Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บะหมี่ขึ้นราคาวันแรก ‘ร้านอาหารเมนูบะหมี่’ สงขลายังคงราคาเดิมยันยังไม่กระทบ

Posted on August 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675668

บะหมี่ขึ้นราคาวันแรก 'ร้านอาหารเมนูบะหมี่' สงขลายังคงราคาเดิมยันยังไม่กระทบ

บะหมี่ขึ้นราคาวันแรก ‘ร้านอาหารเมนูบะหมี่’ สงขลายังคงราคาเดิมยันยังไม่กระทบ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.07 น.

วันแรกของการประกาศขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า ไวไว ยำยำ” ซองละ 1 บาทจากซองละ 6 บาทขึ้นเป็น 7 บาท ผู้ประกอบการร้านค้าเมืองสงขลาเ ผยยังไม่กระทบ เนื่องจากปรับขึ้นราคาเพียง 1 บาทเท่านั้น ทางร้านมีหลายตัวเลือกให้ลูกค้าได้สั่งรับประทาน ยันยังคงขายราคาเดิม

วันที่ 25 ส.ค.65 วันแรกที่กรมการค้าภายในไฟเขียวขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า-ไวไว-ยำยำ’ ปรับขึ้นราคาจำหน่ายซองขนาดมาตรฐานซองละ 1 บาทจากเดิมซองละ 6 บาทขึ้นเป็นซองละ 7 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ 25 ส.ค.65 เนื่องจากผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ข้าวสาลี น้ำมันปาล์ม พลาสติกที่เป็นบรรจุภัณฑ์ รวมถึงราคาพลังงาน

ร้านโจ๊กหมูเลิศรส เลขที่ 134/2 ถนนเตาอิฐ เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของนางสาวอนรรฆิยา หรือน้องตูน สุนทรนนท์ วัย 25 ปี เจ้าของร้านฯ ซึ่งขายโจ๊กหมู ต้มเลือดหมูตำลึง มาม่าทรงเครื่อง โดยขายช่วงเช้า ตั้งแต่ 06.30 น.ถึง 11.00 น.และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ถึง 24.00 น.ทุกวันและหยุดวันศุกร์และวันเสาร์เช้า ในทุกๆวันที่เปิดขายทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น จะมีลูกค้าทยอยเข้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งซื้อกลับไปทานที่บ้านและนั่งทานที่ร้าน เนื่องจากฝีมือการปรุงฯ ของน้องตูนที่เปิดขายบริเวณนี้มานานหลายปี ทำให้ลูกค้าติดอกติดใจแวะเวียนเข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ทั้งโจ๊กเลิศรส ต้มเลือดหมูตำลึงและมาม่าทรงเครื่อง ที่มีเครื่องปรุงทรงเครื่อง ประกอบด้วยหมูสับ ตับหมูไส้อ่อน เลือดหมู ผักตำลึง ไข่ลวก

สำหรับราคาโจ๊กหมูเลิศรส ธรรมดา 35 บาท พิเศษใส่ไข่ 40 บาท ต้มเลือดหมูตำลึง ธรรมดา 50 บาท พิเศษ 60 บาทและมาม่าทรงเครื่องธรรมดา 35 บาทพิเศษใส่ไข่ 40 บาท โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 080-0436174 โดยไม่ต้องมายืนรอไม่เกิน 10 นาทีมารับของที่สั่งกลับไปรับประทานที่บ้านแบบร้อนๆได้เลย ในขณะเดียวกันก็สามารถสั่งผ่านทาง line man ที่รับส่งอาหารให้กับลูกค้าได้เช่นเดียวกัน

นางสาวอนรรฆิยา หรือน้องตูน สุนทรนนท์ กล่าวว่า ทางร้านมีโจ๊กเลิศรส ต้มเลือดหมูตำลึงและมาม่าทรงเครื่องในช่วงนี้มีการปรับราคาบะหมี่สำเร็จรูปทั้งมาม่า ไวไว ยำยำ ขึ้นซองละ 1 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยปกติทางร้านขายมาม่าทรงเครื่องอยู่ในราคาธรรมดา 35 บาทใส่ไข่ 40 บาทก็ยังไม่มีการขึ้นราคาแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก เนื่องจากขึ้นเพียง 1 บาทเท่านั้นไม่ได้รับผลกระทบและยังคงขายในราคาเดิม

สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการจะมาลองลิ้มชิมรส โจ๊กเลิศรส ต้มเลือดหมูตำลึงและมาม่าทรงเครื่องจากฝีมือการปรุงรสของน้องตูนก็แวะมาได้ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นหรือจะโทรศัพท์มาสั่งล่วงหน้าไว้ก็ได้ที่หมายเลข 080-0436174 ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกๆ ท่าน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธารน้ำใจช่วยเหลือ! 5พี่น้องพิการยากจน กลุ่มสายบุุญสร้างบ้านให้

Posted on August 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675656

ธารน้ำใจช่วยเหลือ! 5พี่น้องพิการยากจน กลุ่มสายบุุญสร้างบ้านให้

ธารน้ำใจช่วยเหลือ! 5พี่น้องพิการยากจน กลุ่มสายบุุญสร้างบ้านให้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.32 น.

