Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สาวเทศบาลขนหัวลุก! เห็นคนเดียวสองตา’ตะกร้าเปิดปิดเอง’ น้องกุมารทองหยอกเล่น

Posted on August 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675333

สาวเทศบาลขนหัวลุก! เห็นคนเดียวสองตา'ตะกร้าเปิดปิดเอง' น้องกุมารทองหยอกเล่น

สาวเทศบาลขนหัวลุก! เห็นคนเดียวสองตา’ตะกร้าเปิดปิดเอง’ น้องกุมารทองหยอกเล่น

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.29 น.

24 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ ภัทราวรรณ โสมมณี ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาวประมาณ 30 วินาที บันทึกเหตุการณ์ตะกร้าสีแดงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมรับประทานอาหาร ภายในสำนักงานเทศบาลเมืองวังสะพุง จ.เลย เปิดๆปิดๆได้เอง ขณะนั่งรอกลับบ้านหลังเลิกงาน

โดยมีข้อความบนโพสต์ระบุว่า “เจอแบบนี้จะทำยังไงคะทุกคน” ซึ่งมีผู้คลิกเข้าชมและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้เดินทาง ไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองวังสะพุงเพื่อสอบถามนางภัทรวรรณ โสมมณี เจ้าของคลิปดังกล่าว

โดยเจ้าตัวเล่าว่า วันที่เกิดเหตุ เป็นเวลา 17.48 น. ตนเลิกงานแล้ว พนักงานทุกคนกลับบ้านกันหมดเหลือเพียงตนอยู่คนเดียว นั่งรอเอารถออกจากสนามบาสเกตบอลหน้าสำนักงานเพราะนักกีฬากำลังแข่งตะกร้อกันอยู่

ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงกึกกักนึกว่ามีคนมาเคาะประตูหลังสำนักงาน แต่เมื่อหันมองไปแล้วก็พบฝาตะกร้าสีแดงของตน ที่ใส่เครื่องปรุงอาหารไว้ด้านใน ฝาได้เปิด-ปิด งับแรงๆอยู่หลายครั้งจึงนำโทรศัพท์มาถ่ายวิดีโอไว้ รู้สึกกลัว หลังจากฝาตะกร้าหยุดเปิด-ปิดแล้ว ตนจึงเดินไปดูว่าในตะกร้ามีอะไรหรือเปล่า ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเครื่องปรุง ขวดซอส กล่องใส่เกลือ พริกทุกอย่างยังอยู่ที่เดิมครบฝาตะกร้าก็ปิดล็อคด้วย

หลังจากนั้น ก็รีบปิดไฟแล้วก็กลับบ้าน เชื่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นเพราะกุมารทองแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์แปลกประหลาดหลายครั้ง เช่นได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กหัวเราะ หลอดไฟติดๆดับๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายคนก็เคยสัมผัส เคยบอกหวยถูกมาแล้วหลายงวด

จนมีเจ้าหน้าที่บางคนต้องซื้อเสื้อผ้าเด็ก ชุดไทย ชุดทหารมาให้รวมทั้งของเล่นมาให้ และครั้งนี้ถือว่าชัดเจนมากที่สุด ซึ่งตนก็เคยฝันเห็นกุมารทองบอกว่าหิว อยู่ตรงนี้มานานแล้ว

นางภัทราวรรณ เล่าอีกว่า ในอดีตที่ตั้งสำนักงานเทศบาลเคยเป็นโรงฆ่าสัตว์มาก่อน จึงเชื่อว่าคงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าที่เจ้าทางวนเวียนอยู่บริเวณนี้ ในเร็วๆนี้หากตนถูกหวยอีก ก็จะตั้งหิ้งและที่อยู่ให้กุมารทองอย่างดี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนอดีตกับศิลปะการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงอวดสายตา นทท.สุดสวยงาม

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675330

ย้อนอดีตกับศิลปะการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงอวดสายตา นทท.สุดสวยงาม

ย้อนอดีตกับศิลปะการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงอวดสายตา นทท.สุดสวยงาม

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.16 น.

นี่เป็นภาพความประทับใจของนักท่องเที่ยวที่ได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการเกิดขึ้นอีกครั้งของการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ศิลปะการเล่นว่าวแขนงนี้ ได้เลือนหายไปจากท้องสนามหลวงนานนับปี 

โดยทางกลุ่มอนุรักษ์ว่าวไทย จากจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร ได้นำว่าวหลากหลายรูปแบบ ทั้งว่าวไทย จุฬา ปักเป้า ว่าวนกยูง ว่าวสาย ว่าวแฟนซีรูปลายการ์ตูน ว่าวช้าง ว่าวปลามึก และอื่น ๆ อีกมากมาย มาชักเล่นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยสีสันสดใสสวยงามแปลกตา อวดสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ที่เดินทางมาเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือพระแก้ว และชมการเล่นว่าวภายในท้องสนามหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติวันแม่ของแผ่นดิน 

นายปริญญา สุขขิต หรือ พี่เป็ด ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมผู้ที่ได้สร้างตำนานว่าวไทย หางยาวที่สุดในโลกกว่าหนึ่งพันเมตรที่สามารถผูกตัวเองให้ลอยไปกับสายป่านสูงเกือบ 60 เมตรโดยใช้ว่าวงูหางยาวยกตัวขึ้นจากพื้นทุบสถิติโลกในอดีต จนเป็นที่โด่งดังกลายเป็นตำนานมาแล้วในอดีต และนายพนัส เทียมศิริ หรือ เม่น มหาชัย ผู้ประสานงานและผู้เชี่ยวชาญการเล่นว่าว ได้นำว่าวสายสีธงชาติข้อความ “ทรงพระเจริญ”  ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างสีสันได้อย่างอลังการยิ่งท่ามกลางสายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อันตรายอย่าทำอีก! เกือบโดนรถชน เด็กวิ่งกลางถนนขอแตร3ช่าสิบล้อ ตร.เรียกผู้ปกครองรับทราบ (คลิป)

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675319

อันตรายอย่าทำอีก! เกือบโดนรถชน เด็กวิ่งกลางถนนขอแตร3ช่าสิบล้อ ตร.เรียกผู้ปกครองรับทราบ (คลิป)

อันตรายอย่าทำอีก! เกือบโดนรถชน เด็กวิ่งกลางถนนขอแตร3ช่าสิบล้อ ตร.เรียกผู้ปกครองรับทราบ (คลิป)

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.28 น.

