Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฝนถล่มกรุง! หลายพื้นที่อ่วมน้ำท่วมขังรอการระบาย-การจราจรชะลอตัว

Posted on March 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642577

ฝนถล่มกรุง! หลายพื้นที่อ่วมน้ำท่วมขังรอการระบาย-การจราจรชะลอตัว

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.21 น.

20 มี.ค.65 เพจ JS100 Radio รายงานฝนตกในพื้นที่ กทม. เมื่อเวลา 14.00 น. ฝนตกเขตประเวศ บางนา พระโขนง สวนหลวง สะพานสูง บางกะปิ วัฒนา ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท ราชเทวี วังทองหลาง  ลาดพร้าว จตุจักร เคลื่อนทิศเหนือ ปริมาณฝนสูงสุดเขตคลองเตย 15.5 มม.

จากนั้น 15:00 น. กทม. #ฝนตก พื้นที่เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน คลองสามวา จตุจักร บางซื่อ ลาดพร้าว บึงกุ่ม คันนายาว มีนบุรี สะพานสูง บางกะปิ วังทองหลาง ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท แนวริมแม่น้ำตอนบน วัฒนา คลองเตย พระโขนง ประเวศ ลาดกระบัง และหนองจอก เคลื่อนทิศเหนือ

และเวลา 16:00 น. รายงานอีกว่า กทม. #ฝนตก พื้นที่เขตบางเขน จตุจักร บางซื่อ ลาดพร้าว วังทองหลาง ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท แนวริมแม่น้ำ สะพานสูง บางกะปิ สวนหลวง วัฒนา คลองเตย พระโขนง บางนา และประเวศ ต่อเนื่อง จ.สมุทรปราการ จ.ชลบุรี และอ่าวไทย เคลื่อนทิศเหนือ ปริมาณฝนสูงสุดเขตห้วยขวาง 94.5 มม.

-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำสำเร็จแล้ว! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ฟื้นฟู’นกกระสาคอขาว’ ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

Posted on March 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642570

ทำสำเร็จแล้ว! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ฟื้นฟู'นกกระสาคอขาว' ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.52 น.

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์ฯ ทำสำเร็จฟื้นฟูนกกระสาคอขาว ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่อ่างเก็บน้ำนางรอง จ.บุรีรัมย์

20 มีนาคม 2565 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินโครงการวิจัย “การฟื้นฟูพฤติกรรมนกกระสาคอขาวและการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ” ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ. บุรีรัมย์ หนึ่งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มรดกโลก ดินแดนแห่ง “เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา”

ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว) และบริษัทแปซิฟิค เฮลธ์ แคร์ จำกัด  เพื่อให้นกกระสาคอขาวที่เป็นนกกระสาขนาดกลางที่แทบไม่พบแล้วในธรรมชาติของประเทศไทยได้ฟื้นฟูประชากรขึ้นได้ใหม่อีกครั้ง ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย มีการใช้กระบวนการศึกษาวิจัยและใช้เวลานานหลายสิบปีจึงประสบความสำเร็จ ในการขยายพันธุ์นกกระสาคอขาวจากจำนวนไม่กี่ตัว จนมีฐานประชากรนกกระสาคอขาวที่มั่นคง มีจำนวนมากพอและมีองค์ความรู้ที่จะจัดทำโครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อกู้วิกฤติก่อนการสูญพันธุ์ครั้งนี้ รวมถึงคืนความสมดุลสู่ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และสร้างต้นทุนให้กับพื้นที่ธรรมชาติที่ทำการปล่อยสำหรับสรรพชีวิตต่างๆ

การนำนกกระสาคอขาวปล่อยคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อน ท้าทาย และต้องใช้เวลาดำเนินงานนานมาก นักวิจัยและทีมงานกลุ่มเล็ก ๆ ต้องพยายามเก็บข้อมูลหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติให้นกกระสาคอขาวที่เกิดและเติบโตในสภาพการเพาะเลี้ยงอยู่นานกว่า 3 ปี การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ การดำเนินงานการขออนุญาตที่เป็นไปตามกฎหมาย การดำเนินการปล่อยที่เป็นไปตามแนวทางการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติของ IUCN SSC และ AZA Guideline ตลอดจนการศึกษาเทคนิคที่จะใช้ในการติดตามตัวสัตว์ที่เหมาะสม 

โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2563 สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้เริ่มทดลองปล่อยนกกระสาคอขาว ที่ได้รับการฟื้นฟูพฤติกรรมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่สวนสัตว์ฯ จำนวน 6 ตัว ในจำนวนนี้ 1 ตัว ได้แบกสัมภาระที่เป็นอุปกรณ์ติดตามตัวขนาดเล็กไปด้วย จำนวน 1 เครื่อง เพื่อการทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคต่างๆ และการศึกษานิเวศการแพร่กระจายภายหลังการปล่อย ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการปล่อย ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ในเวลาต่อมา

ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ที่ได้รับการประเมินจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และสำนักอนุรักษ์ และวิจัยองค์การสวนสัตว์ฯ แล้วว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 นกกระสาคอขาวที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 14 ตัว ถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่กรงพักสัตว์ที่เป็นกรงเตรียมปล่อย (กรง soft release) ที่สร้างขึ้นมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ณ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้นกมีการปรับตัวและเรียนรู้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่จะเป็นบ้านแห่งใหม่ให้กับพวกเค้าในเวลาต่อมา 

