Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’ ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656677

สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’  ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.51 น.

ยังไม่ทันได้พักหายใจจากสถานการณ์โควิด-19 มนุษย์ก็ต้องกังวลกันอีกครั้งกับข่าวการระบาดของ “ฝีดาษลิง” ซึ่งข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ระบุว่า โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคใหม่ เคยระบาดมาแล้วมากกว่า 20 ปี โดยช่องทางการติดต่อจากสัตว์สู่คน สามารถติดได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย ส่วนการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่ง จากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ

เมื่อรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวราว 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน อาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขน-ขา รวมถึงอาจเกิดบนหน้าและลำตัว ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง สุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก ระยะเวลามีอาการป่วยจะอยู่ที่ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายป่วยเองได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงโดยเฉพาะ แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ร้อยละ 85

ส่วนการป้องกัน ทำได้โดย 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 2.หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า 4.ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรองโรค 5.กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ

เมื่อชื่อโรคคือฝีดาษลิง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บรรดา “เจ้าจ๋อ” จะได้รับผลกระทบ ทั้งในพื้นที่ที่ลิงเป็นสีสันดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ข่าวการระบาดของฝีดาษลิงก็ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าไปให้อาหารลิงอีกจนกลายเป็นภาพน่าเวทนาจากความหิวโหย ส่วนในพื้นที่ที่เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างลิงกับมนุษย์ เดิมมนุษย์ก็รู้สึกเดือดร้อนรำคาญอยู่แล้ว เช่น ทรัพย์สินถูกลิงทำลายจนเสียหาย ยิ่งมีข่าวฝีดาษลิงก็ยิ่งกังวลเพราะกลัวติดเชื้อจากการถูกลิงกัด

“คู่มือการปฏิบัติงานโครงการแก้ไขปัญหาลิงป่าออกมารบกวนประชาชนนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามกิจกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าและสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบต่อราษฎร นอกพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า (การแก้ไขปัญหาลิง จำนวน 25 แห่ง) และพื้นที่ดำเนินการอื่นๆ” โดย กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุแนวทางบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ดังนี้

1.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่คาบเกี่ยวพื้นที่ชุมชน สภาพปัญหาส่วนใหญ่ เป็นการรบกวนในแง่ของการทำลายผลผลิตทางการเกษตร และออกมารบกวนเป็นช่วงเวลาตามฤดูกาลของผลผลิตทางการเกษตร “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง,จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี,

จัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ในการป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเป็นการลดระดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่ และ มีชุดแนวรั้วไฟฟ้าเคลื่อนที่เพื่อป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าขนาดเล็กที่มีชุมชนเมืองล้อมรอบ ส่วนใหญ่เป็นลิงที่อาศัยในพื้นที่ป่าที่มีขนาดเล็ก เช่น พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าสาธารณะ “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิงการอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง,ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน,

สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี, ควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน และหลังจากการทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่ แผลผ่าตัดมีปัญหาหรือไม่ ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิงเพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

และ 3.ลิงอาศัยซ้อนทับในพื้นที่ชุมชน ซึ่งที่ขึ้นชื่อมากคือใน จ.ลพบุรี กระจายตัวกันอยู่ทั้งในโบราณสถานของจังหวัดอย่างพระปรางค์สามยอด โรงภาพยนตร์เก่าและอีกหลายจุด“ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดพื้นที่สำหรับให้อาหารลิงโดยเฉพาะ, จัดพื้นที่ขายอาหารลิง (กรณีที่มีความจำเป็นต้องการขายอาหาร), กำหนดชนิดอาหารที่เหมาะสมกับลิง (สำหรับร้านค้าและนักท่องเที่ยว),

หลังจากสัตวแพทย์เข้าทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่และข้อสังเกตอื่นๆ โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจติดตามนับประชากรลิงทุกปี โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิงและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, “ประชาสัมพันธ์โรคจากลิงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ และแนวทางการปฏิบัติเมื่อถูกลิงกัด”

ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว อย่าให้อาหารลิงนอกเหนือจากชนิดของอาหารที่กำหนดไว้ และอย่าให้อาหารนอกพื้นที่ที่จัดไว้ให้!!!


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2565 หนุนยกระดับงานวิจัย-นวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656667

สกู๊ปพิเศษ : มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2565  หนุนยกระดับงานวิจัย-นวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2565 (Regional Research Expo 2022)” ขึ้นในระหว่างวันที่ 27-29พฤษภาคม 2565 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อว. กับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นฐานในการพัฒนาชาติ”

