุดรธานีได้มีหนังสือไปยัง นายพิพัฒน์ รัตนานุการรุณย์  หรือ “บ็อบบี้”  เจ้าของเพจ และ “องุ่น” อดีตแอ้ดมินเพจฯ มาชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงเรื่องเงินบริจาคในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าของเพจและองุ่นยืนยันจะไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ฯ แน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาดูยาก!! เยาวชนจับกลุ่มเล่นดนตรี สืบสานประเพณีพื้นบ้านอีสาน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682323

หาดูยาก!! เยาวชนจับกลุ่มเล่นดนตรี สืบสานประเพณีพื้นบ้านอีสาน

หาดูยาก!! เยาวชนจับกลุ่มเล่นดนตรี สืบสานประเพณีพื้นบ้านอีสาน

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.50 น.

25 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้พบกับกลุ่มน้องๆวัยเยาวชน ร่วมกลุ่มกันเล่นดนตรีเพลงโบราณพื้นบ้านอีสานใต้ ที่เรียกได้ว่าหาดูได้ยากมากๆในยุคปัจจุบัน ที่จะมีเด็กๆสนใจในการเล่นดนตรีพื้นบ้านโบราณ 

ด.ช. ศุภชัย  เลลา  อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 บ้านมะโน หมู่ 3 ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เล่าว่า ตัวเองได้หัดเล่นเครื่องดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังเล็กๆ เพราะเป็นความชื่นชอบส่วนตัว หัดเล่นตั้งแต่ ป.1 จนทุกวันอายุ 14 ปี หลายคนมักจะรู้จักกันดีในนาม ศุภชัย ไดตรัว ( หรือแปลว่า ศุภชัย มือซอ ) ตนก็มักจะเล่นดนตรีในระแวกบ้านใกล้เรือนเคียง ในตำบล หรือในอำเภอบาง ตามที่มีคนจ้างวาน

นอกจากตนแล้ว ก็ยังมีเพื่อนๆ น้องๆ ที่ชื่นชอบการเล่นดนตรีเพลงโบราณพื้นบ้านอีสานใต้เหมือนกัน ก็จะมารวมตัวกันช่วงว่างเว้นจากการเรียน ก็จะมาซ้อมเล่นแบบนี้ หรือถ้ามีงานจ้าง ตนและเพื่อนๆก็จะไป ถึงแม้ได้ค่าจ้างไม่แพงนัก แต่ก็ได้ประสบการณ์ และก็พอมีรายได้เล็กๆน้อยๆไว้ใช้กันบาง บางงานก็ได้ 400 – 700 บาท ขึ้นอยู่กับงานจาก แล้วก็มาแบ่นกันตามสัสส่วน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นวัตกรรมใหม่!! รักษา’โรคข้อเสื่อม’ไม่ต้อง’ผ่าตัด’

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682332

นวัตกรรมใหม่!! รักษา'โรคข้อเสื่อม'ไม่ต้อง'ผ่าตัด'

นวัตกรรมใหม่!! รักษา’โรคข้อเสื่อม’ไม่ต้อง’ผ่าตัด’

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

25 ก.ย.65 ที่โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นพ.สุนทร  ศรีสุวรรณ์ อาจารย์แพทย์งานศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์  ได้กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุเกือบทุกคน  หนึ่งในนั้น คือ โรคข้อเสื่อม  และ “การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียม” เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคข้อเสื่อม ซึ่งได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียม” เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่เป็นมาตราฐาน  มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังให้ผลการรักษาที่ดี ทั้งยังมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เชื่อถือได้มากมายทางการแพทย์  วิธีการรักษาแบบนี้สามารถฉีดเพื่อทำการรักษาภาวะข้อเสื่อมได้ทั้ง ข้อเข่า  ข้อไหล่ ข้อเท้า เป็นต้น 

หลักการในการดูแลรักษา คือ ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำการสังเคราะห์น้ำเลี้ยงไขข้อเทียมโดยให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำเลี้ยงข้อในธรรมชาติ และให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียมดังกล่าวเข้าในข้อเข่าที่เสื่อมสภาพ โดยหวังผลเพิ่มการหล่อลื่นในข้อเข่า ประสิทธิผลที่ได้ คือ ลดแรงกระแทก  ลดการอักเสบภายในข้อ ซึ่งช่วยลดอาการปวดข้อเวลาใช้งาน และอาจช่วยเพิ่มพิสัยการงอเหยียดของข้อได้ดียิ่งขึ้น 

