Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676201

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.10 น.

ฮือฮา!‘หน่อไม้พญานาค’ คอหวยไม่พลาดจุดธูปเห็น‘เลขเด็ด’ลุ้นโชคใหญ่

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2565 จากชาวบ้านที่บ้านเหล่าอุดม ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่า พบหน่อไม้ประหลาดคล้ายเศียรพญานาค มีชาวบ้านแห่ไปดูและขอเลขเด็ด จึงเดินทางไปพิสูจน์ พบว่า ที่บริเวณกอไผ่เลี้ยงด้านหลังบ้านของบ้านเลขที่ 339 หมู่ 9 บ้านเหล่าอุดม ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านของ น.ส.บุปผา อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน พบชาวบ้านแห่มาดูหน่อไม้ประหลาดคล้ายเศียรพญานาค และพากันนำธูปเทียนและน้ำแดงมาถวาย ตามความเชื่อของชาวบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเชื่อว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นดินแดนพญานาคแน่นอน เพราะเคยเจอต้นไม้ประหลาดมีเศียรคล้ายพญานาคมาแล้วหลายที่ และชาวบ้านก็มีโชคมาแล้ว

น.ส.บุปฝา เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเจอหน่อไม้เศียรพญานาค เมื่อวันพุธที่ 17 ส.ค.65 ตนเองชวนสามีไปดูต้นอินทผลัมเศียรพญานาคที่ทุ่งนาของเพื่อนบ้าน จึงถือน้ำแดงธูปเทียนและพวงมาลัยไป แต่ค่ำแล้วเจ้าของไม่ให้เข้าไป จึงบอกปู่ว่าคงไม่ได้มาอีกแล้ว แต่ขอให้ปู่นิมิตเข้าฝัน จากนั้นเอาธูปเทียนและพวงมาลัยวางไว้ที่เสาไม้รั้วของสวนยางพารา ก่อนที่จะออกมามีสุนัขที่สวนของเจ้าของบ้านคาบธูปเทียนมาให้หมดเลยตนเองก็เก็บมาด้วย 

ต่อมาเช้าวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.65 มีชาวบ้านที่ขับรถผ่านเห็นหน่อไม้ประหลาดที่อยู่ในกอไผ่เลี้ยงข้างบ้านตนเองอยู่ตรงนี้ จึงมาดูก็ตกใจคิดว่าปู่มาอยู่ด้วยแล้ว ก็ถ่ายรูปไว้ ตอนแรกเห็นเป็นสีแดงสวยงามมาก ตนมีความเชื่อเรื่องพญานาคอยู่แล้ว เชื่อและศรัทธาปู่ศรีสุทโธ และฝันว่าท่านเป็นพญานาคมีชื่อด้วย ชื่อว่าปู่ศรีสัญโธนาคราช เป็นรุ่นพี่ปู่ศรีสุทโธ มาจาก จ.นครพนม ท่านมาตามหาลูกหลานที่ดินแดนคำชะโนดแห่งนี้  หลังจากมีหน่อไม้คล้ายเศียรพญานาคเกิดขึ้นที่กอไผ่สามีเคยเจองูจงอางใหญ่ในที่ตรงนี้ด้วย 

ขณะที่คอหวยไม่พลาดนำธูปเทียนจุดถวายปู่ศรีสัญโธนาคราช และจุดธูปมงคลลุ้นเลขเด็ดทั้งนั่งลุ้นยืนลุ้น ปรากฏว่าเลขธูปมงคลชาวบ้านและคอหวยเห็นแล้วถึงกับอึ้ง เพราะเลขที่โผล่คือ 336 เมื่อเทียบกับบ้านเลขที่ของเจ้าของบ้านคือ 339 เลข 6 และ 9 ตัวเดียวกันชาวบ้านเชื่อย่างนั้น คอหวยไม่พลาดลุ้นโชคใหญ่งวด 1 ก.ย.65 มาแน่งวดนี้ 6 และ 9

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676166

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง  สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : ‘กอ.รมน.’ จับมือ ‘วช.’ ชูชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนชุมชนต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนสังคมเป็นเรื่องที่หลายประเทศทั่วโลกส่งเสริมให้เป็น ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนา ด้วยความสําคัญของชุมชนท้องถิ่นในฐานะเป็นหน่วยของ การจัดระเบียบสังคม (Community as a Social System Unit) และการเป็นรากฐานที่สําคัญ ของประชาสังคม (Civil Society) ความเข้มแข็งของชุมชนจึงเป็นกลไกที่สําคัญอย่างยิ่งบนฐานความเข้มแข็งของชุมชนขนาดเล็กหลายชุมชนรวมกันจะสามารถฟื้นฟูสังคมในภาพรวมให้ดีขึ้นผ่านการพึ่งพาตนเองของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับนิเวศวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น

โดยที่การพัฒนาจะต้องมุ่งตอบโจทย์หรือคําถามที่ชุมชนต้องการ ช่วยหาทางออกในการแก้ปัญหา และที่สําคัญคือสร้างโอกาสให้ชุมชนทบทวนศักยภาพหรือทุนเดิมที่เป็นองค์ความรู้ที่อยู่คู่กับชุมชน นําไปผสมผสานกับความรู้ใหม่ในการแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนา บนหลักการที่ว่า ชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้ความรู้นั้นๆ ผ่านกระบวนการกลุ่มบนฐานความจริงในปัจจุบัน มากกว่าการพึ่งพาความรู้จากภายนอกเพียงอย่างเดียว

สําหรับประเทศไทย การพัฒนาองค์ความรู้ในชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมามุ่งเน้นการผลักดันนโยบายการพัฒนาในลักษณะของ Top – Down จากภาครัฐ และการถอด องค์ความรู้การพัฒนาระบบเกษตรกรรมเพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ ตลอดจนการยกระดับให้เป็นชุดความรู้และเผยแพร่สู่สังคม มากกว่าการทําวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นเชิงประจักษ์เพื่อมุ่งต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่นหรือชุมชนได้จริง ส่งผลให้การพัฒนาชุมชนที่ได้ดําเนินการมาเป็นระยะเวลายาวนานของประเทศไทย กลับไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาในชุมชนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ภาพของชุมชนที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นเพียงผู้ที่รอรับความช่วยเหลือไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทย แต่กลับพบว่ายิ่งช่วยเหลือหรือยิ่งพัฒนา ชุมชนกลับยิ่งอ่อนแอ และต้องพึ่งพารัฐมากขึ้น