ในขณะที่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวรายงานนายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ นายอิทธิศักดิ์ ตันติสุทธาพงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไลปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้บริหารหน่วยงานร่วมจัดให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “การพลิกโฉมกรอบนโยบายและแนวทางพัฒนากำลังคน อุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมของประเทศกับการขับเคลื่อน BCG” โดย นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการตามนโยบาย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้บรรยาย และมีการเสวนาพิเศษ “การเตรียมความพร้อมของนักวิจัยเพื่อขอทุนวิจัยของประเทศ จากหน่วยงานให้ทุนวิจัยทั้ง 7 PMU”  พร้อมทั้งการประชุมเครือข่ายสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคอีสาน ร่วมด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ” (Thailand Research Expo) เป็นพลังแห่งความร่วมมือยกระดับผลงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก อว.เป็นกระทรวงหลักในการขับเคลื่อนการขยายผลการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ระดับพื้นที่ในวงกว้างและเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้น ให้กับบุคลากรจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชนการผนึกกำลังนักวิจัยในแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ การนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ไปพัฒนาหรือสร้างสรรค์ พร้อมทั้งต่อยอดผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงบทบาทของ อว. ในการขับเคลื่อน BCG Model ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ( Bioeconomy) ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนช่วยเกษตรกรให้สามารถพัฒนาและเพิ่มมูลค่าของสินค้า และยังต่อยอดไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

โดยทั้งเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวภายในประเทศแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทรัพยากรคุณภาพของประเทศ สามารถลดต้นทุนการผลิต และการวิจัย อีกทั้งยังบริหารจัดการภายในได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานระดับสากลเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต แข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำมุ่งสู่การพัฒนาในการประยุกต์โมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG สร้างความเข้มแข็งและการสร้างรายได้ การพัฒนาท้องถิ่นอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค” วช. ได้จัดให้มีขึ้นโดยข้อเสนอแนะของผู้บริหารหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อให้การนำเสนอผลงานวิจัยได้ขยายขอบเขตของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในภูมิภาคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการจัดมา 9 ครั้ง โดยหมุนเวียนการจัดงานในภูมิภาคต่างๆ และมีมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน ซึ่งครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2556 ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคแรก แล้วเวียนไปยังภาคเหนือ ภาคใต้ ตามลำดับ

สำหรับงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 โดยมี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2565 ภายใต้แนวคิดหลัก “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน” โดยการจัดงานมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิจัยและนวัตกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่

การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2565 (Regional Research Expo 2022)”  Highlight Stage เป็นเวทีหลักที่แสดงให้เห็นแนวคิดของการจัดงาน “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน” กิจกรรม Research Clinic : R2R การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษา ประโยชน์จากงานวิจัยในภูมิภาคต่างๆ สู่การยกระดับศักยภาพผลงานวิจัยชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสู่การขับเคลื่อนตามหลักของนโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นฐานในการพัฒนาชาติที่ยั่งยืนต่อไป

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, นิทรรศการการวิจัยของหน่วยงาน นักวิจัยในพื้นที่, เครือข่าย
การวิจัยในภูมิภาค, นิทรรศการนำเสนอผลงานนานาชาติและประเทศเพื่อนบ้าน, นิทรรศการอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กิจกรรม Highlight Stage, พื้นที่ให้คำปรึกษาความรู้จากงานวิจัย, ตลาดนัดผลงานวิจัยที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเสวนา ตลอดทั้ง 3 วัน ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย ห้องย่อยที่ 1 นวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อน BCG, ห้องย่อยที่ 2 BCG กับยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอีสาน และห้องย่อยที่ 3 การพลิกโฉม กรอบนโยบายและแนวทางพัฒนา กำลังคนอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ กับการขับเคลื่อน BCG และพื้นที่นิทรรศการ Highlight เพื่อแสดงให้เห็นแนวคิดของการจัดงาน “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐใช้ที่ดินชาวบ้านกว่า40ปี ‘กสม.’แนะเร่งจ่ายทดแทน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656682

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ที่ดิน” เป็นหนึ่งในเรื่องที่มักจะมีปัญหาขัดแย้งเสมอระหว่างประชาชนกับรัฐ เช่น รัฐประกาศเขตพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่อนุรักษ์ทับที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินของประชาชน หรือรัฐนำที่ดินของประชาชนไปใช้ประโยชน์แล้วไม่จ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนผู้สูญเสียที่ดินอย่างครบถ้วน หรือดำเนินการจ่ายเยียวยาอย่างล่าช้าเกินสมควร ดังที่เห็นในข่าวมีการฟ้องร้องเป็นคดีความ หรือรวมกลุ่มชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมอยู่เนืองๆ

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้หยิบยกปัญหาที่ดินระหว่างประชาชนกับรัฐมาบอกเล่าและเสนอแนะแนวทางป้องกันปัญหาทำนองเดียวกันในระยะยาว เป็นกรณีเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 3 งาน 78 ตารางวา
ใน ต.สีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งในปี 2524 โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้ก่อสร้างคลองชลประทานผ่านที่ดินของผู้ร้องเพื่อทำเป็นคลองระบายน้ำเพื่อเกษตรกรรม

เจ้าของที่ดินรายนี้ เล่าว่า ในช่วงที่มีการก่อสร้างคลองชลประทาน ขณะนั้นกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่กับพ่อแม่ของตน กระทั่งในปี 2563 ตนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานชลประทานที่ 6 เพื่อขอรับเงินค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 1,000 บาท และขอให้สำนักงานชลประทานที่ 6 รวมถึงโครงการชลประทานร้อยเอ็ด พิจารณาจ่ายเงินชดเชยกรณีขาดประโยชน์จากการไม่ได้ทำนาเพิ่มเติมโดยคำนวณเป็นค่าเช่าปีละ 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 40 ปี เนื่องจากเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนาในพื้นที่ที่ถูกเขตคลองชลประทานพาดผ่าน

