Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่ค้าแซ่บ!! แต่งเซ็กซี่ขาย ‘ขนมไข่นกกระทา’ หนุ่มๆแห่อุดหนุน

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678634

แม่ค้าแซ่บ!! แต่งเซ็กซี่ขาย 'ขนมไข่นกกระทา' หนุ่มๆแห่อุดหนุน

แม่ค้าแซ่บ!! แต่งเซ็กซี่ขาย ‘ขนมไข่นกกระทา’ หนุ่มๆแห่อุดหนุน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.49 น.

อดีตสาวโรงงานเปลี่ยนลุคเป็นแม่ค้าแต่งชุดเซ็กซี่ ขายไข่เต่า ไข่นกกระทา คนแห่อุดหนุน จนต้องไปพิสูจน์ที่ตลาด เดอะมาร์เก็ต เนินพลับหวาน ซอยเนินพลับหวาน พัทยากลาง จ.ชลบุรี  มีแม่ค้าแซ่บขายไข่เต่า ไข่นกกระทา พบแม่ค้าแต่ชุดเซ็กซี่ ยืนทอดไข่เต่า ไข่นกกระทา ดูโดยมีลูกค้าต่างรอคิวมาอุดหนุน ซึ่งพบว่าไข่เต่า ไข่นกกระทาจะปั้นใหญ่กว่าขนาดร้านอื่นทั่วไป 

น.ส.พรสุภา ริโยธา อายุ 24 ปี หรือ น้องขวัญ เจ้าของ ร้านไข่เต่า ไข่นกกระทา กล่าวว่า เดิมตนทำงานอยู่โรงงานแต่เนื่องจากต้องตื่นเช้าไปทำงานจึงตัดสินใจมาขาย ไข่เต่า ไข่นกกระทา โดยดูสูตรจาก ยูทูป แล้วหัดทำให้เพื่อนกินจนเพื่อนชมว่าอร่อย จึงได้ทำขายวันละ 4-5 กิโลกรัม โดยมีแบบธรรมดา กับ แบบสีม่วง ซึ่งใช้มันม่วงทำ โดยจะทำไซค์ใหญ่กว่าขายตามตลาดทั่วไป 

น้องขวัญ ยังกล่างต่ออีกว่า นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้วตนก็จะชอบแต่งตัวเซ็กซี่ เพราะ เป็นตนชอบแต่งตัวสวยงาม จึงทำให้ลูกค้าที่ซื้อเพราะความอร่อยแล้ว ยังชอบมาจีบพูดคุยเป็นประจำ โดยปรกติจะขายอยู่ภายในซอย 3  ภายในตลาด เดอะมาร์เก็ต เนินพลับหวาน ซอยเนินพลับหวาน พัทยากลาง เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 16.00-22.00 น. หรือจนหมด นอกจากนี้ก็จะขายตามงานเทศกาลของเมืองพัทยา รวมถึงรับออกงานอีเว้นท์ตามงานต่างๆอีกด้วย .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โขลงช้างป่าบุก!! ยึดป่าชุมชนกินพืชผล ชาวบ้านผวา ห่างจากหมูบ้านเพียง 4 กม.

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678632

โขลงช้างป่าบุก!! ยึดป่าชุมชนกินพืชผล ชาวบ้านผวา ห่างจากหมูบ้านเพียง 4 กม.

โขลงช้างป่าบุก!! ยึดป่าชุมชนกินพืชผล ชาวบ้านผวา ห่างจากหมูบ้านเพียง 4 กม.

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.24 น.

8 กันยายน 2565 เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิกร หาญละคร ปลัดอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ ,  เจ้าหน้าที่เขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 5 , เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.6 และผู้นำชุมชน ระดมกำลังลงพื้นที่สำรวจป่าชุมชนเขาประดู่ ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา 

หลังรับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ที่มีการรายงานว่า มีช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน เข้ามาหลบอาศัยและตอนกลางคืนจะออกมาหากินและทำลายผลผลิตของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว  พร้อมประสานทีมอาสาตอบโต้ภัยพิบัติประเทศไทย ประจำจุดเขาใหญ่ และทีมมูลนิธิพุทธรรม ฮุก 31 นำโดรนจับภาพความร้อนมาช่วยบินหาโขลงช้างที่เชื่อกันว่า มีไม่ต่ำกว่า 40 ตัว 

ทั้งนี้ผลจากการบินโดรนสำรวจในช่วงเย็นก็พบโขลงช้างป่าขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีนับร้อยตัว รวมโขลง อยู่บริเวณป่าชุมชนเขาประดู่ ห่างจากแหล่งชุมชนประมาณ 4 กิโลเมตร และเตรียมที่จะเคลื่อนขบวนกันออกมาหากินในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก่อนหน้านี้ช้างป่าส่วนหนึ่งของโขลงนี้ ได้เข้าไปกัดกินและเหยียบย่ำผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายแล้วหลายหมู่บ้านไม่น้อยกว่า 60 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นข้าว อ้อยและข้าวโพด เป็นต้น  ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เตรียมกำลังที่จะป้องกันผลักดันช้างป่ากลุ่มนี้เป็นการเบื้องต้นก่อน  เพราะหากปล่อยไว้ช้างป่าทั้งโขลงนี้จะยกพลออกมาทำลายผลผลิตของชาวบ้านและสร้างความเสียหายหนักแน่นอน

