Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

การสัญจรลำบากมาก! ชาวศรีบุญเรืองจี้หน่วยงานเกี่ยวข้องซ่อมแซมถนนด่วน

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670550

การสัญจรลำบากมาก! ชาวศรีบุญเรืองจี้หน่วยงานเกี่ยวข้องซ่อมแซมถนนด่วน

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.05 น.

ชาว “อำเภอศรีบุญเรือง” หนองบัวลำภู จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งซ่อมบำรุงถนนริมพองพัฒนา ตำบลนากอก อำเภอศรีบุญเรือง เป็นหลุมเป็นบ่อกว่า 3 กิโลเมตร การสัญจรที่แสนจะยากลำบาก เผย “พระวัดศรีแก้ว” ต้องบริจาคเงินซื้อหินคลุกไปถม ขณะที่ชาวบ้านบางคนถึงกับประชดอาบน้ำดำนากลางถนน

วันที่ 2 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายการว่า ในโลกโซเชียลได้มีการโพสต์และแชร์ข้อความว่า “วัดศรีแก้วบ้านริมพองพัฒนา ตำบลนากอก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เส้นทางการสัญจรที่แสนจะยากลำบากของชาวบ้านริมพองพัฒนา ตลอดระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อมากมายถึงขนาดเลี้ยงปลาปลูกข้าวได้ ไปถึงบ้านวังไฮ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ทุกคนรอคอยความหวัง ถึงคุณภาพชีวิตว่าจะดีขึ้นในการสัญจรไปมา ซึ่งเป็นความหวังที่ไม่รู้ว่าจะรออีกนานเท่าไหร่พวกเราชาวชุมชนบ้านริมพองพัฒนา ร่วมแรงร่วมใจในการบรรเทาความเดือดร้อน ในการสัญจรของพวกเรา สิ่งที่เป็นตลกร้ายยิ่งกว่านั้นคือหนึ่งในชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ผมรอมาจนผมจะแก่ตายแล้ว ถนนเส้นนี้ยังเป็นเหมือนเดิม ยังลำบากเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปบ้านริมพองพัฒนา ตำบลนากอก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยได้พบกับนางมาลัยทอง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ราษฎรบ้านริมพองพัฒนา ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าในช่วงเช้าได้มีพระคุณเจ้าที่วัดศรีแก้ว ต้องออกเงินเป็นค่าซื้อหินคลุกจำนวน 3 เที่ยวเป็นรถ 6 ล้อมาถมบริเวณจุดที่ลึกและมีน้ำท่วมขังเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาสะดวก เพราะก่อนหน้านี้เพราะคุณเจ้าได้เดินทางออกมาดูความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ละแวกนี้จึงได้เมตตาสงสาร

จากนั้นนางมาลัยทอง ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูอีก 1 จุดที่เป็นถนนดิน เวลาฝนตกลงมาเละรถเล็กและรถใหญ่ผ่านไปด้วยความยากลำบาก โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้พากันนำต้นข้าวมาดำนาที่บริเวณกลางถนนเป็นการประชด และบางคนลงไปนั่งแช่อาบน้ำในหลุมลึกที่มีน้ำท่วมขัง โดยคุณแม่มุก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปีได้เล่าว่า ถนนเส้นนี้เป็นถนนเพื่อการเกษตรเป็นถนนจากบ้านริมพองพัฒนาไปบ้านวังไฮระยะ ทางเกือบ 4 กิโลเมตร ถนนบางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อลึก เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาตนเองขับรถมอเตอร์ไซด์ ลื่นล้มตอนนี้ก็ยังเจ็บที่บริเวณสะโพก ต้องไปซื้อยามารับประทานบรรเทาปวด แต่อาการก็ยังไม่หายดี ในชีวิตนี้ก็อยากเห็นถนนใหม่อีกสักครั้ง

อีกจุดหนึ่งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายสมควร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นจุดที่พระอาจารย์ได้เมตตานำหินคลุกมาเทลงให้บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งเป็นหลุมลึกและมีน้ำท่วมขัง ได้เล่าว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมจากหมู่บ้านถึงหมู่บ้าน บริเวณสองข้างทางมีพี่น้องมาทำไร่ทำสวนเลี้ยงชีพและที่ผ่านมาเคยมีหน่วยงานนำหินคลุกมาลงให้แต่ก็นานมากแล้ว หมู่บ้านอื่นเขามีถนนดีๆใช้ จึงอยากให้หน่วยงานที่ดูแลลงมาแก้ไขให้ด้วย เพราะสงสารชาวบ้านที่ต้องใช้ชีวิตและเดินทางสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ไฟไหม้บ้านพ่อเฒ่า แต่ผ้ายันต์’หลวงพ่อเกษม’เครื่องรางของขลังไม่ไหม้

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670532

ฮือฮา! ไฟไหม้บ้านพ่อเฒ่า แต่ผ้ายันต์'หลวงพ่อเกษม'เครื่องรางของขลังไม่ไหม้

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 23.16 น.

ชาวบ้านฮือฮาไฟไหม้บ้าน แต่หลังจากเพลิงสงบกลับพบว่าผ้ายันต์หลวงพ่อเกษม เขมโก พระเครื่อง รวมทั้งเครื่องรางของขลังต่างๆ กลับไม่มีรอยไหม้แม้แต่น้อย

วันที่ 1 สค 65 เวลา 17.58 น.ร.ต.อ.(หญิง) พิมพ์ชนก ศรีมูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพะเยา จ.พะเยา รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน นายปรีชา  นาหลวง อายุ62 ปี บ้านเลขที่ 255 หมู่ 11 บ้านแท่นดอกไม้ ตำบลต๋อม อำเภอเมืองจังหวัดพะเยา หลังรับแจ้งพร้อมด้วย นายไพรณรงค์ บัวเทศ รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๋อม นายสมเกียรติ  เชื้ออยู่นานสท.บ้านต๋อม และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านต๋อม จำนวน 2 คันพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ดับเพลิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดกู้ภัยกลางพิทักษ์ชีพพะเยา รุดไปที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน2ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้  ไฟได้ลุกไหม้ในห้องนอนชั้นบนทางเจ้าที่ดับเพลิงนำน้ำเข้าไปทำการฉีดสกัดทั้งในห้องนอนและภายนอกรอบบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้ไฟไหม้ลุกลาม ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงจึงสงบ  หลังเพลิงสงบตรวจสอบพบว่าในห้องนอน ถูกไฟไหม้ภายในห้องนอนทำให้ฟูกที่นอนทีวีพัดลมและไม้กระดานพื้นบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