5 คนพี่น้องหญิงชาย พิการทั้งหมด ฐานะยากจน อาศัยอยู่บ้านผุพังหลังเดียวกัน เพื่อนบ้านหุงหาอาหารมาแบ่งปัน กลุ่มสายบุญร่วมบริจาคสร้างบ้านให้

25 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.สังเม็ก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบว่า มีคนพิการ 5 คนเป็นพี่น้องกันทั้งหมด อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน สภาพบ้านที่เคยอยู่ผุพัง กันแดดกันฝนไม่ได้

เมื่อไปถึงได้พบกับนายคำรณ บุญพอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสังเม็ก พร้อมด้วยรองนายก เลขานุการนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร จากหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี และชาวบ้านช่วยกันสร้างบ้านให้ผู้พิการ 5 คนพี่น้อง ที่ฐานะยากจนไม่มีญาติดูแล ซึ่งพี่คนโตอายุ 71 ปี เป็นหญิงพิการทางการมองเห็น คือตาบอดทั้งสองข้าง และน้องๆ อีก 4 คน มีทั้งหญิงชายเป็นผู้พิการทางสติปัญญา ส่วนคนเล็กสุดเป็นหญิง อายุ 52 ปี ก็เป็นผู้พิการทางสติปัญญาเช่นกัน

นางรัฐจินันท์ จันทร์ชัย อายุ 55 ปี ผู้นำสายบุญ อ.กันทรลักษ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนทราบข่าวก็ได้เดินทางมาดูสภาพของพี่น้องทั้ง 5 คนนี้ เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือ พอมาเห็นก็พบว่าบ้านที่อยู่อาศัยผุพัง ไม่มั่นคงแข็งแรง กันแดดกันฝนไม่ได้ จึงได้ไปหารือกับหน่วยงานราชการของบประมาณมาสร้างบ้านให้ ก็สร้างไม่ได้ติดตรงที่ว่าที่ดินตรงนั้นไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ของครอบครัวนี้ อาศัยเพื่อนบ้านคนอื่นอยู่

ตนจึงได้ประสานกับสายบุญด้วยกันที่ทั้งใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ต่างจังหวัดก็ได้รับบริจาคมาจำนวนหนึ่ง จึงได้ติดต่อกับทาง อบต.สังเม็ก ก็ได้รับความช่วยเหลือจากนายก อบต.ร่วมบริจาคเงินส่วนตัวมาอีกจำนวนหนึ่ง นำเงินที่ได้ไปซื้อวัสดุมาลงมือก่อสร้างโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กกล.สุรนารี พร้อมด้วย เพื่อนบ้านจิตอาสามาร่วมกันลงแรงช่วยก่อสร้าง โดยไม่ได้จ่ายค่าแรง ทั้งนี้เพื่อให้ทั้ง 5 คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้านนายคำรณ บุญพอ นายก อบต.สังเม็ก กล่าวว่า ตนในฐานะเจ้าของพื้นที่ เมื่อมีกลุ่มสายบุญ มีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคมา ตนก็จึงได้ร่วมบริจาคไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งการสร้างบ้านหลังนี้ไม่มีค่าแรงงาน ประมาณการไว้ว่า น่าจะใช้เงินประมาณ 6-7 หมื่นบาท ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 15 วันคงจะแล้วเสร็จ ตอนนี้ผู้พิการทั้ง 5 คนพี่น้องก็ได้อาศัยอยู่บ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันไปก่อนระหว่างก่อสร้างบ้าน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงสารน้อง! เสาไฟริมถนนรั่วดูด’วัวชน’ตายคาที่ ขณะเจ้าของพาวิ่งออกกำลังกาย

Posted on August 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675615

สงสารน้อง! เสาไฟริมถนนรั่วดูด'วัวชน'ตายคาที่ ขณะเจ้าของพาวิ่งออกกำลังกาย

สงสารน้อง! เสาไฟริมถนนรั่วดูด’วัวชน’ตายคาที่ ขณะเจ้าของพาวิ่งออกกำลังกาย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.29 น.

25 สิงหาคม 2565 เวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.หญิง ภราภรณ์ ไชยใหม่ พงส.สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน แจ้งว่ามีเหตุไฟฟ้าส่องสว่างถนนสายบ่อบำบัด-บ้านเจดีย์ หมู่ 15 ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน เสาไฟส่องสว่างรั่วดูดวัวชนตายในที่เกิดเหตุ

จึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบนายบุญ สบันงา อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 12/6 บ้านท่าลี่ ถนนสายท่าลี่ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ยืนหน้าเศร้าดูวัวชนสุดรัก เพศผู้ สีดำ ที่ถูกกระแสไฟรั่วดูดจนตาย ใกล้โคนเสาไฟฟ้าส่องสว่างริมถนน โดยมีช่างไฟฟ้าของเทศบาลตำบลดุด ได้ได้เข้ามาตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว

จากการสอบถามนายบุญ เจ้าของวัว เล่าว่า ตนเองได้นำวัวชนที่ซื้อมาได้ประมาณ 6 เดือนในราคา 130,000 บาท และได้นำวัวมาวิ่งออกกำลังกายเพื่อนำไปชนวัวเป็นประจำทุกวัน แต่มาวันนี้วัววิ่งปกติ วิ่งมาถึงบริเวณผ่านใกล้เสาไฟฟ้าดังกล่าว วัวของตนล้มลงชักแน่นิ่ง ส่วนตนนั้นถูกกระแสไฟรั่วมาดูดเหมือนกัน ตั้งสติได้พยายามจะช่วยเหลือวัวที่ถูกไฟดูดโดยใช้เชือกชักลากออกก็พบว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้เพราะยังมีกระแสไฟวิ่งผ่านอยู่

