Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ไม่ใช่ดารา ไม่ต้องเขิน! ‘ชัชชาติ’ เป็นกันเอง กินข้าวร่วมกับ พนง.ทำความสะอาด (คลิป)

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664337

ไม่ใช่ดารา ไม่ต้องเขิน! 'ชัชชาติ' เป็นกันเอง กินข้าวร่วมกับ พนง.ทำความสะอาด (คลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

นั่งในใจลูกน้อง “ชัชชาติ” ไม่ถือตัว กินช้าวเที่ยงกับ 5 พนง.รักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ กทม. อย่างชื่นมื่นเป็นกันเอง แซวทำตัวตามสบายไม่ต้องเขิน ไม่ได้กินข้าวกับดารา

3 ก.ค.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด เขตจตุจักร 5 คน ซึ่งเป็นผู้มีความขยัน ตั้งใจทำงาน ผลงานออกมาดี มีจิตสาธารณะ คือ น.ส.กัลชนา เนตรวิจิตร ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) น.ส.พนม เทพประสิทธ์ พนักงานสวนสาธารณะ บ2 นายศักดิ์เจริญ แย้มบู่ พนักงานทั่วไป (เก็บขยะมูลฝอย) นายก้าน ภิกษุณี พนักงานประจำรถ (สูบสิ่งปฏิกูล) นายฉัตรชัย แสงน้ำรัก พนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ)

สำหรับบรรยากาศระหว่างร่วมรับประทานอาหารเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง นายชัชชาติ มีการหยิบรายชื่อในใบกระดาษมาเช็คชื่อพร้อมทักทายจนครบทุกคน โดยช่วงหนึ่งของบทสนทนานายชัชชาติ ได้สอบถามถึงลักษณะการทำงาน รวมทั้งสอบถามพนักงานว่าได้รับการบรรจุแล้วหรือไม่ และได้แซวว่า ทำตัวตามสบายไม่ต้องเขิน ไม่ได้กินข้าวกับดารา

สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย ข้าวมันไก่, ข้าวหมูแดง และบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ก่อนที่จะลงพื้นที่ชุมชนในช่วงบ่าย โดยเริ่มต้นจากการเดินเท้าเลียบคลองเปรมประชากร เยี่ยมชมโครงการบ้านมั่นคง ที่ชุมชมประชาร่วมใจ 2 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเยี่ยมชมบ้านมั่นคง ที่ชุมชมประชาร่วมใจ 1 ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ต่อเนื่องด้วยการสำรวจชุมชนเทวสามัคคีเทวสุนทร เพื่อ ติดตามความคืบหน้าการสร้างเขื่อน และการพัฒนาที่อยู่อาศัย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ฟังธรรมะ สะสมบุญ จะพบแต่ความสุข โดย’พระครูมงคล วรวัตร’ เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664334

ธรรมะวันอาทิตย์ : ฟังธรรมะ สะสมบุญ จะพบแต่ความสุข โดย'พระครูมงคล วรวัตร' เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.06 น.

3 กรกฎาคม 2565 พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล และอีกตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ปกครองพระสงฆ์ 16 รูป สามเณร แม่ชี ไม่มี มรรคนายก 5 คน สังกัด มหานิกาย ถือว่าเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจ ปฏิบัติธรรมที่สำคัญอีกแห่ง ซึ่งพุทศาสนิกชนเดินทางเข้ามาทำบุญ ทำทานและฝึกปฏิบัติธรรม สมาธิ ฟังเทศนา คำสอน เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน ดำรงชีวิต ได้อย่างลงตัว และเป็นสิริมงคลอยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย 

โดยบริเวณพื้นที่ 43 ไร่ ภายในวัดเทพมงคล ยังแบ่งเป็นสัดส่วน ให้พุทธศาสนิกชน ได้เดินชมสัมผัสธรรมชาติ ที่ร่มรื่นเงียบสงบ สำหรับผู้นิยมนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม รองรับบนเนื้อที่ 1 ไร่ ทั้งแบบภายในอาคาร หรือนั่งสมาธิท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม ก็มีรองรับอย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่า ถูกใจ ผู้รักความเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงนก เสียงจักจั่น ขับกล่องเป็นเสียงเพลงตลอดเวลา 

ศาลา 8 เหลี่ยม สำหรับผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม ที่ต้องการทราบประวัติความเป็นมากิจกรรมที่ผ่านมา ก็จะมีให้อ่านที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น พระครูนำแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานส่งเสริมกิจกรรมเผยแพร่พุทธศาสนาและการพัฒนาชนบท เป็นศูนย์การค้นคว้า วิจัย อบรม การผลิต การใช้สื่อ เผยแพร่ศาสนา เป็นศูนย์การรวบรวมข้อมูลการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและการดำเนินการด้านสังคมสงเคราะห์ แก้ไขปัญหาสังคม การพัฒนาสังคม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน เป็นศูนย์ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เอกชนและประชาชน ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เพื่ออนุรักษ์ บำรุง ทรัพยากรธรรมชาติ 

ส่วนการสงบจิตใช้หลัก 3 ประการ คือพัฒนาจิตใจ เศรษฐกิจ สังคม ด้วยการพัฒนาจิตใจของข้าราชการ ประชาชน ส่งผลให้ครอบครัวมีความสงบสุข รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้มีความสะอาด พัฒนาหมู่บ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ด้วยตัวเอง 

สำหรับพุทธสถานธรรมเทพนิมิต ปลูกฝังค่านิยมในการอนุรักษ์ รักษาธรรมชาติ จัดรวบรวมคำคม ต้นไม้พูดได้ มีคำคมคำสอนติดตามต้นไม้กว่า 500 ต้น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ศึกษาของประชาชน 

ส่วนหอแก้วสารพัดนึก มี 2 ชั้น ยอดสุด ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชั้นล่าง ทำเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา มีธาตุเจดีย์ 4 ทิศ คือ1. ธาตุเจดีย์ 2. บริโภค เจดีย์ 3.ธรรมะเจดีย์ 4.อุเทสิกะ เจดีย์ เพื่อให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน เด็กและเยาวชน เข้ามาค้นคว้า ศึกษา เรียนรู้ ทางศาสนา จะได้มีความรู้ ความเข้าใจ ทางศาสนามากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือ ภายในวัดเทพมงคล จัดทำเป็นที่แสดง ผลิตภัณฑ์สิ่งของโบราณ หลากหลายชนิด มีให้ชมและศึกษาของผู้สนใจ โดยเปิดให้ชมเวลา 09.00 – 16.00 น.ทุกวัน 

ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกภายในวัดเทพมงคล เปิดรับเด็กนักเรียน ลูกหลาน ที่มีบ้านพักอยู่ใกล้วัด และกันพื้นที่จำนวนหนึ่ง อนุญาตให้เทศบาล เปิดเป็นโรงเรียนเทศบาล 1 วัดเทพมงคล เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาล 1 – ชั้น ป.6 เปิดมาแล้ว 15 ปี โดยไม่ได้คิดค่าเช่าใดๆเลย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ไม่ต้องให้ลูกหลายไปเรียนไกลบ้าน 

พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและรองเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ แสดงพระธรรมเทศนาว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน ก็อยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ ที่จะไม่เคยเป็นญาติ เป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเครียดแค้นชิงชังมากชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย นี่เป็นกรณีหนึ่ง  

การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวนาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้น ชิงชัง ให้โทษ  

คนเราทุกคนมีเทวดาอย่างน้อย 2 องค์ เป็นเทวดาประจำตัวติดตามช่วยเหลือ ให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวได้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งบางทีก็ยกให้เป็นคุณงามความดีของวัตถุมงคลที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอ แต่ตกบ้านด้วยความซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตรายเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกพื้น บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัว แต่สามารถรอดพ้นจากอุบัติเหตุและการดักทำร้ายของศัตรูมาได้อย่างปาฎิหาริย์ นั่นคือ การปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาและญาติในโลกทิพย์ของเขา 