หลังจากเพลิงสงบได้ทำการตรวจสอบพบว่า สาเหตุที่ไฟไหม้ในครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเต้าเสียบปลั๊กไฟพ่วงที่ติดไว้กับเสาภายในห้องนอน มีรอยไหม้ลุกลามไปทั่วบริเวณห้องนอนจนได้รับความเสียหาย ทั้งหมด 

นายพงศกร แทนสม  อายุ 42 ปี เล่าว่า ขณะไฟไหม้บ้านเจ้าของบ้านปิดบ้านไว้ไม่มีใครอยู่บ้าน ตนเองเป็นหลานของเจ้าของบ้าน ไม่เห็นไฟทุกไหม้ยังมีเสียงดังมีคนโขมงพุ่งออกมาจากในบ้านจึงรีบบอกให้เพื่อนบ้านและญาติช่วยกันนำน้ำเข้าไปดับและแจ้งเจ้าหน้าที่ ดับเพลิง ดับเพลิงมาช่วยดับ

นายปรีชา   นาหลวง อายุ 62   บ้านเลขที่ 255 หมู่ 11  บ้านแท่นดอกไม้ ตำบลต๋อม อำเภอเมือง  จังหวัดพะเยา เจ้าของบ้าน  กล่าวว่า  ขณะไฟไหม้บ้านตนเองไม่อยู่บ้านปิดบ้านไว้ไปทำงานส่งน้ำแข็ง รู้ว่าไฟไหม้เพราะมีหลานโทรมาบอกจึงรีบกลับมาบ้าน และพบว่าในห้องนอนของตนเองถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดและพบว่าพระเครื่องเครื่องลางของขลัง ที่เก็บไว้บนหัวเตียง และผ้ายันต์หลวงพ่อเกษมเขมโกที่พับเก็บไว้ ไฟไม่ได้ไหม้แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังไฟดับเก็บของมีค่าในห้องนอนนำออกมา เช่น พระเครื่องเครื่องลางของขลัง และผ้ายันต์ หลวงพ่อเกษมเขมโก ออกมาดูพบว่าไฟไม่ได้ไหม้แต่อย่างใด ทำให้กลุ่มชาวบ้านและเจ้าหน้าที่พากันฮือฮา กับผ้ายันต์หลวงพ่อเกษม และต่างเชื่อว่าเพราะบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อเกษมทำให้ไฟไม่ให้ลุกลามไหม้ทั้งหลัง สำหรับค่าเสียหายประมาณ 100,000 บาทและสาเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ สันนิษฐานว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรส่วนสาเหตุที่ใช้จริงรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

001
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รุดช่วยด.ญ.11ขวบ​ ปู่ย่าล่ามโซ่ตี อ้างดื้อ​หนีเที่ยว เคยถูกล่อลวงกระทำชำเรา

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670515

รุดช่วยด.ญ.11ขวบ​ ปู่ย่าล่ามโซ่ตี อ้างดื้อ​หนีเที่ยว เคยถูกล่อลวงกระทำชำเรา

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.59 น.

พมจ.บุรีรัมย์​ ร่วมกับอำเภอลำปลายมาศ อบต.หนองคู โรงเรียน และรพ.สต. รุดช่วย ด.ญ. 11 ขวบ ชั้น ป.4 หลังเพื่อนบ้านถ่ายคลิปโพสต์ร้องเรียนปู่ย่าล่ามโซ่เฆี่ยนตี ด้านปู่กับย่ายอมรับล่ามโซ่หลานจริง อ้างดื้อ พูดไม่เชื่อฟัง ชอบหนีเที่ยว ทั้งเคยถูกล่อลวงไปกระทำชำเรา ขณะที่บ้านพักเด็กฯเตรียมรับไปดูแล

1 สิงหาคม 2565 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ไม่รู้ ลืมแล้ว” ได้โพสต์คลิปเด็กหญิงถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน โดยมีปู่กับย่าเด็กเป็นคนควบคุม และใช้ไม้ตีหลานตัวเอง พร้อมข้อความว่า “ขออนุญาตแอดมินนะครับ หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือด้วยนะครับ ตาใช้ความรุนแรงเกินกว่าสมควร” เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

ล่าสุดวันนี้ (1 ส.ค.65) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอลำปลายมาศ, ผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปลายมาศ, ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หนองคู และนายก อบต.หนองคู ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังดังกล่าวตามที่มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามข้อมูลจาก ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ ที่ปรากฏในคลิป ก็ให้ข้อมูลว่าได้ถูกปู่กับย่าใช้โซ่ล่ามที่ขา ทั้งทำโทษด้วยการเฆี่ยนตีและใช้มือบีบคอจริง

ด.ญ.เอ บอกว่า “ที่ปู่กับย่าล่ามโซ่ที่ขาเพราะปู่กับย่าไม่ให้ออกไปเล่นกับเพื่อน บางครั้งหนูอยู่คนเดียวก็อยากไปเล่นกับเพื่อนบ้างเพราะหนูเหงา แต่พอเวลาออกไปเล่นแล้วกลับมาบ้านปู่กับย่าก็จะใช้ไม้ตีหนู และมัดเอาไว้ บางทีก็บีบคอหนูด้วย หนูเจ็บ หนูกลัว บางครั้งก็ขู่ว่าถ้าแกะโซ่ออกแล้วแอบออกไปเล่นจะเอามดแดงมากัด ตอนนี้หนูไม่อยากอยู่กับปู่ย่าแล้วเพราะกลัว”

ทั้งนี้ จากการสอบถามนายดำและนางแดง (นามสมมติ) ปู่กับย่าของ ด.ญ.เอ ก็ยอมรับว่า ได้ใช้โซ่ล่ามหลานจริง อ้างว่าหลานเป็นคนดื้อ ชอบหนีเที่ยวตอนที่ปู่กับย่าต้องออกไปทำงานข้างนอก พูดตักเตือนยังไงก็ไม่ฟังยังแอบหนีไปเที่ยวเล่นข้างนอกอยู่เรื่อยๆ จึงต้องล่ามโซ่หลานเอาไว้เพราะไม่อยากให้หลานหนีเที่ยว กลัวจะเป็นอันตราย บางครั้งกลับมาตอนค่ำมืด ถ้าหลานไม่ดื้อคงไม่ทำแบบนี้

ขอยืนยันว่าทำไปเพราะเป็นห่วงหลาน เพราะเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน และที่ผ่านมาหลานก็เคยถูกชายอายุประมาณ 45 ปี รู้แค่ชื่อเล่นว่าเลิฟ หลอกล่อพาไปซื้อขนมแล้วพาไปกระทำชำเรา ก็เกรงว่าเวลาไม่อยู่หลานจะถูกหลอกไปกระทำแบบนั้นอีก จึงจำเป็นต้องล่ามโซ่เอาไว้