ตำรวจบ้านหมี่ ติดตามเรียกตัวผู้ปกครองและเด็ก ที่วิ่งออกมาริมถนนทำมือขอแตร 3 ช่าจากรถบรรทุกสิบล้อ ตักเตือนไม่ให้ทำอีกเพราะอันตรายมาก

23 สิงหาคม 2565 จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง Thassaneeporn Thongpan โพสต์คลิปเด็กวิ่งออกมาบนถนน เพื่อขอแตร 3 ช่า จนรถที่วิ่งตามมาเกือบชน พร้อมข้อความ ระบุ ‘ขอให้ผู้ปกครอง เตือนเด็กๆ อย่าวิ่งออกมาถนนแล้วขอ 3 ช่า แบบนี้นะคะ เหตุเกิด แถวถนนสุรนารายณ์ บ้านหมี่ เข้าใจว่ากำลังฮิต 3 ช่า แต่ถ้าแบบนี้เป็นอันตรายอย่างมาก’

หลังเกิดกระแสในโซเชียล มีการทำสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วและวางลงบนมือ เป็นการแสดงว่า ขอสัญญาณแตร 3 ช่าจากรถบรรทุก ซึ่งมีเด็กๆจำนวนหนึ่งนิยมทำตาม โดยจะยืนรอริมถนนและให้สัญลักษณ์แบบนี้ เมื่อรถบรรทุกเห็นก็บีบแตรให้ เด็กบางรายก็เต้นตามจังหวะแตร  

หลังจากการตรวจสอบคลิปดับกล่าวทาง ร.ต.อ.มนัส กะมุทา รอง สว.จราจร สภ.บ่านหมี่ ได้ทำการตรวจสอบภาพจากคลิป พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณถนนแยกแคสูง หมู่ที่ 3 ตำบลดงพลับ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จึงได้ให้ทางผู้นำชุมชนนำตัวผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าว เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเด็ก ไม่ให้ทำอีกเพราะมันอันตรายถึงชีวิตตนเองและของรถที่ขับมาบนท้องถนน อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงขึ้นมาได้ พร้อมกับฝากเตือนผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลบุตรหลานของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น เพราะเกรงจะมีพฤติกรรมเรียนแบบกันขึ้นมาก ทั้งในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดอื่นๆ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงจาก‘แม่กลอง’!ทุกข์ใหญ่ๆของสองแถว‘รถเมล์เล็ก’ ภาวะสุ่มเสี่ยง‘ลด-เลิก’

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675311

เสียงจาก‘แม่กลอง’!ทุกข์ใหญ่ๆของสองแถว‘รถเมล์เล็ก’ ภาวะสุ่มเสี่ยง‘ลด-เลิก’

เสียงจาก‘แม่กลอง’!ทุกข์ใหญ่ๆของสองแถว‘รถเมล์เล็ก’ ภาวะสุ่มเสี่ยง‘ลด-เลิก’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.38 น.

เสียงจาก‘แม่กลอง’!ทุกข์ใหญ่ๆของสองแถว‘รถเมล์เล็ก’ ภาวะสุ่มเสี่ยง‘ลด-เลิก’

24 สิงหาคม 2565 นายเล็ก ดาวโด่ง อายุ 69 ปี อาชีพขับรถเมล์เล็กสองแถวสายแม่กลอง-คลองกก ลาดเป้ง-บังปืน-สุนัขหอน ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว จ.สมุทรสงคราม ว่า ชีวิตคนขับรถเมล์เล็กสองแถวกำลังได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากผลกระทบจากโรคโควิด-19 รอบแรกๆพอทนได้ พอรอบ 2 ถึงรอบ 4 ของการแพร่ระบาด ถือว่าไม่เผาหลอก แต่เผาจริง ถ้าภาครัฐไม่ช่วยมีหวังแย่งข้าวสุนัขกินแน่นอน

นายเล็ก กล่าวว่า คนขับรถเมล์สองแถวรับส่งผู้โดยสารใน จ.สมุทรสงคราม มีด้วยกันกว่า 10 สาย กำลังได้รับความเดือดร้อนหนักจากการขาดรายได้ จากเดิมเหลือเก็บประมาณวันละ 500 กว่าบาท หากมีรายการเหมาเช่าจะเหลือเงินประมาณวันละ 1,000-1,500 บาท มีเงินเหลือเก็บไว้ซ่อมรถได้สบายมาก แต่ปัจจุบันไม่เหลือเก็บไว้ซ่อมรถ ไม่เหลือเงินเข้าบ้าน ไม่เหลือเงินให้ครอบครัว รวมทั้งกินใช้และให้ลูกเรียนหนังสือ ในที่สุดต้องหยุดวิ่งรับคนโดยสาร บางสายเคยมีรถรับส่งผู้โดยสารกว่า 20 คัน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 4 คันที่วิ่งกันได้ เพราะเหมือนการทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบผู้โดยสาร หากรถเมล์หยุดวิ่งทั้ง จ.สมุทรสงคราม ชาวบ้านระดับรากหญ้าจะลำบาก บางคนทนวิ่งไม่มีค่าเติมน้ำมันรถ ก็ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้ กลายเป็นวัวพันหลัก หรือดินพอกหางหมู ยิ่งดิ้นยิ่งอาการหนัก จะบอกขายรถพร้อมคิว ก็ไม่มีใครกล้าซื้อ

“รถเมล์เล็กสองแถวในตลาดแม่กลองที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารประมาณ 15 สาย ตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 สาย บางสายเลิกกิจการไปเลย แขวนป้ายแจ้งขนส่งเลิกกิจการ สายที่ยังวิ่งอยู่จากสายละ 10-20 คัน เหลือสายละ 2-3 คัน นอกนั้นแจกหยุด แจ้งเลิก เพราะทนภาวะขาดทุนไม่ไหว ยิ่งมาโดนค่าน้ำมันขึ้นราคาแบบควบคุมไม่ได้ ราคาน้ำมันสูงขึ้นทุกวัน จึงไม่ใครเอารถออกมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ถ้าออกมาวิ่งก็ขาดทุนอย่างน้อยก็วันละ 200-500 บาท ขาดทุนเกือบทุกวัน หนักเข้าไม่ไหวต้องแจ้งเลิก แจ้งหยุด ในแม่กลองน่าจะถึง 500 กว่าคัน ที่แจ้งเลิก แจ้งหยุดชั่วคราว แต่ส่วนใหญ่ แจ้งเลิกกิจการไปเลย” นายเล็ก กล่าว

คนขับรถเมล์สองแถวรายนี้ กล่าวอีกว่า ที่อยู่ได้ในขณะนี้ คือ ได้ผู้โดยสารที่เป็นนักเรียนมาโรงเรียน ถ้าไม่ได้เด็กนักเรียน มีแต่ผู้โดยสารตามปกติ กิจการรถเมล์เล็กสองแถวแจ้งเลิกได้เลย ตอนที่โควิดระบาดหนักๆ โรงเรียนปิด เด็กเรียนทางออนไลน์ ครูสอนทางออนไลน์ ไม่มีเด็กมาโรงเรียน ไม่มีครูเดินทางมาสอน มีแต่ผู้โดยสารตามปกติ รถเมล์แทบอยู่ไม่ได้ ที่อยู่ได้เพราะหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และสงสารผู้โดยสาร หากรถเมล์หยุดวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส

นายเล็ก ระบุว่า ที่อยู่กันได้ในขณะนี้เพราะได้เด็กนักเรียนช่วย และกรมขนส่งอนุมัติให้ขึ้นค่าโดยสารระยะ 2 บาท เช่น เคยเสียค่าโดยสาร 18 บาท ปรับราคาเป็น 20 บาท ที่ขาดผู้โดยสารเพราะผู้ปกครองก็ไม่ออกมาตัวเมือง กลัวเชื้อโรคโควิดที่ระบาดเต็มเมืองในขณะนั้น แม้แต่การสั่งอาหาร ของกินของใช้ ก็สั่งทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ จึงไม่จำเป็นต้องเข้าในตัวเมือง แถมยังมีตลาดนัดในชุมชนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ต้องออกมาจ่ายของที่ตลาด

“ช่วงนั้นรถเมล์เหลือสายละ 3 คัน บางวันเหลือ 1-2 คัน บางครั้งต้องผลัดกันวิ่งคันละ 2 วัน ตอนนี้โรงเรียนเริ่มเปิดเรียนก็ดีขึ้นบ้าง แต่ยังเดือดร้อนอยู่ดี ช่วงบ่ายจะต้องหยุดวิ่ง วิ่งช่วงเช้ากับเย็น จะมีรถเมล์อยู่ตลอดเพราะมีผู้โดยสารคือเด็กนักเรียน และผู้ปกครอง ที่ออกมาทำงาน และกลับมาจากที่ทำงาน กลับบ้านในช่วงเย็น หลายสายหยุดวิ่งช่วงบ่ายๆ เดี๋ยวนี้ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะมีรถยนต์ หรือจักรยานยนต์ (จยย.) ส่วนตัว ซื้อให้ลูกหลานไปโรงเรียน ไม่ต้องขึ้นรถเมล์ หรือโดยสารมากับพ่อกับแม่ และญาติ ๆตลอดจน เพื่อนบ้านติดรถออกมาไม่ต้องรอขึ้นรถเมล์ ทำให้กิจการรถเมล์ขาดรายได้ประจำเป็นจำนวนมาก เราก็ทำใจปลงให้ตก” นายเล็ก กล่าว

อย่างไรก็ตามมีเจ้าของบริษัทเดินรถ คือ บริษัท ดำรงกุล การโยธาและขนส่ง จำกัด ซื้อสัมปทานเดินรถเมล์มาจาก บริษัท แม่กลองขนส่ง จำกัด เข้ามาบริหารงานขนส่งในช่วงวิกฤต ยอมขาดทุนในช่วงโควิดระบาด ลดค่าคิวให้ทุกสาย คอยเยียวยาตลอดในช่วงที่คนขับรถเมล์เดือดร้อนมากที่สุด เหมือนคนจะจมน้ำตาย มีคนใจบุญใจดี โยนต้นกล้วยมาให้เกาะ พร้อมว่ายเข้าหาฝั่งได้อย่างปลอดภัย และยังมีความหวังเพิ่มขึ้นเมื่อทราบว่ารัฐบาลกำลังหาแนวทางช่วยผู้กอบการเดินรถเมล์ทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อน  

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อีกา’หลงฝูงแสนเชื่อง บินมาอยู่เป็นเพื่อน’คุณยาย’ เชื่อลูกสาวกลับชาติมาเกิด

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675280

'อีกา'หลงฝูงแสนเชื่อง บินมาอยู่เป็นเพื่อน'คุณยาย' เชื่อลูกสาวกลับชาติมาเกิด

‘อีกา’หลงฝูงแสนเชื่อง บินมาอยู่เป็นเพื่อน’คุณยาย’ เชื่อลูกสาวกลับชาติมาเกิด

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 22.40 น.

แปลกจริงๆ “อีกา”หลงฝูงแสนเชื่องติดคนให้อาหาร รู้เรื่องทุกอย่าง เวลาที่ไม่สบายก็บินเข้ามานอนเฝ้าหลับที่ขื่อหน้าบ้าน  หรือบางทีก็บินมาเกาะไหล่ คาบเอาอาหารมาป้อนให้ ด้าน”คุณยาย”เชื่อเป็นลูกสาวที่ตายไปกว่า 40 ปี กลับชาติมาเกิด

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางศุภรดา พวงทอง  อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 ม.10 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เล่าว่า มีอีกาอายุประมาณปีกว่า เพศผู้ หลงฝูงจากที่เคยบินแถวนั้นประมาณ 5 ตัว แต่มีตัวนี้มาติดคุณยายเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565  โดยมาเกาะใกล้คุณยาย ตั้งแต่นั้นก็ติดคุณยายจนมาถึงทุกวันนี้  เป็นอีกาแสนเชื่อง รู้เรื่องทุกอย่าง คุณยายไปไหนก็บินตาม อยากกลับบ้านก็มาจิกเท้าจิกแขนคุณยายให้กลับบ้าน  หรือบางครั้งไปเอาอาหารมาจากที่อื่นก็มาเกาะบ่าคุณยายแล้วจิกเบา ๆ  ที่ปากคุณยายเพื่อจะป้อนอาหาร  และยังไปนอนเฝ้าที่หน้าบ้านคุณยายบนขื่อทุกคืนอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 22/1 ม.9 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี พบกับ คุณยายส้มเช้า เดชผดุง หรือที่เรียกว่าคุณยายใจ  คุณยายอายุ 83 ปี แล้ว แต่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่  คุณยายอยู่เพียงลำพัง เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว อยู่ก่อนหน้าที่จะมีนกอีกา ที่เคยบินมาวนเวียนในฝูงประมาณ 5 ตัว บริเวณบนท้องฟ้าแถวบ้าน  จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกาตัวนี้ ได้บินมาเกาะโต๊ะใกล้ๆ ที่คุณยายนั่ง คุณยายเลยถามว่า กินข้าวไหม แล้วคุณยายก็ตักข้าวใส่ถ้วยเล็กๆ ส่งให้ อีกาก็กิน คุณยายส่งน้ำให้ อีกาก็กิน โดยไม่มีความกลัวคุณยายเลย

ตั้งแต่นั้นมา อีกาตัวนี้ ซึ่งคุณยายตั้งชื่อว่า ทองดำ ก็ตามติดคุณยาย  ไม่ว่าคุณยายจะไปไหนก็บินตาม และคุณยายมาร้านก๋วยเตี๋ยวคนเลี้ยงให้หมูสับ ทองดำก็กิน จนคุ้นเคยกับคนแถวบ้านของคุณยายดี ถ้าวันไหนที่มีคนมาอยู่กันเยอะในร้านก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง ทองดำ ก็จะจิกเท้า จิกมือคุณยาย เหมือนให้คุณยายกลับบ้าน