และในปี 2564 ได้มีหนังสือทวงถามอีกครั้ง ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 6 ผลการพิจารณาการขอค่าชดเชยทดแทนที่ดินซึ่งผู้ร้องจะได้รับค่าทดแทนที่ดินตามราคาประเมินที่คณะกรรมการกำหนดในราคาไร่ละ 400,000 บาท ส่วนการร้องขอรับเงินชดเชยค่าเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนา คณะกรรมการไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ร้องได้ เจ้าของที่ดินรายนี้จึงมาร้องเรียน กสม. ขอให้ตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย แบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้ “ส่วนแรก” การสร้างคลองชลประทานตามภารกิจและหน้าที่ของกรมชลประทาน มีการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหลักเกณฑ์ตามหนังสือคณะรัฐมนตรีที่กำหนดแล้ว อีกทั้ง ผู้ร้องยอมรับราคาค่าทดแทนที่ดินตามที่คณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานกำหนด และต่อมาไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนา จึงยังไม่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม “ส่วนที่สอง” การก่อสร้างคลองชลประทานผ่านแนวที่ดินของผู้ร้องเรียนรายนี้ ตั้งแต่ปี 2524 และเปิดใช้งานในปี 2530 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับค่าทดแทน แม้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า สาเหตุที่ยังไม่จ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินให้ ส่วนหนึ่งมาจากการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงพิพาท แต่ กสม. เห็นว่า เมื่อหน่วยงานผู้ถูกร้อง รวมถึงกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบและได้รับประโยชน์จากโครงการ ย่อมต้องมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยเร็วเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน

“การที่หน่วยงานที่ถูกร้องเรียน ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ร้องเรียนเพื่อการชลประทานตั้งแต่ปี 2524 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่จ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าของที่ดินที่นั้น จึงเป็นการดำเนินการที่ล่าช้า ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของผู้ร้องเกินสมควรแก่กรณี ถือเป็นการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

ดังนั้น ในการประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2565 กสม. เสนอแนะว่า ให้กรมชลประทานร่วมกับผู้ถูกร้อง คือ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งรัดการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน รวมถึงค่าเสียประโยชน์อื่นๆ ในที่ดินเพื่อการชลประทานให้แก่ผู้ร้อง พร้อมทั้งต้องยืนยันกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินที่แน่ชัดและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องทราบเป็นระยะด้วย ทั้งนี้ ภายใน 60 วัน นับแต่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบนี้

นอกจากนี้ กสม. ยังมีข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภาพรวมไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรพิจารณาทบทวน คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 2027/2562 ลงวันที่ 19 ก.ย. 2562 เรื่อง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน โดยพิจารณาให้มีอำนาจหน้าที่พิจารณากรณีปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พิจารณาค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน

โดยพิจารณาปัญหาเรื่องร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือกรณีอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน รวมถึงพิจารณาคำอุทธรณ์ของบุคคลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ด้วย เนื่องจากกรณีปัญหาตามคำร้องคณะกรรมการฯ แจ้งว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์ตามข้อเรียกร้องของผู้ร้อง

และ 2.กรมชลประทานควรจัดให้มีหนังสือประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ด้วย!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยังไม่พบศพนิรนามในหนองคำชะโนด ชาวบ้านเชื่อสนิท’ปู่ศรีสุทโธ’ไม่เปิดน้ำให้เห็น

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656707

ยังไม่พบศพนิรนามในหนองคำชะโนด ชาวบ้านเชื่อสนิท'ปู่ศรีสุทโธ'ไม่เปิดน้ำให้เห็น

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 22.22 น.

ยังไม่พบร่างหนุ่มนิรนามตายขึ้นอืดจนเปื่อยตาถนน หลัง 2 ผู้เฒ่าเจอแทบช็อค หน่วยกู้ภัยค้นหาอีกทั้งวันยังไม่เจอ ชาวบ้านเชื่อสนิทปู่ศรีสุทโธไม่เปิดน้ำให้เห็นเพราะเป็นคนไม่ดี หลังมีข้อมูลล่าสุดมีคนหายที่บ้านวังแสนสุข ชื่อไอ้หม่องไปก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของเพื่อนบ้านกว่า 50,000 บาทและหายไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.