ขณะที่นายช่อ พ่อค้าขายไก่ย่างอยู่บริเวณทางเข้าออกบ้าน เล่าว่า ที่ผ่านมาเห็นปู่กับย่าทำโทษหลานบ่อยครั้ง เนื่องจากเด็กดื้อพูดไม่ค่อยเชื่อฟังชอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ตอนแรกก็ไม่อยากจะยุ่งเพราะเป็นเรื่องในครอบครัว แต่ตอนหลังเริ่มใช้โซ่ล่ามขาผูกติดกับเสาที่บ้านเอาไว้บ่อยครั้ง ล่าสุดทั้งล่ามโซ่ทั้งตี ตนเห็นแล้วก็สงสารจึงบอกให้ลูกชายถ่ายคลิปเอาไว้แล้วโพสต์เพื่อขอให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าเด็กจะดื้อก็เป็นไปตามวัย แต่ก็ไม่ควรจะกระทำรุนแรงขนาดนี้

ด้านนายสุวรรณ์ นายก อบต.หนองคู บอกว่า หลังทราบเรื่องก็รีบลงพื้นที่มาตรวจสอบ เบื้องต้นจากการสอบถามข้อมูลก็พบว่ามีการล่ามโซ่เด็กจริง โดยปู่กับย่าก็ให้เหตุผลว่าทำไปเพราะว่าหลานดื้อ ชอบออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านแล้วกลับเข้าบ้านค่ำมืด ส่วนปู่กับย่าก็ต้องออกไปทำงานข้างนอกไม่ได้อยู่ดูตลอดเวลา

ซึ่งกรณีดังกล่าวทาง อบต.ก็จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กไม่ให้ถูกกระทำแบบนี้อีก เบื้องต้นทราบว่าทางบ้านพักเด็กจังหวัดบุรีรัมย์จะรับเด็กไปอยู่ในความดูแลก่อนและหาทางช่วยเหลือตามขั้นตอน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แก๊งคอลฯไม่ได้หลอก! ลูกชายพ่อค้าปุ๋ย แค่สมัครเกมออนไลน์ซื้อไอเทม1.2ล้าน

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670511

แก๊งคอลฯไม่ได้หลอก! ลูกชายพ่อค้าปุ๋ย แค่สมัครเกมออนไลน์ซื้อไอเทม1.2ล้าน

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.22 น.

1 สิงหาคม 2565 กรณีนายณรงค์ฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) วัย 49 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.แม่เจ้าอยู่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พ่อค้าปุ๋ยนำหลักฐานร้องขอความช่วยเหลือศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช อ้างว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ลูกชายวัย 10 ขวบ ส่งหลักฐานส่วนตัว และโอนเงินจากบัญชีของตนไปให้รวม 65 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 7 -25 ก.ค.65 รวมเป็นเงินกว่า 1,206,000 บาท เบื้องต้นแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ผ่านมาหลายวันคดีไม่คืบหน้า

ล่าสุดวันนี้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท. 5 เผยว่า กรณีที่ปรากฏข่าวสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจ สภ.เชียรใหญ่

โดยเชิญนายณรงค์ฤทธิ์ และลูกชาย อายุ 10 ปี เพื่อสอบถามรายละเอียด พร้อมตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องของนายณรงค์ฤทธิ์ และลูกชายวัย 10 ขวบ จนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายณรงค์ฤทธิ์ นำโทรศัพท์มือถือให้ลูกชายใช้เรียนออนไลน์แพร่ระบาดโควิด ซึ่งการใช้งานแต่ละครั้ง นายณรงค์ฤทธิ์ ไม่ได้เฝ้าระวังหรือตรวจสอบการใช้งานของลูกชายอย่างใกล้ชิด ลูกชายของผู้เสียหาย จึงนำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปใช้ในการสมัครเล่นเกมออนไลน์และซื้อไอเทมเกม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อแต่ละครั้ง โดยการซื้อไอเทมทั้งหมด เป็นการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-wallet ซึ่งผูกกับบัญชีธนาคารของพ่อ

โดยการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าการทำธุรกรรมทุกครั้ง เป็นการทำธุรกรรมโดยเจ้าของบัญชีเอง ซึ่งลูกชายอาจเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่นายฤรงค์ฤทธิ์ ไม่ทราบรายละเอียดขั้นตอนดังกล่าว ซึ่งการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง เป็นการชำระค่าสินค้าเกี่ยวกับเกมออนไลน์ ซึ่งจาการตรวจพบมี 2 ส่วน คือทำธุรกรรมด้านการเติมเงิน เพื่อใช้ซื้อไอเทมเกม และทำธุรกรรมทางด้านการสนับสนุนผู้ทำ Content ผ่านช่องทาง YouTube และการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง เป็นการกระทำผ่านอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 เครื่อง เป็นของนายฤรงค์ฤทธิ์ ที่ให้ลูกชายไว้ใช้งานเรียนออนไลน์ นอกจากนี้ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว พบว่ามีการใช้งานกับกระเป๋า E-wallet และ แอปพลิเคชัน Mobile banking ซึ่งผูกบัญชีไว้ด้วยกัน

อย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมอธิบายรายละเอียดที่เกิดขึ้นให้กับ นายฤรงค์ฤทธิ์ ซึ่งทราบและเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ลูกชายของตน ไม่ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงแต่อย่างใด แต่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของลูกชายของตนเอง ที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประเดิม 3 เวทีสุดยิ่งใหญ่ ‘เทศกาลพัทยามิวสิคเฟสติวัล 2022’ กระตุ้นการท่องเที่ยว

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670507

ประเดิม 3 เวทีสุดยิ่งใหญ่ 'เทศกาลพัทยามิวสิคเฟสติวัล 2022' กระตุ้นการท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.55 น.

สุดยิ่งใหญ่เทศกาลพัทยามิวสิคเฟสติวัล 2022 ตลอดเดือนสิงหาคมกระตุ้นการท่องเที่ยว ประเดิม 3 เวทีสุดยิ่งใหญ่ เวทีพัทยาเหนือ เวทีพัทยากลาง และเวทีพัทยาใต้ ขนทัพศิลปินอันดับต้นๆของเมืองไทยมาเพียบ

วันที่ 1 ส.ค.65) นางสาวทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงความพร้อมในงานเทศกาลพัทยามิวสิคเฟสติวัล 2022 ว่า วันนี้ได้มีการประชุมกับภาคส่วนต่างๆ ในด้านการปลอดภัย หน่วยความปลอดภัย EOD หน่วยปฐมพยาบาลโดยให้เจ้าหน้าที่รับหน้าที่ประจำตามจุดต่างๆของเวที รวมไปถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการรักษาความสงบภายในงาน รวมไปถึงมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการปิดการจราจรถนนสายชายหาดตั้งแต่วงเวียนปลาโลมา ขาลงชายหาด ไปตามถนนเลียบชายหาดพัทยา ถึงสามแยกพัทยากลาง และแยกนิภาลอดจ์ขาขึ้นสุขุมวิท ตั้งแต่เวลา 16.00-01.00 น.