จนกระทั่งมีพลเมืองดีให้ความช่วยเหลือพร้อมโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตัดกระแสไฟฟ้าดังกล่าว จึงสามารถนำวัวออกมาได้ พบว่าวัวนั้นเสียชีวิตตั้งแต่ถูกไฟดูดครั้งแรกแล้ว

ต่อมาคณะผู้บริหารของเทศบาลตำบลดู่ใต้ ทราบเรื่องดังกล่าวจึงได้มอบหมายให้ผู้ดูแลรับผิดชอบเข้ามาดูแล เจรจาชดใช้ ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสำรวจไฟสาธารณะดังกล่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีบุคคลมาวิ่งออกกำลังกาย และมีผู้ใช้รถถนนบริเวณเส้นนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นทางลัดออกสู่ถนนใหญ่สายหลัก หลังจากนั้นเจ้าของวัวและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองน่าน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการเพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทางเทศบาลตำบลดุได้ ต้องขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการตรวจสอบเสาไฟในความรับผิดชอบ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจร้ายยิงหมาดำ! ฉมวกเหล็กเสียบทะลุท้อง พลเมืองดีแจ้งกู้ภัยช่วย

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675599

ใจร้ายยิงหมาดำ! ฉมวกเหล็กเสียบทะลุท้อง พลเมืองดีแจ้งกู้ภัยช่วย

ใจร้ายยิงหมาดำ! ฉมวกเหล็กเสียบทะลุท้อง พลเมืองดีแจ้งกู้ภัยช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.02 น.

25 สิงหาคม 2565 เมื่อเวลา 08.00 น. นายสิโรจน์ กมลพรวัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.คูบางหลวง ได้รับแจ้งจากประชาชน ว่ามีสุนัขถูกปืนยิงปลาได้รับบาดเจ็บ มีเหล็กฉมวกยิงปลาคาอยู่ที่หน้าท้องด้านขวา บริเวณสถานีอนามัยวัดจันทารามหมู่ที่ 1 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบสุนัข เพศเมีย สีดำ อายุ 2 ปี หลบอยู่ในป่าหญ้า เจ้าหน้าที่จึงช่วยออกมา พบว่ามีเหล็กฉมวกที่ใช้กับปืนยิงปลาความยาวกว่า 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจงช่วยพันแผลและนำส่งโรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย เพื่อช่วยเหลือผ่าตัดนำเหล็กออก

นายสิโรจน์ กมลพรวัฒนา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.คูบางหลวง กล่าวว่า มีประชาชนได้โทรมาแจ้งว่ามีสุนัขถูกปืนยิงปลา ยิงเข้าไปช่วงท้องและมีเหล็กเสียบเข้าไปในช่วงท้องด้านข้าง และเหล็กก็ยังคาอยู่ ความยาวเหล็กประมาณ 30 เซนติเมตร 

โดยปืนยิงปลาชนิดนี้คนใช้กันเยอะ หาซื้อกันง่ายไม่ผิดกกฎหมาย ปืนชนิดนี้อันตรายมาก เคยมีเคสที่เด็กซื้อมาแล้วทำปืนลั่นยิงเข้าแขนตัวเองก็มี ก็อยากจะฝากให้ระมัดระวังในการใช้ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คึกคักจับ‘เคย’ 1ปีมีครั้งล้อม‘เกียด’โกยรายได้ วัตถุดิบ‘กะปิ’ชั้นดี

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675595

คึกคักจับ‘เคย’ 1ปีมีครั้งล้อม‘เกียด’โกยรายได้ วัตถุดิบ‘กะปิ’ชั้นดี

คึกคักจับ‘เคย’ 1ปีมีครั้งล้อม‘เกียด’โกยรายได้ วัตถุดิบ‘กะปิ’ชั้นดี

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.35 น.

คึกคักจับ‘เคย’ 1ปีมีครั้งล้อม‘เกียด’โกยรายได้ วัตถุดิบ‘กะปิ’ชั้นดี

25 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าว จ.ระยอง ลงพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลบริเวณชายหาดสวนสน ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ชายหาดที่มีหาดทรายลาดตลอดแนว มีระยะทางยาวติดต่อกัน 4 กิโลเมตร (กม.) พบชาวบ้านจำนวนมากขับขี่รถสามล้อพ่วงข้างตามกันเป็นขบวน เมื่อถึงจุดที่พบฝูง “เคย” ในทะเล ก็จะพากัน เดินลงไป พร้อมผ้าอวนตาถี่สำหรับเกียดเคย 

การลงไปเกียดเคยในทะเลที่ความลึกประมาณ 1.5 เมตร หรือประมาณหน้าอก หากมีฝูงเคยก็จะสัมผัสได้ทันที จากนั้นก็ช่วยกันกางผ้าออก ล้อมเกียดตัวเคยนำขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งการลงไปจับเคยในทะเลพบว่าเคยจะเข้าเป็นจุดแต่ละจุดก็เข้าเป็นฝูงจำนวนมาก ดังนั้นชาวบ้านจึงมีทั้งมากันเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง และจ้างแรงงานมา