จากจำนวน 14 ตัวนี้มีนกเพศผู้ 2 ตัว รับบทนำเครื่องระบุพิกัดตำแหน่ง GPS ขนาดเล็กติดตัวไปด้วย และแล้วในวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เหล่านกกระสาคอขาวทั้ง 14 ตัว ที่กล้าแกร่งมากเพียงพอแล้วจึงได้เริ่มออกโบยบินสู่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่เป็นครั้งแรกของชีวิต ถึงตอนนี้แม้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการออกเดินทางอันแสนยาวไกลของเหล่านกกระสาคอขาว  

แต่ทีมงานวิจัยจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวและพันธมิตรกลุ่มเล็กๆนี้ก็หวังว่า คนไทยทุกท่านจะช่วยกันส่งกำลังใจให้กับนกกระสาคอขาวตัวน้อย ที่เป็นกลุ่มตัวแทนของพี่น้องนกกระสาคอขาวอีกหลายสิบชีวิตที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างขะมักเขม้น ในการเข้าต่อสู้กับวิกฤติการสูญพันธุ์ในประเทศไทย ให้พวกเค้าได้รับโอกาสในการอยู่รอด มีการแพร่กระจายตั้งต้นเผ่าพันธุ์ใหม่ในบ้านตามธรรมชาติได้อีกครั้ง และขอให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นของปวงชนชาวไทยสืบต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตำรวจสอบสวนกลาง’ รีวิวสอนดูเครื่องสำอางแท้-ปลอม เพลินจนหลุดโฟกัส

Posted on March 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642558

'ตำรวจสอบสวนกลาง' รีวิวสอนดูเครื่องสำอางแท้-ปลอม เพลินจนหลุดโฟกัส

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.31 น.

บิวตี้บล็อกเกอร์หลบไป… เมื่อตำรวจสอบสวนกลางทำคลิปรีวิว สอนดูเครื่องสำมอางของแท้-ของปลอม บอกเลยดูเพลินพูดชัด ทำเอาหลุดโฟกัสมองแต่หน้าลืมดูรีวิวกันไปเลย 

เรียกว่าสร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียลอย่างมาก หลังติ๊กต็อก “cibpolice” ของตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีตำรวจนายหนึ่งมานั่งถ่ายคลิปรีวิวสอนวิธีการตรวจสอบครีมจริงหรือปลอม เพื่อเป็นการเตือนภัยกับประชาชน หลังจากมีกรณีการเข้าบุกจับทลายโกดังและพบการขายเครื่องสำอางปลอมจำนวนมาก โดยในแคปชันระบุว่า “ตำรวจสอบสวนกลาง เตือนภัยนักช็อปออนไลน์ ระวังถูกหลอกขายเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ปลอม!! #ปคบ #เครื่องสำอางปลอม #ตำรวจสอบสวนกลาง #cibpolice”

หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ต่างเข้ามาชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนี้ว่าการรีวิวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นดูเป็นมืออาชีพมาก ๆ ทั้งการพูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษก็ชัดถ้อยชัดคำ น่าฟังเป็นจำนวนมาก. -008 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7076423474427825434?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F642558

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เล่าตำนานดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระบารมีรัตนมณีแสง วัดถ้ำแสงแก้ว

Posted on March 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642546

เล่าตำนานดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระบารมีรัตนมณีแสง วัดถ้ำแสงแก้ว

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

20 มีนาคม 2565 วัดถ้ำแสงแก้ว ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญประมาณ 20 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปตามถนนอรุณประเสริฐ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เมื่อถึงสามแยกตำบลเหล่าพรวนให้เลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายรอง เหล่าพรวน – ชานุมาน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดถ้ำแสงแก้ว ตั้งอยู่บนภูสิงห์ ต.เหล่าพรวน อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

บริเวณภูสิงห์ด้านทิศเหนือ จะพบเห็นถ้ำแสงแก้ว มีความลึกประมาณ  5 เมตร ปากถ้ำกว้าง โดยมีรูปปั้นฤาษีอยู่ปากถ้ำและพระพุทธรูปอยู่ภายในถ้ำด้านขวา ส่วนด้านซ้ายมีป้ายบอกว่า บริเวณนี้มีลูกแก้วเคยผุดขึ้น 2 ดวง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำแสงแก้ว” นอกจากนี้ชาวบ้านยังพบแก้วแหวนเงินทองฝังอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ต่อมาได้นำแก้วแหวนเงินทองไปขาย เอาเงินมาบูรณะวัดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน  

หากเดินไปทางทิศเหนือของภูสิงห์ก็จะพบเห็นถ้ำพระ มีลักษณะสวยงามมาก ปากถ้ำมีรูปปั้นฤาษีและในถ้ำก็จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่จำนวนหนึ่ง ว่ากันว่าสมัยก่อนเป็นที่บำเพ็ญธรรมของฤาษีและพระธุดงค์ที่ผ่านมา ก็จะแวะพักอาศัยปฏิบัติธรรมเป็นประจำ แต่ที่น่าทึ่งมากก็คือบริเวณผนังถ้ำด้านบน เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนเป็นเงาวาววับงดงาม 

ถัดไปประมาณ 10 เมตร จะพบเห็นถ้ำตายาย ซึ่งเล็กกว่าถ้ำแสงแก้วและถ้ำพระ ภายในก็จะมีรูปปั้นตายาย พร้อมกระถางธูปเทียน สำหรับผู้คนกราบไหว้บูชาวางอยู่ด้วย เล่ากันว่า เมื่อครั้งอดีตตายายขึ้นเขามาหาของป่า ผ่านไปหลายวันไม่กลับบ้าน ลูกหลานออกตามหา จึงมาพบทั้ง 2 เสียชีวิตภายในถ้ำนี้ ส่วนหน้าถ้ำก็จะเป็นลานหินกว้าง จัดให้นักท่องเที่ยวเป็นที่ชมวิวโดยรอบและยังมีรูปปั้นพระสังกัจจายน์ตั้งอยู่ด้วย 

นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติสวยงามในวัดถ้ำแสงแก้วแล้ว ด้านหน้าก่อนจะขึ้นภูเขายังจะได้กราบไหว้บูชาขอพรจากพระพุทธรูปปางนาคปรก นามว่า พระบารมีรัตนมณีแสง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว และก่อนเดินทางกับควรแวะสนทนาธรรมฟังธรรมเทศนาพร้อมกราบขอพรจาก เจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงแก้ว เพื่อเป็นมงคลชีวิตและนำไปปฏิบัติ ซึ่งท่านเทศนาโดยสรุปว่า การปฏิบัติและภาวนา เป็นแนวทางสูงสุดและภาวะสุดยอดคือการมีศีล ถ้าไม่มีศีล ก็จะภาวนาไม่ได้เพราะจิตใจไม่สงบ ซึ่งสายปฏิบัติ เน้นการรักษาศีล ถ้ามีศีลจิตใจก็สงบ 

ส่วนการให้ทาน เป็นของหยาบ แบบไม่ละเอียด ใครๆก็ให้ทานได้  ถ้าเข้าถึงธรรมสูงสุดจะต้องปฏิบัติ ภาวนา รักษาศีล และศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่เบียดเบียนกันและกัน ให้อภัยกันและกัน หากทุกคนทำได้ สังคมนี้ก็จะอยู่อย่างเป็นสุข โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชน ถ้ายึดคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก นำทางชีวิตการงานการดำเนินชีวิตก็จะมีความราบรื่น เจริญรุ่งเรืองตลอดไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไกด์นำเที่ยว! ‘มัคคุเทศก์น้อย’ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในค่ายทหาร

Posted on March 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642528

ไกด์นำเที่ยว! 'มัคคุเทศก์น้อย'ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในค่ายทหาร

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

20 มีนาคม 2565 ที่ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พลตรีสมบูรณ์ ณ หนองคาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 (ผบ.มทบ.26) มอบหมายให้ พ.อ.ทินกร ประสีระเตสัง เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 26 (เสธ.มทบ.26) ได้ทำการฝึกมัคคุเทศก์น้อย ที่เป็นบุตรหลานกำลังพลภายในค่าย เพื่อฝึกเทคนิคสำหรับนำทางและให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวแก่ผู้ที่มาศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวภายในค่ายทหาร ที่โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.26 ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะพัฒนาการให้กับมัคคุเทศก์น้อยที่จะได้นำไปใช้ เป็นการสานฝันสร้างอนาคตให้กับบุตรหลานกำลังพลของหน่วย ตลอดจนเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุตรหลานกำลังพลภายในค่ายได้มีความกล้าแสดงออก และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 26 (มทบ.26) ได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้จัดการฝึกอบรมบุตรหลานของกำลังพล และเยาวชนรอบค่ายที่สนใจ เพื่อสร้างให้เป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวภายในค่าย ตามโครงการอบรมมัคคุเทศก์น้อย มทบ.26 เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างมัคุเทศก์ตัวน้อย เพื่อให้ความรู้นักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีความกล้าแสดงออก ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเองทำให้เกิดความรักความหวงแหน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังจะทำให้ทุกคนมีรายได้จากการเป็นมัคคุเทศก์น้อย ได้รู้คุณค่าของเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง รู้จักการมัธยัสถ์ และการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอีกด้วย

สำหรับโครงการทหารพันธุ์ดี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำเนิน “โครงการทหารพันธุ์ดี” เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลของกองทัพบก มีความรู้ความสามารถในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภค ลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน หากเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว และสิ่งที่สำคัญสามารถเก็บผลผลิตจัดทำเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ เพื่อขยายผลไปสู่กำลังพลทหารกองประจำการของหน่วย และขยายผลให้แก่กำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไปในพื้นที่รับผิดชอบ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สรพ. ผ่านการรับรองจาก ISQua EEA การันตีคุณภาพระดับสากล

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642477

สกู๊ปพิเศษ : สรพ. ผ่านการรับรองจาก ISQua EEA  การันตีคุณภาพระดับสากล

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรื่องโรคภัยไข้เจ็บถือเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์จะต้องพบเจอ ซึ่งก็มีทั้งหนักและเบา บางครั้งก็มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะฉะนั้น เรื่องระบบการรักษาพยาบาลจึงต้องมีความพร้อมและมีมาตรฐานที่ดี เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับประเทศไทย เมื่อ International Society for Quality in Healthcare External Evaluation Association หรือ ISQua EEA ซึ่งเป็นหน่วยงานในระดับสากล ที่ทำหน้าที่ประเมินและรับรององค์กรต่างๆ มีสมาชิกมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ได้ให้รับการรับรองคุณภาพสถาบัน รับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือ สรพ.ครบทั้ง 3 ด้าน ทำให้เป็น 1 ใน 13 ประเทศของโลก และ 1 ใน 5 ของประเทศในทวีปเอเชีย ที่ได้รับการรับรองคุณภาพดังกล่าว

โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมแซฟไฟร์ 201 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้มีการแถลงข่าว “มาตรฐานบริการสุขภาพไทย ก้าวไกล ได้รับการรับรองจากสากล สะท้อนคุณภาพและความปลอดภัยของระบบบริการสุขภาพ”

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวแสดงความชื่นชม สรพ. ในโอกาสที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก ISQua EEA ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์กร (organisation) ด้านมาตรฐาน (standards) และด้านกระบวนการพัฒนาผู้เยี่ยมสำรวจ (surveyor training programme) สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพสถานบริการของประเทศไทยที่มีมาตรฐาน เป็นที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจของประชาชนที่มารับบริการ นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย ที่องค์กรของประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล

“ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เป็นของ สรพ. แต่เป็นของบุคลากรสาธารณสุขทุกคน สถานพยาบาลทุกแห่ง และคนไทยทุกคน ที่ร่วมสร้างและพัฒนาทำให้นานาชาติยอมรับในระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ก้าวต่อไปหวังว่าทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างและพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ให้เกิดคุณภาพและความปลอดภัยร่วมกัน” ดร.สาธิตกล่าว

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ ประธานกรรมการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล กล่าวว่า สรพ. ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานสถานพยาบาลเพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณสุขที่ดีและมีคุณภาพไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพของการให้บริการ และส่งเสริมพัฒนาระบบการให้บริการด้านสาธารณสุข ให้เกิดการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพในการให้บริการของสถานพยาบาล

การที่ สรพ. ได้พัฒนาองค์กร พัฒนามาตรฐานการประเมินรับรองสถานพยาบาล รวมทั้งพัฒนากระบวนการสร้างผู้เยี่ยมสำรวจ จนได้รับการรับรองจากองค์กรในระดับสากล ถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยอมรับให้กับประเทศไทยในระดับสากล

ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่เข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน HA มากกว่า 1,500 แห่ง และได้รับการรับรองกระบวนการคุณภาพตามมาตรฐาน HA จำนวน 768 แห่ง เป็นสถานพยาบาล ภาครัฐ จำนวน 689 แห่ง ภาคเอกชนจำนวน 79 แห่ง และอยู่ในกระบวนการรับรองคุณภาพอีก734 แห่ง

นอกนั้น สรพ.ยังให้การรับรองที่หลากหลาย อาทิ การรับรองสถานพยาบาลเฉพาะโรคเฉพาะระบบ การรับรองเครือข่ายบริการสุขภาพระดับอำเภอ การรับรองระบบเครือข่ายบริการสุขภาพ และการรับรองมาตรฐานศูนย์บริการสาธารณสุขซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ได้รับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองตาม“มาตรฐาน HAโรงพยาบาล HA โรงพยาบาลคุณภาพมาตรฐานสากล”

แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล กล่าวว่า สรพ.เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เป็นหนึ่งในองค์กรที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจและต้องเป็นองค์กรที่เป็นกลไกของประเทศให้มีกระบวนการพัฒนาในระดับสากล สรพ. จึงสร้างความมั่นใจให้กับสถานพยาบาลในประเทศไทย ให้ไว้วางใจในมาตรฐานของไทย องค์กรของไทย ผู้เยี่ยมสำรวจของไทย ด้วยการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ International Society for Quality in Healthcare External EvaluationAssociation (IEEA) องค์กรสากลที่ทำงานเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในระบบบริการสุขภาพ มามากกว่า 30 ปี มีกว่า 70 ประเทศเป็นสมาชิก มีหน้าที่ประเมินและรับรองคุณภาพให้กับองค์กรที่ทำหน้าที่ External Evaluation Organisations ทั่วโลก

สำหรับองค์กรที่มีหน้าที่เป็น External EvaluationOrganization ที่เป็นสากล จะต้องมีการพัฒนาองค์กร มีมาตรฐาน มีกระบวนการพัฒนาผู้เยี่ยมสำรวจอย่างเป็นระบบ สรพ.ในนามขององค์กรจากประเทศไทยจึงขอรับการประเมินรับรอง จากIEEA ทั้ง 3 โปรแกรม โดย สรพ. เข้าสู่โปรแกรมการประเมินจากองค์กรสากลระดับสากล หรือ International Society for Quality in Healthcare External Evaluation Association (ISQuaEEA)

ด้านแรกคือ ด้านมาตรฐาน (standards) ครั้งแรกในปี 2553 และได้รับการต่ออายุการรับรองต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 4 โดยมีการประกาศรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (Hospital and Healthcare Standard: HA) ฉบับที่ 5 ตาม Principles for the Development of Health and Social Care Standards เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ด้วยคะแนน 99.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาตรฐานฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

สรพ. สร้างความเชื่อมั่นให้สถานพยาบาลเห็นความสำคัญของการประเมินและรับรองกระบวนการของสถานพยาบาล และเข้าใจในบทบาทของผู้ถูกรับการรับรอง โดย สรพ. ได้ขอรับการรับรอง ด้าน Organization หรือการรับรององค์กร จากองค์กรสากล และได้รับการรับรองครั้งแรก ในปี 2556 และในปี 2564 ท่ามกลางการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 สรพ. ได้รับการเยี่ยมเพื่อต่ออายุการรับรองด้านองค์กร ครั้งที่ 3 ผ่านระบบการสื่อสารทางไกล
จาก ISQuaEEA ในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-3 กันยายน 2564 ตาม Guidelines and Standards for External Evaluation Organisations และได้รับการธำรงการรับรอง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564-2568 ด้วยคะแนนการประเมิน 100 คะแนนเต็ม