จากข้อมูลดังกล่าวภาครัฐจึงจําเป็นต้องทบทวนบทบาทการ พัฒนาชุมชนท้องถิ่นจากผู้สั่งการมาเป็นผู้สนับสนุนการค้นหาศักยภาพและการพัฒนา โดยให้ความสําคัญกับภูมิปัญญาของชุมชน สอดคล้องกับการศึกษาเรื่องชุมชนเข้มแข็งในทัศนะของชาวชุมชน กรณีศึกษาบ้านปลายคลองบางโพธิ์เหนือ หมู่ที่ 3 ตําบลบางโพธิ์เหนือ อําเภอสามโคกจังหวัดปทุมธานี ที่เสนอว่า การสร้างชุมชนเข้มแข็งควรมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนมาสร้างประโยชน์ในทุกมิติ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนตามหลักการพึ่งพาตนเอง

ด้วยความสําคัญของการวิจัยเพื่อชุมชนสังคม ผนวกกับการที่การพัฒนาชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของงานในความรับผิดชอบกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วยเหตุผลว่าความเข้มแข็งของชุมชนเป็นประเด็นความมั่นคงที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ในภาพรวม นํามาสู่การจัดทําบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ระหว่าง กอ.รมน. และ สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการนําองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ วช. ไปถ่ายทอดสู่ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจําตําบลของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ที่ กอ.รมน. ให้การสนับสนุนอยู่เดิม เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนมีความกินดีอยู่ดี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ในทุกมิติ จากความต้องการของชุมชน

และคาดหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมโดยการสนับสนุนของภาครัฐ จะทําให้ชุมชนสามารถยกระดับศักยภาพความเข้มแข็ง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน มีความกินดีอยู่ดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา กอ.รมน. ร่วมกับ วช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมในการบูรณาการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาชุมชนสังคมในพื้นที่ของ กอ.รมน.อันเป็นฐานรากของการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  ณ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการอำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ พร้อมทั้งดำเนินการเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนัก ในหน้าที่ที่จะเทิดทูน พิทักษ์และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยการน้อมนำแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักในการดำเนินงานโดยมีกลไกโครงสร้างของส่วนบริหาร ส่วนอำนวยการส่วนประสานงานและส่วนปฏิบัติงานในพื้นที่ สร้างพลังสังคม พลังชุมชน นวัตกรรมชุมชน นวัตกรรมสังคมเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่ข้างหน้าด้วยความมั่นคง สังคมไทยมีความสงบสุข ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งหวังเป็นกลไกหนึ่งในการร่วมปฏิบัติพัฒนานำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาประเทศ ตามเจตจำนงของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก สร้างพลังสังคม พลังชุมชน นวัตกรรมชุมชน นวัตกรรมสังคมเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยเห็นความสำคัญของการร่วมมือกับ กอ.รมน.หน่วยงานภาคความมั่นคงที่ร่วมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางสังคม ความมั่นคงแบบพิเศษ ความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหารรวมถึงความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในระยะแรก

นับเป็นความร่วมมืออันดีในการส่งต่อองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่พื้นที่ชุมชน สู่ศูนย์เรียนรู้ ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง นำองค์ความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่ของ กอ.รมน. ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งบนฐานความรู้ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม และการก้าวเข้าสู่การดำเนินงานระยะที่ 2 ของความร่วมมือนี้ วช. และภาคส่วนวิจัย พร้อมร่วมดำเนินการกับ กอ.รมน. ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนากระบวนการผลผลิต การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสังคม การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงานให้แก่ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ของ กอ.รมน. ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีความยั่งยืน อันนับเป็นการส่งเสริมการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนและชุมชนฐานรากของประเทศได้อย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2562 ซึ่งจะครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 27สิงหาคม 2565 ที่จะถึงนี้ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต้นแบบเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย จนสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบรางวัลให้กับชุมชนต้นแบบที่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน จำนวน 7 ชุมชน รางวัลชุมชนดีเด่น ได้แก่ พาราโบลาโดม จากวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรเกษตรอินทรีย์บ้านดงบัง, นวัตกรรมเครื่องผ่าไม้และจักตอกแบบเลาะข้อ จากชุมชนบ้านทุ่งนาค จ.สุรินทร์, เครื่องอบแห้งอินฟราเรดเทคโนโลยีการผลิตข้าวฮางงอก จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนบ้านไผ่เขียว จ.อุตรดิตถ์ และ นวัตกรรมระบบผลิตผักและปุ๋ยหมัก จากชุมชนบ้านโหนดหมู่ จ.พัทลุง ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืนบ้านบางแตน จ.ปราจีนบุรี, ระบบการผลิตผักและข้าวโพดฝักสด จากกลุ่มเกษตรกรสมาชิกศูนย์ส่งเสริมการเกษตรครบวงจรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จ.สระแก้ว และเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จากชุมชนบ้านวังช้าง จ.ชุมพร

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องตามพันธกิจของ กอ.รมน. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ด้วยการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนสร้างเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และ
ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นให้ดีขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676167

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้  สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

รายงานพิเศษ : ก้าวข้ามความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ สร้างพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปถึงปลายด้ามขวาน ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของชาติ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