นอกจากนี้แล้ว ยังมีงานวิจัยในต่างประเทศรองรับด้วยการทดลองทำการฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียมในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือทุก 1 ปี ผลจากการทดลองที่ได้คือ ช่วยชะลอความเสื่อมของข้อเข่าในระยะยาว ลดโอกาสการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยไม่จำเป็นในอนาคตอีกด้วย 

ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับการรักษาด้วยวิธีการฉีดนี้ จะต้องอาศัยทักษะความแม่นยำและมั่นใจว่า น้ำเลี้ยงไขข้อเทียมดังกล่าวได้เข้าไปยังภายในข้อต่อนั้นๆ ที่เป็นจุดบ่งชี้ถึงปัญหาของโรคได้อย่างถูกต้อง มีความแม่นยำเฉพาะจุด 

โดยปกติแล้วทางการแพทย์จะใช้ตำแหน่งทางกายวิภาค ( Anatomical Landmark ) ในการกำหนดจุดฉีดยาเพื่อเข้าข้อต่อที่มีความแม่นยำในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีโอกาสที่ยาอาจจะเข้าไปตรงจุดที่แพทย์ต้องการไม่ได้ ในเทคโนโลยีล่าสุดทางการแพทย์ปัจจุบัน จึงได้มีการนำอัลตร้าซาวนด์ทางกระดูกและข้อ (Musculoskeletal  Ultrasound) มาช่วยนำวิถีในการฉีดยาเข้าข้อต่างๆ ในร่างกาย  ซึ่งวิธีนี้มีประโยชน์ต่างๆ มากมายในการรักษา  อาทิ เช่น 



1.ใช้ตรวจประเมินข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นโดยรอบข้อต่อนั้นๆ  ในเบื้องต้นเพื่อเป็นการแยกโรคอื่นๆ  ที่อาจฉีดน้ำไขข้อเทียมไม่ได้ เช่น  ข้อเข่าอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเป็นโรคที่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาไปเป็นการผ่าตัดแทน 

2.ใช้ตรวจประเมินข้อต่อก่อนพิจารณาฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียม  โดยปกติบ่อยครั้งมากที่จะพบว่าในกรณีของผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมจะตรวจพบว่ามีน้ำที่เกิดจากการอักเสบภายในข้อ หากพบข้อจำกัดเช่นนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูดออกก่อนเสมอ  มิเช่นนั้นแล้ว น้ำไขข้อเทียมที่ฉีดเข้าไป จะถูกเจือจางและลดประสิทธิภาพลงโดยไม่จำเป็น 



3.ใช้นำวิถีขณะฉีดยา ( Ultrasound Navigation) เพื่อกำหนดจุดฉีด  โดยสามารถสังเกตจากตำแหน่งปลายเข็มฉีดยา และสามารถเห็นตัวยาขณะเดินเข็มฉีดยาได้แบบ Real-time  ทำให้แพทย์สามารถฉีดยาตรงจุดที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ 

4.ใช้ตรวจประเมินผลหลังฉีดยา โดยสามารถตรวจดูภาวะการอักเสบในข้อ , การทำงานของเส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อได้ 

กล่าวโดยสรุปแล้ว  การรักษาโดยการฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อเทียมร่วมกับการใช้อัลตร้าซาวน์นำวิถี  จะช่วยให้แพทย์สามารถรักษาได้ตรงจุด และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เห็นผลในการรักษาได้เป็นอย่างดี. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดสงสาร!! ‘โจรใจบาป’ ทำทีเป็นนักบุญ ใช้ลูกดอกยิงลิงคาดเอาไปขาย

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682393

สุดสงสาร!! 'โจรใจบาป' ทำทีเป็นนักบุญ ใช้ลูกดอกยิงลิงคาดเอาไปขาย

สุดสงสาร!! ‘โจรใจบาป’ ทำทีเป็นนักบุญ ใช้ลูกดอกยิงลิงคาดเอาไปขาย

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.15 น.

หลวงพ่อฝากถึง!!ใจบาปสวมรอยเป็นนักใจบุญ!!ทำทีเอาอาหารมาให้ฝูงลิง หลังแอบใช้ลูกดอกสลบยิงลิงแล้วลักลิง คาดเอาไปขาย วัดเขาปฐวี ปัด-ทะ-หวี