และสุดท้ายคือ ด้านกระบวนการพัฒนาผู้เยี่ยมสำรวจ (surveyor training programme) สรพ.ได้รับการรับรอง Surveyor Training Program ครั้งแรกในปี 2559 และได้ธำรงการรับรองมาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยได้รับการรับรองจาก ISQuaEEA ครบทั้ง 3 ด้าน

แพทย์หญิงปิยวรรณกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปี สรพ. ได้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง สรพ. ขอขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ให้การสนับสนุนการทำงานของ สรพ. ขอบคุณโรงพยาบาลทุกแห่งที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับคุณภาพการให้บริการทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีมีคุณภาพและความปลอดภัย

ขอบคุณผู้เยี่ยมสำรวจทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้กับโรงพยาบาลอย่างกัลยาณมิตร ขอบคุณหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่สนับสนุนทำให้ สรพ.ขับเคลื่อนการทำงานจนได้รับการรับรองจากองค์กรในระดับสากล

สุดท้ายขอขอบคุณ นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้วางรากฐานระบบคุณภาพสถานพยาบาลในประเทศไทย และ นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ที่สานต่อการพัฒนาคุณภาพให้ระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยเป็นที่ไว้วางใจในระดับสากลด้วยมาตรฐาน HA

“ก้าวต่อไปหวังว่าจะเชื่อมต่อความร่วมมือจากประชาชนให้เข้ามาร่วมเป็นผู้สร้างระบบคุณภาพสถานพยาบาล ให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลได้อย่างยั่งยืนตลอดไป” ผู้อำนวยการ สรพ. กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : โควิดกระทบเด็กข้ามชาติ ‘สถานะ’ตัวแปรความรุนแรง

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642493

รายงานพิเศษ : โควิดกระทบเด็กข้ามชาติ  ‘สถานะ’ตัวแปรความรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอผลการศึกษา “โครงการวิจัยการประเมินสถานการณ์เด็กข้ามชาติในประเทศไทยและผลกระทบจากโควิด-19 (Assessingthe Situations of Migrant Childrenin Thailand and Impacts of COVID-19)” โดยคณะผู้วิจัยซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ รศ.ดร.วาทินี บุญชะลักษี กัญญา อภิพรชัยสกุล พงษ์ศักดิ์ หมื่นศักดา และ ปัณณวัฒน์ เถื่อนกลิ่น

งานวิจัยนี้ศึกษาประชากรเด็กข้ามชาติ อายุ 0-17 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ใน 3 ด้าน คือการศึกษา สุขภาพและการคุ้มครอง ทีมวิจัยทำการศึกษาคือระเหว่างเดือนก.พ.-ธ.ค. 2564 ใน 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ตาก สมุทรสาครและระนอง อันเป็นพื้นที่ที่แรงงานข้ามชาติจำนวนมาก

“ด้านสุขภาพ” อ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ เดือน ธ.ค. 2564 มีเด็กและเยาวชนข้ามชาติอายุ 0-17 ปี ติดเชื้อโควิด-19 แบ่งเป็นชาวเมียนมา 7,774 คน ลาว 392 คน และกัมพูชา 3,757 คน โดยหากแบ่งตามช่วงอายุ จะพบอายุ 0-5 ปี ติดเชื้อมากกว่า 6-11 ปี และ 12-17 ปี ทั้ง 3 สัญชาติ สะท้อนภาพ “เด็กเล็กได้รับผลกระทบมากกว่าเด็กโต” ทั้งนี้ มีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของครัวเรือนแรงงานข้ามชาติ อาทิ

1.สถานะการเข้าเมือง การเข้าเมืองอย่างถูกหรือผิดกฎหมาย มีผลต่อการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ เช่น ซื้อประกันสุขภาพหรือเข้าระบบประกันสังคม 2.สถานะทางเศรษฐกิจ รายได้มีผลต่อความเป็นอยู่และโภชนาการ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่มีแรงงานตกงาน 3.อาชีพ พบแรงงานในภาคเกษตรเข้าถึงบริการสุขภาพได้น้อยกว่าแรงงานนอกภาคเกษตร รวมถึงมีความเสี่ยงจากสารเคมี

4.การอยู่อาศัย มีทั้งที่อยู่ห้องเข่าแบบห้องเดียวอยู่กันเป็นครอบครัวหรือหลายครอบครัว และอยู่กันแบบเพิงพัก ซึ่งส่งผลกระทบเกี่ยวกับสุขอนามัยที่ดี เห็นได้จากในช่วงโควิดที่เกิดการระบาดแบบกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ใหญ่ๆ เพราะอยู่อาศัยกันอย่างแออัด หรือแรงงานที่เคยทำงานในเมืองและมีประกันสุขภาพ ต่อมาเมื่อย้ายไปทำงานนอกเมืองหรือในชนบท ก็เป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพเพราะอยู่ไกลจากโรงพยาบาลที่ทำประกันไว้เดิม และ 5.สุขภาพมารดา ซึ่งเมื่อตั้งครรภ์จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการศึกษาคือไม่สามารถรับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงเพราะขาดข้อมูล จึงไม่ทราบว่าเด็กกลุ่มไหนได้รับผลกระทบระดับใด ซึ่งมีผลต่อการจัดลำดับความเร่งด่วนในการช่วยเหลือ และไม่อาจคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ว่าจะเป็นอย่างไร ทำได้เพียงคาดประมาณการเท่านั้น จึงมีข้อเสนอว่า ควรส่งเสริมให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) เก็บข้อมูลประชากรเด็กข้ามชาติในพื้นที่ที่ดูแลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