นางสาวออระยา เหลืองกระโทก กำนันตำบลจระเข้หิน กล่าวว่า ตอนนี้ในพื้นที่มีปัญหาช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน ออกมาหากินผลผลิตของชาวบ้านได้รับความเสียหายมานานกว่าสัปดาห์แล้ว สร้างความเสียหายให้ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน รวมความเสียหายไม่น้อยกว่า 60 ไร่แล้ว และวันนี้เมื่อมาเห็นจำนวนของช้างที่คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 ตัว มารวมตัวกัน เพื่อเตรียมออกมาหากินอีก ก็ยิ่งกังวลว่าจะสร้างความเสียหายให้ชาวบ้านอย่างหนัก จึงได้ประสานผู้นำชุมชนให้ช่วยกันเข้าระวังไว้ก่อน และจากนี้จะรีบวางแผนการผลักดันช้างโขลงนี้อย่างจริงจัง โดยจะเรียนปัญหาไปยังนายอำเภอ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป ซึ่งตอนนี้กำลังขาดแคลนกำลัง อุปกรณ์ในการดำเนินการ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยกันดำเนินการในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นางสาวออระยา เหลืองกระโทก กำนันตำบลจระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ประสานทำงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี  เจ้าหน้าที่เขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 5 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.6 และผู้นำชุมชน  ช่วยกันผลักดันช้างป่าที่ออกมาจากอุทยานแห่งชาติทับลานและเข้าไปเหยียบย่ำทำลายและกัดกินผลผลิตของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลจระเข้หิน ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว   

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบโขลงช้างป่าจำนวนกว่า 30 ตัว พากันไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าชุมชนเขาประดู่ ซึ่งอยู่ติดกับไร่นาของชาวบ้าน   เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีตะโกนเสียงไล่เพื่อให้ช้างป่ากลับข้าไปในเขตอุทยาน  แต่เนื่องจากระยะทางจากจุดที่พบช้าง และอุทยาน อยู่ห่างกันกว่า 10 กิโลเมตรและมีพื้นที่ป่าค่อนข้างกว้าง  ทำให้การผลักดันช้างทำได้ลำบาก เพราะช้างจะวิ่งไปได้ในหลายทิศทางทำให้การกำหนดเส้นทางของช้างทำได้ลำบาก โดยทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการไล่ช้างโขลงนี้มาสองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ  และช้างยังคงวนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่ทำกินของชาวบ้านเหมือนเดิม.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : สังคมไทยยังต้องเคลื่อนต่อ ตระหนัก-ใส่ใจสิทธิมนุษยชน

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678564

สกู๊ปแนวหน้า : สังคมไทยยังต้องเคลื่อนต่อ  ตระหนัก-ใส่ใจสิทธิมนุษยชน

สกู๊ปแนวหน้า : สังคมไทยยังต้องเคลื่อนต่อ ตระหนัก-ใส่ใจสิทธิมนุษยชน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.24 น.

“สิทธิมนุษยชน (Human Rights)” แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นแนวคิดที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานานอย่างน้อยที่สุดก็นับตั้งแต่การก่อตั้งองค์กรระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดอย่างสหประชาชาติ (UN) ถึงกระนั้น การถกเถียงและต่อสู้ในประเด็นสิทธิมนุษยชนก็ยังคงดำเนินต่อไปแล้วแต่ว่าสังคมของประเทศนั้นๆ จะให้น้ำหนักกับเรื่องใด ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย หมุดหมายสำคัญครั้งหนึ่งของสิทธิมนุษยชน คือการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 อันเป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกขนานนามว่าเป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมากที่สุด

โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) องค์กรซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ก็ถือกำเนิดเป็นครั้งแรกในไทยตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบันแม้จะเปลี่ยนมาใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 แล้วก็ตาม ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนก.ย. 2565 เพิ่งมีการจัดงาน “สมัชชาสิทธิมนุษยชน : เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม.” โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน คือการปาฐกถา หัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม. : ความร่วมมือ ความสำเร็จและข้อท้าทาย” มีวิทยากร 3 ท่าน ร่วมให้มุมมอง

มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เล่าว่า ในปี 2544 ซึ่งขณะนั้นยังทำงานในฐานะภาคประชาสังคม (NGO) มีโอกาสได้เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปร่วมยกร่าง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) หนึ่งในอนุสัญญาสำคัญขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งต้องบอกว่า ณ ช่วงเวลาดังกล่าวสังคมโดยทั่วไปยังมองประเด็นผู้พิการว่าเป็นเรื่องของการสงเคราะห์ (Social Welfare) หรือความเมตตากรุณาอาทร แม้กระทั่งในหมู่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนก็เช่นกัน ทำให้อนุสัญญาฉบับนี้กว่าจะเกิดขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ต่อมาในปี 2551 มีโอกาสได้เข้าสู่สภาครั้งแรกในฐานะ สว. แบบสรรหา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ซึ่งแม้จะรู้ดีว่าที่มานั้นถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำงานได้ดีที่สุด และอยู่ประจำคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชนตลอดมาจนกระทั่งในการเป็นสว. ชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ “เมื่อพูดถึงคำว่าสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย มักถูกกล่าวหาว่าเป็นเรื่องของฝรั่งต่างชาติ..
ไม่ได้อยู่ในจิตวิญญาณของความเป็นไทย”
 ซึ่งอาจเป็นเพราะหลายคนยังยึดติดกับประวัติศาสตร์ยุคที่ชาติตะวันตกออกล่าอาณานิคม