พวกเราชาวพุทธแต่ละคนล้วนเคยทำบุญให้ทานมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งในชาตินี้ ชาติก่อน ถ้าจะนับบุญ ก็คงจะใหญ่เท่าภูเขาเลากาหรือเท่าก้อนโลก แต่ไม่รู้จักใช้บุญของตนเองให้เกิดประโยชน์ในปัจจุบันชาติ จึงต้องรอตายแล้ว จึงไปรับบุญในสรวงสวรรค์ คนทำบุญ จึงชอบบ่นว่า ทำแต่บุญไม่เห็นได้ดีสักที ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาไม่เคยให้บุญแก่เทวาดารักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจ้องกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาและญาติทิพย์ที่อาศัย อยู่ในเขตบ้านเขตเรือน ไม่เคยให้เทวดารักษาเจ้านายของตัว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อย มีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับบุญจากเราบ่อยๆ เขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์อำนาจ สามารถช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย บางคนอ้างว่า ทำบุญทุกครั้ง ก็กรวดน้ำให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะต้องเข้าใจเราให้ไม่เป็น เขาจึงไม่ได้รับ เช่น ให้ไม่เจาะจง หรือ แสวงบุญหมดแล้วจึงมากรวดน้ำให้ เขาก็ไม่ได้รับ พระครูมงคลวรวัตร เทศนาตอนหนึ่ง 

นอกจากนี้ พระครูมงคลวรวัตร ยังได้รับกิจนิมนต์ ไปเทศนาตามงานสำคัญๆต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากท่านจะเทศนาสั่งสอน เรื่องราว ความเป็นมาของหน่วยงานที่นิมนต์ไปแล้ว ท่านยังสอดแทรก คำสอน ให้ผู้ฟังเป็นคนดี มีความกตัญญู รู้คุณต่อ บิดามารดา และแผ่นดินเกิดอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วัดเทพมงคลจะเป็นวัดไม่ใหญ่ เป็นวัดขนาดกลาง ตั้งอยู่ในตัวเมืองอำนาจเจริญ ทว่าที่ผ่านมา จะมีพุทธศาสนิกชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในวันสำคัญๆเป็นประจำ และยังเป็นวัดยอดนิยม ที่มีผู้คนเข้ามาทำบุญ ทำทาน ปฏิบัติธรรม ฟังคำสอนจาก พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานชีวิตประจำวันและเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง 

พระครูมงคล วรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ เทศนาเรื่องการรักษาศีลว่า ศีลเบื้องต้นทั่วไป ที่พระพุทธเจ้า ทรงให้พุทธบริษัทรับไปนั้น คือ ศีล 5 ข้อ ได้แก่ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้าพูดเท็จ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามทำผิดในกามและห้ามดื่มสุรา ให้รับไว้ปฏิบัติชั่วชีวิต ไม่ใช่รับเฉพาะเมื่อเฉพาะยาม การรับศีลเป็นบางโอกาส เช่น ศีลอุโบสถ ไม่ได้รักษากันตลอดชีวิต รักษาเฉพาะวันพระ เดือนละ 4 ครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง แต่เช้าถึงวันรุ่งขึ้น วันนั้น เป็นวันรักษาศีลชั่วคราว แต่ศีล 5 นั้นเรียกว่า “ นิจศีล” แปลว่า ศีลที่ควรรักษากันเป็นนิจทุกวัน ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด เราต้องรักษามั่นไว้ในใจของเรา ฉะนั้น การรักษาศีล 5 มีจุดอยู่ตรงนี้ ศีลแยกออกเป็น 2 อย่างคือ  

โลกียศีล คือศีลของโลกียชน ซึ่งยังอยู่ในโลกียวิสัย เช่น ผู้สมาทานศีล ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 แล้วต้องระวังรักษาด้วยการบังคับกาย วาจา ให้งดเว้นจากข้อห้ามนั้นๆ ไม่ให้ด่างพร้อย แต่ไม่อยู่ในวิสัย ที่จะบังคับจิตใจ นี่เรียกว่า “โลกียศีล”  

โลกุตรศีล คือ ศีลของพระอริยเจ้า ได้แก่ ผู้ที่บรรลุมรรคผลนิพพานแล้ว เรียกว่า “อธิศีล” คือ ศีลอันยิ่งใหญ่ ได้แก่ ศีลที่มีอำนาจมากและมีการกำจัดความชั่วทุกหมด ที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นปกติ ไม่ต้องรักษาเหมือนอย่างโลกียศีล ทั้งนี้ ย่อมเป็นไปตามสภาพจิตที่อบรมดีแล้ว ศีลแบ่งออกเป็นข้อย่อยๆ 4 ข้อ คือ  

1.หานภาคิยศีล ได้แก่ ผู้ที่สมาทานศีล ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 และศีล 227 แล้วมักล่วงเกินสิกขาบท ที่ตนสมาทานและทำให้ขาดตกบกพร่อง ด่างพร้อย เรียกว่า หานภาดิยศีล 

2.ฐิติภาคิยศีล ได้แก่ ผู้ที่สมาทานศีลแล้ว ไม่ทำให้ขาดตกบกพร่อง แต่ไม่ไหว้พระ ไม่สวดมนต์ เจริญภาวนา 

3.วิเสสภาคิยศีล ได้แก่ ผู้สมาทานรักษาศีลได้อย่างบริบูรณ์แล้ว ยังได้สวดมนต์ไหว้พระ เจริญภาวนาด้วย 

4.นิพเพธภาคิยศีล ได้แก่ ผู้มีศีลบริสุทธิ์แล้ว เจริญวิปัสสนาภาวนาต่อไป จนเกิดปัญหารู้แจ้งเห็นจริง เห็นเหตุการณ์ของรูป ของนาม ที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามสภาพที่แท้งจริง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉพระวัดดัง! ‘เสพเมถุน-ลักทรัพย์บริจาค’ ชาวบ้านงัดหลักฐานร้องเจ้าคณะอำเภอสอบ

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664319

แฉพระวัดดัง! ‘เสพเมถุน-ลักทรัพย์บริจาค’ ชาวบ้านงัดหลักฐานร้องเจ้าคณะอำเภอสอบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.48 น.

แฉพระวัดดัง‘เสพเมถุน-ลักทรัพย์บริจาค’ ชาวบ้านงัดหลักฐานร้องเจ้าคณะอำเภอสอบ

3 กรกฎาคม 2565 น.ส.จุไรรัตน์ กันทาสุข ผู้ใหญ่บ้านแม่เย็น ใน ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพระคุณเจ้าท่านพระครูอนุสาร ปุญญาคม เจ้าคณะอำเภอปาย และพระครูอนุสรณ์ จารุวรรณ เจ้าคณะตำบลเวียงหนือ เจ้าอาวาสวัดแม่ปิง พร้อมด้วย 1.เอกสารสำเนาภาพถ่ายหลักฐานการประพฤติผิดต่อพระธรรมวินัยการลวนลามหญิงสาวที่ไปดูดวง จากกล้องวงจรปิดของวัดแห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน และคลิปวีดีโอการลักทรัพย์ในเซฟบริจาคเงินของวัด

ทั้งนี้ ชาวบ้านบ้านแม่เย็น ได้มีการร่ำลือและกล่าวถึงพฤติกรรมของพระรูปหนึ่ง เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสมที่อาจเป็นความผิดต่อพระธรรมวินัยของสงฆ์ จนอาจทำให้ต้องอาบัติปาราชิก ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องสละสมณเพศ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าว จนนำไปสู่การเฝ้าระวัง และติดตามพฤติกรรมของพระสงฆ์รูปดังกล่าวที่ชาวบ้านศรัทธาในวัด โดยชาวบ้านได้ร่วมกันสอดส่องดูแลเรื่อยมา ทั้งการเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวด้วยตาเปล่า และเห็นภาพพฤติกรรมดังกล่าวจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในวัด จึงทำให้ได้รู้และทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากการกระทำความผิดต่อพระธรรมวินัยของสงฆ์ ที่พระรูปดังกล่าวได้ประพฤติปฏิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดพยานหลักฐานที่ทางชาวบ้านเห็นว่าหากปล่อยให้มีการประพฤติปฏิบัติแบบนี้ต่อไป จะก่อให้เกิดการเสื่อมเสียแก่ทางวัดและชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์อำเภอปาย ที่ได้ประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในการเป็นแบบอย่างในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนเรื่อยมา