“อยากให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานเทศกาลพัทยามิวสิคเฟสติวัล 2022 โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงานจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งการตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมงและจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 บนแอพพลิเคชั่นหมอพร้อมครบ 2 เข็ม ซึ่งก่อนเข้างานจะมีการตรวจวัดอุณภูมิร่างกาย พร้อมสแกนคิวอาร์โค้ด เข้า-ออกงานทุกครั้ง สำหรับพื้นที่จัดงานจะมีการจัดเก้าอี้นั่งแบบเว้นระยะ1-2 เมตร”  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มไทย-เทศขึงตาข่ายหวดบีชเทนนิสกลางหาดพัทยาชูภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670504

กลุ่มไทย-เทศขึงตาข่ายหวดบีชเทนนิสกลางหาดพัทยาชูภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.50 น.

วันที่ 1 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งเยาวชน รวมกลุ่มกันตั้งเสาขึงตาข่ายตีเส้น สร้างสนามบีชเทนนิสชั่วคราว พร้อมกับผลัดกันจับไม้หวดลูกเทนนิส ซึ่งมีทั้งตีโต้แบบสนุกสนาน หรือจับคู่แข่งกันแบบเกมส์กีฬา กลางแสงแดดริมทะเลอ่าวพัทยา ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่นั่งพักผ่อนกันอยู่ในร่มเตียง ซึ่งเป็นกิจกรรมใหม่บนชายหาดพัทยา ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับบรรยากาศชายหาดในต่างประเทศ

จากการสอบถาม นาย salehferas almufadhi (น้องซาเละห์) อายุ 14 ปี และนาย Alex leklamat harrison อายุ 15 ปี (น้องอเล็กซ์) เปิดเผยว่า สำหรับ บีชเทนนิส เป็นกีฬารูปแบบใหม่ ลักษณะคล้ายเทนนิสบนคอร์ท แต่เปลี่ยนมาเล่นบนชายหาดแทน โดย บีชเทนนิส เป็นกีฬาที่ผสมผสานระหว่าง 3 กีฬา ได้แก่ วอลเลย์บอล เทนนิส และแบดมินตั้น เข้าด้วยกันกลายมาเป็น บีชเทนนิส

โดยปกตินั้นกลุ่มของพวกตน มีรุ่นพี่ รุ่นน้อง ชาวไทยและต่างชาติ ที่รวมกลุ่มกันเล่นบีชเทนนิส ที่สนามต่างๆในเมืองพัทยา อาทิ สนาม 85 อาคาเดมี่ สนามซาเละห์สปอร์ตคลับ รวมถึงลานกีฬาอเนกประสงค์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งอาจจะมีไปแข่งขันบ้าง ตามรายการที่จัดแข่งอยู่ทั่วประเทศ

ส่วนบริเวณชายหาดพัทยานั้นเพิ่งมาเล่นเป็นครั้งแรก และถือว่าเป็นพวกตนเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มาขึงเน็ทตาข่ายตั้งเสา เล่นกีฬาบีชเทนนิส กลางชายหาดพัทยาแห่งนี้ เพื่อต้องการเปิดให้คนไทย ได้รู้จักกีฬาบีชเทนนิสมากขึ้น ว่ายังมีกีฬาแบบนี้อยู่ที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงได้ง่าย ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเล่นได้ ได้ความสนุกสนาน ได้ออกกำลังกาย

ทั้งนี้ ใครอยากเล่นหรือสนใจในกีฬา บีชเทนนิส หากพบเห็นกลุ่มของพวกเราได้ที่ไหน สามารถเข้ามาทักทายและเล่นด้วยกันได้ หากเล่นไม่เป็น เรายินดีสอนให้ อุปกรณ์ฟรี ทุกอย่างฟรี และสามารถศึกษาข้อมูลกีฬาบีชเทนนิสได้ที่ กลุ่มเฟสบุ๊ค beach tennis thailand – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมาธิ’และ’อานิสงส์ของการเดินจงกรม’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่คำดี ปภาโส’

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670488

'สมาธิ'และ'อานิสงส์ของการเดินจงกรม' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่คำดี ปภาโส'

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

“…ผู้ปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สามารถรักษาศีลให้สำรวมดีแล้ว การทำสมาธิภาวนาก็เป็นไปได้ง่าย แต่ถ้าผู้ปฏิบัติไม่สำรวมรักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้ว การทำสมาธิภาวนาก็จะเป็นไปได้ยาก ทำไมท่านจึงพูดไว้เช่นนั้น ? ก็เพราะว่าเรารักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นการปราบกิเลสอย่างหยาบได้แล้ว ดังนั้น เมื่อเราทำสมาธิควบคู่กันไป ก็สามารถเป็นไปได้ง่าย

สำหรับการทำสมาธินั้น เราจะกำหนด “พุทโธ” เป็นอารมณ์ หรือเรียกว่าเอา “พุทโธ” เป็นเป้าหมายก็ได้ หรือว่าจะกำหนดลมหายใจเข้า-ออกเป็นอารมณ์หรือเป้าหมายก็ได้ เป็นต้น อันนี้แล้วแต่ว่าเราจะชอบอย่างไหนหรือถูกจริตกับสิ่งใด เมื่อเรากำหนดสติของเราตั้งมั่นอยู่ที่ไหน จิตของเราก็ให้อยู่ที่นั่น เพราะสติเป็นเครื่องผูกเป็นเครื่องครอบงำเป็นเครื่องบังคับ นอกจากสติและความรู้แล้วไม่มีสิ่งไหนในโลกที่จะสามารถบังคับจิตให้สงบลงได้ เมื่อเราต้องการบำเพ็ญสมถะเราต้องเจริญสติให้มากๆ

การฝึกหัดทำสมาธิภาวนานี้ ในตอนแรกๆ จะทำได้ยาก มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามแข้งตามขาหรือตามเอวตามหลัง ในตอนแรกๆ นี้จะต้องอาศัยความอดทนและต้องอาศัยความฝืนอยู่มากพอสมควร แต่เมื่อกระทำไปประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ ก็จะรู้สึกเคยชิน อาการปวดเมื่อยต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไป เมื่อเรารู้สึกปวดเมื่อยแล้ว ท่านจึงแนะนำให้เปลี่ยนอิริยาบถ จากนั่งสมาธิไปเป็นการเดินจงกรม ซึ่งการกำหนดใจในขณะเดินจงกรมนั้นก็เหมือนกับเรากำหนดเวลาที่เรานั่งสมาธินั่นเอง เพียงแต่ต่างจากการนั่งเป็นการเดินเท่านั้น