เมื่อเวลา 15.30.น. วันที่ 25 ก.ย.65  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระสมเกียติ ฐนวโร อายุ 53 พรรษา เป็นพระอยู่ที่วัดเขาปฐวี (ปัด-ทะ-หวี)ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยเปิดเผยให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ที่วัดนั้นได้มีผู้ก่อเหตุสวมรอยเป็นนักใจบุญ โดยใช้เวลาช่วงเย็น อาศัยรถยนต์เข้ามาถึงในวัดถึง 3 คัน จำเลขทะเบียนไม่ได้ คันแรกจอดดูต้นทาง ทางเข้าวัด ส่วนอีก 2 คัน นั้นจอดรถให้อาหารลิงอยู่ปลายตีนเขาซึ่งมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนั้นอาตมานั่งมองไกลอยู่ที่ศาลาธรรมสังเวช ซึ่งอยู่ห่างจากรถ2คันที่จอดให้อาหารลิงอยู่ปลายตีนเขา ประมาณ 300 เมตร โดยทำท่านำอาหารมาให้กับฝูงลิง หลังจากนั้นก็ใช้ลูกดอกยิงใส่ลิง แล้วอาตมาก็ได้เห็นฝูงลิงพากันวิ่งแตกออกไป พร้อมกับได้ยินเสียงลิง ร้องเจี๊ยกแล้วก็วิ่งไปหลบอยู่ซอกตีนเขา จังหวะนั้นก็เห็นคนร้ายหนึ่งในนั้นสะพายย่าม แล้วก็เดินไปหาลิงตัวดังกล่าวที่คาดว่าจะโดนลูกดอกของคนร้าย แล้วก็จับลิงนั้นใส่ย่ามไป หลังจากที่คนร้ายจับลิงไปแล้ว รถทั้ง 3 คันก็หนีหายไป

ที่ผ่านมา อาตมาก็เห็นคนร้ายใช้รถยนต์เข้ามาให้อาหารฝูงลิงอยู่ที่วัดอยู่บ่อยครั้ง อาตมาก็ไม่ได้สังเกตุมาก่อนหน้านี้ จนกระทั้งมาวันที่ 7 ก.ย.65 ที่ผ่านมาคนร้ายที่อาตมาเห็นว่ามาเข้ามาให้อาหารลิงอยู่บ่อยครั้งนั้น จะมาก่อเหตุทำบาปเสียเอง จับลิงไปพรากลูกพรากแม่มัน มันบาปกรรม ทั้งนี้อาตมาก็ยังไม่ทราบว่าคนร้ายจะใช้รถยนต์สวมรอยมาแอบแฝงก่อเหตุอีกหรือไม่ เนื่องจากทางวัดก็ไม่มีกล้องวงจรปิด และก็ทางวัดก็ไม่เคยคิดว่าจะมีคนใจบาปกล้าทำ ถึงว่าที่ผ่านมาลิงที่อาตมาเคยให้อาหาร ตั้งชื่อให้กับฝูงลิงจนพอจะจำได้ หากเวลาเรียกชื่อ เจ้าลิงก็จะมา ก็ไม่เห็นเลย บางตัวก็หายสาบสูญไป

สาเหตุในครั้งนี้ อาตมาคาดว่าคนร้ายนั้น ต้องการจับลิงที่วัดไปขายอย่างแน่นอน โดยทำทีนำอาหารมาให้ฝูงลิง หลังจากนั้นช่วงคนเผลอก็ใช้ลูกดอกยิงยาสลบแล้วก็ตามจับลิงคาดเอาไปขายอย่างแน่นอนทั้งนี้พระที่วัดและกรรมการวัดช่วยกันเป็นหูเป็นตาเวลาที่ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาให้อาหารลิงอยู่ในวัด และอยากจะฝากว่าขอให้นักใจบุญจริงๆที่ได้นำอาหารมาให้กับลิงที่วัดนั้น ขออย่าให้ตามท้องถนน เพราะบางครั้งกลัวว่าลิงจะโดนรถเหยียบแล้วต้องมาพรากจากแม่ จากลูกไป สงสารลิง. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว 9 อำเภอ 9 เรื่องราว อนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682318

เปิดเสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว 9 อำเภอ 9 เรื่องราว อนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

เปิดเสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว 9 อำเภอ 9 เรื่องราว อนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก เปิด “เสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว” 9 อำเภอ 9 เรื่องราว ที่คัดสรรผ่านสภาวัฒนธรรมแต่ละอำเภอ เพื่ออนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมจัดทำเป็นวีดีทัศน์เผยแพร่

