Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา’ ยังนำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ออกมาใช้

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678300

'เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา' ยังนำ 'เศรษฐกิจพอเพียง' ออกมาใช้

‘เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา’ ยังนำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ออกมาใช้

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.31 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ตอนที่ 2 

สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำ แม้กระทั่ง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พบว่า “เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา” มีการนำ “เศรษฐกิจพอเพียง” ออกมาใช้โดยอัตโนมัติ ด้วยหัวใจแห่งความเมตตา 

“สตีฟ จอบส์” ผู้คิดค้นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ภายใต้แบรนด์ “APPLE” เป็นอีกคนหนึ่งที่ในช่วงเวลาวัยกลางคน ช่วงที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุด แต่กลับทิ้งความสำเร็จไปหาความรู้ในอินเดีย และ ใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตทำเกษตร ทำไร่ บนพื้นที่ว่างของบ้านพักในสหรัฐอเมริกา 

เช่นเดียวกับมหาเศรษฐีในสหรัฐอเมริกาหลายๆคน ที่หันมาสนับสนุนประเทศที่ยากจนและขาดแคลนโอกาสให้มีโอกาสทางด้านการทำเกษตร เช่น บิล เกตส์ (Bill Gates) ซึ่งมีการเผยแพร่ทฤษฎีการเลี้ยงไก่ในแอฟริกาใต้ เพื่อขจัดความยากจน โดยก่อนหน้านี้ได้ก่อตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ โดยใช้เงินบริจาคส่วนตัว 3.05 แสนล้านบาทในรอบแรก และบริจาครอบที่สองอีก 1.34 ล้านล้านบาท ปัจจุบันมูลนิธินี้เน้นงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพ และมีบทบาทในการแจ้งเตือนสภาวะสุขอนามัยของชาวโลก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 รวมไปถึงการสนับสนุนด้านเกษตรกรรมในแอฟริกาใต้

คุณงามความดีของ “บิล เกตส์” ทำให้วอร์เรน บัฟเฟ่ต์ (Warren Buffet) นักเล่นหุ้นซึ่งรวยเป็นอันดับสองของโลก ประกาศสมทบทุนกับมูลนิธิของบิลเกตส์ เป็นจำนวนเงินถึง 1.67 ล้านล้านบาท 

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า “เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา” มีความเป็น “เศรษฐกิจพอเพียง”

โดยอัตโนมัติ อันเกิดขึ้นมาด้วยคุณงามความดีภายใน “จิตใจ” อันเป็น “ผู้รู้” ที่จะทำลาย “ความไม่รู้” ออกอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้การดำเนินชีวิตในทางโลกนั้นงดงาม 

การตื่นรู้เหล่านี้ มีหลักปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านคำว่า “ความพอดี” โดย “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้รวบรวมกระแสรับสั่งเกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตแบบ “เศรษฐกิจพอเเพียง” ไว้ 6 ประการ ได้แก่ 1.ความพอดีด้านจิตใจ 2.ความพอดีในการรักษาวินัยและกติกาของสังคม 3.ความพอดีด้านเศรษฐกิจและการลงทุน 4.ความพอดีในการใช้ทรัพยากร  5.ความพอดีในการใช้เทคโนโลยี และ 6.ความพอดีด้านการเมือง

ส่วนอาจารย์อภิชัย พันธะเสน ผู้ทำวิจัยเรื่องการรวบรวมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่นำปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปใช้ได้อย่างเป็นผลได้เขียนสรุปในหนังสือ “การประยุกต์พระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงกับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม” ซึ่งทำให้ธุรกิจที่น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปใช้นั้นสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้ มีอยู่ด้วยกัน 9 ข้อ คือ 1.ใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับทุน และสภาพธุรกิจของตน 2.มีขนาดการผลิตที่เหมาะสม 3.ไม่เน้นการทำกำไรระยะสั้น 4.กระจายความเสี่ยง 5.ไม่ก่อหนี้เกิดขีดความสามารถในการใช้หนี้ 6.ตอบสนองตลาดท้องถิ่นก่อน 7.ใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ 8.ใช้แรงงานมากกว่าเครื่องจักร และ 9.ความซื่อสัตย์ 

“แนวหน้า ออนไลน์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์สัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ หนึ่งใน “เกษตรคนเมือง” ซึ่งลงมาลุยงานเกษตรอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเหตุผลล้มละลายกับธุรกิจ และ เป็นหนี้หลักหลายสิบล้านบาท ปัจจุบันสถานการณ์หนี้ส่วนตัวคลี่คลาย ด้วยอาชีพการทำเกษตรในเมือง และ วันนี้ต่อยอดสู่การบุกเบิกการทำโครงการ “1 อำเภอ 1 ฟาร์มนวัตกรรม 1 ศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตร” โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “เฟรชวิลล์ฟาร์ม” (Freshville Farm) และในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการขยายศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรในเมือง สู่ปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร และ หัวเมืองในต่างจากหวัด เช่น บางใหญ่ กรุงเทพฯ, อัมพวา-บางคนที จ.สมุทรสงคราม และ จ.อุบลราชธานี เป็นต้น 