วันนี้ (28 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีมีชาวบ้านอ้างว่า พบศพคนเสียชีวิตในหนองน้ำทวนด้านหลังเกาะคำชะโนด  ต.บ้านม่วง  อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดย 2 ผู้เฒ่าคือนายเวชและนายสมควร ชาวบ้านที่เลี้ยงควายและหาปลาอยู่ด้านหลังหนองน้ำคำชะโนด เจอเป็นร่างคนเห็นแต่ศีรษะ ตาถลน ผมหลุดลุ่ย สภาพร่างเน่าเปื่อยคาดว่าเสียชีวิตมาหลายวัน หลังรับแจ้งหน่วยกู้ภัยได้ค้นหามาแล้ว 2 วันก็ยังไม่เจอ โดยวันนี้นายวีระพล รักษ์เสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง ได้นำรถแบ็คโฮมาลอกจอกแหนออกบริเวณหนองน้ำเพื่อค้นหาร่างของหนุ่มนิรนาม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฯ หน่วยกู้ภัยวีอาร์กู้ภัยและหน่วยกู้ภัย ตร.ทางหลวงบ้านดุง ได้นำเรือออกค้นหาตลอดทั้งวันนี้ก็ยังไม่เจอ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายเวช คนที่พบศพคนตายลอยน้ำคนแรก โดยนายเวชยังยืนยันว่า เห็นศพคนตายแน่นอน ตอนแรกเห็นร่างลอยติดมากับจอกแหนนึกว่าเป็นศพสุนัขเน่า แต่มาเรียกมาดูใกล้ๆ ก็เจอเป็นร่างคน แต่ร่างเปื่อยหมดแล้ว เหลือแต่บริเวณท่อนบนมาถึงศีรษะ ตาถลน ผมหลุดรุ่ย ส่วนท่อนล่างไม่เจอแต่มีปลาวิ่งตามมาเป็นพรวน

นายเวช กล่าวย้ำอีกว่า ตนเองไม่โกหกแน่นอน ตอนที่เห็นศพมันลอยมากับจอกแหนก้อนใหญ่ คาดว่าจะลอยไปกับตาน้ำแล้ว ขอยืนยันนั่งยันนอนยันเป็นศพคนแน่นอน

ล่าสุดมีชาวบ้านที่วังแสนสุข ต.วังทอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องคนตายที่หนองน้ำคำชะโนดน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยที่บ้านแห่งนี้มีลูกบ้านชื่อนายหม่องหายไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.9 วันแล้วยังไม่พบตัวและไม่มีวี่แวว สำหรับนายหม่องเป็นคนที่ชาวบ้านทราบว่าเป็นคนลักขโมยและเสพยาบ้า ประวัติถือว่าไม่ธรรมดา  โดยก่อนหายตัวไปนายหม่องเข้าไปขโมยสิ่งของของชาวบ้านหายไปกว่า 50,000 บาท พอจับได้ตร.สภ.บ้านดุงได้จับตัวไปแล้วปล่อยตัวออกมาจากนั้นก็หายตัวไปไม่มีใครพบตัวอีกเลย พอนายหม่องหายไป นายแดงหลานของนายหม่องได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่สภ.บ้านดุงแล้วจากนั้นก็เดินทางไปทำงานยังต่างจังหวัดทันที

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ชาวบ้านก็ยังไม่พบตัวนายหม่องแต่อย่างใด เชื่อว่าศพที่ชาวบ้านอาจจะเป็นนายหม่องก็ได้ และอาจจะมีคนร่วมขบวนการที่เข้าไปลักทรัพย์ชาวบ้านอาจจะถูกฆ่าตัดตอนก็ได้ ขณะที่ชาวบ้านแถวคำชะโนดมีความเชื่อว่า ชาวบ้านที่พบศพคนตายเป็นเรื่องจริง แต่เหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ หาศพชายนิรนามยังไม่เจอ อาจจะเป็นเพราะว่า คนตายอาจจะเป็นคนไม่ดี ปู่ศรีสุทโธเลยไม่เปิดน้ำให้เจอศพให้ละลายไปกับหนองน้ำก็เป็นได้

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนา’ นั้นมีกำลังวังชาที่ดี แต่เป็นบุคคลที่ตาบอด

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656687

'บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนา' นั้นมีกำลังวังชาที่ดี แต่เป็นบุคคลที่ตาบอด

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.58 น.

“…บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนานั้นเปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงพร้อมแล้ว มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาที่ดี แต่บุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ตาบอด เขาผู้นั้นก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปสู่พระนิพพานได้เช่นกัน สำหรับบุคคลที่มีทาน ศีล ภาวนา พร้อมทั้งสามอย่างเปรียบเหมือนบุคคล ผู้มีเสบียงพร้อมสมบูรณ์ มีร่างกายที่มีสุขภาพ ที่แข็งแรง มีสายตาที่ดี บุคคลนี้ก็จะสามารถที่จะเดินทางไปไกลสู่พระนิพพานได้ บุญกิริยาวัตถุ ๓ จึงเป็นสิ่งเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน…”

โอวาทธรรม หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก-นำเข้า-นำติดตัว’กัญชา-กัญชง’หลังปลดล็อก

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656660

คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก-นำเข้า-นำติดตัว'กัญชา-กัญชง'หลังปลดล็อก

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

สายเขียวห้ามพลาด รีบเซฟเก็บให้ไว้ อย.ให้คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก นำเข้า และนำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตนของกัญชา-กัญชง ภายหลังปลดล็อกพ้นจากยาเสพติด

28 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการรปลูก นำเข้า และนำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตนของกัญชา กัญชง ภายหลังปลดล็อกพ้นจากยาเสพติด ดังนี้