25 ก.ย.65 ที่อาคารพระสวัสดีราชพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก     สภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก จัดกิจกรรมเปิดตัว “เสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว” ผ่านคลิปวีดิทัศน์ จำนวน 9 เรื่องราว ที่ผ่านการคัดเลือกจากสภาวัฒนธรรมอำเภอแต่ละอำเภอ ประกอบด้วย ผัดไทยวังทอง / เปียกปูนโบราณ / ลาวครั่ง / ฮิลเลเล / เรือบก / ข้าวต้มแดก / ผ้าทอลายดอกปีบ /  หลามปลา / แห้วเสวย  เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญา วัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีสภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 9 อำเภอ เป็นผู้ขับเคลื่อนดำเนินงาน รวมถึงเป็นการจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ในรูปแบบการทำวีดิทัศน์ ที่สามารถเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ให้เข้าถึงทุกช่วงวัย เป็นสื่อปลอดภัย สร้างสรรค์ สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และร่วมการบริหารจัดการองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก ให้มีประสิทธิภาพและแสดงศักยภาพของประชาชนที่เป็นกลไกในการพัฒนาด้านวัฒนธรรมให้เป็นทีประจักษ์ ในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

โดยบรรยากาศในการจัดงานครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมงาน ต่างแต่งกายด้วยผ้าไทยมาร่วม จิบกาแฟ แลวัง ชิมขนม ชมคลิป “เสน่ห์อารยธรรมเมืองสองแคว”  มีการชม ชิม และสาธิตการทำขนมไทย เช่น การทำแห้วเสวย การทำขนมเปียกปูนโบราณ การทำขนมตาล การทำผัดไทยวังทอง และการรำชุดเพลงพิษณุโลกงาม โดยนางรำจิตอาสาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก นางฟ้าดาวลูกไก่

นางเปรมฤดี ชามพูนท ประธานสภาวัฒนธรรมพิษณุโลก เปิดเผยว่า การทำสื่อวีดิทัศน์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ต้องการให้ทางสภาวัฒนธรรมพิษณุโลก และสภาวัฒนธรรมอำเภอ บันทึกเรื่องราวของแต่ละอำเภอซึ่งมีของดีอยู่มากมายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของในพื้นที่นั้นๆ แต่ด้วยงบประมาณจำกัด ทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลกจึงได้ให้แต่ละอำเภอเลือกมาว่าจะเอาเรื่องราวใดเพียงหนึ่งเรื่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่ของตนเอง เพื่อบันทึกเป็นวีดิทัศน์เห็นกระบวนการ ขั้นตอนการทำมรดกชิ้นนั้น

โดยผลงานสื่อวีดิทัศน์ที่ได้จะจัดส่งให้ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และเป็นสื่อเผยแพร่ของจังหวัดพิษณุโลก ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว จังหวัดต่างๆทั่วประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย  พร้อมกันนี้จะเสนอให้หน่วยงานทางจังหวัดร่วมกันขับเคลื่อนมรดกวัฒนธรรมให้รู้จักอย่างแพร่หลาย เพราะแต่ละพื้นที่มีความหลากหลายที่น่าสนใจแตกต่างกัน อย่างเช่น การทอผ้าซึ่งวัฒนธรรมแต่ละอำเภอมีการทอผ้าลวดลายที่แตกต่างกัน  ประเพณีเช่นแข่งขันเรือบกของอำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งทำสืบทอดกันมานานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของอำเภอนั้น ขณะที่วัฒนธรรมทางด้านอาหาร แต่ละพื้นที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารแตกต่างกันไปล้วนมีของดี อาหารอร่อยที่แต่ละพื้นที่สืบทอดรักษาเอาไว้ ส่วนการขับเคลื่อนทางวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก เวลามีการจัดงานต่างๆ  จะประสานให้ทางอำเภอได้นำของดี ออกมาเผยแพร่ ให้คนได้รู้จัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสามารถไปชิมไปช็อปในงานประเพณีในพื้นที่แต่ละอำเภอต่างๆได้  นับเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกอีกด้านหนึ่ง. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อุ้มพระดำน้ำ’ปี65 อัญเชิญองค์’พระพุทธมหาธรรมราชา’ ตำนานเล่าขานกว่า400ปี

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682340

'อุ้มพระดำน้ำ'ปี65 อัญเชิญองค์'พระพุทธมหาธรรมราชา' ตำนานเล่าขานกว่า400ปี

‘อุ้มพระดำน้ำ’ปี65 อัญเชิญองค์’พระพุทธมหาธรรมราชา’ ตำนานเล่าขานกว่า400ปี

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.08 น.