ชาวบ้านบ้านแม่เย็นจึงได้ร่วมปรึกษาหารือและมีความเห็นว่าควรมีการแจ้งเหตุนี้ให้กับทางพระคุณเจ้าท่านเจ้าคณะอำเภอปายได้รับทราบพฤติกรรมของพระรูปนี้ อาทิ การเสพเมถุน ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมที่มีต่อสตรีเพศอย่างไม่เหมาะสม ทั้งการนัดพบเจอกันในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ในเวลาที่ไม่เหมาะสม รวมถึงมีการถูกเนื้อต้องตัว จนเกิดพยานหลักฐานยืนยัน

ทั้งนี้ มีสำเนาภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าพระรูปนี้ได้ถ่ายรูปร่วมกับหญิงคนหนึ่ง โดยไม่ได้สวมใส่เสื้อ ในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าได้มีการร่วมสังวาสกันมาแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมเสพเมถุนซึ่งเป็นอาบัติขั้นสูงสุดถึงขั้นปาราชิกที่ต้องขาดจากการครองสมณเพศอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการลักทรัพย์ โดยภาพวีดี โอของกล้องวงจรปิดได้บันทึกเอาไว้ได้ โดยมีพฤติกรรมใช้ธูป ไม้ สอดเข้าไปในตู้บริจาคเพื่อเขี่ยเงินในตู้รับบริจาคให้หลุดออกมาจากตู้ ซึ่งวัตถุต่างๆ ที่ใช้ในการเขี่ยเงินบริจาคให้ออกมาจากตู้นั้นจะถูกซุกซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตู้บริจาค

จากพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมเพื่อกราบนมัสการนำเรียนให้กับท่านเจ้าคณะอำเภอปายมาในข้างต้นนี้ ทางชาวบ้านบ้านแม่เย็นได้มีความเห็นร่วมกันว่าควรมีการดำเนินการร้องเรียนเพื่อแถลงให้ทางพระคุณเจ้าเจ้าคณะอำเภอปายได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมนำเสนอพยานหลักฐานประกอบ เพื่อให้เจ้าคณะอำเภอปาย ซึ่งเป็นเจ้าคณะสังฆาธิการในลำดับปกครองที่สูงกว่า ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจโดยใช้ดุลยพินิจ ในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในการลงนิคหกรรมแก่พระภิกษุที่ได้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุดทราบว่าพระสงฆ์รูปดังกล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ไปนอนพักที่วัดแห่งหนึ่งนอกพื้นที่แล้ว ซึ่งเป็นที่พำนักของรองเจ้าคณะตำบล โดยพระสงฆ์เจ้าคณะตำบล ไม่ได้ทำการควบคุมตัวหรือจับสึกและดำเนินการทางวินัยสงฆ์ต่อพระรูปนี้แต่อย่างใด และวันนี้ทราบว่าพระรูปนี้ยังได้เดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ และไม่ยอมสึกหรือรับผิดใดๆ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯปลื้ม ‘เกาะพะงัน’ผงาดติดอันดับ 1 ของโลก จุดหมายปลายทาง Workation

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664317

นายกฯปลื้ม ‘เกาะพะงัน’ผงาดติดอันดับ 1 ของโลก จุดหมายปลายทาง Workation

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.29 น.

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯปลื้ม‘เกาะพะงัน’ครองอันดับ 1 ของโลก จุดหมายปลายทางสำหรับ Workation พร้อมมุ่งเดินหน้าผลักดันท่องเที่ยวอันดามัน สู่การเป็น World Class Wellness Destination

3 กรกฎาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปลื้ม เกาะพะงัน ครองอันดับ 1 ของโลกในการจุดหมายปลายทางเพื่อการ Workation พร้อมเดินหน้าผลักดันท่องเที่ยวอันดามันสู่การเป็นอันดับ 1 ด้าน World Class Wellness Destination ตามแนวยุทธศาสตร์ เชื่อมั่นว่าสามารถขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ สอดรับยุทธศาสตร์ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งได้ยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการจัดอันดับประจำปี 2022 ของ เว็บไซด์ William Russell ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ ชีวิตและรายได้ พบว่าจากการสำรวจสมาชิกซึ่งมีกว่า 160 ประเทศทั่วโลก พบว่า เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประเทศไทย ครองอันดับ 1 ของโลกในจุดหมายปลายทางเพื่อการ Workation หรือรูปแบบการเดินทางทำงาน ที่เชื่อมโยงการทำงานเข้ากับการท่องเที่ยว โดยใช้ 4 หลักเกณฑ์ในการพิจารณา ประกอบด้วย 1. ค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับที่อยู่อาศัย 2. ความเร็วอินเทอร์เน็ต 3. ความปลอดภัย 4. ความสนุกสนาน ซึ่งพบว่า พะงัน มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพำนักในระยะยาว และมีงานเทศกาล Full-moon ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวไทยมาอย่างต่อเนื่องและจากการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของนายกรัฐมนตรี ในงานสัมมนากำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวประเทศไทย (Thailand Tourism Congress 2022) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการในการกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย เพื่อพัฒนาและผลักดันไทยไปสู่การเป้าหมายศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก (Medical Tourism Destination) ใน 5 ปี ภายใต้แนวคิด Living in Sustainability and Prosperity for All ผ่านโมเดล “HEALTHY” 1. H (Human resources development) 2. E (Education) 3. A (Advertising & Marketing) 4. L (Laws & Regulations) 5. T (Technology) 6. H (Happiness) 7. Y (Your support) เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล เป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านการจัดการ และด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียง เช่น เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นต้น รวมทั้งมีศักยภาพโดดเด่น เหมาะสำหรับการต่อยอดสู่การเป็น World class destination เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับศักยภาพในหลากหลายมิติควบคู่กับการขยายโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขยายศักยภาพการท่องเที่ยวจนเป็นที่ชื่นชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว สอดรับกับบริบทของแผนประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาล รวมทั้งการคลายกฎระเบียบด้านการเดินทางของทั่วโลก รวมทั้ง มั่นใจว่า อันดามัน World Class Wellness Destination จะเป็นรูปแบบที่สอดรับกับความต้องการนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย กระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่ได้กินมา2ปี! กรุ๊ปทัวร์มาเลย์สั่งจองล่วงหน้า’ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน’ เจ้าอร่อยแหลมสมิหลา

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664315

ไม่ได้กินมา2ปี! กรุ๊ปทัวร์มาเลย์สั่งจองล่วงหน้า'ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน' เจ้าอร่อยแหลมสมิหลา

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.27 น.

3 กรกฎาคม 2565 เวลา 2 ปีกว่าที่รอคอย แล้ววันนั้นก็กลับมาถึงอีกครั้ง ไอศกรีมมะพร้าวอ่อนแหลมสมิหลา ร้าน “อมีนา” ชาวมาเลเซียยังคงไม่ลืม วันนี้กรุ๊ปทัวร์มาเลเซียสั่งจองไอศกรีมมะพร้าวอ่อนล่วงหน้าให้กับลูกทัวร์ผ่านมาทางไกด์ หลังไม่ได้ลิ้มรสความอร่อยมากว่า 2 ปี เพราะโควิดและปิดประเทศ วันนี้แม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อนยิ้มออก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมายืนล้อมรถซื้อไอศกรีมมะพร้าวอ่อน จนมองไม่เห็นคนขายแบบเดียวกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

นางนิตยา ชาตรี อายุ 50 ปี  แม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อนเจ้าแรก ที่นำไอศกรีมมะพร้าวอ่อนมาขายที่แหลมสมิหลาสงขลา เมื่อหลายปีที่ผ่านมา โดยนำเอาไอศกรีมจากร้าน “อมีนา” ผู้ผลิตในหาดใหญ่มาขาย ในเรื่องรสชาติการันตีอยู่แล้ว จนไอศกรีมมะพร้าวอ่อนเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และ 2 ปีที่ผ่านมา ทางประเทศมาเลเซียปิดประเทศ เหตุเพราะมีการแพร่ระบาดของโควิด19 ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียไม่เข้ามาเลย ส่งผลให้รายได้ของแม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อนหายไปทันทีกว่า 2 ปี

ในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่รอคอยมากว่า 2 ปีของนางนิตยา แม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อนที่มีปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมายืนล้อมรถซื้อไอศกรีมมะพร้าวอ่อนจนมองไม่เห็นคนขายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้ในวันนี้ก็เริ่มปรากฏเหตุการณ์แบบนั้น กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง จากที่รอคอยด้วยความหวังมานานกว่า 2 ปี หลังจากประเทศไทยปลดล็อค thailand pass ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาโดยไม่ต้องลงทะเบียน thailand pass ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งอินโดนีเซียเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มีความชื่นชอบไอศกรีมมะพร้าวอ่อนเป็นอย่างมาก และยังคงติดใจรสชาติความอร่อยของไอศครีมมะพร้าวอ่อนร้านอมีนา ของนางนิตยา ที่ใช้ไอศกรีมใส่กะลามะพร้าว และผสมกับเนื้อมะพร้าว ใส่เครื่องทั้งลูกจาก  ขนมปัง  ถั่วลิสงคั่ว  ข้าวเหนียว มันเชื่อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา โดยชนิดล้อมรถเพื่อซื้อไอศกรีมจนตักแทบไม่ทัน ราคาขายอยู่ที่ถ้วยละ 30 -35 บาท

เมื่อกรุ๊ปทัวร์ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ชายหาดสมิหลานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จึงได้สั่งจองไอศกรีมมะพร้าวอ่อนล่วงหน้าโดยผ่านไกด์ให้กับลูกทัวร์ หลังไม่ได้ลิ้มรสความอร่อยของไอศกรีมมะพร้าวอ่อนมานานกว่า 2 ปี  วันนี้เลยกินไอศกรีมมะพร้าวอ่อนเจ้าเดิมที่เคยกิน กันอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมยกหัวแม่โป้งบอกว่า good

ทางด้านนางนิตยา แม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อนแหลมสมิหลา กล่าวว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวมาเลย์เข้ามาเที่ยว ก็ดีขึ้นเยอะ มีการจองไอศกรีมมะพร้าวอ่อนล่วงหน้าจากกรุ๊ปทัวร์ ช่วงนี้ดีขึ้นเยอะเลย และคาดว่าน่าจะกลับมาเหมือนเดิมเพราะมีการปลดล็อคไปหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม่ค้าไอศกรีมมะพร้าวอ่อน เชื่อว่าเมื่อประเทศไทยเปิดประเทศเต็มรูปแบบแล้ว จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ภาคประชาชนวอน กมธ.กัญชาฯ มองรอบด้าน ตรากฎหมายคุมเข้มสร้างความปลอดภัย

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664259

สกู๊ปพิเศษ : ภาคประชาชนวอน กมธ.กัญชาฯ มองรอบด้าน  ตรากฎหมายคุมเข้มสร้างความปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประเทศไทยได้มีการปลดล็อกให้ใช้กัญชาทางการแพทย์มาเมื่อไม่นานมานี้ ควบคู่กับการศึกษาเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบันมีการอนุญาตให้ใช้รักษาโรคในทางการแพทย์ได้ 3 กลุ่มโรค คือ “กลุ่มที่ได้ประโยชน์” ประกอบด้วย 1.คลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด 2.โรคลมชักรักษายาก ดื้อต่อยารักษา 3.กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง 4.ปวดประสาท 5.ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วยเอดส์ ที่มีน้ำหนักตัวน้อย และ 6.เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยระยะประคับประคอง หรือระยะสุดท้ายของชีวิต “กลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์” คือ โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ วิตกกังวลทั่วไป และปลอกประสาทอักเสบ และ “กลุ่มที่อาจจะได้ประโยชน์ในอนาคต” เช่น การรักษามะเร็ง ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง ดังนั้นในส่วนนี้ทางการแพทย์ยังขอให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับการรักษาที่เป็นมาตรฐาน อย่าใช้กัญชาเป็นทางเลือกแรก

ขณะเดียวกันก็ได้อนุญาตให้สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมผลิตภัณฑ์ และควบคุมแหล่งปลูก แหล่งที่มาของกัญชาที่ทำมาใช้

แต่จากความพยายามของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผลักดันเพื่อปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยประกาศ สธ. มีผลเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ปลดล็อกให้ทุกส่วนของกัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติดอีกต่อไป ยกเว้นสารสกัด THC เกิน 0.2 % ที่ยังเป็นยาเสพติดอยู่

เพียงวันแรกของการปลดล็อก พบสินค้าหลายชนิดที่มีส่วนผสมจากกัญชาวางจำหน่ายทั่วประเทศ อย่างเปิดเผยและเสรีทั้งเครื่องดื่ม ขนม รวมถึงต้นกัญชา เป็นต้น มีความห่วงใยจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ สถาบันทางการแพทย์ นักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาสังคม รวมถึงศิลปินดารา นักร้อง ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน สังคม โดยเฉพาะการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง

ดังนั้น 33 องค์กรด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว นำโดย นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก, สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย, เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน, เครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา, มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, เครือข่ายบางกอกดีจัง ฯลฯ จึงรวมตัวกันเดินทางไปยังรัฐสภา เข้าพบ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … เพื่อยื่นข้อเสนอต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565

โดยให้เน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์ ไม่เปิดสันทนาการและห้ามขายกัญชาให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี และกลุ่มเปราะบางรวมทั้งห้ามใช้กัญชาในสถานศึกษา สถานที่ราชการ และศาสนสถานอย่างเด็ดขาด, ห้ามไม่ให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติโดยเด็ดขาด เพื่อจำกัดการเข้าถึงและครอบคลุมอายุของผู้ซื้อ, ควรห้ามการโฆษณากัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีวิธีการและเนื้อหาเชิญชวนเด็กและเยาวชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

“เราไม่ได้ต่อต้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้กัญชาโดยทั่วไป เพราะทันทีที่การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดมีผลเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เพียงวันแรกที่ปลดล็อกมีสินค้าหลายชนิดที่มีส่วนผสมจากัญชาวางจำหน่ายทั่วประเทศ มีคนที่เข้าถึงการใช้ถูกหามส่งโรงพยาบาลหลายราย
ในจำนวนคนเหล่านั้นคือเยาวชนอายุยังไม่ถึง 20 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางอย่างที่ทุกฝายกังวลกันตั้งแต่แรก” นางทิชา กล่าว

นางทิชา ย้ำว่า การอ้างว่าเพื่อผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากกัญชาให้มากที่สุดแต่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ที่หวังว่าจะออกมาควบคุมการใช้นั้นกลับพิจารณาไม่ทันการปลดล็อก เกิดเป็นสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมาย จนเกิดภาพของการใช้กัญชาโจ๋งครึ่มไร้การควบคุม เรื่องนี้รัฐสภาควรมองย้อนกลับไปในอดีตว่าเคยมีเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ที่ปล่อยให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพไร้การควบคุมสิ่งที่ยังมีฤทธิ์เสพติด มีผลกระทบต่อสุขภาพ ถ้าได้คำตอบแล้วว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั่นก็สะท้อนถึงความอัปยศของรัฐสภาไทย

“ในประเทศไทยเรามีเด็ก เยาวชนที่หลงเข้าไปในวังวนอบายมุข หรือหลุมดำลึก ยากที่จะขึ้นมาได้ และไม่ใช่งานง่ายที่จะพาเขาเหล่านั้นขึ้นมา จึงอยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …ช่วยคิดด้วยว่าจะทำอย่างไรกับด้านมืดของกัญชา และด้านที่เป็นแสงสว่างของกัญชา เพราะกัญชาคือดาบ 2 คมที่คมกริบทั้ง 2 ด้าน จึงขอเรียกร้องให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ต้องไม่ทิ้งพวกเขาและจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการรัดกุม ครอบคลุมทุกมติของปัญหาและผลกระทบที่จะตามมาจากที่ประกาศใช้กัญชา กัญชง” นางทิชา กล่าวในตอนท้าย