การปลูก กัญชา กัญชง

1.การปลูก ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด หรือไม่

ตอบ  ไม่ต้อง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา กัญชง แจ้งข้อมูลผ่านระบบ Application “ปลูกกัญ” ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดทำขึ้น 

การนำเข้า กัญชา กัญชง

1. การนำเข้าสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง สามารถกระทำได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  สามารถกระทำได้ โดยการนำเข้าต้องขออนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เนื่องจากสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

2.สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ที่เป็นสารควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพของการตรวจสารเสพติดในร่างกายสำหรับใช้เป็นเครื่องมือแพทย์ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 หรือไม่ และการนำเข้าต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ   ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5  แต่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์  ดังนั้นการนำเข้าต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องมือแพทย์

3. การนำเข้าผลิตภัณฑ์ (Finished product) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด

ตอบ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5  การนำเข้าจึงไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น ๆ โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งานบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือความมุ่งหมายของผู้ผลิต ดังนี้

กรณีอาหาร จัดเป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 424 พ.ศ. 2564 ที่ออกตามมาตรา 6(8) ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปีและปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท  ที่เป็นโทษ ให้ปรับเป็นตันเลขบน info จะดูง่ายกว่า ทำทั้งหมดนะคะ

กรณีเครื่องสำอาง  จัดเป็นเครื่องสำอางที่ห้ามนำเข้าตามประกาศฯที่ออกตามความในมาตรา 6(1)   ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558

กรณีการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

4. การนำเข้าเมล็ดกัญชา กัญชง และส่วนอื่น ๆ ของพืชกัญชา กัญชง เช่น เปลือก ลำต้น ใบ เส้นใย กิ่งก้าน ราก ยอดหรือช่อดอก มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดจากกัญชา กัญชง ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด

ตอบ  ต้องขอรับอนุญาต ดังนี้

1. ขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และกรณีนำเข้าเมล็ดกัญชา กัญชง ต้องขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 เพิ่มเติมด้วย

2. เมื่อได้รับอนุญาตตามข้อ 1 แล้ว หากจะนำพืชกัญชา กัญชงดังกล่าวมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดจากกัญชา กัญชง ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น ๆ โดย

1.กรณีผลิตเป็นอาหาร  ไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากจัดเป็นอาหารห้ามนำเข้า 
2.กรณีผลิตเป็นเครื่องสำอาง ไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ห้ามนำเข้า 
3.กรณีผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น  ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การพิจารณาตรวจสอบการนำเข้าเพื่อเป็นวัตถุดิบ ในการผลิตผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน

การนำเข้า/นำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตน ของกัญชา กัญชง

1. การนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง รวมถึงการนำเข้าส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้เฉพาะตัว ครอบคลุมการนำเข้าในลักษณะใดบ้าง และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  การนำเข้าตามข้อ 1  เพื่อใช้เฉพาะตัว ครอบคลุม 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การนำติดตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และ
2. การส่งทางพัสดุ/ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

ผู้นำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัว จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาและนำมาใช้เองเท่านั้น  โดยพิจารณาจากรูปแบบของสินค้าที่นำเข้า ดังนี้

ก. การนำเข้าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น  หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นอาหาร หรือเครื่องสำอาง จะไม่สามารถนำเข้าได้

ข. การนำเข้าในรูปแบบส่วนต่าง ๆ ของพืช ต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ก่อน  ส่วนกรณีนำเข้าส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง มาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้เฉพาะตัว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แตน’ บุกยึดบ้านหรูทำรังรอบบ้านกว่า 10 รังแจ้งกู้ภัยกำจัดโดนต่อยเจ็บ 1 คน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656646

'แตน' บุกยึดบ้านหรูทำรังรอบบ้านกว่า 10 รังแจ้งกู้ภัยกำจัดโดนต่อยเจ็บ 1 คน

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.26 น.

แตนบุกทำรังรอบบ้านหรูในอำเภอนางรอง บุรีรัมย์ มากกว่า 10 รังหวั่นเกิดอันตรายกับคนในบ้านแจ้งกู้ภัยตำรวจทางหลวงช่วยกำจัด พลาดโดนต่อยตามตัวบาดเจ็บ 1 คน  เตือนประชาชนหากพบผึ้ง แตน หรือสัตว์มีพิษเข้าบ้านไม่ควรจับเอง ให้แจ้งกู้ภัยฯ หรือผู้เชี่ยวชาญช่วยจับอาจเป็นอันตรายได้

วันนี้ (28 พ.ค.65) หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ว่า มีแตนบุกเข้าไปทำรังกระจายรอบตัวบ้านมากกว่า 10 รัง เกรงจะเป็นอันตรายกับคนในบ้านจึงขอให้ไปช่วยกำจัดแตนที่ทำรังภายในบ้าน 