25 กันยายน 2565 เวลา 10.09 น. ณ บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 คือ เวียง วัง คลัง และนา ได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จากวัดไตรภูมิ แหล่งเรือไปในลำน้ำป่าสัก ทวนกระแสน้ำขึ้นไป ณ วังมะขามแฟบ(ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร) สถานที่แรกที่มีคนหาปลาพบองค์พระฯ

โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2565 ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ มีนายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สนับสนุนเรือบุคลากรและท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 4 ลำ เข้าร่วมในขบวนพิธีฯ

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานนานมากกว่า 400 ปี โดยมี ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบ มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนแลดูคล้ายน้ำเดือด จากนั้นกลายเป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวประมงต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป ชาวบ้านต่างพากันระงมหา สุดท้ายไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก

บริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรกกำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา” หลังจากนั้นต่อมาในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงประกอบพิธีดำน้ำเป็นประจำทุกๆปี โดยเชื่อว่าจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองปราศจากจากโรคระบาดคุกคาม จนกลายมาเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้ร่วมอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2565 ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมารประกอบด้วย เจ้าเมือง นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์, กรมการฝ่ายเวียง นายอมเรศ พรหมราช อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ ,กรมการฝ่ายวัง นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์,กรมการฝ่ายคลัง นายสมเกียรติ กิตติธรสมบัติ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, และกรมการฝ่ายนา นายธงชัย กฤตยามงคลชัย นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อ เทวดา

ประกอบด้วย นายแพทย์กมล กัญญาประสิทธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ นายธีระยุทธ ทองสุก ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเพชรบูรณ์ และนายวิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ลั่นฆ้อง นายทวีศักดิ์ อินทรานุกูล นายกเทศมนตรีตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับชีพจรวิสาหกิจ‘กัญชา’ ซมพิษ‘เปิดเสรี’-ฮึดตั้ง‘สหกรณ์’สู้ขาดทุน

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682311

จับชีพจรวิสาหกิจ‘กัญชา’ ซมพิษ‘เปิดเสรี’-ฮึดตั้ง‘สหกรณ์’สู้ขาดทุน

จับชีพจรวิสาหกิจ‘กัญชา’ ซมพิษ‘เปิดเสรี’-ฮึดตั้ง‘สหกรณ์’สู้ขาดทุน

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.34 น.

‘วิสาหกิจฯนครพนม’ ครวญ ‘กัญชาเสรี’ พ่นพิษ รายได้หายเกินครึ่ง ผลผลิตล้นตลาด แถมใต้ดินงัดมาตีท้ายครัว รัฐไม่มีแผนรองรับวางแผนประกันราคา เล็งตั้งสหกรณ์สู้ลดขาดทุน

25 กันยายน 2565 จากกรณีรัฐบาลประกาศปลดล็อกกัญชา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา และมีวิสาหกิจชุมชนยื่นปลูกกัญชาเสรีทั่วประเทศ จึงทำให้ผลผลิตล้นตลาด จนกระทบเกษตรกรผู้ปลูกกระจายเป็นวงกว้างนั้น

ล่าสุด นายจิรวัฒน์ รังศรี อายุ 56 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์แบบผสมผสาน ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ออกมาเปิดเผยว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์แบบผสมผสาน ต.นาคำ ดำเนินการนำร่องผลักดันโครงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อดำเนินการขออนุญาตปลูกกัญชาตามนโยบายของรัฐบาล โดยการลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาคำ (รพ.สต.นาคำ) ปัจจุบันมีการขยายไปสู่สมาชิกในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการปลูกมากกว่า 30 ครัวเรือน มีการปลูกกัญชามากกว่า 3,000 ต้น

นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า เดิมในช่วงแรกมีรายได้รวมเดือนละประมาณ 50,000 – 100,000 บาท เพราะราคากัญชายังสูง มีทั้งผลผลิตจาก ใบ ราก ดอก และลำต้น แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องราคามาจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบจากนโยบายกัญชาเสรีบางส่วน ที่ทำให้มีการปลูกเพิ่มมากขึ้น จนผลผลิตล้นตลาด อีกทั้งยอมรับว่ามีบางกลุ่มนำผลผลิตใต้ดิน ที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นำออกมาขายตีตลาด ทำให้ปัจจุบัน ราคากัญชาตกต่ำ เพราะรัฐบาลไม่มีการวางแผนเรื่องกลไกการตลาด ไม่มีการกำหนดราคามาตรฐาน จึงส่งผลกระทบต่อวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชา

ทั้งนี้ เดิมทีใบสดราคาประมาณกิโลกรัมละ 15,000 บาท ปัจจุบันเหลือราคากิโลกรัมละ ประมาณ 3,000 บาท ลำต้นเดิมราคากิโลกรัมละ 10,000 บาท เหลือประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท ส่วนรากเดิมราคาประมาณ กิโลกรัมละ 40,000 บาท เหลือประมาณกิโลกรัมละ 4,000 บาท ทำให้รายได้ลดลงเกินครึ่ง  เพราะสาเหตุหลักมีการเปิดเสรี ทำให้ผลผลิตมากขึ้น วิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงเกิดการแข่งขันกันเอง ผู้ซื้อมีทางเลือกหลายขึ้น แต่ทางรัฐไม่มีแนวทางรองรับแก้ไข ไม่มีราคากลาง