ภายหลังการรับมอบหนังสือ นายศุภชัย รับว่า จะนำข้อเสนอเหล่านี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวออกมาแล้ว ทำให้กัญชาสามารถใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประเทศไทย และต้องสร้างความมั่นใจว่ากฎหมายจะปกป้องประชาชน โดยจะมีการระบุชัดไว้ในกฎหมายว่าการจำหน่ายให้เยาวชนมีความผิด มีโทษทางอาญา รวมถึงปกป้องกลุ่มเปราะบาง ทั้งหญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคทางจิตเภท ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากกัญชา

“เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำมาในชีวิต เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในทางการแพทย์ ปกป้องคนที่ต้องปกป้อง และต่างประเทศเห็นกฎหมายนี้ออกมาแล้วสบายใจ เพราะ กมธ.ทุกคนคิดเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อปกป้องเยาวชน ทุกคนก็ห่วงลูก ห่วงหลาน และผมก็ห่วงลูกห่วงหลานเช่นกัน จึงอยากให้ทุกคนร่วมกันเสนอแนะ แต่ขออย่างเดียวอย่ายืนอยู่นิ่งๆ แล้วด่า เพราะสภาฯ แห่งนี้ไม่ได้อัปยศ สส.ทำงานกันทุกวัน” นายศุภชัย กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย เคยย้ำมาตลอดถึงเหตุผลการปลดล็อกกัญชาเพื่อนำมาใช้ในทางการแพทย์ ไม่สนับสนุนให้นำมาใช้ในเชิงนันทนาการ ระหว่างที่รอ ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ทางฝั่งกระทรวงสาธารณสุขจึงมีการนำเอากฎหมายที่มีอยู่เข้ามาดูแล และหน่วยงานต่างๆ ทยอยออกมาแล้ว ที่สำคัญคือ “ห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามขายให้เด็ก และสตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ห้ามก่อความรำคาญ ตรงนี้ มีความผิด มีโทษปรับ ทั้งจำคุก”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะงัดกฎหมาย หรือประกาศต่างๆ ออกมา แต่ก็ยังเบาหวิว ที่ต้อง “อ้างเรื่องควันและกลิ่นเป็นเหตุรำคาญ” เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าไปดูแลตักเตือน ตลอดจนเอาผิดได้ ทำให้พบเห็นปรากฏการณ์ตั้ง มีผู้ตั้งโต๊ะขายกัญชามวน รวมถึงมีการสูบกัญชาตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมดูแล เกิดเป็นคำถามตามมาว่าเป็นการ “ละเมิดสิทธิของผู้อื่นอยู่หรือไม่” เพราะแต่ละคนมีความไวต่อสารที่มีในกัญชาแตกต่างกัน ไหนจะผลกระทบจากการ “เมากัญชา” ดังนั้น“สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัย” ของคนทั่วไป ที่ไม่ได้ต้องการกัญชามือสอง กัญชามือสามอยู่ตรงไหน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศุภชัย ระบุว่า ได้ประสานตำรวจพื้นที่ปัญหา สอดส่องว่า มีการจำหน่ายในลักษณะที่ว่าหรือไม่ และขอให้ดูแลต้องไม่จำหน่ายให้บุคคลที่อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพราะมีโทษจำคุกทางคดีอาญา พร้อมจะส่งทีมลงไปตรวจตรา ความเรียบร้อยด้วย ถ้าหากพบการกระทำผิด เราจะใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการทันที อย่างที่ย้ำเสมอว่านโยบายของเรา เน้นเรื่องของการใช้รักษาโรค รักษาอาการเจ็บป่วยเป็นหลัก

ขอให้ผู้ที่ใช้ในเชิงสร้างความบันเทิง มองไปถึงผู้ที่ใช้เพื่อการรักษาอาการเจ็บป่วย อย่าให้พฤติกรรมของท่าน ไปตัดโอกาสของผู้อื่น อย่าลืมว่า พ.ร.บ.กัญชา ยังอยู่ในการพิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม เนื้อหาข้างใน ต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ถ้าท่านนำมามวนเป็นพันลำ แล้ววางขายกันแบบนี้ หรือถ้าทำในสิ่งที่ไม่ถูก ไม่ควร มันก็มีเหตุผลที่เราจะต้องร่างกฎหมาย ให้การควบคุมดูแลการใช้กัญชา เป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อดูแลการใช้อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าท่านใช้กันอย่างเข้าใจ ใช้กันอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นไปตามคำแนะนำจากทางการ พระราชบัญญัติ ที่ออกมา ก็จะออกมาในอีกรูปแบบหนึ่ง

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้อง นักการเมือง พรรคการเมืองรัฐบาล รัฐสภา ต้องตระหนักถึงให้มากในการออกกฎหมายมาเพื่อให้สิทธิในการใช้กัญชาได้อย่างรัดกุม ไม่ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ กัญชาไม่ได้อ่อนโยนสำหรับทุกคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทบทวนโควตาสลากองค์กรนิติบุคคล’ แก้ขายเกินราคาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664265

‘ทบทวนโควตาสลากองค์กรนิติบุคคล’  แก้ขายเกินราคาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“สลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา”เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานจนกลายเป็นความชินชาในสังคมไทย ซึ่งหลายรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามหาสารพัดมาตรการ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ราคาสลากในท้องตลาดอยู่ที่ใบละ 80 บาทอย่างที่ควรจะเป็นได้ กระทั่งท้ายที่สุด รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาตัดสินใจใช้วิธีการสนับสนุนให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำสลากร้อยละ 5 จากทั้งหมดที่มีในแต่ละงวด หรือประมาณ 5 ล้านใบ ขายทางออนไลน์ หรือ “สลาก
ดิจิทัล” อีกทั้งยังมีแนวคิดขยายเพิ่มอีก2 ล้านใบ รวมเป็น 7 ล้านใบ

ด้านหนึ่ง “ฝั่งผู้ซื้อดูเหมือนดีใจราวกับยกภูเขาออกจากอก” เสียงสะท้อนในพื้นที่ออนไลน์ ระบายความในใจทำนองที่ผ่านมาเหมือนถูกกดทับ-กดขี่มานาน กระทั่งการมาของสลากดิจิทัลได้ช่วยปลดเปลื้อง-ปลดปล่อยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ต้องซื้อสลากเกินราคาใบละ 80 บาทอีกต่อไป อีกทั้งยังซื้อง่ายสะดวกสบายไม่ต้องไปเดินหาตามแผง ถึงขนาดที่บางคนเชียร์ว่า กองสลากควรจะขายสลากดิจิทัล 100% ไปเลยเพราะยุคนี้เทคโนโลยีพร้อมแล้ว

แต่อีกด้านหนึ่ง “ฝั่งผู้ขาย (แบบดั้งเดิม) เจ็บ จุก กระอักเลือด น้ำตาซึม”เพราะนับตั้งแต่มีสลากดิจิทัล แผงขายสลากหลายจุดเงียบเหงา หลายรายโอดว่าขายไม่ได้ ถึงขั้นบอกว่าหลังจากนี้อาจต้องเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรเพราะคนขายสลากจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุหรือส่วนหนึ่งก็เป็นผู้พิการ ถึงขนาดที่มีการนำผลกระทบนี้ไปหารือกันในสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาสลากเกินราคาพร้อมกับดูแลผู้ค้าสลากแบบดั้งเดิมด้วย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเลยพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง นั่นคือ “ทบทวนโควตาสลากขององค์กรหรือนิติบุคคล” ซึ่งปัญหาที่พบคือบางองค์กรไมได้นำสลากไปกระจายให้สมาชิกไปขายต่อแต่นำไปขายให้ยี่ปั๊ว จากนั้นผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการขายสลากแต่เข้าไม่ถึงการจัดสรรโควตา ก็ไปซื้อสลากต่อมาอีกทอดหนึ่ง และนี่คือที่มาของปัญหาการขายสลากเกินราคาใบละ 80 บาท เพราะราคาที่ซื้อมามีการบวกเพิ่มต่อกันเป็นทอดๆ