“จริงๆ แล้วหลักการสิทธิมนุษยชน เป็นหลักการที่เกิดจากการที่มนุษยชาติเราประสบกับเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวงอันเกิดจากการกระทำของพวกเราทั้งโลก จนเกิดมหาสงครามครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง มันไม่ใช่เป็นเรื่องของจักรวรรดินิยมเมื่อ 2-3 ร้อยปีที่แล้ว แม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้วในตะวันตกก็มีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้แตกต่างจากบ้านเรา เพียงแต่ปัญหาอาจจะแตกต่างกันบ้างในประเด็น” สว.มณเฑียร ระบุ

สว.มณเฑียร กล่าวต่อไปว่า การทำงานของ กสม. ได้ช่วยให้มุมมองต่อสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยค่อยๆ เปลี่ยนไป จากกลืนไม่เข้า-คายไม่ออก สู่การแบ่งรับ-แบ่งสู้ ถึงกระนั้นต้องยอมรับว่า “ผู้มีอำนาจในสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นขั้วใดก็ตาม มักไม่ค่อยให้การสนับสนุนสิทธิมนุษยชน” ซึ่งภาพที่พบเห็นเสมอมาทุกยุคสมัยคือ “ยามมีอำนาจไม่เชียร์สิทธิมนุษยชน..แต่หมดอำนาจเมื่อไหร่กลับรักใคร่สิทธิมนุษยชนขึ้นมาทันที” อันมีสาเหตุมาจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น มองว่าสิทธิมนุษยชนเป็นของนอก (Import) หรือมองว่าไกลตัวเมื่อเทียบกับเรื่องปากท้อง

“ฉะนั้นจะทำให้สังคมไทยโดยรวม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานะได้เปรียบ หันมารักใคร่สมัครสมานกับคำว่าสิทธิมนุษยชน ยอมรับบทบาทของ กสม. อย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่คิดว่าการที่ กสม. ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการชังชาติหรือไม่หวังดีต่อประเทศชาติ มันจะเป็นไปได้หรือไม่ ผมก็ยังมีคำถามอยู่ ผมคิดว่า กสม. ต้องยืนหยัด จะด้วยวิธีการที่ชาญฉลาดและมีศิลปะในการทำความเข้าใจ เป็นเรื่องที่สำคัญ” สว.มณเฑียร กล่าว

ขณะที่ เสรี นนทสูติ กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและทรัพยากรมนุษย์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีข้อน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ มาตรา 77 ว่าด้วยการประเมินผลกฎหมาย ทั้งที่จะออกใหม่และที่ใช้กันอยู่ ขณะเดียวกัน ยังมี พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562

แต่ในความเป็นจริงพบว่า การประเมินผลกฎหมายกลับกลายเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจำกัดสิทธิของประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้นมากกว่าการทำให้สิทธิของประชาชนดีขึ้นในภาพรวม อีกทั้งแม้ รธน.มาตรา 77 จะมีเจตนารมณ์ให้รัฐมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น รวมถึงกำหนดโทษทางอาญาในกฎหมายเฉพาะความผิดร้ายแรง แต่ก็ยังพบปัญหา เช่น มีความพยายามออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรของภาคเอกชน ขณะที่กฎหมายบางเรื่องที่มีโทษทางอาญามาแต่เดิมก็ยังไม่ถูกยกเลิก อาทิ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม กสม. ก็มีอำนาจหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 26 (3) กำหนดให้ กสม. เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ตนจึงคาดหวังให้ กสม. มีบทบาทในส่วนนี้

“ขณะนี้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายกำลังจะกลายเป็นกระบวนการในเชิงพิธีกรรม คือส่วนราชการก็จะประเมินผลสัมฤทธิ์ไปเหมือนกับเช็คช่อง (Tick Box) แต่ไม่มีนัยของการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่มีกรอบความคิดของการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชน ฉะนั้น กสม. คือส่วนที่จะเติมเต็ม อยากจะเสนอประเด็นเดียวเลย กสม. ควรจัดตั้งหน่วยงานภายใน เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นในร่างกฎหมายที่เขาจะประเมิน ทั้งที่กำลังจะออกเป็นร่าง ทั้งที่เป็นกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อให้มันสอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ” เสรี กล่าว

ด้าน พฤ โอโดเชา ตัวแทนประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ สะท้อนปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า อาทิ การย้ายชุมชนออกจากพื้นที่ป่า เช่น ชุมชนผาช่อ ในปี 2535 หรือชุมชนบางกลอยบนในปี 2554 ซึ่งในปี 2564 มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีเพราะพยายามจะย้ายกลับเข้าไปอยู่ ณ พื้นที่ตั้งชุมชนบางกลอยบนเดิม ทั้งที่กลุ่มชาติพันธุ์อยู่อาศัยและดำรงวิถีขนบประเพณี ณ ที่นั้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้กระทั่งการตั้งชุมชนก็ต้องทำพิธีบอกกล่าวเจ้าป่าเจ้าเขา

สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาพสะท้อนว่า..ยังมีประชาชนอีกมากที่ขาดความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและกำลังตกอยู่ในสภาพถูกละเมิด กสม. จึงมีความสำคัญในฐานะผู้ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิสู่นโยบายที่เป็นจริง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียม’ชัตเติ้นแต๋น’รองรับ​’โมโต​จีพี.’ผู้ว่าฯชวนชาวบุรีรัมย์ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีรับ นทท.