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว กำลังอยู่ระหว่างหารือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ในพื้นที่ จ.นครพนม ที่ถูกต้องตามกฎหมาย คาดว่ามีประมาณ 20 แห่ง  เสนอให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ รวมกัญชา เพื่อต่อรองราคา โดยจะรวบรวมกัญชาไว้แห่งเดียว แล้วต่อรองราคากับผู้รับซื้อ เพื่อป้องกันถูกกดราคาในระยะยาว และฝากเรียกร้องให้ทางรัฐบาล ควรมีการวางแนวทางแก้ไขรับมือ  ป้องกันปัญหาขาดทุน และผลผลิตกัญชาล้นตลาด

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา โดย พระอธิการ รังสี ปมุติโต

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682301

ธรรมะวันอาทิตย์ : เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา โดย พระอธิการ รังสี ปมุติโต

ธรรมะวันอาทิตย์ : เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา โดย พระอธิการ รังสี ปมุติโต

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.14 น.

25 กันยายน 2565 ธรรมะวันอาทิตย์ พาไปนมัสการพระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ที่วัดบ้านดงสีโท ต.หนองมะแซว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ถึงแม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก ผู้คนไม่ค่อยรู้จักมากนัก ทว่ายังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ยึดเหนี่ยวทางใจ บรรดาญาติโยม พุทธศาสนิกชน เข้าไปกราบไหว้บูชา ขอพรพระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ เป็นประจำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นมงคลชีวิต แก่ตนเองและครอบครัว 

สำหรับ พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ตามตำนานเล่าว่า ชาวขอมและชาวข่า โบราณ มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มักจะอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย โดยใช้เส้นทางในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในการเดินทางเป็นหลัก หากพื้นที่เหมาะสมใกล้แหล่งน้ำ จะทำที่พักพิงปลูกบ้านสร้างเมือง ชั่วคราว พร้อมกับ ปั้นพระพุทธรูป เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ และเป็นกำลังใจในการเดินทางต่อไป 

พระอธิการรังสี ปมุติโต อายุ 57 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านดงสีโท บ้านดงสีโท ต.หนองมะแซว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เล่าประวัติ พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ วัดบ้านดงสีโทให้ฟังว่า จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนบ้านดงสีโท ว่ากันว่านานมาแล้ว บริเวณที่ตั้งวัดบ้านดงสีโท เป็นเมืองเก่าของชาวขอม และคนข่าโบราณ ประมาณ 1,000 ปี ซึ่งรูปร่างชาวขอมสันทัด ส่วนคนข่า จะมีรูปร่างสูงใหญ่ 8 ศอก บางคนจะเรียกคน 8 ศอก มีถิ่นที่อยู่ไม่แน่นอน อพยพย้ายถิ่นฐานไปตามแหล่งน้ำ ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง เช่น อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ระหว่างที่พักอยู่พื้นที่ใด จะมีการปั้นพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวทางใจ และเป็นกำลังใจในการเดินทางให้คลาดแคล้วปลอดภัยกับภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่อาจะเกิดขึ้นได้ 

กระทั่ง เดินมาถึงป่าดงสีโท ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดบ้านดงสีโท ซึ่งเป็นเนินไม่สูงมากนัก เหมาะในการพักค้างแรมชั่วคราว จึงมีการก่อสร้างที่พักอาศัยและปั้นพระพุทธรูปนามว่า พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธเพื่อกราบไหว้บูชา และทำพิธีทางศาสนา ซึ่งชาวขอมพักอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น จึงทำการยกเคลื่อนย้าย พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ไปด้วย แต่ว่ายกอย่างไรก็ยกไม่ขึ้น พยายามยกขึ้นเสลี่ยงอยู่หลายวันก็ยกไม่ขึ้น ต่อมามีการเข้าทรง จึงทราบว่าพระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ต้องการอยู่ที่นี่ จึงนำใบไม้มาปกปิดบังเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น หากเดินทางผ่านมาที่เก่าอีก ก็จะทำพิธีบูชาต่อได้