อาจารย์สัมพันธ์ให้ความเห็นเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ว่า ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำอยู่ในแวดวงเกษตรกรรม จะพบว่าคนทำเกษตรเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมากนัก ซึ่งจริงๆแล้วคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่นำมาใช้กับภาคเกษตรกรรมนั้น สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลผลิตที่ดี รวมไปถึงการใช้หลักกการตลาดในการจำหน่ายผลผลิตด้านการเกษตร ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องอยู่ที่การปลูกพืชลงดินเท่านั้น จึงจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียง

สอดคล้อง กับที่ ดร.สุเมธ ถ่ายทอดออกมาว่า อยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชทานนั้น แบ่งออกเป็นสองข้อใหญ่ ได้แก่ 1.เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นเรื่องของเกษตรกรรายเล็ก ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ต้องการบริหารจัดการให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ประเทศต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน หรือ Dual Tracks เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ใช้ได้กับทุกองค์กรไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน 

และ 2.พระองค์ไม่ได้ห้ามไม่ให้รวย หากจะมีอาชีพสุจริตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วจะมั่งมีจนสามารถซื้อข้าวของที่ต้องการใช้บ้างก็ไม่มีใครว่า ขออย่าได้เบียดเบียนคนอื่น หรือ ใช้ของอย่างไรไม่รู้คุณค่า ทิ้งๆขว้างๆ ให้เป็นขยะ หรือเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม อย่างนี้ไม่ได้ 

หนึ่งในองค์ความรู้ แห่งการรู้ตื่นด้านการเกษตรที่เป็นตัวอย่างให้แก่คนเมืองมาหลายยุคคหลายสมัย ได้เรียนรู้ผ่านการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และ เป็นสถานที่เผยแพร่ความรู้ด้านงานวิจัยเกษตรสถานที่นั้นคือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมี “ฟักแม้ว” เป็นผักประจำถิ่นที่ต้อนรับผู้มาเยือน รวมไปถึงผลไม้เมืองหนาวที่มีให้ชิมตลอดทั้งปี เช่น ท้อ หรือ พีช , แอปเปิ้ล และสาลี่ บนเนื้อที่ 138 ไร่ 

ต้นแบบของการทำเกษตรที่ “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” เพื่อให้ได้ผลผลิตตามฤดูกาลของท้องถิ่นนั้นๆใน จ.เชียงใหม่ เป็นเรื่องราวที่ประทับใจสู่รุ่นต่อรุ่นมานาน อยู่ที่ว่าคนเมืองจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาประยุกต์ใช้อย่างไร 

รวมทั้งในปัจจุบัน มีโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ทำให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าอาหารที่ได้จากการทำการทำเกษตรที่ปลอดสารพิษ และ พึ่งพาตนเองได้ ซึ่งคนเมืองก็มีโอกาสเรียนรู้การทำเกษตรผ่านโครงการนี้ได้เช่นกัน 

อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึงกับเอ่ยปากว่า “เกษตรคนเมือง” เป็นเรื่องดีมากๆ และ ตอนนี้กรุงเทพมหานครกำลังสำรวจและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ว่างเปล่าใน กทม. เพื่อนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้กับคนเมืองได้ทราบว่า ในเขตของตนนั้น มีพื้นที่ใดพอที่จะได้รับอนุญาติให้ทำเกษตรได้บ้าง ซึ่งพบว่ามีพื้นที่บางส่วนเป็นของราชการ เช่น กรมธนารักษ์ เป็นต้น 

ปิดท้ายรายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agiculture) ตอนที่ 2 และโปรดติดตามตอนต่อไป


อ้างอิง :-
วารสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนธันวาคม ปี 2544 และ หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” 
เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจก เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล 
ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิชัยพัฒนา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน’ผู้นำ’ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน’ยันต์กันโกง’

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678231

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน'ผู้นำ'ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน'ยันต์กันโกง'

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน’ผู้นำ’ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน’ยันต์กันโกง’

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.22 น.

ยกระดับใช้ Ai ปราบโกงในยุคดิจิทัล ACTชวนคนไทยสแกน “ยันต์กันโกง” เข้าถึง “แพลตฟอร์ม ACT Ai” ใช้เป็นอาวุธสู้โกง พร้อมชูบทบาท “ผู้นำ…กับการปราบโกง”ต้องเท่าทัน เป็นต้นแบบการมีส่วนร่วม ปลุกพลังนำพาประชาชนไล่จับคนโกง ปราบปีศาจคอร์รัปชันให้สิ้นอิทธิฤทธิ์ ยุติความเสียหายให้ประเทศไทย 

6 ก.ย.65 นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันผนึกกำลังร่วมกับองค์กรสมาชิกกำหนดให้ทุกวันที่ 6 กันยายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน โดยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่อต้านคอร์รัปชันต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา แม้การขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันจะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งพบว่าปัญหาเพิ่มความซับซ้อน มีการหาช่องว่าง ช่องโหว่ รวมทั้งนำเทคโนโลยีทันสมัยมาเอื้อต่อการคอร์รัปชันมากขึ้น รูปแบบการฮั้วประมูลประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่คนโกงยังหาช่องทุจริตได้ หรือการจัดซื้อจัดจ้างในท้องถิ่น ที่ยกข้ออ้างเรื่องนวัตกรรมมาเพิ่มราคากลางให้สูงขึ้น