เมื่อเจอฝูงเคยก็ปฏิบัติการตามกำลังของแต่ละกลุ่ม โดยไม่พบว่าจะมีการแย่งพื้นที่ หรือทะเลาะกันแต่อย่างใด ทุกกลุ่มต่างตั้งหน้าตั้งตาหาในขอบเขตที่ทำได้ พอฝูงเคยตรงนี้จางลง “นักล่าเคย” ทั้งหลายก็วิ่งไปหาจุดใหม่ ใครมีแรงคนน้อยแต่ละครั้งก็จะลากได้ประมาณ 10-50 กิโลกรัม (กก.) ต่อการลาก 1 ครั้ง แต่ถ้าขนคนมามากล้อมแต่ละครั้งก็จะได้เคยประมาณ 100 กก.ขึ้นไปจนถึง 200 กก. ใน 1 วันอาจล้อมได้หลายครั้ง ตั้งแต่เช้าจรดเย็น บางวันชาวบ้านที่ออกหา “เคย” อาจได้มากถึง 1 ตัน ขายกัน กก. ละ 60 บาท  

เมื่อได้เคยมาแล้วก็ต้องคัดแยกสิ่งเจือปนออก เช่น สาหร่าย ปลาเล็กๆ เศษขยะ เอาออกให้หมด ใช้น้ำทะเลล้างให้สะอาด จะมีพ่อค้าแม่ค้าวิ่งมาซื้อเพื่อนำไปทำกะปิ

นางลำดวน สีหรัฐ อายุ 54 ปี อยู่ ต.แกลง กล่าวว่า ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นฤดูที่ “กุ้งเคย” จะขึ้นมาตามแนวชายฝั่ง บางปีก็ช่วงก่อนออกพรรษา พอรู้ว่าเคยขึ้นตรงไหนก็พากันมาเกียดเคย  โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านที่ทำ “กะปิ” มาติดต่อซื้อกันที่ชายหาด ยอมรับว่าปีนี้เคยมีจำนวนมาก ขึ้นมาให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ บางรายมีรายได้ถึงหลักแสน เพราะเคยที่ขายอยู่ตอนนี้ราคากิโลละ 60 บาท ได้เท่าไรแม่ค้าก็มารับซื้อจนหมด 

ด้านนายนิติ สมุทรรัตน์ อายุ 85 ปี บอกว่า เกิดมาก็เห็นพ่อแม่หาเคยตั้งแต่จำความได้ ก็ช่วยพ่อกับแม่มาตลอด และทำมาจนถึงวันนี้ ลงทะเลทุกปี พอถึงฤดูที่เคยจะเข้าก็จะออกจากบ้านลงไปสำรวจแต่เช้าก่อนที่จะลงมือลาก โดยการเดินในน้ำทะเลความลึกประมาณหน้าอก ถ้ามีตัวเคยขาและเท้าจะกระทบตัวเคยวิ่งชนไปมา ก็พากันลงเกียดเคย ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ก็มีอวนลงล้อมกันแค่ 2 คน ก็ได้เคยมาขาย 

“เคย” หรือกุ้งตัวเล็ก เป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาทำ “กะปิ” เพราะกะปิที่ดีมีคุณภาพรสดีต้องทำจากตัวเคย 100% ปัจจุบันเคยหายากและมีราคาแพงขึ้น ที่สำคัญ 1 ปี จะมีฝูงเคยเข้ามาให้จับเพียง 1 ครั้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว และบางปีก็ไม่พบว่ามีฝูงเคยเข้ามาให้จับอีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งามไส้!เปิด‘คลิป’ควงปืนบุกปล้นบ่อนกลางกรุง หอบ3แสนหนีลอยนวล

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675580

งามไส้!เปิด‘คลิป’ควงปืนบุกปล้นบ่อนกลางกรุง หอบ3แสนหนีลอยนวล

งามไส้!เปิด‘คลิป’ควงปืนบุกปล้นบ่อนกลางกรุง หอบ3แสนหนีลอยนวล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.30 น.

งามไส้!เปิด‘คลิป’ควงปืนบุกปล้นบ่อนกลางกรุง หอบ3แสนหนีลอยนวล

25 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เพจ Survive-สายไหมต้องรอด” ได้โพสต์คลิปความยาว 0.22 นาที พร้อมระบุข้อความว่า “ด่วน! #ตามล่า! “แม็ค อนุสาวรีย์” เพื่อนสนิท “เสือ ดุสิต” หลังก่อเหตุควงปืนบุกปล้นบ่อนใหญ่หลังแฟลตดินแดง #ตบหน้า เสี่ยเปี๊ยก & เสี่ยแจ็ค เจ้าของบ่อนผู้กว้างขวาง หอบเงินเกือบ 300,000 บาท หลบหนีลอยนวล! เกิดเหตุเช้ามืดวันที่ 24 ส.ค.65 ที่ผ่านมา…”

จากนั้นยังได้โพสต์ภาพถ่าย พร้อมข้อความว่า “เผยโฉม “แม็ค อนุสาวรีย์” หลังควงปืนบุกเดี่ยวปล้นบ่อนหลังแฟลตดินแดง บ่อนถั่วขนาดใหญ่กลางกรุง กวาดเงินสดไปเกือบ 300,000 บาท เมื่อเช้ามืดวันที่ 24 ส.ค.65 ที่ผ่านมา : ลือสนั่น! มูลเหตุเพราะ #เล่นเสียนับล้านซ้ำถูกการ์ดคุมบ่อนมองข้ามไม่ยอมยกมือไหว้จึงต้องปล้น!!”

ชมคลิป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจ Survive-สายไหมต้องรอด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675579

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

แม่วอนช่วยลูกสาว-ลูกเขย​ ถูกหลอกทำงานฟิลิปปินส์ นายจ้างขังอดข้าว​น้ำ​ เรียก1แสนแลกปล่อยตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.29 น.