กระทั่งมีชาวบ้าน เข้ามาหาของป่า จึงพบเห็นพระพุทธรูป นามว่า พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ประดิษฐานอยู่กลางป่าดงสีโท จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ ระหว่างนั้น คนเฒ่า คนแก่ ในหมู่บ้าน ฝันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่กลางป่าดงสีโท ท่านต้องการอยู่ที่นี่อย่าเคลื่อนย้ายไปไหน เพื่อคุ้มครองรักษาชาวบ้านดงสีโท ให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งตรงกับ ที่พบพระพุทธรูปในป่าดงสีโท จึงมีการประชุมคนในหมู่บ้าน ตกลงให้บริจาคทุนทรัพย์คนละเล็กคนละน้อย ก่อสร้างเป็นที่ครอบองค์พระเจ้าใหญ่ศรีสุทโธ ให้แข็งแรง สามารถบังแดดบังฝนได้ เรียกว่า วิหาร อย่างที่เห็นในปัจจุบัน จากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยแรงศรัทธามีผู้คนเดินทางเข้ามาอธิฐานขอให้ท่านช่วยเหลือ ในด้านต่างๆหลากหลาย และสมหวังทุกราย ซึ่งจะมีมหรสพแก้บนแทบจะทุกคืน   

พระอธิการรังสี ปมุติโต เจ้าอาวาสวัดบ้านดงสีโท ต.หนองมะแซว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า วัดบ้านดงสีโท ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนบ้านดงสีโท อยู่กลางหมู่บ้านดงสีโท เป็นวัดขนาดเล็ก เพราะมีพระสงฆ์ 3 รูป มรรคนายก 1 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 7 ไร่ เป็นที่ตั้งของ กุฏิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ เมรุ ฯลฯ 

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2559 ได้มีการก่อสร้างพระพุทธรูปแบบปางมารวิชัย นามว่า พระโตโคตมะ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจและประกอบพิธีทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนชาวบ้านดงสีโทและใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณใต้ฐานองค์พระโตโคตมะ ทำเป็นห้องสมุด บรรจุพระไตรปิฎก และหนังสืออื่นๆ เพื่อให้เป็นคลังปัญญาเด็กและเยาวชน คนในหมู่บ้าน ได้ศึกษาเรียนรู้ ค้นคว้าเรื่อง พุทธศาสนา และอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น 

พระอธิการ รังสี ปมุติโต เจ้าอาวาสวัดบ้านดงสีโท ต.หนองมะแซว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เทศนา เรื่อง กิเลส ตอนหนึ่งว่า มนุษย์บางจำพวกติดข้องอยู่ในมัจฉริยะ ความตระหนี่หวงแหนเหนียวแน่นยิ่งนัก พอกพูนในสันดาน ผูกพันธนาการจำจองอยู่ในวัฏสงสาร ตั้งหมื่นชาติแสนชาติ อนันตชาติ หรือทั้งกัป ก็ไม่พ้นจากทุกข์ได้เสียที เพราะความตระหนี่หวงแหนเป็นกิเลส เกิดขึ้นจากจิต กระทำให้จิตบังเกิดเป็นคนเหนียวแน่นหวงแหนสิ่งสรพัดทั้งปวงในโลกนี้ทั้งสิ้น

เบื้องต้นก็หวงแต่ชีวิตของตนผู้เดียว ต่อมา เมื่อมีภริยา น้ำใจก็กระพือตัวกว้างขวางออกไปหวงแหนเอาซึ่งภริยาอีก ครั้นเมื่อมีบุตราบุตรี กล่าวคือมีลูกมีหลาน ก็กระพือตัวให้ใหญ่มากขึ้น หวงแหนไว้ซึ่งลูกหลานของตน ครั้นมีบ้าน มีเรือน มีไร่ มีนา มีทรัพย์ มีสมบัติข้าวของเงินทอง ช้าง ม้า วัว ควาย สัตว์เลี้ยงทั้งหลายมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งกระพือใจให้ใหญ่โตออกไปเท่านั้น  หุ้มห่อเอาบ้าน เอเรือน เอาไร่ เอานา เอาข้าว เอาของ เงินทอง และสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย

ด้วยความเข้าใจว่า เป็นของตนจริงๆ และเป็นตัว เป็นเรา เป็นเขา ตามสมบัติของโลกเรียกกันก็เป็นจริงอย่างนั้น แต่ไม่รู้เท่าสมบัติแล้ว ก็ชื่อว่า หลงสมบัติ จึงจำเป็นต้องถือตนถือตัว ถือเรา ถือเขา ถือดี ถือชั่ว ถือถูก ถือลูก ถือหลาน ถือทรัพย์ ถือสมบัติ “ มยุหํ ๆๆ” แปลว่า ของกู ๆๆ ลูกกู หลานกู บ้านกู เรือนกู ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองของกู เรือกสวน ไร่นา สัตว์เลี้ยงต่างๆเป็นของกู กูสร้างขึ้นไว้ กูทำหลักฐานเอาไว้ จะให้เจริญรุ่งเรืองอยู่ ในโลกไปชั่วกัลปาวสาน มีลูกมีหลานกูจะให้สืบแทนตระกูลของกู กูไม่ให้เสื่อมสูญอันตรธานไปได้เลย 