“ทำหน้าที่ของสำนักงานสลากเองทั้งหน้าที่รัฐบาลให้ดีที่สุดก่อน ผมจึงจะสบายใจแทนพี่น้องประชาชน ที่เขาตั้งความหวังในการที่จะมีอาชีพ และเป็นอาชีพที่อิสระ เป็นอาชีพที่ไม่ผิดกฎหมาย ให้โอกาสเขาเถอะครับ จึงขอเรียกร้อง ชะลอการเพิ่มจำนวนไว้ก่อนแล้วไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อให้สลากมันกลับลงมาอยู่ที่80 บาทได้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขาพร้อมที่จะยอมรับได้ แล้วคนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”เลิศศักดิ์ กล่าว

สอดคล้องกับความเห็นของรศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะนักวิชาการที่ศึกษาประเด็นการพนันและสลากกินแบ่งรัฐบาลมายาวนานที่มองว่า การได้รับโควตาสลากไปแต่ไม่มีผู้จำหน่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควร อีกทั้งบริบททางเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนไปจากเดิมถึงขั้นที่ปัจจุบันสามารถฝากร้านจำหน่ายสลากทางออนไลน์ได้แล้ว

ดังนั้น จึงควรค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลให้มากขึ้น พร้อมไปกับการผลักดันผู้ค้าโดยเน้นที่กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุผู้พิการ ให้เข้าสู่ระบบ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่ยังสามารถหางานทำได้ ควรส่งเสริมอาชีพอื่นจะดีกว่า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยก็ยังขาดแคลนแรงงาน ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีล่าสุด พบมีผู้เข้าสู่อาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากขึ้น จากในอดีตมีเพียงหลักหมื่นคนแต่ทุกวันนี้เพิ่มเป็นหลักแสนคน แม้กระทั่งคนหนุ่ม-สาว อายุ 20 กว่าๆ ก็เริ่มเห็นมาขายสลากกันแล้ว

รศ.ดร.นวลน้อย ยังกล่าวอีกว่าส่วนข้อกังวลเรื่องการรื้อโควตาสลากแล้วมาจัดสรรกันใหม่ จะทำให้นิติบุคคลประเภทองค์กรการกุศลได้รับผลกระทบ เรื่องนี้สามารถพิจารณาเป็นประเภทได้ เช่น หากเป็นองค์กรที่ดูแลผู้พิการ ก็สามารถสนับสนุนให้เข้าสู่ระบบสลากดิจิทัล เพราะระบบที่ใช้อยู่คือระบบฝากขาย เจ้าของสลากยังเป็นผู้ค้ารายย่อยไม่ใช่รายใหญ่ ที่แต่ละคนจะได้โควตาสลากคนละ 5 เล่ม ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้ค้าได้ เพราะอย่าง 5 ล้านใบที่ขายในระบบสลากดิจิทัลปัจจุบันเจ้าของที่เป็นผู้ค้ารายย่อยก็ยังอยู่ เปรียบเสมือนการมีร้านของตนเอง

ส่วนองค์กรอื่นๆ ที่ปัจจุบันได้รับงบประมาณหรือมีแหล่งรายได้ทางอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับโควตาสลากอีกต่อไป โดยย้ำว่า หากย้อนไปดูการออกสลากครั้งแรก เป้าหมายหลักคือ การระดมทุนในสังคม เรื่องการกุศล ซึ่งในหลายประเทศเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากจะถูกนำไปจัดสรรเป็นเงินทางด้านช่วยเหลือสังคมทั้งสิ้น ในขณะที่ประเทศไทยเป็นส่วนแบ่งรัฐบาลซึ่งยังผ่านเข้าสู่ระบบงบประมาณ ยังไม่มีเป้าหมายเฉพาะว่า เป็นเรื่องทางสังคม

“ในเรื่องของคนขายที่ผ่านมามีองค์กรการกุศลเข้ามาด้วยจุดมุ่งหมายทางสังคม เพราะฉะนั้นถ้าเราทำอันนี้ แก้ปัญหาเรื่อง 80 บาท เรายังยึดเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือสังคมด้วย อะไรทั้งหลายต้องเน้นคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดกลุ่มเปราะบาง กลุ่มอะไรทั้งหลายเหล่านี้ มันก็จะทำให้สลากบรรลุเป้าหมายของการมีสลาก” รศ.ดร.นวลน้อย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก’ ฝันร้ายฝังลึกแม้ผ่านไปนาน

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664280

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก’  ฝันร้ายฝังลึกแม้ผ่านไปนาน

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กจะส่งผลกระทบทางจิตใจ หรือเป็นแผลในจิตใจ (Trauma) โดยเกิดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เด็กพบเจอ ที่ยังส่งผลกระทบด้านลบต่อจิตใจในระยะยาว และไม่ได้เป็นเรื่องของจิตใจเพียงเดียว แต่ร่างกายและสมองตอบสนองกับสิ่งที่เข้ามาคุกคามในอดีต และเข้ามาตอบสนองในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าเรื่องราวในอดีตบางอย่างที่เป็นบาดแผลในจิตใจยังคงอยู่แม้พบเจอในเหตุการณ์ปัจจุบัน แม้เป็นคนละเรื่องราวแต่อาจมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับบาดแผลในใจที่อยู่ในสมอง โดยจะกระตุ้นทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือความกลัวเกิดขึ้น”

ผศ.พญ.พลิสรา ธรรมโชติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวในงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กเล็ก : ผู้ใหญ่ต้องปกป้อง เด็กต้องเรียนรู้” จัดโดย 2 หน่วยงานใน มหาวิทยาลัยมหิดลคือ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายผลกระทบของเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งอาจเป็นบาดแผลในใจไปทั้งชีวิต

ซึ่งสาเหตุที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศส่งผลกระทบต่อสมอง เนื่องจากสมองจะทำงานร่วมกัน 3 ส่วน แต่ถ้าพบเจอสิ่งทำให้รู้สึกรบกวนหรือเป็นอันตราย สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมองจะทำงานทันที แต่สมองส่วนที่คิดจะไม่ทำงานโดยอัตโนมัติ เพราะ “หน้าที่ของสมองที่สำคัญที่สุดคือทำให้เรามีชีวิตรอด” ตัวอย่างเช่น หากเดินอยู่ในป่าแล้วเจอเสือ 1 ตัว แล้วมัวแต่คิดว่ามันคือตัวอะไร อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

ซึ่งเวลาเกิดบาดแผลในจิตใจบางอย่างถ้าหากเจอคนที่มีหน้าตาหรือลักษณะคล้ายกับคนที่เคยทำร้ายหรือล่วงละเมิด ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจจะไม่ได้ถูกย่อยโดยสมอง ฉะนั้นเวลาเจอคนหรือสถานการณ์ที่คล้ายกัน จะรู้ว่าเป็นอันตราย หากไม่หนีก็จะต่อสู้ทันที ซึ่งเรื่องของสมองจะทำให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจจิตใจ ไม่ใช่สิ่งที่บังคับได้

“ผลของบาดแผลทางจิตใจมีตั้งแต่ประสาทสัมผัส อารมณ์ และความคิด ซึ่งเป็นส่วนผสมหลายๆ อย่างมารวมกัน เช่น รู้สึกเศร้า มองตัวเองในแง่ลบ มองโลกไม่น่าไว้วางใจ นอกจากนี้ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจ จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากความทรงจำอื่นๆ ซึ่งความทรงจำทั่วไปเราจะจำได้ว่าเกิดขึ้นวันไหน สามารถอธิบายได้ แต่ความทรงจำที่เป็นบาดแผลทางจิตใจเป็นส่วนผสมของ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส” ผศ.พญ.พลิสรา ระบุ

ผศ.พญ.พลิสรา ยังกล่าวอีกว่า เรื่องของการเยียวยาเด็ก เวลาที่มีเรื่องของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จำเป็นต้องมีการจัดการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาจจะต้องมีกระบวนการในการดูแลรักษาต่างๆ และกระบวนการคุ้มครองเด็กด้วย เพราะว่าถ้าเด็กยังอาศัยอยู่ที่เดิม ยังมีความเสี่ยงที่จะโดนกระทำแบบนั้นอีก จึงทำให้เด็กไม่สามารถรู้สึกปลอดภัยได้ จากการสำรวจการตอบสนองที่เด็กและครอบครัวต้องการ ที่ทำให้รู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือที่ดี พบว่า 1.การให้ข้อมูลคำอธิบายที่ชัดเจน 2.ต้องรวดเร็ว 3.มีการรักษาความเป็นส่วนตัว