คุณยายใจ เล่าต่อว่า เวลาที่ตนไม่สบาย นอนในบ้าน ทองดำ ก็จะมานอนเฝ้าหลับที่ขื่อหน้าบ้าน  หรือบางทีก็บินมาเกาะไหล่ เอาปากไซร้ที่ปากของคุณยายเบาๆ แล้วเอาอาหารป้อนให้ จนคุณยายแปลกใจในความเชื่องของ ทองดำ มากๆ ทั้งที่ไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก  คุณยายบอกว่าตั้งแต่อายุมาถึง 83 ปี ก็ไม่เคยเจออีกกาเชื่องแบบนี้  และมีหลายคนบอกว่า ใช่ลูกสาวยายที่ชื่อ โหน่ง น.ส.นิตยา เดชผดุง ที่เสียชีวิตตอนอายุ 19 เสียไปกว่า 40 กว่าปี กลับมาเกิดใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวสองโคราชไอเดียบรรเจิด! เปิดร้านทุกยำ 19 บาทแซ่บเว่อร์สู้วิกฤติเศรษฐกิจ

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675267

สาวสองโคราชไอเดียบรรเจิด! เปิดร้านทุกยำ 19 บาทแซ่บเว่อร์สู้วิกฤติเศรษฐกิจ

สาวสองโคราชไอเดียบรรเจิด! เปิดร้านทุกยำ 19 บาทแซ่บเว่อร์สู้วิกฤติเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.49 น.

ในยุควิกฤติเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด – 19 ในขณะนี้ กิจการต่างๆ มีการแข่งขันกันสูงทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างพากันงัดกลยุทธ์ด้านการขายเพื่อมาดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อและจับจ่ายใช้สอยสินค้าของตนเอง อย่างเช่นที่ร้าน “เฉยชา ทุกยำ 19 บาท” ที่ ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงงานน้ำตาลครบุรี ที่เปิดขายยำทุกชนิดราคาจานละ 19 บาท เพื่อเอาใจและดึงดูดกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัยให้ได้เข้ามาลิ้มลอง ซึ่งก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าเข้ามาที่ร้านกันอย่างไม่ขาดสาย

นายวีระ คงกระโทก สาวประเภทสอง อายุ 28 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ตนเปิดร้านมาได้ประมาณ 1 เดือนเศษแล้วโดยแนวคิดการจำหน่ายยำจานละ 19 บาทก็เพื่อที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัยให้สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งราคานี้ก็เป็นราคาที่แม้แต่เด็กๆ ก็จะสามารถเข้ามารับประทานได้เช่นเดียวกัน โดยประเภทของยำนั้นจะมีทุกประเภท ทั้งยำหมู ยำเนื้อ ยำธรรมดา หรือจะเป็นยำทะเล กุ้ง หมึก ไปจนถึงปลาแซลมอน นอกจากนี้ก็จะมีอาหารสำหรับเด็กๆ อย่าง ไก่ทอด เฟรนไฟน์ เป็นต้น ซึ่งทุกจานมีราคาเพียง 19 บาทเท่านั้น

นายวีระ บอกอีกว่า ที่ขายจานละ 19 บาทนั้นยอมรับว่าได้กำไรไม่มากนัก แต่ก็อาศัยเก็บเล็กผสมน้อย เพราะสามารถขายได้เยอะ ลูกค้าเองก็ตอบรับอย่างดี เพราะสามารถเลือกสั่งรับประทานได้หลากหลายในราคาไม่แพง และทุกอย่างเน้นความสดใหม่ น้ำยำทำแบบวันต่อวัน มีให้เลือกทั้งใส่น้ำปลาร้าและไม่ใส่ ส่วนปริมาณก็ถือว่าไม่มากไม่น้อย สมราคาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีกาแฟ ชา และน้ำหวานไว้รอให้บริการในราคาแก้วละ 19 บาทด้วย ตอนนี้เปิดร้านมาเดือนเศษก็เริ่มมีกลุ่มลูกค้าประจำบ้างแล้ว อีกทั้งมีขาจรเริ่มทยอยเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าจะอยู่ค่อนข้างห่างจากแหล่งชุมชนก็ตาม

นางออระยา เหลืองกระโทก อายุ 40 ปี หนึ่งในลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ บอกว่า ยำร้านนี้รสชาติจัดจ้าน และอร่อย ที่สำคัญคือราคาถูกมาก หากเทียบกับปริมาณที่ได้ เหมาะกับเศรษฐกิจในยุคนี้  อีกทั้งสามารถสั่งกินได้อย่างหลากหลาย ด้วย ถือว่าคุ้มจริงๆ

สำหรับร้าน เฉยชา ทุกยำ 19 บาทตั้งอยู่ตรงข้ามโรงงานน้ำตาลครบุรี บ้านจระเข้หินหมู่ที่ 1 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงเสาร์ หยุดวันอาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ถึงเวลา 22.00 น. – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก’โอวาทธรรม’หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675257

'รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก'โอวาทธรรม'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง'

‘รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน ทำให้มาก’โอวาทธรรม’หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง’

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

‘รักษาจิตให้ดี’ วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ปุจฉา : หลวงปู่มีอะไรจะแนะนำในเรื่องการปฏิบัติทางจิตบ้างครับ

วิสัชนา : จะเอาทางจิตทางใจก็เอา แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์นี้มีขึ้นที่ใจอย่างเดียว รักษาแต่ใจอย่างเดียวให้แน่นหนา รักษาแต่ใจอย่างเดียวตลอดชีวิต รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในกุศลกรรมบถสิบ รักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ นี่เป็นเบื้องต้น เวลาอยู่ในคนหมู่มาก ได้พูดกับคนหมู่มาก บางทีจะลืมตัวไป จงมองเข้ามาดูใจนี่ ใจนี้เป็นใหญ่ คุมกายกรรม วจีกรรม ให้รู้เข้ามาในกาย ให้มองมาดูใจนี่แหละ เอาใจนี้เป็นผู้รู้ ใจนี้เองน่ะแหละเป็นผู้หลง ใจนี้แหละเป็นผู้ละ ปฏิบัติกายวาจาใจนี่ให้เรียบร้อย กายนี่ก็ออกไปจากใจนี่แหละ ให้พิจารณา กายนี่เขาก็ไม่เที่ยง ใจนี่เขาก็ไม่เที่ยง

แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ก็ชี้เข้ามาที่ใจนี่แหละ ใจนี้เป็นเหตุ ให้ใจนี้ละ ให้ใจนี้วาง ให้ใจนี้ถอน ถอนทุกสิ่งทุกอย่างหมด มันจึงจะได้ ถอนทีแรกก็เอาใจนี่แหละถอน ถอนอยู่ที่ใจนี้ ละอยู่ที่ใจนี้ วางอยู่ที่ใจนี้ ให้ใจนี้รักษา ต้องรักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษาลิ้น รักษากายวาจานี้แหละ รูปมาทางตานี่ ก็นึกที่ใจ พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี ก็ที่ใจนี่แหละ เอาศีลนำออกมาให้หมดจากใจของตน ละออกจากใจนี่แหละ เอาใจนี่วาง เอาใจนี่ถอนมันให้หมด เวลาไปหาหมู่มาก พูดไปพูดมาแล้วก็หลง มันหลงใหลอยู่เท่านั้นแหละ ต้องน้อมเข้ามาที่ใจของตน สิ่งใดก็ตามเถอะ ให้น้อมเข้ามาสู่ใจ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ก็ชี้เข้ามาที่กายที่ใจนี่แหละ