“ทั้งนี้ เราต้องรู้เท่าทันรูปแบบการโกงด้วยการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาใช้ผ่านเครื่องมือ ACT Ai เพื่อป้องกันการโกงได้อย่างแม่นยำ อาทิ กรณีเสาไฟกินรีโซลาร์เซลล์ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นกรณีศึกษาที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบที่เข้าถึงข้อมูลภาครัฐอย่างรวดเร็ว จะช่วยยับยั้งความเสียหายจากการโกงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์ม ACT Ai ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ผ่านยันต์กันโกงทางเพจเฟสบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งจะสามารถใช้งานเครื่องมือ ACT Ai ได้อย่างหลากหลาย” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุ

นอกจากนี้ นายวิเชียร ยังย้ำถึงบทบาทของผู้นำว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบโกง เพราะผู้นำคือต้นแบบ หากได้ผู้นำที่มุ่งโกงกินจะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ดังนั้นประชาชนต้องสนับสนุนผู้นำที่โปร่งใสมุ่งประโยชน์ส่วนรวมและสนับสนุนการตรวจสอบจากภาคประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตรวจสอบการคอร์รัปชัน 

นอกจากนี้จากบทบาทของผู้นำในระดับจังหวัดและท้องถิ่นที่ร่วมเวทีเสวนา 2 ครั้งก่อนหน้านี้ จัดโดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย สถาบันพระปกเกล้า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันเปิดพื้นที่ทางความคิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำระดับท้องถิ่นได้ตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของประชาชนในการการมีส่วนร่วมเป็นพลังปราบโกงไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนแนวคิด “ผู้นำ…กับการปราบโกง” ในปีนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้ดูแลโปรเจกต์ ACT Ai ระบุถึงการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Ai) มาสนับสนุนการตรวจสอบการคอร์รัปชันว่า จากเดิมการตรวจสอบข้อมูลเอกสารราชการทำได้ยากและยังไม่ปลอดภัยต่อตัวผู้ตรวจสอบ ส่งผลให้ประชาชนหลายคนไม่กล้าแสดงบทบาทนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันและพันธมิตรได้ออกแบบแพลตฟอร์ม ACT Ai เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายและปลอดภัย เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ที่ผ่านมาใช้ตรวจสอบการทุจริตเสาไฟกินรีด้วย ACT Ai โดยประชาชนและสื่อได้รับความสำเร็จมาแล้ว ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเครื่องมือ ACT Ai จะได้รับการยอมรับจากประชาชนเพื่อใช้เป็นอาวุธ ในการปราบโกง เพราะถ้าหากเราไม่ร่วมมือช่วยกันปราบโกงแล้ว จะยิ่งทำให้ปีศาจคอร์รัปชันมีอิทธิฤทธิ์สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศเพิ่มขึ้นตามมา

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าใช้งาน ACT Ai ผ่านการกดเข้าใช้งานได้ที่ https://actai.co เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลในการตรวจสอบอย่างหลากหลาย ประกอบด้วย โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, ระบบจับโกงงบ COVID, โครงการ Build Better Lives by CoST, การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง, การตรวจสอบงบท้องถิ่น, กระดานวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายการโกง (Corruption Analysis Dashboard), การตรวจสอบการใช้งบในโรงเรียนด้วย School Governance และยังรวมถึงแพลตฟอร์มที่ระดมไอเดียใหม่ ๆ จากโครงการ ACTKathon เช่น แจ้งเบาะแสเหตุสงสัยทุจริตคอร์รัปชันผ่าน LINE OA : จับตาไม่ให้ใครโกง Corruption Watch (@corruptionwatch) และ Voice of Change เครื่องมือรับแจ้งเบาะแสการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น

สำหรับ กิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2565 จัดขึ้นในแนวคิด “ผู้นำ…กับการปราบโกง” ณ ลานเวทีใหญ่ ชั้น M สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ เป็นเวทีให้ผู้นำตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติมีโอกาสมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปราบโกงร่วมกัน ประกอบด้วย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา, นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง และนายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อีกทั้งยังถ่ายทอดสดผ่าน เพจเฟสบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้ผู้นำและประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมปลุกพลังปราบโกงไปในคราวเดียวกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678223

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

ผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อว่า @nana091399 ได้โพสต์คลิปสุดน่ารักของเจ้าตูบตัวแสบ ที่มักคาบของฝากกลับบ้านตลอด ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ หม้อ กะละมัง เสื่อ รวมทั้งปลาเป็นๆ ทำเอาชาวเน็ตที่ได้เห็นคลิปนี้ต่างยิ้มแก้มปริให้กับความน่ารัก พร้อมทั้งคอมเมนต์ว่า “มีของมาฝากทุกวันเลย” เรียกว่าเป็นคลิปที่ไม่ว่าใครได้ชมก็อารมณ์ดีจริงๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678218

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.05 น.

วันที่ 6 กันยายน 2565 ผู้ใช้ TikTok @graf19 ได้โพสต์คลิปที่ตัวเองถ่ายไว้ได้ หลังถูกชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์เข้ามาลวนลามในร้าน ในห้างชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยระบุข้อความว่า “มีใครพอจะรู้จักหรือเคยเห็นบุคคลแต่งกายคล้ายพระในคลิปนี้บ้างทักหาผมหน่อยครับ กำลังตามหาบุคคลในคลิปเนื่องจาก บุคคลในคลิปพยายามเข้ามาลวนลามผม”

โดยในคลิปจะเห็นว่า ผู้โพสต์ได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป แล้วชายแต่งกายคล้ายพระก็รีบเดินออกจากร้านไปทัน จากนั้นผู้โพสต์ได้ตามไป แล้วถามว่า เดินหนีทำไม ทำให้ชายแต่งกลายคล้ายพระเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ชมคลิป : คลิก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น ‘แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน’ (คลิป)

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678209

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น 'แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน' (คลิป)

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น ‘แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน’ (คลิป)

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.