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678562

เตรียม'ชัตเติ้นแต๋น'รองรับ​'โมโต​จีพี.'ผู้ว่าฯชวนชาวบุรีรัมย์ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีรับ นทท.

เตรียม’ชัตเติ้นแต๋น’รองรับ​’โมโต​จีพี.’ผู้ว่าฯชวนชาวบุรีรัมย์ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีรับ นทท.

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.11 น.

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์พร้อม”เนวิน ชิดชอบ” ร่วมถกคณะกรรมการสนับสนุนโมโตจีพี 2022 เพื่อให้การแข่งขันราบรื่น เผยเตรียมส่งเสริมชาวบ้าน นำที่พักมาจัดเป็นโฮมสเตย์ และชัตเติ้นแต๋น ไว้รองรับนักท่องเที่ยว พร้อมชวนชาวบุรีรัมย์ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจแก่ทีมแข่งขัน-นักท่องเที่ยว

วันที่ 7 ก.ย.65 ที่ห้องประชุมสนามฟุตบอลช้างอารีนา (ชั้น 2) ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย​หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 18 “OR THAILAND GRAND PRIX 2022” ที่จะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 

ทั้งนี้​ เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในการให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ฯ ให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ร่วมงาน และนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด

โดยที่ประชุมได้มีข้อพิจารณาเพิ่มเติม ด้านการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเพื่อรองรับ Charter Flight และ Private Jet จากต่างประเทศ รวมทั้งรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางมาที่อากาศยานใกล้เคียง เพื่อให้เกิดการอำนวยความสะดวก รวดเร็วและเกิดความประทับใจ จึงเห็นควรกำหนดพื้นที่เพื่อดำเนินการโดยเฉพาะ และได้ประสานหน่วยงาน มาดำเนินการด้านปฏิบัติการ จัดสรรพื้นที่พักคอยของผู้โดยสาร รองรับการเดินทางมาและกลับหลังจบการแข่งขัน และโดยเฉพาะในวันเสร็จสิ้นการแข่งขันที่อาจจะมีผู้โดยสารเดินทางพร้อมกันเป็นจำนวนมาก 

นาย​ธัช​กร​ หัตถาธ​ยา​กูล​ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า​ การจัดการแข่งขันในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันและร่วมงานมากกว่าปีก่อนๆ ซึ่งทางจังหวัดได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านนำที่พักมาจัดเป็นโฮมสเตย์รองรับมากขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใหม่ๆ พร้อมทั้งจะมีการพัฒนาศูนย์นกกระเรียน หมู่บ้านต้นแบบ ส่วนการอำนวยความสะดวก แก่ผู้ชมและนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดได้เตรียมทีม ask me ซึ่งเป็นอาสาสมัครกว่าพันคน มาจากนักศึกษาและประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ Gu เก็บ มาคอยดูแลเรื่องความสะอาดในงานและขาดไม่ได้คือ ชัตเติ้นแต๋น ที่พร้อมแล้ว ที่จะมาคอยให้บริการเพื่อความประทับใจของทุกๆ คนที่จะมายังจังหวัดบุรีรัมย์ 

นอกจากนี้​ ยังได้เตรียมการแสดงศิลปะวัฒนธรรม และการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในงาน โดยการนำสินค้าของดีบุรีรัมย์ในแต่ละท้องถิ่นมาออกร้าน และยังมีกลุ่มนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ร่วมออกบูธสินค้าและ ขายสินค้าท้องถิ่นในงาน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก และขอให้ชาวบุรีรัมย์ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยให้ทุกพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัด ได้เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมเสริมไว้รองรับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน เพื่อจะได้มาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าและบริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดบุรีรัมย์และของประเทศไทย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สดร.ชวนเสนอชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ชูความเป็นไทยร่วมเป็นหนึ่งในเอกภพ

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678543

สดร.ชวนเสนอชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ชูความเป็นไทยร่วมเป็นหนึ่งในเอกภพ

สดร.ชวนเสนอชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ชูความเป็นไทยร่วมเป็นหนึ่งในเอกภพ

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.22 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนประชาชนร่วม “เสนอชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ” ชูความเป็นไทยร่วมเป็นหนึ่งในเอกภพ และเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี หอดูดาวแห่งชาติ สามารถเสนอชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้ – 7 ตุลาคม 2565

วันที่ 7 กันยายน 2565 ดร. ศุภชัย อาวิพันธ์ นักวิจัยชำนาญการ กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและชีวดาราศาสตร์ (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เปิดเผยว่า ในปี 2565 สหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ หรือ IAU (The International Astronomical Union) ได้จัดกิจกรรม NameExoWorlds 2022 ขึ้นอีกครั้ง เปิดโอกาสให้ทุกประเทศทั่วโลกร่วมเสนอชื่อดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ประเทศละ 1 ระบบ  ซึ่งในครั้งนี้ กิจกรรมตั้งชื่อดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ น่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะระบบนี้ จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ในอนาคต