จากนั้นนายศราวุฒิ จังกินา นายกสมาคมกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ ได้นำทีมอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง เดินทางไปยังบ้านที่แจ้งขอความช่วยเหลือ พบว่าเป็นบ้านหรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 224/4-5 ถนนประจันตเขต อ.นางรอง โดยมี น.ส.พิมพ์ลดา จึงเรืองสิทธิ์ เป็นเจ้าของบ้าน ได้ชี้จุดที่แตนไปทำรังรอบตัวบ้านให้หน่วยกู้ภัยฯ ดู จากนั้นอาสากู้ภัยตำรวจทางหลวงก็ได้ใช้อุปกรณ์สำหรับกำจัดแตน เข้าไปทำการกำจัดรังแตนที่กระจายทำรังตามจุดต่างๆ รอบตัวบ้าน บางจุดทำรังอยู่บริเวณหน้าต่างซึ่งค่อนข้างอันตรายหากคนในบ้านเปิดหน้าต่างออกมา ก็อาจจะถูกแตนต่อยได้   

ระหว่างที่หน่วยกู้ภัยกำลังทำการกำจัดรังแตนอยู่นั้น ก็มีอาสากู้ภัยพลาดโดนแตนต่อยตามตัวบาดเจ็บไป 1 คน แต่เคราะห์ดีที่โดนต่อยไม่กี่ตัวจึงใช้ยาหม่องเหลืองและหม่องใสทา เพื่อลดอาการปวด โดยกู้ภัยได้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็สามารถกำจัดแตนที่ทำรังรอบบ้านหรูหลังดังกล่าวได้ทั้งหมด  

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ฝากประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนด้วยว่า หากผึ้ง ต่อ หรือแตน เข้าไปทำรัง หรือมีสัตว์มีพิษเข้าไปในบ้าน ไม่ควรจะจับหรือกำจัดเอง เพราะหากไม่รู้วิธีอาจเป็นอันตรายได้ เป็นไปได้ควรแจ้งหน่วยกู้ภัยฯหรือผู้ที่มีความชำนาญในพื้นที่เข้าไปดำเนินการให้จะปลอดภัยกว่า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เดินเที่ยว ‘ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม’ อีกจุดแหล่งช้อปสินค้าอินทรีย์ของชาวกรุง

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656637

เดินเที่ยว 'ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม' อีกจุดแหล่งช้อปสินค้าอินทรีย์ของชาวกรุง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.08 น.

ตลาดนัดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในกรุงเทพมหานครนั้นมีหลายแห่งด้วยกัน ล่าสุดมีตลาดนัดที่ดึงชาวชุมชนและท้องถิ่นในต่างจังหวัดนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง นั่นก็คือที่ “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” ซอยนาคนิวาส 40 ลาดพร้าว 71 โดยตลาดนัดที่นี่จะเปิดเฉพาะเดือนละ 2 ครั้ง ในวันที่มีกิจกรรมตักบาตรทำบุญพระกัมมัฎฐาน 

ตลาดนัดแห่งนี้นำสินค้าของชาวลาวเวียงเนินขาม ชุมชนบ้านหนองระกำ ตำบลเนินขาม อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท มาจำหน่าย โดยเฉพาะข้าวสารเกษตรอินทรีย์และปลอดสารพิษที่ปลูกในพื้นที่เนินขามมาจำหน่ายในสนนราคาไม่แพง เช่น กระเจี๊ยบ ถุงละ 20 บาท ,อัญชัญ ถุงละ 20 บาท, มะม่วง กิโลกรัมละ 20-50 บาทและมะนาว ขายเพียง 3 ลูก 10 บาทเท่านั้น รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ และ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร 

ที่สำคัญยังมีผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นของชาวลาดพร้าว ซึ่งได้รับรางวัลอันดับหนึ่งของเวทีการประกวดอาหาร จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร รับรองถึงคุณภาพความอร่อยและสะอาด ได้แก่ ข้าวต้มมัด และ การนำผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานที่ออกแบบเป็นกระเป๋าให้ทันสมัยมาจำหน่าย ในราคาเริ่มต้นหลักร้อยบาท รวมทั้งเครื่องดื่มสมุนไพร เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 และเครื่องดื่มสมุนไพรตามฤดูกาล

สำหรับโครงการ “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” ได้รับการดูแลโดยคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม โดยมีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมศึกษาการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์, สินค้าท้องถิ่นของชุมชนลาดพร้าว และ สินค้าสมุนไพรเพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 

สำหรับท่านใดที่มองหาแห่งซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาพ และ สนับสนุนท้องถิ่นไทยให้เกิดรายได้ สามารถติดตามรายละเอียด “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” ได้ที่เฟสบุ๊คชื่อ พ.อ.สมศักดิ์ บำรุงศิลป์ และ เฟสบุ๊คชื่อ บ้านลานเสียงธรรม ‘ลาดพร้าว 71 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ค่ายลูกเสือแตกเมื่อรถแห่แล่นผ่าน! นักเรียน-ครูลุกขึ้นเต้นโชว์สเต็ปเท้าไฟสุดมัน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656612

ค่ายลูกเสือแตกเมื่อรถแห่แล่นผ่าน! นักเรียน-ครูลุกขึ้นเต้นโชว์สเต็ปเท้าไฟสุดมัน

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.41 น.