4.เคารพให้ความเป็นตัวของตัวเองและไม่กดดันที่จะให้พูด 5.ไม่ตัดสิน 6.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็ก 7.ตั้งใจฟังและเคารพ 8.ให้การช่วยทางจิตใจ 9.ประเมินและรักษาอาการทางกายและจิตใจ และ 10.สิ่งแวดล้อมเป็นมิตรกับเด็ก นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญคือ “ความสัมพันธ์” ความผูกพันที่ครูมีต่อเด็ก ซึ่งมีผลหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสมอง และยังทำให้เด็กเข้าใจตัวตนในการจัดการอารมณ์ของตัวเองดี นอกจากนี้ ครอบครัวและสังคมยังเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือในตัวเด็กได้ และยังสามารถฟื้นคืนสภาวะปกติได้ ถ้าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือช่วยเหลือกัน

ขณะที่ ทองรำไพ ปุ้ยตระกูล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวถึงรูปแบบการล่วงละเมิดทางเพศ ได้แก่ ได้แก่ 1.แบบสัมผัส เช่น การจับหน้าอก จับก้น จับอวัยวะเพศ ลูบคลำตามร่างกาย และการข่มขืนกระทำชำเรา และ 2.แบบไม่สัมผัส เช่น เปิดหนังโป๊ให้ดู แอบดูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ่ายภาพโป๊ และการใช้คำพูดสื่อไปในทางลามก

“จากสถิติเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ปี 2561-2564 พบว่า เด็กชั้นมัธยมต้นโดนล่วงละเมิดมากที่สุด แต่เด็กถูกกระทำมาตั้งแต่ชั้นประถม จึงเห็นได้ว่ากรณีการล่วงเกินทางเพศจะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกและไม่มีการช่วยเหลือ และยังพบอีกว่า คนที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากถึงร้อยละ 50 เป็นคนรู้จักและคุ้นเคย ส่วนคนแปลกหน้าอยู่ที่ร้อยละ 16.67 ดังนั้น เวลาที่ครูทำงานกับเด็กต้องอย่าเพิ่งไว้ใจคนรู้จักของเด็ก” หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าว

นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า “เด็ก 9 ใน 10 คนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะไม่บอกใครเมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งผู้ใหญ่มักจะรู้จากการสังเกตเห็นความผิดปกติด้วยตนเอง” โดยที่เด็กไม่ยอมบอกใครเนื่องจาก 1.จะมีคนเชื่อฉันไหม 2.จะโดนพ่อแม่ดุไหม 3.จะถูกทำร้ายหรือฆ่าไหม และ 4.ฉันควรบอกใครไหม ซึ่งเด็กหลายคนไม่รู้ตัวว่ามีภัยอันตรายใกล้ตัว “ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องสอนและปกป้องเด็กให้รู้ถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น” ได้แก่

1.ดูแลเด็กในระยะที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นช่วงอายุแรกเกิด-3 ปี จะต้องดูแลเด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา และอยู่ในระยะเอื้อมถึง ช่วงอายุ 4-6 ปี จะต้องดูแลเด็กในระยะสายตาตลอดเวลา ตอบสนองเสียงเรียกได้ทันที ช่วงอายุ 7-9 ปีจะต้องดูแลในระยะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ตอบสนองเสียงเรียกได้ ช่วงอายุ 10-12 ปี จะต้องดูแลในระยะที่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน กับใคร และติดตามได้ตลอดช่วงอายุ 13-15 ปีจะต้องดูแลในระยะที่รู้ว่าเด็กไปไหนอยู่ที่ไหน กับใคร และติดตามได้ และช่วงอายุ 15-18 ปี จะต้องดูแลติดตามห่างๆ ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่าง และคอยให้คำแนะนำ

2.ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องเพศ ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ควรสัมผัสอวัยวะปกปิดของเด็ก และไม่เปิดอวัยวะปกปิดให้เด็กเห็น นอกจากนี้ผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องการสื่อสารความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ด้วย 3.ทำให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่า โดยการให้ความรักและความมั่นคงกับเด็ก ให้ความปลอดภัย และให้เด็กได้รู้สึกภาคภูมิใจ และ 4.ฝึกทักษะต่างๆให้กับเด็ก ได้แก่ ทักษะการประเมินความเสี่ยง ทักษะปฏิเสธ ทักษะตัดสินใจ และทักษะขอความช่วยเหลือ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบสวยน่าเอ็นดู!!! คดีเจ้า’แมวส้ม’เจอข้อหาขี้ใส่แปลงผัก งานนี้’สารวัตร’ต้องตามถึงบ้าน

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664295

จบสวยน่าเอ็นดู!!! คดีเจ้า'แมวส้ม'เจอข้อหาขี้ใส่แปลงผัก งานนี้'สารวัตร'ต้องตามถึงบ้าน

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.35 น.

2 ก.ค.65 ชาวเน็ตแห่แชร์เรื่องราวทั้งขำ และเป็นอุทาหรณ์ของบรรดาทาสแมว เมื่อเพจเฟซบุ๊ก“มะลิ กะปิ” ได้โพสต์ภาพของคุณยาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเจ้าเหมียวชื่อ”น้องสีเงิน”ขึ้นโรงพักเพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ข้อหาขี้ใส่แปลงผักเค้า ผู้ปกครอง(คุณยาย) พาน้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา วันนี้ฉาลาวัดเข้าเวรเป็นพนักงานสอบสวนไกล่เกลี่ยกันจบลงเป็นที่เรียบร้อย …ปล.เอ็นดูฉาลาวัด เข้าเวรแต่ละครั้ง ไม่เรื่องหมาก็เรื่องแมว #คดีแมวขี้ใส่แปลงผัก

ต่อมาแอดมินเพจ ได้โพสต์เพิ่มเติมว่า คดีหมาๆแมวๆนี่ไม่ใช่เคสแรกที่ฉาลาวัดได้รับแจ้งนะ 1.แมวขี้ใส่หลังคา 2.หมาขี้ใส่หน้าบ้าน 3.จ้างผสมพันธุ์แมวแต่แมวไม่ปี้กัน 4.หมากัด(แจ้งบ่อย)และล่าสุดวันนี้แมวขี้ใส่แปลงผัก เจอแต่ละเคส…ฉาลาวัดหัวจะปวด

ทั้งยังโพสต์เล่าเบื้องหลังคดีนี้ให้ฟังว่า เดี๋ยวจะเล่าอย่างละเอียดให้นะคะ เรื่องของเรื่องคือบ้านติดกัน(ทาวน์เฮ้าส์) แต่ไม่เป็นมิตรกัน เมื่อวานลูกสาวคุณยาย(บ้านแมว) มาแจ้งความบ้านแปลงผัก (เรื่องปัญทั่วๆไปของบ้านติดกัน) เช้าวันนี้ บ้านแปลงผักก็เลยมาแจ้งบ้าง จะแจ้งเรื่องรถขวางทางเข้าออกหรืออะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ซึ่งเป็นทางส่วนบุคคล ตำรวจไม่มีอำนาจ
บ้านแปลงผักจึงเอาเรื่องอื่นต่อ

ถามสารวัตรว่าแล้วเรื่องนี้ได้มั้ย เนี่ยๆแมวไปขี้ไปขุดผักที่ปลูกไว้(มีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน)และเชิญบ้านแมวมาโรงพัก คุณยายก็ยอมรับว่าคือแมวของตนจริงๆ(ยายอุ้มกอดแมวไว้ตลอด)
-บ้านแปลงผักเรียก 500 -คุณยายบอกไม่มีหรอก ยอมติดคุก เอาติดคุกเลย สารวัตรจึงบอกขำๆว่า ป้าจะติดคุกได้ไง ป้าไม่ใช่ผู้ต้องหา แมวต่างหากที่เป็นผู้ต้องหา ยายจึงบอกต่ออีกว่า
งั้นเอาแมวเข้าคุกเลย ฉันก็จะมาอยู่กับแมวด้วย ล่ามฉันไว้กับแมวได้เลย 

ในที่สุดก็ไกล่เกลี่ยจบ คุณยายรับปากจะไม่ปล่อยแมวไปขี้ใส่ผักอีก ลงบันทึกประจำวันไว้ทั้งสองบ้าน คุณยายทิ้งท้ายกับสารวัตรว่าอย่าลืมแทงนะ 481