“ด้านการศึกษา” สำรวจเด็กในโรงเรียนตามระบบ (ประถม-มัธยม) และสถานศึกษานอกระบบทั้งแบบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) และศูนย์การเรียนรู้ของเด็กข้ามชาติ (MLC) ซึ่งพบว่า MLC มีการทำงานร่วมกับโรงเรียนของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กเล็กโดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ในการเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ ในสถานการณ์โควิด-19 เด็กข้ามชาติได้รับผลกระทบไม่ต่างจากเด็กไทย คือโรงเรียนถูกสั่งปิดตามมาตรการควบคุมโรค ซึ่งส่งผลกระทบทางตรงกับเด็ก เช่น ภาวะชะงักงันในการเรียนรู้ (Stagnant Learning) หรือโอกาสการเรียนรู้ที่เสียไปในบางช่วง หรือเพิ่มความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา อาทิ หากเป็นสถานการณ์ปกติ เด็กที่จบชั้น ป.6จะสมัครเรียนต่อชั้น ม.1 ทันที แต่สถานการณ์โควิด-19 เด็กบางส่วนอาจไม่สามารถเรียนต่อเนื่องแบบนี้ได้

รวมไปถึงความล่าช้าในการเข้าสู่ระบบการศึกษา (Delay Education) ซึ่งจะพบในกลุ่มเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะครัวเรือนข้ามชาติที่หวังให้บุตรหลานได้เรียนต่อในโรงเรียนไทย ที่แม้จะมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วแต่ไม่สามารถเข้าไปเรียนในระดับประถมศึกษาได้เพราะโรงเรียนถูกปิดนอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางอ้อม เมื่อเด็กไม่ได้อยู่ในโรงเรียน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในชีวิต อาทิ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอวัคซีนไม่ครอบคลุม ต้องติดตามพ่อแม่ไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยกับเด็ก การถูกแสวงหาประโยชน์ เด็กติดหน้าจอ ท้องไม่พร้อม ฯลฯ

ซึ่งระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น สถานะการเข้าเมืองของพ่อแม่ที่เป็นแรงงานข้ามชาติ จำนวนบุตรที่พบว่าครัวเรือนบุตรมากได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าครัวเรือนบุตรน้อย ความตระหนักของพ่อแม่ว่าเห็นความสำคัญของการศึกษาเพียงใด รวมถึงผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 ต่อพ่อแม่ของเด็ก ตลอดจนการอยู่อาศัยและย้ายถิ่น ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีความพยายามช่วยเหลือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมแต่สถานการณ์โควิด-19 ที่งบประมาณลดลง อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของ MLC ในบางพื้นที่ถึงขั้นต้องปิดตัวลง

จำนวนนักเรียนในครัวเรือนแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาวและกัมพูชา) ระหว่างปี 2559-2563 อ้างอิงจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า ช่วงปี 2559-2562 จำนวนเด็กที่เข้าเรียนในโรงเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เมื่อถึงปี 2563 กลับลดลง ทั้งนี้ การปรับตัวยังมีข้อจำกัด เช่น การเรียนการสอนในชุมชนทำไม่ได้เพราะสถานการณ์โรคระบาดทำให้ไม่ไว้ใจให้คนภายนอกเข้าไป ขาดความพร้อมของเครื่องมือที่ต้องใช้เรียนออนไลน์ อีกทั้งผู้ปกครองไม่สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนของบุตรหลานได้เพราะใช้ภาษาไทย เป็นต้น

และ “ด้านการคุ้มครอง” การจำกัดจำนวนผู้รับบริการในหน่วยงานต่างๆ ตามมาตรการควบคุมโรค ส่งผลกระทบ เช่น การจดทะเบียนการเกิด แต่บางพื้นที่ใช้วิธีแจกบัตรคิวนัดวัน-เวลา แม้จะล่าช้าไปบ้างแต่ก็ทำให้ได้รับการจดทะเบียนขณะที่เด็กเล็กยังเสี่ยงกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยอ้างอิงกับสถานการณ์ของเด็กไทย การที่พ่อแม่หยุดงาน ขาดรายได้มีการหันไปดื่มสุรา ขาดสติและใช้ความรุนแรง มีความเสี่ยงต้องนำเด็กไปที่ทำงาน หรือไม่ก็ปล่อยให้อยู่กันเองกับพี่น้อง

ส่วนเด็กโตก็จะมีปัญหาการใช้สารเสพติด ทะเลาะวิวาท ท้องไม่พร้อม ไปจนถึงเป็นแรงงานเด็ก ซึ่งการสำรวจระดับโลกนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนแรงงานเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2563 ที่โควิด-19 เริ่มระบาด พบว่าเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น สำหรับตัวอย่างที่พบ เช่น พ่อแม่ที่เป็นแรงงานเกษตรและประมง ให้ลูกไปช่วยทำงานด้วยเพราะไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ หรือไม่กล้าปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง แต่เมื่อออกไปทำงานแล้วก็ยากที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีก ซึ่งจะเชื่อมโยงกับปัญหาการแต่งงานและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

ซึ่ง “สถานะทางทะเบียน” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มและลดความเสี่ยง ไม่ต่างจากอีก 2 ด้านข้างต้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สสส.’ห่วงคนไทยเสี่ยงป่วย‘NCDs’จากพฤติกรรมการกิน