นายนิพนธ์ บุญญามณี ขุนพลคนสำคัญรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงวันก่อน ว่า ประชาธิปัตย์พร้อมที่จะประกาศผลักดันจังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด โดยตั้งใจจะให้ทุกจังหวัดของชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อการบริโภคในพื้นที่บริโภคภายในประเทศ และเป็นครัวของโลก โดยเฉพาะประชากรมุสลิมกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในหลายพื้นที่พบว่า ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ผลผลิตที่สอดคล้องความต้องการของตลาด อย่างหลากหลาย รวมทั้งด้านปศุสัตว์ พร้อมทั้งการจะพลิกนาร้างให้เป็นนาข้าว ร่วมสามแสนไร่ให้เป็นนาข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะจัดระบบชลประทานให้เข้าไปถึงที่นาแห่งนี้ และสร้างผลตอบแทนทางการเกษตรที่เรียกว่านาข้าวเลี้ยงคนในพื้นที่ได้

นอกจากนั้นพื้นที่ที่เป็นประมงพื้นบ้าน หรือประมงชายฝั่งในลุ่มน้ำต่างๆ จะมีการส่งเสริมด้านการเพาะเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นปลากะพง ปลากุเลา หรือปลาสายพันธุ์ต่างๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงได้พัฒนาสายพันธุ์ในหลายชนิด ซึ่งเราสามารถเพาะเลี้ยงเป็นพาณิชย์ได้ สิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องชาวประมง รวมถึงปูม้า ปูทะเลและปูดำ เป็นต้น พร้อมกับให้มีการอนุรักษ์ประมงชายฝั่ง

นอกจากนั้นเรายังมีพื้นที่สวนโดยส่งเสริมให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ไม้ผล จนเป็นที่ยอมรับของทั้งประเทศ อาทิ ทุเรียน ลองกอง มังคุด จำปาดะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะบอกว่าเราจะนำพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่พื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร เลี้ยงคนในประเทศไทย ตลอดจนสามารถเลี้ยงคนได้ทั่วโลกต่อไปในอนาคต ที่ต้องส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำคือการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลและพัฒนาในด้านต่างๆ ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลผลิตเพื่อการยังชีพ และแปรรูปเพื่อสนับสนุนการบริโภคทั้งในพื้นที่และในประเทศได้อย่างเพียงพอรวมทั้งจะสามารถเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญให้กับหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมุสลิมที่จะเชื่อมั่นต่ออาหารที่ผลิตจากแหล่งผลิตที่ผู้ประกอบการเป็นมุสลิม หรืออาหารที่ฮาลาล ซึ่งปัจจุบันผลผลิต ทั้งเพื่อการบริโภคและการส่งออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนมีมูลค่านับแสนล้านบาท และยังสามารถสร้างการเติบโตทั้งด้านการผลิต และการส่งออกได้อีกเป็นจำนวนมาก

“ได้หารือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทั้งสองท่านต่างเห็นตรงกัน พร้อมให้การสนับสนุนและเสริมทั้งด้านการผลิตและการตลาด ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมผลักดันในทุกช่องทางเพื่อให้นโยบายนี้ประสบความสำเร็จเพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ก้าวข้ามความขัดแย้งเปลี่ยนพื้นที่ความไม่สงบเป็นพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศไทย” นายนิพนธ์ กล่าวให้ความเชื่อมั่น

ยุทธศาสตร์นี้ กำลังจะเป็นความจริง เมื่อ นายนิพนธ์บุญญามณี ในฐานะรมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมปรึกษาหารือการจัดทำข้อมูลเตรียมผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่ง ศอ.บต. เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการดูแลพื้นที่เพื่อการพัฒนาและสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวันนี้จะเป็นการหารือ เพื่อจัดทำข้อมูล และเตรียมการในเรื่องยุทธศาสตร์ และผลักดันพื้นที่ฯให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารต่อไป

ล่าสุด นายนิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้า การขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-ด่านบูกิตกายูฮีตัมของมาเลเซีย

โดยจังหวัดสงขลาได้เสนอโครงการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-
ด่านบูกิตกายูฮีตัม ของประเทศมาเลเซีย มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ วงเงินงบประมาณ 251,966,800 บาท

งานนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเปิดไฟเขียวหมดแล้ว เหลือเพียงนำเข้าครม.อนุมัติ

นี่แหละศักยภาพของชายแดนใต้ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676146

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

อุบัตเหตุ‘บันไดเลื่อน’จากความแออัด

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นเวลา 130 ปีแล้วนับจากปี 2435 ที่ เจสซี วิลฟอร์ด เรโน (Jesse Wilford Reno) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้จดสิทธิบัตรสิ่งที่ต่อมาจะถูกเรียกว่า “บันไดเลื่อน (Escalator)” และเริ่มก่อสร้างให้ใช้งานกันในปี 2439 ณ บริเวณด้านข้างของท่าเรือโอลด์ ไอรอน (Old Iron) ย่านโคนีย์ ไอส์แลนด์ (Coney Island)เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่ง กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Records) ได้รับรองให้สิ่งประดิษฐ์ของ เรโน เป็นบันไดเลื่อนที่ใช้งานได้จริงแห่งแรกของโลก แม้จะมีนักประดิษฐ์หลายคนจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์แนวเดียวกันไว้ก่อนหน้าก็ตาม

สำหรับประเทศไทย คนไทยได้สัมผัสบันไดเลื่อนกันเป็นครั้งแรกในปี 2507 ในการเปิดตัว “ห้างไทยไดมารู” ซึ่งห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังเป็นห้างแห่งแรกที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศด้วย ก่อนที่บันไดเลื่อนจะกลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกคู่ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และระบบสาธารณูปโภคอย่าง “สถานีรถไฟฟ้า” ที่เพิ่งจะมีข่าวเกิดอุบัติเหตุไปเมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง อุบัติเหตุบันไดเลื่อนที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นเกิดฝนตก ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีการจัดงานคอนเสิร์ต ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลบฝน แย่งกันขึ้นบันไดเลื่อนจนออกันหนาแน่นด้านบนของบันไดเลื่อนตรงชานชาลา ไม่มีการเคลื่อนตัว แต่บันไดเลื่อนยังคงทำงานอยู่ ดันคนจากข้างล่างขึ้นไปอีกจนทำให้มีคนเสียหลัก ล้มจากด้านบนเป็นโดมิโน่ทับกันลงมาได้รับบาดเจ็บนับสิบราย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์สุพรรณแสดงความเป็นห่วงบันไดเลื่อนอีกกว่า 40,000 เครื่อง ที่ใช้งานอยู่ทั่วประเทศไทย ซึ่งบันไดเลื่อนสมัยใหม่ในไทยจะมีระบบเพื่อความปลอดภัยตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ พ.ศ.2565 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งพัฒนามาจากมาตรฐานยุโรป EN 115-1:2017 Safety of Escalators and Moving Walks