สำหรับประเทศไทย โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานดาราศาสตร์ของประเทศไทย และหนึ่งในสมาชิกระดับประเทศของสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมเสนอชื่อ “ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นชื่อไทย”  ได้แก่ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 3470b ความพิเศษของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 3470b คือ เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรก ที่นักดาราศาสตร์ไทยได้ศึกษาวิจัยและสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ของไทย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หรือหอดูดาวแห่งชาติ ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นับเป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

“ซึ่งในปี 2566 จะครบรอบ 10 ปีที่เปิดใช้งานหอดูดาวแห่งชาติ ดวงตาแห่งเอกภพของไทย หอดูดาวขนาดใหญ่มาตรฐานโลก ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเท่านั้น ยังเป็นห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์ที่สำคัญสำหรับศึกษาวัตถุท้องฟ้าแก่นักวิจัยไทยและนานาชาติอีกด้วย สดร. จึงจัดกิจกรรม “ชวนเสนอชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ประจำปี 2565” ขึ้น เพื่อสรรหา และคัดเลือกชื่อไทยที่เหมาะสม โดยเชิญชวนผู้สนใจทั้ง นักเรียน ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอชื่อดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดังกล่าวเป็นชื่อไทย เสนอไปยังสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติเห็นชอบ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วม “ตั้งชื่อไทยให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ” ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่  https://bit.ly/NameExoWorldsThailand2022 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 7 ตุลาคม 2565 เวลา 24:00 น.“ 

ดร. ศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการคัดเลือก ในรอบแรกชื่อดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ประชาชนเสนอเข้ามาจะถูกพิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ สดร. แต่งตั้ง และสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติเห็นชอบ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด คณะกรรมการจะคัดเลือกให้เหลือ 10 รายชื่อ จากนั้นในรอบที่สอง ผู้ได้รับคัดเลือกทั้ง 10 ทีม ต้องนำเสนอแนวคิดในการตั้งชื่อ เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือก 2 รายชื่อ และในรอบตัดสิน จะเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตทางออนไลน์ เมื่อได้ชื่อที่มีคะแนนโหวตสูงสุดแล้ว จะเสนอไปยังสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ เพื่อพิจารณาประกาศชื่ออย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2566 ต่อไป

สำหรับข้อมูลจำเพาะดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและดาวฤกษ์แม่

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 3470b ถูกค้นพบครั้งแรกจากข้อมูลของ HARPS radial velocity และในปี พ.ศ. 2555 ได้รับการยืนยันจากการสังเกตด้วยวิธีการเคลื่อนผ่านหน้า (Transit method) จัดเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะประเภทดาวเนปจูนร้อน (Hot Neptune) โคจรรอบดาวแคระ M (M dwarf) อยู่บริเวณกลุ่มดาวปู (Cancer) ห่างจากระบบสุริยะประมาณ 95.9 ปีแสง ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้ มีมวลประมาณ 14 เท่าของโลก มีคาบการโคจรรอบดาวฤกษ์แม่ ประมาณ 3.3 วัน ปัจจุบันนักดาราศาสตร์พบว่าชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้มีสีฟ้า และประกอบไปด้วยโมเลกุลของไฮโดรเจน น้ำ และฮีเลียม

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 3470b  มีความพิเศษสำหรับคนไทย เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่นักดาราศาสตร์ไทยได้ศึกษาวิจัยและสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา บนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกล้องโทรทรรศน์มาตรฐานระดับโลกกล้องแรกของประเทศไทย ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วงการดาราศาสตร์ไทยก้าวเข้ามามีบทบาทในระดับโลก และนับเป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นศึกษาวิจัยเกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของไทย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 3470b เป็นวัตถุท้องฟ้าที่มีความผูกพันและสำคัญต่อประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ของชาติไทยอย่างยิ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้’ : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678542

'วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้' : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

‘วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้’ : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.19 น.

ในด้านเครื่องรางของขลังและการปลุกเสกหลวงปู่ (หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ) ต้องพูดอยู่เสมอว่า คนเรานี้แปลก เอาของจริงคือธรรมะให้ไม่ชอบ ไปชอบเอาวัตถุภายนอกกันเสียหมด ที่พึ่งที่ประเสริฐ คือ พระรัตนตรัย นั้นเป็นของประเสริฐอยู่แล้วแต่กลับไม่มีใครสนใจ พากันไปสนใจแต่วัตถุภายนอกซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เมื่อคนเราไม่สามารถคุณพระรัตนตรัยมาเป็นที่พึ่งของตนได้เพราะอินทรีย์ยังอ่อน อบรมมายังไม่เข้าถึงเหตุผล แต่ถือเอาวัตถุภายนอก เช่น พระ เหรียญ ซึ่งก็เป็นรูปเหรียญ รูปแทน เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้านั้นก็ดีเหมือนกันถ้าผู้นั้นรู้ความหมายของวัตถุนั้นๆ

หลวงปู่ท่านให้ข้อคิดในทางธรรมะว่า วัตถุมงคลเหล่านั้นหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้ ไม่ว่าสิ่งไหนจะไปต้านทานอำนาจของกรรมนั้นไม่มี แต่ถ้าผู้นั้นรู้ความหมายในวัตถุนั้นๆว่า เขาสร้างขึ้นมาส่วนมากเขาใช้สัญลักษณ์ของผู้ที่ทำแต่ก่อน การมีวัตถุมงคลไว้ติดตัวก็มีไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติปัญญาของตนเองไม่ให้ประมาทในการกระทำของตน ต้องทำแต่ความดีเสมอ เพราะโลกเขาบูชานับถือกันแต่คนดี เรามีของดีอยู่กับตัวก็ต้องทำแต่ความดีอย่างนี้แล้ว ก็นับได้ว่าผู้นั้นได้ประโยชน์จากวัตถุมงคลนั้นๆ

………………………..