วันนี้ (28 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ทัศน์เจริญซาวด์ ศรีสะเกษ” ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถแห่ตามงานบุญต่างๆ ในแถบภาคอีสาน ได้โพสต์คลิปวีดีโอเมื่อรถแห่เคลื่อนผ่านหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งระหว่างที่รถแห่วิ่งผ่านหน้าโรงเรียนนั้นปรากฎการณ์ว่าพบกลุ่มเด็กๆ นักเรียนแต่งกายในชุดลูกเสือ – เนตรนารีต่างออกมาเต้นกันอย่างเมามัน แม้กระทั้งคุณครู ก็ยังอดใจไม่ไหวถึงขั้นกระโดดโยกตามจังหวะเสียงเพลงไปด้วย บอกเลยว่าโรงเรียนแห่งนี้มีแต่นักเต้นเท้าไฟ ลีลาแต่ละคนไม่ธรรมดาจริงๆ

หลังจากคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปได้มีผู้คนเข้ามาแชร์มากกว่า 1.7 พันครั้ง และเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็ว่า คักขนาด, ทั้งครูทั้งนักเรียน, ครูก็อดบ่ได้, ครูก็มักม่วนคือกัน,

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิดซา! สองพระเอกหมอลำ ‘ลูกแพร-ไหมไทย’ หวนกลับร้องเพลงคู่

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656607

โควิดซา! สองพระเอกหมอลำ 'ลูกแพร-ไหมไทย' หวนกลับร้องเพลงคู่

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

“ลูกแพร – ไหมไทย” สองพระเอกหมอลำดาวรุ่งหวนกลับมาร้องเพลงด้วยกันตามเสียงเรียกร้องของแฟนเพลง ภายใต้โครงการไหมไทยหัวใจศิลป์ พร้อมด้วย “ลูกแพร อุไรพร” ร่วมกันสืบสานตำนานศิลป์ หลังสถานการณ์โควิดดีขึ้น

วันที่ 28 พ.ค.65 ที่สำนักงานพระเอกใหญ่ไหมไทยหัวใจศิลป์ เลขที่ 263 หมู่ 9 บ้านหัวแฮด ต.ธัญญา อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายมนต์ชัย รักษาชาติ หรือ ไหมไทย หัวใจศิลป์ อายุ 54 ปี พร้อมนายจีระศักดิ์ สีหะวงศ์ หรือ ลูกแพร อุไรพร อายุ 50 ปีอดีตนักร้องนำหมอลำวงเสียงอีสาน ร่วมกันเปิดเผยถึงการกลับมารวมตัวกัน หลังจากโควิด-19 ที่มีการระบาดเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมาโดยสถานการณ์ดีขึ้นและได้ลดลงว่า ในการที่หวนกลับมาร่วมมือกันกับลูกแพร มีความรู้สึกดีใจ กับเส้นทางที่เหลืออยู่ โดยก่อนหน้านี้พี่น้องประชาชน แฟนเพลงเป็นที่ทราบกันดีว่า ลูกแพร ไหมไทย ที่มีผลงานเพลงที่ร้องด้วยกัน เช่นเพลง แม่ฮ้างมหาเสน่ห์, รักสาวนครสวรรค์, ขอรักน้องสาวเพื่อน, แพ้รบสนามรัก และอีกหลาย ๆ ผลงานเพลง ซึ่งเป็นผลงานเพลง เก่า ๆ ที่ได้รับความนิยม ทั้งของไหมไทย ที่ร้องคู่กับลูกแพร หรือเพลงเดี่ยวของแต่ละคนในนามของ 2 ดาวรุ่ง

ไหมไทย หัวใจศิลป์ ยังกล่าวอีกว่า การได้หวนคืนมาร่วมงานกับก็นับได้ว่าเป็นความดีใจที่น้องลูกแพร ที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ซึ่งแฟนเพลงหลายต่อหลายท่านได้สอบถามกันเข้ามาว่า จะมีโอกาสไหมที่ ไหมไทยลูกแพร หรือลูกแพรไหมไทย จะมาร้องเพลงร่วมกัน

ทางด้าน ลูกแพร ได้กล่าวเสริมว่า จากการได้พูดคุยกับพี่ไหมไทย ซึ่งได้รับข้อคิดว่า ชีวิตของเรานั้นคงจะเหลืออีกไม่นาจะต้องเกษียณ แฟนเพลงรุ่นเก่า ๆ ที่ฟังเพลงของลูกแพรและไหมไทย ยังอยากฟังทั้งคู่ร้องเพลงคู่กันอีกครั้ง จึงได้มีการปรึกษาหารือกันว่า ก่อนที่เราจะอายุมากขึ้นไปทุกวัน เราก็มาร้องคู่กัน เพื่อตอบสนองแนวความรักและความคิดถึงของแฟนเพลง แฟนหมอลำที่อยากฟังเพลงของ 2 ดาวรุ่งได้ไหม จึงได้ตอบตกลงกันเพราะต่างคนต่างมีวัยที่อายุมากขึ้น แต่ยังมีไฟอยู่