อานิสงส์ของการเดินจงกรม ๕ อย่าง

๑. ทนต่อการเดินทาง คือเดินทางได้ไกล

๒. ทนต่อการทำความเพียร คือทำความเพียรได้มาก

๓. อาหารที่บริโภคเข้าไปแล้วย่อมจะย่อยได้ง่าย

๔. อุคคหนิมิตที่เกิดขึ้นเวลาเดินจงกรมจะไม่เสื่อมง่าย

๕. การเดินจงกรมนั้นจิตก็สามารถที่จะรวมได้ และเป็นการบริหารร่างกายให้แข็งแรง โรคที่จะมาเบียดเบียนก็น้อยลง

ในบางครั้งเมื่อเราทำสมาธิได้แล้ว เมื่อจิตเริ่มรวมจะเกิดอาการต่างๆ เช่น มีความรู้สึกว่าเบามือทั้งสองข้าง ซาบซ่านตามร่างกาย ขนลุกขนพองคล้ายกับพบสิ่งที่น่ากลัว มีอาการตัวเบาหวิว เป็นต้น บางคนเมื่อรู้ว่าจิตเริ่มจะรวมจึงคอยดูว่าจิตจะรวมอย่างไร จิตก็รวมไม่ได้ สมาธิก็ไม่เกิด อันนี้เป็นการกระทำที่ผิด

เมื่อเรารู้ว่าจิตของเรากำลังจะรวม ให้เรากำหนดผู้รู้นิ่งอยู่ สติกับใจอย่าให้เคลื่อนจากกัน อย่าให้สติเคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ เมื่อสติไม่เคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ แล้วจิตก็รวมเอง บางครั้งก็รวมสนิทเลย เปรียบเหมือนเอาไม้ปักลงไปในน้ำที่ไหลเชี่ยว ปักให้นิ่งไว้อย่าให้เคลื่อนไปตามน้ำ อย่าให้จิตเคลื่อนจากผู้รู้

ผู้ที่สามารถทำจิตรวมได้แล้วก็ให้กำหนดจิตตามเดิม กำหนดอย่างไรที่ให้จิตรวมกันได้ก็กำหนดอย่างนั้น ถ้าจิตรวมสนิทก็อย่าเพิ่งออกจากสมาธิเสียทีเดียว ก่อนออกจากสมาธิก็ให้พิจารณาเสียก่อน เราจะได้ทราบว่าเราบริกรรมอย่างใด ตั้งสติอย่างใด ละวางอารมณ์สัญญาอย่างใด จิตของเราจึงรวมได้เช่นนี้ ถ้าเราสามารถพิจารณาถึงกรรมวิธีต่างๆ ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติในครั้งต่อไป

ขอย้ำอีกครั้ง กำหนดให้แน่วแน่นิ่งอยู่กับผู้รู้ สติกับผู้รู้อย่าให้เคลื่อนไปตามอาการใดๆ จิตก็จะรวมได้เพราะสติอย่างเดียวเท่านั้น (ถ้าขาดสติก็นั่งหลับ, เกิดอาการฟุ้งซ่าน, จิตไม่รวม เป็นต้น)

พูดตามปริยัติ “สติ” แปลว่า ความระลึกได้ในกิจที่ได้กระทำ แม้คำพูดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ในทางปฏิบัติ “สติ” แปลว่า ระลึกอยู่ที่ใจ ไม่ให้รู้ไปตามสิ่งอื่น ถึงจะมีสัญญาอะไรก็ไม่ให้เคลื่อนไหวไปตามอาการนั้น กำหนดรู้นิ่งไว้อย่างนั้น ระลึกอยู่ที่ใจ

ใจก็หมายถึงผู้รู้ เมื่อสติกับใจบังคับกันแนบนิ่งดีแล้วจิตก็จะรวมสนิท เมื่อเรานั่งกำหนดแล้ว ขณะที่เราเบาเนื้อเบากาย ก็ให้เรานิ่งไว้อยู่กับผู้รู้ คำบริกรรมต่างๆ ก็ให้เลิกบริกรรม ให้เอาแต่สตินิ่งไว้ ให้ระลึกแต่ผู้รู้เท่านั้น ตามธรรมดาสติมักจะส่งไปภายนอก ชอบเล่นอารมณ์ สังขารที่ปรุงแต่งไม่ว่าจะคิดดี คิดร้าย คิดไม่ดี ไม่ร้าย เราจะต้องพยายามฝึกหัดละวางอารมณ์เหล่านี้ อย่าให้จิตส่งออกไปภายนอก ให้สติอยู่ที่ผู้รู้เท่านั้น เมื่อเรานั่งสมาธิภาวนาเรากำหนดคำบริกรรมใดๆ ก็ตาม ถ้าเราเผลอจากคำบริกรรมนั้น เมื่อเรารู้สึกว่าเราเผลอไปรับรู้อารมณ์ภายนอก ก็ให้รีบกลับมาบริกรรมอย่างเดิมตามที่เราเคยปฏิบัติมา

ถ้าในขณะทำสมาธิแล้วจิตรวมวูบลงไป เกิดเห็นร่างกายเป็นซากศพที่มีสภาพที่เหมือนกับว่าเพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมศพ แต่จริงๆ แล้วร่างกายเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเราถอนจิตออกมาก็จะเห็นเป็นตัวตนธรรมดา อาการที่เราเห็นเป็นซากศพเช่นนี้ ท่านเรียกว่า “อสุภนิมิต” ถ้าเราเคยได้ยินครูบาอาจารย์แนะนำสั่งสอนในเรื่องของอสุภนิมิตแล้ว เราก็ทำความรู้เท่าทัน

อสุภนิมิตนี้ถ้าเกิดบ่อยๆ จะเป็นการดีมาก ท่านอาจารย์ใหญ่ (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ท่านนิยมมาก ถ้าพระเณรองค์ใดได้อสุภนิมิต เห็นร่างกายเน่าเปื่อยเป็นซากศพแล้ว ท่านว่าผู้นั้นจะสามารถที่จะบรรลุธรรมได้ง่าย

อสุภนิมิตนี้ไม่ใช่เป็นของร้าย เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเราอดกลัวไม่ได้ ก็ให้เราลืมตาเสียตั้งสติให้มั่น ขออย่างเดียวอย่าลุกขึ้นวิ่งหนี ถ้าเราเคยได้ยินได้ฟังคำแนะนำอย่างนี้แล้ว เมื่อเวลาที่เกิดอสุภนิมิตก็จะระลึกได้อยู่หรอก แต่ถ้าเราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน เมื่อเวลาที่เกิดอสุภนิมิตขึ้นก็จะเกิดความกลัว ถ้าเราลุกวิ่งหนีก็จะทำให้เราเสียสติได้ การลุกขึ้นวิ่งหนีนี้ขอห้ามโดยเด็ดขาด