อุปัชฌายะสอน ก็สอนเข้ามาถึงกายนี้แหละ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ปัญจกกัมมัฏฐาน กายคตากัมมัฏฐาน ฐานที่ตั้งของกายนี้แหละ กายเขาไม่รู้แจ้ง จะรู้แจ้งก็รู้แจ้งที่ใจนี่แหละ เอาใจละสิ่งทั้งหลายที่มาทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ มาทางตา ที่พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี มาทางหู ที่พอใจก็ดี ไม่พอใจก็ดี มาทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ที่พอใจก็ดี ที่ไม่พอใจก็ดี เอาศีลนี่แหละนำออกเสียด้วยปัญญาของตน ออกไปจากใจนี้ ใจเป็นผู้รู้ ผู้ละ ผู้ถอน ผู้วาง รับเอาทุกเรื่องก็ไม่ไหวละ มันเป็นธรรมเมาเท่านั้นแหละ

เรื่องอดีตอนาคตก็ใช้ปัญญานำออกให้หมด ตัดอดีตอนาคตหมด อย่าให้มันเหลือ อดีตอนาคตมันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตัดอดีตอนาคตออกแล้ว ให้จิตนิ่งอยู่กับปัจจุบัน เดินอยู่กับปัจจุบัน ว่างอยู่กับปัจจุบัน วางอยู่กับปัจจุบัน มันจึงเป็นพุทโธ มันจึงเป็นธรรมโม สังโฆ อยู่นี่แหละ มัวเอาที่อื่นอยู่ มันก็ไม่ไหวละ รักษาตา รักษาจมูก รักษาลิ้น รักษาหู รักษากาย ใจ ให้ตลอด เวลาพบคนมาก มันก็ต้องมีหลายสิ่งหลายประการ พูดอยู่ก็ต้องน้อมเข้ามาหาใจ มากำหนดให้รู้ใจของตน

อุปาทานทั้งห้ามันเกิดมาจากใจนี่แหละ อนิจจังทั้งห้ามันก็เกิดจากใจนี่แหละ เหตุมันก็มาจากใจนี่แหละ ทุกขังทั้งห้าก็ดี อนัตตาทั้งห้าก็ดี นิจจังทั้งห้าก็ดี มันเป็นนิจจัง มันอยู่คงที่ มันเที่ยงอยู่ อนัตตาทั้งห้ามันวางหมด แล้วทีนี้มันเป็นอัตตาตั้งอยู่ภายใน ยึดเรื่อยไปก็เป็นอัตตา แต่อาศัยอนัตตาอยู่ เพราะว่าไปพิจารณาอยู่ อุปัชฌาย์สอนก็ชี้ลงที่กายนี้เสียก่อน เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ นึกถึงปัญจกัมมัฏฐาน กายคตากัมมัฏฐาน

เวลาได้โอกาสก็ให้นั่งทำความสงบ ทุกข์มันจะเกิดขึ้น มันก็เกิดที่นี่ ที่ใจนี่แหละ เจ็บแข้ง เจ็บขา เจ็บหลัง เจ็บเอวก็เกิดขึ้น กำหนดทุกข์เข้าจนรู้เหตุรู้ผล รู้เหตุว่ามันนำทุกข์มาให้เสวย เหตุดับ ทุกข์ดับ ปัจจัยของเราก็ดับ อวิชชาความมืดก็ดับ นี่แหละให้หมั่นตั้งใจรักษา ศีลก็บัญญัติลงที่ใจนี่แหละ สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี บัญญัติลงในกายในใจนี่แหละ สองอย่างเท่านี้แหละ รู้ทางกายก็วางให้หมด รู้ทางกายก็ชวนเข้ามาที่ใจนี้แหละ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์รู้ที่ใจนี้แหละ ใจจึงเป็นเหตุ ก็เอาใจนี่แหละละ ก็เอาใจนี่แหละถอน เอาใจนี่แหละวาง วางอยู่ที่ใจ นี่แหละมันจึงจะใช้ได้ ถ้าไปเอาอันอื่นมาละ มันใช้ไม่ได้หรอก

ที่อุปัชฌาย์สอนก็สอนที่กายนี้ ดีสงบก็ที่กายนี้ ดีสงบก็ที่ใจนี้ คิดดีก็ใจนี้ คิดชั่วก็ใจนี้ ดูไปๆ มันก็ได้กำลังนะ เอาเข้าๆ มันก็ได้กำลัง เบิกยา รู้แจ้งเห็นจริง ผู้ปฏิบัติน้อมเข้ามาปฏิบัติกายวาจาใจ ธรรมะเกิดขึ้นในดวงใจนี้ เวทนาคือตัวกรรม ไม่ใช่มีกับเราเท่านั้น เวทนาคือตัวกรรมบุญ เวทนาคือตัวกรรมบาป น้อมเข้ามาที่นี่จนถึงอัพยากตธรรม ทางนี้ไม่มีกิเลสหนา อัพยากตธรรมเป็นฐาน น้อมเข้ามาที่นี่

พูดมากคุยมากมันก็มากไป จงหยุดน้อมเข้ามาในใจเสียก่อน เดี๋ยวจะลืมไป เอาแค่นี้ก็อยู่ได้ เอามามากมายก็จะทุกข์ ใจนี่มันคิด ใจนี่มันทุกข์ ตัดออกให้หมด ไม่คิดไม่นึก เมื่อไม่คิด จิตของเราก็ตั้งอยู่เป็นปกติ ไม่ได้ไปที่ไหน รูป เสียง กลิ่น รส ธรรมารมณ์ทั้งห้า นำเอาเข้ามาหมักหมมไว้ในใจ ให้เขาผ่านไป ไม่เก็บเข้ามา ใจก็เป็นปกติ ไม่ไปที่ไหน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็เป็นปกติ รูป เสียง กลิ่น รสนี่เป็นธรรมดาโลกนะ ดีเขาก็ว่า ชั่วเขาก็ว่า ร้ายเขาก็ว่า ก็มีอยู่อย่างนี้แหละ รักษาจิตให้ดี ทำทุกวัน เวลาได้โอกาส พักผ่อนให้ทำไป ทำให้มาก มันก็ทำจิตให้เบิกบานผ่องใส

……………………

คัดมาจากหนังสือสุจิณโณรำลึก (๒๕๒๘), ถอดความจากเทปของมูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, ม.ร.ว.ส่งศรี เกตุสิงห์ ผู้ถอดเทปในหนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดยมูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชัชชาติ’ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ ‘พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง’

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675251

'ชัชชาติ'ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ 'พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง'

‘ชัชชาติ’ชูคนเมืองทำเกษตร เตรียมออกแคทตาล๊อกเสิร์ฟ ‘พื้นที่ไหนทำเกษตรได้บ้าง’

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.00 น.