เมื่อบุคคลเป็นผู้ลุมัจฉริยะฝังอยู่ในสันดานจนเป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือนดังนี้ อญาณวฑฺติโก ย่อมเป็นผู้ปราศจากปัญญาณ ไม่สามารถจะส่องให้เห็นทางนรก ทางสวรรค์ ทางนิพพาน จึงไม่ต้องการบำเพ็ญทานกุศลในพระพุทธศาสนาต่อไป แม้ใครจะมาชักชวน หรือลูกเต้า หลาน เหลน นำเอาทรัพย์สมบัติออกไปทำบุญทำทานไม่ได้เป็นอันขาด ตลอดจนมีนักปราชญ์อาจารย์ผู้ฉลาดมาเทศนาให้รู้จักทางนรก ทางสวรรค์ ทางนิพพาน ชี้แจงให้เอาตนพ้นจากวัฏสงสารก็ไม่เชื่อ ไม่เลื่อมใส และไม่ต้องการทั้งนั้น และกลับบังเกิดความผิดอกผิดใจเสียด้วย 

และพระอธิการรังสี ปมุติโต เทศนาตอนสุดท้ายว่า ให้กำลังใจ ญาติโยม ที่ประสบความทุกข์ยากหลายเรื่อง ว่า ให้ยึดมั่นถือมั่นตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก เกี่ยวกับ ศีล ภาวนา สมาธิ และให้ทุกคนมีสติ ให้คิดว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนต้องประสบ หนีไม่พ้น  ที่สำคัญต้องมีสติ มีกำลังใจ  จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องเลข’แซนโฎนตา’ ประเพณีไหว้บรรพบุรุษของชาวเขมร หนึ่งปีมีครั้งเดียว

Posted on September 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/682296

ส่องเลข'แซนโฎนตา' ประเพณีไหว้บรรพบุรุษของชาวเขมร หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ส่องเลข’แซนโฎนตา’ ประเพณีไหว้บรรพบุรุษของชาวเขมร หนึ่งปีมีครั้งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.00 น.

25 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ประเพณี “แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” เพื่อเป็นการรักษาประเพณีของท้องถิ่น ประเพณีแซนโฎนตามีความเป็นมายาวนานนับพันปี ต้นกำเนิดของแนวความคิดประเพณี โดยชาวเขมรพื้นบ้านสุรินทร์เห็นแนวทางในการที่จะอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ให้ได้รับผลบุญกุศลที่อุทิศไป ทำให้ทุกข์เวทนาจากบวงกรรมมีความบรรเทาเบาบางลง จึงให้มีการจัดพิธีแซนโฎนตาขึ้น และให้มีการสืบทอดต่อๆกันมา

ซึ่งเชื่อว่าถ้าในยุคของตนเองได้ แซนโฎนตาให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ไปแล้ว รุ่นลูกจะต้องแซนโฎนตาให้ตนเองเหมือนกัน เพื่อให้ลูกหลานต้องปฏิบัติสืบทอดต่อๆ กันไปไม่สิ้นสุด และประเพณี “แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” โดยจะแบ่งพิธีเป็น 2 ช่วงคือ “สารทเล็ก” หรือ “เบ็ญตู๊จ” ตรงกับขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 และ “สารทใหญ่” หรือ “เบ็ญธม” ตรงกับแรม 15 ค่ำเดือน 10 ซึ่งถือเป็นวันแซนโฎนตา

แต่ที่เป็นไฮไลสำคัญทีเรียกเสียงฮือฮาในพิธีก็คือ เมื่อชาวบ้านอังกอล ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้จัดพิธีแซนโฎนตาที่สำนักฤาษีคำแสน ที่ชาวบ้านในพื้นที่มักจะไปขอเลขโชคลาภ หรือเข้าไปขอพรกับองค์ปู่กาดำ แต่ที่ทำให้คนสนใส่เป็นอย่างมาก คือตัวเลขจาก ธูปเสี่ยงโชค และเลขที่ปู่คำแสนจะเขียนให้ บนหัวหมูที่นำมาประกอบพิธีเซ่นไหว้ คือเลข 405 – 71  ส่วนเลขธูปนั้นคือ 2457 หลายคนก็รีบพากันนำโทรศัพท์มาถ่ายเก็บไว้ บางคนก็นำปากกามาจด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,659 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d