การที่เกิดอสุภนิมิตนี้เรียกว่า “มีพระธรรมมาแสดงให้เราได้รู้ได้เห็น ว่าร่างกายของเราเป็นอย่างนี้ ย่อมมีความเจริญในเบื้องต้น มีความชราในเบื้องกลาง และมีการแตกสลายไปในที่สุด”

เมื่อเวลาเกิดอสุภนิมิตขึ้น ถ้าเราสามารถทนได้นับว่าเป็นการดีมาก เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามาก สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นนิมิตในตัวเรา แต่บางครั้งก็เป็นนิมิตภายนอก เช่น บางครั้งเกิดเห็นพระพุทธเจ้าหรือบรรดาครูบาอาจารย์มาปรากฏให้เห็น หรือเห็นพวกวัตถุ เช่น โบสถ์ วิหาร หรือสิ่งต่างๆ นิมิตภายนอกนี้เรียกว่า “อุคคหนิมิต”

เรื่องของนิมิตเป็นเรื่องที่สำคัญ ในบางครั้งก็มาทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตา ก็อย่าไปเข้าใจว่าเป็นเปรตเป็นผี ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่าสังขารภายในมันฉายออกไปเพื่อหลอกใจของเราเอง มันฉายออกไปจากใจนี่แหละ อันนี้พูดเตือนสติไว้

การทำสมาธิภาวนานี้ ถ้าบุคคลใดเกิดนิมิตมาก ก็อย่าได้ไปเกิดความกลัวจนกระทั่งเลิกปฏิบัติ ขอให้ปฏิบัติต่อไปโดยให้สติตั้งมั่นกำหนดรู้ อย่างที่แนะนำมาแล้ว เมื่อเราทำต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดอานิสงส์ คือ ถ้าเป็นคนนิสัยดุร้ายก็จะเป็นคนใจดี ถ้าเป็นคนโกรธง่ายก็จะค่อยๆ เบาบางลง ถ้าเป็นคนปัญญาทึบเมื่อทำจิตสงบได้แล้วก็จะเป็นคนที่ฟังอะไรรู้เรื่องเข้าใจในเหตุผล ถ้าเป็นคนที่ฉลาดอยู่แล้วก็จะเพิ่มพูนปัญญาให้มากขึ้นไปอีก ท่านจึงว่ามีอานิสงส์มาก ขณะที่เราเกิดเห็นนิมิตขึ้นมา ถ้าเราแก้ความกลัวในนิมิตได้ต่อไปก็จะสบาย เมื่อเราเกิดความกลัวขึ้น เราอย่าไปยึดถือสิ่งที่เราเห็นในนิมิตเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา ให้กำหนดรู้ว่าเป็นมาร ซึ่งพระพุทธเจ้าเรียกว่า “ขันธมาร” หรือ “กิเลสมาร”

เรื่องของนิมิตนี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่สำคัญ เพราะว่าที่เราทำสมาธิภาวนาก็เพื่อมุ่งให้เกิดความสงบภายในจิตใจเท่านั้น ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถทำจิตใจของตนให้สงบเป็นอารมณ์เดียวได้พอเท่านั้น ไม่มีนิมิตเกิดขึ้นไม่เป็นไร

การเรียนบำเพ็ญสมถะจึงจำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์ เราจึงต้องรู้ไว้ว่าที่แห่งไหนมีครูบาอาจารย์อยู่บ้าง เพื่อว่าในอนาคตเราจะออกปฏิบัติเราจะได้รู้ไว้ ถ้าเป็นวิปลาสแล้วจะไม่ยอมแก้ไขอะไรง่ายๆ กลับมาหาครูบาอาจารย์ที่เคยทรมานกันนั่นแหละ ถึงว่าจะอยู่ห่างไกลก็จำเป็นต้องไปเพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เมื่อจิตใจเป็นอย่างใดมีข้อสงสัยอย่างใดจะได้ไปศึกษากับท่านเสียก่อนที่จะผิด

เมื่อทำสมาธิจนถึงขั้นได้ฌานแล้ว บางครั้งก็จะได้ถึงขั้นอภิญญาซึ่งเป็นความรู้พิเศษ ผู้ที่ปฏิบัติเกิดนิมิตมากๆ มักจะได้อภิญญา เมื่อเหตุการณ์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้น ท่านมักจะรู้ล่วงหน้าก่อนเสมอ เช่น จะรู้ล่วงหน้าว่าวันนี้จะมีผู้มาหา เป็นต้น อภิญญาเกิดจากฌานสมาธิ อภิญญานี้ไม่แน่นอนมักจะเสื่อมได้ หรืออาจจะเป็นวิปลาสจะพูดไม่ตรงต่อธรรมวินัย เมื่อผู้ได้อภิญญาแล้วถ้าไม่รู้ทันก็จะเกิดความหลงได้

หลวงปู่มั่นท่านจะหลบหลีกหมู่ (เพื่อน) ไปธุดงค์องค์เดียว หรือสองสามองค์เป็นอย่างมาก บรรดาหมู่คณะหรือผู้ปฏิบัติเกิดความรู้ต่างๆ หรือมีปัญหาที่จะต้องกราบเรียนถาม ก็จะต้องออกตามหาท่านเอง ซึ่งมิใช่เรื่องง่ายที่จะตามท่านพบเสียด้วย

บุคคลที่มีปัญญาแก่กล้า ไตรลักษณ์จะเกิดในปฐมฌานหรือทุติยฌาน ส่วนบุคคลที่มีปัญญาขนาดกลางไตรลักษณ์จะเกิดเมื่อสำเร็จฌาน ๔ แล้ว บุคคลใดที่สำเร็จฌาน ๔ ก็มักจะไม่เกิดความกำหนัด หรือที่เรียกว่า “จิตตกกระแสธรรม” มันจะเป็นของมันเอง เรียกว่าเป็นผลของฌานสมาธิก็ได้

ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม ถ้าไตรลักษณญาณไม่เกิดขึ้นแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นมิจฉาสมาธิเป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด ไตรลักษณ์ (อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา) นี้จะเป็นเครื่องตัดสินถูกหรือผิด จะเป็นสัมมาสมาธิหรือมิจฉาสมาธิ