โดยจะมีเซ็นเซอร์ (Sensor) อยู่ 15 ตำแหน่ง และปุ่มกดหยุดด้วยมือฉุกเฉินอยู่ แต่สำหรับบันไดเลื่อนสาธารณะที่ใช้ขนส่งมวลชนที่สถานีรถไฟฟ้า BTS นั้น ควรจะมีระบบความปลอดภัยที่มากกว่าบันไดเลื่อนที่ใช้งานในสถานที่ทั่วไป เช่นตามโรงแรม เนื่องจากในแต่ละวัน มีผู้ใช้รถไฟฟ้าทั้งระบบประมาณ 800,000-900,000 คน ชั่วโมงบริการยาวนานและมีความแออัดมากกว่า

“ทาง BTS ควรมีเจ้าหน้าที่ของสถานีคอยสังเกต ในช่วงที่มีคนใช้บริการจำนวนมากเกินความปลอดภัย ต้องมีการจัดการกั้นไม่ให้คนขึ้นมาเพิ่มจากด้านล่าง และจัดคิวให้คนทยอยขึ้น-ลง พัฒนาเสริมระบบความปลอดภัยมีอุปกรณ์ตรวจจับแบบอัตโนมัติ (Sensor) ให้บันไดเลื่อนหยุดการทำงานเมื่อมีคนหยุดยืนออกันที่ด้านบน ไม่ให้ดันคนขึ้นไปเพิ่ม

และอาจเสริมด้วยเทคโนโลยี IoT (อินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง) เพื่อแจ้งเตือนเหตุไปยังศูนย์ควบคุมแบบ Real-time และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เพื่อจำแนกอุบัติเหตุ, การหกล้ม (Real-time Fall Detection) ของคนบนบันไดเลื่อนเพื่อสั่งการหยุดการทำงานของบันไดเลื่อนได้ทันท่วงที ในฮ่องกงยังมีการใช้ AI เพื่อทำนายคาดการซ่อมแซมบันไดเลื่อนก่อนที่จะเกิดเหตุชำรุดขึ้นจริงอีกด้วย” อาจารย์สุพรรณ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมและประธานหลักสูตรขนส่งทางราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “แม้หลักการออกแบบการพัฒนาที่ดินรอบสถานีขนส่งมวลชน คือจะต้องวางตำแหน่งสถานีให้ใกล้กับแหล่งชุมชนและแหล่งกิจกรรมเพื่อให้ผู้เดินทางเดินถึงได้ง่าย แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับแหล่งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเดินทางจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ” เช่น สนามกีฬา โรงละคร หรือสถานที่จัดคอนเสิร์ต

ซึ่งหลายประเทศยุโรปซึ่งเข้มงวดในความปลอดภัยมักจะวางตำแหน่งสถานีไว้ไกลจากแหล่งกำเนิดการเดินทางใหญ่ๆ ราว 1-2 กิโลเมตร ดังตัวอย่าง อัลลิอันซ์ อารีน่า สนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เมืองมิวนิค ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า เฟิร์ทมานนิ่ง (Fröttmaning) 1.1 กม. โรงละครรอยัล อัลเบิร์ต ฮอล ในลอนดอน ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเซาท์เคนซิงตัน (South Kensington) 1 กม. ทั้งนี้เพื่อให้ฝูงชนขนาดใหญ่ค่อยๆ กระจายความหนาแน่นลงขณะที่เดินมาสู่สถานี ทำให้ชานชาลาและพื้นที่อื่นๆ ของสถานีสามารถรองรับผู้โดยสารได้

“บ้านเรามีสถานีรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้าและสนามกีฬาอยู่บ้าง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหารุนแรงมากไปกว่าสภาพผู้โดยสารคับคั่งในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ กรณีเหตุที่สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ จึงควรถือเป็นกรณีศึกษา อีกไม่นานเราจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีชมพู ซึ่งใกล้แล้วเสร็จที่เชื่อมต่อกับ ราชมังคลากีฬาสถาน จุคนได้ 50,000-80,000 คน และ ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม อิมแพ็ค จุ 15,000 คน

การย้ายคงเป็นไปไม่ได้ แต่ยังมีมาตรการการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น การจัดกิจกรรมหลังจากจบคอนเสิร์ต หรือหลังแมทช์การแข่งขันซึ่งจะสามารถดึงดูดคนส่วนหนึ่งให้เข้าสถานีรถไฟฟ้าช้าลง การจัดระเบียบหรือการสร้างแถวคอยก่อนเข้าสู่สถานี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้”อาจารย์ศิรดล กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’ โอกาสของภาคเกษตรไทย

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676158

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’  โอกาสของภาคเกษตรไทย

รายงานพิเศษ : ‘มหาอำนาจอาหารโลก’ โอกาสของภาคเกษตรไทย

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายของ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงเสวนา หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย Thailand Growth” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลอง “ปฐมฤกษ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย” โดยสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ณ ห้องประชุม ชั้น 4 รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ

ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า จากประชากรโลกทั้งหมด 7,000 ล้านคน ส่งผลให้โลกนี้ต้องการอาหารสำหรับมนุษย์ 9,400 ล้านตัน/ปี และอาหารเลี้ยงสัตว์อีก 1,000 ล้านตัน/ปี นอกจากนั้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยของสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีประชากรโลกจำนวนมากประสบปัญหาอดอยาก ซ้ำร้ายยังเกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหาร (ปุ๋ย พลังงาน) ยังไม่ต้องกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ(Climate Change) ที่ผลกระทบต่อระบบการผลิตนั้นยากจะคาดเดา