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642486

‘สสส.’ห่วงคนไทยเสี่ยงป่วย‘NCDs’จากพฤติกรรมการกิน

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนอาหารสุขภาวะ บูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลและสื่อสารงานอาหารสู่สาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอาหารทั่วประเทศ จัดเวทีประชุมประจำปีแผนอาหาร 2565 นำเสนอผลงาน นวัตกรรม รูปธรรมพื้นที่ ความรู้และการขับเคลื่อนสังคม ระหว่างวันที่ 16-17 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา ณ รร.แกรนด์ ริชมอนด์ ถ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งการกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ถูกจัดอยู่ในอันดับ 5 ของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน คือ การกินอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่มากเกิน

อีกทั้งยังพบว่าในปัจจุบันคนไทยเกินกว่าร้อยละ 60 กินผักผลไม้ในปริมาณน้อย แต่กลับมีแนวโน้มเข้าถึงอาหารแปรรูปต่างๆ ได้ง่าย เพราะซื้อหาได้สะดวก มีให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพง ดังนั้น การจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของคนไทยจึงนับเป็นโจทย์สำคัญที่มีความท้าทายและจำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งระบบอาหารตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจำหน่าย ไปจนถึงการปรุงประกอบอาหารและการบริโภค เพื่อเอื้อให้ประชากรสามารถเข้าถึงผักผลไม้และอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้มากขึ้น

รวมทั้งลดโอกาสหรือช่องทางการเข้าถึงอาหารประเภทแปรรูป เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ ซึ่งจากการสำรวจผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งเสริมมาตรการ Social Distancingในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2563 พบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยหันมาทำอาหารกินเอง ร้อยละ 57.5 แต่กลับกินผักและผลไม้ลดลงร้อยละ 8.3 และร้อยละ 10.5 ตามลำดับ

นอกจากนี้ คนไทยมีความเครียดร้อยละ 39 นอนหลับยากมากขึ้นร้อยละ 16.7มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.3 ดื่มเครื่องดื่มรสหวานเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ร้อยละ 18.3 อาหารกระป๋องร้อยละ15.6 ขนมกรุบกรอบ ร้อยละ 13.6 และขนมหวานหรือลูกกวาด ร้อยละ 6.8 ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทำให้ภาระของโรค NCDs รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเปราะบาง

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 กล่าวว่า นับแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แผนอาหารเพื่อสุขภาวะได้ขับเคลื่อนประเด็นอาหารเพื่อความตระหนักและการรับรู้ของสังคมไทย และส่งผลต่อการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขับเคลื่อนลดการบริโภคหวาน มัน เค็มเสริมสร้างความปลอดภัยและด้านความมั่นคงทางอาหาร เป็นต้น นอกจากนั้นยังดำเนินการพัฒนารูปธรรมและต้นแบบการจัดการด้านอาหารในระดับพื้นที่

ได้แก่ โรงเรียนอาหารสุขภาวะ โรงเรียนอ่อนหวาน โรงพยาบาลสีเขียว โรงพยาบาลลดหวานมันเค็ม ขับเคลื่อนให้เกิดการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การทำเกษตรกรรมในพื้นที่เขตเมือง สร้างช่องทางจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยในรูปแบบตลาดสีเขียว การพัฒนาและจัดการอาหารริมบาทวิถีให้มีคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น รวมทั้งการผลักดันนโยบายและมาตรการที่ส่งผลต่อการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการที่ดี การสื่อสารประเด็นอาหารต่อสังคมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ของสังคมในวงกว้างทั่วในประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังวีดีโอการประชุมทั้ง 2 วัน ได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “Food Citizens”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกพิสูจน์ถ้ำมหาสมบัติ วัดเขาพระทอง เชื่อมี’พระพุทธรูปทองคำ’ ถูกลามโซ่ในถ้ำกลางยอดเขา

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642512

บุกพิสูจน์ถ้ำมหาสมบัติ วัดเขาพระทอง เชื่อมี'พระพุทธรูปทองคำ' ถูกลามโซ่ในถ้ำกลางยอดเขา

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.23 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสพร้อมด้วยคณะของอาจารย์คะชาธร วะราณะธำรง โหรใหญ่ที่ จ.สมุทรสงคราม และลูกศิษย์วัด ร่วมประกอบพิธีขอขมาหลวงพ่อองค์ใหญ่ เทพเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อขออนุญาตขึ้นบนยอดเขาพระทอง เพื่อค้นหาถ้ำที่เชื่อว่ามีพระพุทธรูปทองคำถูกลามโซ่ทองคำเอาไว้ รวมทั้งทรัพย์สมบัติแก้ว แหวนเงินทองที่อยู่ในถ้ำจำนวนมาก

ทั้งนี้หากเทพยดาฟ้า ดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาทรัพย์สมบัติอนุญาตให้พบ และนำพระพุทธรูปทองคำ และทรัพย์สมบัติออกมาจากถ้ำ เพื่อนำมาใช้พัฒนาวัด บำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป หลังประกอบพิธีขอขมาหลวงพ่อองค์ใหญ่ ทางคณะ ฯ เริ่มเดินเท้าขึ้น ปีนป่ายหน้าผา เถาวัลย์ ขึ้นบนภูเขา จนพบว่ากลางยอดภูเขามีถ้ำเล็กๆคล้ายปล่องภูเขาไฟ แต่มีก้อนหินน้อย ก้อนหินใหญ่ หล่นปิดทับทางเข้าจนเหลือเพียงช่องเล็กๆ ที่สามารถเบี่ยงตัวลอดเข้าไปได้ คาดว่ามีลึกไม่น้อยกว่า 50 เมตร