ผู้ใช้ติ๊กต็อก vanchanamakmee ถ่ายคลิปลูกชายของตัวเอง ไปเล่นโคลนจนจมลงไป ขึ้นมาไม่ได้ ต้องไปตามพ่อมาช่วย ตามเพื่อนมาช่วยกันดึงอย่างทุลักทุเล 

ระหว่างที่หนูน้อยกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหล่มโคลนนั้น ผู้เป็นแม่ ก็ได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ตลอด จนหนูน้อยต้องพูดว่า “แม่เลิกถ่ายได้แล้วมาช่วยหนูก่อน” สร้างเสียงหัวเราะสนั่นโลกออนไลน์อย่างมาก 

แต่สุดท้ายก็ช่วยหนูน้อยขึ้นมาได้สำเร็จ ในสภาพเปรอะโคลนไปทั้งตัว ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นคลิปที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจนโด่งดังในโลกโซเชียล.-008 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7138397934038699291?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F678209

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น’เด็กอาร์ตหัวการค้า’ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678207

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น'เด็กอาร์ตหัวการค้า'ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น’เด็กอาร์ตหัวการค้า’ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.38 น.

ม.หอการค้าไทย ชูมิชชั่นปั้น #เด็กอาร์ตหัวการค้า ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ผ่านวิสัยทัศน์ “ดร.ดิสพล จันศิริ”

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ย้ำจุดยืนมหาวิทยาลัยอันดับ 1 แห่งการสร้างเด็กหัวการค้า สู่โลกผู้ประกอบการยุคใหม่ และเป็นอีกหนึ่งสถาบันในระดับอุดมศึกษาที่มีการปรับตัวและพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ และในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาหลักสูตรวิชาการ สู่คณะวิชาใหม่อย่าง คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล เพื่อขยายขีดความสามารถให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก้าวเท่าทันสถาบันอุดมศึกษายุคใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้าง #เด็กหัวการค้า ผ่านวิชาการด้านบริหารธุรกิจ แต่ยังเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่สนใจวิชาชีพด้านศิลปะ พ่วงความรู้ด้านธุรกิจ แบบฉบับ #เด็กอาร์ตหัวการค้า สอดคล้องกับยุคสมัยที่วิชาชีพมีความหลากหลาย และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

ดร.ดิสพล จันศิริ คณบดีคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง  พันธกิจและวิสัยทัศน์ต่อการขับเคลื่อนคณะฯ สู่ความเป็นเลิศด้านการสร้างบัณฑิตสู่วงการศิลปะในโลกดิจิทัลว่า คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล (Digital art and design) มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตผู้เต็มเปี่ยมด้วยองค์ความรู้ด้านศิลปะที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทักษะของทุกวิชาชีพ และมีความพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ 

เพราะฉะนั้นทางคณะฯ มีความเห็นว่า ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพด้าน Digital design จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจทางด้านศิลปะอย่างแท้จริง และต้องเป็นผู้ที่มีทักษะในการใช้ความคิดเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงสามารถผลิตงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ ตลอดจนสามารถพัฒนาเนื้อหาและเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานบนดิจิทัลแพลตฟอร์มให้มีความโดดเด่น ทันสมัย โดยเรามีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ ห้อง Lab ที่สามารถให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ฝึกฝีมือได้อย่างเต็มที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ความเป็น Practice University 

นอกจากนั้น เรายังมีบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่มีประสบการณ์ผ่านการทำงานจากสนามธุรกิจที่แท้จริง เพื่อให้นักศึกษาที่เรียนจบจากคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ของ ม.หอการค้าไทย มีความพร้อมในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งทางคณะฯ ยังมีโครงการความร่วมมือกับองค์กรภายนอกอีกมากมาย เพื่อสร้างเวทีและโอกาสในการนำเสนอผลงานจากความสามารถของผู้เรียนให้เป็นที่ประจักษ์ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการเรียนการสอน และศักยภาพของผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างเด่นชัด อย่างเช่นกิจกรรมการจัดนิทรรศการศิลปะ “รากเหง้า” ที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง ม.หอการค้าไทย ได้ร่วมมือกับศูนย์การค้า Emquatier เพื่อให้ผลงานของนักศึกษาและคณาจารย์ ได้เป็นที่รู้จักสู่สายตาผู้ชมอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก และได้รับผลตอบรับที่ดีจากทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของคณะ ซึ่งในอนาคตเรายังมีแผนความร่วมมืออีกมากมาย เพื่อขยายโอกาสในการนำเสนอผลงาน ตลอดจนร่วมพัฒนาหลักสูตรร่วมกับองค์กรภายใต้ภาคีเครือข่ายของสภาหอการค้าที่มีศักยภาพต่อไป

สำหรับคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล มีตัวอย่างรายวิชาที่น่าสนใจ ได้แก่ Graphic design, Interactive online media design, Animation อื่น ๆ อีกมากมาย โดยผู้เรียนจะมีโอกาสในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาในหลายสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ผลิตงานและนักออกแบบด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ครีเอทีฟและออกแบบสื่อ ผู้ผลิตสื่อและเนื้อหาดิจิทัล ผู้ผลิตงานด้านสื่อมัลติมีเดีย ตลอดจนผู้ประกอบการด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย โดยมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร รวมทั้งหมด  383,600 บาท

อย่างไรก็ดี ทางมหาวิทยาลัยยังมีทุนการศึกษาหลากหลายประเภททุน ยกตัวอย่าง 3 ประเภททุนที่น่าสนใจ อาทิ ทุนรัตนมงคล หรือ ทุน 100 % สำหรับเยาวชนผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม มีคะแนนเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไป ความประพฤติดี ทำกิจกรรมในระดับมัธยมฯ มาพอสมควร ทุน UTCC Gold เหมาะสำหรับผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ หรือสายอาชีพ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และ ทุน UTCC Silver สำหรับผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญหรือสายอาชีพ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 

นอกจากทุนทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นที่ใช้ผลการเรียนเป็นเกณฑ์หลักแล้ว ยังมีทุนที่เน้นพิจารณาจาก portfolio หรือความสามารถพิเศษอื่น ๆ ได้แก่ ทุนความสามารถพิเศษ, ทุนกีฬา, ทุนดนตรีไทยและนาฏศิลป์, ทุนเด็กหัวการค้า, ทุนทายาท SME, ทุนทายาทเกษตรกร, ทุนผู้นำ, ทุนคนดี โดยสามารถศึกษารายละเอียดของทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th

“ทางมหาวิทยาลัยฯ มีความเชื่อมั่นว่าเป็นอย่างยิ่งว่า คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ม.หอการค้าไทย จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่นอกจากจะผลิตบัณฑิตให้มีวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณแห่งผู้ประกอบการแล้ว เรายังจะสามารถก้าวสู่การเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบชั้นนำของประเทศ และเป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการพร้อมด้วยวิชาชีพด้านการศิลปะและด้านออกแบบเพื่อ สร้างบุคลากรที่มีความสามารถ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านทักษะในเชิงศิลปกรรมภายใต้เทคโนโลยีดิจิทัลต่อไปในโลกอนาคต”ดร.ดิสพล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ LINE Official : @utcccare  เว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/admission หรือติดต่อ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ อาคารสัญลักษณ์ (อาคาร 24) ชั้น 2 โทร 02-6976767 เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00  น. 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตลุ้นระทึก! วินาทีไฟลุกไหม้กลางไลฟ์สดขายของ หลังลุงหลับรอคนซื้อ (คลิป)

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678199

ชาวเน็ตลุ้นระทึก! วินาทีไฟลุกไหม้กลางไลฟ์สดขายของ หลังลุงหลับรอคนซื้อ (คลิป)

ชาวเน็ตลุ้นระทึก! วินาทีไฟลุกไหม้กลางไลฟ์สดขายของ หลังลุงหลับรอคนซื้อ (คลิป)

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.25 น.

วันที่ 6 กันยายน 2565 ผู้ใช้ติ๊กต็อก Tiktok nt.nut5803150 ได้เผยคลิปไลฟ์สดของคุณลุงท่านหนึ่ง ที่กำลังขายของ แต่เจ้าตัวได้หลับคาไลฟ์สด รอลูกค้ามา CF ของ แต่จู่ ๆ เทียนที่จุดไว้ก็ละลายแล้วเกิดเป็นต้นเพลิงค่อย ๆ ลุกลามไหม้ขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาดูไลฟ์สด ต่างพากันคอมเมนต์ปลุกให้ลุงตื่นขึ้นมาดับไฟ

แต่ทว่าลุงไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย ชาวเน็ตได้แต่พิมพ์คอมเมนต์แบบตะโกนให้ลุงตื่นขึ้นมาให้ทันทีเถอะ จนไฟกำลังจะโหมไหม้หนัก จากนั้น ลุงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา แบบงง ๆ แล้วรีบดับไฟทันที

https://www.tiktok.com/embed/v2/7139392425277050138?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F678199

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สูตรเด็ดต้องลอง!! ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่น ข้าวยำปักใต้ครบเครื่อง

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678189

สูตรเด็ดต้องลอง!! ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่น ข้าวยำปักใต้ครบเครื่อง

สูตรเด็ดต้องลอง!! ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่น ข้าวยำปักใต้ครบเครื่อง