“ปี 2560 ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 14 ของโลก แม้ว่าจะเผชิญโควิด-19 ปีที่ผ่านมา (2564) เราก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของโลก ด้วยรายได้การส่งออกกว่า 1 ล้านล้าน ด้วยอัตราการเติบโต 11.8% และยิ่งเกิดโควิด-19 การส่งออกด้านเกษตร-อาหาร กลายเป็นแชมป์การส่งออกเหนือกว่าหลายคลัสเตอร์ทั้งหมด แต่สิ่งเหล่านี้จะปล่อยให้โอกาสผ่านไปแล้วไม่ไขว่คว้า ไม่มีวันที่จะเกิดความยั่งยืนต่ออนาคตประเทศไทย” อลงกรณ์ ระบุ

ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตร ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3.ยุทธศาสตร์ 3S (เกษตรปลอดภัย-Safety เกษตรมั่นคง-Security เกษตรยั่งยืน- Sustainable) 4.ยุทธศาสตร์เกษตรยั่งยืนบนฐานศาสตร์พระราชา และ 5.ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วนในรูปแบบหุ้นส่วน (Partnership Model) โดยมี “12 คานงัด”ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนภาคเกษตรไทย ได้แก่

1.ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ปัจจุบันมีครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้านอีก 23 แห่ง ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทยอยตั้งศูนย์นี้ในเดือน มิ.ย. 2563 เป็นต้นมา มีนวัตกรรมแล้วเกือบ 800 นวัตกรรม โดยร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านกลไกมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 10,000 ฟาร์ม

2.ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NABC) ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกระทรวง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการศึกษา โดยคาดหวังให้เกษตรกรสามารถใช้งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3.เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ตั้งเป้า 22 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องใช้ระบบดิจิทัลในการบริหารและบริการประชาชน ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะครบวาระ

“การทำ Digital Signature (ลายเซ็นดิจิทัล) การอนุมัติออนไลน์ วันนี้เกิน 60% ของข้าราชการที่มีอำนาจตามกฎหมายในการให้ใบอนุญาต ในการออกอนุมัติ ให้เกิด Good Governance (ธรรมาภิบาล) ไม่ต้องผ่านโต๊ะ รวมทั้งระบบ NSW (National Single Window – ระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ) ซึ่งพูดกันมา 30 ปี ตั้งแต่ผมลงผู้แทนครั้งแรก วันนี้ 90% ทั้งของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับระบบ National Single Window ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ วันนี้ 90% ของระบบ” อลงกรณ์ ยกตัวอย่าง

4.เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เดินหน้าภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตร 4.0 โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับคู่ได้ 2 ล้านไร่ ระหว่างเกษตรแปลงใหญ่กับภาคธุรกิจ อีกทั้งส่งเสริมการทำการตลาดออนไลน์ มีผู้เชี่ยวชาญ 60 คนเข้ามาสนับสนุน ซึ่งจะเห็นว่าในสถานการณ์โควิด-19 มูลค่าการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์(E-Commerce) เพิ่มขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค

5.เกษตรกรรมยั่งยืน โดยเฉพาะ “เกษตรในเมือง” สืบเนื่องจากชุมชนเมืองนั้นไม่มีความมั่นคงด้านอาหาร หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เมืองจะเป็นสถานที่ที่คนที่จะประสบภาวะอดอยากและโกลาหลถึงขั้นจลาจล ในส่วนนี้ที่ดำเนินการ เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมพื้นที่เกษตรในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันยังส่งเสริม “เกษตรอินทรีย์” ปัจจุบันมีพื้นที่แล้ว 1.5 ล้านไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมอีกเกือบ 1 แสนราย

6.อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ปัจจุบันมี 2 สิ่งที่กำลังมาแรงอย่าง “เนื้อสัตว์จากพืช (Plant Base)” อาหารเจที่ตอบสนองผู้หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์จริง (Vegan)กับ “โปรตีนจากแมลง (Insect Protein)”ที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์ 7.ระบบโลจิสติกส์เพื่อการเกษตร เช่น Low Cost Air Cargo เชื่อมไทย-เชื่อมโลก , อีสาน Gateway เส้นทางรถไฟเชื่อมไปยัง สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศจีน และต่อเนื่องเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางผ่านประเทศคาซัคสถาน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรปได้

8.เกษตรแปลงใหญ่ ปัจจุบันเกิดแล้วกว่า 8,000 แปลง และในปี 2564 ที่ผ่านมา มีกว่า 3,000 แปลง ยกระดับสู่การผลิตและบริหารจัดการแบบใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์การลดลงของแรงงานภาคเกษตร และอายุเฉลี่ยของเกษตรกรที่มากขึ้น 9.ยกระดับเกษตรก้าวใหม่ โดยร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)จัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในภาคเกษตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 100 มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีอนาคต

10.เกษตรสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่า (The Brand Project) โดยให้แต่ละจังหวัดดำเนินการ ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน ใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ทำผลผลิตให้ได้มาตรฐาน (เช่น GAP , GMP) เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.พัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Base) จากกลุ่มจังหวัดสู่ระดับจังหวัด และก้าวต่อไปคือลงถึงระดับตำบล และ 12.ร่วมมือกับทุกภาคส่วน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ

“วันนี้ผมจะมาร่วมแบ่งปันฝันที่พยายามทำให้เป็นจริง เพื่อตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย นั่นคือการฝันและวางเป้าหมาย-หมุดหมายใหม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจอาหารของโลก”ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ‘สดร.’เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676168

ฮือฮา! 'สดร.'เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

ฮือฮา! ‘สดร.’เปิดผลวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก กับการค้นพบตัวเลข 14 ครั้งต่อปี

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.42 น.