เมื่อพิจารณาขันธ์ ๕ (รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ) ธาตุ ๔ (ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ) เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว จนเกิดญาณความรู้พิเศษ เมื่อเกิดความรู้พิเศษแล้ว วิปัสนูปกิเลสหรือวิปลาสก็เกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อสิ่งใดหรือความรู้ใดเกิดขึ้นก็จะเอาไตรลักษณ์ (อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา) เป็นเครื่องตัดสิน

การพิจารณาให้ถือเอารู้รูปกายตามความเป็นจริง รู้เวทนาตามความเป็นจริง รู้จิตตามความเป็นจริง ให้ยึดถือความรู้นี้เป็นหลัก ความรู้อย่างอื่นไม่สำคัญ ถึงจะเกิดอภิญญารู้ในเหตุผลต่างๆ ครั้งแรกๆ ก็อาจเป็นจริง แต่ถ้าเรายึดถือในสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็จะกลายเป็นเรื่องหลอกลวงเรา ท่านจึงห้ามไม่ให้เอาสิ่งนิมิตเป็นเรื่องสำคัญ

ขอให้พวกท่านจงทำกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถปฏิบัติได้เหมือนกัน เมื่อตั้งใจทำแล้ว จะไร้ผลเสียเลยก็ไม่มี อย่างต่ำก็เป็นการเพิ่มบุญวาสนาบารมีของเราให้แก่กล้าขึ้น

………………………………

พระครูญาณทัสสี (พระปภาโส คำดี) วัดถ้ำผาปู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เทศน์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ (ขอบคุณลานธรรมจักร และคุณ poivang) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มเชียงใหม่คว้าแชมป์โลก! กิน’ลูกชิ้นยืนกิน’47ไม้ใน5นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670473

หนุ่มเชียงใหม่คว้าแชมป์โลก! กิน'ลูกชิ้นยืนกิน'47ไม้ใน5นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

หนุ่มเชียงใหม่ คว้าแชมป์โลก ยืนกินลูกชิ้นบุรีรัมย์ 47 ไม้ ในเวลา 5 นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า 38 ไม้ ส่วนแชมป์โลกหญิง สาวเมืองโคราช กินลูกชิ้นได้ 23 ไม้ ขณะ ทีม Exter CNX คว้า แชมป์โลกประเภททีม กินลูกชิ้นได้ 95 ไม้

1 สิงหาคม 2565 นายบดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ” ประจำปี 2565 ระว่างวันที่ 30-31 ก.ค.2565 ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ และอีกหลายหน่วยงาน จัดขึ้นที่บริเวณโครงการบุรีรัมย์คาสเซิล หลังสนามช้างอารีน่า ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมการกินลูกชิ้นของชาวบุรีรัมย์ที่มีมานานกว่า 50 ปี ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครคือการยืนกินที่หน้าร้าน และสร้างสรรค์กิจกรรมลูกชิ้นยืนกินให้เป็นจุดเด่น ที่สำคัญยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ และการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าขายลูกชิ้นยืนกิน และประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย  

การแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนทั้งสิ้นกว่า 100 คน จากทั่วประเทศ แยกเป็น “รุ่นแชมป์โลก” ไม่จำกัดเพศ และอายุ , “รุ่นแชมป์โลกหญิง” ไม่จำกัดอายุ และ “รุ่นแชมป์โลกทีม” ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ ทีมละ 3 คน และการค้นหาแชมป์สุดยอด “ร้านลูกชิ้นและร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ยอดเยี่ยมประจำปี 2565

ผลปรากฏว่า การแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ประจำปี 2565 “รุ่นแชมป์โลก” ชนะเลิศ ได้แก่ นายวงศกร ทักษาติพงษ์ เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 47 ไม้ ในเวลา 5 นาที ทำลายสถิตแชมป์เก่า ที่กินลูกชิ้นได้ 38 ไม้  ส่วน “รุ่นแชมป์โลกหญิง” ชนะเลิศ ได้แก่ น.ส. ทัศนีย์  ฉิมสูงเนิน เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา สามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 23 ไม้ ในเวลา 5 นาที   

“รุ่นแชมป์โลกทีม” ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Exter CNX ซึ่งเป็นการรวมทีมนักกิน 3 คน จาก จ.นครราชสีมา จ.เชียงใหม่ และ จ.นนทบุรี สามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 95 ไม้ ในเวลา 5 นาที   

ส่วนแชมป์สุดยอดร้านลูกชิ้น และร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ยอดเยี่ยมประจำปี 2565 จากร้านลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์จากทั่วทุกสารทิศ ผลปรากฏว่า ร้านลูกชิ้นหมูทองดี  เป็นสุดยอดร้านลูกชิ้นยืนกินยอดเยี่ยมประจำปี 2565 และร้านป้าณี ลูกชิ้นยืนกิน เป็นสุดยอดน้ำจิ้มยอดเยี่ยมประจำปี 2565

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเศร้า! ‘แม็กกี้’ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลช่วยฝังศพลูกตัวเองหลังคลอดตายหมดทั้ง 5 ตัว

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670471

สุดเศร้า! 'แม็กกี้' สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลช่วยฝังศพลูกตัวเองหลังคลอดตายหมดทั้ง 5 ตัว

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.14 น.

วันที่ 1 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของผู้ใช้เฟสบุ๊ก “ซุ้มอินหงสาไก่ชนพะเยา” ได้มีการเผยแพร่คลิป แม่หมา พุดเดิ้ล หรือเจ้าแม็กกี้ อายุ 2 ปี ที่ฝังศพลูกตัวเอง ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจสำหรับคนรักสัตว์ หรือทาสสุนัข ซึ่งเจ้าของเจ้าแม็กกี้ บอกว่าเมื่อคืนวันที่ 31 ก.ค.65 เกิดฝนตกหนัก เจ้าแม็กกี้ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลที่ตัวเองเลี้ยงไว้อายุ 2 ปีได้วิ่งเข้าไปหลบใต้ถุนบ้าน ตอนเช้าตนไปเรียกให้ออกมากินข้าว แต่เจ้าแม็กกี้ ไม่ยอมออก ตนจึงก้มเข้าไปดู พบว่าเจ้าแม็กกี้ ได้นอนเฝ้าลูก 5 ตัวซึ่งได้เสียชีวิตแล้วหลังจากคลอด

ต่อมาตนได้ทำการขุดหลุมที่บริเวณใกล้รั้วนอกบ้านเพื่อที่จะฝังลูกของเจ้าแม็กกี้ที่เสียชีวิตทั้งหมด 5 ตัว หลังขุดเสร็จตนได้นำลูกของเจ้าแม็กกี้ทั้ง 5 ตัวออกมาเพื่อทำการฝัง โดยที่เจ้าแม็กกี้เดินตามมาดูด้วย โดยเจ้าแม็กกี้เฝ้าดูหลุมฝังลูกและแสดงอาการซึมเศร้าและร้องไห้มีน้ำตาไหลออกมา