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.01 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปชิมอาหารแนวปักใต้ ที่ร้านครัวดาหลา อาหารใต้ ของ น.ส.รุสนี ไชยวัง หรือ พี่ต้า  อายุ 42 ปี เป็นภรรยา พ.อ.วีรพงศ์ ไชยวัง อายุ 48 ปี รอง ผอ.กองข่าว กองทัพภาคที่ 3  มาอยู่ จ.พิษณุโลก โดยอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 33/22  หมู่บ้านโฮมแลนด์ ซอย 4 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ด้วยความที่อยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร จึงอยากทำอาชีพที่อยู่ดูแลบ้านได้แล้วมีรายได้เป็นของตนเองด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว  ประกอบกับตลอดเวลา ที่บ้านมีเพื่อนๆมาจัดปาร์ตี้บ่อย ทุกครั้งก็จะทำอาหารภาคใต้ รองรับเพื่อนสามีบ่อยครั้ง หลายคนชื่นชอบบอกว่าทุกเมนูอาหารที่ทำอร่อยมาก  จึงปรึกษาสามี แล้วลงตัวที่การเปิดทำอาหารขาย โดยใช้เวลาว่างช่วงหลังจากส่งลูกไปโรงเรียนและสามีไปทำงานแล้ว เฉพาะในช่วงวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.00 – 15.00 น. ทำอาหารขาย โดยครั้งแรกเริ่มต้นจากการเปิดเพจครัวดาหลา อาหารใต้  รับออร์เดอร์ ทางออนไลน์ มีไรเดอร์มารับอาหารที่บ้านไปส่งลูกค้า  ทำได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนเริ่มเปิดบ้านให้ลูกค้ามารับประทานอาหารที่บ้าน  มีโต๊ะเก้าอี้รองรับลูกค้าได้ครั้งละประมาณ 20 คน

น.ส.รุสนี ไชยวัง เจ้าของร้าน ครัวดาหลา อาหารใต้ กล่าวว่า เป็นคน จ.ปัตตานี ครอบครัวมีอาชีพประมง ส่วนการทำอาหารเรียนรู้จากคุณยายที่เปิดร้านอาหารเล็กๆ ขายขนมจีน ข้าวยำปักษ์ใต้ อยู่แล้ว จึงได้สูตรการทำอาหารจากคุณยายมาหลายสูตร การเปิดครัวดาหลา อาหารใต้ ตนได้ชูแนวการทำอาหารเป็นเมนูอาหารใต้ เน้นเป็นอาหารจานเดียว โดยเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนที่มาร้านเราต้องทานให้ได้ คือ ขนมจีนน้ำยาปู นับเป็นเมนูที่ทุกร้านใน จ.พิษณุโลกไม่มีใครเทียบได้ เพราะสูตรของที่ร้านจะใช้กะทิคั้นสด ใช้มะพร้าวจากสุราษฎร์ธานี กะทิมันเข้มข้น ใส่เครื่องเทศสูตรคนใต้ ใส่ตะไคร้ ขมิ้น เคี้ยว ปรุงรสตามสูตรจนได้น้ำยาเข้มข้น ส่วนปูนึ่งใช้เป็นปูทะเลส่วนก้ามชิ้นใหญ่ ที่ทางบ้านคัดจะส่งมาให้อาทิตย์ละ 20 กิโลกรัม ซึ่งหากซื้อตามท้องตลาดก้ามเนื้อปูแบบนี้ กิโลกรัมละ 1,100  บาทเลยทีเดียว ทำให้น้ำยาปูของร้านมีเนื้อปูแน่นสดใหม่ ให้เนื้อปูเยอะอิ่มแบบจุใจจริง  

ส่วนซิกเนเจอร์ ที่ห้ามพลาดอีกอย่าง คือ เมนูข้าวยำปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นอาหารที่มีเครื่องสมุนไพรแน่นๆ กับผักหลากหลายชนิด อาทิ มะพร้าวขูดคั่ว ดอกดาหลา ถั่วฝักยาว ถั่วงอก แครอท แตงกวา มะม่วงเปรี้ยว มะนาว ใบมะกรูด พริกไทยดำตำป่น   โรยด้วยเนื้อปลาทูป่น ไข่ยางมะตูม  ราดด้วยน้ำบูดูที่มีรสออกเค็มหวาน   ซึ่งใช้น้ำบูดูเคี้ยวเองกับขิง ตะไคร้ และสมุนไพร น้ำตาลแว่นจนรสกลมกล่อม เวลารับประทานนำข้าและจัดเรียงเครื่องสมุนไพร ผัก ปลาทูป่น มะพร้าวคั่ว พริกส้ม และน้ำบูดู คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน เป็นอาหารที่มีประโยชน์สามารถช่วยลดน้ำหนัก จากเครื่องสมุนไพรแน่นๆ

นอกจากนี้  ยังมีเมนูอาหารใต้ อย่างเช่นข้าวหมกไก่ ข้าวหมกเนื้อ ข้าวคลุกกะปิ ให้ลูกค้าได้เลือกชิม ส่วนราคาอยู่ที่ จานละ 50 บาท ขนมจีนน้ำยาปู จานละ 80 บาทเสิร์ฟพร้อมผักจานโตๆ  ส่วนเมนูขนมหวานก็มี กล้วยบวชชี ถ้วยละ 20 บาท  กับข้าวเหนียวมูนน้ำกะทิทุเรียน ถ้วยละ 40 บาท  รสชาดหวาน มัน หอม อร่อยกลมกล่อมปิดท้ายมื้ออาหาร  หรือจะชิมเป็นชาชัก หวานหอม ชื่นใจอย่างดี ราคาเพียงแก้วละ 25  บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี ข้าวเกรียบปลาทูขายส่งกิโลกรัมละ  100 บาทด้วย

สำหรับลูกค้าที่สนใจอยากไปชิมที่ร้านครัวดาหลา อาหารใต้ สามารถเดินทางไปที่ร้าน โดยออกจากเมืองพิษณุโลกมุ่งหน้าไปทาง อ.วังทอง เมื่อถึงยูเทิร์นหมู่บ้านชินลาภให้เลี้ยวย้อนกลับเข้าเมือง สังเกตซ้ายมือปากซอยมีร้านแมคยางโคกช้าง  เลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านโฮมแลนด์ประมาณ  อยู่หน้า 200 เมตร โฮแลนด์ ซอย  4 เลี้ยวซ้าย จนสุดซอยจะเจอร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ หรือโทร 0821965546 หรือติดต่อทางเพจ ครัวดาหลา อาหารใต้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมจัดยิ่งใหญ่ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง-ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678182

เตรียมจัดยิ่งใหญ่ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง-ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู

เตรียมจัดยิ่งใหญ่ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง-ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.34 น.

จังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับหลายหน่วยงาน เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งอย่างยิ่งใหญ่ 9-11 ก.ย.นี้ ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย “กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน” นางรำ ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 2,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย “น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ”  พร้อมชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองใน “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง”

วันที่ 6 ก.ย.65 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 9-11 ก.ย.นี้ทางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้ ย้ายมาจัดในช่วงเดือน ก.ย. จากเดิมจัดในช่วงเดือน เม.ย. โดยจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา 

โดยภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงมากหมาย ทั้งพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย “กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน” ดารานักแสดงชื่อดัง และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวงประกอบด้วย เทพพาหนะทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ 

“รวมทั้งชมการแสดง แสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง และชมขบวนแห่สักการะ น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ”จากนางรำ ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 2,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย อย่างงดงามอลังการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความตื่นตาและประทับใจแก่ผู้ร่วมชมงานอย่างแน่นอน” นายธัชกร กล่าว 

นายธัชกร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังเปิด “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้ง ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้ให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิม พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านตลอดงาน

นายธัชกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้ชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง บนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ในช่วงวันที่ 8-10 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 ถึงเวลา 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก 1 ปี จะมีให้ชมเพียง 4 ครั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ ในแต่ละปี จะมีปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง 2 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม และระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม และดวงอาทิตย์จะขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 3-5 เมษายน และวันที่ 8-10 กันยายนของทุกปี 

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง และเฝ้ารอชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์และรับพลังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่าน 15 ช่องประตู เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองในวันเวลาดังกล่าว 

สำหรับปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศิลปกรรมขอมแห่งเดียวในโลกที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมการก่อสร้างปราสาทให้แสงอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตูผ่านศิวะลึงค์ที่เปรียบเสมือนองค์พระศิวะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปรางค์ประธานของปราสาทพนมรุ้ง เปรียบเสมือนเขาไกรลาส บนสรวงสวรรค์ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาอีกแล้ว!หนุ่มใหญ่หอบโฉนดที่ดิน 7 ไร่ค้ำประกันซื้อนกปรอดหัวจุกตาแดงราคา 6 แสน

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678174

ฮือฮาอีกแล้ว!หนุ่มใหญ่หอบโฉนดที่ดิน 7 ไร่ค้ำประกันซื้อนกปรอดหัวจุกตาแดงราคา 6 แสน

ฮือฮาอีกแล้ว!หนุ่มใหญ่หอบโฉนดที่ดิน 7 ไร่ค้ำประกันซื้อนกปรอดหัวจุกตาแดงราคา 6 แสน

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.13 น.

หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจร้านกาแฟเมืองราชบุรี นำโฉนดที่ดิน 7 ไร่ราคาประเมินกว่าล้านบาท มาค้ำประกันซื้อนกปรอดหัวจุกตาแดงราคา 6 แสนบาท   

วันนี้ (6 ก.ย.65) ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ พาไปดูธุรกิจการเลี้ยงนกปรอทหัวจุกที่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงคลี่คลายจากสถานการณ์โควิดกันแล้ว เริ่มมีการหันมองหาอาชีพเสริมเพิ่มเติมรายได้เข้ามาเลี้ยงครอบครัว ช่องทางไหนว่าดีดูแล้วอนาคตสดใสก็ทดลองทำกัน เช่น การเลี้ยงนกปรอทหัวจุก หรือนกปรอทหัวโขน ที่มีการเลี้ยงกันมานานพอสมควรกับผู้ที่ชื่นชอบรักสัตว์ประเภทนี้สามารถนำเข้าแข่งขันเสียงร้องตามสนามต่าง ๆ ที่จัดประกวดกันทุกปี ส่งผลทำให้ราคาของนกปรอทหัวจุกขยับตัวสูงมีราคาแพงตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท เป็นที่สนใจกับมือสมัครเล่นเริ่มนิยมหันมาเลี้ยงเพื่อจำหน่ายกันมากขึ้น

อย่างที่บ้านของนายธนกร เพ็งนาเรนทร์ อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ 13 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เลี้ยงนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดง ซึ่งมีลักษณะลำตัวสีขาว ขอบใต้ตาและในตาเป็นสีแดง เป็นนกปรอทอีกสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมจากวงการนกทั่วประเทศให้ความสนใจหันมาเลี้ยง แต่ด้วยราคาของนกสายพันธุ์นี้ค่อนข้างมีราคาแพง ถึงตัวละหลักแสนบาท จึงยังทำให้ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายมากนักเหมือนกับนกปรอทหัวโขนทั่วไปที่จะมีราคาถูกลงกว่า