คัดเนื้อหาจากบันทึกภาพ “เป็นบุญมากได้เห็นวิดีโอหลวงปู่แหวน” ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึง! พบ’ขุมทรัพย์อันล้ำค่า’หินแปลกสวยงามจำนวนมากถูกเก็บไว้ที่’วัดใต้’เมืองกาญจน์

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678524

ตะลึง! พบ'ขุมทรัพย์อันล้ำค่า'หินแปลกสวยงามจำนวนมากถูกเก็บไว้ที่'วัดใต้'เมืองกาญจน์

ตะลึง! พบ’ขุมทรัพย์อันล้ำค่า’หินแปลกสวยงามจำนวนมากถูกเก็บไว้ที่’วัดใต้’เมืองกาญจน์

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

วันนี้ (7 ก.ย.65) นายสมชาย แสงชัยศรียากุล อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ได้นำก้อนหินแปลกตาแต่สวยงามมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับบรรยายระบุว่า “พบขุมทรัพย์อันล้ำค่า หินแปลก สวยงาม จำนวนมากที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง (วัดใต้) ต.บ้านใต้ อ.เมืองกาญจนบุรี ที่คุณครูแม้น มลิผล บิดาของครูเล็ก บ้านใต้ ได้สะสมไว้ ด้วยความรัก ความหลงใหล ในความงดงามของก้อนหินที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ 

ชิ้นงานศิลปะฝากไว้ให้มนุษย์ได้เชยชมถวายให้เป็นสมบัติของวัดใต้ เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังชาวเมืองกาญจน์ได้รักธรรมชาติและช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศ

หินทุกก้อนมีความหมาย มีที่มาที่ไปที่น่าศึกษาเรียนรู้ ที่สำคัญหินแต่ละก้อนมีความสวยงามจนได้รับรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จากการประกวดหินแปลก หินสวยงาม ที่เป็นข่าวดีสำหรับคนเมืองกาญจน์และนักท่องเที่ยวจากทุกสาระทิศทั่งโลกจะได้มีโอกาสมารับชมความงดงามจากแหล่งของกาญจนบุรีในเร็วๆนี้ ด้วยทางวัดกำลังจะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไป” – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ก๊าซหุงต้มขึ้นราคาไม่หยุด แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเบตงโอดแบกภาระต้นทุน

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678496

ก๊าซหุงต้มขึ้นราคาไม่หยุด แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเบตงโอดแบกภาระต้นทุน

ก๊าซหุงต้มขึ้นราคาไม่หยุด แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเบตงโอดแบกภาระต้นทุน

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.21 น.

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเมืองเบตงโอดก๊าซหุงต้มขึ้นราคาไม่หยุดในรอบปีนี้ปรับราคาขึ้น 6 ครั้ง เผยกระทบหนัก วัตถุดิบในการทำขึ้นอาหารราคาทุกอย่าง  ฝืนทนแบกรับภาระไม่ขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวเห็นใจชาวบ้าน

วันที่ 7 ก.ย.65 ภายหลังจากมีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาท ซึ่งเป็นการปรับราคาที่ปรับมาอย่างต่อเนื่องทุกเดือนในรอบ 6 เดือนหลังสุดเฉลี่ยแล้วปรับเพิ่มไปถึงถังละ 90 บาท วันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อสอบถามแม่ค้าที่ประกอบอาชีพขายอาหารต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้ภาครัฐพิจารณาหยุดการปรับเพิ่มราคาก๊าซหุงต้มเพราะตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนักเพราะสินค้าอุปโภค บริโภค ขึ้นราคาไม่หยุด

ผู้จำหน่ายก๊าซหุงต้ม เผยว่า การปรับราคาก๊าซหุงต้มครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.65 โดยปรับเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาทเป็นการปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องมา 6 ครั้งในรอบ 6 เดือนและหวังว่าภาครัฐจะพิจารณาหยุดการปรับเพิ่มราคา เพราะตนได้ข่าวว่า ครม.จะมีการพิจารณาว่าใน เดือนตุลาคมนี้จะมีการปรับเพิ่มราคาก๊าซหุงต้มอีกหรือไม่ ซึ่งในการปรับเพิ่ม 6 ครั้งต้นทุนก๊าซหุงต้มพุ่งไปแล้วถังละ 90 บาท ร้านตนไม่ได้เดือดร้อนมากนักเพราะเพิ่มราคาขายตามราคาที่ปรับเพิ่ม แต่เห็นใจประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นลูกค้าของร้านเป็นอย่างมากที่ต้องมาแบกรับภาระนี้เวลาไปส่งก๊าซลูกค้าและประชาชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาก๊าซแพงมาก เมื่อ 2-3 วันที่แล้วราคาถัง 15 กิโลกรัมถังละ 440 บาทพอมาสั่งวันนี้ปรับขึ้นเป็น 480 บาท อาทิตย์นี้คงจะ 500 บาท หากขึ้นราคากันแบบนี้คงหันไปใช้ไม้ฟืนแทนเพราะถ่านก็ขึ้นราคา