โอกาสของคนตัวเล็กๆ ที่ได้เข้าไปฟัง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ อาจารย์ชัชชาติ บรรยายในหัวข้อ “HEALTH & WEALTH FORUM” สร้างสุขก่อนสูงวัย (อยู่ดี, กินดี, การเงินดี) ซึ่งเป็น Special Talk ที่จัดโดยสื่อในเครือเนชั่น ได้แก่ กรุงเทพธุรกิจ, ฐานเศรษฐกิจ และสปริงนิวส์ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนทั่วไปเข้าร่วมฟังกันจำนวนมาก

เนื้อหาที่นายชัชชาติ บรรยายบนเวทีส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ และบอกเล่าเรื่องราวของแผนการพัฒนากรุงเทพมหานครในกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะการเน้นไปที่ “เส้นเลือดฝอย” ซึ่งเน้นการให้ความสำคัญกับศูนย์สุขภาพชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจด้วยการวิ่งในทุกๆเช้า โดยเป็นสิ่งเล็กๆ ที่นายชัชชาติ ทำมาตลอดจนเป็นสไตล์ นำมาสู่เอกลักษณ์ “ผู้ว่าฯที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” รวมไปถึงการได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ 2 เล่ม คือ The Power of Habit และ “Willpower” เขียนโดย Roy Baumeister

ภายหลังการบรรยายบนเวทีจบลง “แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์นายชัชชาติ ในประเด็น “เกษตรคนเมือง” โดยนายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองว่า กำลังรวบรวมข้อมูลพื้นที่ว่างเปล่าในแต่ละเขตพื้นที่ของ กทม. เพื่อจัดทำเป็นแคทตาล็อก (catalog) ให้คนในพื้นที่แต่ละเขตทราบว่า มีพื้นที่ว่างเปล่าตรงไหนบ้างที่จะใช้ทำเกษตรคนเมืองได้ และเพื่อจะสามารถใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมได้มากขึ้น 

“เมื่อวาน (21 ส.ค.65) ไปกรมพัฒนาชุมชน พื้นที่แถวหนองจอก ก็มีพื้นที่ที่ว่างอยู่ เราก็ไปปลูกผัก ปลูกอะไรกัน หรือไปหาที่ดินส่วนราชการ เช่น กรมธนารักษ์ เพื่อไปใช้ประโยชน์ ทาง กทม.จะเป็นศูนย์กลางให้ เหมือนกับทำแคทตอล๊อกให้ว่ามีที่ไหนบ้าง คือ ไม่ต้องใช้เงินและใช้วิธีขอยืมเขามาและให้เป็นแหล่งทำมาหากิน ซึ่งตอนนี้รวบรวมดาต้าเบสก่อน คือ แคตตาล๊อกพวกนี้จะมีข้อมูลบอกถึงจำนวนพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มาก ขนาดแปลงอาจจะไม่เยอะมาก แต่ทำเป็นแคทตาล๊อก ทำแต่ละเขตๆว่ามีพื้นที่ไหนว่างบ้าง อย่างที่หนอกจอก ที่บดินทร์เดชา 4 มีพื้นที่ 40 ไร่ ปลูกผักบุ้งจีน และปลูกหลายอย่าง ตรงนี้ก็เป็นต้นแบบ เป็นโมเดลได้ เพราะต่อไปค่าขนส่งแพงขึ้น และพอคนเห็นเป็นผักปลอดสารพิษคนก็กล้าซื้อมากขึ้น ก็สอดคล้องกับการทำโครงการแยกขยะ ปุ๋ยหมักในเมือง แล้วก็มีพื้นที่ว่างเยอะ สวนผักในเมือง อาจจะหาพื้นที่ในชุมชนและลดการเก็บขยะ ลดปริมาณขยะลง เอาพื้นที่รอใช้ประโยชน์” อาจารย์ชัชชาติเล่าให้ฟัง 

สำหรับอนาคตการทำ “เกษตรคนเมือง” จะเป็นอย่างไร ในแนวทางการพัฒนาของกรุงเทพมหานคร ประเด็นนี้อาจารย์ชัชชาติตอบชัดเจนว่า อนาคตก็ส่งเสริม เพราะสุดท้ายก็มาลงที่มาร์เก็ต (market) ซึ่งถ้ามีความต้องการ หรือ ดีมานด์ (demand) ทางกรุงเทพมหานครก็จัดการทรัพยากรให้ หรือ รีซอร์ส (resource) ให้โดยสอดคล้องกับโครงการแยกขยะ การทำปุ๋ยหมักของ กทม.การมีปุ๋ยและใช้พืชลงดิน เป็นการใช้งบน้อยดีที่สุด เพราะอะไรก็ตามที่ใช้งบเยอะ โอกาสเกิดยาก 

“หลักการ คือ ทำแบบยูโด สเตติจี้ (Judo Strategy) ใช้น้ำหนักคนอื่นในการทุ่ม คือ คนที่มีที่ดินว่างเปล่า คนที่มีแรงงานว่างอยู่ ก็แจกเงินทุน แจกโนฮาว (Know-how) อันนี้ก็มากหน่อย ผู้สูงอายุก็มาทำตรงนี้ได้ มาขายได้ ก็ดี เป็นอีกโซลูชั่นหนึ่ง” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ส่วนในมุม “เกษตรคนเมือง” เมื่อนำรูปแบบประเทศไทย เปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกานั้นทางอาจารย์ชัชชาติสะท้อนมุมมองให้ฟังว่า ที่สหรัฐอเมริกาไม่มีพื้นที่แบบประเทศไทย ก็อาจต้องทำ “เกษตคนเมือง” บนตึก และบนหลังคา ส่วนในประเทศไทยมีแรงงานมาก ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำ คือ หาที่ดินก่อน และตามมาด้วยการหาเมล็ดพันธุ์และแยกปุ๋ยหมัก เพราะปัจจุบันจริงๆแล้วมีที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์เยอะ และถ้าเกิดไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ยังไม่ได้ทำอะไร บางพื้นที่ก็รอพัฒนา ซึ่งบางพื้นที่บางส่วน ทาง กทม.ก็พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ

เพราะฉะนั้น รูปแบบการพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร ที่เชื่อมโยงกับการเป็นเมืองเกษตรกรรมของไทยนั้น ทางอาจารย์ชัชชาติซึ่งสวมหมวกผู้ว่าฯกทม.มาหมาดๆ ก็มีแนวคิดและแผนพัฒนาให้คนเมืองทำเกษตรกรรมโดยเน้นไปที่การปลูกผักปลอดสารพิษ ดังนั้นใครที่สนใจทำเกษตรในเมือง และ ยังติดขัดเรื่องพื้นที่การทำเกษตร ก็รออาจารย์ชัชชาติในการรวบรวมข้อมูลออกมาเป็นแคทตอล๊อกให้ได้ทราบกันว่า ในพื้นที่เขตของตนเองนั้น มีพื้นที่ไหนว่างเปล่าและได้รับการอนุญาติให้ทำ “เกษตรในเมือง” ได้บ้าง ก็เรียกว่า เป็นหนึ่งแนวคิดที่ตอบโจทย์ความเป็นเมืองเกษตรกรรมผ่านคนเมือง (Urban) ได้อย่างน่าติดตาม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลานชายเล่านาทีสยอง! ‘ต่อหัวเสือมรณะ’ รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675218

หลานชายเล่านาทีสยอง! 'ต่อหัวเสือมรณะ' รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

หลานชายเล่านาทีสยอง! ‘ต่อหัวเสือมรณะ’ รุมต่อยสาวพิการเสียชีวิต

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.31 น.

วันที่ 23 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเกิดเหตุต่อหัวเสือรุมต่อยนางสาวนันทิดา หรืออ้อย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านบุ่งเวียน ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม จนเสียชีวิตโดยเหตุเกิดหลังบ้านญาติคือนางสิริลักษณ์ อายุ 58 ปี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตประมาณ 100 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.65 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ น.ส.อ้อย ผู้เสียชีวิตป่วยเป็นโรคโปลิโอขาลีบทั้งสองข้างและแขนขวาลีบตั้งแต่กำเนิด ก่อนเกิดเหตุสลดมีหลานชายชื่อน้องเก้า อายุ 12 ขวบ และน้องบุญรอด อายุ 10 ขวบ พาผู้เสียชีวิตขึ้นรถเข็นไปนั่งเล่นที่กระท่อมหลังบ้านนางสิริลักษณ์ ที่มีตัวต่อหัวเสือทำรังโคนต้นกล้วย และทางเจ้าของบ้านรู้มาก่อนว่ามีรังต่อที่เกิดจากธรรมชาติ แต่เก็บรักษาไว้กินเป็นอาหาร พอมีขนาดรังโตเต็มที่ แต่มาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน

ขณะนั่งเล่นหลานชายทั้ง 2 คนคือน้องเก้า อายุ 12 ขวบ ได้โยนกิ่งไม้ไผ่ทิ้งไปในป่าต้นกล้วย ซึ่งห่างจากกระท่อมประมาณ 10 เมตร ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไปโดนรังต่อทำให้แตกรังยกทัพมารุมต่อย น.ส.อ้อย สาวพิการที่นั่งเล่นเกือบยกรัง ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เพราะวิ่งหนีไม่ได้ เนื่องจากแขนขาพิการ

โดยน้องบุญรอด ตกใจวิ่งหนี แต่ขณะที่ทางด้านน้องเก้า ฮึดสู้กองทัพตัวต่อ ทั้งที่ตัวเองถูกรุมต่อยด้วย เข้าไปช่วยลากสาวพิการออกมาจากกระท่อมส่วนน้องบุญรอดวิ่งไปเจอชาวบ้านจึงบอกให้มาช่วย กระทั่งมีชาวบ้านมาช่วยนำน้ำฉีดหาทางช่วยเหลือ กว่าตัวต่อจะสลาย น.ส.อ้อยก็อยู่ในสภาพบอบช้ำถูกกองทัพต่อหัวเสือรุมต่อยทั้งตัว จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลนครพนม ทั้งสาวพิการรวมถึงน้องเก้าหลานชายที่ถูกตัวต่อต่อยกว่า 20 ตัว ระบมทั้งตัว

ต่อมาในวันเดียวกัน น.ส.อ้อยได้ออกจาก รพ.นครพนม เพื่อมาสังเกตอาการที่บ้าน กระทั่งกลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคม 2565 น.ส.อ้อย มีอาการไม่ดี ญาติจึงนำส่ง รพ.นครพนมอีกครั้ง แต่สาวพิการเหยื่อต่อหัวเสือได้เสียชีวิตจากอาการแพ้พิษต่อรุนแรง ซึ่งญาตินำศพทำการฌาปนกิจศพในวันนี้ท่ามกลางความสลดของญาติพี่น้อง

ทั้งนี้ ต่อหัวเสือ ถือเป็นสัตว์ปีกมีพิษที่อันตราย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม เป็นฤดูกาลของต่อหัวเสือทำรัง และมีชาวบ้านบางส่วนนิยมนำมาเลี้ยง รวมถึงเกิดเองตามธรรมชาติ ถือว่าเสี่ยงอันตรายมาก ต้องระมัดระวัง เพราะหากพลาดถูกต่อยอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้เตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับอันตรายจากต่อหัวเสือ

ด้านน้องเก้า อายุ 12 ปี ผู้รอดชีวิตจากต่อหัวเสือ เล่านาทีชีวิตว่า ขณะนั่งเล่นในกระท่อมหลังบ้านป้าและมีรังต่อทำรังตรงโคนต้นกล้วย ซึ่งเห็นมานานแล้ว แต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจะมารุมต่อยทำร้าย โดยนั่งเล่นกันทั้งหมด 3 คน มีผู้เสียชีวิตกับตนและน้องชาย คือ น้องบุญรอด จากนั้นตนได้โยนไม้ไผ่ที่นำมาเล่นทิ้งเข้าไปในป่ากล้วย บังเอิญไปถูกรังต่อ และแตกรังยกทัพมารุมต่อย ผู้ตายจนดำไปทั้งตัว แต่ตนตัดสินใจฮึดสู้ เพราะสงสารน้าสาวที่ถูกต่อย พยายามเข้าไปช่วยชีวิต ทั้งที่ตนถูกรุมต่อยด้วยไม่ต่ำกว่า 20 ตัว ซึ่งยังมีบาดแผลระบมไปทั้งร่าง โชคดีปลอดภัยไม่อันตรายถึงชีวิต เพราะมีชาวบ้านได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ เข้ามาหาทางช่วยไว้ได้ทัน ส่วนน้องบุญรอดโดนต่อยแค่ 1 ตัว หลังเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปเรียกญาติ และชาวบ้านมาช่วย

ส่วนนายชะพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ญาติผู้ตาย เล่าช่วงนาทีชีวิตที่เข้าไปช่วยผู้ตายอีกคนว่า ตนเลี้ยงวัวอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ได้ยินเสียง หลานชาย หลานสาว ตะโกนร้องไห้ และร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกต่อต่อย จึงรีบวิ่งมาดู หาทางช่วย พบเห็นกองทัพต่อ ยกทัพออกมารุมต่อยหลานสาวที่เสียชีวิต รวมถึงหลานชาย คือ น้องเก้า ที่พยายามเข้าไปช่วย และนำสายยางน้ำประปามาฉีดไล่ตัวต่อช่วยชีวิตชุลมุน โดยไม่คิดชีวิต เพราะสงสารหลานสาวที่พิการ วิ่งไม่ได้ถูกรุมต่อย 