‘สดร.’เปิดบทความการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 3/3 โลกของเรามีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่า“ทำไมจึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว” 

27 ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจในหัวข้อเรื่อง โลกของเรามีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี #การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 3/3 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผย นักวิจัย สดร. ร่วมกับ นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด และทีมนักวิจัย ศึกษาความเป็นไปได้ที่โลกจะตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ พบว่ามีโอกาสเพียง 14 ครั้งต่อปี เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อธิบายและตอบโจทย์ปฏิทรรศน์ของแฟร์มี (Fermi Paradox) ที่ว่า “ทำไมจึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว” งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society

ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และชีวดาราศาสตร์ สดร. ร่วมกับ นางสาวศุภากร ศุภผลถาวร นักศึกษาปริญญาโท Hokkaido University ประเทศญี่ปุ่น และทีมนักวิจัย ใช้ฐานข้อมูลดาวฤกษ์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Gaia DR2 คำนวณหาโอกาสที่โลกจะถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ พบว่าโลกมีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาด้วยเทคนิคไมโครเลนส์เพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society

ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมากกว่า 5,000 ดวง ส่วนใหญ่จะถูกค้นพบด้วยเทคนิค “การผ่านหน้า” (Transit) แต่สำหรับการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดเล็กคล้ายโลก การค้นหาด้วยเทคนิค “ไมโครเลนส์” (Microlensing) สามารถทำได้ดีกว่าเทคนิคการผ่านหน้า เทคนิคไมโครเลนส์อาศัยแสงจากดาวฤกษ์พื้นหลังที่เกิดการบิดโค้งคล้ายเลนส์นูนเนื่องจากสนามโน้มถ่วงของดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ที่อยู่ระหว่างกลางในแนวเล็งเดียวกัน ทำให้แสงของดาวพื้นหลังมีความสว่างมากขึ้นในขณะหนึ่ง

ในทางกลับกันถ้าเราสมมติให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกมีเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกันกับที่มนุษย์มีในปัจจุบัน เทคนิคไมโครเลนส์ก็จะถือว่าเป็นเทคนิคที่ดีที่สุดที่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจะใช้ในการค้นพบโลกของเราได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาได้ค้นพบโลกของเราแล้ว สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเหล่านั้นก็จะพยายามส่งสัญญาณวิทยุมายังโลกของเราเพื่อติดต่อกับมนุษย์บนโลก ดังนั้นการที่เราบอกได้ว่าดาวฤกษ์บริเวณใดบนท้องฟ้ามีโอกาสค้นพบโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ ก็จะทำให้เราสามารถหันกล้องโทรทรรศน์วิทยุไปในทิศทางนั้นเพื่อรอรับสัญญาณที่ส่งมาได้

งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลของดาวฤกษ์จากฐานข้อมูล Gaia DR2 คำนวณหาโอกาสที่โลกจะถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ทั่วทั้งท้องฟ้า พบว่าดาวฤกษ์บริเวณระนาบกาแล็กซีทางช้างเผือกมีโอกาสที่จะถูกตรวจพบโลกมากกว่าบริเวณอื่นบนท้องฟ้า เมื่อรวมอัตราการถูกตรวจพบทั่วทั้งท้องฟ้าแล้วพบว่า โลกมีโอกาสถูกตรวจพบจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทางช้างเผือกที่มีมากกว่า 4 แสนล้านดวง

การที่โลกมีโอกาสจะถูกตรวจพบด้วยสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเพียงแค่ 14 ครั้งต่อปีนั้น อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อธิบายปฏิทรรศน์ของแฟร์มี (Fermi paradox) ที่ว่า “ทำไมเราถึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว?” การที่โลกของเราตั้งอยู่ในบริเวณที่ถูกค้นพบได้ยากจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่พยายามที่จะติดต่อหรือเดินทางมายังโลก อาจเป็นเหตุให้ปัจจุบันเรายังคงไม่สามารถค้นพบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเหล่านั้น

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาผลการคำนวณ เปรียบเทียบกับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ถูกค้นพบแล้วในปัจจุบัน ดาวเคราะห์ MOA-2007-BLG-192L b เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในบริเวณที่มีโอกาสตรวจพบโลกได้สูงที่สุด แต่อาจมีอุณหภูมิพื้นผิวที่ต่ำเกินกว่าที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ ในขณะที่ดาวเคราะห์ GJ 422 b ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีโอกาสตรวจพบโลกได้สูงเป็นอันดับสอง เป็นดาวเคราะห์หิน มีอุณหภูมิพื้นผิวที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ ดังนั้นดาวเคราะห์ GJ 422 b จึงเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่น่าสนใจในการค้นหาสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อพิจารณาบริเวณบนท้องฟ้าที่มีโอกาสในการตรวจพบโลกสูง ซึ่งเรียกว่า Earth Microlensing Zone (EMZ) ยังพบว่ามีบางส่วนของ EMZ ที่ซ้อนทับกับบริเวณบนท้องฟ้าที่จะสามารถเห็นโลกโคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (Transit) ได้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในบริเวณดังกล่าวจะสามารถตรวจพบโลกทั้งด้วยเทคนิคการผ่านหน้า และเทคนิคไมโครเลนส์ได้ จึงทำให้บริเวณนี้อาจเป็นบริเวณที่น่าสนใจสำหรับนักดาราศาสตร์ที่จะหันกล้องโทรทรรศน์วิทยุเพื่อทำการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา บนแนวคิดของการค้นพบซึ่งกันและกัน (Mutual detectability) ภายใต้โครงการ SETI (Search for ExtraTerrestrial Intelligence) ได้

การศึกษานี้นับเป็นก้าวแรกของนักวิจัย สดร. ในการศึกษาวิจัยการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือกับนักดาราศาสตร์นานาชาติต่อไปในอนาคต เช่น ใช้หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติของ สดร. ร่วมค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาภายใต้โครงการ SETI (The Search for Extraterrestrial Intelligence) เป็นต้น ในอนาคตข้างหน้ากล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติของเราอาจจะหันไปยังดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะบางดวง และค้นพบสัญญาณวิทยุจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่กำลังพยายามติดต่อมาหาเราเช่นกัน