นางรำไพ เอี้ยงประโคน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ  กล่าวว่า ร้านตนใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงหลักในการประกอบอาหารถึงเดือนละ 10 ถัง ขอวิงวอนให้ภาครัฐหยุดการเพิ่มราคาก๊าซหุงต้ม ที่ปีนี้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนของร้านเพิ่มขึ้นทุกอย่างทั้งราคาหมู ไข่ไก่ และก๊าซหุงต้ม การค้าขายในช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีประชาชนซื้อของน้อยลงถามว่าตนได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซหุงต้มที่เพิ่มขึ้นมากหรือเปล่าตอบได้เลยว่ากระทบมาก เพราะราคาสินค้าที่ตนขายทั้งเนื้อหมู ไข่ไก่ ถุงหิ้ว 

ล่าสุดก๊าซที่พากันปรับราคากันไม่หยุด ตนต้องแบกรับภาระเพราะไม่สามารถปรับราคาก๋วยเตี๋ยวเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว เพราะเกรงว่าจะกระทบกับประชาชนที่ปัจจุบันของกินของใช้ต่างก็ขึ้นราคากันไม่หยุด ขืนตนปรับราคาขึ้นไปอีกประชาชนคงจะเดือดร้อนอีกอย่างที่ไม่ขึ้นราคาก็เพราะมีนักเรียนเป็นลูกค้าประจำด้วยอีตนจึงไม่ปรับราคาเห็นใจเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่ต่างต้องรับภาระกับสินค้าแพง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โอกาสทองของคนเมือง ‘สู่ความรู้เกษตร’ อันเป็นอมตะวิชา

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678493

โอกาสทองของคนเมือง 'สู่ความรู้เกษตร' อันเป็นอมตะวิชา

โอกาสทองของคนเมือง ‘สู่ความรู้เกษตร’ อันเป็นอมตะวิชา

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.11 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง”  (Awake to urban agriculture) ตอน 3 

โอกาสทองแห่ง “การตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” ในกรุงเทพมหานครปีนี้เริ่มต้นเปิดศักราชช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ก็มีข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงเกษตรกรรมไทย เมื่อบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) ลงทุน 20% ในบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งเปิดบริการเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ “โอ้กะจู๋” 

ปตท.มองว่า โอ้กะจู๋มีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และมีการระบบขนส่งสินค้าส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ไปยังร้านสาขา ทำให้การลงทุนครั้งนี้ ปตท.ถึงกับกล้าตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. (PTT Station) รวมถึงการจำหน่ายอาหารแบบซื้อรับประทานแล้วไปต่อได้ทันที (Grab & Go) ผ่านร้านคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon)ทั้งสาขาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และภาคเหนือ

ล่าสุดตามมาด้วยข่าวที่เขย่าแวดวงการเกษตรอีกหนึ่งข่าว คือ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่าง “วิน ฟาร์ม” ของนายวิลลี่ แมคอินทอช และนายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค หรือ เสนาหอย กับ “อะโกรว์พลัส” (Agrowplus) ซึ่งมี “นายตะวัน น้อยมีธนสาร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอะโกรว์พลัส และบริษัทในเครือ เป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าธุรกิจแนวร่วมกันเดินในรูปแบบเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ” 

เรียกว่าการลงทุนในกลุ่มภาคการเกษตรทั้ง 2 รายนี้ ทำให้แนวโน้มการทำเกษตรคนเมืองในไทยมีการต่อยอดและเป็นไปเพื่อขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย รวมทั้งทำให้คนเมืองเห็นโอกาสการทำเกษตรที่สร้างรายได้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความฝัน หรือ นามธรรมที่จับต้องไม่ได้ 

แต่อะไรคือ “กุญแจ” ที่จะไขความรู้อันนำไปสู่ “การตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” 

สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การค้นคว้า ศึกษาเรียนรู้หาข้อมูล สะสมไว้ และ รอโอกาส เมื่อจังหวะและเวลามาถึง เพราะฉะนั้นการปลูกผักบนพื้นที่เล็กๆ ก็อาจเป็นพื้นที่แห่งการวิจัยของคนๆหนึ่งที่อาศัยในเมืองหลวง และใครจะรู้ว่า วันหนึ่งคนๆนั้นอาจเป็นเจ้าของฟาร์มในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งสักแห่ง ที่สามารถปลูกผักตามแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” และเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศชาติได้ 

แต่การทำเกษตรกรรมในห้วงเวลานี้นั้น ต้องใช้เทคโนโลยีการเกษตรมาเป็นส่วนสำคัญ เพราะมีตัวแปรสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเรื่องนี้เคยสร้างปัญหาให้กับประเทศ “ไอร์แลนด์” มาแล้ว กรณีเกิดมหาทุพภิกขภัยมันฝรั่ง (Great Potato Famine) 

โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวไอริชได้มีการพัฒนาสายพันธุ์มันฝรั่ง จนสามารถมีมันฝรั่งที่ปลูกได้ดีในสภาพอากาศหนาวและเกิดความนิยมปลูกมันฝรั่งพันธุ์นี้ทั้งประเทศเป็นเวลานา จนกระทั่งเมื่อเวลาเดินทางมาถึง พ.ศ.2384 เกิดการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เกิดอากาศร้อนผิดปกติดติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี ทำให้เกิดโรคพืชที่มีชื่อทางสามัญว่า ไบรต์ (Bright) ระบาดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตมันฝรั่งบนเกาะไอร์แลนด์ลดลงทันที และ เกิดภาวะวิกฤตเฉียบพลัน เกิดทุพภิกขภัยมันฝรั่ง ทำให้คนอดอยากล้มตายจำนวนมาก ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่มีการค้นพบแผ่นดินใหม่ คือ “อเมริกา” หรือ สหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ทำให้มีชาวไอริชจำนวนหนึ่งอพยพหนีตายไปอยู่ที่แผ่นดินใหม่ และหนึ่งในทายาทของชาวไอริชที่มีชื่อเสียงก็คือ จอห์น เอฟ.เคเนดี้ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 

นี่คือประวัติศาสตร์ของชาวไอริชช่วงเวลาหนึ่ง ที่ทำให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างชีวิตความเป็นความตายของผู้คน อันมีวิถีชีวิตการทำเกษตรกรรมซึ่งจะต้องผลิตอาหารเพื่อเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่มาเลี้ยงชีพ และ ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ผันแปร จนทำให้เกิดการย้ายถิ่น และ ตั้งรกรากใหม่ เพราะความบังเอิญไม่มีในโลก ในจังหวะเวลาที่ชาวไอริชประสบภัย ก็มีการค้นพบแผ่นดินใหม่เกิดขึ้นมารองรับในช่วงเวลาวิกฤตพอดี

เพราะฉะนั้น การภาวะการตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง จะต้องกลับไปที่คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู ที่ว่า “ชีวัง ปฐมัง กะลัง” ปฐมแห่งชีวิตเกิดจากเซลล์ ซึ่ง “กะลัง” เป็นภาษาบาลี แปลว่า ตะไคร่น้ำที่เกาะตามโอ่ง ตามกะลาในสมัยพุทธกาล ดังนั้น การทำเกษตรกรรม มิใช่เพียงว่าเห็นแล้วมองว่าง่าย แต่จะต้องอาศัยการลงมือทำ ด้วยการเริ่มต้นศึกษาที่ “กะลัง” ของเกษตรกรรม จนนำมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดั่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ 

โปรดติดตามตอน 4 ของรายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ได้ในวันต่อไป


อ้างอิงข้อมูลและภาพ 
1.facebook : โอ้กะจู๋ official 
2.facebook : Agrowplus 
3.หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล 
4.เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ 
5.เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นร.-นศ.’ กว่า 30 ราย ใช้เวลาว่างสร้างงานศิลปะชุมชนริมน้ำ ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678458

'นร.-นศ.' กว่า 30 ราย ใช้เวลาว่างสร้างงานศิลปะชุมชนริมน้ำ ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว

‘นร.-นศ.’ กว่า 30 ราย ใช้เวลาว่างสร้างงานศิลปะชุมชนริมน้ำ ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.56 น.

กิจกรรมดีๆ ที่เด็กนักเรียน นักศึกษา ด้านศิลปะ รวมตัวกันจากการสนับสนุนของ หน่วยงานราชการ ร่วมทำกิจกรรมดีๆ งานศิลปะทางด้านสี ลายเส้น ครูได้นำนักเรียนของโรงเรียนเลยพิทยาคมและทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยกว่า 30 คน สลับปรับเปลี่ยนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในช่วงว่างเรียนและช่วงเลิกเรียน ช่วงเย็นไปทำกิจกรรมมที่เป็นประโยชน์ ต่อสังคมชุมชนพร้อมกับทำกิจกรรมร่วมกับศิลปินพื้นบ้าน ชาวบ้าน ให้มีส่วนร่วมของกิจกรรมเพื่อสร้างสีสันให้กับสะพานในชุมชน เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของชุมชน ที่จะเปลี่ยนไปพร้อมนำศิลปะเข้ามาเพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

นายสถิต วิเศษสัตย์ ครูศิลปะโรงเรียนเลยพิทยาคม กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ทางนายชัยธวัช  เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด เทศบาลเมืองเลย และชุมชนบ้านแฮ่ และกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม สตรีทอาร์ต (Street Arts) และสะพานบ้านแฮ่ (เมืองเก่าจังหวัดเลย) ถนนสายวัฒนธรรม ตลาดโบราณย้อนวันวานไทบ้านแฮ่ ขึ้น โดยมีเครือข่ายศิลปะเลยตามเลย ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โรงเรียนเลยพิทยาคม เป็นผู้นำศิลปิน คณะครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และชุมชน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบสมัยใหม่ ผสมผสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตโบราณ บนสะพานข้ามลำน้ำหมานบ้านแฮ่ วัฒนธรรมเก่าแก่ใจกลางเมืองเลย โดยได้รับการสนับสนุนสี และวัสดุอุปกรณ์การวาดภาพครั้งนี้จาก บริษัท  เมืองเลยบิ๊กโฮม  จำกัด และ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)  

สำหรับ  gohoLb ij;,l,ศิลปวัฒนธรรม ร่วสมสมัย เป็นเทตนิคสีอเคลิก ในร่วมแบบจิตกรรม คนสถาบัตยากรรม ทั้งสะพาน ถนน ผนังบ้านเรือน .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,941,106 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ
  • สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ
  • ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน
  • “เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา
  • “ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d