จากนั้นทางพระมหาอารยนันต์ และลูกศิษย์ จุดธูปเทียนอธิฐานบวงสรวง ขออนุญาตลงในถ้ำ ก่อนปีนลงไปได้ช่วงหนึ่ง พบว่าภูเขามีอาการสั่นสะเทือนจนหินพังถล่มลงมาในถ้ำ พระมหาอารยนันต์ และลูกศิษย์วัด เกรงว่าจะเกิดอันตราย หากหินจะพังถล่มปิดทับทางเข้า จึงรีบปีนกลับขึ้นมาก่อนใช้เชือกหญ้าคาถักเป็นเถาวัลย์หย่อนลงไปในถ้ำจนถึงก้นถ้ำแทน จากนั้นต่อเชือกหญ้าคาลงไปด้านล่างผูกโยงกับหลวงพ่อองค์ใหญ่ และ พระพุทธรูปทั้ง 29 องค์ รวมทั้งผูกโยงท้าวเวสสุวรรณ , ตาหลวงเดช ,ศาลาไอ้ไข่เด็กวัด รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างในวัด แล้วสวดเจริญพระพุทธมนต์ สวดพุทธภิเษก บวงสรวง ขอเขมา ขออนุญาตเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้ามาเจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยเปิดวัด และพบพระพุทธรูปทองคำ ทรัพย์สมบัติในถ้ำ เพื่อนำออกมาให้ผู้คนได้กราบไหว้และใช้สร้างโบสถ์และเสนาสนะต่าง ๆ บำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ครบถ้วน 5,000 ปี อย่างไรก็ตามในอดีตผู้สูงอายุเคยเล่าต่อๆกันว่า ภายในถ้ำวัดเขาพระทอง มีพระพุทธรูปทองคำ ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยพบพระพุทธรูปจำนวนหนึ่งแล้วในถ้ำเขาพระทอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องจริง! ‘อ.เจษฎา’คอนเฟิร์มเปิดแอร์ 27 องศาฯ-เปิดพัดลมด้วย ช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642510

เรื่องจริง! 'อ.เจษฎา'คอนเฟิร์มเปิดแอร์ 27 องศาฯ-เปิดพัดลมด้วย ช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.19 น.

19 มี.ค.65 จากกรณีที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยข้อแนะนำของกระทรวงพลังงานในการประหยัดน้ำมันและไฟฟ้า คือควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตั้งพื้นควบคู่กัน ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศในห้อง และช่วยลดอุณหภูมิลงได้ประมาณ 2 องศาฯ โดยจะช่วยให้ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาฯ อย่างเดียว รวมทั้งควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือนและล้างแอร์ทุก 6 เดือน จะช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์และประหยัดไฟ ซึ่งวิธีใช้แอร์ดังกล่าวจะช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ 10-30 %นั้น

เรื่องนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ระบุว่า เรื่องนี้ ทำเอาหลายคนสงสัยว่า คำแนะนำนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ? และก็ส่งมาถามผมกัน ก็ต้องบอกว่า เป็นเรื่องจริงนะครับ ! และผมก็มักจะใช้วิธีนี้ที่บ้านตัวเอง เป็นประจำด้วย

หลักการคร่าวๆ คือ การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิสูง เช่น ที่ 27 องศาเซลเซียสนั้น แอร์จะกินไฟน้อยกว่าการเปิดเเอร์ที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ที่ 23-24 องศา ที่เป็นเช่นนั้น เพราะส่วนคอยล์ร้อนหรือคอมเพรซเซอร์ของแอร์ จะทำงานน้อยลงเมื่อตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น โดยคอมเพรสเซอร์จะทำงานไม่นาน ก็ตัดการทำงานเพราะอุณหภูมิลงไปถึงจุดที่ตั้งไว้แล้ว (27 องศาเซลเซียส) ทำให้แอร์กินไฟน้อยลงด้วย

ซึ่งความจริง การที่แอร์ลดภูมิอุณหภูมิห้องลงเหลือ 27 องศาเซลเซียสนั้น ก็เพียงพอที่จะลดความชื้นในห้อง จนทำให้เรารู้สึกสบายขึ้นได้ แล้วขณะที่การเปิดพัดลม เป่ามาที่ตัวเรา จะช่วยให้เรารู้สึกเย็นสบายขึ้นอีก จากกระแสลมที่มาปะทะตัว แล้วทำให้การแลกเปลี่ยนความร้อนออกจากร่างกายของเรา เกิดได้ดีขึ้น

แถมพัดลมตั้งพื้นนั้น กินไฟต่ำกว่าแอร์มากๆๆๆ คือใช้ไฟเพียงแค่ไม่กี่วัตต์เท่านั้น …. จะเปิดพัดลมเบอร์ 2 เบอร์ 3 หรือเปิดพัดลมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ตัว ก็ยังกินไฟน้อยกว่าแอร์อยู่ดี #สรุปคือ การปรับอุณหภูมิของเครื่องแอร์ จากที่เคยตั้งไว้ 23-24 องศา มาเป็น 27 องศาพร้อมเปิดพัดลมตั้งพื้นเป่าตัว ช่วยให้เราประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น และอย่าลืมว่าให้หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์ ล้างแอร์เป็นประจำด้วยนะครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,281,067 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
บุคคลในข่าว
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d