จากความนิยมและราคาที่แพงของนกทำให้นายเทิดธัญ เจริญรัตน์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/3 หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ได้นำโฉนดที่ดิน 7 ไร่เป็นที่นามาค้ำประกันนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดงจำนวน 1 คู่เป็นตัวผู้และตัวเมียในราคา 600,000 บาท (หกแสนบาท) เพื่อนำไปเลี้ยงต่อยอดธุรกิจของครอบครัวหวังรวยช่วงหลังโควิดคลี่คลาย เสริมรายได้ครอบครัวอีกทาง 

นายธนกร เพ็งนาเรนทร์ เจ้าของนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดง เปิดเผยว่า นกชนิดนี้ในประเทศไทยังมีน้อย และมีน้อยในตลาดมาก ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง จริง ๆ แล้วนกตัวนี้มีมานานแล้วในประเทศ แต่มีคนเลี้ยงน้อยมาก ตนเองได้พัฒนาการเลี้ยงมาเรื่อย ๆ และรู้จักฟาร์มที่เลี้ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็เอามาเลี้ยงต่อจนได้นกที่สมบูรณ์แล้วมีความเจริญพันธุ์ดี จึงต่อยอดเลี้ยงเรื่อยมาที่หลายคนชื่นชอบ ทำให้ราคาจะอยู่ประมาณนี้ และไม่ได้แพงสุดในประเทศ แต่ยังมีนกอีกบางชนิดที่ราคาแพงกว่าแต่เป็นนกกรงหัวจุกอีกชนิดหนึ่ง เท่าที่รู้มาพ่อแม่คู่ละ 2 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งจะเป็นคนละชนิดกัน ส่วนตัวนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดงนี้ถือเป็นราคาปานกลาง 

โดยนกคู่นี้ตั้งไว้คู่ละ 6 แสนบาทตกตัวละ 3 แสนบาท ประกาศในเฟซบุ๊กว่าถ้าใครมีที่ดินในราชบุรีหรือ รถยนต์ สามารถนำมาแลกกับนกของตนเองได้ ส่วนคุณเทิดธัญ เจ้าของที่ดิน รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ทราบว่าตนเองเคยทำได้ ก็เลยอยากลองเลี้ยงนกดูบ้าง ส่วนที่ดินที่เอามาแลกนั้นทราบว่ามีราคาหลักล้านบาท ซึ่งมากกว่าราคานก จึงคิดว่าให้นำโฉนดดินที่นำมาวันนี้มาค้ำประกันจำนองไว้ก่อน เพื่อเอานกไปเลี้ยงให้ระยะเวลา 1 ปีก็จะได้ผลผลิตเป็นลูกนกออกมาขายได้กำไร แล้วค่อยนำเงินมาไถ่โฉนดที่ดินคืนไป แต่ถ้าครบ 1 ปี ยังไม่มาไถ่ออกไป ก็จะตกเป็นของตนเองหรือถ้าวันสะดวกจะนำที่ดินไปขายก่อนแล้วนำเงินมาให้ก็ได้อีกเช่นกัน ปลอดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษเพราะในฐานะคนรู้จักกันมานาน  ถ้าเป็นคนอื่นนำมาแลกจะขาดจากกันไปเลย เพราะไม่อยากมารับผิดชอบตอนหลัง 

นายเทิดธัญ เจริญรัตน์ เจ้าของที่ดิน เปิดเผยว่า มองว่าเลี้ยงนกนี้จะมีช่องทางมีอนาคตและก็ชื่นชอบ น่าจะทำรายได้ ซื้อไปก็หวังผลว่าจะช่วยสร้างอนาคตให้เราได้ ปีหนึ่งออกลูกหลักสิบตัว หลังจากที่ได้ศึกษามาระดับหนึ่งแล้ว เรียกว่ามีพี่เลี้ยงดีอยู่แล้วจึงไม่น่ากลัว ส่วนที่บ้านทำธุรกิจร้านกาแฟ เลี้ยงกล้วยด่างและบอนด่างอยู่ด้วย คิดว่าหากเราเลี้ยงนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดงไปเรื่อยๆ น่าจะคุ้มทุนที่ลงไป เพราะนกตัวหนึ่งมีราคาหลักแสนบาท หากซื้อไปเลี้ยงก็น่าจะทำรายได้ให้แน่นอน เพราะในประเทศมีเลี้ยงกันไม่กี่คน

สำหรับการเลี้ยงนกก็จะมุงหลังคาจัดเป็นกรงเป็นแถวยาว มีต้นไม้อยู่ด้านในให้นกได้บินเกาะเล่น มีน้ำ อาหาร รังไว้พร้อม ที่เลี้ยงมีทั้งนกปรอทหัวจุก หรือปรอทหัวโขน ลักษณะบริเวณขอบตาจะมีสีดำราคาไม่ค่อยแพงนัก ส่วนนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดง สีขาวทั้งตัว ลักษณะในตา ขอบใต้ตา สีแดงซึ่งมีราคาแพงถึงตัวละ 2 – 3 แสนบาท ผู้สนใจโทรสอบถามได้ที่ นายธนกร เพ็งนาเรนทร์ เจ้าของนกปรอทหัวจุกสำลีตาแดง  084 – 7525074 

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,941,187 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่

Recent Posts

  • เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ
  • สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ
  • ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน
  • “เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา
  • “ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d