เมื่อตนเอาลูกเจ้าแม็กกี้ลงหลุมและเอาดินกลบ แม่สุนัขเจ้าแม็กกี้ก็ได้มาช่วยเอาเท้าเกลี่ยดินฝังกลบลูกตัวเองด้วย โดยตนหรือผู้ที่เป็นพ่อของเจ้าแม็กกี้ได้แผ่เมตตาให้กับลูกของเจ้าแม็กกี้ที่เสียชีวิตทั้ง 5 ตัว โดยเจ้าแม็กกี้ยืนนิ่งฟังเสียงตนแผ่เมตตาตรงบริเวณใกล้ปากหลุมฝังลูกตัวเอง

หลังจากฝังกลบลูกแล้วตนได้พาเจ้าแม็กกี้เดินไปในบ้าน แต่ปรากฎว่าเจ้าแม็กกี้ ไม่ยอมเข้าไปที่ใต้ถุนที่คลอดลูกอีก แต่ได้เดินเข้ามาขอนอนด้วยกับตนผู้เป็นพ่อในบริเวณบ้าน เหมือนกับเจ้าแม็กกี้บอกว่า ขออยู่กับพ่อ เพราะไม่มีลูกแล้ว ซึ่งผู้เป็นตนก็ได้ให้อยู่บริเวณบนบ้านด้วยเพราะสงสาร เจ้าแม็กกี้ที่สูญเสียลูกไปหมด 

สำหรับสาเหตุที่ลูกของเจ้าแม็กกี้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ตัวครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าแม็กกี้ได้คลอดลูกที่บริเวณใต้ถุนบ้านช่วงฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน อากาศเย็นเป็นเหตุให้ลูกของเจ้าแม็กกี้สุนัขที่คลอดใหม่ทนสภาพอากาศไม่ไหวจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตหมด 5 ตัว 

เจ้าของสุนัข เผยด้วยว่า ตนได้เห็นภาพเจ้าแม็กกี้ที่ตั้งหน้าตั้งตาค่อยๆ ใช้จมูกและเท้าตัวเองช่วยดันดุนดินจากรอบๆ ปากหลุมลงไปเพื่อจะฝังร่างของลูกตัวเองทั้ง 5 ตัวที่นอนแน่นิ่งบนกล่องกระดาษ โดยมีตนคอยคุยเป็นเพื่อนอยู่พร้อมลูบขนเจ้าแม็กกี้เป็นการปลอบใจ และสวดแผ่เมตตาให้กับลูกสุนัขด้วยแล้วรู้สึกสงสารเจ้าแม็กกี้มาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขาดส่งเงินใช้หนี้! ‘แก๊งเงินกู้อ่างทอง’หยอดกาวประตู ขังสองแม่ลูกไว้ในบ้าน 4 วัน

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670428

ขาดส่งเงินใช้หนี้! 'แก๊งเงินกู้อ่างทอง'หยอดกาวประตู ขังสองแม่ลูกไว้ในบ้าน 4 วัน

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

สามีวัย 25 ปีเล่าเหตุการณ์ ภรรยาวัย 39 ปี ถูกแก๊งเงินกู้หยอดกาวประตูเหล็กหน้าบ้าน ขังภรรยาและลูกวัย 4 ขวบนาน 4 วัน ตนเองทำงานอยู่กรุงเทพฯ โทรบอกญาติส่งข้าวให้ทางหลังบ้าน ล่าสุด ผกก.สภ.บางจักร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้เสียหาย

1 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วีระวุฒิ  ดำสุวรรณ ผกก สภ.บางจักร ได้เข้าตรวจบ้านหลังเกิดเหตุ ริมถนนบางจักร-วัดนางชำ ตำบลบางจักร อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังมีข่าวแก๊งเงินกู้ได้หยอดกาวประตูขังสองแม่ลูกอยู่ภายในบ้านนาน 4 วัน แถมยังพ่นสีสเปรย์ข้อความว่า ‘หลบได้หลบไป ขี้โกง’ ไว้บริเวณทางเดินหน้าบ้าน และยังพบว่ามีกล้องวงจรปิดจับภาพ ในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีรถเก๋งสีขาวมาจอดบริเวณหน้าบ้าน มีผู้ชายลงจากรถยนต์มาจำนวน 3 คน คล้ายกับเดินมายกลังโซดาและนำอัดลม ไปที่บริเวณท้ายรถเก๋ง และมีท่าทีคล้ายกับทำการพ่นสีสเปรย์ ที่บริเวณพื้นหน้าบ้าน ก่อนขับรถเก๋งออกไป

ทางด้าน สามีผู้เสียหายวัย 25ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ส่วนภรรยาวัย 39 ปี ขายของอยู่ที่บ้านเป็นห้องแถวอยู่ติดริมถนน และได้ไปกู้เงินนอกระบบมาในจำนวน 6,000 บาท ส่งวันละ 500 บาท ภรรยาขาดส่งจำนวน 2 วัน จึงมีเหตุการณ์เซลเงินกู้มาทำการหยอดกาวที่ประตูเหล็กหน้าบ้าน ทำให้ภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบ ต้องอยู่ภายในบ้านเป็นเวลา 4 วัน เนื่องจากกลัวไม่กล้าที่ออกมาจากบ้าน  ซึ่งตนเองอยู่กรุงเทพ ก็ได้โทรศัพท์บอกให้ญาติได้ซื้อข้าวปลาอาหารมาส่งให้ภรรยาที่บริเวณด้านหลังบ้าน และเมื่อตนเองกลับมาบ้านก็ได้ทำการพังประตูเข้าไปช่วยภรรยาออกมา

เบื้องต้น ทางผู้กำกับ สภ.บางจักร ได้ทำการเข้าไปตรวจสอบ บริเวณบ้านหลังที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบหญิงสาววัย 39 ปี ที่เป็นข่าว พบเพียงสามีวัย 25 ปี ที่มาเล่าเรื่องเหตุการณ์ให้ฟัง  จึงแนะนำให้เดินทางไปทำการแจ้งความ ที่สภ.บางจักร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,593 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.

Recent Posts

  • เปิดรายชื่อบิ๊กเนมกลุ่มธุรกิจ ร่วมหารือรัฐบาลพรุ่งนี้ ศุภชัย-สารัชถ์ มาด้วย
  • ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
  • อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ
  • พบปลาหมอคางดำพัทยาแค่ชั่วคราว วัชระพล มั่นใจไม่กระทบนิเวศทางทะเล
  • กำจัดให้สิ้นซาก! นายกฯ เรียก บิ๊กต่าย-บิ๊กก้อง เข้าทำเนียบฯ จี้เร่งสางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d