เรียบเรียง : ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย – กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และชีวดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง :
https://academic.oup.com/…/10.1093/mnras/stac1855/6640428

—–
การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 1/3 : เราอยู่ลำพังในจักรวาลหรือไม่ https://www.facebook.com/100064816535612/posts/436141541889727/?d=n
การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตอนที่ 2/3 : มนุษย์ต่างดาวหายไปไหน https://www.facebook.com/100064816535612/posts/436766465160568/?d=n

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สติ’ที่รู้เท่าทันคิดเรื่องใดขึ้นมาก็ดับทันที ไม่ต้องไปคุมมัน มีสติแล้วจะมีปัญญา : หลวงปู่แหวน

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676183

'สติ'ที่รู้เท่าทันคิดเรื่องใดขึ้นมาก็ดับทันที ไม่ต้องไปคุมมัน มีสติแล้วจะมีปัญญา : หลวงปู่แหวน

‘สติ’ที่รู้เท่าทันคิดเรื่องใดขึ้นมาก็ดับทันที ไม่ต้องไปคุมมัน มีสติแล้วจะมีปัญญา : หลวงปู่แหวน

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ทุกข์คือความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง สมุทัยคือเหตุแห่งทุกข์ ตัณหามักจะเกิดในปัจจุบัน เกิดขึ้นทางกาย เกิดขึ้นทางวาจา เกิดขึ้นทางใจ สังขารกับสมุทัยนี้เป็นอันเดียวกัน เวลากำหนดจิตเข้าไปจึงเห็นนึกถึงภาพคนนั้นคนนี้จนนอนไม่หลับ ทุกข์ก็เกิดขึ้นตรงนี้ สมุทัยก็เกิดขึ้นตรงนี้ นิโรธความดับทุกข์ก็เกิดอยู่ที่นี่เหมือนกัน เกิดอยู่ที่นี่ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากที่อื่น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วพิจารณาให้รู้แจ้ง ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในธรรม 

“ศีล” คือการนำความชั่วออกจากกายจากใจของตน นำความผิดออกจากกายจากใจของตน เป็นที่ตั้งของมรรค เป็นหนทางที่จะทำให้ความทุกข์ทั้งหลายสิ้นสุดไป ให้รู้เหตุของความทุกข์ ทางดับทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง

“สติ” ที่รู้เท่าทัน คิดขึ้นเรื่องใดก็ดับ คิดท่าใดก็ดับ ถ้ามีสติ พร้อมกับปรุงขึ้นดับ ปรุงขึ้นดับ เรียกว่าสติพร้อมกัน คิดไปก็หลงไปลืมไป แปลว่าไม่มีสติ ถ้ามีสติแล้วคิดขึ้นร้ายก็ดี คิดดีก็ดี รู้พร้อมกันนั่นแหละ สติรู้พร้อมกัน ดับลงทันทีนั่นแหละ ตัวสตินี่สำคัญ ถ้ามีสติก็มีปัญญาพร้อมกัน คิดขึ้นรู้พร้อม คิดดีก็ตาม คิดชั่วก็ตาม หลงก็ตาม โกรธก็ตาม คิดขึ้นแล้วมีสติมันก็ดับไปทันที ไม่ต้องไปคุมมัน มีสติแล้วจะมีปัญญา เมื่อไม่มีสติก็จะเผลอ เผลอแล้วก็จะหลงไป…ตัวสติครั้นเกิดขึ้นพร้อมกันทุกๆ เมื่อแล้ว เมื่อเวลามันเกิดขึ้นพร้อมกันคราวใดจะดับพร้อมๆ กัน ถ้าไม่มีสติก็จะไม่ดับ

ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีความเพียร จะเอาแต่ความสำเร็จให้ได้ เหลวไหลไปเสีย เมื่อมีสติก็ต้องมีความเพียร ความเพียรนั้นต้องรู้จักปฏิบัติเหมือนกัน ถ้าไม่รู้จักปฏิบัติก็เพียรผิดไป ความเพียรกับความมีสติคืออันเดียวกัน มีสติแล้วใจก็ผ่องใสเบิกบาน ไม่หลงไม่ลืม คิดอย่างไรขึ้นมันก็จะดับลงไปพร้อมกับความคิดขึ้นนึกขึ้น ตัวสติจึงสำคัญยิ่งนัก

………………..

คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย มูลนิธิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ, นครนายก : โรงพิมพ์มูลนิธินวมราชานุสรณ์, ม.ป.ป. ใน หนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศรัทธาแรงกล้า! ลากราชรถ ‘พระศรีอริยเมตไตรย’กว่า 5 ตันไปนครแม่สอดตั้งเป้า 100 วันถึง

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676174

ศรัทธาแรงกล้า! ลากราชรถ 'พระศรีอริยเมตไตรย'กว่า 5 ตันไปนครแม่สอดตั้งเป้า 100 วันถึง

ศรัทธาแรงกล้า! ลากราชรถ ‘พระศรีอริยเมตไตรย’กว่า 5 ตันไปนครแม่สอดตั้งเป้า 100 วันถึง

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.56 น.