เล่าต่ออีกนิดนึง ตอนเราไปคุยกับคุณยาย เราแนะนำให้คุณยายเลี้ยงระบบปิด หรือหากปิดไม่ได้จริงๆ ให้มีกระบะทรายไว้หน้าบ้านและในบ้าน น้องจะได้อึใส่กระบะทรายที่บ้าน ไม่ไปอึบ้านคนอื่นอีก คุณยายก็ หึ ไม่ๆ ยายก็ดื้อกว่าแมว 

สารวัตรถามว่า 500 ยังไม่มีจ่ายเค้า แล้วเอาเงินที่ไหนเลี้ยงแมวล่ะป้า ยายบอกว่าเงินผู้สูงอายุ 700 เราเลยคิดว่า ที่คุณยายไม่ใช้กระบะทรายเพราะยายไม่อยากซื้อทราย วันนี้เราจึงซื้อกะละมังกับทรายแมวจะเอาไปให้แมวไว้ใช้ แต่ไม่รู้จักบ้าน เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรถามบ้านยาย แล้วจะเอาทรายกับกระบะไปให้ไว้ใช้สัก 2 อัน หากน้องมีที่อึในบ้าน น้องก็คงจะไม่ไปอึรบกวนคนอื่นอีก (ดูต้นฉบับที่นี่)  

ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก”มะลิ กะปิ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนกระแสวิกฤต! เปิดบุฟเฟ่ต์ต์ก๋วยเตี๋ยวไก่-ข้าวซอยอิ่มละ 50 บาท แถมเติมได้ไม่อั้น

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664279

สวนกระแสวิกฤต! เปิดบุฟเฟ่ต์ต์ก๋วยเตี๋ยวไก่-ข้าวซอยอิ่มละ 50 บาท แถมเติมได้ไม่อั้น

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.47 น.

 “เจ๊แมว” อาหารตามสั่ง สวนกระแสเศรษฐกิจ  เปิดบุฟเฟ่ต์ข้าวซอยไก่-ก๋วยเตี๋ยวไก่ เพียงอิ่มละ 50 บาท  เติมได้ไม่อั้น  เห็นใจลูกหลานคนทำงาน ยุคของแพงอยากให้ได้กินอิ่ม ลูกค้าอุดหนุนแน่นร้าน   

ในช่วงนี้ที่สินค้าวัตถุดิบต่างปรับขึ้นราคาหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แก๊สหุงต้ม น้ำมัน ข้าวสาร เนื้อหมูสด เนื้อไก่สด ฯลฯ ซึ่งหลายร้านก็ต้องปรับราคาอาหารขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ยังมีร้านอาหารตามสั่งอีกหลายร้านที่พยายามตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด เพราะเห็นใจลูกค้าคนทำมาหากิน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 

โดยที่ ร้านเจ๊แมว อาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 2 บ้านบ่อแฮ้ว ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง  ซึ่งเปิดร้านขายทั้งอาหารตามสั่ง กระเพราถาดเบ้อเร่อ  ข้าวมันไก ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา  ซึ่งก็มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย  ล่าสุด เจ๊แมวได้เพิ่มเมนูอาหาร โดยการเปิดขายข้าวซอยไก่ และก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ เพียงหัวละ 50 บาทเท่านั้น ให้ลูกค้าเติมได้ไม่อั้น ทั้งเส้น ทั้งไก่ และผักสด  ตามกำลังที่สามารถทานได้  แต่จะต้องทานให้หมดไม่เช่นนั้นจะมีค่าปรับชิ้นละ 10 บาท 

นางกิ่งทอง ศรีคำภา หรือเจ๊แมว เล่าว่า จากที่เปิดร้านอาหารตามสั่งมาได้เกือบ 5 ปีแล้ว ก็มีลูกค้ารู้จักและเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย และในช่วงเศรษฐกิจยุคนี้เห็นว่าของอะไรก็แพงขึ้น เวลาไปทานอาหารนอกบ้านก็ได้ปริมาณน้อย ซึ่งลูกชายของตนเป็นคนกินเยอะทานไม่ค่อยอิ่ม จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาเปิดขายข้าวซอยไก่ และก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ เพราะสงสารและเห็นใจคนทำงาน รวมถึงวัยรุ่นวัยเรียนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต อยากให้ได้กินอิ่ม  ซึ่งขายในราคาหัวละ 50 บาทเท่านั้น  

ในส่วนของวัตถุดิบก็จะมีไก่เป็นหลัก เพราะเห็นว่าไก่สดก็ยังราคาไม่สูงมากนักพอที่จะซื้อได้ในปริมาณมากๆ จะมีเพียงปีกไก่บนที่ราคาสูงหน่อย ทางร้านจะตักให้เอง นอกจากนั้นที่มีไว้ให้ลูกค้าตักเองได้เต็มที่ จะมีเลือดไก่ ปลายปีกไก่ ข้อไก่ และตีนไก่  รวมทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นข้าวซอย ถ้าไม่อิ่มก็สามารถมาเติมได้   จะมีผักสด และมะระสดไว้ให้ด้วย  ลูกค้าสามารถเติมกี่ถ้วยก็ได้ในราคา 50 บาท จะมีเพียงเกาเหลาเท่านั้นที่ขาย 60 บาท  ถ้าซื้อใส่ถุงก็ขายในราคาเดียวกัน ได้ไปแน่นๆเต็มถุง  

เจ๊แมว บอกอีกว่า  หลังเปิดขายบุฟเฟ่ต์ได้ 3 เดือนกระแสตอบรับดีมาก วันธรรมดาก็จะมีคนทำงานมากิน พากันมาเป็นคันรถ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีลูกค้าทยอยมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะขายไม่ได้กำไรมากมาย แต่ก็รู้สึกดีใจที่เห็นคนกินอิ่ม ขอเพียงกินให้หมด ถ้าไม่หมดจะมีค่าปรับชิ้นละ 10 บาท  ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีใครกินเหลือ  

นอกจากนั้นที่ร้านยังมีอาหารตามสั่งแบบจานปกติ และถาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ผัดกระเพราหมู เนื้อ ทะเล ข้าวมันไก่ หมู-เนื้อน้ำมันหอย ฯลฯ มีราคาตั้งแต่ 40 บาท ถึง 200 บาท เชิญชวนให้มากันมากๆเพราะคุ้มแน่นอน  เดินทางมาได้ง่ายๆ ตามเส้นทางถนนจามเทวี หรือห้างฉัตรสายเก่า เลี้ยวเข้าปากทางหมู่บ้านสันกลาง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง ไปประมาณ 500 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือมีป้ายบอกชัดเจน เจ๊แมว กล่าว.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,191 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569
สวยโกงอายุ แก้ว อภิรดี เปลี่ยนทรงผมหน้าเด็กลงจนจำแทบไม่ได้
ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์
แตะเบรกเตือน ‘กลุ่มนักกฎหมาย’ เตรียมถวายฎีกาปม ‘เขากระโดง’ ส่อก้าวล่วง ‘อำนาจศาล-ขัดหลักนิติธรรม’
ครม. ไฟเขียว ยกฐานะ มทร.ล้านนาน่าน เป็นมหา’ลัยประจำจังหวัด
ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร
ฮ่องกงตั้งข้อหา 7 บุคคล 2 บริษัท คดีเพลิงไหม้อาคารชุด "หวังฟุกคอร์ท" คร่า 168 ศพ
ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็น-เอกสาร 2 คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาท

Recent Posts

  • ลูกเรืออินเดียดับ 3 ศพ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งโอมาน
  • คุมตัว “หญิงไทย” ขึ้นศาลเมียนมา โยงคดีนักการทูตสหรัฐฯ ดับคาโรงแรมหรูย่างกุ้ง
  • เกาหลีใต้สั่งปรับ “Coupang” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ 1.34 หมื่นล้าน ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหล 37 ล้านบัญชี
  • จีนรวบตัวชายฉงชิ่ง หลอกรับเลี้ยงสุนัขก่อนทรมานจนบาดเจ็บ-ตาย
  • สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้วันที่สอง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d