อย่างไรก็ตามต่อคำถามที่ว่า นานมากแค่ไหนที่ออกจากวงเสียงอีสานที่ไม่ได้เจอกัน ทั้งคู่ได้กล่าวว่า หลังจากที่ออกจากเสียงอีสานมานับตั้งแต่ที่ออกมาตนเองก็มาตั้งวง พระเอกใหญ่ ไหมไทย หัวใจศิลป์ ก็เวลา 18 ปี  แต่พวกเรายังมีการติดต่อสอบถามกันทางโทรศัพท์ ส่งเฟส ส่งไลน์ สอบถามสารทุกข์สุขดิบกันอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงโควิด เป็นช่วงสำคัญในการที่เราได้มีการห่างหายกันไป ซึ่งงานก็ไม่มี เดินทางไปหากันไม่ได้ขนาดตายก็ต้องตายใครตายมัน

ทั้งนี้ สุดท้ายทั้งคู่ฝากถึงแฟนเพลง แฟนหมอลำถึงการรวมตัวกันโดยไหมไทยได้ฝากว่า ในการที่พวกเราได้มีโอกาสมาร่วมงานกันครั้งนี้ ด้วยความรัก ความคิดฮอด ความคิดถึง อยากส่งไปถึงพี่น้องแฟนเพลงที่รอคอย ขอฝากผลงานไว้ด้วย ในส่วนของลูกแพรขอฝากด้วยว่า ต่อจากนี้ไปในโอกาสที่พวกเราได้มาร้องนำผลงานเพลงที่ร้องคู่กันกับอ้ายไหม ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงใหม่ และเพลงเก่า คงจะเป็นการบอกเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต จนถึงปัจจุบันเป็นการสื่อในเรื่องของการแสดงในเสียงเพลง ซึ่งไม่สามารถอธิบายความรู้สึกที่ลึก ๆ ได้ทั้งหมด บนเส้นทางที่ 2 ดาวรุ่งที่เดินทางร่วมกัน และเส้นทางของ 2 ดาวรุ่งที่แยกกันไปทำมาหากินตามภาระหน้าที่ นับต่อแต่นี้ได้มารวมตัวกันแล้ว การเล่าเรื่องราว สิ่งที่แสดงออกคงจะบอกได้ในผลงานเพลงและเสียงเพลง ซึ่งจะได้รับชมในการแสดงต่อไปนี้ขอให้แฟนมีที่ค้างคาใจที่ว่าจะมีโอกาสได้ดูการร่วมงานกันหรือนั้น มีความมั่นใจว่า จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

จากนั้นทั้งคู่ได้เข้าห้องซ้อมดนตรีเพื่อทำการซ้อมร้องเพลงเก่า ๆ ที่ร้องด้วยกันและเพลงที่มีอัลบั้มของตัวเอง จำนวนมากกว่า 100 เพลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมที่นักร้องหลายคนนำไปร้องเพื่อเป็นอาชีพด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,981,709 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อนุทิน ตอบแล้ว! ย้ำไม่มีขัดแย้ง พิพัฒน์ ไม่เกี่ยวปัญหาสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟ 3 สนามบิน
สรรเพชญตรวจสอบตึกรพ.สงขลา
ศาลสูงกัมพูชายืนโทษ "รง ชุน" นักการเมืองฝ่ายค้าน ระงับโทษจำคุกแต่ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
ชายหาดอิตาลีออกกฎสุดแปลก! ห้ามคนอายุ 10-65 ปี กางร่มชายหาด หวั่นขวางทางหนีฉุกเฉิน
ภูมิใจไทยวอล์กเอาท์ กมธ.ถกเดือด ปชน.จับพิรุธTH-AI
สมาคมสปาไทยจับมือภาครัฐและเอกชน วางรากฐาน Premium Thailand Wellness Ecosystem ส่งเวลเนสไทย สู่ระดับโลก
"เมเจอร์ โอ๊ก" ต้นโอ๊กโบราณอายุ 1,200 ปี จากตำนานโรบินฮู้ด ยืนต้นตายแล้ว
ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย
รับมือปลาหมอคางดำ วัชระพล ชงงบกลาง 70-90 ล้าน เร่งเยียวยาเกษตรกร-ตัดวงจรระบาด

Recent Posts

  • เลื่อนแล้ว การเจรจาโดยตรง “สหรัฐฯ -อิหร่าน” ที่สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่การสู้รบในเลบานอนยังรุนแรง
  • “แอนดี เบิร์นแฮม” ชนะเลือกตั้งซ่อม สส.เขตถล่มทลาย สะเทือนเก้าอี้นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์”
  • หญิงญี่ปุ่นจี้แฟนบอลผู้ชาย “กลับไปช่วยทำงานบ้าน” หลังภาพเก็บขยะในฟุตบอลโลกไวรัลทั่วโลก
  • คนร้ายบุกโจมตีสนามบินไนเจอร์ ดับ 35 ราย กลุ่มโยงอัลกออิดะห์อ้างอยู่เบื้องหลัง
  • “เมเจอร์ โอ๊ก” ต้นโอ๊กโบราณอายุ 1,200 ปี จากตำนานโรบินฮู้ด ยืนต้นตายแล้ว

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d