จนกระทั่งแม่ต่อสลายตัว บินกลับรัง จึงพยายามลากตัวออกมาจากกระท่อมจุดเกิดเหตุ เร่งประสานไปยังรถกู้ชีพ มาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลนครพนม สุดท้ายไม่รอดชีวิต เพราะถูกแม่ต่อรุมต่อยเกือบยกรัง ทำให้ทนพิษแม่ต่อไม่ไหว เชื่อว่าส่วนหนึ่งร่างกายไม่แข็งแรงแพ้พิษต่อ จนเสียชีวิตสลด นึกถึงสภาพยังน่ากลัวมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชาวโนนดินแดง​’เรียกร้องนำ’ทับหลังพระยมทรงกระบือ’ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

Posted on August 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/675216

'ชาวโนนดินแดง​'เรียกร้องนำ'ทับหลังพระยมทรงกระบือ'ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

‘ชาวโนนดินแดง​’เรียกร้องนำ’ทับหลังพระยมทรงกระบือ’ของจริงกลับปราสาทหนองหงส์​

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.56 น.

เทศบาลโนนดินแดง ร่วมกับ ปชช.ชาวโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ทำพิธีบวงสรวงปราสาทหนองหงส์บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อ พร้อมเรียกร้องให้กรมศิลปากรส่ง “ทับหลังพระยมทรงกระบือ” ของจริงกลับมาไว้ที่องค์ปราสาทเหมือนในอดีตให้ชาวบ้านกราบไหว้สักการะเป็นสิริมงคลและดึงดูดให้คนมาเที่ยวสร้างรายได้ ปชช.ในพื้นที่

วันที่ 23 ส.ค.65 นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมนายภาคภูมิ อยู่พล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง, นายสมชัย กอชัยศิริกุล  นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง และประชาชนชาว อ.โนนดินแดง ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องเซ่นไหว้ประกอบพิธีบวงสรวงปราสาทหนองหงส์เพื่อความเป็นสิริมงคล และบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อที่จัดสืบทอดต่อกันมายาวนาน เนื่องจากปราสาทหนองหงส์ดังกล่าวเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา ทั้งนี้ ยังได้มีการรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณด้านหน้าปราสาทหนองหงส์ด้วย 

นอกจากนั้น​ภายในงานยังได้มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาทหนองหงส์ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจของหลายภาคส่วน ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องทวงคืน “ทับหลังพระยมทรงกระบือ” ที่เคยถูกโจรกรรมไปแล้วพบถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เอเชียนอาร์ต มิวเซียม เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่ประเทศไทยได้สำเร็จและปัจจุบันทางกรมศิลปากร ได้ส่งมอบทับหลังพระยมทรงกระบือดังกล่าวมาเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ที่ศูนย์บริการข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์แล้ว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา

แต่ชาวอำเภอโนนดินแดง และผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่อยากเรียกร้องให้ทางกรมศิลปากร ได้ส่งทับหลังพระยมทรงกระบือของจริง มาประดิษฐานไว้ที่องค์ปราสาทหนองหงส์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เชื่อว่าหากมีการนำทับหลังพระยมทรงกระบือของจริงมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ นอกจากสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่แล้ว ยังจะส่งผลดีด้านการท่องเที่ยว เพราะจะเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากที่จะมาเที่ยวและศึกษาประวัติความเป็นมามากขึ้น ก็จะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ตามไปด้วย 

นายบาง หาญศรี ตัวแทนชาวบ้านโนนดินแดง บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังเรียกร้องทวงคืนทับหลังพระยมทรงกระบือ ที่ถูกโจรกรรมกลับคืนมาสู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนานเกือบ 7 ปี แต่หากเป็นไปได้อยากให้กรมศิลปากรได้ส่งมอบทับหลังของจริง กลับมาประทับไว้ที่องค์ปราสาทหนองหงส์ เพื่อชาวโนนดินแดงได้กราบไหว้สักการะและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่ตัวปราสาทตั้งอยู่ที่โนนดินแดง แต่ทับหลังกลับเก็บไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งส่วนตัวมองว่ามีไม่สมบูรณ์แบบ  เพราะหากนักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวก็ควรจะได้ชมทั้งตัวปราสาทและทับหลังไปพร้อมๆ กัน 

ด้าน​นาย​สมชัย​ กอชัยศิริกุล​ นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง กล่าวว่า ตนเองก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมกับหลายภาคส่วน เคลื่อนไหวทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์มาตั้งแต่ปี 2559 จนประสบความสำเร็จได้ทับหลังกลับมาคืนแต่ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งความเป็นจริงแล้วคนในพื้นที่ก็อยากจะได้ทับหลังพระยมทรงกระบือของจริงมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ เหมือนกับที่นำทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์มาไว้ที่ปราสาทพนมรุ้ง ก็ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมจำนวนมาก

ดังนั้น ก็เชื่อว่าหากได้ทับหลังพระบรมทรงกระบือมาไว้ที่ปราสาทหนองหงส์ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมากเช่นกัน เพราะทับหลังพระยมทรงกระบือดังกล่าวมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ซึ่งก็จะทำให้อ.โนนดินแดง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งหากได้มาไว้ในพื้นที่เชื่อว่าเทศบาลและคนในพื้นที่ก็มีความพร้อมที่จะร่วมกันดูแลรักษา ส่วนเทศบาลเองก็จะเสนอของบสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษา เพราะไม่ใช่แค่ทับหลังเท่านั้น ปัจจุบันยังมีวัตถุโบราณอีกกว่า 200 ชิ้นที่ยังเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์พิมาย จึงอยากฝากให้ทางกรมศิลปากรได้พิจารณาด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,942,330 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

พาณิชย์ แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเวทีจัดหาแหล่งผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเอเชีย
ไชยวัฒน์ เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง ภูมิธรรม-ปลัด มท. หลัง มติ ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วย กม
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
รัฐบาลโชว์ผลงาน กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะล็อตใหญ่ ยึดของกลางรวมกว่า 409 ล้านบาท
กรุงเทพฯ เตรียมปักหมุด! มหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ 'WorldPride 2030'
ทรู ผนึก Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมมือกระทรวง อว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ

Recent Posts

  • 9 ปมร้อน “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ
  • ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10
  • ญี่ปุ่นผวาหมีทำร้ายคน ดับรายแรกของปี 2026 ตำรวจสอบเพิ่มอีก 2 ศพต้องสงสัย
  • “หมอจำเป็น” บนเรือสำราญเล่าสถานการณ์ หลังไวรัสฮันตาระบาดกลางทะเล

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d