แม่ร่ำไห้วอนทางการไทยช่วยลูกสาว-ลูกเขย ถูกเพื่อนหลอกไปทำงานเป็นแอดมิน ชักชวนคนร่วมลงทุนเงินบิทคอยน์ที่ฟิลิปปินส์​ บอกค่าแรงสูงเดือนละ 35,000 บาท​ แต่ไปถึงถูกกดขี่สารพัดทำยอดไม่ได้ตามเป้า ใส่กุญแจมือกักขังให้อดข้าวอดน้ำ บังคับติดต่อเรียกค่าไถ่ญาติคนละ 1 แสนบาท​ แลกปล่อยตัว ขู่ไม่จ่ายจะส่งขายต่อประเทศอื่น

25 สิงหาคม 2565 นางเฉลียว สัตย์รัมย์ อายุ 63 ปี ชาวอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือนางพรพรรณ ลูกสาว และนายธนวัฒน์ ลูกเขย  

หลังจากที่ลูกสาวได้ติดต่อมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ว่า​ถูกนายจ้างกดขี่ข่มเหงบังคับให้ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้พักผ่อน ล่าสุดถูกนายจ้างจับใส่กุญแจมือกักขังเอาไว้ในห้องรวมกันกับคนไทยที่ไปทำงานด้วยกันรวม 10 คน ให้อดข้าวอดน้ำ อ้างว่าทำงานไม่ได้ยอดตามเป้าที่บริษัทกำหนด ทั้งบังคับให้เรียกเงินค่าไถ่จากญาติที่ไทยให้โอนไปแลกกับการปล่อยตัวกลับไทย คนละ 1 แสนบาท ทั้งขู่ว่าหากไม่ยอมจ่ายก็จะส่งตัวลูกสาวกับลูกเขยไปขายต่อประเทศอื่น  

โดยนางเฉลียว เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเดือน พ.ค.65 ที่ผ่านมา ลูกสาวและสามีได้เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานเสริ์ฟร้านอาหารที่ จ.ชลบุรี เพื่อหาเงินมาส่งลูกเรียน และใช้หนี้ที่มีอยู่หลาย​แสนบาท ต่อมาเดือน ก.ค.65 ลูกสาวโทรมาบอกว่าเพื่อนชวนไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีค่าแรงสูง ตอนนั้นตนก็เตือนลูกสาวว่าอย่าไปเลยมันเสี่ยงกลัวจะถูกเขาหลอก ก็ไม่คิดว่าลูกสาวกับลูกเขยจะไปจริงๆ มารู้อีกทีเดือน ก.ค.65 ว่าลูกอยู่ที่ฟิลิปปินส์แล้ว หลังจากไปทำงานเดือนแรกก็ส่งเงินมาให้ 2 ครั้งๆ แรก 3,500 บาท ครั้งที่สอง 7,500 บาท    

ล่าสุดกลับโทรมาบอกว่า ถูกนายจ้างที่ฟิลิปปินส์กักขังเพราะทำงานไม่ได้ตามเป้า หากจะให้ปล่อยตัวต้องจ่ายเงินค่าไถ่คนละ 1 แสนบาท ตนก็ตกใจมากไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ลำพังจะกินอยู่แต่ละวันก็ลำบาก ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมากกลัวเขาจะทำร้ายหรือส่งขายต่อประเทศอื่นตามที่เขาขู่เอาไว้ จึงอยากวิงวอนให้ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือลูกสาวและลูกเขยด้วย

ขณะที่ น.ส.โสรีญา สัตย์รัมย์ อายุ 26 ปี น้องสาว เล่าว่า ตอนแรกพี่สาวได้ติดต่อมาหาเพื่อนอีกหมู่บ้าน บอกว่าถูกนายจ้างจับขังไว้ที่ฟิลิปปินส์ เพื่อนคนดังกล่าวจึงส่งเฟสมาบอกทางบ้านว่าพี่สาวถูกกักขังไว้ ทางครอบครัวก็ตกใจมากพยายามโทรติดต่อแต่มือถือก็ฝากข้อความ กระทั่งพี่สาวติดต่อมาเอง โดยบอกว่าเขายึดโทรศัพท์เอาไว้เขาอนุญาตให้ใช้ถึงจะได้ใช้ โดยเขาให้โทรมาบอกกับทางบ้านให้โอนงินไปจ่ายค่าไถ่ตัวพี่สาวกับพี่เขย คนละ 1 แสนบาท ถึงจะยอมปล่อยตัวส่งกลับไทย   

จากการสอบถามพี่สาวว่าทำไมเขาถึงจับขังพี่ก็ บอกว่า เขาให้ทำงานเป็นแอดมินเพื่อชักชวนคนไปร่วมทุนเกี่ยวกับเงินดิจิทัล บิทคอยน์ และแนะนำขายสินค้าตามที่เขาสั่ง  แต่ทำยอดไม่ได้ตามเป้าจึงขังเอาไว้ให้อดข้าวอดน้ำ รวมกับคนไทยที่ทำงานด้วยกัน 10 คน แล้วบังคับให้ติดต่อญาติเพื่อโอนเงินไปแลกกับการปล่อยตัวส่งกลับประเทศคนละ 1 แสนบาท ให้เวลาภายใน 2 วัน หากใครไม่มีก็จะถูกส่งไปขายต่อที่ประเทศอื่น ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สาวมาก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพี่สาวและพี่เขยด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’ ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675497

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’  ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

รายงานพิเศษ : ‘BCG-Soft Power’ ส่งเสริมดี‘ไทย’มีโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.22 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายของ สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในช่วงเสวนา หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย Thailand Growth” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลอง “ปฐมฤกษ์สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย” โดยสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ณ ห้องประชุมชั้น 4 รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ

ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญสถานการณ์ “ภายนอกก็เสี่ยงแถมภายในก็ยังติดกับดัก” ทั้งจากเหตุปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อาหาร พลังงานโลกรวน (Climate Change หรือความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ) เงินเฟ้อ และปัจจัยภายในประเทศ เช่น กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งทั้งนี้ “วิกฤตมีแนวโน้มแต่จะหนักหน่วงขึ้น” เพราะเป็นวิกฤตระดับโลก เป็นวิกฤตเชิงซ้อนและจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน“โครงสร้างของโลกยังเปลี่ยนแปลง” จากยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) กลายเป็นยุคที่แต่ละชาติมองตนเองมากขึ้น (Deglobalization) ขณะเดียวกันยังเปลี่ยนจากยุคมหาอำนาจขั้วเดียวภายในการนำของสหรัฐอเมริกา เป็นมหาอำนาจหลายขั้ว คำถามคือ “ไทยมีศักยภาพในการปรับตัวเพียงใด” จะทำอย่างไรที่ไทยจะเปลี่ยนวิกฤตข้างต้นนี้ให้เป็นโอกาส

“สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่พวกเรามัวแต่ทำก็คือว่าพวกเราทะเลาะกันเองเสียเยอะ จนเกิดสิ่งที่เราเรียกว่าสังคม 2 ขั้ว ที่เราเห็นกันอยู่ ส่วนใหญ่เรามักจะไปมองเปรียบเทียบกับประเทศอื่น แล้วก็เมื่อก่อนเคยเปรียบเทียบกับ NICS (ประเทศอุตสาหกรรมใหม่) ตอนนี้ก็ไปเปรียบเทียบกับเวียดนาม กับมาเลเซีย แต่เราไม่เคยมองว่าจริงๆ ตัวเรามีค่าตัวเรามีศักยภาพมาก-น้อยแค่ไหน” สุวิทย์ กล่าว

เมื่อมองออกไปยังต่างประเทศ “หลายชาติเพียงเอ่ยชื่อคนก็นึกออกทันทีว่าโดดเด่นเรื่องใด” เช่น “เยอรมนี” คือวิศวกรรม ยานยนต์และเคมี ส่วน “อิตาลี” คือแฟชั่นและรถยนต์แบบซูเปอร์คาร์ หรือ “เกาหลีใต้” คือ อุตสาหกรรมด้านบันเทิง เป็นต้น “ในขณะที่สังคมไทยจมอยู่กับความขัดแย้ง จนอาจลืมนึกไปว่าแล้วเราจะสร้างแบรนด์ของประเทศไทยอย่างไร” ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่โลกหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ประเทศไทยต้องปรับตัวหลายประการ

1.จะยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไทยพึ่งพาเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในและเชื่อมไทยสู่ประชาคมโลก 2.จะเปลี่ยนจาก“ทำมากได้น้อย” เป็น “ทำน้อยได้มาก” ได้อย่างไร โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการบริหารจัดการ ยกระดับสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ

แต่ข่าวดีคือ “เทรนด์แห่งอนาคตอย่าง BCG และ Soft Power ไทยนั้นมีอยู่มาก..เหลือเพียงนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจนเท่านั้น” โดย BCG หมายถึงเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ซึ่งไทยนั้นมีศักยภาพทั้งด้านเกษตร อาหาร สุขภาพและการแพทย์ ไปจนถึงการท่องเที่ยวและบริการ อีกทั้ง “เศรษฐกิจ BCG ยังเป็นโอกาสของทุกระดับตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับเล็กๆ ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่” ต่างจากบางอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือเงินทุนอย่างเข้มข้น

“BCG จะไปตอบโจทย์ความมั่นคงของมนุษย์ในระดับโลก อย่างน้อย 4 ความมั่นคงด้วยกัน 1.ความมั่นคงทางอาหาร 2.ความมั่นคงพลังงาน 3.ความมั่นคงในเรื่องของการแพทย์และสุขภาพ และ 4.ความมั่นคงในเรื่องของการมีงานทำ แต่เราไม่ได้สนใจแค่ระดับโลก ประเทศเรามีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทุกคนบ่นแต่เรื่องของการต้องไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

แต่อะไรคือรูปธรรมของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ถ้าไม่ใช่เป็นการที่สามารถทำให้ประชาชนโดยทั่วไปลืมตาอ้าปากได้ BCG เชิงพื้นที่จึงเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุด เพราะ BCG อาศัยความหลากหลายในเชิงชีวภาพและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของทุกภาค เพราะฉะนั้นทุกภาคมีโอกาสที่จะเอา BCG มาสร้างความมั่งคั่งในระดับพื้นที่ ในระดับชุมชนของตัวเอง” อดีต รมว.อว. ระบุ

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “ภาคเกษตร” ที่ปัจจุบันมองเห็นความเปลี่ยนแปลง จากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ระยะหลังๆ เริ่มเห็นการใช้เทคโนโลยี (เช่น อินเตอร์เนต) เข้ามาช่วยจนกลายเป็นผู้ประกอบการในชนบท ความท้าทายต่อไปคือจะทำอย่างไรให้นโยบายด้าน BCG ของรัฐ ยกระดับคนกลุ่มนี้สู่การเป็นผู้ประกอบการ BCG อาทิ เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) พืชชุมชน เป็นต้น เพราะหากทำได้จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เน้นการพัฒนาชุมชน และสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก

ส่วน Soft Power นั้น สามารถสรุปลักษณะของ “วิถีไทย (Thainess)” ได้ด้วยนิยาม “5F” ประกอบด้วย 1.Fun สนุกสนาน 2.Flexible ยืดหยุ่น 3.Flavouring ชีวิตมีรสชาติ 4.Friendly เป็นมิตร และ 5.Fullfeeling เติมเต็มความรู้สึก “เมื่อนำไปรวมกับความหลากหลายทั้งในแง่ชีวภาพและวัฒนธรรม จะกลายเป็นศักยภาพที่มหาศาล” ซึ่งนี่คือโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าของชุมชน หรือการจัดการท่องเที่ยวของชุมชน สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยมีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

“ประเทศไทยเราติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลกหลังโควิด ทุกคนบอกเลยว่าระบบสุขภาพของไทยถือเป็นต้นๆ ของโลก เราเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 2 ของเอเชีย อันดับ 7 ของโลก ในประเทศที่รุ่มรวยด้วยมรดกวัฒนธรรม ตรงนี้เรายังใช้ไม่หมดเลย ไปใช้ในเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องต่างๆ อีกเยอะแยะ หรือแม้กระทั่งการเป็นอันดับ 1 ของโลก ในการเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอาหาร มัสมั่นเราอันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วยต้มยำกุ้งเป็นอันดับที่ 8 ส้มตำอันดับที่ 46 อย่างนี้เป็นต้น” สุวิทย์ ยกตัวอย่าง

อดีต รมว.อว. ทิ้งท้ายว่า ความท้าทายที่สำคัญคือ“จะสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการดึงศักยภาพทั้งหมดซึ่งไทยมีอยู่แล้วออกมาได้อย่างไร” เพื่อให้โลกหลังโควิด ไทยเป็นประเทศที่คนอยากมากลงทุน (Place toInvest) อยากมาอยู่ (Place to Live) อยากมาเรียน (Place to Learn) อยากมาจับจ่าย (Place to Shopping) และอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ไทยสามารถทำได้ และเอาจริงๆ ก็ทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาทำกันอย่างสะเปะสะปะ แต่หลังจากนี้ต้องการการบริหารจัดการที่ชัดเจน

“ประเทศไทยทำดีๆ เรามีโอกาสทะยานในโลกหลังโควิด” สุวิทย์ กล่าวในตอนท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธ’เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675532

'พุทโธ'เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม 'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง'

‘พุทโธ’เป็นมรรคของใจ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

ต้องภาวนากำหนดใจให้ได้ด้วยความพากเพียร จึงจะไม่หลง ภาวนา กำหนดใจ ถ้ากำหนดใจได้แล้ว มันจึงรู้พุทโธ เป็นมรรคของใจ ถ้าภาวนากำหนดจิตยังไม่ได้ มันก็แพ้กิเลส กิเลสมันอยู่ก่อน ต้องมีสติรักษาใจจึงจะดี ถ้าไม่มีสติ จิตก็จะไปเกาะเกี่ยวอันนั้นอันนี้ทั่วไป พาให้หลงไป เวลาหลงไป เช่น หลงอะไรก็ให้ยกอันนั้นขึ้นสู่การพิจารณา ตัวอย่างกาย ให้เพ่งแยกส่วนของกายออก แต่ละส่วนเต็มไปด้วยของไม่สะอาด ไหลเข้าไหลออกตลอดอยู่ทุกขณะ การที่พิจารณาแยกแยะจนเห็นเป็นของไม่งาม ไม่ใช่ของง่าย ในเมื่อจิตยังแส่ส่ายหาอารมณ์อยู่ ต้องอาศัยความพากเพียรอดทน เมื่อจิตมีกำลังมันจึงสงบ ถ้ามัวเกียจคร้านอยู่ จิตมันก็ไม่เป็นไป

ตัวขี้เกียจนี่แหละเป็นตัวทำให้เสีย เป็นตัวกิเลส เวลานั่ง ประเดี๋ยวหาว ประเดี๋ยวหาว พวกนี้เป็นกิเลสทั้งนั้นแหละ ถ้าพร้อมด้วยการกระทำจึงจะได้กำลัง ถ้าไม่พร้อมมันก็ไม่มีกำลัง

ร่างกายของเรานั้น ที่เราเห็นว่างาม ก็เพราะมีของไม่สะอาดเต็มท้องเต็มไส้อยู่ ถ้าในท้องในไส้ไม่มีอะไรเลย ลองดูสิมันจะงามไหม ถ้าของในท้องในไส้ไหลออกหมด มันก็เหี่ยวแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น ถ้าพูดกับความจริงแล้ว ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยของเสียทั้งหมด ถึงอย่างนั้นก็ยังหลงไปว่าเป็นของสวยงาม แต่ใจมันไม่ว่าเต็มไปด้วยของไม่สะอาดหนา เราต้องภาวนาพิจารณากลับไปกลับมา ทบไปทวนมาอยู่นั้นแหละ เราไปหลงของไม่งาม จับอันนั้นต่ออันนี้เลยเห็นว่างาม จนติดจนหลง

การภาวนา ถ้านอนภาวนา มันเป็นภาวนอนไปเสีย การฉันอาหาร ถ้าฉันมากเกินไปเวลาภาวนาก็นั่งหลับไปเสีย มันหลายเรื่องหลายราว ถ้าอะไรมันมากไป จิตมันไม่สงบ ห้ามมันไม่ฟัง อาหารมันทับ ต้องพิจารณากามให้ดี ต้นเหตุเดียวที่เข้าไปอุดหู ตา ใจ จนทำให้เกิดความหลง