ฮือฮา! “อาจารย์เจ” พร้อมศิษย์ร่วมกันลากราชรถ “พระศรีอริยเมตไตรย” และ “พระแม่ศรีมหาตารา” น้ำหนักกว่า 5,000 กิโลกรัมจาก “นครรังสิต” ไปยัง “นครแม่สอด” ใช้เวลา 100 วันถึง

วันที่ 27 ส.ค.65 ที่บริเวณถนนสายเอเซีย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบอาจารย์เจ หรือนายจักรรินทร์ รังสิมันต์ธนากร พร้อมลูกศิษย์หญิงสาวแต่งกายด้วยชุดขาวร่วม 20 คน ช่วยกันลากจูงราชรถที่บรรทุก “พระศรีอริยเมตไตรย” ทำด้วยหินแกะสลักน้ำหนักกว่า 800 กิโลกรัม และ “พระแม่ศรีมหาตารา” ที่แกะสลักด้วยหินหนักกว่า  3,500 กิโลกรัม รวมนำหนักองค์พระและราชรถกว่าา 5,000 กิโลกรัมลากจูงด้วยคนไปตามเส้นทางถนนสายเอเซีย หากขึ้นสะพานสูงๆ หรือที่ลาดชันก็จะใช้รถยนต์ช่วยในการลากจูงสร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่พบเห็นพร้อมร่วมบุญในเส้นทางที่พบเจอ โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง

อาจารย์เจ เล่าว่า ได้อัญเชิญพระแม่ศรีมหาตารา ที่เชื่อว่าเป็นพระองค์สุดท้ายที่เสด็จลงมาในกึงพุทธกาลเพื่อดับภัยร้ายให้กับประเทศชาติ และสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นความเชื่อของมหาญาณ และพระศรีอริยเมตไตรยองค์แรกที่พระอินทร์จำแลงลงมาให้สร้างขึ้น มีความประสงค์ในการอัญเชิญด้วยราชรถ โดยการลากไปตามเส้นทางเริ่มต้นจากนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ไปตามถนนสายเอเซีย ผ่านจังหวัดอ่างทอง ในวันที่ 27 ส.ค.และผ่านไปพักค้างแรมที่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และมุ่งหน้าต่อไปยังนครแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้เวลาเดินทาง 100 วันเพื่อเก็บวิญญาณร้ายตามระหว่างทางรวมทั้งการปลดทุกข์ให้กับโลกใบนี้ – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใช้ LINE โปรดระวัง! มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานโทรแจ้ง’บัญชีของท่านถูกระงับ’

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676143

ผู้ใช้ LINE โปรดระวัง! มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานโทรแจ้ง'บัญชีของท่านถูกระงับ'

ผู้ใช้ LINE โปรดระวัง! มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานโทรแจ้ง’บัญชีของท่านถูกระงับ’

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.45 น.

27  ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก LINE Thailand – Official แจ้งเตือนเมื่อวานนี้( 26 ส.ค.) ว่า  ขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานจาก LINE ประเทศไทย ผ่านช่องทางโทรศัพท์ โดยแจ้งว่า “บัญชีของท่านถูกระงับ” หรือ “จะระงับบัญชี LINE ของท่าน”

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้ทราบว่า LINE ไม่มีนโยบายติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ รวมถึงไม่ขอข้อมูลส่วนตัวของท่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไรเดอร์ยืนดูโจ๋2สถาบันยกพวกตีกัน โดนลูกหลง หน้าแตก-มือถือพัง

Posted on August 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/676133

ไรเดอร์ยืนดูโจ๋2สถาบันยกพวกตีกัน โดนลูกหลง หน้าแตก-มือถือพัง

ไรเดอร์ยืนดูโจ๋2สถาบันยกพวกตีกัน โดนลูกหลง หน้าแตก-มือถือพัง

วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.38 น.

หนุ่มไรเดอร์ดวงซวย คิดว่าถ่ายหนัง มุงดูโจ๋ 2 สถาบันยกพวกตีกัน โดนลูกหลงจนน่วม มือถือพัง

จากเหตุกรณีนักศึกษา 2 สถาบันยกพวกตีกันที่ลานสนามกีฬาแห่งชาติ เกือบ 50 คน เจ้าหน้าที่ สน.ปทุมวัน เข้าระงับเหตุ ล่าสุด รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ รายงานว่า จากเหตุการณ์ดุเดือดในครั้งนี้ มีไรเดอร์หนุ่มวัย 19 ปี ได้รับลูกหลงบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังพบว่าโทรศัพท์มือถือได้รับความเสียหาย 

ไรเดอร์หนุ่ม เผยว่า หลังจากที่ไปส่งอาหารให้ลูกค้าที่สยาม ขณะขี่รถกลับผ่านจุดเกิดเหตุ จึงเข้าไปมุงดูร่วมกับคนอื่นๆ เห็นวัยรุ่น 2 สถาบัน ยืนเรียงเผชิญหน้ากัน คล้ายกับกำลังถ่ายหนัง ตนจึงยืนเกาะรั้วดู

สักพักหนึ่งก็มีนักศึกษาที่ตามมาสมทบเดินมาถามว่า “มึงทำอะไร” แล้วก็ชกเลย แล้วก็ถูกอีก 4 คนตามมากระทืบ ปาโทรศัพท์ลงพื้น ซึ่งไรเดอร์ก็ห่วงเรื่องโทรศัพท์มาก เพราะเป็นเรื่องการทำงาน พอจะตามไปเก็บโทรศัพท์ ก็ถูกไล่ว่า “ไปเดี๋ยวนี้เลย ถ้ายังไม่ไปเจอกูแน่”

ไรเดอร์จึงรีบขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากจุดเกิดเหตุ แล้วรีบไปแจ้งความที่โรงพักทั้งที่เจ็บแผล ชาทั้งหน้า ปากบวม คิ้วแตก เพราะถูกรองเท้าที่เป็นเหล็กเตะเข้าที่หน้าเต็ม ๆ มือถือหน้าจอแตกกระจายจนแทบใช้งานไม่ได้ 

ขอบคุณ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,941,898 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
รัฐบาลโชว์ผลงาน กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะล็อตใหญ่ ยึดของกลางรวมกว่า 409 ล้านบาท
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน
กรุงเทพฯ เตรียมปักหมุด! มหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ 'WorldPride 2030'

Recent Posts

  • บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ
  • เช็กให้รู้ ดูให้ชัวร์ แชร์ให้เป็น อย. ผนึก 4 มหา’ลัย ปั้นเครือข่าย Young Smart Consumers
  • บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์นกกาเหว่า
  • คุณแหน : 8 พฤษภาคม 2569
  • โม มนชนก ไม่เขินใช้คนละครึ่ง พร้อมวอนแก้ปัญหาค่าไฟแพง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d