พวกเรานอนกันอยู่ในท้องของมารดาตั้ง ๙ เดือน ๑๐ เดือน จึงจะออกมาพ้น ร้องให้อุแว้ๆ ได้ ถ้าดีใจก็หัวเราะ เสียใจก็ร้องไห้

กามนี้เราเคยติดมาแล้วนับอเนกอนันต์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เร่งความเพียรจนรู้แจ้งเห็นจริง กามตัวเดียวที่ทำให้สัตว์ตาย กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เอาเข้ากลายเป็นกามตันหน้า ภวตันตา วิภวตันใจ เมื่อกามเหล่านี้เข้าไปอุดไปตันหน้า ตา ใจแล้ว ก็เกิดความหลง ความรัก ความชัง ความพอใจก็เพราะกาม ความไม่พอใจก็เพราะกาม มันเกิดขึ้นกับใจ

ตา เป็นเหตุ หู เป็นเหตุ จมูก เป็นเหตุ เป็นเหตุแห่งความรักความชัง ตา เป็นเหตุ เมื่อได้เห็นรูปสวย รูปงาม รูปอัปลักษณ์ น่าเกลียดน่าชัง หู เป็นเหตุ ได้ยินเสียงการประโคมขับร้องอันไพเราะ หรือเสียงน่ารำคาญ จมูกและใจก็เหมือนกัน ถ้าดีเป็นน่ารัก มันก็ติดก็หลง ถ้าตรงกันข้าม มันก็เกลียดก็ชัง จึงว่ามันเป็นเหตุ

การฆ่ากันก็เพราะกาม รักกันก็เพราะกาม ทั่วอากาศ ทั่วพื้นน้ำและบนบก เต็มไปด้วยกาม กามตัณหน้า ภวตัณหู วิภวตันใจ ถ้าจะขยายออกไป มันก็ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกกาม เพราะความพอใจและไม่พอใจก็เกิดจากกามทั้งสิ้น พิจารณาให้ดีๆ เป็นอย่างไรมันจึงหลงไป จนกลายเป็นบ๋อยรับใช้ไป

คัดลอกจากโอวาทธรรมหลวงปู่แหวน : พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ ผู้รวบรวมและเรียงเรียง (๒๕๒๕) ใน หนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย ‘พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์’ เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675513

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย 'พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์' เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้จับเข่าคุย ‘พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์’ เล่าประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.38 น.

อาชีวะอุบลฯเปิดโลกการเรียนรู้ จับเข่าคุย “พี่กฤตภาส ศักดิษฐานนท์” อาจารย์มหาวิทยาลัยฯ นักแสดงและพิธีกรชื่อดังเล่าประสบการณ์การทำงานสู่การเป็นนักอ่านที่ประสบความสำเร็จ ในโครงการ “สัปดาห์ห้องสมุด ประจำปี 2565”  

วันที่ 24 ส.ค.65 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางลฎาภา  แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางสาวเพ็ญใจ ชัยวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร  นางสมจิตร บุรุษพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ นายลือชัย ทาทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา นางณชิตา เถาว์โท หัวหน้างานวิทยบริการและห้องสมุด จัดโครงการ “สัปดาห์ห้องสมุด ประจำปี 2565” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “อ่าน…อีกครั้ง” ณ ศูนย์วิทยบริการและห้องสมุดวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี อาคาร 9 ชั้น 2 และลานกิจกรรมอาคาร 10

โดยกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ การมอบรางวัลให้กับผู้ที่ชนะการประกวดถ่ายภาพเกี่ยวกับการอ่าน ผู้ได้รับรางวัลจากกิจกรรมอวยนักอ่านและกิจกรรมครูผู้จุดประกายการเรียนรู้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวที ร่วมเล่นเกมและตอบปัญหาของนักเรียน นักศึกษาภายในงาน 

ทั้งนี้กิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดและสร้างบรรยากาศในงาน ได้แก่ กิจกรรมการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านในหัวข้อ “อ่าน..อนาคต” โดยอาจารย์กฤตภาส ศักดิษฐานนท์  วิทยากรที่มีผลงานด้านวิชาการ เป็นอดีตอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ปัจจุบันอาจารย์สอนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และมีผลงานด้านบันเทิง เป็นนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง สังกัดบริษัทโพลีพัสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ นักแสดงภาพยนตร์ โฆษณา  พิธีกรรายการโทรทัศน์ (ตะลุยชุมชน ,Around Asean, ก้าวเกินพอ)  และผลงานอื่นๆอีกมากมาย

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียน  นักศึกษา สนใจและรักในการอ่าน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  รู้จักเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตระหนักและเห็นความสำคัญของการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,942,270 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
รัฐบาลโชว์ผลงาน กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะล็อตใหญ่ ยึดของกลางรวมกว่า 409 ล้านบาท
กรุงเทพฯ เตรียมปักหมุด! มหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ 'WorldPride 2030'
ทรู ผนึก Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมมือกระทรวง อว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ

Recent Posts

  • 9 ปมร้อน “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ
  • ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10
  • ญี่ปุ่นผวาหมีทำร้ายคน ดับรายแรกของปี 2026 ตำรวจสอบเพิ่มอีก 2 ศพต้องสงสัย
  • “หมอจำเป็น” บนเรือสำราญเล่าสถานการณ์ หลังไวรัสฮันตาระบาดกลางทะเล

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d